เจ้าหญิงน้ำแข็งและเจ้าชายแกะดำ
เขียนโดย
NoxTypeG
วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 13.35 น.
แก้ไขเมื่อ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 23.31 น. โดย เจ้าของนิยาย
29) Fight Dot 03
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความแนะนำตัวละคร
กรกรรณ กาลธารา ฉายา: แกะดำ 03 / เจ้าชายแกะดำ ชายหนุ่มอายุประมาณ 25 ปี รูปร่างสูงโปร่ง ไม่ใช่สายกล้ามใหญ่ ผมสีดำเข้มไม่ได้เซ็ตหรือดูโดดเด่นมักปล่อยผมแบบธรรมชาติ ดูเรียบร้อยแต่ไม่เนี้ยบช่วงแรกให้ความรู้สึกเหมือน “ลูกคุณหนูที่ไม่เหมาะกับสนามรบ” แต่พออยู่ในสนามจริง บรรยากาศรอบตัวจะเปลี่ยนเป็นคนที่ “นิ่งและน่ากลัวแบบเงียบ ๆ”
ความสามารถ การมองเห็น “จังหวะ / จุดอ่อน / ความผิดปกติ” อ่านสนามรบได้เหมือนภาพช้าลง ร่างกายปรับตัวจากประสบการณ์ต่อสู้ได้เร็วมาก ใช้พลังธรรมชาติผ่าน “ความตั้งใจ”
ประวัติโดยย่อ อดีตลูกชายตระกูลทหารใหญ่แห่งอัลเทรัส แต่ตัวเองกลับไม่ใช่นักสู้ เขาชอบอ่านหนังสือ ดูแลสวน และใช้ชีวิตเรียบง่ายมากกว่าการถืออาวุธ ชีวิตของเขาพังลงเมื่อ “ฝนสัตว์ประหลาด” ทำลายอัลเทรัส ครอบครัวหายสาบสูญ เมืองล่มสลาย และเขากลายเป็นผู้ลี้ภัย ระหว่างหลบหนี เขาสูญเสียผู้คนมากมาย รวมถึง ศศินา เวธา หญิงนักรบที่ปกป้องเขาจนวาระสุดท้าย เหตุการณ์นั้นทำให้กรเริ่ม “ลุกขึ้นสู้” เป็นครั้งแรก หลังเดินทางถึงวอร์เกน เขาถูกผลึกปริศนาเลือก และถูก อเล็ก ไกรเซอร์ ดึงเข้าสู่หน่วย “แกะดำ” แม้จะดูอ่อนแอที่สุดในทีม แต่กรกลับค่อย ๆ กลายเป็นศูนย์กลางของทุกคน
เมโลดี้ สกาเล็ต ชื่อเรียก: หนูแดง / แกะดำ 02 ฉายาในโลกใต้ดิน: เมโลดี้ เอ็มม่า
ร่างเล็ก (ร่างหลักที่อยู่กับแกะดำ) เด็กสาวตัวเล็ก สูงประมาณ 130 ซม. ผมสีขาวยาว ดวงตาสีแดงสด ผิวขาวซีด รูปร่างผอมบาง เหมือนตุ๊กตา มักใส่เสื้อผ้าหลวม ๆ หรือชุดนอนง่าย ๆ ภาพรวมให้ความรู้สึก: น่ากลัว แปลก เหมือน “ผีเด็ก” มากกว่าเด็กธรรมดา
ร่างโต (เมโลดี้ เอ็มม่า) หญิงสาวอายุราว 28 ปี ผมสีแดงยาว รูปร่างสูงสง่า สัดส่วนสมบูรณ์แบบ มีเสน่ห์รุนแรงมากเวลาขึ้นเวที
ความสามารถ เส้นผมมีชีวิต️ พิษ การต่อสู้ระยะประชิด
นักฆ่าระดับสูง อดีตมือสังหารของน็อกเทีย ถูกประกาศจับตาย เคยรับภารกิจลอบสังหารโรฮาน มีประสบการณ์ฆ่าคนจริงจำนวนมาก แต่ปัจจุบัน: เธอพยายาม “เป็นมนุษย์ปกติ” อยู่กับแกะดำ
เมโลดี้ สกาเล็ต เคยเป็นเด็กที่เติบโตในโลกมืดของน็อกเทีย และถูกสร้างให้กลายเป็น “อาวุธ” เธอเรียนรู้เรื่องพิษ การฆ่า และการเอาชีวิตรอดตั้งแต่อายุน้อย จนกลายเป็นมือสังหารระดับสูงที่แม้แต่โลกใต้ดินยังหวาดกลัว ต่อมา พลัส ไกรเซอร์ ดึงตัวเธอเข้ามาใช้งานให้วอร์เกน และสุดท้ายฝากเธอไว้กับ อเล็ก ในหน่วยแกะดำ แม้ภายนอกเธอจะดูเพี้ยนและอันตราย แต่จริง ๆ แล้วเธอเป็นคนที่ “พัง” มานานมากแล้ว หลังได้พบกรกรรณ ชีวิตของเธอเริ่มเปลี่ยนไป
หมีดำ ชื่อเต็ม: ดรากอส เวลครอน รหัสทีม: แกะดำ 01 ชายร่างยักษ์ สูงประมาณ 230 ซม. ตัวใหญ่มหาศาลเหมือนหมี กล้ามเนื้อหนาแน่นผิดมนุษย์ ผิวเข้ม มีรอยแผลจำนวนมากทั่วร่าง มือใหญ่จนกำโทรศัพท์แตกได้โดยไม่ตั้งใจ
ความสามารถ พละกำลังระดับสัตว์ประหลาด สายป้องกันสมบูรณ์แบบ
ประวัติโดยย่อ ดรากอส เวลครอน เคยเป็นผู้นำกองกำลังรบขนาดใหญ่ และเป็นนักสู้ระดับแนวหน้าที่โด่งดังจากความโหดและความอึดผิดมนุษย์ ในอดีตเขาถูกมองว่า “อันตรายเกินกว่าจะปล่อยไว้” แต่ตอนนี้เขาคือ:“พี่ใหญ่ของบ้าน”
เอลินเซีย วินเทรส ชื่อเล่น: น้ำแข็ง ฉายา: เจ้าหญิงน้ำแข็ง หญิงสาวอายุประมาณ 22–23 ปี
ความสามารถ️ พลังน้ำแข็ง
เอลินเซีย วินเทรส คือบุตรสาวของ วินเซนต์ วินเทรส รัฐมนตรีผู้ทรงอำนาจแห่งวอร์เกน เธอเติบโตมาอย่างสมบูรณ์แบบ: มีชื่อเสียง มีพรสวรรค์ มีคู่หมั้นที่รักกันและมีพี่ชายที่เธอเคารพมาก ต่อมาพี่ชาย “คาริน” และคู่หมั้น “อาเธียน” ถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจลับในออร์เดเรีย และถูก “จำหน่ายออกจากระบบ” ซึ่งแทบหมายถึงความตาย
ในช่วงเวลาเดียวกัน น้ำแข็งกำลังแฝงตัวอยู่ที่อัลเทรัสในฐานะสายข่าวและที่นั่นเอง เธอเริ่มสนใจ “กรกรรณ” แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นความหมกมุ่นเงียบ ๆ หลังสูญเสียทุกอย่าง เธอบังเอิญพบกรที่สนามบินก่อนกลับวอร์เกน และความใจดีธรรมดาของเขากลายเป็นสิ่งที่ช่วยพยุงหัวใจเธอไว้ หลังจากนั้นเธอเฝ้าติดตามชีวิตของกรเกือบหนึ่งปีจนกระทั่งวันที่อัลเทรัสล่มสลาย และเธอรู้ว่าเขากำลังจะตายที่ชายแดนทันทีที่วอร์เกนอนุมัติช่วยผู้ลี้ภัยน้ำแข็งจึงบุกเข้าไปช่วยเขาด้วยตัวเอง พร้อมพูดคำเดียวว่า: “ของฉัน…”
กลุ่มชุดขาวกรานเวล
นิโคล วิเรล (Nicole Virel) ความสามารถ️ ต่อสู้ระยะประชิด + กระบองทอง
ไคลน์ อาร์เดล (Klein Ardel) ความสามารถ️ แรงโน้มถ่วง
เรน วัลคีร์ (Rain Valkyr) ความสามารถ️ ใบมีดลม
มังกรดำ
ชิน อาซ่ากอน (Shin Azargon) มังกรดำ 01 ความสามารถ️ สายฟ้า ปลุกพลัง
วิสเปอร์ (White Mask - Whisper) ความสามารถ️ คลื่นแส้ คลื่นโจมตี
ไรโอ — มังกรดำ 02 ความสามารถ️ หมัดเพลิง หมัดมวย
เนล — มังกรดำ 03 ความสามารถ️ เทเลพอร์ต ระบบเครื่องหมาย (Mark) คลังระเบิด
Velvet Fang ทีมตัวแทนของ Velvet Group
คาสเซียน โรว์ ภาพลงตา / บรัสกา ดอร์น ปืนใหญ่แห่ง Velvet Cage / ลิเวีย เซนน์ ความเร็วและมีดสั้น
“ไป!!!! เร็ว เร็วอีก” นิโคลเร่งให้เรนขับรถเข้าเมืองด้วยความตื่นเต้น
“ทีมแกะดำลงสนาม 1 ทุ่มวันนี้ที่เวลเวทเคจ ครูฝึกอเล็กบ้าไปแล้ว ทำไงถึงออกมาแบบนี้ได้เขาพยายามหาผู้สนับสนุนงั้นหรือ!!!” ไคลน์ พูดขึ้นอย่างตกใจ
“น้ำแข็ง!! ได้ยินไหม? ทีมแกะดำจะลงสมัคร Fight Dot World Fight เพื่อให้ได้ไปเมืองหลวง” นิโคลพูดกับน้ำแข็งผ่านโทรศัพท์ “พวกแกะดำหวังจะเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายให้ได้ฟังดูบ้าใช่ไหม ความคิดของเรนเลยนะ”
“อย่ามาโยนฉันนะ ฉันแค่เสนอแล้วไม่คิดว่าจะไปหาสปอนเซอร์ที่ เวลเวทเคจ แบบนั้น!!!” เรนหมุนพวงมาลัยเลี้ยวสุดตัว
“จริงหรือ” น้ำแข็งนิ่งเงียบไป “พวกเธอไปเสนออะไรบ้าๆ ให้คนบ้านะสิ....แต่” น้ำแข็งพูดในสาย “ขอบคุณนะ”
“ยังไงก็ตาม ไปดูการแข่งครั้งนี้ก่อนเถอะ ฉันอยากเห็นจริงๆ ว่าพวกเขาจะเป็นยังไง” นิโคลพูดขึ้น
“เฮอะ เงินสะพัดแน่งานนี้เรนแทงข้างไหนดี” ไคลน์พูดขำๆ
“แน่นอนอยู่แล้วต้องเป็นแกะดำ All in” เรนยิ้ม
อเล็กและทีมแกะดำอยู่ในห้องเตรียมตัวของ Velvet Cage พวกเขาเปลี่ยนเป็นชุดที่ทางสถานที่เตรียมไว้ให้ เป็นชุดกีฬาเนื้อบางสีเทาเรียบ ๆ ไม่มีตราทีม ไม่มีสัญลักษณ์ ไม่มีลวดลายพิเศษอะไรทั้งนั้น มันเป็นชุดพื้น ๆ ที่มีขายทั่วไปตามร้านกีฬาเหมือนกำลังบอกว่า—ทีมแกะดำยังไม่มีตัวตนในโลกของ Fight Dot ยังไม่มีสีของตัวเอง ยังไม่มีใครคาดหวังอะไรจากพวกเขา กรกรรณก้มมองเสื้อสีเทาบนตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนค่อย ๆ กำมือแน่น
อีกด้านหนึ่ง หมีดำขยับหัวไหล่ไปมาเหมือนกำลังลองความยืดหยุ่นของชุด ส่วนหนูแดงนั่งอยู่บนม้านั่ง ใช้เท้าแกว่งไปมาอย่างเบื่อหน่าย แต่ดวงตาสีแดงของเธอกลับจ้องไปที่ประตูทางออกไม่กะพริบ
อเล็กยืนอยู่ตรงหน้าทั้งสามคน เขาเงียบอยู่นานกว่าปกติก่อนจะยื่นมือไปจับไหล่กรกรรณเบา ๆ
“ฉันรู้ว่าพวกนายเก่ง” น้ำเสียงของเขาไม่ดังนักแต่ห้องทั้งห้องกลับเงียบลงทันที
“แต่ทุกคนต่างก็มีข้อบกพร่องของตัวเอง หมีดำมีข้อจำกัด หนูแดงมีข้อจำกัด นายเองก็ยังไม่ชินกับสนามแบบนี้” อเล็กกวาดตามองพวกเขาทีละคน
“การเอาคนที่ไม่สมบูรณ์สามคนมาประกอบกัน แล้วหวังให้มันกลายเป็นทีมที่ลงตัว…มันเป็นเรื่องที่คาดเดาไม่ได้เลย”
กรกรรณเงยหน้ามองเขา
อเล็กหัวเราะแห้ง ๆ
“ยิ่งพวกนายยังไม่เคยซ้อมด้วยกันจริง ๆ สักครั้งด้วยซ้ำ”
หนูแดงพองแก้มเล็กน้อย
“พูดปลุกใจก่อนแข่งหรือพูดฝังศพกันแน่เนี่ย”
หมีดำพยักหน้าช้า ๆ
“อืม ฟังแล้วเหมือนเรากำลังไปโดยยำเละ ฮะฮะ”
อเล็กยิ้มบาง ๆ
“ก็ประมาณนั้นแหละ”
กรกรรณหลุดหัวเราะเบา ๆ ทั้งที่หัวใจยังเต้นแรง
อเล็กถอนหายใจ ก่อนมองพวกเขาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย
“แต่ฉันเชื่อ” คำสั้น ๆ นั้นทำให้ทุกคนเงียบลง
“เชื่อว่าพวกนายทำได้” เขาบีบไหล่กรกรรณเบา ๆ
“เพราะพวกนายคือแกะดำ ทีมที่ฉันเลือกจะเชื่อว่า…”
อเล็กหยุดไปครู่หนึ่ง เหมือนกำลังกลืนอะไรบางอย่างลงไป
“ฉันยังทำสิ่งที่ถูกอยู่”
ห้องเงียบไปชั่วขณะ ไม่ใช่ความเงียบที่หนักอึ้งแต่เป็นความเงียบที่ทุกคนได้ยินบางอย่างอยู่ข้างในคำพูดนั้น คำขอโทษ ความกลัวและความหวังที่อเล็กไม่เคยพูดออกมาตรง ๆ
หมีดำเป็นคนแรกที่ทำลายความเงียบนั้น
“ลูกพี่ นี่ไม่ใช่วันโลกแตกนะ”
อเล็กหันไปมองเขา
หมีดำยิ้มกว้าง
“อย่างมากเราก็แค่แพ้ แล้วหนีไปอยู่ป่า อยู่เขา สนุกกว่าอยู่ในเมืองอีก”
หนูแดงหัวเราะทันที
“ใช่ ๆ อย่างมากก็แยกย้าย” เธอกระโดดลงจากม้านั่ง แล้วพุ่งไปเกาะขากรกรรณหมับ
“แต่ฉันจะไปกับกร ฮ่าฮ่าฮ่า!”
“ก็..พอรับได้!” กรกรรณเกือบเสียหลัก
หมีดำหัวเราะเบา ๆ ส่วนอเล็กได้แต่มองภาพตรงหน้าอย่างอ่อนใจ แต่รอยยิ้มของเขากลับดูสบายขึ้นเล็กน้อย
กรกรรณก้มมองหนูแดงที่ยังเกาะขาเขาอยู่ ก่อนเงยหน้าขึ้นหาอเล็ก
“ผมรู้นะครับว่าครูฝึกคิดอะไรอยู่”
อเล็กนิ่งไป
กรกรรณพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“อย่ายอมแพ้นะครับ”
คำพูดนั้นทำให้รอยยิ้มของอเล็กชะงัก
“ถึงพวกเราจะแพ้…”
กรกรรณกำมือแน่น
“ผมก็มาไกลได้ขนาดนี้ เพราะครูฝึก”
หนูแดงเงยหน้าขึ้นมองกร
หมีดำเองก็เงียบลง
อเล็กมองเด็กหนุ่มตรงหน้าอยู่นานจากนั้นเขาก็ยิ้ม ยิ้มแบบที่ไม่ใช่การกลบเกลื่อนและไม่ใช่การหนี แต่เขาไม่ได้ตอบอะไร อเล็กเพียงตบไหล่กรกรรณอีกครั้ง
“นายพร้อมแล้ว กร”
เขาหันไปมองหมีดำกับหนูแดง
“พวกเธอก็ด้วย”
จากนั้น อเล็กก็หันหลังเดินไปที่ประตู ครั้งแรกในชีวิต กรกรรณรู้สึกว่าแผ่นหลังของครูฝึกคนนี้ดูต่างจากทุกครั้ง ไม่ใช่หลังค่อมของชายที่ถูกโลกกดทับ ไม่ใช่หลังของคนที่เหมือนพร้อมจะหนีทุกสถานการณ์ แต่เป็นแผ่นหลังที่ตั้งตรง มั่นคง และกำลังนำพวกเขาออกไป แผ่นหลังที่แบกอะไรไว้มากมายเหลือเกิน แต่ในตอนนี้—กรกรรณเพิ่งมองเห็นว่า มันก็เป็นแผ่นหลังที่คอยบังลมให้พวกเขามาตลอด
หมีดำเดินตามออกไปเป็นคนแรก หนูแดงยอมปล่อยขากร แล้วเดินตามด้วยท่าทางกระโดดเหยง ๆ กรกรรณยืนอยู่ตรงนั้นอีกครู่หนึ่งก่อนสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วก้าวออกจากห้องเป็นคนสุดท้าย
มุ่งหน้าไปยังประตูเข้าสนาม Fight Dot เป็นครั้งแรกในชีวิต ประตูเหล็กบานใหญ่เปิดออกแสงสีขาวจากสปอตไลต์สาดเข้ามาทันที
เสียงผู้ชมดังถาโถมลงมาราวคลื่นยักษ์ สนามบนดาดฟ้าของ Velvet Cage กว้างกว่าที่กรคิดไว้มาก พื้นสนามถูกสร้างขึ้นเหนืออาคารขนาดใหญ่ มีกระจกนิรภัยล้อมรอบ เหนือขึ้นไปคือท้องฟ้ายามค่ำคืนของกรานเวลที่เต็มไปด้วยแสงไฟเมือง รอบสนามมีอัฒจันทร์ชั่วคราวล้อมไว้ทุกด้าน ผู้ชมนับพันคนส่งเสียงเชียร์ เสียงหัวเราะ เสียงเดิมพัน และเสียงตะโกนปนกันจนแทบแยกไม่ออก
จอโฮโลแกรมขนาดใหญ่ลอยอยู่เหนือสนามด้านหนึ่งแสดงชื่อทีม—Velvet Fang อีกด้านหนึ่งขึ้นชื่อทีมสีเทาจืด ๆ Black Sheep
ทันใดนั้น เสียงผู้บรรยายก็ดังขึ้นทั่วสนาม
“สวัสดีครับ คุณมิล่า! วันนี้เรามีแมตช์พิเศษแบบไม่ทันตั้งตัวกันด้วยครับ!”
เสียงของเวลรา สดใส สนุก และเต็มไปด้วยจังหวะของคนที่เกิดมาเพื่อปลุกสนาม
“ทีมจากค่ายทหารแตกแถว—ทีมแกะดำครับ! ผมพูดตามที่ได้ยินมานะครับ อย่าโกรธกันล่ะ ฮ่าฮ่า!”
เสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วสนามทันที
กรกรรณก้มหน้าลงเล็กน้อย
หนูแดงหรี่ตา
“ฉันจะยิงพิษใส่มัน!!!”
“อย่านะ” กรตอบทันที
“เอาให้คอบวมพูดไม่ได้ไป 3 วันเลย ฉันจะแอบมาวันหลัง”
“ไม่ได้นะ วันไหนก็ไม่ได้”
อีกเสียงหนึ่งดังต่อขึ้นมา เป็นเสียงผู้หญิงที่คม ชัด และมีรอยยิ้มอยู่ในคำพูด
“สวัสดีค่ะ เวลรา วันนี้เรากำลังเจอกับอะไรคะเนี่ย!” มิล่า โนเวน หัวเราะเบา ๆ
“Velvet Fang เจอกับแกะดำ…คุณพระ นี่เป็นการจับคู่ที่แทบไม่มีข้อมูลฝั่งหนึ่งเลยนะคะ”
จอด้านบนเปลี่ยนเป็นภาพผู้เล่นของทีม Velvet Fang
“สำหรับ Velvet Fang ทุกคนคงรู้จักกันดีอยู่แล้ว พวกเขาคือทีมระดับเขตของเรา และเป็นเบอร์หนึ่งของ Velvet Cage ในตอนนี้ ทีมนี้อาจไม่ใช่ทีมระดับโลก แต่ในสนามใต้ดินของกรานเวล ไม่มีใครอยากเจอพวกเขาในรอบแรกแน่นอนค่ะ”
ภาพของคาสเซียน โรว์, บรัสกา ดอร์น และลิเวีย เซนน์ ปรากฏขึ้นทีละคน ท่ามกลางเสียงเชียร์ของผู้ชม มิล่าเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจอจะตัดมาที่ทีมแกะดำ หมีดำในชุดสีเทา หนูแดงตัวเล็กผมขาว และกรกรรณที่ดูเกร็งอย่างเห็นได้ชัด
“ส่วนแกะดำ…” มิล่าเงียบไปครู่หนึ่ง
“เหมือนไม่เคยมีประวัติการแข่งขัน Fight Dot อย่างเป็นทางการเลยค่ะ”
เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง บางคนถึงกับผิวปากล้อ
“นั่นสิครับ!” เวลรารับช่วงต่อทันที “เรียกว่าท้าชิงข้ามรุ่นแบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมกันเลยทีเดียว แล้ววันนี้จะแข่งด้วยกติกาแบบไหนครับ คุณมิล่า”
“วันนี้ใช้กติกามาตรฐานค่ะ” มิล่าตอบอย่างมืออาชีพ “แข่งหนึ่งรอบสามสิบนาที พักห้านาที แข่งครบสี่รอบ ทีมที่ทำคะแนนได้มากกว่าจะเป็นฝ่ายชนะ”
จอด้านบนแสดงภาพดอตทั้งสามจุดของแต่ละทีม
“แต่หากทีมใดสามารถทำลายดอตของฝ่ายตรงข้ามได้ครบสามจุดก่อนภายในรอบนั้น จะชนะทันทีโดยไม่ต้องรอหมดเวลา”
เวลราทำเสียงตื่นเต้นเกินจริง
“โอ้โห! งั้นผมว่าครั้งนี้อาจทำให้ทุกคนผิดหวังแล้วล่ะครับ”
“ทำไมคะ เวลรา”
“เพราะมันอาจจบก่อนหมดรอบแรกน่ะสิครับ!”
เสียงหัวเราะระเบิดขึ้นทั่วสนาม
“ฮ่าฮ่าฮ่า!”
เสียงนั้นดังมาก ดังจนเหมือนทั้งสนามไม่ได้มาดูการแข่งขันแต่มาดูทีมแกะดำถูกเล่นงาน
กรกรรณยืนนิ่งอยู่กลางแสงไฟ มือของเขาเย็นเฉียบ หัวใจเต้นแรง ทุกอย่างใหญ่เกินไป เสียงดังเกินไป สายตามากเกินไปและสนามตรงหน้าก็กว้างเกินกว่าที่เขาเคยจินตนาการไว้
แต่ทันใดนั้น มือใหญ่ของหมีดำก็วางลงบนไหล่เขาเบา ๆ
“ไม่ต้องฟังมาก”
กรหันไปมอง
หมีดำยังคงมองสนามด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“อยู่กับตัวเอง มองสิ่งที่อยู่ตรงหน้า”
อีกด้านหนึ่ง หนูแดงกระโดดมายืนข้างกร แล้วฉีกยิ้ม
“ไอ้พวกนี้มันสะใจที่เราจะโดนขยี้อะดิ เชอะ”
อเล็กยืนอยู่นอกเส้นสนาม มองทั้งสามคนจากด้านหลัง เขาไม่ได้พูดอะไรอีกเพียงยกมือขึ้นเล็กน้อย เหมือนส่งพวกเขาออกไป กรกรรณสูดลมหายใจเข้าลึกจากนั้นก้าวเท้าเข้าสู่สนาม ใต้แสงสปอตไลต์ท่ามกลางเสียงหัวเราะของคนนับพัน
ทีมแกะดำยืนประจันหน้ากับ Velvet Fang และแมตช์แรกของพวกเขา—กำลังจะเริ่มขึ้น.
อเล็กเดินไปนั่งลงตรงที่นั่งข้างสนาม เสียงผู้ชมยังคงดังอยู่รอบตัว สนาม Fight Dot บนดาดฟ้าสว่างจ้าด้วยแสงสปอตไลต์ จอโฮโลแกรมแสดงชื่อทีมทั้งสองฝั่ง ขณะที่กรรมการและเจ้าหน้าที่สนามกำลังตรวจสอบระบบดอตเป็นครั้งสุดท้าย
อเล็กถอนหายใจยาว แล้วเอนหลังพิงเก้าอี้
“เอาล่ะ…” เขามองทีมแกะดำทั้งสามคนที่กำลังเดินลงสนาม “อย่างน้อยก็ขอให้ไม่มีใครตายละกัน”
ทันใดนั้น โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น อเล็กก้มมองหน้าจอด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“ใครโทรมาเนี่ย…ปกติมีแต่พวกขายประกันกับขอบริจาคแท้ ๆ” เขากดรับสาย
“สวัสดีครับ…”
แล้วสีหน้าของเขาก็แข็งค้างทันที
“หนูน้ำแข็ง?!”
อเล็กสะดุ้งจนเกือบลุกจากเก้าอี้
“เดี๋ยว ๆ รู้ได้ไงว่าเราอยู่ที่นี่…อ้อ นิโคลบอกเธองั้นเหรอ?” เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ฟังปลายสายพูด
“พวกเขาก็มาดูด้วย? เข้าใจแล้ว…” น้ำเสียงของเขาค่อย ๆ จริงจังขึ้น
อเล็กหันไปมองสนามอีกครั้ง สายตาไปหยุดที่กรกรรณซึ่งกำลังยืนอยู่บริเวณเส้นแบ่งกลางสนาม
ปลายสายพูดอะไรบางอย่าง อเล็กนิ่งไปก่อนตอบเบา ๆ
“ได้”
เขาหลับตาลงครู่หนึ่ง
“ยังไม่ให้บอกใคร?”
จากนั้นก็ยิ้มแห้ง ๆ
“ได้...ถ้ามันชนะรอบนี้ก่อนนะ”
พูดจบ อเล็กก็กดวางสาย
เขาถือโทรศัพท์ค้างไว้ในมืออีกครู่หนึ่ง ก่อนเก็บมันเข้ากระเป๋า แล้วมองไปยังทีมของตัวเอง
หมีดำ
หนูแดง
กรกรรณ
ทั้งสามคนยืนอยู่ใต้แสงไฟกลางสนาม
ทีมที่เขาเลือก ทีมที่เขาไม่รู้เลยว่าจะพาไปถึงไหน
อเล็กถอนหายใจอีกครั้ง
“ขออย่างเดียว…” เขาพึมพำเบา ๆ
“หมีดำกับหนูแดงอย่าเผลอฆ่าใครก็พอ”
ในสนาม หมีดำเดินไปยังตำแหน่งป้องกันของทีมแกะดำ ตรงหน้าเขาคือดอต มันไม่ใช่เสา ไม่ใช่แท่น และไม่มีอะไรค้ำไว้เลย เป็นเพียงลูกไฟทรงกลมสีฟ้าที่ลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ ส่องแสงอ่อน ๆ ราวกับแกนพลังงานขนาดเล็ก
หมีดำก้มมองมันด้วยความสนใจ
“โว้ว…”
เขาเอามือโบกผ่านลูกไฟนั้นไปมา มือของเขาทะลุผ่านมันโดยไม่มีแรงต้านใด ๆ
“มันเหมือนภาพลวงตาจริง ๆ ด้วย” เขาโบกมืออีกครั้ง
“โฮโลแกรมสินะ”
อเล็กที่นั่งอยู่ข้างสนามเห็นแล้วเอามือกุมหน้าผากทันที
“อย่าเล่นกับดอตสิวะ…”
อีกด้านหนึ่ง หนูแดงยืนอยู่ข้างกรกรรณบริเวณเส้นแบ่งกลางสนาม เธอกระโดดอยู่กับที่เหมือนเด็กที่กำลังเตรียมวิ่งแข่ง ผมสีขาวยาวสยายไหวตามจังหวะการขยับตัว
“แย่งลูกบอล แล้วปาใส่จุดพวกนั้นสินะ” หนูแดงทวนกติกากับกรกรรณ
กรพยักหน้า
“ใช่ครับ ทำลายดอตของอีกฝ่ายให้ครบสามจุดก่อน”
“แค่นั้น?”
“แค่นั้นครับ”
หนูแดงยิ้มกว้าง
“ง่ายดีนี่”
กรหันไปมองเธอทันที
“แต่ห้ามใช้พิษแรง ๆ นะครับ”
รอยยิ้มของหนูแดงหายไปครึ่งหนึ่ง
“หา?”
“ถ้าใช้พิษผิดพลาด เธออาจฆ่าพวกเขาได้”
“ไม่ให้ใช้พิษ แล้วจะให้ใช้น้ำหวานหรือไง”
เธอกอดอก ทำแก้มป่องอย่างไม่พอใจ
กรยังไม่ทันตอบ เสียงฝีเท้าของฝ่ายตรงข้ามก็ดังขึ้นจากอีกด้านของสนาม
สามผู้เล่นของ Velvet Fang เดินลงมายืนตรงกลางสนามอย่างมั่นใจ
คาสเซียน โรว์ กัปตันทีมผู้มีรอยยิ้มสุภาพและดวงตาที่อ่านไม่ง่าย
บรัสกา ดอร์น ร่างใหญ่หนา กล้ามเนื้อแน่นเหมือนนักสู้ใต้ดิน ตัวทำดาเมจหลักของทีม
และลิเวีย เซนน์ หญิงสาวร่างเพรียวที่เดินด้วยท่าทางเบาเหมือนเงา รอยยิ้มของเธอเต็มไปด้วยความขี้เล่นและเย้ยหยัน
ลิเวียเหลือบมองทีมแกะดำ ก่อนหัวเราะเบา ๆ
“อ้าว?” เธอเอียงคอ “สองต่อสามหรือจ๊ะ”
หนูแดงหรี่ตาทันที
กรขยับมือเล็กน้อยเหมือนจะห้ามเธอไว้
ลิเวียชี้ไปทางหมีดำที่ยังยืนอยู่ใกล้ดอตฝั่งตัวเอง
“คนนั้นเขาเล่นด้วย หรือเป็นแค่เสาประดับ?”
เสียงหัวเราะดังขึ้นจากผู้ชมแถวหน้า
คาสเซียนยิ้มบาง ๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“อย่าประมาทสิ ลิเวีย”
เขาหันมามองกรกรรณ
“แกะดำ 03 ใช่ไหม? ได้ยินชื่อมาบ้างเหมือนกัน” กรสบตาเขา คาสเซียนยังคงยิ้ม
“เห็นว่าเก่งใช่ย่อย ระวังไว้หน่อยก็ดี”
แต่น้ำเสียงของเขาไม่มีความระวังอยู่เลยแม้แต่น้อย เหมือนเป็นเพียงคำพูดตามมารยาท
บรัสกาเดินเข้ามาใกล้หนูแดง ร่างใหญ่ของเขายืนค้ำเหนือเธออย่างตั้งใจ เงาของเขาทาบลงบนร่างเล็กผมขาวแทบทั้งตัว
“แล้วจะเป็นไงนะ…” เขาก้มมองเธอด้วยรอยยิ้มดุ ๆ
“ถ้ายัยตัวเล็กนี่โดนยิงอัดเต็มแรง”
หนูแดงเงียบ เธอไม่ได้หัวเราะ ไม่ได้สวน ไม่ได้ขู่
กรกรรณเองก็เงียบลงเช่นกัน เพราะเขารู้สึกได้ คนพวกนี้เก่ง เพียงแค่ยืนอยู่ตรงหน้า กรก็ประเมินได้แล้วว่าพวกเขาไม่ใช่นักเลงใต้ดินธรรมดา น้ำหนักเท้า ระยะห่าง จังหวะหายใจ ตำแหน่งมือ วิธีที่ทั้งสามยืนโดยไม่บังเส้นทางกันเองทุกอย่างบอกชัดว่า Velvet Fang ผ่านสนามจริงมานับไม่ถ้วน
กรเริ่มใช้สายตาของตัวเองโดยไม่รู้ตัว พลังในร่างค่อย ๆ ตื่นขึ้น เส้นแสงบาง ๆ ปรากฏในมุมมองของเขา แรงกดดันของผู้เล่นทั้งสามคนตรงหน้า
“พวกเขาเก่ง…” กรคิดในใจ “ไม่น้อยไปกว่าพวกบลูเฟรมเลย”
ไม่แปลกเลยที่ทีมนี้จะเป็นเบอร์หนึ่งของ Velvet Cage
ไม่แปลกเลยที่โอโนกล้าใช้พวกเขาเป็นบททดสอบ
นี่ไม่ใช่ทีมที่พึ่งพาพลังอย่างเดียวแต่เป็นทีมที่ “เล่น Fight Dot เป็น”
กรรู้สึกได้ถึงความกังวลที่แล่นขึ้นมาตามสันหลัง แต่เขาไม่มีเวลาจมอยู่กับมันเพราะเสียงกรรมการดังขึ้นแล้ว
“เตรียมเลือกฝ่ายเริ่มเกม!”
กรรมการเดินเข้ามากลางสนาม พร้อมเหรียญโลหะสีเงินในมือ คาสเซียนยกมือขึ้นอย่างสบาย ๆ
“หัว”
เหรียญถูกดีดขึ้นไปกลางอากาศมันหมุนวูบวาบใต้แสงสปอตไลต์ ทั้งสนามเงียบลงชั่วขณะ เหรียญตกลงบนหลังมือของกรรมการและเขาเปิดผลออกมา
“หัว!”
เสียงเชียร์ฝั่ง Velvet Fang ดังขึ้นทันที กรรมการประกาศเสียงชัด
“Velvet Fang ได้สิทธิ์เริ่มเกม!”
ลูกบอลดอตถูกส่งไปยังมือของคาสเซียน
มันเป็นลูกบอลสีดำมันเงา ขอบมีเส้นแสงสีฟ้าวิ่งวนอยู่รอบผิวราวกับระบบพลังงานภายในกำลังตื่นตัว
คาสเซียนหมุนลูกบอลในมือหนึ่งรอบก่อนเงยหน้ามองกรกรรณ รอยยิ้มของเขายังคงสุภาพเหมือนเดิม
“ขอดูหน่อยนะ”
เขาพูดเบา ๆ
“ว่าแกะดำที่ท่านโอโนสนใจ จะเล่นได้สักกี่นาที”
กรกรรณกำมือแน่น
หนูแดงย่อตัวลงเล็กน้อย เตรียมพุ่ง
ไกลออกไป หมีดำยังยืนอยู่หน้าดอตฝั่งตัวเอง แล้วหันมาถามเสียงดังแบบจริงจัง
“เริ่มแล้วต้องทำอะไรนะ?”
กรกรรณเกือบเสียจังหวะหายใจ
“พี่หมีดำ! ป้องกันดอตครับ!”
“อ๋อ” หมีดำพยักหน้า “ดอตคือไอ้ไฟฟ้านี่ใช่ไหม”
“ใช่ครับ!”
เสียงหัวเราะดังขึ้นจากผู้ชมอีกครั้งบนที่นั่งข้างสนาม อเล็กก้มหน้าลงอย่างหมดแรง
“จบกัน…”
เสียงนับถอยหลังดังขึ้นเหนือสนาม
สาม
คาสเซียนจับลูกบอลแน่นขึ้น
สอง
บรัสกาย่อตัวเตรียมพุ่ง
หนึ่ง
ลิเวียยิ้มกว้าง แล้วหายใจออกเบา ๆ
เริ่มเกม!
เสียงสัญญาณดังลั่นและแมตช์แรกของทีมแกะดำก็เริ่มขึ้น
ทันทีที่เสียงนกหวีดเริ่มเกมดังขึ้น คาสเซียนไม่ได้พุ่งเข้าหาแกะดำ เขาพุ่งถอยหลังเร็วและนิ่งราวกับรู้ตำแหน่งทุกอย่างในสนามล่วงหน้าอยู่แล้ว ในเวลาเดียวกัน บรัสกาและลิเวียก็พุ่งตัดเข้ามาขวางสายตาของกรกรรณกับหนูแดงทันที
ร่างใหญ่ของบรัสกาบดบังมุมมองตรงหน้า ส่วนลิเวียเคลื่อนไหวเร็วเหมือนเงาที่ลื่นไถลไปตามพื้นสนาม
“หาลูกบอลอยู่หรือจ๊ะ?”
ลิเวียหัวเราะเบา ๆ ก่อนวิ่งอ้อมหนูแดงไป
“เดี๋ยว!” หนูแดงตวัดเส้นผมพุ่งออกไปทันที
“มาสู้กันดิ!”
แต่ลิเวียไม่หยุด เธอไม่แม้แต่จะหันกลับมา ร่างเพรียวพุ่งตรงไปยังฝั่งของแกะดำ ราวกับเป้าหมายของเธอคือหมีดำที่ยืนเฝ้าดอตอยู่ด้านหลัง
หนูแดงพยายามวิ่งตาม แต่จังหวะของลิเวียเร็วกว่า และสำคัญกว่านั้น—เธอไม่ได้วิ่งเพื่อล่อหนูแดง “ทำให้ตาม”
“หนูแดง!” กรตะโกนเรียก
“ตามลูกบอลก่อน!”
หนูแดงชะงัก กรรีบหันกลับไปมองหาคาสเซียนแต่ในวินาทีนั้นเอง เขากลับต้องนิ่งค้างเพราะคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา—คือลิเวีย
กรเบิกตากว้าง
“ลิเวีย…?”
เขาหันกลับไปอีกทาง ลิเวียอีกคนกำลังวิ่งไปทางดอตของแกะดำ
สองคน ลิเวียมีสองคน
ทั้งกรกรรณและหนูแดงนิ่งไปพร้อมกัน ความสับสนแล่นผ่านสนามของแกะดำในพริบตา
“หา?”
หนูแดงขมวดคิ้ว
“ทำไมมียัยนี่สองตัว?”
คนดูบนอัฒจันทร์หัวเราะลั่นทันทีเพราะพวกเขารู้ แฟน Fight Dot ของ Velvet Cage รู้กันดีอยู่แล้วว่า คาสเซียน โรว์ ไม่ใช่แค่ Playmaker ธรรมดา
เขาเป็นผู้เล่นที่ใช้ภาพลวงตาได้และจุดเด่นของเขาไม่ใช่การสร้างภาพหลอนใหญ่โต แต่คือการใช้ภาพลวงตาขนาดเล็ก ผสมกับตำแหน่งจริงของเพื่อนร่วมทีม เพื่อหลอก ที่สำคัญที่สุดในเกม
จังหวะนั้น—พอจะทำให้ทีมใหม่เสียแต้มได้ทั้งแต้ม
ขณะที่แกะดำกำลังงง ตัวจริงของคาสเซียนก็วิ่งทะลุช่องไปแล้วเขาไม่ได้อยู่ตรงหน้ากร ไม่ได้ถอยหนีไปด้านหลังอย่างที่เห็นเมื่อครู่และไม่ได้เป็นลิเวียคนที่ยืนขวางอยู่
แต่คาสเซียนตัวจริงกำลังวิ่งเข้าหาดอตของทีมแกะดำ พร้อมลูกบอลในมือ
หมีดำยืนมองลิเวียที่วิ่งเข้ามาหาเขาด้วยสีหน้างุนงง
“อ้าว…” เขามองซ้ายมองขวา “แล้วลูกบอลอยู่ไหน?”
ลิเวียยิ้มให้เขาอย่างซุกซน
“เดาดูสิ”
วินาทีถัดมา ร่างของ “ลิเวีย” ตรงหน้าหมีดำบิดเบี้ยวเหมือนม่านควันที่ถูกลมพัดภาพลวงตาสลายไป คนที่ยืนอยู่ตรงนั้น—คือคาสเซียนลูกบอลสีดำในมือของเขาเรืองแสงสีฟ้าเข้ม
หมีดำกะพริบตา
“อ้าว…”
คาสเซียนยกมุมปากขึ้น
“ขอบคุณที่เปิดทางครับ”
เขาขยับมือเพียงครั้งเดียว
ลูกบอลกระแทกเข้ากับดอตสีฟ้าของทีมแกะดำอย่างง่ายดาย
ปัง!
ดอตระเบิดเป็นละอองแสงแตกกระจายกลางอากาศ สกอร์บอร์ดเหนือสนามเปลี่ยนทันที
Velvet Fang 1 — Black Sheep 0
เวลาแข่ง: 1 นาที 45 วินาที
เสียงโห่ร้องของผู้ชมระเบิดก้องไปทั่วดาดฟ้า Velvet Cage
“ไปแล้วครับ! หนึ่งแต้มแรกของ Velvet Fang ใช้เวลาไม่ถึงสองนาที!”
เสียงของเวลราดังลั่นผ่านลำโพง ราวกับกำลังสนุกสุดชีวิต
“แบบนี้ยับแน่ครับแกะดำ! เปิดเกมมาก็โดนสอนมารยาทในสนามทันที!”
มิล่าหัวเราะอย่างตื่นเต้น
“โอ๊ย ดูเหมือนแกะดำไม่ได้ทำการบ้านมาเลยนะคะ! คาสเซียนไม่ได้เป็นแค่ตัวส่งบอลธรรมดา เขาใช้ภาพลวงตากับตำแหน่งเพื่อนร่วมทีมได้เนียนมากค่ะ”
เธอเว้นจังหวะ ก่อนพูดแทงลงไปอีก
“พูดตรง ๆ ตอนนี้แกะดำดูเหมือนลูกไก่ในฟาร์มที่เพิ่งเห็นหมาจิ้งจอกครั้งแรกเลยค่ะ”
เวลราหลุดหัวเราะ
“ลูกไก่ในฟาร์มเหรอครับ? คุณจะเปรียบเทียบแบบนั้นจริง ๆ เหรอมิล่า ฮ่าฮ่าฮ่า! ผมนึกถึงลูกไก่ในกำมือมากกว่านะครับ!”
เสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วสนามอีกครั้ง
บนห้อง VIP โอโนนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังสีดำ เขามองภาพในสนามผ่านกระจกนิรภัย ก่อนหัวเราะในลำคออย่างพอใจ
“หึ ๆ…”
เขาไม่ได้แปลกใจเลยเพราะนี่แหละคือ Fight Dot ไม่ใช่เกมของคนที่แรงที่สุด แต่เป็นเกมของคนที่เข้าใจกติกามากกว่า
ทุกคนหัวเราะ แต่ทีมแกะดำไม่ตลกด้วยเลยแม้แต่นิดเดียว
กรกรรณยืนมองดอตที่หายไปด้วยสีหน้ามึนงง
“เสียไปแล้ว…” เขากำมือแน่น “หนึ่งแต้ม…”
ความคิดในหัวของเขาหมุนเร็วขึ้นทันที ใช่ นี่คือปัญหา พวกเขารู้กติกาแต่ไม่รู้คู่แข่ง ไม่รู้ว่าคาสเซียนใช้ภาพลวงตาได้ ไม่รู้ว่าลิเวียเร็วแค่ไหน ไม่รู้ว่าบรัสกายิงแรงระดับไหน และไม่รู้เลยว่าทีมมืออาชีพใช้จังหวะหลอกกันละเอียดขนาดนี้
กรสูดลมหายใจเข้าลึก
“เราไม่มีข้อมูลอะไรเลย…”
ไกลออกไป หมีดำมองดอตที่แตกไปแล้วอย่างงง ๆ จากนั้นยกมือขึ้นเกาหัว
“โอ๊ะ…” เขาหันมาทางทุกคน “โทษที ไม่ยักรู้ว่ามีแบบนี้”
ข้างสนาม อเล็กตัวเหี่ยวลงบนเก้าอี้เหมือนผักที่ถูกทิ้งไว้กลางแดด
“สงสัยจะไม่รอดจริง ๆ…” เขาพึมพำเสียงแห้ง
อีกด้านหนึ่ง หนูแดงก้มมองปลายผมของตัวเอง เส้นผมสามสี่ปอยค่อย ๆ รวมตัวเป็นปลายแหลมเล็ก ๆ เหมือนเข็มพิษ เธอจ้องมันอย่างตั้งใจ ดวงตาสีแดงวาวขึ้นทีละน้อย
“พิษอ่อน ๆ ขนาดไหนดีนะ…” เธอพูดเสียงเบา “เอาแบบฆ่าช้า ๆ ดีไหม…”
กรหันขวับทันที
“หนูแดง”
“อะไร”
“ห้ามฆ่าครับ”
“ยังไม่ได้ฆ่าสักหน่อย แค่กำลังคิด”
“คิดก็ห้ามครับ”
หนูแดงเดาะลิ้นอย่างไม่พอใจ
“กีฬาเรื่องมากจริง ๆ”
กรพยายามตั้งสติใหม่ เขามองไปยังฝั่ง Velvet Fang
คาสเซียนกำลังเดินกลับตำแหน่งด้วยท่าทางสบาย ๆ ลิเวียยิ้มแหย่ผู้ชม ส่วนบรัสกายืนกอดอกเหมือนยังไม่ได้ใช้แรงอะไรเลย
กรรู้แล้วว่า ถ้าปล่อยให้พวกนั้นเล่นตามจังหวะของตัวเอง แกะดำจะโดนปั่นจนเสียแต้มครบสามจุดโดยไม่มีโอกาสโต้กลับ
เขาหันไปหาหนูแดง “หนูแดง จับลิเวียไว้ได้ไหม?”
หนูแดงเงยหน้าขึ้น
“หืม?”
“ใช้เส้นผมของเธอมัดลิเวียไว้ได้ไหมครับ”
ดวงตาของหนูแดงเปล่งประกายทันที
“ได้สิ” เธอฉีกยิ้มกว้าง “ฉันจะจับมัน มัดมัน แล้วลากยัยตัวแสบนั่นมากระแทกพื้น”
คราวนี้ท่าทางของเธอเปลี่ยนไปเล็กน้อย ไม่ใช่เด็กที่วิ่งไล่ตามคู่แข่งมั่ว ๆ เหมือนเมื่อครู่ แต่เป็นนักล่าที่เริ่มจ้องเหยื่อของตัวเองแล้ว
กรรมการส่งลูกบอลให้ฝ่ายแกะดำ ลูกบอลสีดำกลิ้งมาถึงมือของกรกรรณ เขารับมันไว้ น้ำหนักของลูกบอลหนักกว่าที่คิดเล็กน้อย ผิวของมันเย็นเฉียบ แต่ภายในกลับมีแรงสั่นคล้ายชีพจรของพลังงาน
กรก้มมองมันอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นเงยหน้าขึ้น ตรงหน้าเขาคือทีม Velvet Fang ทีมมืออาชีพที่เพิ่งสอนให้พวกเขารู้ว่า Fight Dot ไม่ใช่สนามเด็กเล่น
เสียงหัวเราะยังคงดังอยู่รอบสนามแต่กรไม่ได้ฟังแล้ว เขากำลูกบอลแน่นขึ้น
“คราวนี้…” เขาพึมพำเบา ๆ “เราจะลองบุกดูบ้าง”
หนูแดงย่อตัวลงข้างเขา เส้นผมสีขาวเริ่มขยับราวกับสิ่งมีชีวิต
“สั่งมาเลย กร”
หมีดำที่อยู่หลังสนามยกมือขึ้นอย่างจริงจัง
“คราวนี้จะพยายามไม่ให้หาย”
เสียงนกหวีดเตรียมเริ่มจังหวะบุกดังขึ้น ทีมแกะดำตามหลังหนึ่งแต้มแต่ครั้งนี้ ลูกบอลอยู่ในมือของกรกรรณ
กรกรรณพุ่งออกไปทันทีที่เสียงสัญญาณเริ่มจังหวะบุกดังขึ้น คราวนี้เขาไม่ได้ลังเล
ลูกบอลสีดำอยู่ในมือ เขากดร่างต่ำแล้วเร่งความเร็วไปข้างหน้า พยายามทะลุแนวกลางสนามให้เร็วที่สุดแต่ Velvet Fang ไม่ปล่อยให้เขาไปง่าย ๆ
คาสเซียนขยับเข้ามาปิดทางด้านหน้าอย่างแม่นยำ ขณะเดียวกันบรัสกาก็ก้าวตามมาด้านข้าง ร่างใหญ่ของเขากดพื้นที่รอบตัวกรไว้ราวกับกำแพงเคลื่อนที่
“มาเร็วดีนี่” คาสเซียนพูดด้วยรอยยิ้มบาง ๆ
กรไม่ตอบ เขาเบี่ยงตัวหลบ พยายามหาช่องแคบระหว่างทั้งสองคน แต่ทุกครั้งที่เขาขยับ คาสเซียนก็ขยับตาม
ทุกครั้งที่เขาจะฝ่า บรัสกาก็เข้ามาปิด สนามตรงหน้ากลายเป็นกำแพงที่มองไม่เห็น อีกด้านหนึ่ง หนูแดงพุ่งเข้าหาลิเวียแทบจะทันที
เส้นผมสีขาวของเธอแตกออกเป็นหลายสาย พุ่งฉวัดเฉวียนไปตามพื้นราวกับงูสีเงิน หมายจะเกี่ยวขาและมัดร่างหญิงสาวตรงหน้าไว้ให้ได้
“มานี่เลย ยัยตัวแสบ!”
ลิเวียหัวเราะเบา ๆ “จับให้ได้ก่อนสิจ๊ะ”
เธอกระโดดหลบเส้นผมของหนูแดงอย่างคล่องแคล่ว ปลายเท้าแตะพื้นเพียงครู่เดียวก่อนพลิกตัวหนีไปอีกทิศหนึ่ง การเคลื่อนไหวของเธอไม่ได้เร็วแบบระเบิดพลัง แต่ลื่นไหลจนเหมือนอ่านจังหวะการโจมตีของหนูแดงล่วงหน้าได้
หนูแดงกัดฟัน
“อย่าหนี!” แม้หนูแดงจะกันลิเวียออกไปจากกรได้สำเร็จ แต่สถานการณ์ของแกะดำก็ยังไม่ได้ดีขึ้นเลย
กรยังคงถูกคาสเซียนกับบรัสการุมกดไว้กลางสนามเขาถือลูกบอลไว้ได้เหนียวแน่นก็จริง แต่ไม่สามารถขยับขึ้นหน้าได้แม้แต่ก้าวเดียว
ทุกครั้งที่เขาพยายามส่งบอลออก บรัสกาจะบังมุม ทุกครั้งที่เขาพยายามเลี้ยงผ่าน คาสเซียนจะสร้างจังหวะหลอกจนเขาต้องหยุด จากฝ่ายบุก กลายเป็นฝ่ายถอย จากคนถือบอล กลายเป็นคนถูกล้อม เสียงของเวลราดังขึ้นทั่วสนามทันที
“ดูยังไงก็ไม่ไหวครับคุณมิล่า! ใครสั่งใครสอนให้ทิ้งผู้เล่นหนึ่งคนไว้เฝ้าดอตแบบนั้นกันครับ!”
จอโฮโลแกรมฉายภาพหมีดำที่ยืนอยู่ด้านหลังเพียงลำพัง
“ตอนนี้แกะดำกลายเป็นทีมที่เล่นเกมรุกแค่สองคน ส่วน Velvet Fang มีครบสาม! เสียเปรียบชัดเจนจนไม่ต้องใช้กล้องจับเลยครับ!”
มิล่าหัวเราะเบา ๆ ก่อนรับช่วงต่อ
“ใช่ค่ะคุณเวลรา การจัดทีมแบบนี้ ถ้าไม่ใช่ทีมที่มั่นใจสุด ๆ ก็โง่สุด ๆ ไปเลยค่ะ” เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย
“แต่จากสภาพตอนนี้…ฉันขอเลือกอย่างหลังนะคะ”
เสียงหัวเราะและเสียงโห่ดังลั่นอัฒจันทร์ ผู้ชมส่วนใหญ่ไม่ได้เชียร์แกะดำ พวกเขาเชียร์ความพัง เชียร์ให้ทีมไร้ชื่อถูกทีมโปรของ Velvet Cage บดให้แหลกตั้งแต่รอบแรก
แต่ท่ามกลางเสียงหัวเราะนั้น มีคนสามคนที่ไม่ได้หัวเราะเลย นิโคล ไคลน์ และเรน นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ฝั่งหนึ่ง สีหน้าของทั้งสามจริงจังอย่างเห็นได้ชัด
พวกเขารู้จักแกะดำ รู้ว่าทีมนี้ไม่ธรรมดา รู้ว่าหมีดำไม่ใช่แค่คนตัวใหญ่ รู้ว่าหนูแดงอันตรายกว่าที่ทุกคนคิด และรู้ว่ากรกรรณเป็นคนที่ยิ่งถูกกดดัน ก็ยิ่งมองเห็นบางอย่างที่คนอื่นไม่เห็น
เพียงแต่ตอนนี้—พวกเขายังหาทางไม่เจอ นิโคลกำมือแน่นจนข้อนิ้วซีด
“สู้เข้านะกร…” เธอพึมพำเบา ๆ
“นายต้องทำได้”
ในสนาม หนูแดงเริ่มเดือดขึ้นเรื่อย ๆ
เธอเลิกวิ่งไล่ตรง ๆ แล้วเปลี่ยนเป็นกางเส้นผมออกเป็นวงกว้าง ปิดเส้นทางหนีของลิเวียทีละด้าน
ลิเวียกระโดดหลบไปทางซ้าย เส้นผมของหนูแดงเลื้อยดักทันที ลิเวียพลิกตัวถอยกลับ เส้นผมอีกกลุ่มหนึ่งพุ่งขึ้นจากพื้น คราวนี้ลิเวียช้าลงครึ่งจังหวะปลายผมของหนูแดงเกี่ยวข้อเท้าเธอได้สำเร็จ
“จับได้แล้ว!”
หนูแดงไม่รอช้า เส้นผมสีขาวพุ่งตามไปทันที หมายจะมัดร่างลิเวียทั้งตัวในครั้งเดียว
แต่ลิเวียกลับแสยะยิ้ม
“จริงเหรอ?”
ฉับ!
แสงมีดสั้นวาบขึ้นสองเส้น หนูแดงเบิกตากว้างก่อนที่เธอจะสะบัดตัวหนีตามสัญชาตญาณ ช้าไปนิดเดียว
เลือดพุ่งกระเซ็นจากน่องทั้งสองข้างของเธอ
ร่างเล็กกลิ้งไปกับพื้นสนามหลายตลบ เส้นผมที่กำลังจะพันร่างลิเวียแตกกระจายออกเหมือนเชือกที่ถูกตัดจังหวะ
“อึก…!”
หนูแดงกัดฟันแน่น เธอพยายามยันตัวขึ้น แต่ขาทั้งสองข้างสั่นทันที
ลิเวียยืนอยู่ห่างออกไปเล็กน้อย ในมือของเธอมีมีดสั้นสองเล่ม ปลายมีดอาบด้วยเลือดสีแดงสดของหนูแดง เธอสะบัดมีดเบา ๆ ให้เลือดหยดลงบนพื้น
“เด็กดีไม่ควรวิ่งไล่ผู้ใหญ่นะจ๊ะ” เสียงของเวลราระเบิดขึ้นแทบจะทันที
“โอ้ย! แย่แล้วครับ! แกะดำ 02 หรือหนูแดง โดนแทงเข้าที่ขาทั้งสองข้างแล้วครับ!”
ภาพบนจอขยายไปที่เลือดบนพื้นสนาม เสียงผู้ชมดังฮือทันที
“แต่เกมยังไม่หยุดนะครับ! ยังหยุดไม่ได้! ตราบใดที่ผู้เล่นยังไม่หมดสภาพหรือกรรมการยังไม่สั่งหยุด เกมต้องเดินต่อ!”
มิล่าตะโกนเสริมด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“ไม่ใช่เวลาหยุดค่ะ! ตอนนี้ Velvet Fang เป็นต่อจนแทบจะตอกฝาโลงแล้ว! หนูแดงเคลื่อนที่ไม่ได้ กรกรรณโดนรุม หมีดำยังอ่านเกมไม่ออก แกะดำเหลือทางไหนให้เดินอีกคะ!”
สนามทั้งสนามคลั่งขึ้นทันทีเมื่อเห็นเลือด เสียงเชียร์ เสียงโห่ เสียงหัวเราะ และเสียงเดิมพันดังปะปนกันจนเหมือนพายุ กรกรรณได้ยินเสียงประกาศว่าหนูแดงบาดเจ็บ
หัวใจของเขากระตุกวูบ เขาเผลอหันไปมอง
“หนูแดง!” เพียงแค่นั้นจังหวะของเขาหลุด
บรัสกาไม่ปล่อยโอกาสนั้นให้หลุดมือ
“มองไปไหน!”
หมัดที่อัดพลังไว้กระแทกเข้ากลางลำตัวกรเต็มแรง
ตูม!
ร่างของกรลอยออกไปหลายเมตร กลิ้งไปกับพื้นสนาม ลูกบอลหลุดจากมือทันที
คาสเซียนพุ่งเข้าไปคว้าลูกบอลได้ในจังหวะเดียว
“สวยมาก...ขอบคุณ”
กรกัดฟัน พยายามลุกขึ้น แต่ภาพตรงหน้ากลับพร่าทันที
คาสเซียนไม่ได้มีคนเดียวอีกแล้ว ร่างของเขาแยกออกเป็นสอง ทั้งสองคนถือลูกบอลเหมือนกัน
ทั้งสองคนพุ่งแยกไปยังดอตที่เหลือของแกะดำคนละทิศ
หนึ่งไปทางดอตกลาง
หนึ่งไปทางดอตขวา
หมีดำยืนอยู่ระหว่างดอตทั้งสองจุด เขากะพริบตาช้า ๆ
“อืม…”
เขาต้องป้องกันแต่ต้องป้องกันจุดไหน? ดอตกลาง หรือดอตขวา?
คาสเซียนทั้งสองคนเคลื่อนที่เหมือนกันเกินไป ลมหายใจเหมือนกัน ท่าทางเหมือนกัน แม้แต่ลูกบอลในมือก็เหมือนกัน
หมีดำขยับเท้าไปตรงกลาง
“งั้นกันตรงนี้ก่อนแล้วกัน” เขายกมือขึ้นรับร่างคาสเซียนที่พุ่งเข้ามาด้านหน้า
ลูกบอลกระแทกเข้ากับฝ่ามือของเขา แต่ทันทีที่สัมผัส—ร่างนั้นก็แตกสลายเป็นควันแสง กลายเป็นความว่างเปล่า
“อ้าว”
ด้านขวา คาสเซียนตัวจริงปรากฏขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
“ตาฝาดไปใช่ไหมพี่ใหญ่”
เขากดลูกบอลเข้ากับดอตอย่างง่ายดาย
ปัง!
ดอตจุดที่สองของแกะดำระเบิดเป็นละอองแสงสีฟ้า สกอร์บอร์ดเปลี่ยนทันที
Velvet Fang 2 — Black Sheep 0
เวลาแข่ง: 10 นาที 12 วินาที
เสียงเฮของผู้ชมแทบทำให้พื้นดาดฟ้าสั่น
“สองต่อศูนย์ครับ!” เวลราตะโกน “เหลืออีกแค่ดอตเดียว! แกะดำกำลังจะถูกปิดเกมในรอบแรกจริง ๆ แล้วครับ!”
มิล่าเสริมทันที
“นี่คือความต่างของทีมที่มีประสบการณ์ค่ะ! แกะดำยังไม่เข้าใจสนามเลย พวกเขาไม่รู้ว่าต้องทำอะไร และที่สำคัญที่สุด—ยังไม่เข้าใจว่าบอลอยู่ที่ไหน!”
หมีดำยืนมองดอตที่สองซึ่งหายไปต่อหน้าต่อตา เขานิ่งอยู่นานก่อนพูดเบา ๆ อย่างจนปัญญา
“อะ…” เขาเกาหัว “อีกแล้วหรือ?”
คำยืนยันของเจ้าของนิยาย
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ