Fic naruto ภาค พายุโลหิต

10.0

เขียนโดย นิกซ์

วันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 เวลา 15.23 น.

  32 ตอน
  12 วิจารณ์
  6,494 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 16.43 น. โดย เจ้าของนิยายฟิคชั่น

แชร์นิยายฟิคชั่น Share Share Share

 

31) บทที่ 31 เผชิญหน้าวายร้ายโรคนินจา

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

หลังจากการซ้อม เหล่าโคโนฮะก็ได้มานั่งพักที่บ้าน

เท็นเท็นขอบคุณเพื่อนผมชมพูที่ช่วยให้ได้เจอกับคนที่อยากเจอ

“ดีแล้วล่ะนะ จะอยู่กินข้าวเย็นที่นี่ไหม”

นารูโตะตัวสั่น”ขะๆขอผ่าน”

“อย่ากลัวน่า ผีพวกนี้ไม่ทำอะไรนายหรอกนารูโตะ อายกาอาระกับซาสึเกะบ้างซี่”

นารูโตะยังคงตัวสั่น

ซากุระหรี่ตา”ทีอยู่กับปีศาจมาทั้งชีวิตไม่เห็นกลัว แต่ผี ปีศาจก็ไม่น่ากลัวเท่ากับใจคนหรอกนะ”

หลังจากดื่มชาแล้ว หญิงสาวก็ส่งทุกคนกลับที่พัก เพราะคงยากที่จะมีใครกล้าอยู่บ้านผีเยอะแบบนี้แต่ คนตาสองสีกลับเหย่เพื่อน

“ชั้นยังนอนได้เลย พวกเค้าไม่เห็นทำอะไร แถมบริการดีอีก”

ทำเอาหนุ่มหน้าแมวเตรียมฉะกับเพื่อนที่ยั่ว

กาอาระมองไปที่นอกบ้านที่ติดริมทะเล”บรรยากาศดีนะ”

ซากุระนั่งมองไป”บางที ถ้าไม่อยากให้ใครกวนใจก็จะมาที่นี่แหละ แต่หลังๆมาได้นานๆครั้งน่ะนะ”

เทมาริยิ้มบาง“เหนื่อยล่ะสิ”

“ค่ะ ลางสังหรณ์ของชั้นบอกว่า อีกไม่นาน…ปัญหาใหญ่กำลังจะมาแล้ว”

ทุกคนอุทานพร้อมกัน”ปัญหาใหญ่?”

“อืม…ไม่นานหรอก แต่อย่าห่วงคงเป็นพวกปัญหาของพวกตาแก่ฝ่ายปกครองกระมัง หึๆพวกนั้นไม่เกษียณไปสักที”

หลังจากเที่ยวครบอาทิตย์เหล่านินจาก็ลากลับแต่สาวผมชมพูไม่ได้มาส่งเพราะต้องตามอารักขาท่านโชกุนที่ไปเจรจาการค้ากับพวกต่างชาติ มีเพียงซามุยที่มาส่งเท่านั้น ซาสึเกะกับกาอาระรู้ห่วง ห่วงว่าเธออาจจะรับมือกับปัญหาไม่ได้

หลังจากนั้นซาสึเกะตัดสินใจต่อแขนเทียมเพราะคุณพ่อตา เอ้ย คุณคิซาชิไม่ยอมสอนจุจึสึหรือยิวยิตสูให้เพราะเค้าไม่สามารถสอนให้คนที่มีร่างกายสมประกอบได้และเค้าอยากจะปกป้องเธอคนนั้น อยากจะเป็นกำลังให้ เพื่อเธอ การประลองครั้งนั้นทำให้เค้ารู้ว่า การต่อสู้มือเปล่า ระยะประชิดเค้าแพ้เธอ แถมเค้าไม่สามารถเอาชนะเจ้าเกรียนหัวชมพูได้เลย เพราะก่อนกลับหมู่บ้านเค้าไปท้าประลองกับเจ้านั่น นกกระจอกไม่ทันกินน้ำ เค้าน๊อค อีกฝ่ายไม่ออมมือ เกือบจะฆ่าเค้าตายถ้าคนในหน่วยไม่ห้ามไว้ พวกซามูไรจะไม่ยอมเปิดช่องให้นินจาใช้คาถาโดยการเข้าประชิดและสังหารเสีย แขนซ้ายเค้าคือจุดอ่อนชั้นดี หลังจากต่อแขนเทียมเค้าต้องพักอยู่ในหมู่บ้านหนึ่งอาทิตย์เพื่อให้แขนเทียมสามารถใช้การได้

และยิ่งได้เห็นฝีมือของพวกซามูไรทำให้ใครหลายคนฝึกเพิ่มขึ้น  อย่างเช่นลี นารูโตะ ซาอิและกาอาระ ที่เค้าแปลกใจที่ชิกามารุเล่าให้ฟังว่า เจ้าแพนด้าแดงนั่น มันเริ่มหัดวิ่งจ๊อกกิ้งและฝึกสู้ประชิดตัวมากขึ้น เออ มันคงไม่อยากโดนผู้หญิงตัวเล็กๆอุ้มท่าเจ้าหญิงวิ่งอีกหรอกนะ เป็นเค้า เค้าก็ไม่อยาก

...

ณ แคว้นเอโดะ

ขณะที่สี่สหายกำลังเดินทางไปที่โรงฝึกเพื่อเยี่ยมอาจารย์ โดยที่เรมได้นำอาวุธใหม่ ปืนสไนเปอร์มาฝากอาจารย์ เพราะอาจารย์ชอบสะสมอาวุธ

ซากุระนั้นรู้สึกระแวง เธอรู้สึกว่าโดนจับตามองอยู่ตลอด เธอจึงพยายามไม่อยู่คนเดียว ไม่ไปที่เปลี่ยวถ้าไม่จำเป็นหรือไร้อาวุธ แต่ตอนนี้เธอจำต้องมา

พลิ้ว!จึก!

คุไนติดระเบิดปักลงตรงหน้า สี่ซามูไรกระโดดหนี

“ไงๆ ยังเด็กกันอยู่เลย ว้าว นังหนูผมชมพูที่เคยเจอนี่นา มีสองคนซะด้วยแล้วทำถึงหน้ากากล่ะคนสวย”

ซากุระหรือเบนิที่สวมหน้ากากมองอีกฝ่ายไม่วางตา”แก มาดาระ..”

“เคารพกันหน่อยซี่…ไม่น่ารักเลยน้า ตอนนั้นถ้าไว้ผมยาวอีกนิด ตรงสเปค”

วายร้ายโรคนินจาใช้คาตานะที่พกมากันดาบสองเล่มที่ฟาดฟันแทบไม่ทัน

คาโอรุหรือบันไซยิ้มยั่ว”นี่ลุง อย่ามั่วแต่หลีสาวซิ หัวหลุดไม่รู้ด้วยนะ”

มาดาระจำต้องกัดฟันรับดาบของสองหนุ่ม …ตัวบางๆไหงแรงเท่า(ฝูง)ควายวะ…

ริวโอยิ้มหวาน “แก่แล้วสินะลุง”

“ไอ้เด็กนี่”

วายร้ายโลกนินจาจำต้องกระโดดหนีการโจมตีที่พุ่งมาจากข้างหลัง

มาดาระยิ้ม”เฮ้ๆลอบกัดแบบนี้ไม่แฟร์เลยนะคนสวย”

หญิงสาวยังยียวน“โทดที ไม่ใช่ผู้ชาย ลอบกัดได้ค่ะ ตายยากเหลือเกินนะ”

สามรุมหนึ่ง

สำหรับมาดาระเด็กพวกนี้คงจะเป็นแค่เด็กเล่นมีด ถ้าไม่...

ปัง!ปัง!ปัง!

อาวุธปริศนาที่สร้างบาดแผลให้มหาวายร้ายโลกนินจาได้ ไม่รู้ทิศทาง ทำให้เค้าเนตรวงแหวนระวังเจ้าอาวุธนี่ และต้องรับมือไอ้เด็กผีสามคนนี่ แต่ละคนแทบไม่เปิดช่องให้เค้าใช้คาถาเลยขนาดเนตรวงแหวนก็ยังไม่มองตรงๆถือว่ามีจิตใจที่เข้มแข็งมากสามารถต้านคาถาลวงตาได้ในระดับนึง สมแล้วที่เป็นซามูไร ยิ่งรู้มาว่าเป็นระดับหัวกะทิ สมแล้ว ไม่ควรประมาทเลย

ฉัวะ

คมดาบของคนสวมหน้ากากได้เฉือนเข้าที่สีข้างขวา

ซากุระตัดสินใจใช้พลังช้างสารชกให้ริวโอที่รอจัดการข้างหลัง

ร่างของมาดาระปลิวไปตามแรงแต่ก็ถูกพายุปริศนาพัดหายไป

คาโอรุเตรียมใช้โทรศัพท์เรียกกำลังเสริมแต่

“ไม่ต้อง”

“ทำไมเบนิ”

“ชั้นได้สิ่งที่ต้องการแล้ว ตอนนี้เราไม่มีเวลา เป้าหมายของมันคือเรา”

ริวโอนั่งลงทันทีเพราะเค้าใช้แรงแทบทั้งหมด”เรมล่ะ”

ไม่นานหนุ่มผมเงินก็วิ่งถือสไนเปอร์ออกมาจากป่า”ผมอยู่นี่ ปลอดภัยนะครับ”

คาโอรุมองแขนขาที่มีรอยไหม้“อืม แค่โดนไฟลวกน่ะ”

“นับว่าโชคยังดีที่เจ้านั่นไม่มีซูซาโนโอะ ไม่มีเนตรสังสาระ เราต้องนำของพวกนี้ไปตรวจให้เร็วที่สุด”สาวผมชมพูนำเส้นผมที่เธอของมันที่เก็บไว้และชิ้นเนื้อที่เธอใช้ดาบฟันมาและแคปซูลเลือดที่เธอที่เธอพกไว้กับตัว ไม่นึกว่าเธอจะได้ใช้มันตอนนี้

เรม”รีบเอาไปให้หน่วยวิทยาศาสตร์ตรวจเถอะ”

“ไม่ได้ ศัตรูคือคนในเอโดะแน่ เราจะเสี่ยงให้ข่าวรั่วไหลไปไม่ได้”

“แล้วเราจะเอาไปให้ใครตรวจ”

“มีคนๆนึง เค้าอาจจะสนใจและเค้าอาจจะยอมช่วยเราได้ ตอนนี้เราต้องไปที่โคโนฮะแล้ว”

ริวโอเอ่ยถาม”เค้าอยู่ที่โคโนฮะเหรอน่อ”
“ม่าย คนนำทางต่างหาก มา ตอนนี้เราต้องรีบไปที่โรงฝึกเพื่อรักษาบาดแผลก่อน”เพราะสภาพในตอนนี้ เดินทางไกลไม่ไหวแน่

นี่ขนาดไม่ได้มีซูซาโนโอะนะ

มาดาระถูกพามาที่ศาลไม้กลางป่า

“ยับเยินเชียวนะ”เสียงหวานทักขึ้น

วายร้ายโลกนินจายิ้ม”เจ้าพวกนั้นร้ายเอาเรื่องนี่นา สี่รุมหนึ่ง แถมมีคนใช้อาวุธประหลาดๆด้วย”

“บอกแล้ว ว่าให้กำจัดทีละคน ไม่เชื่อ ชิ้นส่วนหายไปนะ”ร่างบางในชุดมิโกะสังเกต ว่าตรงสีข้างขวาหายไป

“งั้นเหรอ ก็นะนี่ไม่ใช่ร่างเนื้อเลยไม่รู้สึกเจ็บนัก แต่ใช้สะดวกดี แต่เสียดายถ้ามีซูซาโนโอะล่ะก็”

“พลังในร่างเดิมของคุณมันมากเกินไป ร่างนี้รับไม่ไหว ต้องใช้ร่างเนื้อเท่านั้น”

“ทำไมไม่ทำ”

“คุณลืมที่เราตกลงกันแล้วรึ คุณเด็ดหัวพวกมันมาก่อน แต่ตอนนี้ชั้นคงต้องซ่อมร่างคุณ”

“นานแค่ไหน”

“หนึ่งอาทิตย์”

“เร็วกว่านี้ไม่ได้รึไง”

“นี่เร็วสุดแล้ว อีกอย่าง ชั้นอยากจะเสริมความคงทนของร่างคุณด้วย ดูเหมือนว่าฝีมือของยมทูตคนนั้นไม่ธรรมดา ร่างมีแต่รอย หากฝืนสู้ต่อ ร่างป่นแน่”

“นั่นสินะ พอเห็นดาบสั้นของเด็กสองคนนั้นมันทำให้ชั้นนึกถึงใครบางคนเลย”

“ใครเหรอ”

“จำชื่อไม่ได้ จำได้แต่เพียง…ผมสีแดง กับรอยยิ้มที่แสยะกว้างเท่านั้น”

หลังจากที่พักรักษาตัวกันที่โรงฝึกหนึ่งคืน เรมจจำต้องกลับไปเอากระสุนและปืนเพิ่ม โดยโชจุกิ โช ได้เตือนให้ลูกศิษย์ระวัง ศัตรูคือคนที่มีวิชาอาคม

ถึงเบนิและบันไซจะมีวิชาเพราะสืบเชื้อสายแต่ทั้งสองเป็นแค่ลูกเสี้ยวลูกเศษ รุ่นเหลนพลังอาจจะไม่มากพอ

งานหนักจึงตกมาสู่ริวโอที่บาดเจ็บน้อยที่สุด ต้องระวังหลังเพื่อน ตอนนี้พวกเค้าต้องควบม้าไปยังโคโนฮะให้เร็วที่สุด เวลาน่ะมีไม่มากแล้ว

ซาสึเกะที่พักฟื้นแขนเทียมเรียบร้อยได้ถูกเรียกตัวมาอย่างกะทันหัน ที่ห้องทำงานของโฮคาเงะ

คาคาชิทักทายด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม”ตรงเวลาดีจัง”

“มีภารกิจอะไร”

“ถามคนที่ขอร้องให้เธอมาเถอะ”

หญิงสาวสวมหน้ากากในเครื่องแบบทหารสีดำที่คุ้นเคยออกมาจากทางด้านหลัง

“ซากุระ”

คาคาชิแซว“เก็บอาการหน่อยเป็ดโปรคุง”

“อย่าแซวเค้าค่ะ หนูซีเรียส”

“จ้าๆว่าแต่ ทำไม”

มือเล็กๆอุดปากอาจารย์ไว้ก่อนจะกระซิบ”หนูขอยืมตัวเค้าสักอาทิตย์นะคะ”

“อื้อ”

เมื่ออาจารย์รับปาก หญิงสาวหันมาก่อนจะปลดหน้ากาก ที่เผยรอยยิ้ม”ไปเดตกันนะ”

ซาสึเกะ…ไหงบอกว่าซีเรียสไง กินอะไรผิดสำแดง หรือว่าเกิดชอบเราขึ้นมา…

‘นี่ใช่เดตเหรอ ยัยตัวร้าย!’

“อย่าทำหน้ามุ่ยสิ ตอนนี้ชั้นกำลังเจอปัญหาใหญ่ เลยต้องขอความช่วยเหลือแบบนี้”

คาโอรุหัวเราะในลำคอ”ยัยนั่นน่ะ เคยเดตกับเรมที่สุสานมาก่อนนะ”

เรมหัวเราะเบาๆ”ใช่ครับ ผมต้องมาออกแรงขุดสุสานยามค่ำเนี่ย”

ซาสึเกะมองยัยตัวร้ายที่นั่งบนหลังม้าดำกับฝาแฝด ตอนนี้เค้าจำต้องขี่ม้าของเรม เพราะเชื่องที่สุด อีกสามตัวไม่คุ้นกับคนอื่นที่ไม่ใช่เจ้าของ

“เธอไปทำอะไรที่นั่นล่ะ”

“ไขข้อสงสัย เพราะข้อมูลที่ชั้น ที่เป็นนินจาคือเบนิ รั่วไหลด้วยฝีมือใครบางคนที่ไม่ใช่ดันโซ”

“และเป็นฝีมือใคร”เค้าเชื่อว่าเธอต้องเก็บคนของหน่วยรากไปแล้ว ฝีมือระดับเธอ แค่ฆ่าและกำจัดศพ มันหมูๆ

“ศัตรูเก่า แต่ชี้เป้าไม่ได้”

เรมเสริม”สถานการณ์ในเอโดะ ไม่น่าวางใจครับ ถึงจะเลือกตั้งแล้วแต่นี่ก็ใกล้จะคัดเลือกหัวหน้าองครักษ์ ฝั่งอิเคบุได้ตำแหน่งใหญ่ๆทางการทหารไป ตอนนี้เราต้องรีบกำจัดปัญหาที่กำลังจะเกิด เพราะตอนนี้…”

ริวโอขัดขึ้น”เอาไว้ถึงที่หมายก่อน คุณซาสึเกะอีกไกลไหมครับ”

“พรุ่งนี้เช้าน่าจะถึง ถ้าเดินทางทั้งคืน แต่ถ้าอยากไปเร็วๆก็…”

ซากุระเอ่ยขัด”นายเพิ่งต่อแขนเทียมนะ อย่าฝืน เราไปแค่รังลับของโอโรจิมารุเอง”

ซาสึเกะสังเกตว่าท่าทางของซากุระดูเพลียๆเช่นเดียวกับริวโอและคาโอรุ ส่วนเรม ดูกระปรี้ประเปร่าดีที่สุดแต่ทำไมต้องเอาผ้ามาปิดตาขวาด้วย…เกิดอะไรขึ้นกับเธอนะ…

เมื่อเดินทางมาได้สักพักก็ต้องพักเพื่อให้ม้าได้กินน้ำกินหญ้า ถึงจะเป็นม้าศึกแต่การที่ต้องควบเดินทางมาที่โคโนฮะซึ่งอยู่ไกลจากเอโดะมากแบบนี้ก็ต้องพัก

สี่ซามูไรต่างดัดแข้งขาม้าของตัวเองให้ผ่อนคลาย ซากุระรีบมารักษาเพื่อนๆทั้งสองคนต่อ เพราะคาโอรุกับริวโอโดนหนักสุดเพราะต้องปะทะกับมาดาระโดยตรงเพื่อเบนความสนใจ แค่เข้าประชิดเมื่อไม่ให้ใช้คาถาไฟก็เต็มกลืน ตอนนั้นทำเอาพื้นที่ไหม้ไปทั้งแถบแต่หลบทัน แต่ดีที่เรมช่วยเบนสายตาของมาดาระได้ เธอเชื่อว่ายับเยินแบบนั้น คงต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะคืนสภาพ

 

มาอัพแล้วเม้นบ้างเด้อ

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยายฟิคชั่น

✓ เรื่องนี้เป็นบทความเก่า ยังไม่ได้ทำการยืนยัน

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
10 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
10 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา