The Bikeriders: No Mercy
เขียนโดย
room666_
วันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2569 เวลา 16.45 น.
แก้ไขเมื่อ 18 มีนาคม พ.ศ. 2569 17.05 น. โดย เจ้าของนิยายฟิคชั่น
5) บทเรียนราคาเลือด และความยุติธรรมใต้โต๊ะ
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ
เสียงไซเรนจากรถตำรวจและรถพยาบาลดังกังวานไปทั่วบริเวณ รถกระบะของพวกสมุนวิกเตอร์หนึ่งคันกลายเป็นเศษเหล็กดำเป็นตอตะโก กลิ่นเนื้อไหม้จากศพ 3 ศพที่ถูกไฟคลอกโชยคละคลุ้งจนเจ้าหน้าที่กู้ภัยบางคนถึงกับต้องเบือนหน้าหนี ปลอกกระสุนขนาด .45 และ 9 มม. ตกกระจายเกลื่อนพื้น
สมาชิก Vandals บาดเจ็บระนาว บิลลี่ ถูกหามขึ้นเปลในสภาพกุมท้องที่อาบเลือด แซม หน้าซีดเผือดจากการโดนยิงที่หน้าแข้ง ส่วนคนอื่นๆ มีทั้งรอยไหม้และแผลถากจากกระสุนปืนกล มอเตอร์ไซค์ราคาแพงพังพินาศไปร่วม 10 คัน บางคันเหลือแค่โครงเหล็ก
สารวัตรเจ้าของคดีก้าวลงจากรถพร้อมหัวหน้าชุดจู่โจม เขามองดูศพที่ไหม้เกรียม 3 ศพข้างซากรถกระบะแล้วกัดฟันกรอด ก่อนจะหันมาทางกลุ่ม Vandals ที่ยืนเกาะกลุ่มกันอยู่
"คุกเข่าลง! ประสานมือไว้ที่หัว! ใครขยับฉันยิง!" สารวัตรแผดเสียงก้อง พร้อมตำรวจนับสิบที่เล็งปืนเข้าใส่
" เชี่ยเอ๊ย! พวกกูโดนบุกก่อนนะเว้ย! " สมาชิกคนหนึ่งในกลุ่มตะโกนสวนกลับด้วยความโมโห ขณะมองดูบิลลี่ที่ถูกเจ้าหน้าที่กู้ภัยหามขึ้นรถพยาบาล
"หุบปาก! พวกนายเห็นซากศพพวกนี้ไหม? นี่มันฆาตกรรมชัดๆ!" สารวัตรเดินปรี่เข้าไปหา Johnny ที่ยืนนิ่ง "แก... Johnny แกต้องชดใช้เรื่องนี้"
"ชดใช้เหี้ยอะไร!" Johnny ตวาดลั่น แววตาดุดันจนตำรวจที่ถือปืนอยู่ถึงกับผงะ
"พวกมันซิ่งรถเข้ามาสาดกระสุนใส่บาร์ฉัน ปาระเบิดขวดใส่พวกเราเหมือนหมูเหมือนหมา นายตาบอดรึไงสารวัตร! ดูรถเพื่อนฉัน ดูร้านฉัน! ถ้าพวกเราไม่ยิงสวน ป่านนี้คงไปนอนเฝ้ายมบาลแทนพวกสวะนั่นแล้ว!"
"แต่มันมีคนตาย 3 ศพ และพวกแกทุกคนมีปืน!" สารวัตรกระชากคอเสื้อ Johnny
"แกจะบอกว่าระเบิดนั่นมันระเบิดเองงั้นเหรอ?"
" เออ! มันโง่จนทำหลุดมือใส่รถตัวเองไง! " Johnny สะบัดตัวออก
"เอาแค่ผมไปคนเดียว คนอื่นไม่เกี่ยว พวกเขาแค่มาดื่มเหล้าในวันซวยๆ ของผม อย่าลากพี่น้องผมไปยุ่งกับเรื่องนี้!"
"ไม่เกี่ยวเหรอ? ปลอกกระสุนเกลื่อนขนาดนี้ มึงคิดว่ากูจะเชื่อรึไงว่ามึงยิงคนเดียว!"
สารวัตรหันไปสั่งลูกน้อง "ล็อคตัวพวกมันให้หมด! เอาไปนอนในคุกให้หมด!"
เสียงกุญแจมือสับดัง แกร๊ก! แกร๊ก! ท่ามกลางเสียงสบถด่าและความวุ่นวาย สมาชิก Vandals ถูกผลักขึ้นรถขนผู้ต้องขังอย่างไม่ปราณี
( คืนที่กฎหมายเป็นแค่เศษกระดาษ )
ภายในห้องสอบสวน Johnny นั่งอยู่บนเก้าอี้เหล็ก แสงไฟนีออนเหนือหัวกะพริบถี่จนน่ารำคาญ เขาจ้องหน้าสารวัตรด้วยสายตาที่พร้อมจะขย้ำคอใครสักคน ข้างๆ เขาคือ "Butch" ชายร่างยักษ์ที่มีรอยแผลเป็นคาดผ่านคิ้ว และ "Jax" สมาชิกใจร้อนที่มักจะใช้กำปั้นก่อนสมอง ทั้งคู่ถูกรวบตัวมาในสภาพยับเยินไม่ต่างกัน
"พูดมา! ใครเป็นคนเริ่มยิงก่อน!"
สารวัตรกระแทกแฟ้มลงบนโต๊ะ เสียงดังปัง!!
" ผมบอกไปสิบครั้งแล้วไงสารวัตร นี่เอาหูหรือเอาส้นตีนฟัง!" Johnny สวนกลับ "
สารวัตร: “ สวนกลับ ระวังปากหน่อย!! "
Johnny: "พวกมันบุกมาถึงหน้าบ้านฉัน สาดปืนกลใส่ร้านฉันเหมือนเป็นเป้าซ้อมยิง แล้วจะให้ฉันเดินออกไปสวัสดีพวกมันรึไงวะ ?"
สารวัตร: "ศพฝั่งนั้นกองอยู่ 3 ศพเห็นๆ! ไหนจะเรื่องที่พวกแกไปอาละวาดจนบาร์ไหม้ฉิบหายหมดเมื่อวันก่อนอีก หลักฐานน่ะเหรอ? ก็เข็มกลัดเน่าๆ ของกลุ่มพวกแกที่ตกอยู่นั่นไง! ชัดเจนพอหรือยังไอ้พวกขยะสังคม... เลิกแก้ตัวได้แล้ว เพราะนิสัยระรานคนอื่นไปทั่วแบบนี้ไงล่ะ ถึงได้เจอของจริงเข้าให้บ้าง สมน้ำหน้า!"
Johnny: "ขยะสังคมงั้นเหรอ? เหอะ... แล้วไอ้พวกที่บุกมาเผาบ้านคนอื่น พยายามฆ่าพี่น้องฉันถึงถิ่นล่ะ พวกมันเรียกว่าอะไร? พลเมืองดีหรือไง?"
เขาขยับเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นสาบหนังและน้ำมัน "เข็มกลัดอันเดียวมันวางกันได้ แต่สันดานระยำของไอ้พวกที่แกหนุนหลังอยู่น่ะมันปิดไม่มิดหรอก... ถ้าการปกป้องครอบครัวตัวเองมันทำให้พวกฉันดูเป็นสวะในสายตาแก งั้นพวกแกที่ยืนดูบ้านคนอื่นโดนเผาเฉยๆ ก็คงเป็นแค่ 'ขยะเปียก' ที่ไร้ค่ายิ่งกว่าสวะซะอีก!"
สารวัตร: "ปากดีไปเถอะไอ้หนู! นายคิดว่าวาทกรรมขยะๆ ของนายจะช่วยล้างคราบเลือดบนมือพวกนายได้งั้นเหรอ?"
สารวัตรใช้นิ้วชี้จิ้มลงบนตราสัญลักษณ์ที่อกเสื้อของ Johnny อย่างแรง
"ฟังให้ชัดนะ... โทษของพวกแกครั้งนี้มันไม่ใช่แค่รอลงอาญา แต่มันคือตั๋วเที่ยวเดียวสู่คุกนรกที่แกจะไม่ได้เห็นแสงตะวันอีกเลยตลอดชีวิต! ฉันจะลากคอพวกแกทุกคนเข้าไปเน่าตายในห้องขัง ให้พวกแกได้ลิ้มรสความยุติธรรมที่แกชอบถ่มน้ำลายใส่นักหนา!"
เขาเว้นวรรคแล้วแสยะยิ้มอย่างสมเพช
"เตรียมบอกลาพรรคพวกของแกซะ เพราะคืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายที่แกได้ดมกลิ่นน้ำมันเบนซินข้างนอกนี่... ครั้งต่อไปที่แกจะได้กลิ่นอะไรสักอย่าง มันคงเป็นกลิ่นอับของส้วมในคุกที่ไม่มีวันเปิดรับแสงเดือนแสงตะวันอีกต่อไป!"
Johnny: "ขังพวกฉันแล้วไอ้ วิกเตอร์ล่ะ? ตอนนี้มันคงนั่งจิบไวน์สบายใจอยู่ที่คฤหาสน์ริมน้ำรึเปล่า?"
เขาโน้มตัวไปข้างหน้าจนเงาของเขาพาดทับร่างของสารวัตร
Johnny: " พวกนายรู้ทั้งรู้ว่าใครเป็นคนทำ แต่กลับเลือกจะจับพวกเรา
ทำไมกันละ? หรือเป็นเพราะไม่มีนามสกุลดังๆ คุ้มหัวใช่ไหม?"
สารวัตร: อึกอัก พยายามจะอ้าปากเถียงแต่ Johnny ไม่เปิดโอกาสให้เขาได้หายใจ
Johnny: "พวกนายดูซากศพ 3 ศพที่โดนเผานั่นสิสารวัตร!" Johnny ตวาดลั่น
"นั่นลูกน้องมันนะเว้ย... คนที่ยอมตายถวายหัวให้มัน แต่ดูตอนนี้ดิ! มีเงาของไอ้วิกเตอร์โผล่มาที่นี่บ้างไหม? มันส่งทนายมาดูศพคนของมันสักคนรึยัง? เปล่าเลย..."
Johnny: หัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูสมเพชที่สุดเท่าที่สารวัตรเคยได้ยินมา
"สำหรับคนอย่างวิกเตอร์... ลูกน้องตายก็แค่เปลี่ยนตัวใหม่ แต่พวกนายกลับปกป้องคนพรรค์นั้นเนี่ยนะ? คนที่มันมองว่าชีวิตคนเดินดินอย่างพวกเรา หรือแม้แต่ตำรวจอย่างนาย เป็นแค่เศษขี้เล็บที่เงินซื้อได้"
ห้องสอบสวนเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจฟืดฟาดของสารวัตร เขาหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธปนละอายใจ เพราะสิ่งที่ Johnny พูดมันคือความจริงที่เขาเถียงไม่ออก
เงินและเส้นสายของตระกูลวิกเตอร์มันใหญ่โตจนบดบังความถูกต้องไปหมดแล้ว
Johnny : "จับพวกเรามาขังเพื่อเอาหน้าคดีฆาตกรรม แต่ไอ้ฆาตกรตัวจริงมันกำลังรินไวน์แก้วที่สอง... นี่เหรอความยุติธรรมที่มึงสาบานไว้ตอนติดประดับยศ?"
สารวัตรหลบตา Johnny ทันที มือที่ถือปากกาจดบันทึกเริ่มสั่นเล็กน้อย ความเหลื่อมล้ำที่ Johnny ตีแผ่ออกมามันกระแทกหน้าเจ้าหน้าที่รัฐอย่างจัง จนบรรยากาศในห้องนั้นมันกดดันกว่าตอนที่มีเสียงปืนดังขึ้นเสียอีก
เขาโยนปากกาในมือทิ้งลงบนโต๊ะสอบสวนเพื่อกลบเกลื่อนอาการสั่น ก่อนจะพยายามเค้นเสียงที่สั่นพร่าให้ดูดุดันเหมือนเดิม
"นี่นายจะปากมากเกินไปแล้วนะ Johnny!" สารวัตรตวาดลั่นพลางโน้มตัวไปข้างหน้า จ้องตาเขม็งเหมือนจะข่มขวัญ "คิดว่าที่นี่ที่ไหนวะ? แกคิดว่ากำลังพล่ามบทหนังฮีโร่อยู่รึไง! ที่นี่คือสถานีตำรวจ และคนตาย 3 ศพนั่นก็คือความจริงที่แกไม่มีวันดิ้นหลุด!"
เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจของอีกฝ่าย
"จะเหลื่อมล้ำหรือเส้นสายอะไรกูไม่สน แต่วันนี้คนของแกยิงคนตาย และกูมีหน้าที่ขังแกไว้ในนี้... เข้าใจไหม ไอ้ขยะสังคม!"
Johnny ไม่แม้แต่จะกะพริบตา เขาเพียงแต่เหยียดเบะยิ้มที่มุมปากอย่างเย็นชา ซึ่งนั่นยิ่งทำให้สารวัตรดูเหมือนสุนัขจนตรอกที่กำลังเห่าเพื่อกลบความกลัวในใจตัวเอง
ความจริงจากปากคนในเครื่องแบบ
ความตึงเครียดถึงจุดเดือดจนสารวัตรเงื้อมือหมายจะตบหน้า Johnny เพื่อสั่งสอน แต่วินาทีนั้น ประตูห้องสอบสวนก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงจนลูกบิดกระแทกผนัง
ปัง!
นักสืบ ก้าวเข้ามาในห้อง แขนซ้ายที่มีผ้าพันแผลเริ่มมีเลือดซึมออกมาเป็นดวงกว้าง ใบหน้าของเขาดูซีดเซียวแต่ดวงตากลับลุกโชนด้วยไฟแห่งความแค้น
นักสืบ: พอได้แล้ว" นักสืบพูดเสียงเรียบแต่เย็นเยียบจนคนในห้องรู้สึกได้
สารวัตร: นี่มันงานของผม คุณบาดเจ็บอยู่ ไปทำแผลเถอะ! " สารวัตรพยายามไล่
นักสืบ: ผมไม่ไปไหนทั้งนั้น เพราะผมคือพยานที่เห็นทุกอย่าง!
ลูกน้องผมอีกสองคนก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย เห็นกันเต็มตาขนาดนี้ สารวัตรว่าน้ำหนักพยานแค่นี้มันพอจะส่งไอ้วิกเตอร์เข้าซังเตได้หรือยัง?""
นักสืบเดินเข้าหาโต๊ะสอบสวน "ผมยืนอยู่หน้าบาร์จอนนี่ตอนที่รถพวกมันพุ่งเข้ามา และผมนี่แหละที่โดนลูกหลงจากปืนกระจอกๆ ของสมุนไอ้วิกเตอร์ สารวัตรจะบอกว่าผมโกหกด้วยไหม?"
สารวัตรอึกอัก "แต่... มีคนตายนะหมวด"
" ตายเพราะความโง่ของพวกมันเอง!" นักสืบตะคอกสวนจนสารวัตรผงะ "ระเบิดขวดนั่นมันหลุดมือในรถพวกมันเอง จอนนี่ไม่ได้โยน สารวัตรอยากได้พยานไหม? ผมนี่ไงพยาน! หรือจะหาว่าผมสมรู้ร่วมคิดกับพวกเขาอีกละ?"
นักสืบเดินไปกระชากคอเสื้อสารวัตรเบาๆ แต่ทรงพลัง
“ผมรู้ว่าสารวัตรรับอะไรจากพ่อมันมาบ้าง แต่คดีนี้ผมไม่ยอมว่ะ คดีเคธี่ผมก็พลาดมาทีหนึ่งแล้ว คืนนี้ผมจะไม่ยอมให้ไอ้ระยำนั่นลอยนวลอีก”
ปล่อยพวกเขาไป!"
สารวัตรหน้าถอดสี เขาขยับแว่นสายตาพลางหลบตาพยานปากเอก
"เออ... ถ้างั้นก็ยึดอาวุธปืนไว้ตรวจสอบก่อนละกัน ส่วนคนอื่น... ให้ประกันตัวออกไปได้"
( ตำรวจนายอื่นรีบเข้ามาจัดการเอกสาร บรรยากาศในห้องเงียบกริบชั่วขณะ ก่อนที่จอนนี่จะขยับตัวลุกขึ้นและเดินตรงมาหานักสืบ )
จอนนี่: ( กระซิบเสียงต่ำ ) "เฮ้... ฉันติดหนี้นายว่ะ... ทำไมถึงช่วยพวกฉันละ?"
นักสืบ: ( ถ้าคืนนี้ผมปล่อยให้พวกคุณถูกขัง แล้วปล่อยให้ไอ้ระยำนั่นลอยนวลไปเสวยสุขบนกองเงินที่พ่อมันประเคนให้สารวัตร... ผมก็ไม่ต่างอะไรกับหมาเฝ้าบ้านที่ยอมให้โจรเข้าบ้านแลกกับกระดูกชิ้นเดียว ผมยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยไม่ได้อีกแล้ว... ไปซะ ไปทำในสิ่งที่กฎหมายทำไม่ได้ แต่อย่าให้ผมต้องมาตามจับคุณในข้อหาอื่นทีหลังก็แล้วกัน " )
Johnny: (นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง จ้องลึกเข้าไปในตาของนักสืบเหมือนกำลังประเมินความจริงใจ เมื่อเห็นความเด็ดเดี่ยวในแววตานั้น เขาก็พยักหน้าช้าๆ ครั้งเดียวเป็นการยอมรับ)
"หึ... นึกว่าคนแบบนายจะตายไปหมดจากกรมตำรวจแล้วซะอีก"
(จอนนี่ขยับปกเสื้อให้เข้าที่ ก่อนจะหันหลังเดินจากไป แต่หยุดชะงักครู่หนึ่งเพื่อทิ้งท้ายโดยไม่หันกลับมามอง)
" ส่วนเรื่องที่เหลือ... ไม่ต้องห่วง ผมจะไม่ทิ้งรอยนิ้วมือไว้ให้นายต้องลำบากใจตามจับผมทีหลังแน่ "
พยัคฆ์เฒ่าผู้เฝ้ามอง
Johnny ถูกพาตัวออกจากห้องสอบสวนพร้อมเพื่อนอีกสองคน เขาเดินผ่านห้องขังรวมที่สมาชิก Vandals อีกเกือบยี่สิบคนถูกกักตัวอยู่ พวกเขาลุกขึ้นเกาะลูกกรงทันทีที่เห็นหัวหน้า
" เห้ ! พวกมันจะเอายังไงกับเรา!" เสียงตะโกนถามดังระงม
"นิ่งไว้พวกเอ็ง อีกประเดี๋ยวประกันก็ออกแล้ว"
Johnny พูดปลอบด้วยเสียงที่หนักแน่น
" ใครบาดเจ็บรีบไปโรงพยาบาล ใครไหว... ไปเจอกันที่จุดนัดหมาย "
ในขณะที่เขาเดินออกมาถึงห้องโถงใหญ่ของโรงพัก
จ่าอาวุโส ( จ่าวิเซนโซ ) ที่นั่งพ่นควันบุหรี่อยู่มุมมืดค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินมาหยุดข้างๆ Johnny
จ่าวิเซนโซ: "ไอ้หนู..." จ่าพูดพลางมองออกไปนอกหน้าต่างโรงพัก "ปืนที่พวกมันยึดไปน่ะ มันก็แค่เหล็กหนักๆ ชิ้นหนึ่ง แต่มันยึด 'ความแค้น' ออกจากใจแกไม่ได้หรอกใช่ไหม?"
Johnny ชะงัก มองหน้าจ่าอาวุโสที่ดูเหมือนจะล่วงรู้ทุกอย่าง
จ่าวิเซนโซ: "ตำรวจน่ะมีกฎหมาย... แต่แกมีกฎของแก"
จ่าพ่นควันบุหรี่ชุดสุดท้าย “ รีบไปซะ”
Johnny ไม่พูดอะไร เขาเพียงแต่พยักหน้าให้พยัคฆ์เฒ่าครั้งหนึ่ง ก่อนจะผลักประตูโรงพักออกไปสู่ความมืดเบื้องหน้า
พายุเงียบหน้าสถานีตำรวจ
ทันทีที่ Johnny ก้าวพ้นเขตโรงพัก ความเงียบสงัดของถนนสายนั้นก็ทำให้เขารู้สึกถึงพลังงานบางอย่าง
ตามฟุตบาทและลานจอดรถฝั่งตรงข้ามโรงพัก มอเตอร์ไซค์กว่า 100 คัน จอดเรียงรายกันเป็นตับ ทุกคันดับเครื่องยนต์สนิทและไม่มีการเปิดไฟหน้า มีเพียงแสงไฟจากเสาไฟฟ้าข้างทางที่สะท้อนกับถังน้ำมันเงาวับและเสื้อกั๊กหนังของเหล่าชายฉกรรจ์
ไร้เสียงพูดคุย ไร้เสียงเร่งเครื่องยนต์... มันคือ "พายุเงียบ" ที่พร้อมจะพัดถล่มทุกอย่าง
Johnny เดินไปที่รถของเขาที่เพื่อนเอามาเตรียมไว้ให้ เขากระโดดขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์ สายตามองไปที่ขบวนทัพที่ยาวสุดลูกหูลูกตา เขาชูมือขึ้นเป็นสัญญาณ
"พวกนายฟัง!" เสียงของจอนนี่กังวานฝ่าความเงียบ
"คืนนี้ปืนเราโดนยึด แต่เรายังมีโซ่ มีไม้ มีขวาน และที่สำคัญ... เรามีหัวใจที่พร้อมจะแลก! ใครที่รักบิลลี่ ใครที่รักแซม และใครที่อยากเเก้เเค้นให้เคธี่... ตามฉันมา!!"
"ไปโว้ยยยยย!"
เสียงหนึ่งตะโกนก้องสอดรับกับเสียงระเบิดจากท่อไอเสียที่ดัง "ปัง!" ราวกับเสียงปืนใหญ่เปิดศึก Johnny กระโดดขึ้นซ้อนท้ายรถคันหน้าสุดโดยไม่หันกลับมามองข้างหลัง ขบวนเหล็กกล้าพุ่งทะยานออกไปเป็นสายยาวประหนึ่งอสุรกายที่หิวโหย ทิ้งไว้เพียงรอยไหม้ของยางบนพื้นถนนและคำประกาศกร้าวที่ยังคงสั่นประสาทผู้ที่ได้ยิน...
"คืนนี้... เลือดต้องล้างด้วยเลือด!"
คำยืนยันของเจ้าของนิยายฟิคชั่น
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
✓ เรื่องนี้ไม่มีเจตนาทำให้บุคคลที่อ้างถึงเสียชื่อเสียง และฉันจะยอมรับผิดเมื่อบุคคลนั้นตำหนิหรือเตื่อนมา
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ