Love You My Bad Guy ll❤

9.8

เขียนโดย ยัยหมูปิ้ง

วันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 เวลา 22.27 น.

  19 Bad Guy
  262 วิจารณ์
  19.88K อ่าน

แก้ไขเมื่อ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 11.33 น. โดย เจ้าของนิยายฟิคชั่น

แชร์นิยายฟิคชั่น Share Share Share

 

12) You're Not So Far Away

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

         พอบอกไปแบบนั้นเขาก็นิ่งและทำท่าคิดอะไรสักอย่างจากนั้นก็ปล่อยมือฉันแต่

โดยดีแล้วเดินจากไป นี่ฉันไปพูดอะไรแทงใจดำเขาเข้าหรือเปล่านะขอบอกเลยว่าฉันไม่ได้

สงสารเขาแม้แต่น้อยเขาทฉันมากกว่าที่ฉันทำอีก เขาไม่เห็นจะสงสารหรือเห็นใจเลยตรง

กันข้ามกลับช้ำเติมและผลักไสฉันให้ไปให้พ้นอยู่ตลอดเวลาเสียอีก พอมาวันนี้เขาจะมา

ทวงสิทธิ์อะไรของเขาอีกก็ไม่รู้แต่ฉันจะไม่สนไม่แคร์และจะไม่กลับไปเป็นคนโง่ที่เอา

แต่วิ่งตามเขาต้อยๆอีกแล้ว

         ฉันยืนอยู่ที่เดิมนานแค่ไหนแล้วก็ไม่รูก่อนจะเดินออกไปให้ห่างจากผับแห่งนี้ ฉัน

เดินเรื่อยๆจนมาถึงถนนที่ไร้ผู้คนและเงยหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้า

      พระจันทร์ดวงโตจังเลย คิดแล้วก็เหม่อลอยไปไกล…

      เขาว่ากันว่าพระจันทร์ไม่มีแสงสว่างเป็นของตัวเอง ที่มันส่องแสงในค่ำคืนได้ก็

เพราะว่าได้แสงจากพระอาทิตย์ที่ตกกระทบกับพื้นผิวของมัน พระอาทิตย์นี่มหัศจรรย์จัง

เลยนะ มันทำให้สิ่งอื่นๆ ทั้งบนโลกนี้และทั้งในอวกาศเหมือนมีชีวิตขึ้นมาได้เหมือนอ

ย่างพระจันทร์ที่ฉันทำกำลังมองอยู่ตอนนี้ไง

      เหมือนมันมีชีวิตเป็นของตัวเองเลยนะ ฉันคิดแล้วเหมือนมีแรงดึงดูดอะไรสักอย่าง

ให้ฉันละสายตาจากมันไม่ได้ ฉันก้าวเท้าเข้าไปข้างหน้าอย่างไม่รู้ตัว เหมือนว่าพระจันทร์

ที่มองอยู่กำลังส่งเสียงเรียกเข้าไปหาฉันลืมหมดทุกอย่างว่าตอนนี้ตัวเองกำลังทำอะไร

อยู่ และกำลังจะไปที่ไหน

“ฟาง!!” เสียงใครสักคนที่สงเสียงตะโกนเรียกฉันจากด้านหลังทำให้ฉันหมุนตัวกลับไปมองทันที

         ฉันไม่รู้ว่าใครเป็นคนเรียกฉันเพราะที่ ที่เขายืนอยู่แสงจันทร์สาดไปไม่ถึง รู้แค่ว่าตอน

นี้เขากำลังทำหน้าตกใจอย่างถึงที่สุดกำลังวิ่งมาทางนี้แล้วก็มีแสงสว่างที่สาดเข้ามาใบหน้า

ฉัน ทำให้ฉันดึงหน้าตัวเองกลับไปดูอีกด้านหนึ่ง

       รถยนต์… รถคันหนึ่งกำลังบีบแตรเสียงดังสนั่นดูเหมือนกำลังเบรกไม่อยู่และมันห่าง

จากตัวฉันแค่ไม่กี่ก้าวเท่านั้นเอง จนรู้สึกถึงแรงกระแทกที่ตัวของฉันจนร่างกายกระเด็นไปสักที

และมันทำให้ฉันร้าวไปหมดเสียงที่คอยเรียกฉันได้ยินแว่วๆจนสุดท้ายฉันก็ไม่ได้ยินอะไร

อีกเลย…

 

      ฉันรู้สึกตัวก็เมื่อได้ยินเสียงของผู้ชายสองคนกำลังโต้เถียงภายในห้องที่ฉันพักอยู่ ไม่รู้

ว่าฉันหูแว่วไปเองหรือเปล่าถึงได้ยินเสียงป็อบปี้มาด้วยอย่างงั้น เมื่อกระพิบตาตื่นอีกทีก็เห็นว่า

ประตูถูกเปิดออก มีแสงไฟลอดเข้ามาในห้อง และฉันก็เห็นแผ่นหลังของผู้ชายคนหนึ่งเดิน

ออกจากห้องไป และก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นกวินนั้นแหละ

         จำได้ว่าฉันโดนรถชนแล้วก็มีเสียงใครสักคนเรียกฉันไว้ และนั้นอาจจะเป็นกวินนั้น

เองเพราะฉันลืมตาก็เห็นว่าเป็นเขาถึงจะเห็นแค่แผ่นหลังฉันก็จำได้อยู่และคิดว่าไม่ผิดแน่ๆ เขา

คงจะใจดีที่เห็นฉันกำลังจะตายเขาเลยช่วยชีวิตฉันด้วยการพามาที่โรงพยาบาล

         แต่ที่ฉันไม่เข้าใจ… กวินโผล่เข้ามาในชีวิตฉันได้ยังไง

         เขาอาจจะไม่ถูกกับป็อบปี้และพอรู้ว่าฉันคือแฟนเก่าของป็อบปี้เขาก็เลยเข้ามาพัวพัน

กับฉัน เพื่อจะทำให้ป็อบปี้เจ็บ คิดได้แบบนั้นฉันก็แค่นยิ้มออกมา ป็อบปี้นะเหรอจะเจ็บเป็น…หมอ

นั่นนะ ปีศาจร้ายที่ไร้หัวใจต่างหากละ

         ฉันคิดอะไรเรื่อยเปลื่อยก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง รู้สึกเจ็บไปทั้งตัวและหัวใจ

         ทำไมฉันต้องไปใส่ใจกับคนอย่างป็อบปี้ด้วย ทั้งที่รู้ว่าเขาไม่ได้รักฉันแล้ว ทั้งที่เขา

คบกับจินนี่ไปแล้วทำไมฉันดื้อดึงเอาตัวเองไปเจ็บเพราะผู้ชายใจร้ายคนนั้นอีกอยู่ได้ อาจจะ

เป็นเพราะผู้หญิงเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าสงสาร รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองไม่ได้มีความหมายอะไรทั้งนั้น แต่

ก็ยังอยากจะลองเสี่ยง อยากจะลองเดิมพันดูอีกสักที แล้วเป็นไงล่ะ

        ฉันก็รับความเจ็บปวดกลับมายังไงล่ะ ทำให้ป็อบปี้คิดว่าฉันยังมีเยื่อใยกับเขา แม้ว่า

ฉันจะเป็นแบบนั้นจริงๆ แต่ฉันก็ไม่น่าปล่อยตัวปล่อยใจไปกับผู้ชายคนนั้นเลย บ้าที่สุด…

        ฟาง… ถึงตอนนี้เธอควรจะถอยได้แล้ว  หยุดสักที

        ยิ่งยื้อต่อไปก็ยิ่งเจ็บ หยุดเรื่องทั้งหมดไว้ตรงนี้จะดีกว่า

 

        โยชิมาเยี่ยมฉันในอีกวันพร้อมกับของเยี่ยมที่ไม่มีประโยชน์ เพราะว่าพิทกัดแอปเปิ้ลไปครึ่ง

ตะกร้าแล้ว ฉันส่งยิ้มเชียวๆ ให้กับโยชิ ที่ไม่รู้ว่าบ้าอะไรฉันถึงไปพบเจอเขาได้

“เธอโทรไปหาฉัน มีเรื่องอยากคุยงั้นเหรอ” เขาถามแล้วทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้เยี่ยมไข้

        ฉันยันตัวลุกขึ้นแต่ก็ต้องนิ่วหน้าเพราะขาฉันโดนใส่เฝือกและเพิ่งมาสังเกตและรู้ตัวนี่

แหละว่าฉันขาหัก ฉันมองสภาพตัวเองอย่างอ่อนใจก่อนจะนอนลงตามเดิมเพราะจะให้นั่งก็คง

ไม่ไหวและหันไปจ้องโยชิที่มองฉันอยู่แต่แรกแล้วด้วย

“ฉันไม่อยากจะเล่นเป็นหนูน้อยหมวกแดงของนายอีกแล้ว” ฉันเริ่มต้นพูดก่อนที่ความกล้า

จะหายไป

        ฉันต้องบอกเขาก่อนที่ทุกอย่างจะยุ่งวุ่นวายไปกว่านี้ เกมนี้อันตรายเกินไปสำหรับฉัน

ฉันไม่มีใครปกป้องคุ้มครอง กวินเองก็ไม่ใช่แฟนของฉันจริงๆ โยชิก็เป็นมาสเตอร์เกมนี้ เขาต้อง

เป็นคนคุมเกมคงไม่มีเวลามาวิ่งตามตอนที่ฉันมีเรื่องหรอก

“หือ เธอว่าอะไรนะ”

“ฉันไม่อยากจะยุ่งกับผู้ชายในเกมนี้อีกแล้วล่ะ ฉันไม่อยากจะปล่อยให้ตัวเองตายไปโดยที่

ช่วยอะไรตัวเองไม่ได้” ฉันบอกแล้วก็เบือนหน้าตัวเองไปมองที่นอกหน้าต่าง มองท้องฟ้าที่เป็นสี

ฟ้าครามสดใส

          หวังในใจว่าสักวันหนึ่ง หัวใจของฉันจะปลอดโปร่งแบบนั้นได้บ้าง

“จะบอกเธออยู่เหมือนกัน ว่าระบบรักษาความปลอดภัยเกมของฉันถูกเจาะด้วย” โยพูดแล้วก็

หยิบเอาของเยี่ยมที่เป็นแอปเปิ้ลลูกหนึ่งขึ้นมาถูกับอกเสื้อไม่นานเขาก็นั่งทานมันพร้อมกับมองหน้า

ฉันไปด้วย

“ฉันไม่รู้ว่าเธอมีเรื่องอะไรกับใครหรือเปล่า ไม่รู้ว่ามันมีเรื่องลึกตื้นหนาบางอะไรยังไง แต่การ

ที่เกมของฉันถูกเจาะทั้งที่ฉันเป็นคนเขียนโปรแกรมและตั้งวอลเอาไว้ รวมทั้งไม่เคยเกิดเรื่องแบบ

นี้ขึ้นเลย มันก็เลยเป็นเรื่องประหลาดเหมือนกัน และที่มันประหลาดใจมากกว่านั้น ก็คือเป้าหมาย

ของแฮกเกอร์มุ่งไปที่เธอ”

        โยพูดแล้วก็ยกนิ้วก้อยขึ้นมาชี้หน้าฉัน

“มันเจาะเอาข้อมูลของเธอ ที่ตอนแรกเธอเป็นหนูน้อยหมวกแดงของกวิน ใช่มั้ย” เขาถามแล้ว

ฉันก็พยักหน้า

“นั่นแหละ กวินส่งโค๊ตชื่อเข้ามาร่วมทั้งรูปถ่ายข้อมูลคร่าวๆ ของตัวเธอมาด้วย บอกว่าเธอเป็น

หนูน้อยหมวกแดงของหมอนั่น หลังจากนั้นฉันก็ประกาศว่าเธอเป็นหนูน้อยหมวกแดงของฉัน แต่

ฉันยังไม่ได้ลบข้อมูลของเธอออกจากการเป็นหนูน้อยหมวกแดงของกวิน”

        โยพูดไปเรื่อยๆ ในขณะที่พิททำหน้าเช็ง ไม่นานเขาก็ยกมือขึ้นโบกและเดินออกไปข้าง

นอก ทิ้งให้ฉันอยู่ตามลำพังกับโยสองคน

      ฉันมองตามแผ่นหลังของเขา แล้วก็หันกลับมามองหน้าโยเหมือนเดิม

“ฉันส่งแมสเชจไปบอกกวินให้เลือกหนูน้อยหมวกแดงของเขาเข้ามาใหม่ จากนั้นไม่นานกวิน

ก็ส่งชื่อและรูปของผู้หญิงอีกคนเข้ามา แต่ฉันก็ยังไม่ได้ลบชื่อของเธอออก” เขาพูด และฉันก็ยัง

ไม่แน่ใจว่าเขาจะเล่าให้ฉันฟังทำไมกัน

“จำวันนั้นได้มั้ย ที่เธอจะถูกกร๊าฟเผานะ เพราะเธอเป็นหนูน้อยหมวกแดงของฉัน”

“อาฮะ” ฉันครางและจ้องหน้าเขาเขม็ง

“มีคนแฮกเข้ามาและปกปิดข้อมูลว่าตอนนี้ชื่อของเธอเป็นหนูน้อยหมวกแดงของใคร ชึ่งชื่อ

ของเธอขึ้นลิสต์หนูน้อยหมวกแดงของผู้ชายสองคน ชึ่งฉันเข้าไปดูข้อมูลอะไรไม่ได้ ที่ทำไปนะ

เพื่อให้ฉันลบชื่อของเธอออกจากเกมนี้”

“งั้นเหรอ” ฉันพึมพำเสียงแผ่ว และคิดว่าใครที่เป็นคนทำเรื่องแบบนี้

ป็อบปี้… หรือเปล่า

“แต่ถ้าฉันคาดคะเนผิดไป ถ้าคนที่แฮกมาไม่ได้เป็นห่วงเธอ… เธอก็ท่าทางจะแย่แล้วเหมือนกัน”

และคำพูดต่อมาของโยก็ทำให้ฉันกังวลใจขึ้นมา

“เพราะเธออาจจะถูกหมายหัวจากเรื่องแย่ๆ ก็ได้” โยพูดแล้วก็ถอนหายใจ

“แล้วยิ่งเธอจะถอนตัวออกจากเกมนี้ ฉันก็ไม่แน่ใจว่าผลลัพธ์มันจะออกมาเป็นยังไง”

         นั้นสิ ผลที่ออกมามันจะเป็นยังไงกันแน่นะ

“เธอจะเอายังไง อยู่กับฉันได้นะ ฉันดูแลเธอได้ เพราะวันนั้นฉันเองก็ใจร้อนที่คิดว่าเธอเห็น

ข้อมูลคนอื่นๆในเกมไปแล้ว เผลอไปพูดแบบนั้นเข้า ก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอเป็นจุด

สนใจ”

       เขาพึมพำก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

       ฉันเองก็ทำแบบเดียวกับเขา… ตอนนี้หัวใจของฉันเหมือนถูกถ่วงด้วยก้อนหินหนักสัก

สิบตัน ในขณะเดียวกันมันก็โหวงเหวงจนจะหลุดออกร่างกายได้ทุกเมื่อ

“อีกอย่างไม่รู้ว่าข่าวดีหรือร้ายสำหรับเธอนะ” โยบอกและทำให้ฉันสงสัยว่าเขาจะบอกอะไร

“ป็อบปี้ ย้ายที่เรียนมาเรียนที่เดียวกับพวกเราแล้ว…” คำๆนั้นทำให้ฉันถอนหายใจและไม่ลังเล

เลยที่จะพูดคำนั้น

“ฉันจะไปให้พ้นๆจากพวกนาย” ฉันบอกแล้วก็ยิ้มให้โย มันดีแล้วละที่เป็นแบบนี้

“หือ เธอว่าไงนะ” เขาถามช้ำพลางขมวดคิ้วไปด้วย

“ฉันจะย้ายออกจากมหาวิทลัย แล้วก็ย้ายไปเรียนอีกที่”

“ฟาง” โยครางชื่อของฉันออกมาเบาๆ ก่อนจะจ้องหน้าฉันเหมือนไม่เชื่อสายตา

“เพราะความบังเอิญทำให้เราได้มาพบเจอกัน เพราะงั้นฉันจะตัดความสำพันธ์นั้นซะ” ฉันบอก

แล้วทำมือเป็นรูปกรรไกร ตัดฉับไปกลางอากาศ

“ฟาง ฉันอยากจะบอกเธออะไรสักเรื่อง”

“อะไร”

“เรื่องบังเอิญ… ไม่มีจริง”

 

         เรื่องบังเอิญ… มีจริงสิ ทำไมจะไม่มี

        บังเอิญฉันเรียนมหาวิทยาลัยกับป็อบปี้ตอนปีหนึ่ง บังเอิญว่าฉันไปหาข้อมูลในผับ

บังเอิญว่าเขามาทำความรู้จักและคบกัน บังเอิญว่าหลังจากนั้นเขาเรี่มเบื่อฉันและเราก็เลิกกัน

         บังเอิญว่าฉันทำใจไม่ได้ หรือพูดง่ายๆ ว่าฉันมันงี่เง่า สุดท้ายฉันก็บังเอิญทำเรื่องโง่ๆ

ด้วยการกลับไปหาและประชดเขาด้วยการโกหกว่าคบกับกวิน

         จากนั้นเรื่องมันก็บังเอิญ บังเอิญ และบังเอิญยังไงละ!!

         ฉันจัดการทำเรื่องย้ายมหาวิทยาลัยด้วยบารมีของพ่อ… ท่านมีเงินพอที่จะทำเรื่อง

ย้ายให้ฉันได้กลางคันและจัดการทุกอย่างจนเรียบร้อยอย่างเงียบเชียบ ฉันคิดว่าความหยิ่ง

ยโสจองหองพองขนในบางทีก็ไม่ใช่เรื่องฉลาด ใครบางคนเคยบอกฉันว่าเวรกรรมนั้นมีอยู่จริง

      ฉันเลยคิดว่าจะให้เวรกรรมนั้นตามไล่หลังจินนี่กับป็อบปี้ในเร็ววัน…

      เอาล่ะ ตอนนี้เธอคิดถึงใครคนนั้นอีกแล้วฟาง เลิกคิดซะ เลิกคิด!!

      ตอนนี้ฉันกำลังพ่นลมออกจากปากมาเป่าผมม้าของตัวเองด้วยอาการสุดเช็ง เพราะหลัง

จากที่รักษาอาการบาดเจ็บของตัวเองจนหายดีแล้ว ตอนนี้ฉันยังมีหน้ามาทรมานร่างกายตัวเอง

อีกครั้ง ด้วยการหอบกล่องกระดาษ ข้างในบรรจุของมากมายล้านแปดอย่าง ชึ่งส่วนมากเป็น

ของจุกจิกของฉันเอง จำพวกปากกาสมุดโน๊ต กิ๊บติดผม อะไรทำนองนั้น ความจริงมันก็ไม่

หนักหนาอะไรหรอกนะ แต่การที่ฉังต้องถือมันกว่าครึ่งชั่วโมงเนี่ย

        มันกำลังทำให้ข้อต่อฉันอักเสบ…

“นี่ห้องคุณค่ะมิสฟาง”

“ขอบคุณ” ประโยคนี้ฉันแทบพ่นไฟใส่หน้ายัยผู้คุมหอ เมื่อเธอเอาแต่พาฉันเดินตามตั้ง

แต่ชั้นหนึ่งยันชั้นสาม ไล่ไปเกือบทุกห้องที่มีอยู่ของหอพักสตรีในกำกับของมหาวิทยาลัย

ที่ฉันเพิ่งย้ายมาอยู่สดๆร้อนๆ

         ฉันนี่แย่จริงๆในเวลาไม่ถึงเดือนฉันก็ย้ายมหาวิทยาลัยตั้งสองแห่งแล้ว มันไม่ได้ไกล

จากมหาลัยเก่าของฉันมากเท่าไหร่เลยแต่มันก็ไม่ได้ใกล้จนอยู่ต่อหน้ากันเหมือนสองมหาลัยที่

ฉันเคยอยู่แน่นอน พอคิดแล้วฉันก็อดนึกถึงแก้วไม่ได้ฉันย้ายมหาวิทยาลัยโดยไม่บอกใครเลย

สักนิดเดียวและฉันหวังว่าเธอคงจะเข้าใจฉันเพราะถ้าจะให้ฉันเข้าไปพัวพันกับผู้ชายพวกนั้น

อีกฉันก็คงจะไม่เอาอีกแล้ว มันเสี่ยงเกินไป…

         สรุปแล้วฉันได้ห้องพักที่ชั้นสามห้อง 313 เลขสวยซะไม่มี

         ฉันชนไหล่ดันประตูห้องให้เปิดเข้าไปแล้วก็เจอรูมเมทที่ฉันต้องอยู่ด้วย เป็เวลาหนึ่งปี

เต็มๆ นั้นกำลังมาร์กหน้าด้วยหน้ากากมาร์กหน้าสีขาวโพลน แอบบอกอะไรนิดหน่อย ฉันตกใจ

ด้วยละเมื่อกี้

“เอ่อ หวัดดี เพื่อนร่วมห้องสินะ… หวัดดี” ฉันพึมพำบอกเธอที่กำลังดึงเอาแตงกวาออกจากดวงตา

          เอ่อ… มาร์กหน้าตอนเย็นๆ แบบนั้นน่ะนะ หรือฉันมาผิดเวลากันแน่ ฉันวางกล่องกระ

ดาษที่หอบอยู่ลงที่โต๊ะวางตัวหนึ่ง และเห็นว่ารูมเมทของฉันกำลังลอดแผ่นมาร์กออกจากหน้า

แล้ว

“ไฮ ฉันคือพิม… เธอเพิ่งย้ายมาเหรอ” เธอทักมาแล้วฉันก็พยักหน้าหงึกๆ

“แล้วของของเธอละ เดี๋ยวฉันช่วยขนเอามั้ย” พิมอาสาอย่างใจดี แต่ฉันส่ายหน้าปฏิเสธ

“เดี๋ยวจะมีคนขนมาให้นะ ฉันชื่อฟาง ยินดีที่รู้จักนะ” ฉันบอก และก็อดคิดไม่ได้ว่าทำไมจะ

ต้องบังคับให้มาอยู่หอด้วย

         ตอนนี้ฉันก็ปีสามแล้วไม่ใช่เด็กปีหนึ่งซะหน่อย ที่มหาวิทยาเก่าไม่เห็จะมีข้อบังคับ

แบบนี้เลย แต่เอาเถอะ ฉันออกมาจากที่นั้นแล้วฉันไม่สมควรไปคิดถึงเรื่องงเก่าๆพวกนั้นอีก

แถมมหาวิทยาลัยใหม่ก็ยังมีเกมให้เล่นอีกด้วย ชีวิตที่สดใสของฉันอยู่ต่อหน้านี้แล้วอย่าได้

ไปคิดเรื่องอื่นเชียว ยัยฟาง!

“ดูเธอไม่แฮปปี้เธอที่จะมาอยู่หอพักแบบนี้”

        พิมทักเมื่อเห็นฉันถอนหายใจเฮือกๆ ด้วยความไม่สบายใจที่ต้องมีแชร์ร่วมห้องกับ

คนอื่นแบบนี้ถึงจะเคยร่วมห้องกับแก้วก็ตามแต่ที่นั้นสามารถกลับไปนอนที่คอนโดตัวเองได้

แต่ที่นี่ต้องนอนร่วมกันเท่านั้น!!

“ก็นิดหน่อย ฉันไม่เคยมีรูมเมทมาก่อนนะ อันที่จริงก็เคยมีแต่ไม่ได้นอนร่วมห้องเดียวกันหรอก

ฉันไปนอนที่คอนโดตัวเองมากกว่า ถ้าฉันทำเรื่องไม่เธออึดอัดไม่พอใจฉันก็ขอโทษล่วงหน้านะ

ฉันปฎิสัมพันธ์กับคนอื่นเค้าไม่เป็น” ฉันบอกแล้วก็ล้วงมือจัดของที่โตะตัวเองไปด้วย

“เธอเป็นคนตรงดีแฮะ” พิมหัวเราะเบาๆ แล้วก็ล้มตัวลงนอนที่เตียงพลางหยิบหนังสือ

การ์ตูนขึ้นมาอ่นด้วย

        ฉันยักไหล่เมื่อรู้สึกว่าคำคำนี้จะมีหลายคนเคยบอกกับฉันแล้วเหมือนกัน

“แต่เธอมาได้จังหวะมากเลยนะ” หลังจากที่เงียบไปนานพิมก็ชวนฉันคุยอีกครั้ง ทำให้ฉันหัน

ไปมองเธอ

“อะไรเหรอ”

“เรามีเกมเชื่อมสำพันธ์กับ ออลยู”

“ออลยู!!” ฉันหวีดร้องขึ้นมาเสียงสูง ก็ออลยูนะคือมหาวิยาลัยเดิมที่ฉัเพิ่งย้ายมายังไงละ

“อือ ทำไมเหรอ” พิมดูตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆฉันก็ร้องออกมาเหมือนถูกผีเข้า

“ไม่มีอะไร แล้วไงต่อ” ฉันรีบปรับอารมณ์ตัวเองให้กลับมาเป็นปกติ แล้วถามเรื่องราวต่อ

“ก็มีการบุกหอหาดาวประจำหอยังไงล่ะ ตามธรรมเนียมของแต่ละปีที่จะให้หอพักชายของ

ออลยูมาบุกที่หอพักหญิงของเรา และหอพักชายของเราก็จะไปบุกที่หอหญิงของออลยู”

“ทำไมมันค้ายกับเกมชิงตัวผู้หญิงของออลยูกับโอยูเลยละ” ออลยูคือมหาลัยที่ฉันได้พบกับ

แก้วส่วนโอยูคือมหาลัยเก่าที่ฉันเคยเรียนกับจินนี่

“อ้อ ที่พวกออลยูกับโอยูเล่นนะเหรอ ฉันก็เคยได้ยินเหมือนกันนะ สองมหาวิทยาลัยนั้นก็มี

ธรรมเนียมเหมือนเรานะแต่ที่พวกนั้นไปบุกหอกันทุกวันนะ… ความแค้นส่วนตัวล้วนๆ” บ้าจริง

นี่มันเรื่องโกหกใช่ไหม ฉันอยากตาย ฟางอยากตาย…

“แล้วดวงดาวคืออะไร” เมื่อควรญครางในใจเสร็จฉันก็ถามพิมต่อ

“ไม่รู้เหมือนกันเป็นความลับที่ส่งต่อกันมานะ ฉันมาเรียนที่นี่จนปีสามเพิ่งได้แจ็คพ๊อตโดนหอ

ปีสามเนี่ยแหละเดี๋ยววันศุกนี้คงรู้เองแหละว่าดวงดาวคืออะไร แล้วเราจะป้องกันมันยังไง”

“ดูหน้าของเธอบอกว่ามันเป็นเรื่องสนุกเลยนะ” ฉันพูด เมื่อเห็นว่าหน้าจริงๆของพิมนั้นสวยไม่

เบา และกำลีงยิ้มพอใจอยู่

“ก็น่าสนุกนะสิ เธอไม่รู้เหรอว่าเกิดมีคู่รักมากมายในเกมเชื่อมสำพันธ์นี้ อีกอย่างหนุ่มๆออลยู

ก็หล่อสุดๆไปเลย”

“ฉันอยากตาย” ฉันพึมพำก่อนจะทิ้งตัวลงนอนที่เตียงอย่างหมดแรง

         นี่มันก็แค่เรื่องบังเอิญใช่ไหม…

 

         เรื่องบังเอิญที่ฉันพบเจอเรื่องต่อไปก็คือ… กร๊าฟ กร๊าฟ หมอนั้นแหละเขาเรียนอยู่ที่ วันยู!!

         ใครก็ได้เอาปืนมายิงฉันที ฉันแน่ใจมากว่าเขาเรียนอยู่ที่โอยูเพราะก่อนหน้านี้ฉันเห็น

เขาอยู่ที่ออลยูและดูท่าทางจะสนิทกับแก้วมาก แต่ไหงวันนี้ฉันถึงเป็เขามาโผล่อยู่ที่วันยูได้ละชัก

จะสับสนแล้วสิ… กร๊าฟกำลังกระชิบกระชาบอะไรกับเพื่อนของเขา จากนั้นก็เบนสายตามามองหน้า

ฉันเป็นระยะ ไหนใครก็ได้บอกฉันทีว่าทำไมตอนนี้กร๊าฟถึงได้เข้ามาร่วมประชุมที่เดียวกับฉันได้!!

“รู้จักกร๊าฟเหรอ” พิมเป็นเพื่อนคนเดียวหลังจากย้ายมาเรียนที่วันยูกระชิบข้างหูฉันเบาๆ

“นิดหน่อย มีอะไรหรือเปล่า”

“เขาน่ะ เป็นเดือนของที่นี่นะ ฉันแปลกใจว่าทำไมเขาถึงมองหน้าเธอ” อึม ฉันก็แปลกใจว่า

ทำไมเขามาอยู่ที่นี่ในระยะมองเห็นใกล้กันแบบนี้

“อ้อ… บังเอิญคุยกัน” ที่ไหนกันเล่า เรียกว่าได้นั่งคุยกันเลยละไม่อยากจะเชื่อเลยว่าทำไม

เขามาตรงนี้บอกฉันทีใครก็ได้ทำให้ฉันหายงงสักทีเถอะ

“พิม ก่อนหน้านี้ฉันเห็นเขาอยู่ที่ออลยู” ฉันเรี่มบอกพิมอีกที

“อ้อ การเชื่อมสำพันธ์อีกแบบนะโดยการแลกเปลี่ยนเอาเดือนของที่นั่นมาเรียนที่นี่เอาเดือน

ของที่นี่ไปเรียนที่นั้น ก็ค้ายๆนักเรียนแลกเปลี่ยนนั้นแหละแต่ฉันว่าคงไม่โอเคเท่าไหร่” และพิม

ก็เป็นคนไขข้อสงสัยของฉันจนหมดในเวลาต่อมา

          และก่อนที่ฉันจะพูดอะไรมากกว่านั้น ก็มีรุ่นพี่ปีสี่ปีห้าเข้ามากลางที่นั่งของเด็กรุ่น

น้องที่มีประมาณพันกว่าคน และส่งมอบอะไรมาให้ด้วย ชึ่งฉันเองก็ได้รับมาเหมือนกัน

“ดาวที่รุ่นพี่ให้พวกเธอนั้นมีสองสี คือสีน้ำเงินกับสีทอง ใครที่ได้สีทองไปโปรดปิดเป็นความ

ลับ และเก็บรักษาไว้ให้ดีด้วย เพราะเกมล่าดวงดาวกำลังจะเรี่มขึ้นแล้ว”

          ประธานชั้นปีของนักศึกษาปีสี่ประกาศ ฉันค่อยๆ แบมือที่กำดวงดาวเล็กๆ ไว้ในมือ

ออกช้าๆ

“ฟาง เธอได้ดาวสีอะ…” เสียงของพิมหายไปเมื่อเอเห็นสีของดาวในมือของฉัน และฉันก็ยก

นิ้วชี้ขึ้นมาปิดปากตัวเองเอาไว้ด้วย

“คนที่ได้ดาวสีทองไป ขอให้คุณโชคดีและโปรดเก็บความลับของคุณเอาไว้ด้วยนะครับ ปีนี้เรา

จะคว้าชัยชนะคืนมาจากออลยูให้ได้ วันยูขอฝากความหวังไว้กับพวกคุณเช่นกัน” เมื่อประธาน

ชั้นปีกล่าวจบก็ได้รับเสียงปรบมือกึกก้อง

         ฉันค่อยๆ เก็บดวงดาวสีทองไว้ในกระเป๋าสตางค์ของตัวเองและทำด้วยความเงียบ

เชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้

“พิม” ฉันหันไปเรียนพิมเบาๆ เธอก็หันหน้ามามองฉันทันทีเช่นกัน

“เธอเชื่อ… เรื่องบังเอิญมั้ย”

 

“ฉันอยากคุยกับเธอ” แล้วกร๊ากก็โผล่หน้ามาทำให้ฉันหงุดหงิดหัวเสียจนได้ ฉันไม่มอง

หน้าเขาและพยายามดึงพิมออกไปอีกทางหนึ่ง

“ฉันไม่อยากคุยกับนาย มันจบแล้วละ มันจบแล้วฉันไม่ได้เป็นหนุน้อยหมวกแดงของใคร

ทั้งนั้น” ฉันบอกแล้วก็ลากแขนพิมออกมา โดยไม่สนใจว่าใครจะมองตามมาหรือเปล่า

        จนเมื่อเดินห่างออกมาได้นั้นแหละฉันถึงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ พิมเองก็คง

จะรู้ว่าฉันยังอารมณ์ไม่ปกติ เธอเลยไม่พูดหรือถามอะไรมาอีก

“แล้วเกมเรี่มตอนไหนพิม” ฉันถามพลางตบกระเป๋าตัวเองไปด้วย

          หวังหว่ามันยังอยู่ดีนะ ดวงดาว สีทอง…

          เฮ้อ สุดท้ายทำไมฉันถึงยังรู้สึกว่าตัวเองเป็นหนูน้อยหมวกแดงในเกมไม่จบไม่สิ้น

เสียที ทำไมกันนะ

“เกมชิงดาวนะเหรอ” พิมถามช้ำก่อนจะเดินแยกไปอีกทาง เธอบอกก่อนที่เราจะเข้าประชุม

บอกว่าเธอมีเรียนช่วงเย็นวันนี้

“เรี่ม… วันนี้ โชคดีนะฟาง วันนี้พวกผู้ชายปีสามของออลยูจะเข้าหอเราได้ตั้งแต่สองทุ่มถึงเที่ยง

คืน ระวังตัวด้วย”

          ฉันรู้สึกว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเหมือนกับเดจาวูไปหมดเหตการณ์ช้ำๆที่เกิดขึ้นแล้ว

เกิดขึ้นอีกจนทำให้ฉันปวดหัว

          ฉันยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลาก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ฉันอยากจะบ้า

ตายจริงๆแล้วนะ ฉันโยนกระเป๋ากลับขึ้นเตียงตัวเองแล้วก็ทุ่มตัวตามลงไป หรือที่โยว่าไว้มันจะ

เป็นความจริง

         เรื่องบังเอิญไม่มีจริง

         ฉันเผลอหลับไปตอนที่คิดเรื่องบ้าๆ บอๆ พวกนั้น รู้สึกว่าเรื่องของฉันกับป็อบปี้มันยังไม่

จบ มีบางอย่างบอกกับฉันแบบนั้นแล้มันก็จริงเสียด้วย

         เพราะตอนที่ลืมตาขึ้นมาคนที่กำลังเดินใช้หลังมือเช็ดริมฝีปากก้าวเท้าเข้าใกล้ฉันเรื่อยๆ

หลังจากที่เขาก้าวผ่านเข้ามาบานหน้าต่างของห้องพักของฉันพร้อมด้วยเสียงฟ้าร้องและฟ้าแลบ

แปลบปลาบจนฉันสดุ้ง

“ไง หนูน้อยหมวกแดง ลืมกันไปบ้างหรือยัง”

 

 

 

PF PF PF PF PF PF PF PF

หลังจากที่หายไปนาน(เป็นเดือน)

ไรทเตอร์ก็กลับมาอัพแล้วนะค่ะ

ตอนนี้ยาวมากๆ (หัวเราะ)ต่อไป

ก็จะมาอัพบ่อยๆเลยขอโทษที่ทำ

ให้รอนะค่ะ(หรือเปล่า)มีใครรออ่าน

บ้างหว่า?? ตอนนี้ที่ทำงานก็ลงตัว

แล้วค่ะ จะมาอัพบ่อยๆไม่ขาดช่วง

นานๆแล้ว ม้นโหวตด้วยนะ แล้วเค้า

จะมาอัพบ่อยๆ คิดถึงนะจุบุ

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยายฟิคชั่น

✓ เรื่องนี้เป็นบทความเก่า ยังไม่ได้ทำการยืนยัน

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9.4 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9.9 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา