Love You My Bad Guy ll❤

9.8

เขียนโดย ยัยหมูปิ้ง

วันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 เวลา 22.27 น.

  19 Bad Guy
  262 วิจารณ์
  19.88K อ่าน

แก้ไขเมื่อ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 11.33 น. โดย เจ้าของนิยายฟิคชั่น

แชร์นิยายฟิคชั่น Share Share Share

 

9) ตายไปด้วยกัน

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

            แสงไฟสีส้มจากไฟแช็กที่วิ่งแปลบปลาบทำให้ฉันใจหาย ไม่อยากจะว่าตัวเองจะ

กลัว แต่ว่าส่วนหนึ่งฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าคนที่กำลังล็อกคอฉันตอนนี้จะเกิดบ้านะห่ำจุดไฟ

เผาฉันตั้งแต่ตอนไหน ฉันยกแขนปาดเอาแอลกอฮอล์ที่เปียกชุ่มไปทั้งตัวออกจากหน้า

            รสชาติขมบาดลิ้นที่ชึมเข้าไปในปากของฉัน ทำให้ฉันเหมือนจะเมาไปด้วยในบาง

ที และตอนนี้ฉันก็รู้สึกว่าพื้นที่กำลังยืนอยู่นั้นโคลงแคลงไปมา ส่วนหนึ่งเรี่มจะออกอาการเป็น

หวัด เพราะว่าจินนี่สาดน้ำใส่ฉันก่อนหน้านี้ แถมตอนนี้อากาศยังเย็นมากอีกด้วย

“ล้มเกม หมายความว่ายังไง” โยเลื่อนเอาแล็ปทอปที่อยู่หน้าตักตัวเองไว้ที่กระโปรงรถ ก่อน

ที่เขาจะกระโดดลงมาแล้วก็ดึงมาร์คมาปิดหน้าตัวเองด้วย

“เลิกเกมนี้ซะ” คนที่ล็อกคอฉันพูด จากนั้นก็รัดต้นคอฉันแน่นขึ้นไปด้วย

             ฉันเรี่มไอค่อกแค่กเพราะว่าเจ็บไม่น้อยเมื่อเขารัดแขนแน่นขึ้นแบบนี้ อากาศที่จะ

ใช้หายใจก็ลดน้อยลงไปด้วย ฉันพยายามจะดันแขนของหมอนี่ออก และสุดท้ายคนที่ล็อกคอ

ฉันอยู่ก็ผลักให้ฉันล้มลงไปที่พื้น มือและเข่าของฉันกระแทกกับพื้นจนเจ็บไปหมด หัวหูฉันก็

อื้ออึงตามไปด้วย

             ให้ตาย… เหล้าที่พวกมันใช้สาดฉันนี่แรงใช่เล่นเลย แค่ชึมเข้าปากไปนิดหน่อย

แล้วก็ได้กลิ่นฉันก็มึนไปหมดแล้วด้วย

“มันไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียวที่มีไฟแช็กนะโย คนอื่นๆ ก็มีเหมือนกัน” ฉันยกมือขึ้นมาเช็ดมุม

ปากตัวเองตอนที่ได้ยินเสียงของหมอนั้นพูดไปด้วย

             ตอนนี้ไม่มีใครพูดอะไรเลย นอกจากคนที่ต้องการจะล้มเกมกับเสียงฝีเท้าของโย

ที่เดินเข้ามาใกล้ฉัน แต่อีกเพียงแค่สองก้าวที่โยจะเดินมาถึงตัวของฉัน ไม่ขีดไฟที่ถูกจุดก็ถูก

ดีดลงตรงหน้าฉัน เมื่อมันสัมผัสกับไอของแอลกอฮอล์ที่ลอยคลุ้มจากตัวของฉัน เปลวไฟก็

ลุกพรึบขึ้น ฉันตกใจผงะหนีและโยก็ใช้ปลายรองเท้าของเขาเหยียบเข้ากับไม้ขีดไฟนั่น จน

มันดับลงในที่สุด

“อันนั้นแค่ตัวอย่างโย… ฉันเตือนนายดีๆแล้วนะ”

             หัวใจของฉันเต้นรัวแรง มือไม้สั่นไปหมด ถ้าเกิดว่าไฟคลอกฉันอีกทีครั้งนี้ฉัน

คงจะเจ็บไม่น้อยแผลจากไฟครั้งก่อนก็ยังไม่หายดี และตอนนี้ดวงตาของฉันก็ใช้การได้เพียง

ข้างเดียวเท่านั้นด้วยการจะมองหน้าและท้าต่อยกับคนที่เอาเหล้ามาสาดตัวคงจะทำไม่ได้

ง่ายๆ แน่

            แต่สุดท้ายฉันก็ยันตัวเองลุกจากพื้น และมองหน้าคนที่ทำให้ฉันต้องเสี่ยงอันตราย

ฉันไล่มองตั้งแต่ โย พิท กวิน และสุดท้ายก็ป็อบปี้

“โอ้โหแฮะ… ลุกขึ้นได้ด้วย ไม่เมาเหรอ?” คนที่ล็อกคอฉันเอาไว้ในตอนแรกเลิกคิ้วขึ้นสูง

ก่อนจะจุดไฟจากไฟแช็กของตัวเอง จากนั้นก็ปิดลง และเปิดใหม่ช้ำไปช้ำมาจนฉันเริ่มจะหงุด

หงิดขึ้นมาบ้างแล้ว

            สายตาของฉันมองเลยหน้าผู้ชายที่ถือไฟแช็กไปด้านหลัง มองไปยังผู้ชายคนหนึ่ง

ที่ชื่อป็อบปี้ ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะนิ่งได้ขนาดนี้ เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงตัวเอง และมอง

ดูละครฉากหนึ่งที่กำลังเล่นอยู่ตรงหน้า นางเอกละครเรื่องนั้นก็คือฉันคนนี้ยังไงล่ะ

“อ๊ะๆ อย่าเดินเข้ามานะโย ฉันไม่รับรองความปลอดภัยของยัยนี่จริงๆ นะ” ผู้ชายที่ถือไฟแช็ก

พูดขู่โยที่ยืนข้างหลังของฉัน ชึ่งตอนนี้ฉันไม่สนใจอะไรทั้งนั้น นอกจากมองหน้าเขาและเลยไป

มองป็อบปี้อีกที

           นายไม่เป็นห่วงฉันเลยสินะ… ป็อบปี้

“เรื่องของเรามันจบแล้วนะกร๊าฟ ครั้งก่อนนายแพ้ฉัน ครั้งนี้นายจะเข้าเล่นอีกก็ไม่มีปัญหา แต่

มาป่วนคนอื่นแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องเลยนะ” โยพึมพำเบาๆ อยู่ด้านหลังของฉัน

           ทำให้ฉันรู้ว่าผู้ชายที่ถือไฟแช็กและยิ้มอยู่ข้างหน้าของฉันนี่ชื่อ กร๊าฟ…

           ฉันปัดมือตัวเองสองสามทีเมื่อมันมีทั้งดินแศษดินและเศษฝุ่นเต็มไปหมด

เพราะแอลกอฮอล์เป็นตัวเชื่อมให้ฉันเปื้อนดินเปื้อนฝุ่นง่ายกว่าเดิม ตอนนี้แม้แต่เสียงเพลง

ก็ไม่มีให้ได้ยิน ทุกคนรอบข้างต่างก็นิ่งเงียบรอดูว่าการเจรจาระหว่างโยกับกร๊าฟจะจบลงยังไง

           และนางเอกอย่างฉันจะตายตอนจบรึเปล่า

“นายชื่อกร๊าฟเหรอ” ฉันเรี่มต้นพูดกับเขาเสียงเบา และปัดเอาเศาดินจากเสื้อผ้ารวมไปถึงเข่า

ตัวเองด้วย

           ทำเหมือนว่าตอนนี้ฉันไม่ได้ถูกแอลกอฮอล์สาดจนเปียกชื้น และจะกายเป็นแหล่ง

เชื้อเพลิงอย่างดีในไม่ช้า ฉันตวัดสายตามองหน้าผู้ชายที่ชื่อกร๊าฟนิ่งๆ ก่อนจะยิ้มที่มุมปาก

           สีหน้าของกร๊าฟเหมือนกำลังชั่งใจว่าฉันเป็นคนยังไงกันแน่ ดวงตาของเขามองมา

เหมือนจะมองให้ทะลุไปถึงหัวใจของฉัน ชึ่งฉันไม่ใส่ใจว่าเขาจะมองฉันยังไง และฉันนี่แหละ

จะบอกให้เขาได้รับรู้กันไป ว่าตัวตนของฉันน่ะมันเป็นยังไงกันแน่

“ฉันชื่อฟาง” ฉันบอกเขา ก่อนจะถอดเสื้อโค้ทที่เปียกชุ่มไปด้วยเหล้าออกจากตัว

           สายตาของผู้คนมองมาที่ฉัน และฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตัวตลกประจำคณะละคร

สัตว์ที่กำลังหลอกล่อสัตว์ร้าย อย่างเช่นเสือตัวใหญ่อยู่เงียบๆ

“อา แย่จัง ฉันปวดจมูกมากๆ นายสาดเหล้าเข้าจมูก เข้าปากและเข้าหูฉันเต็มไปหมดเลย” ฉันถู

ปลายจมูกด้วยนิ้วตัวเอง ก่อนจะจ้องมองเขาตาไม่กระพริบ จากนั้นก็ดึงเอาผ้าพันแผลออกจากหน้า

ตัวเอง รวมถึงแขนทั้งสองข้างที่ถูกพันเอาไว้เป็นมัมมี่ก่อนหน้านี้ด้วย

“อยากจะบอกว่าก่อนที่นายตั้งใจจะเผาฉันน่ะ ฉันถูกไฟถลอกแล้วทีหนึ่ง” ฉันบอกแล้วก็ดึงเอาผ้า

ที่พันรอบดวงตาของตัวเองออก ชี้ให้เขาเห็นรอยแผลไฟไหม้ที่หางตาให้เขาได้เห็นชัดเจน

“ตาฉันเกือบบอดแน่ะ แขนขาก็เจ็บชา ตึง ผิวหนังลอกออกมาเป็นแผ่นๆ” ฉันบอกก่อนจะกระตุก

ยิ้มที่มุมปากไปด้วย

           ไม่นานผู้ชายที่ชื่อกร๊าฟก็ยิ้มให้ฉันเช่นกัน ฉันใช้มือสอดเข้าไปที่ท้ายหอย เพื่อดึง

เอาเส้นผมที่เปียกและลู่ติดต้นคอออกจากกัน เพราะว่ามันเปียกชึ้นไปด้วยเหล้า พานทำให้ทั้ง

ตัวของฉันเหนียวไปด้วย

“อยากจะบอกว่าฉันเจ็บแสบ เจ็บปวดสุดๆ เลยล่ะ ขอแนะนำถ้านายอยากจะจุดไฟเผาฉันทั้งเป็น

น่ะ นายทำถูกวิธีมากเลย เพราะฉันเป็นแม่มดวิธีเดียวที่จะฆ่าฉันให้ตายได้น่ะ มีแค่จจับเผาหรือไม่ก็

แขวนคอ” ฉันพูดไปและสูดน้ำมูกไปพลาง มันเรี่มไหวแล้วเพราะว่าอากาศเย็นและฉันก็ทิ้งเสื้อโค้ท

ของตัวเองไปแล้วด้วย

“เธอเป็นแม่มดงั้นเหรอ” กร๊าฟเรี่มจุดไฟติดกับบุหรี่สูบ กอดอกเอียงคอมองหน้าฉันไปด้วย

“ใช่ ฉันเป็นทั้งแม่มดทั้งปีศาจ นับตั้งแต่ที่สายตาของใครคนหนึ่งกลายเป็นความว่างเปล่าเมื่อจ้อง

มองมาที่ฉัน” ประโยคนี้ฉันมองเลยไปยังป็อบปี้ที่กำลังเกร็งตัวกำหมัดแน่น มือของเขาที่พันแผลไว้

จนแน่นหนานั้นกำแน่นจนฉันเห็นได้ชัด

“เพราะคนรอบข้างทำให้ฉันเป็นปีศาจ” ฉันพึมพำบอกแล้วก็มองไปยังจินนี่อีกคน

“ขอบอกเลยนะว่าฉันไม่แคร์ถ้านายจะเผาฉันอีกรอบ” ฉันบอกแล้วยิ้มเยาะตัวเอง ยกมือเสยผม

ก่อนจะเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า

“เธอไม่กลัวตายบ้างหรือไงถึงได้ท้าทายฉันแบบนี้น่ะ” กร๊าฟพ่นควันบุหรี่ออกมา ก่อนจะเอียง

คอมองหน้าฉันนิ่งๆ

“ไม่… เพราะฉันจะพาคนที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้ตายไปกับฉันด้วย”

           เกิดเสียงฮือฮาเมื่อฉันพูดประโยคนั้นจบลงไป กร๊าฟหัวเราะและมองหน้าฉันเหมือน

ไม่อยากจะเชื่อ ป็อบปี้แม้ว่าเขาจะอยู่ที่ไกลๆ แต่ฉันก็เห็นว่าเขากำลังกัดริมฝีปากของตัวเองและ

จ้องหน้าฉันเขม็ง

“เธอจะเอาใครไปก่อนล่ะ สมมติว่าฉันจุดไฟเช็กแบบนี้ แล้วไฟมันก็ดันติดตัวของเธอ” เขาพูด

แล้วจุดไฟอีกครั้ง     

             ฉันยิ้มก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆเขาและกอดเขาเอาไว้แน่น ตาของเราจ้องมองกันใน

ระยะประชิด และแวบหนึ่งฉันเห็นดวงตาของเขาไหววูบไปมาต้องแสงไฟ

“ตอนนี้ตัวของนายก็มีเหล้าติดอยู่เหมือนกัน ก็เอาสิ ฉันจะกอดนายไว้แบบนี้ แล้วสุดท้ายเราจะตาย

ไปด้วยกัน…”

              กร๊าฟเอียงคอและมองหน้าฉันนิ่งๆ ฉันส่งยิ้มให้เขาอีกครั้งหนึ่งก่อนจะกระชิบข้างหู

ของเขา

“แต่ก่อนจะฆ่าฉัน นายช่วยฆ่าใครคนหนึ่งให้ฉันก่อนได้มั้ย?”

              สถานการณ์ช่วงชุลมุนนั้นจบลงเมื่อฉันปล่อยแขนจากที่กอดกร๊าฟไว้ โยดึงตัวฉัน

เอาไว้จากด้านหลัง ให้ถอยห่างจากผู้ชายที่ชื่อกร๊าฟนั้นแล้ว ฉันไม่รู้ว่ากร๊าฟทำไมถึงทำท่าชอบ

ใจนักเมื่อตอนที่ฉันเข้าไปกอดเขาไว้แบบนั้น คงอาจจะเป็นคประเภทขาดความอบอุ่น อะไรทำ

นองนั้น

“ฉันชอบเธอแฮะ…” กร๊าฟพึมพำ เมื่อฉันเดินกลับออกมาจากห้องน้ำในปั๊มน้ำมัน เพื่อเปลี่ยน

เสื้อผ้าที่เขาสาดเหล้าใส่ฉันซะเปียกชุ่มไปหมด

              ตอนนี้ฉันมีเสื้อผ้าของผู้หญิงสักคนที่เป็นหนูน้อยหมวกแดงของเกมนี้ รวมทั้งเสื้อ

โค้ทของพิทที่ถอดให้ฉันอย่างไม่เต็มใจ เขาทำหน้าเหมือนฉันไปปล้นเสื้อโค้ทเขามาแบบนั้น

แหละ ถึงในความเป็นจริงก็ไปแย่งมาเหมือนกัน กร๊าฟยอมเล่นเกมต่อโดยที่ไม่ล้มเหมือนตอน

แรกที่เขาขู่เอาไว้

               ฉันเองก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกันว่ามันเป็นเพราะอะไร เขาถึงได้ยอมเปลี่ยนใจ

ได้ง่ายดายขนาดนั้น

“…” ฉันไม่พูดอะไรนอกจากกอดเสื้อโค้ทที่ติดตัวให้แน่นขึ้น และปรายตามองเขาเงียบๆ เท่า

นั้นเอง

“แล้วนายตกลงจะเล่นเกมต่อใช่มั้ย?” โยถามกร๊าฟเมื่อฉันทรุดตัวนั่งที่กระโปรงรถที่เดียวกับเขา

จากนั้นก็สั่นเป็นเจ้าเข้าเพราะอากาศเย็น และฉันเพิ่งไปอาบน้ำมาใหม่ๆ ด้วย

“อาฮะ… เพราะฉันไม่รู้ว่าจะเจอหนูน้อยหมวกแดงเมื่อไหร่” เวลาที่เขาพูด ดวงตาของเขาก็แปล่ง

ประกายอะไรบางอย่างที่มันน่ากลัวออกมา

“ตอนนี้ดูเหมือนว่าฟาง… คนนี้จะเป็นหนุน้อยหมวกแดงที่ข้อมูลถูกปิดบังอยู่สินะ” กร๊าฟหยิบเอา

มือถือของตัวเองออกมาดู แล้วก็เอียงคอไปมา

“นายรู้?” โยดึงหูฟังออกจากหูของตัวเอง แล้วก็จ้องมองเรนตอบ

“อือ เห็นว่าอย่างนั้น น่าสนุกดี ฉันอยากจะรู้ว่าฟางน่ะ เป็นหนูน้อยหมวกแดงของใครกันแน่ และสุด

ท้ายใครจะได้เธอไป”ไม่นานสายตานั่นนก็หยุดลงที่ตัวของฉันอีกรอบ

“ตอนนี้ฉันไม่สนใจแล้วละว่าหมาป่า หรือคนชนะจะเป็นใคร ตอนนี้ฉันจะเอาหนูน้อยหมวกแดง

ฟางนั่นมาให้ได้” คำพูดของกร๊าฟทำให้ฉันขยับริมฝีปากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายฉันก็ไม่รู้

ว่าจะถามอะไรเขาดี ตอนนี้ในหัวมีคำถามมากมายเต็มไปหมดจนฉันไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครกันแน่

             ระหว่างฟาง หรือ หนูน้อยหมวกแดง

“แล้วคนที่เธออยากจะให้ฉันฆ่านะ ใครเหรอฟาง” กร๊าฟพูดแล้วก็แลบลิ้นเสียหน้าจอโทรศัพท์ของ

ตัวเองและเก็บมันไว้ในกระเป๋ากางเกงตามเดิม

“คนที่อยากให้ฆ่าเหรอ” ฉันทวนคำของเขา แล้วก็กวาดสายตามองไปรอบตัว

             ใครล่ะ ป็อบปี้หรือว่าจินนี่ ใครกันล่ะ ที่จิตใจของฉันริษยาจนไม่อยากจะให้

คนคนนั้นมีตัวตนให้ฉันมองเห็น อยากจะให้หายไปตลอดกาลไม่ต้องมาทำร้ายจิตใจของฉันอีก

“นายคิดว่าใครล่ะ?”

 

PF PF PF PF PF PF PF PF

อร๊ายฟางจะมีหนุ่มสนใจเยอะ

เกินไปแล้วนะ(หัวเราะ)ป็อบนี่นิ่ง

ได้นิ่งได้นะแล้วจะรู้สึกว่าเป็นยังไง

เม้นโหวตให้เค้าด้วยนะแล้วเจอกัน

ตอนหน้า จุบุจุบุ

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยายฟิคชั่น

✓ เรื่องนี้เป็นบทความเก่า ยังไม่ได้ทำการยืนยัน

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9.4 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9.9 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา