Masquerade Cafe

10.0

เขียนโดย shining_hae

วันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2558 เวลา 00.27 น.

  3 ตอน
  0 วิจารณ์
  4,104 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2558 00.44 น. โดย เจ้าของนิยายฟิคชั่น

แชร์นิยายฟิคชั่น Share Share Share

 

1) Masquerade Cafe Part.1 [NC]

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

 

 

 

 

         ถ้าหากว่าเขาไม่พลิกตัวหันหน้ามาทางหน้าท้องของผม...

 

        “....!....”

        ผมสะดุ้งโหยงเมื่อเด็กคนนั้นแนบใบหน้าชิดกับหน้าท้องของผม การกระทำของเขาหยุดลมหายใจของผมไปชั่วขณะ ผมนั่งตัวเกร็ง แล้วก้มมองเขาด้วยความตกใจ แต่คู่เดทของผมก็ยังหลับตาพริ้มด้วยความสุข ริมฝีปากอุ่นค่อยๆขยับอย่างเนิบช้า แล้วพรมจูบไปตามหน้าท้องของผมอย่างจงใจ

        อาการตื่นกลัวทำให้ผมหอบหายใจหนัก ร่างกายของผมไร้เรี่ยวแรงเหมือนถูกสะกด หน้าท้องของผมขยับเข้าออกตามจังหวะหายใจ ยิ่งขยับมาก เขาก็ยิ่งกดจูบหน้าท้องของผมซ้ำๆ

        “ค่อยๆหายใจสิครับ...อย่าเพิ่งตื่นเต้น” เขาเงยหน้าบอกผมเบาๆ เหมือนกับว่าจะมีอะไรให้ผมตื่นเต้นยิ่งกว่า

         และวินาทีนั้นเองที่ผมได้รู้ว่าอาการตกใจสุดขีดมันเป็นยังไง

         “อ..อื้อ!...”

         ริมฝีปากร้อนสัมผัสโดนส่วนกลางกายของผมอย่างแผ่วเบา ผมตกใจจนต้องหุบขาหนีและเอื้อมมือลงไปปิดส่วนนั้นตามสัญชาตญาณ  เด็กหนุ่มหัวเราะ เขาเงยหน้ามองผม และปลอบผมเหมือนตัวเองเป็นผู้ใหญ่

         “ไม่ต้องกลัวนะครับ” เขาค่อยๆดึงมือของผมออก เด็กคนนั้นลูบมือของผมอย่างปลอบโยน แทนที่จะเป็นเขามากกว่าที่ต้องกลัว แต่กลับกลายเป็นผมเองที่ทำอะไรไม่ถูก เขาทำให้ร่างกายของผมปั่นป่วนไปหมดแล้ว

 

          ผมควรจะทำยังไงดี...

 

          ผมกำลังโดนเด็กล่อลวง...

 

          สติที่เหลือเพียงน้อยนิดสั่งให้ผมต่อต้าน  ผมตั้งท่าจะลุกจากเตียง แต่เขาก็พูดขึ้นมาว่า “อ๊ะๆ อย่าเพิ่งลุกสิครับ ยังไม่ครบสิบนาทีเลยนะ” ประโยคนั้นทำให้ผมได้แต่นั่งอยู่กับที่ ใบหน้าของผมแดงก่ำ ลมหายใจรวยระรินด้วยความเสียวซ่าน

          “ต..แต่นี่มันเกินกว่าที่คุณขอแล้วนะ ไหนคุณบอกว่าจะนอนตักผมไง” ผมแย้งเสียงสั่น เพราะโดนเขาตวัดปลายลิ้นใส่

          “ตอนนี้ผมก็นอนตักคุณอยู่นี่ครับ”  เด็กหนุ่มผละจากแก่นกายของผม แล้วสวนตอบเสียงเรียบ  “...แล้วผมก็ไม่ได้บอกนี่ว่าจะนอนตักเฉยๆ”

          “.......” รอยยิ้มกรุ้มกริ่มจากเด็กหนุ่มทำให้ผมกัดริมฝีปากอย่างอับอาย ผมเสียรู้เจ้าเด็กนี่เข้าเสียแล้ว  ในกฏของคาเฟ่ระบุไว้ว่า คู่นัดบอดสามารถกระทำได้ทุกอย่าง ตราบใดที่ยังไม่ผิดกฏข้อสุดท้าย เขาก็สามารถทำได้ทุกอย่างตามที่ต้องการ

          ยกเว้นถ้าผมไม่สมัครใจ

          ...ใช่ ผมต้องขัดขืน

          แต่สัมผัสที่เขามอบให้ผมก็ทำให้ทุกคำพูดกลืนหายไปหมด  “อ..อือ...”

          เขาไล่จูบจากเนินหน้าท้องลงมาถึงส่วนกลางกายของผมอีกครั้ง ผมเม้มปากแน่น ปลายเท้าจิกอยู่บนพื้นพรม อุ้งมือข้างหนึ่งถูกเด็กหนุ่มกุมประสานอยู่ ส่วนอีกข้างก็ระบายด้วยการจิกผ้าปูที่นอนจนยับยู้ยี้

          เรียวลิ้นตวัดเลียความเป็นชายของผมจนปวดร้าวไปหมด ปลายผมสีน้ำตาลเสียดสีต้นขาของผมเพิ่มความเสียวซ่านในช่องท้อง ไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับผมมาก่อน  และผมก็ไม่คิดว่าคนที่ทำแบบนี้กับผมจะเป็นใครที่ไหนก็ไม่รู้   

        

          แต่ว่ามัน...อา...รู้สึกดีจัง

 

         ริมฝีปากของเขากำลังครอบครองตัวตนของผม และขยับรูดขึ้นลง ผมเผลอบีบมืออีกฝ่ายแน่นระบายความอึดอัด ลิ้นอุ่นๆของเขาดูดเม้มแท่งเนื้อไม่หยุด  ผมรู้สึกดีกับมันอย่างเหลือเชื่อ  แต่ปากของผมก็ยังปฏิเสธ  “คะ..คุณ..หยุดเถอะ..อาา”

          ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงพูดออกไปทั้งที่มีเสียงคราง คงเหมือนกับนางเอกหนังที่ชอบร้องบอกให้หยุด แต่ร่างกายกลับไม่ฟังเอาเสียเลย มือที่จิกกำผ้าปูที่นอนเปลี่ยนมาขยุ้มผมนุ่มของเด็กหนุ่มอย่างลืมตัว ปากอุ่นดูดดึง ขบเม้มจนผมครางกระส่าย ความอายที่มีค่อยๆเลือนหายไป อาจจะเป็นเพราะหน้ากากที่ใส่อยู่ทำให้ผมลืมความอายไปชั่วขณะ ตอนนี้ผมแทบไม่อยากให้เขาหยุดเลยด้วยซ้ำ

          “อื้อ..ค..คุณ...เร็วอีกนิด”  ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะขาดใจตายแล้ว อีกนิดเดียว...อีกแค่นิดเดียวเท่านั้นผมก็ใกล้จะถึงฝั่งฝัน

          แต่แล้วจู่ๆเขาก็ผละริมฝีปากออก และถอยกายลุกขึ้นนั่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

          “ครบสิบนาทีแล้วครับ” เขายิ้มยียวน มันเป็นรอยยิ้มที่ทำให้ผมได้แต่กัดริมฝีปากตัวเองอย่างขัดใจ  ผมเหมือนโดนทิ้งไว้กลางทาง ทั้งที่อีกนิดเดียวผมก็จะถึงปลายทางที่เต็มไปด้วยความสุข

          “ต่อไปตาคุณ”

          วินาทีนี้ผมคิดอะไรไม่ออกแล้ว นอกจากสิ่งที่ยังคาอยู่ตรงส่วนนั้นของผม  “ผ...ผม...อยากให้คุณ...ทำต่อ”  ผมพูดเสียงแผ่ว...ผมอาย แต่ผมก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอยากให้เขาทำต่อ

          “ถึงเมื่อไหร่ครับ” เขาถาม

          “จ..จนกว่า...ผม...จะบอกให้หยุด”

          เด็กคนนั้นยิ้มมุมปาก แล้วก้มลงนอนตักผมต่อ คราวนี้เขานอนคว่ำ ใบหน้าของเขาค่อยๆมุดลงมาที่หว่างขา จนผมต้องแยกขาให้เขาเข้ามาครอบครองแท่งเนื้อของผมอีกครั้ง

          “อ..อาา” ผมพยายามกัดปากตัวเอง แต่เสียงน่าอายก็หลุดลอดออกมาจนได้ ยิ่งเขาตวัดปลายลิ้นโลมเลียส่วนนั้น ร่างกายของผมก็สั่นสะท้านไปหมด ผมหลับตา เชิดหน้าขึ้น และอ้าขาออกกว้างๆโดยไม่รู้ตัว ไม่รู้ทำไมผมถึงอยากให้เขาสัมผัสมันให้เต็มที่...นี่คือเปล่าที่เขาเรียกว่า ลุ่มหลง

           ผมกำลังลุ่มหลงอยู่กับการกระทำของเขา ไม่น่าเชื่อว่าคนตรงหน้าจะอายุเพียงแค่สิบแปด เพราะสิ่งที่เขาทำมันดูช่ำชองเสียจนอดคิดไม่ได้ว่าเขาคงเป็นเด็กใจแตก  ริมฝีปากอุ่นร้อนดูดอมแท่งเนื้อราวกับมันเป็นไอศกรีมรสช็อกโกแลต ผมรู้สึกเสียวท้องไปหมด เหมือนว่าทุกอย่างมันไปจุกรวมกันอยู่ที่ส่วนนั้น มันคงเป็นภาพที่น่าอายมากที่ผมต้องมานั่งถ่างขาให้คู่นัดบอดดูดกลืนความเป็นชายของผม แต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากปล่อยเสียงครางระบายความอัดอั้นออกมา

            “อ๊ะ...อืม...อ้า~” 

            ผมบรรยายความรู้สึกตอนนี้ไม่ถูกเลย มันเหมือนผมกำลังเล่นรถไฟเหาะตีลังกา ปากของเขาเหมือนรถไฟที่พาผมร่อนลงจากที่สูงด้วยความเร็ว มันน่าหวาดเสียว แต่ก็ตื่นเต้นจนอยากเล่นอีกหลายๆรอบ

             และในที่สุดเขาก็พาผมมาถึงจุดหมาย ถึงแม้จะเหนื่อยล้า แต่ผมมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก

            ความสุข ที่ผมไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน

            ผมหอบหายใจด้วยความเหนื่อย ในขณะที่คู่เดทของผมลุกขึ้นนั่ง น้ำอุ่นๆเปรอะเปื้อนอยู่ที่ต้นขาของผม โชคดีที่เขาถอนริมฝีปากออกมาก่อน ไม่อย่างนั้นผมคงไม่รู้จะเอาหน้าไปมุดไว้ที่ไหน  

            “ต่อไปตาผม”  เด็กหนุ่มกระซิบบอกเสียงพร่า สายตาที่เขามองมามันทำให้ผมหน้าร้อนผ่าว

            “.......”

            “ผมอยากสัมผัสร่างกายคุณ”  พูดเสร็จ เขาก็ผลักร่างของผมนอนลงบนเตียงแล้วขึ้นคร่อม เขานั่งทับขาของผมไว้ อะไรบางอย่างที่เสียดสีกับต้นขาทำให้ผมเบิกตาโพลง

            “คะ..คุณจะทำอะไร”

            “สัมผัสร่างกายคุณไงครับ”

            ผมกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ สัมผัสร่างกายที่ว่านี่หมายถึงตรงไหน  แล้วปากเล็กๆของผมก็ดันถามออกไป  “คุณหมายถึง...ส..ส่วนไหน”

            เขามองหน้าผมยิ้มๆ แล้วก้มลงกระซิบชิดริมฝีปาก  “ทุกส่วน” 

            “.......”

            “ที่เป็นของคุณ”

             และส่วนแรกที่เขาสัมผัสก็คือ ริมฝีปากของผม

             เพราะทันทีที่พูดจบ ริมฝีปากของเขาก็ประกบเข้ากับปากผมโดยไม่ทันตั้งตัว ผมเบิกตากว้าง กลีบปากนุ่มเคล้าคลึงกดจูบเบาๆบนริมฝีปากของผม ทุกสัมผัสที่เขามอบให้มันหวานซึ้ง นุ่มนวลจนผมเผลอไผลไปกับความอ่อนหวานนั้น

             ร่างกายที่ไม่เคยได้รับสัมผัสลึกซึ้งจากใครกำลังพาให้ผมตกอยู่ในภวังค์ ริมฝีปากของเขาอุ่นนุ่มเหมือนกับมาชเมลโล่จนผมเผลอกัดริมฝีปากของเขาเบาๆ เขาส่งเสียงฮึมฮัมแทนคำตอบรับ และขบเม้มกลีบปากล่างของผมเป็นการตอบแทน

             จูบหวานกลายเป็นจูบที่เร่าร้อนเมื่อเขาแทรกปลายลิ้นเข้ามาชอนไชปากอุ่น เด็กหนุ่มไม่ยอมละริมฝีปากออกจากผม ในขณะที่ฝ่ามือก็ลูบไล้ปัดป่ายร่างกายเปลือยเปล่าของผมไปทั่วตัว ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อนิ้วยาวสะกิดเข้าที่ยอดอก

             “อื้อ...”  มือหนาทำหน้าที่บดขยี้หน้าอกของผมไม่หยุด มือของเขาไม่ได้นุ่มนิ่มเหมือนผู้หญิง มันหยาบกระด้าง แต่ก็เพิ่มความเร่าร้อนให้กับผม จนต้องแอ่นอกรับสัมผัสอย่างเต็มใจ

              ผมชอบมือหยาบๆคู่นี้จัง...อา  ไม่สิ  ริมฝีปากของเขาด้วย

              “คุณรู้ตัวหรือเปล่าว่าตัวคุณ หวาน มาก”  ปากพูด แต่ฝ่ามือก็ยังบีบหน้าอกของผมแรงขึ้นจนผมร้องครางออกมาเบาๆ  “หวานจนผมอยากจะชิมมากกว่านี้”

              เขาลากริมฝีปากจากซอกคอพลางพรมจูบไปทั่ว จากไหปลาร้าลงสู่ร่องอก คำขอของเขาทำให้เขาสามารถสัมผัสร่างกายของผมได้ทุกส่วนโดยไม่มีข้อยกเว้น หนำซ้ำยังสามารถใช้อวัยวะส่วนใดก็ได้สัมผัสร่างกายของผม ตราบใดที่ยังไม่ผิดกฏของที่นี่

             แต่สักพัก เขาก็ผละริมฝีปากออกเพื่อถามผมว่า  “ผมทำรอยได้มั้ย”

             ผมส่ายหน้าช้าๆ ถ้ารอยเหล่านั้นโผล่ออกไปอวดสายตาเพื่อนร่วมงาน หรือครอบครัวของผมคงเป็นเรื่องใหญ่แน่ แต่เมื่อแววตาของเด็กหนุ่มหลุบต่ำลงเหมือนคนผิดหวัง ผมก็เอื้อมมือไปประคองใบหน้าคมด้วยความเห็นใจ

             “แต่ถ้านิดเดียว...ก็คงไม่เป็นไร”  ผมพูดเสียงเบาด้วยความขัดเขิน แต่พอเห็นรอยยิ้มของเขา ผมก็ใจเต้นอย่างบอกไม่ถูก

              สิ้นคำอนุญาต ปากร้อนก็ก้มลงดูดดึงผิวเนื้อจากเกิดรอยแดงจ้ำไปทั่ว ลมอุ่นๆหายใจเป่ารดหน้าท้องของผม และไล่ต่ำลงเรื่อยๆ จนในที่สุดริมฝีปากของเขาก็ไล่มาถึงส่วนสำคัญ

             “คุณ...อ..อืม” ไม่รอให้ผมทักท้วง ริมฝีปากนุ่มเหมือนมาชเมลโล่ก็ฉกวูบเข้าหาสิ่งนั้นของผมอีกครั้ง

             ตั้งแต่เกิดมาผมไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้กับใครมาก่อน มันทำให้ผมหัวหมุนเคว้ง สมองขาวโพนไปหมด ผมบิดตัวน้อยๆด้วยความวาบหวิว และก้มหน้ามองเด็กหนุ่มที่กำลังส่งเสียงครางในลำคอ

              ถึงผมจะครองตัวโสดมายี่สิบแปดปี แต่ก็ใช่ว่าผมจะใสซื่อบริสุทธิ์ ไม่รู้จักเซ็กส์ ผมเคยแอบดูหนังโป๊ตอนอายุยี่สิบ เคยช่วยตัวเองตั้งหลายครั้ง แต่พอมาเจอของจริง ความรู้สึกมันต่างกันโดยสิ้นเชิง

              ไม่คิดเลยว่าภาพนายเอกหนังโป๊เวลานอนครวญครางมันจะเกิดขึ้นกับผม

              เสียงดูดเนื้อทำให้ผมได้แต่เม้มปากแน่น ใบหน้าร้อนวูบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทำไมเขาถึงทำมันได้อย่างไม่อาย แถมยังทำท่ามีความสุขราวกับเด็กน้อยกำลังดูดขวดนม ยิ่งเข้าดูดมากเท่าไหร่ ปลายส่วนนั้นของผมก็เริ่มมีน้ำออกมา ผมกลัวว่ามันจะไหลทะลักเข้าปากเขา แต่ความกังวลก็แทบไม่มีเหลือเมื่อเขาเร่งความเร็วขึ้น

            เด็กหนุ่มจับขาของผมแยกออกให้กว้างพอกับขนาดศีรษะของเขา ก่อนจะมุดใบหน้าเข้าไปละเลงลิ้นเลียแท่งเนื้อจนผมแทบทนไม่ไหว ได้แต่ส่งเสียงร้องดังลั่น

            “คุณ!..ผ..ผมจะไม่ไหวแล้ว..อ๊าา”

            ผมกระตุกค้างก่อนจะปล่อยของเหลวสีขาวขุ่นไหลออกจากร่าง ความเหน็ดเหนื่อยทำให้ผมได้แต่นอนหอบอยู่บนเตียง แต่อะไรบางอย่างที่ขยับหยุกหยิกทำให้ผมต้องก้มลงไปมอง  เด็กหนุ่มไม่ยอมเงยหน้าขึ้นจากตรงนั้น ลิ้นชื้นเล็มเลียราวกับขอโทษที่กินมูมมามไปหน่อย ผมกัดฟันแน่นข่มความเสียว รอจนกระทั่งชายหนุ่มผละใบหน้าออกมาพร้อมกับแกนกายของผมที่สะอาดเอี่ยม ใบหน้าร้อนวูบเมื่อนึกได้ว่าเมื่อกี้ผมเผลอปล่อยน้ำเข้าปากเขาเต็มๆ แต่เขาก็ปรนเปรอให้ผมโดยไม่รังเกียจ

           ถ้าหากคนตรงหน้าเป็นแฟนผม ผมจะเขินกว่านี้หรือเปล่า แต่ตอนนี้ผมรู้สึกเขินมาก แถมยังใจสั่นอย่างไม่รู้สาเหตุ

           เขามองหน้าผม ทุกอย่างเงียบไปชั่วขณะ

           “คุณอยากให้ผมหยุดหรือเปล่า” เขาถามเหมือนไม่มั่นใจ

           “.......”  ผมเงียบ...ในใจของผมไม่ได้มีความลังเลเหมือนตอนแรกเลยสักนิด เราถลำลึกเกินกว่าจะหยุด เริ่มมาขนาดนี้แล้วจะให้กลับไปนั่งจิบไวน์ใต้แสงเทียนก็คงทำไม่ได้  ตราบใดที่ยังไม่หมดเวลา ผมก็อยากแนบชิดกับเขาให้ถึงที่สุด

           ไม่ปล่อยให้เขารอนาน ผมก็เบียดกายเข้าหาเขาแทนคำตอบ เพียงแค่นั้น เด็กหนุ่มก็คลี่ยิ้มพร้อมกับยืดตัวขึ้นมาประกบจูบเร่าร้อนอีกครั้ง กว่าที่ลิ้นของเราจะแยกจากกันก็ตอนที่ผมเริ่มหายใจติดขัด เขาผละริมฝีปากออก แล้วลูบไล้พวงแก้มของผมเบาๆเหมือนผมเป็นลูกแมวของเขา แต่ต่างกันที่ผมไม่ได้ร้อง เหมียว~ แต่กลับส่งเสียงร้องครวญครางให้เขาฟังแทน

            ผมปล่อยให้เขาจูบจนปากบวมเต่งไปหมด  ตอนนี้ควรจะเป็นตาของผม ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่คิดจะเอาเปรียบ    

            “ต่อไปตาคุณแล้ว” เสียงทุ้มกระซิบแผ่วบริเวณข้างกกหู

            “.......”

            “คุณอยากทำอะไร”

            “ผมคิดไม่ออก”  ปากพูดไปแบบนั้น แต่ก็พยายามเบียดตัวเองเข้าหากายแกร่ง ผมอายเกินกว่าที่จะเป็นฝ่ายเริ่มก่อน

            “ถ้างั้นคุณช่วยผมหน่อยสิ”

            “ช่วยอะไร”  ผมเอียงคอถาม

            เด็กหนุ่มยกยิ้มมุมปาก แล้วกระซิบเบาๆ  “แค่สัมผัสมันก็พอ”

            เขาดึงผมให้ลุกขึ้นนั่งบนเตียง  แล้วค่อยๆคุกเข่าลง กระทั่งผมได้เห็นอะไรบางอย่างเต็มสองตา

            สิ่งนั้นผงาดใหญ่อวดความเป็นชายอยู่ตรงหน้าผม  ผมกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ มันใหญ่กว่าตอนที่ผมเห็นครั้งแรกเสียอีก  ทำไมพระเจ้าถึงโหดร้ายกับผมแบบนี้  ผมกลายเป็นลูกไก่ตัวน้อยไปเลย เมื่อเทียบกับไดโนเสาร์มหึมาของเขา

           บอกผมทีว่านี่เด็กอายุสิบแปดจริงหรอ....

           แล้วอีกสิบปีข้างหน้า ถ้าเขาอายุยี่สิบแปด มันจะโตกว่านี้หรือเปล่า

           “จ้องผมอีกแล้ว” เด็กหนุ่มหัวเราะ “คุณชอบหรอ”

           “.......”

           เขาหยอกล้อ คงคิดว่าผมอิจฉาอยู่ล่ะสิ  ผมยู่ปากใส่อย่างหมั่นไส้ ก่อนที่เขาจะคลานเข้ามาใกล้ผมจนแก่นกายขนาดใหญ่จ่ออยู่ระดับอก  “ถ้าชอบก็สัมผัสมันทีสิครับ” 

           เด็กหนุ่มจับมือของผมไปกอบกุมแท่งเนื้อของตัวเอง ผมแอบมือสั่น ไม่กล้าจับ ทั้งๆที่ตัวเองก็มีเหมือนกัน  มือหนาวางซ้อนทับ แล้วพามือของผมขยับขึ้นลง จนกระทั่งมือของผมหยุดสั่นและเคลื่อนไหวไปเองตามอัตโนมัติ 

           ไม่คิดมาก่อนว่าผมจะต้องมาทำอะไรแบบนี้ให้กับคนแปลกหน้า แต่ผมก็ยอมรับว่าสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่นี้สร้างความแปลกใหม่ในชีวิต มันไม่เหมือนกับตอนที่ผมนั่งรูดของตัวเอง ผมเงยหน้ามองใบหน้าคมคาย อยากรู้ว่าเขารู้สึกยังไง ทำไมเขาต้องเม้มปากแน่นแบบนั้นด้วย ผมขยับเร่งความเร็วพลางกอบกุมแท่งเนื้อนุ่มนอกแต่แข็งใน เรียกเสียงครางจากเด็กหนุ่มได้อย่างพอใจ

            มันน่าอายมาก แต่ผมก็ยอมรับว่าผมรู้สึกดีจนบอกไม่ถูก

            คนตัวสูงเชิดหน้าขึ้นแล้วหลับตาลง ดูจากสีหน้าคงใกล้ถึงฝั่งอยู่ร่อมร่อ แล้วผมก็ปล่อยมือออก เขาลืมตามองหน้าผมเหมือนกำลังขัดใจ ผมกลั้นขำ เด็กหนุ่มหายใจฟึดฟัดใส่  แต่พอผมโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้  ริมฝีปากหนาก็กลับมายิ้มเหมือนเดิม ผมก้มลงจูบเจ้าไดโนเสาร์ยักษ์ของเขาอย่างลองเชิง ก่อนจะค่อยๆจูบหนักขึ้น ดูเหมือนมันจะไม่พอใจที่ริมฝีปากของผมรุกล้ำเข้ามาในอาณาเขต  มันพองตัวใหญ่เหมือนกำลังขู่ให้ผมกลัว ยิ่งฟันซีกเล็กของผมงับมันเบาๆ มันก็ยิ่งขยายใหญ่ขึ้น

            ผมสนุกอยู่กับการแกล้งเจ้าไดโนเสาร์โดยไม่สนเลยว่าคนตรงหน้ากำลังเสียวซ่านแค่ไหน  ฝ่ามือหนาเอื้อมมาขยุ้มผม และดันศีรษะของผมให้สัมผัสมันแนบชิด

            ผมงับมันอีก แล้วดูดเลียแก่นกายของเขาสลับกับใช้ริมฝีปากเคล้าคลึงจนเจ้าของครางต่ำในลำคอ ไม่ใช่ว่ามีประสบการณ์อะไรหรอก ผมก็แค่จำมาจากหนังโป๊ที่โหลดมาเมื่อสองเดือนก่อน และดูเหมือนว่าเขาจะพอใจกับสิ่งที่ผมทำเสียด้วยสิ

            “โอ...คุณ...มันช่าง...”  แล้วเขาก็ไม่พูดอะไรต่อนอกจากครางกระส่าย มือของผมเอื้อมลงไปลูบต้นขาของเขาเพิ่มความเร่าร้อน ร่างกายของเด็กหนุ่มกระตุกเกร็งคล้ายกำลังจะปลดปล่อย แต่เขาก็ดันใบหน้าของผมออก

            ผมช้อนสายตามองเขาด้วยความไม่เข้าใจ เขาจับผมนอนคว่ำ แล้วสอดมือเข้าไปยกเอวของผมจนตั้งฉากกับเตียง

            ใบหน้าของผมร้อนผ่าวทันทีเมื่อเหลือบไปมองคนด้านหลัง ตอนนี้ชายหนุ่มสวมหน้ากากกำลังมองก้นของผมแล้วลูบไล้เบาๆ  ริมฝีปากอุ่นพรมจูบลงบนแก้มก้นทั้งสองข้าง ก่อนที่มือของเขาจะจับก้อนเนื้อแหวกออกจนเผยให้เห็นอะไรบางอย่าง เขาเอาแต่จ้องมองด้านในราวกับไม่เคยเห็น ผมอยากจะมุดหน้าหนีด้วยความอาย เพราะส่วนนั้นของผมมันกำลังเต้นตุบๆอยู่ตรงหน้าเขา 

            “สีสวยจัง ผมชอบ”  นิ้วเรียวยาวปาดไล้จากเอวลงมาตามร่องจนสุด ผมกระตุกเกร็งด้วยความวูบไหว “มันกระตุกใหญ่เลย” 

            ผมได้ยินเสียงหัวเราะมาจากด้านหลัง ดูเหมือนเด็กหนุ่มจะเยาะเย้ยมากกว่าชอบใจ

            “น่าเสียดายที่ผมเข้าไปไม่ได้” เขาทำเสียงอ่อน ส่วนนิ้วยาวก็ขยับไล้ไปมา แล้วลูบวนอยู่แถวปากทางสีสวย  ผมดึงหมอนนุ่มมาปิดหน้าระบายความวาบหวิว แถมร่างกายของผมก็ดันตอบสนองนิ้วของเขาอีก ยิ่งเขากดนิ้วลงตรงนั้น มันก็ยิ่งเต้นตุบๆอย่างน่าอาย

            “อีกสิบห้านาทีก็จะหมดเวลาแล้ว”

            ประโยคนั้นทำให้ผมใจสั่น ผมหันไปมองเด็กหนุ่มที่ขยับตัวเข้ามาใกล้บั้นท้ายของผมมากขึ้น

            “คุณช่วยผมทีนะ”

            สิ้นประโยค ชายสวมหน้ากากก็จับเรียวขาของผมแยกออกก่อนจะเคลื่อนแก่นกายร้อนๆเข้ามาจ่อชิดอยู่ช่องทางด้านหลังครูดถูไปมาจนส่วนนั้นของผมสั่นระริก เขาส่งมืออุ่นนุ่มมากอบกุมด้านหน้า แล้วเร่งสะโพกรัวอย่างเร่าร้อน

            “อ..อื้อ...อ้า..” ผมซบหน้าลงกับหมอนนิ่มพลางเปร่งเสียงคราง แค่แท่งเนื้อของเขาขยับหยอกเย้าก็ทำเอาผมแทบคลั่ง แต่ผมกลับต้องการมากกว่านั้นอีก           

            “อย่าขยับสิคุณ เดี๋ยวมันหลุดเข้าไปจะทำยังไง” เสียงขบกรามดังปนมากับคำพูด แต่ผมก็ยังพยายามจะดันสะโพกเข้าหาเขา

            “คุณก็เข้ามาสิ...อือ”

            “ใจเย็นๆ ผมรู้ว่าคุณต้องการอะไร แต่ผมคงทำให้คุณไม่ได้” 

            มือหนาจับสะโพกของผมให้หยุดนิ่ง  เขาจับผมพลิกกลับมานอนหงาย และส่งส่วนนั้นมากดคลึงตำแหน่งเดิมอีกครั้ง ปลายแท่งเนื้อเสียดสีไปมาพลางขยับโยกคลึงโดยไม่มีทีท่าว่าจะเข้ามาข้างใน ผมได้แต่บิดตัวไปมาด้วยความเสียวซ่าน อยากให้เขาดันกายแทรกเข้ามาใจจะขาด

            “ผมเข้าไปไม่ได้”

            “แต่ผม...อือ...อ...อยากให้คุณเข้ามา”  ผมร้องขอปะปนกับเสียงครวญคราง  “คุณเข้ามาเถอะนะ ผมอนุญาต”

            “คุณอนุญาต แต่กฏของที่นี่ไม่อนุญาต”  ผมได้ยินเสียงกัดฟันจากเขา ดูเหมือนว่าเขาก็คงทรมานไม่ต่างจากผม แต่ยังไงกฏก็ต้องเป็นกฏ  “ผมไม่มีเงินจ่ายค่าปรับหรอกครับ” เขาพูดเสียงแหบพร่า ร่างกายก็ขยับโยกไม่หยุด “หรือว่าคุณจะจ่ายให้ผมล่ะ” 

            “ผ...ผมไม่มี”  ผมส่ายหน้า เงินตั้งสิบเท่าผมไม่มีปัญญาจ่ายหรอก ตอนนี้ทั้งเนื้อตั้งตัวผมเหลือแค่ค่าแท็กซี่กลับคอนโด 

            ความทรมานที่คับแน่นอยู่ในอกเริ่มทำให้ผมอยาก แหกกฏ ...ผมอยากฉีกกฏบ้าๆนั่นทิ้ง แต่มันคงเป็นไปไม่ได้  ทั้งๆที่ส่วนนั้นของผมกำลังเรียกร้องอยากจะกลืนกินความเป็นชายของเขา แต่เด็กหนุ่มก็ยังยับยั้งช่างใจขยับสะโพกอยู่แค่ข้างนอกเท่านั้น ทำไมเขาถึงความอดทนสูงขนาดนี้ กลับกลายเป็นผมที่พยายามส่ายสะโพกร่อนไปมา หวังให้มันหลุดเข้าไปโยกอยู่ในตัวผม

           “อา...อืม...คุณ..ร..เร็วอีก” 

           “ผมกลัวมันจะหลุดเข้าไปจัง...อ้า”  ปากก็บอกกลัว แต่เขาก็ยังเร่งความเร็วขยับกายดังที่ใจผมต้องการ ก่อนจะจับผมประกบปากดูดดื่มอีกครั้ง จนกระทั่งเด็กหนุ่มพาผมมาถึงฝั่งฝัน เราทั้งสองก็กระตุกค้างไปพร้อมๆกัน

 

 

 

อ่านต่อ  >>>  http://writer.dek-d.com/toey20329/writer/viewlongc.php?id=682889&chapter=123

 

 

 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยายฟิคชั่น

✓ เรื่องนี้เป็นบทความเก่า ยังไม่ได้ทำการยืนยัน

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
10 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
10 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา