เจ้าหญิงน้ำแข็งและเจ้าชายแกะดำ

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 13.35 น.

  30 ตอน
  1 วิจารณ์
  5,015 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 23.31 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

30) Fight Dot 04

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

          แนะนำตัวละคร

          กรกรรณ กาลธารา ฉายา: แกะดำ 03 / เจ้าชายแกะดำ ชายหนุ่มอายุประมาณ 25 ปี รูปร่างสูงโปร่ง ไม่ใช่สายกล้ามใหญ่ ผมสีดำเข้มไม่ได้เซ็ตหรือดูโดดเด่นมักปล่อยผมแบบธรรมชาติ ดูเรียบร้อยแต่ไม่เนี้ยบช่วงแรกให้ความรู้สึกเหมือน “ลูกคุณหนูที่ไม่เหมาะกับสนามรบ” แต่พออยู่ในสนามจริง บรรยากาศรอบตัวจะเปลี่ยนเป็นคนที่ “นิ่งและน่ากลัวแบบเงียบ ๆ”

          ความสามารถ การมองเห็น “จังหวะ / จุดอ่อน / ความผิดปกติ” อ่านสนามรบได้เหมือนภาพช้าลง ร่างกายปรับตัวจากประสบการณ์ต่อสู้ได้เร็วมาก ใช้พลังธรรมชาติผ่าน “ความตั้งใจ”

          ประวัติโดยย่อ อดีตลูกชายตระกูลทหารใหญ่แห่งอัลเทรัส แต่ตัวเองกลับไม่ใช่นักสู้ เขาชอบอ่านหนังสือ ดูแลสวน และใช้ชีวิตเรียบง่ายมากกว่าการถืออาวุธ ชีวิตของเขาพังลงเมื่อ “ฝนสัตว์ประหลาด” ทำลายอัลเทรัส ครอบครัวหายสาบสูญ เมืองล่มสลาย และเขากลายเป็นผู้ลี้ภัย ระหว่างหลบหนี เขาสูญเสียผู้คนมากมาย รวมถึง ศศินา เวธา หญิงนักรบที่ปกป้องเขาจนวาระสุดท้าย เหตุการณ์นั้นทำให้กรเริ่ม “ลุกขึ้นสู้” เป็นครั้งแรก หลังเดินทางถึงวอร์เกน เขาถูกผลึกปริศนาเลือก และถูก อเล็ก ไกรเซอร์ ดึงเข้าสู่หน่วย “แกะดำ” แม้จะดูอ่อนแอที่สุดในทีม แต่กรกลับค่อย ๆ กลายเป็นศูนย์กลางของทุกคน

 


          เมโลดี้ สกาเล็ต ชื่อเรียก: หนูแดง / แกะดำ 02 ฉายาในโลกใต้ดิน: เมโลดี้ เอ็มม่า

          ร่างเล็ก (ร่างหลักที่อยู่กับแกะดำ) เด็กสาวตัวเล็ก สูงประมาณ 130 ซม. ผมสีขาวยาว ดวงตาสีแดงสด ผิวขาวซีด รูปร่างผอมบาง เหมือนตุ๊กตา มักใส่เสื้อผ้าหลวม ๆ หรือชุดนอนง่าย ๆ ภาพรวมให้ความรู้สึก: น่ากลัว แปลก เหมือน “ผีเด็ก” มากกว่าเด็กธรรมดา

          ร่างโต (เมโลดี้ เอ็มม่า) หญิงสาวอายุราว 28 ปี ผมสีแดงยาว รูปร่างสูงสง่า สัดส่วนสมบูรณ์แบบ มีเสน่ห์รุนแรงมากเวลาขึ้นเวที

          ความสามารถ เส้นผมมีชีวิต️ พิษ การต่อสู้ระยะประชิด พลังรักษาตัวเอง

นักฆ่าระดับสูง อดีตมือสังหารของน็อกเทีย ถูกประกาศจับตาย เคยรับภารกิจลอบสังหารโรฮาน มีประสบการณ์ฆ่าคนจริงจำนวนมาก แต่ปัจจุบัน: เธอพยายาม “เป็นมนุษย์ปกติ” อยู่กับแกะดำ

เมโลดี้ สกาเล็ต เคยเป็นเด็กที่เติบโตในโลกมืดของน็อกเทีย และถูกสร้างให้กลายเป็น “อาวุธ” เธอเรียนรู้เรื่องพิษ การฆ่า และการเอาชีวิตรอดตั้งแต่อายุน้อย จนกลายเป็นมือสังหารระดับสูงที่แม้แต่โลกใต้ดินยังหวาดกลัว ต่อมา พลัส ไกรเซอร์ ดึงตัวเธอเข้ามาใช้งานให้วอร์เกน และสุดท้ายฝากเธอไว้กับ อเล็ก ในหน่วยแกะดำ แม้ภายนอกเธอจะดูเพี้ยนและอันตราย แต่จริง ๆ แล้วเธอเป็นคนที่ “พัง” มานานมากแล้ว หลังได้พบกรกรรณ ชีวิตของเธอเริ่มเปลี่ยนไป

 


          หมีดำ ชื่อเต็ม: ดรากอส เวลครอน รหัสทีม: แกะดำ 01 ชายร่างยักษ์ สูงประมาณ 230 ซม. ตัวใหญ่มหาศาลเหมือนหมี กล้ามเนื้อหนาแน่นผิดมนุษย์ ผิวเข้ม มีรอยแผลจำนวนมากทั่วร่าง มือใหญ่จนกำโทรศัพท์แตกได้โดยไม่ตั้งใจ

          ความสามารถ พละกำลังระดับสัตว์ประหลาด  สายป้องกันสมบูรณ์แบบ

          ประวัติโดยย่อ ดรากอส เวลครอน เคยเป็นผู้นำกองกำลังรบขนาดใหญ่ และเป็นนักสู้ระดับแนวหน้าที่โด่งดังจากความโหดและความอึดผิดมนุษย์ ในอดีตเขาถูกมองว่า “อันตรายเกินกว่าจะปล่อยไว้”  แต่ตอนนี้เขาคือ:“พี่ใหญ่ของบ้าน”

 


          เอลินเซีย วินเทรส ชื่อเล่น: น้ำแข็ง ฉายา: เจ้าหญิงน้ำแข็ง หญิงสาวอายุประมาณ 22–23 ปี

          ความสามารถ️ พลังน้ำแข็ง

เอลินเซีย วินเทรส คือบุตรสาวของ วินเซนต์ วินเทรส รัฐมนตรีผู้ทรงอำนาจแห่งวอร์เกน เธอเติบโตมาอย่างสมบูรณ์แบบ: มีชื่อเสียง มีพรสวรรค์ มีคู่หมั้นที่รักกันและมีพี่ชายที่เธอเคารพมาก ต่อมาพี่ชาย “คาริน” และคู่หมั้น “อาเธียน” ถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจลับในออร์เดเรีย และถูก “จำหน่ายออกจากระบบ” ซึ่งแทบหมายถึงความตาย

ในช่วงเวลาเดียวกัน น้ำแข็งกำลังแฝงตัวอยู่ที่อัลเทรัสในฐานะสายข่าวและที่นั่นเอง เธอเริ่มสนใจ “กรกรรณ” แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นความหมกมุ่นเงียบ ๆ หลังสูญเสียทุกอย่าง เธอบังเอิญพบกรที่สนามบินก่อนกลับวอร์เกน และความใจดีธรรมดาของเขากลายเป็นสิ่งที่ช่วยพยุงหัวใจเธอไว้ หลังจากนั้นเธอเฝ้าติดตามชีวิตของกรเกือบหนึ่งปีจนกระทั่งวันที่อัลเทรัสล่มสลาย และเธอรู้ว่าเขากำลังจะตายที่ชายแดนทันทีที่วอร์เกนอนุมัติช่วยผู้ลี้ภัยน้ำแข็งจึงบุกเข้าไปช่วยเขาด้วยตัวเอง พร้อมพูดคำเดียวว่า: “ของฉัน…”

 


          กลุ่มชุดขาวกรานเวล

นิโคล วิเรล (Nicole Virel) ความสามารถ️ ต่อสู้ระยะประชิด + กระบองทอง

ไคลน์ อาร์เดล (Klein Ardel) ความสามารถ️ แรงโน้มถ่วง

เรน วัลคีร์ (Rain Valkyr) ความสามารถ️ ใบมีดลม

 


 

 Velvet Fang 2 — Black Sheep 0

 

กรกรรณฝืนลุกขึ้นจากพื้น ความเจ็บแล่นจากซี่โครงไปทั่วร่าง แต่เขาไม่สนใจแล้ว

เขาวิ่งไปหาหนูแดงทันที

หนูแดงพยายามยันตัวขึ้น แต่ขาทั้งสองข้างสั่นจนลุกไม่ได้ เลือดไหลเปื้อนพื้นสนามเป็นทาง

          “หนูแดง!”

กรทรุดตัวลงข้างเธอ

          “ขาเธอ…”

หนูแดงกัดฟันแน่น ดวงตาแดงก่ำด้วยความเจ็บและความโกรธ

          “ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้น”

เธอพยายามยิ้ม แต่ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย

          “แค่โดนแทงเอง…”

          กรมองเลือดที่ไหลจากน่องทั้งสองข้างของเธอ มือของเขากำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว เสียงหัวเราะยังคงดังรอบสนาม เสียงผู้บรรยายยังคงขยี้ สกอร์บอร์ดเหนือหัวบอกชัดเจนว่าแกะดำตามหลังสองแต้ม ดอตของพวกเขาเหลือเพียงจุดเดียว

          ทุกอย่างกำลังพัง พังเร็วเกินไป พังต่อหน้าคนทั้งสนาม สายตาของเขาหันไปมอง Velvet Fang คาสเซียนยืนหมุนลูกบอลในมืออย่างสบายใจ ลิเวียยิ้มเยาะพร้อมมีดสั้นเปื้อนเลือด บรัสกาหัวเราะในลำคอเหมือนเกมนี้จบไปแล้ว

กรกรรณรู้สึกเหมือนทางข้างหน้าถูกปิดทุกด้าน แพทย์สนามรีบวิ่งลงมาทันทีเมื่อเห็นเลือดของหนูแดงไหลเปื้อนพื้น

          ตามกฎของ Fight Dot หากผู้เล่นบาดเจ็บจนไม่สามารถแข่งต่อได้ ทีมจะต้องเปลี่ยนตัวผู้เล่น แต่ทีมแกะดำไม่มีตัวสำรองอยู่ในสนามและถ้าผู้เล่นที่พร้อมลงแข่งเหลือน้อยกว่าสามคน—พวกเขาจะถูกปรับแพ้ทันที แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่คนดูต้องการ พวกเขาไม่ได้อยากเห็นเกมจบด้วยการตัดสิทธิ์ พวกเขาอยากเห็นแกะดำดิ้นรนต่อ อยากเห็นเลือด อยากเห็นทีมไร้ชื่อถูกบดขยี้จนจบเกมจริง ๆ

เสียงโห่ดังขึ้นรอบสนามทันทีเมื่อแพทย์สนามเข้าใกล้หนูแดง

          “อย่าหยุดเกม!”

          “ให้แข่งต่อ!”

          “แค่นั้นยังไม่ตายหรอก!”

เสียงโห่ของผู้ชมดังเหมือนคลื่น แต่คนที่โวยวายหนักที่สุดกลับเป็นหนูแดงเอง

          “ไม่!”

เธอปัดมือแพทย์สนามออกทันที

          “อย่ามายุ่งกับฉัน! ฉันไม่ได้เป็นอะไร!”

          “คุณผู้เล่นครับ ต้องให้เราตรวจอาการก่อน” แพทย์สนามคนหนึ่งพยายามพูดด้วยน้ำเสียงใจเย็น “ถ้าคุณแข่งต่อไม่ไหว ทีมจะ—”

          “ฉันไหว!” หนูแดงตวาดใส่

เธอพยายามลุกขึ้น แต่ขาทั้งสองข้างสั่นจนทรุดลงไปอีกครั้ง เลือดจากน่องยังคงไหลซึมออกมาไม่หยุด

แพทย์อีกคนรีบเข้ามาประคอง

          “ไม่ได้ครับ ถ้าฝืนแข่งทั้งที่บาดเจ็บรุนแรง ทีมคุณอาจถูกตัดสิทธิ์เพื่อความปลอดภัยได้”

          “ความปลอดภัย?” หนูแดงเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีแดงวาวโรจน์

          “ของใคร?”

แพทย์สนามชะงักไปเล็กน้อย

กรกรรณรีบเข้ามาขวาง

          “หนูแดง ใจเย็นก่อนครับ” แต่แทนที่จะฟัง หนูแดงกลับพุ่งเข้าหาเขา

เธอใช้เส้นผมพยุงร่างตัวเองดีดขึ้นจากพื้น แล้วปีนขึ้นไปเกาะหลังกรกรรณอย่างรวดเร็ว เหมือนทุกครั้งที่เคยทำในบ้านแกะดำ

แขนเล็ก ๆ โอบรอบคอเขา

ขาทั้งสองข้างที่บาดเจ็บเกี่ยวเอวเขาไว้อย่างหลวม ๆ

          “เห็นไหม!” เธอตะโกนใส่แพทย์สนาม

          “แบบนี้ไง!” เส้นผมสีขาวของเธอกางออกจากด้านหลังกรกรรณราวกับแขนจำนวนมาก

          “ฉันยังสู้ได้!”

 

          แพทย์สนามทั้งสามคนยืนอึ้งไปชั่วครู่ ภาพตรงหน้ามันประหลาดเกินกว่าจะตัดสินทันที ผู้เล่นบาดเจ็บที่ขาทั้งสองข้างจริง แต่ยังรู้สึกตัวดี ยังควบคุมพลังได้ ยังตอบสนองได้และที่สำคัญ—ตอนนี้เธอไม่ได้ยืนด้วยขาของตัวเองอีกแล้วเธอใช้กรกรรณเป็นฐานเคลื่อนที่

แพทย์สนามหันไปปรึกษากรรมการข้างสนามอย่างรวดเร็ว เสียงโห่จากผู้ชมยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบกลบเสียงสนทนา ไม่นานนัก กรรมการก็ยกมือประกาศ

          “ผู้เล่นแกะดำ 02 ยังสามารถแข่งต่อได้!”

          เสียงเฮระเบิดขึ้นทั่วสนามทันที ผู้ชมพากันโห่ร้องอย่างสะใจ ราวกับเพิ่งได้ยินคำประกาศให้การแสดงนองเลือดดำเนินต่อไป หนูแดงไม่รับเสียงเชียร์นั้นอย่างสวยงามแม้แต่นิดเดียวเธอยกมือทั้งสองข้างขึ้น

 

แล้วชูนิ้วกลางใส่อัฒจันทร์ทุกทิศทาง

          “หุบปากไปเลย ไอ้พวกงี่เง่า!”

 

เธอตะโกนจากบนหลังกรกรรณอย่างดุร้าย

กรหน้าเสียทันที

          “หนูแดง! อย่าทำแบบนั้นครับ!”

          “ก็พวกมันน่ารำคาญ!”

 

เสียงหัวเราะของเวลราดังลั่นขึ้นจากลำโพง

          “โอ้ย! ที่รัก! แกะดำ 02 เธอแสบได้ใจจริง ๆ ครับ! ผมชักเริ่มชอบเธอแล้วสิ ฮ่าฮ่าฮ่า!”

มิล่าหัวเราะตามอย่างอารมณ์ดี

          “ต่อสิคะ รออะไร! สนุกตรงที่แกะดำยังไม่ยอมแตกนี่แหละค่ะ! โดนกดขนาดนี้แล้วยังดื้อจะสู้ต่อ ฉันเองก็เริ่มชอบทีมนี้เหมือนกันนะคะ!”

เสียงหัวเราะในสนามเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากหัวเราะเยาะกลายเป็นหัวเราะด้วยความสนุก เพราะถึงแกะดำจะกำลังแพ้แต่พวกเขายังไม่ยอมล้ม

กรกรรณพยายามตั้งหลักใหม่ โดยมีหนูแดงเกาะอยู่บนหลัง น้ำหนักของเธอไม่ได้มากนัก แต่ความเจ็บของเธอส่งผ่านมาทางแรงเกาะที่สั่นเล็ก ๆ รอบคอเขา

          กรถอนหายใจเบา ๆ แต่ในวินาทีนั้นเอง สายตาของเขาก็สะดุดกับบางอย่าง เส้นผมของหนูแดงที่กางออกอยู่ตรงหน้าเขาเริ่มรวมตัวกันเป็นปลายแหลมหลายจุดเหมือนเข็ม หรือหอกเล็ก ๆ

ที่ปลายของเส้นผมเหล่านั้น มีหมอกบาง ๆ ลอยออกมา ไม่ใช่หมอกธรรมดา กรเห็นมันเป็นสี

          สีแดง

          สีเหลือง

          สีเขียว

          สีม่วง

หมอกเหล่านั้นไหลวนอยู่รอบปลายผมแต่ละเส้นอย่างแตกต่างกัน บางสีเข้ม บางสีบาง บางสีแตกกระจายเป็นเส้นเล็ก ๆ เหมือนกำลังตอบสนองต่อร่างกายของคนในสนาม

กรนิ่งไป

          “หนูแดง…”

          “หืม?”

          “ปลายผมนั่นคืออะไรครับ”

หนูแดงชะงักเล็กน้อยกรจ้องเส้นผมของเธอไม่กะพริบ

          “เธอทำอะไรอยู่”

หนูแดงเงียบไปครู่หนึ่งก่อนหัวเราะเบา ๆ

          “อ่า…” เธอยิ้มชั่วร้ายข้างหูเขา

          “ฮิฮิฮิ…”

เสียงหัวเราะนั้นทำให้กรรู้สึกเย็นหลังขึ้นมาเล็กน้อย

          “ฉันว่าจะใช้พิษจริง ๆ แล้ว”

เธอกระซิบด้วยน้ำเสียงร่าเริงเกินเหตุ

          “ฆ่ามันให้หมดเลยดีไหม”

          “ไม่ดีครับ!” กรตอบทันที

          “ยุ่งยากจริง!”

กรไม่ได้เถียงต่อ เพราะตอนนี้เขาเริ่มเห็นบางอย่าง

เมื่อเขาหันไปมองคาสเซียน สีของหมอกที่ปลายผมบางอันเปลี่ยนไป

          สีแดงบางลง

          สีม่วงแตกตัว

          สีเหลืองกลับชัดขึ้น

          แต่เมื่อเขาหันไปมองบรัสกา ชุดสีกลับเปลี่ยนอีกแบบหนึ่ง หมอกสีเขียวขุ่นขึ้น ขณะที่สีเหลืองจางลง

กรหันไปมองลิเวีย สีที่ปลายผมเปลี่ยนอีกครั้ง เหมือนพิษแต่ละชนิดตอบสนองกับร่างกายของเป้าหมายไม่เหมือนกัน

หัวใจของกรเต้นแรงขึ้น เขาไม่ได้เห็นแค่พิษเขาเห็น “ความเหมาะสม” ของพิษ เห็นว่าพิษแบบไหนแรงเกินไป แบบไหนช้าเกินไป แบบไหนอาจทำให้หัวใจหยุดและแบบไหนแค่รบกวนกล้ามเนื้อชั่วคราว

นี่คือสนามที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน สนามของร่างกาย สนามของพิษ สนามที่หนูแดงเคยต่อสู้อยู่เพียงลำพังมาตลอด

กรกลืนน้ำลายก่อนยกมือชี้ไปยังปลายผมอันหนึ่ง มันมีหมอกสีเหลืองอ่อนลอยวนอยู่เมื่อเทียบกับคาสเซียน บรัสกา และลิเวีย สีของมันไม่เปลี่ยนไปในทางอันตราย

มันไม่ใช่พิษฆ่า ไม่ใช่พิษทำลายระบบหายใจ ไม่ใช่พิษทำลายเลือดแต่มันส่งผลต่อระบบประสาทส่วนปลาย ทำให้กล้ามเนื้อชะงักเพียงเสี้ยววินาที

          “อันนี้”

หนูแดงกะพริบตา

          “หืม?”

กรยังคงชี้ปลายผมอันนั้น

          “ใช้อันนี้ครับ”

          “อันนี้เหรอ?”

          “ใช่”

          “แต่พิษอันนั้นแค่น้ำจิ้มนะ”

          “พอแล้วครับ” กรหันไปมองลิเวีย “เราไม่ได้ต้องทำให้พวกเขาล้ม”

เขาพูดเสียงต่ำ

          “แค่ทำให้พวกเขาช้าลงครึ่งจังหวะก็พอ”

          หนูแดงนิ่งไปดวงตาสีแดงของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเหมือนมีอะไรบางอย่างในหัวของเธอถูกเปิดออกตลอดมา พิษของเธอคืออาวุธสังหาร ใช้เพื่อฆ่า ใช้เพื่อหยุดชีวิต ใช้เพื่อทำให้ศัตรูไม่มีโอกาสลุกขึ้นอีก

แต่กรกำลังบอกเธอว่า—พิษไม่จำเป็นต้องฆ่า มันแค่ต้อง “พอดี” พอดีกับเป้าหมาย พอดีกับจังหวะ พอดีกับกติกา

หนูแดงค่อย ๆ ยิ้มออกมา ไม่ใช่รอยยิ้มชั่วร้ายเหมือนเมื่อครู่แต่เป็นรอยยิ้มของคนที่เพิ่งเจอทางออกจากความอึดอัดของตัวเอง

          “ด้ายเรยยยย…” เธอลากเสียงอย่างอารมณ์ดีแล้วกอดคอกรแน่นขึ้น

          “ที่รัก”

กรหน้าแดงวูบ

          “อย่าเรียกแบบนั้นในสนามครับ!”

          “อิอิอิ”

 

 


เกมเริ่มต้นอีกครั้ง

          ตามกติกา เมื่อทีมแกะดำเสียดอตไปในจังหวะก่อนหน้า พวกเขาจะได้เป็นฝ่ายเริ่มบุก

          หนูแดงถูกจัดให้อยู่นอกเส้นวงกลมเริ่มเกมตามกฎ เพราะเธอไม่ได้ยืนแต่ใช้น้ำลายทาแผลที่ขาตัวเองเหมือนเด็กที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่ยังถือว่าสามารถลงแข่งต่อได้ ส่วนกรกรรณยืนอยู่ในวงกลมกลางสนาม เขากอดลูกบอลสีดำไว้แน่นกับอก

เสียงรอบสนามยังดังไม่หยุด บางคนหัวเราะ บางคนตะโกนให้ Velvet Fang ปิดเกม บางคนแค่อยากเห็นว่า ทีมแกะดำจะดิ้นรนได้อีกกี่นาที

กรกรรณสูดลมหายใจเข้าลึกสายตาของเขาเหลือบไปยังหนูแดง เธอนั่งอยู่ที่พื้น ขาทั้งสองข้างมีเลือดซึมออกมาจากแผล แต่เส้นผมสีขาวกลับขยับอยู่รอบตัวเหมือนสิ่งมีชีวิตที่ยังพร้อมกัดกินศัตรูทุกเมื่อ

          “เริ่ม!”

เสียงนกหวีดดังขึ้น กรไม่ได้พุ่งไปข้างหน้า เขาพุ่งถอยหลังทันที ผู้ชมหลายคนส่งเสียงฮือ กรวิ่งกลับไปหาหนูแดงด้วยความเร็วสูง มือยังคงกอดลูกบอลไว้แน่น เขารู้ดีว่า ถ้าหนูแดงไม่ได้อยู่บนหลังเขา พวกเขาจะไม่มีทางใช้แผนใหม่ได้เลย

แต่ Velvet Fang ไม่ปล่อยเวลาให้เขาฟรี ๆ คาสเซียน บรัสกา และลิเวียพุ่งตามมาทันที ทั้งสามคนบีบพื้นที่จากสามทิศอย่างแม่นยำ ราวกับรู้อยู่แล้วว่าแกะดำต้องพยายามรวมตัวกัน

ลิเวียเข้าเร็วที่สุด เธอวิ่งเฉียงมาตัดเส้นทางระหว่างกรกับหนูแดง บรัสกาพุ่งกดตรงกลาง ด้วยร่างใหญ่ที่เหมือนกำแพง ส่วนคาสเซียนถอยคุมระยะอยู่ด้านหลัง พร้อมรอยยิ้มบาง ๆ ที่เดาไม่ออกเลยว่าตัวจริงของเขาอยู่ตรงไหนกันแน่

กรกัดฟัน เร่งฝีเท้าขึ้นอีก เส้นผมของหนูแดงพุ่งออกมารับเขาไว้ราวกับเชือกสีขาว เธอดีดตัวขึ้นจากพื้น แล้วปีนขึ้นหลังกรได้สำเร็จในจังหวะสุดท้าย

          “รวมร่าง!!!!” หนูแดงประกาศเสียงดัง

          “มะกี้..ผมได้ยินไม่ผิดใช่ไหมครับ แกะดำ02 ตะโกนว่ารวมร่าง!!!” เวลราพูดไม่มั่นใจ

          “ใช่ค่ะ!! เวลรา แกะดำรวมร่างกันแล้ว!!! พวกเขากำลังจะยิงแสงออกจากตา” มิล่าใส่ไข่เพิ่มเข้าไปทำให้เสียงหัวเราะในสนามดังไม่หยุด

          แม้ทั้งสองจะรวมร่างกันสำเร็จ แต่สถานการณ์ก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย เพราะทันทีที่หนูแดงขึ้นหลังกร Velvet Fang ทั้งสามคนก็กดพื้นที่เข้ามาพร้อมกัน

เส้นผมพิษของหนูแดงกางออก แต่แทบไม่มีโอกาสได้โจมตี ลิเวียคอยตัดเส้นผมจากมุมต่ำ คาสเซียนสร้างภาพลวงตาซ้อนตำแหน่ง ทำให้กรไม่กล้าสั่งใช้พิษมั่ว

ส่วนบรัสกา—เขาไม่ต้องใช้เทคนิคซับซ้อนเลย ทุกครั้งที่กรมีช่องจะขยับขึ้นหน้า บรัสกาจะก้าวเข้ามา แล้วปล่อยหมัดอัดพลังใส่ตรง ๆ

ตูม!

แรงระเบิดจากหมัดของบรัสกากระแทกอากาศจนสั่น กรยกแขนกันพร้อมลูกบอล แต่ร่างของเขายังถูกดันถอยไปหลายก้าว

          “อึก…!”

หนูแดงที่เกาะหลังเขาตวัดเส้นผมพยายามสวนกลับ แต่คาสเซียนเพียงขยับปลายนิ้ว ภาพลวงตาของตัวเขาก็แยกออกเป็นสองทิศ ทำให้เส้นผมพิษแทงพลาดไปอย่างน่าเสียดาย

พวกเขาถูกกดดันจนถอยร่น หนึ่งก้าว สองก้าว ห้าก้าว และในที่สุดก็ถอยกลับมาเกือบครึ่งสนามฝั่งแกะดำ

เสียงของเวลราดังขึ้นอย่างสะใจ

          “ตอนนี้ดูเหมือนสามรุมหนึ่งไปแล้วครับ! ถึงแกะดำ 02 จะยังอยู่บนหลังแกะดำ 03 แต่ในเชิงพื้นที่ นี่คือการถูกบดแบบสมบูรณ์!”

มิล่าตื่นเต้นไม่แพ้กัน

          “ปลาหมึกค่ะ! พวกเขากำลังสู้กับปีศาจปลาหมึก พี่น้อง! เส้นผมของแกะดำ 02 กางเต็มสนามก็จริง แค่ป้องกันก็แทบไม่ทันแล้ว!”

เสียงเชียร์ของผู้ชมดังขึ้นเรื่อย ๆ

          “ปิดเกมเลย!”

          “อัดมัน!”

          “อย่าให้หายใจ!”

          ห่างออกไปด้านหลัง หมีดำยืนเฝ้าดอตสุดท้ายอยู่ตามลำพัง ดอตสีฟ้าลอยอยู่หลังเขา มันคือจุดสุดท้ายของทีมแกะดำ ถ้ามันแตก ทุกอย่างจบ

หมีดำมองกรกรรณกับหนูแดงถูกกดดันซ้ำแล้วซ้ำเล่า เห็นกรถูกหมัดระเบิดของบรัสกาซัดจนถอย เห็นหนูแดงเลือดไหลแต่ยังพยายามยื่นเส้นผมออกไปป้องกัน เห็นทั้งสองคนค่อย ๆ ถูกบดจนแทบไม่มีพื้นที่ให้ยืน

          แต่เขายังไม่ขยับเพราะหน้าที่ของเขาคือป้องกันดอต เขารู้แล้วว่า ถ้าเขาหลงออกไปอีกครั้ง ดอตสุดท้ายจะหายไปแน่นอน แววตาของหมีดำเริ่มเดือดขึ้นทีละน้อย มือใหญ่กำแน่น กร๊อบ… เสียงกระดูกข้อนิ้วดังขึ้นเบา ๆ เขาอยากเข้าไปช่วยแต่ยังไปไม่ได้

กรกัดฟันแน่น เขาเริ่มมองเห็นจังหวะหนึ่ง เสี้ยววินาทีที่คาสเซียนขยับผิดตำแหน่ง

          “หนูแดง!”

          “เห็นแล้ว!”

กรพุ่งเข้าไปเปิดมุมทันที หนูแดงตวัดเส้นผมพิษปลายแหลมออกจากด้านหลังเขา พุ่งแทงตรงไปยังคาสเซียนที่ยืนอยู่ด้านซ้าย

ปลายผมสีขาวเจาะทะลุร่างคาสเซียนแต่แทนที่จะมีเลือดของคาสเซียน—

ภาพตรงหน้ากลับบิดเบี้ยวและกลายเป็นหนูแดง

ปลายเส้นผมของเธอแทงผ่านร่างภาพลวงตาที่มีใบหน้าเหมือนตัวเอง เลือดสีแดงไหลออกจากปากของ “หนูแดง” คนนั้นอย่างน่าสยดสยอง

กรชะงักทันที

          “หนูแดง…?”

เสียงของหนูแดงตัวจริงดังขึ้นข้างหูเขาแทบจะพร้อมกัน

          “อย่าหยุด เจ้าบ้า!” เธอตะโกนสุดเสียง “นั่นไม่ใช่ฉัน!”

แต่ช้าไปแล้ว ช่วงหยุดสั้น ๆ นั้นคือสิ่งที่ Velvet Fang รออยู่

บรัสกาก้าวเข้ามาในระยะประชิด หมัดของเขาอัดพลังจนกล้ามแขนพองขึ้น

          “กลับบ้านซะ ไอ้หนู”

          ตูม!

          หมัดเสยขึ้นกระแทกปลายคางของกรเต็มแรง แรงปะทะส่งร่างกรลอยขึ้นจากพื้นทันทีลูกบอลหลุดจากอ้อมแขน

หนูแดงที่เกาะหลังเขาถูกเหวี่ยงตามขึ้นไปด้วย เส้นผมของเธอกางออกกลางอากาศอย่างเสียจังหวะ

ลูกบอลยังไม่ทันตกถึงพื้น มือของคาสเซียนก็รับมันไว้ได้อย่างนุ่มนวล

เขายืนอยู่ตรงนั้น ตัวจริงยิ้มเหมือนทุกอย่างเป็นไปตามแผนตั้งแต่ต้น

          “จบแล้วครับ แกะดำ”

คาสเซียนถือลูกบอลไว้ในมือ ราวกับชัยชนะอยู่ตรงนั้นแล้ว เขาหันไปมองหมีดำที่ยืนเฝ้าดอตสุดท้าย

          “เหลือแกะดำ 01 ตัวโตสินะ”

คาสเซียนโยนลูกบอลให้บรัสกา

          “นายช่วยทำให้มั่นใจได้ไหม ว่าลูกนี้จะพุ่งทะลุทุกอย่างเข้าไปที่ดอตแบบสวย ๆ”

บรัสการับลูกบอลไว้ในมือ รอยยิ้มดุร้ายปรากฏบนใบหน้าเขา

          “ด้วยความยินดี”

เขาหมุนคอไปมา เสียงกระดูกลั่นเบา ๆ จากนั้นเดินตรงไปหาหมีดำอย่างใจเย็น

          ไม่รีบ

          ไม่หลอก

          ไม่ใช้ภาพลวงตา

เพราะสำหรับจังหวะสุดท้ายนี้ Velvet Fang ไม่จำเป็นต้องหลอกอะไรอีกแล้ว

กรกรรณเพิ่งตกลงมากระแทกพื้นอย่างแรง

          “อั่ก!”

          หนูแดงกลิ้งหลุดจากหลังเขา แต่เส้นผมยังพยายามคว้าพื้นเพื่อพยุงตัวเอง เธอกัดฟันจะลุก แต่ขาที่บาดเจ็บทำให้ร่างสั่นอย่างควบคุมไม่ได้

กรพยายามดันตัวขึ้น ภาพตรงหน้าพร่าไปครู่หนึ่ง เขาเห็นบรัสกากำลังเดินไปหาดอตสุดท้าย

เห็นหมีดำยืนอยู่เพียงคนเดียวและเห็นทุกคนในสนามเริ่มเงียบลงราวกับรู้ผลแล้ว

เสียงของมิล่าลดระดับลงเล็กน้อย แต่ยิ่งทำให้บรรยากาศหนักขึ้น

          “จบแล้วค่ะทุกท่าน…ตอนนี้ทีมแกะดำเหลือดอตสุดท้าย และคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นมีเพียงแกะดำ 01 เท่านั้น”

ภาพบนจอขยายไปที่หมีดำ ชายร่างใหญ่ยืนอยู่หน้าลูกไฟสีฟ้า นิ่งเหมือนภูเขา

          “เขาไม่ขยับเลยค่ะ เขาเลือกเฝ้าดอตสุดท้ายไว้ แต่คำถามคือ—”

มิล่าเว้นจังหวะ

          “เขาจะกันบรัสกา ดอร์น ได้จริงหรือ?”

เวลรารับต่อทันที น้ำเสียงของเขาเริ่มจริงจังขึ้นกว่าก่อนหน้า

          “ผมให้หนึ่งเปอร์เซ็นต์ครับ หนึ่งเปอร์เซ็นต์เท่านั้น”

จอสนามตัดไปที่ภาพไฮไลต์เก่าของบรัสกา ดอร์น ลูกยิงในสนามใต้ดินที่เคยพุ่งทะลุกำแพงคอนกรีตจนผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามปลิวออกนอกเขตสนาม

          “บรัสกา ดอร์น ฉายา ‘ปืนใหญ่แห่ง Velvet Cage’ พลังทำลายของเขาสูงมากจนเคยปาลูกบอลอัดผู้เล่นทะลุกำแพงสนามมาแล้ว”

เสียงผู้ชมเริ่มเงียบลงมากกว่าเดิม ไม่ใช่เพราะเบื่อแต่เพราะทุกคนกำลังรอดูช็อตปิดเกม

รอดูบรัสกาซัดลูกสุดท้าย รอดูดอตของแกะดำแตก รอดูทีมไร้ชื่อถูกบดขยี้ในเวลาไม่ถึงครึ่งรอบ

บรัสกาหยุดยืนห่างจากหมีดำหลายเมตร เขาย่อตัวลงเล็กน้อย แล้วจับลูกบอลด้วยมือข้างเดียว

พลังเริ่มรวมตัวรอบแขนของเขา อากาศสั่น พื้นสนามใต้เท้าแตกร้าวเป็นเส้นเล็ก ๆ แสงสีแดงเข้มแล่นวนรอบลูกบอล ราวกับมันกำลังถูกบีบอัดจนแทบระเบิด

บรัสกายิ้ม

          “หลบไปซะ เจ้าตัวใหญ่”

          หมีดำไม่ตอบ เขายังคงยืนนิ่ง ดอตสุดท้ายลอยอยู่ด้านหลังเขา มือทั้งสองข้างของหมีดำลดอยู่ข้างลำตัว ใบหน้าของเขาไม่มีความตกใจ ไม่มีความกลัว มีเพียงแววตานิ่งลึกที่เริ่มเย็นลงเรื่อย ๆ ข้างสนาม อเล็กที่นั่งเหี่ยวอยู่เมื่อครู่ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น

          เขามองหมีดำแล้วนิ่งไปราวกับเพิ่งนึกได้ว่า—ตรงนั้นไม่ใช่ผู้เล่นธรรมดา ไม่ใช่ตัวถ่วง ไม่ใช่คนที่เอาแต่ยืนงงกับดอต

          แต่เป็นแกะดำ 01 ชายที่อเล็กเคยต้องสร้างสัญญาเวทเพื่อ “ล็อก” ไว้ ชายที่ถ้าไม่ได้สัญญานั้นค้ำอยู่ อาจไม่ควรถูกปล่อยเข้าสนามที่มีมนุษย์ด้วยซ้ำ

บรัสกาเหวี่ยงแขนไปด้านหลัง พลังทั้งหมดถูกบีบลงสู่ลูกบอล เสียงเวลราดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนช็อตปิดเกม

          “นี่คือลูกปิดเกมของ Velvet Fang ครับ!”

ทั้งสนามแทบหยุดหายใจ

บรัสกาคำราม แล้วปาลูกบอลออกไปเต็มแรง

          ตูมมมมมมม!

          ลูกบอลพุ่งออกไปราวกับกระสุนปืนใหญ่ แรงอัดอากาศฉีกพื้นสนามเป็นร่องยาว กระจกนิรภัยรอบสนามสั่นสะเทือน ผู้ชมแถวหน้าหลายคนสะดุ้งถอยหลังโดยไม่รู้ตัว

          ลูกบอลพุ่งตรงเข้าหาดอตสุดท้ายตรงเข้าหาหมีดำและหมีดำ—เพียงยกมือข้างหนึ่งขึ้น ไม่ใช่ตั้งท่ารับเต็มตัว ไม่ใช่ก้าวถอย ไม่ใช่ใช้สองมือ แค่ยกฝ่ามือขวาขึ้นตรงหน้า แล้วรับมันไว้

ตูม!!!

          แรงปะทะระเบิดออกกลางสนาม ฝุ่นและเศษพื้นกระจายเป็นวงกว้าง คลื่นกระแทกพัดผ่านอัฒจันทร์จนหลายคนเผลอยกแขนบังหน้า จอโฮโลแกรมสั่นวูบ เสียงทุกอย่างหายไปชั่วขณะ

          ทุกอย่างนิ่งไปหมด สนามทั้งสนามเงียบกริบ ไม่มีเสียงหัวเราะ ไม่มีเสียงโห่ ไม่มีแม้แต่เสียงพากย์จากเวลรากับมิล่าทุกสายตาจับจ้องไปยังชายร่างใหญ่ที่ยืนอยู่หน้าดอตสุดท้ายของทีมแกะดำ

หมีดำรับลูกยิงของบรัสกาไว้ได้ ด้วยมือเพียงข้างเดียวและเขาไม่สะเทือนเลยแม้แต่นิดเดียว

บรัสกายืนค้างอยู่กับที่ ดวงตาเบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อ

          “บ้าน่า…” เขาพึมพำเสียงแห้ง “แกรับมันได้ยังไง?”

บรัสการู้ดีว่าเมื่อครู่เขาไม่ได้ออมแรง ไม่ใช่ลูกยิงลองเชิง ไม่ใช่การขู่แต่มันคือแรงเต็มที่ของเขา

ลูกยิงที่เคยทำให้ผู้เล่นระดับเขตปลิวทะลุกำแพงสนามมาแล้ว แต่ชายตรงหน้ากลับรับมันไว้เหมือนรับลูกบอลเด็กเล่น

หมีดำก้มมองลูกบอลในมือ ไม่ตอบ ไม่อธิบายแค่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น

บรัสกากัดฟันแน่น ก่อนแค่นหัวเราะออกมา

          “หึ…”

เขายกมือขึ้นเช็ดเหงื่อที่คาง

          “ต่อให้แกรับได้ แล้วไง?”

น้ำเสียงของเขาพยายามกลับมาแข็งกร้าวอีกครั้ง

          “ยังไงพวกแกก็ไม่มีทางชนะอยู่ดี”

หมีดำยังคงเงียบ

          “อะไร?” บรัสกามองลูกบอลในมือหมีดำ “จะถ่วงเวลาหรือไง?”

เขาก้าวเข้าไปหนึ่งก้าว

          “หรืออยากให้ฉันเข้าไปแย่ง?” รอยยิ้มดุร้ายกลับมาบนใบหน้าของบรัสกา

          “ถ้าอยากสู้ ฉันจะจัดให้”

หมีดำเงยหน้าขึ้นมองเขาแววตาของเขานิ่งมาก นิ่งจนบรัสการู้สึกแปลก ๆ จากนั้น หมีดำก็พูดเสียงเรียบ

          “ไม่จำเป็นแล้ว”

เขาเอาลูกบอลเหน็บไว้ใต้แขนตัวเองอย่างไม่รีบร้อน ท่าทางนั้นทำให้บรัสกาขมวดคิ้ว

          “หา?”

แล้วเขาถึงเพิ่งรู้สึกตัว สนามเงียบเกินไป ไม่ใช่แค่เงียบเพราะหมีดำรับลูกยิงได้แต่เงียบแบบผิดธรรมชาติ

ไม่มีเสียงลิเวีย ไม่มีเสียงคาสเซียน ไม่มีเสียงฝีเท้า ไม่มีแม้แต่คำสั่งจากเพื่อนร่วมทีม

บรัสกาค่อย ๆ หันกลับไปมองด้านหลังและสิ่งที่เขาเห็นทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดทันที

กรกรรณยืนอยู่กลางสนาม บนหลังของเขา หนูแดงเกาะอยู่เหมือนเดิม เส้นผมสีขาวของเธอสยายออกเป็นปลายแหลมจำนวนมาก ราวกับหอกเล็ก ๆ ที่ชี้ไปทุกทิศทาง

          ด้านหลังพวกเขา—คาสเซียนกับลิเวียนอนอยู่บนพื้น ร่างทั้งสองกระตุกเบา ๆ ตาเปิดค้าง ขยับไม่ได้ แม้จะยังมีสติอยู่บางส่วน แต่ร่างกายกลับไม่ตอบสนองคำสั่งใด ๆ อีกแล้ว

กรกรรณหันไปมองหนูแดงด้วยสีหน้าเหนื่อยใจ

          “ผมบอกว่าให้ใช้พิษแค่นิดเดียว”

หนูแดงกะพริบตาปริบ ๆ

          “อุ้ย…”

เธอเอียงคอ ทำเสียงใสอย่างไม่น่าเชื่อถือเลยแม้แต่น้อย

          “พิษน่ะ มันควบคุมปริมาณยากนะ รู้ไหม?”

          “ให้ตายสิ หนูแดง...”

          “อิอิอิ”

คำตอบนั้นแทบไม่ต้องแปล

บรัสกาเบิกตากว้าง

          “พวกแก…!”

เขากำหมัดแน่น เตรียมพุ่งกลับไปช่วยเพื่อนร่วมทีมแต่เขาช้าไป

ปลายเส้นผมสีขาวเส้นหนึ่งสะบัดผ่านอากาศอย่างเงียบเชียบ

ฉึก

มันแตะเข้าที่ข้างลำคอของบรัสกา เบามาก เบาจนแทบเหมือนแมลงกัด

บรัสกาชะงัก

          “อะ…”

เขายกมือขึ้นแตะคอตัวเอง จากนั้นขาทั้งสองข้างก็อ่อนลง ร่างใหญ่ของเขาค่อย ๆ ทรุดลงกับพื้น กล้ามเนื้อทั้งตัวแข็งค้าง ระบบประสาทเหมือนถูกตัดสัญญาณทีละเส้น บรัสกาพยายามขยับนิ้ว

ขยับไม่ได้

พยายามอ้าปาก เสียงไม่ออก

สุดท้ายเขาทำได้เพียงนอนนิ่งอยู่บนพื้นสนาม ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ

Velvet Fang ทั้งสามคนล้มลงหมดแล้ว ไม่มีใครขยับได้ ไม่มีใครยืนอยู่ ทีมที่เมื่อครู่เหมือนกำลังจะปิดเกม กลับถูกพลิกคว่ำในเวลาไม่ถึงสิบวินาที

แพทย์สนามรีบวิ่งลงมาทันที กรรมการเป่านกหวีดรัว ๆ เพื่อหยุดเกม เสียงเวลรากลับมาดังขึ้นในที่สุด แต่คราวนี้เขาพูดแทบไม่เป็นคำ

          “อะ…อะ…อะไรกันครับนั่น!”

มิล่าเองก็หลุดเสียงสูงด้วยความตื่นเต้น

          “แกะดำค่ะ! แกะดำเล่นทีเผลอ ตอนที่ Velvet Fang คิดว่าตัวเองชนะแล้ว!”

ภาพบนจอโฮโลแกรมฉายย้อนช้าตอนที่ทุกสายตามองลูกยิงของบรัสกา ตอนที่ทุกคนคิดว่าหมีดำคือจุดตัดสิน

ในเสี้ยววินาทีนั้น กรกรรณกับหนูแดงเคลื่อนที่สวนไปด้านหลัง เส้นผมพิษสีขาวยิงออกไปด้วยมุมที่ต่ำมาก

แทงเฉียดผ่านข้อเท้าและลำคอของคาสเซียนกับลิเวียอย่างแม่นยำ ไม่ใช่พิษฆ่า แต่เป็นพิษทำให้ระบบประสาทชะงัก รุนแรงพอให้ล้มแต่ไม่ถึงตาย มิล่าตะโกนต่ออย่างลืมตัว

          “พวกเขาใช้พิษ! แม่เจ้า…พวกเขาใช้พิษแบบคุมปริมาณในสนาม Fight Dot!”

เวลรากลืนน้ำลาย

          “นี่มัน…ไม่ใช่การเล่นแบบปกติแล้วครับ นี่คือการเปลี่ยนจังหวะฆ่าคนให้กลายเป็นจังหวะกีฬา!”

แพทย์สนามแยกตรวจทั้งสามคนทันที คนหนึ่งฉีดยาต้านพิษให้คาสเซียน อีกคนตรวจชีพจรของลิเวีย

ส่วนบรัสกาถูกจับพลิกตัวเพื่อดูปฏิกิริยากล้ามเนื้อ ไม่กี่วินาทีต่อมา แพทย์สนามคนหนึ่งยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้กรรมการ

          “Velvet Fang ทั้งสามคนไม่สามารถแข่งต่อได้ชั่วคราว!”

กรรมการยกธงขึ้นทันที เสียงประกาศดังทั่วสนาม

          “ผู้เล่น Velvet Fang ทั้งหมดหมดสภาพการแข่งขัน!”

          “ทีมแกะดำชนะในรอบนี้!”

สนามเงียบไปอีกวินาทีหนึ่ง เหมือนสมองของคนดูทั้งสนามยังตามเหตุการณ์ไม่ทัน แล้วจู่ ๆ ก็มีเสียงเล็ก ๆ เสียงหนึ่งดังขึ้นจากอัฒจันทร์

          “เย่!!!”

เสียงนั้นใสและดังพอจะก้องไปในความเงียบ

          นิโคลลุกขึ้นยืน กำหมัดแน่น ดวงตาเป็นประกายด้วยความดีใจ ข้าง ๆ เธอ ไคลน์กับเรนหันมามองพร้อมกันเหมือนอยากบอกให้เธอเบาเสียง

แต่ไม่ทันแล้ว เสียงนั้นเหมือนจุดประกายบางอย่างในสนามผู้ชมเริ่มฮือ จากนั้นเสียงเชียร์ก็ค่อย ๆ ดังขึ้น

บางคนหัวเราะอย่างไม่อยากเชื่อ บางคนกุมหัวเพราะเสียพนัน บางคนด่า Velvet Fang

แต่บางคนกลับลุกขึ้นปรบมือเพราะแม้จะเสียเงิน พวกเขาก็เพิ่งเห็นอะไรที่คุ้มค่าตั๋วเกินคาด

ทีมไร้ชื่อ ทีมที่โดนหัวเราะตั้งแต่ลงสนาม ทีมที่เกือบแพ้ในสิบกว่านาทีแรกกลับพลิกเกมด้วยหมีดำที่หยุดลูกปืนใหญ่ด้วยมือเดียวและหนูแดงที่ใช้พิษปิดทั้งทีมในจังหวะเดียว

เสียงเชียร์เริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ

          “แกะดำ!”

          “แกะดำ!”

          “แกะดำ!”

กรกรรณยืนหอบอยู่กลางสนาม เขายังจับแขนหนูแดงไว้เพื่อไม่ให้เธอหล่นจากหลัง ส่วนหนูแดงยิ้มกว้าง รัดคอกรแน่นขึ้น

          “เราชนะใช่ไหม! เราชนะจริงๆ หรอออ!”

กรถอนหายใจ

          “ใช่ครับ เราชนะแล้ว”

หมีดำเดินกลับมาจากดอตสุดท้าย โดยยังเหน็บลูกบอลไว้ใต้แขน เขามองคาสเซียน ลิเวีย และบรัสกาที่ถูกแพทย์ดูแลอยู่ก่อนหันมาถามกรอย่างจริงจัง

          “แบบนี้ชนะแล้วใช่ไหม”

กรนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างหมดแรง

          “ครับ” เขาพยักหน้า “เราชนะแล้วครับ พี่หมีดำ”

หมีดำพยักหน้าช้า ๆ

          “อ๋อ...เจ๋งจ้าบ...”

 


บนห้อง VIP

          โอโนนั่งมองสนามด้วยดวงตาเบิกกว้าง เขาประหลาดใจ ประหลาดใจจริง ๆ ไม่ใช่เพราะแกะดำชนะ แต่เพราะวิธีที่พวกเขาชนะ สิบนาทีแรกพวกเขาเหมือนทีมเด็กหลงสนามแต่ไม่ถึงครึ่งรอบพวกเขากลับปรับตัว

หมีดำเข้าใจบทบาทของตัวเอง หนูแดงหาวิธีใช้พิษในสนามกีฬาและกรกรรณ—เด็กหนุ่มคนนั้นใช้สายตาของตัวเองเปลี่ยน “อาวุธสังหาร” ให้กลายเป็น “แผนชนะเกม”

โอโนค่อย ๆ เอนหลังพิงเก้าอี้ ริมฝีปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม

          “น่าสนใจ…” เขาพึมพำ “น่าสนใจจริง ๆ”

เลขาที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก้มหน้าลงเล็กน้อย

          “ท่านจะทำตามที่พูดไว้หรือไม่คะ”

โอโนเหลือบมองเธอ

          “แน่นอน”

เขาหัวเราะในลำคอ

          “คนแก่ถ้าพูดแล้วไม่รักษาคำพูด ก็เหลือแค่แก่เปล่า ๆ” โอโนมองลงไปยังทีมแกะดำอีกครั้งแววตาของเขาคมขึ้น

          “เตรียมเอกสารสนับสนุนทีมแกะดำ”

เลขานิ่งไปเล็กน้อย ก่อนรับคำ

          “ค่ะ ท่าน”

โอโนมองกรกรรณ หมีดำ และหนูแดงที่ยืนอยู่กลางสนามท่ามกลางเสียงเชียร์ที่เพิ่งเริ่มดังขึ้น

เขาหัวเราะเบา ๆ

          “รอบแปดทีมสุดท้าย…” ดวงตาของโอโนเป็นประกายเหมือนนักพนันที่เจอแต้มต่อชั้นดี

          “อาจไม่ใช่ฝันลม ๆ แล้ง ๆ แล้วสินะ”

 

 


          หลังจากนั้น คนที่เงียบมาตลอดทั้งเกม คนที่มองทีมแกะดำตั้งแต่วินาทีแรกจนวินาทีสุดท้าย คนที่ภูมิใจกับชัยชนะครั้งนี้มากที่สุด—กลับเป็นอเล็ก

เขานั่งอยู่ข้างสนาม มองทั้งสามคนที่ยืนอยู่ท่ามกลางเสียงเชียร์ เสียงผู้ชม และแสงไฟของ Velvet Cage หมีดำยังยืนงง ๆ ถือบอลไว้ใต้แขน หนูแดงกำลังชูนิ้วกลางใส่คนดูอีกครั้ง

ส่วนกรกรรณยืนหอบจนแทบหมดแรง แต่ใบหน้ากลับมีรอยยิ้มที่ปิดไม่อยู่ อเล็กมองภาพนั้นเงียบ ๆ ก่อนยิ้มออกมาบาง ๆ

          “ขอบคุณ…” เสียงของเขาเบามาก เบาจนแทบเหมือนพูดกับตัวเองแต่สำหรับอเล็ก ไกรเซอร์—คำพูดนั้นหนักกว่าคำว่าชัยชนะเสียอีก

ชัยชนะครั้งแรกของทีมแกะดำ ชัยชนะที่ไม่มีใครคาดคิด ชัยชนะที่เริ่มต้นจากการโดนหัวเราะทั้งสนามและจบลงด้วยการที่ทั้งสนามลุกขึ้นเชียร์ มันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ใครคาดไว้แต่สำหรับแกะดำนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

หลังจบการแข่งขันทั้งสามคนเดินกลับเข้าห้องพักนักกีฬา บรรยากาศต่างจากก่อนลงสนามโดยสิ้นเชิง

ไม่มีความกดดัน ไม่มีความเงียบ มีแต่เสียงคุยกันวุ่นวายจนแทบฟังไม่ทัน

          “เห็นไหม! ฉันบอกแล้วว่าพิษใช้ได้!”

หนูแดงพูดอย่างภูมิใจ พลางแกว่งขาไปมาอยู่บนหลังกรกรรณ

          “เกือบโดนตัดสิทธิ์นะครับ”

          “ไม่โดน”

          “เพราะแพทย์เขาใจดีครับ”

          “เพราะฉันน่ารักต่างหาก”

          “ไม่ใช่ซะหน่อย อ้าก...” อย่ากัดหลัง!!!

หมีดำหัวเราะลั่นอยู่ด้านหลัง

          “ฮ่า ๆๆๆ อะไรบ้างก็ไม่รู้ ยังงงอยูเลย!” เขากางแขนกว้างอย่างอารมณ์ดี

          “ดีนะที่ชนะ แล้วเราชนะได้ไงนะ?”

ระหว่างที่ทั้งสามกำลังคุยกันอย่างตื่นเต้น อเล็กเดินตามเข้ามาช้า ๆ เขายืนมองพวกเด็ก ๆ อยู่พักหนึ่ง ก่อนกระแอมเบา ๆ

          “อะแฮ่ม…”

          “…เอ่อ”

ยังไม่มีใครสนใจ อเล็กเริ่มกลับมาเป็นอเล็กคนเดิมอีกแล้ว คนที่พอหมดช่วงจริงจัง ก็ดูขาดความมั่นใจขึ้นมาทันที

          “คือ…”

เขายกมือขึ้นนิด ๆ เหมือนนักเรียนจะขอพูด

          “นี่พวกนาย…”

กรกรรณหันมา

          “ครับ?”

อเล็กสะดุ้งนิดหนึ่งเหมือนเพิ่งโดนเรียกตอบ

          “คือ…ฉันคิดว่าทีมเราจะมีแค่สามคน แล้วฉันก็ลงแข่งแทนไม่ได้ด้วย…”

เขาเกาหัวแกรก ๆ

          “แต่ว่า....ว่า…คือ…”

น้ำเสียงของเขาค่อย ๆ เบาลงอีก

แต่กรกรรณกลับยิ้มออกมา

          “ไม่เป็นไรครับครูฝึก”

เขาพูดทันที

          “พวกผมคิดว่าไหว”

อเล็กนิ่งไป

หมีดำหัวเราะลั่น

          “ใช่เลยลูกพี่!”

เขาเดินเข้าไปแล้วจับอเล็กยกขึ้นพาดบ่าเหมือนกระสอบข้าวทันที

          “เฮ้ย เดี๋ยว—!”

อเล็กดิ้นทันที

          “ฉันเริ่มเข้าใจเกมนี้บ้างแล้ว!” หมีดำพูดอย่างมั่นใจ “แค่ไม่ต่อยคนก็พอใช่ไหม ฮ่า ๆๆๆ!”

          “มันไม่ใช่แค่—เฮ้ย! ปล่อยก่อน!”

หนูแดงหัวเราะจนตัวโยน จากนั้นเธอก็กระโดดลงจากหลังกรกรรณมายืนบนพื้นเอง

กรหันขวับทันที

          “เดี๋ยวนะ!” เขารีบมองขาของเธอ “หนูแดง แผลที่ขาเธอล่ะ?!”

หนูแดงยิ้มกว้าง

          “หายแล้ว ดูสิ” เธอดึงขากางเกงขึ้นอย่างภูมิใจผิวขาวเนียนของเธอไม่มีแม้แต่รอยแผล ไม่มีแม้แต่รอยเลือด

เหมือนไม่เคยถูกแทงมาก่อน

กรกรรณเบิกตากว้าง

          “หายจริงด้วย…”

          “บอกแล้วไง” หนูแดงยืดอกอย่างภูมิใจ “แค่นี้จิ๊บ ๆ”

แล้วหัวเราะเสียงดัง

          “ฮ่าฮ่าฮ่า!”

กรมองเธออย่างอึ้ง ๆ ก่อนถอนหายใจออกมายาว

          “ทีมเรานี่…ไม่มีคนปกติเลยสักคน”

          “นายก็ไม่ปกติแล้วนะกร”

          “หา?”

          “นายนั่นแหละตัวผิดปกติเลย”

หมีดำหัวเราะหนักกว่าเดิมจนเกือบทำอเล็กหล่นจากบ่า

          “ฮ่า ๆๆๆ จริงด้วย!”

          “เดี๋ยว! ฉันจะตกแล้ว!”

สุดท้าย ทั้งสามคนก็ช่วยกันแบกอเล็กออกจากห้องพักนักกีฬา ภาพนั้นทำเอาเจ้าหน้าที่หลายคนมองตามอย่างงง ๆ

ทีมที่ก่อนแข่งดูเหมือนคนหลงทาง ตอนนี้กลับเดินออกมาพร้อมเสียงหัวเราะดังลั่นเมื่อออกมาด้านนอก พวกเขาก็พบกับกลุ่มชุดขาวที่ยืนรออยู่แล้ว

นิโคลโบกมือแรงที่สุด

          “กรรรรร!” เธอแทบจะกระโดดเข้ามาหา

          “นายสุดยอดมากเลย!”

ไคลน์ยืนกอดอกอยู่ด้านหลัง แม้ยังทำหน้านิ่ง แต่ก็พยักหน้าให้เบา ๆ

          “เล่นได้ดี” เรนถอนหายใจยาว  “ตอนโดนรุม ฉันนึกว่าจะจบแล้วจริง ๆ”

หนูแดงชี้หน้าทันที

          “เห็นไหม! ฉันบอกแล้วว่าไม่ตายง่าย ๆ หรอก!

          "เธอนั่นแหละที่ดูจะฆ่าคนอื่นง่ายสุดแล้ว…”

          “อิอิอิ”

          เย็นวันนั้น ห้องอาหารของที่พักเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความวุ่นวาย หมีดำกินข้าวกองโตเหมือนอดมาหลายวัน หนูแดงเล่าเหตุการณ์ในสนามซ้ำไปซ้ำมาด้วยความภูมิใจ นิโคลตื่นเต้นจนพูดไม่หยุด ไคลน์กับเรนนั่งฟังพลางส่ายหัวเป็นระยะ

ส่วนอเล็ก—เขานั่งอยู่ปลายโต๊ะ มองภาพทั้งหมดเงียบ ๆ รอยยิ้มเล็ก ๆ ยังคงอยู่บนใบหน้าเขา ไม่ใช่รอยยิ้มของครูฝึกอัจฉริยะ ไม่ใช่รอยยิ้มของตำนานเก่า แต่เป็นรอยยิ้มของคนคนหนึ่ง ที่เพิ่งได้เห็นทีมของตัวเอง “เริ่มต้น” จริง ๆ

อีกด้านหนึ่งของห้อง กรกรรณถือโทรศัพท์เดินออกไปตรงระเบียงเงียบ ๆ ลมเย็นของกลางคืนพัดผ่านเมืองกรานเวลที่เต็มไปด้วยแสงไฟ เขากดโทรออกไม่นานนักปลายสายก็รับ กรยิ้มออกมาทันทีโดยไม่รู้ตัว

          “ฮัลโหลครับ…” เสียงของเขายังเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

          “น้ำแข็ง…” เขาหัวเราะเบา ๆ

          “ผมชนะแล้วนะ...ดูด้วยหรอ!!!...ใช่ครับ...ไม่ใช่นะ..หนูแดงขาเจ็บ....ไม่ใช่แบบนั้น....”

แม้จะเป็นแค่การแข่งขันคัดตัวของผู้สนับสนุน แม้จะยังไม่ใช่เวทีระดับโลกแต่สำหรับกรกรรณมันคือชัยชนะครั้งแรก

ชัยชนะที่เขาไม่ได้ยืนอยู่คนเดียวอีกต่อไปและในค่ำคืนนั้นเองชื่อของ “ทีมแกะดำ” ก็เริ่มถูกพูดถึงในเมืองกรานเวลเป็นครั้งแรกจริง ๆ...

 

 

 

 

 

 

 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา