วันฟ้าหม่น

9.0

เขียนโดย Mawmeaw

วันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2553 เวลา 18.49 น.

  10 ตอน
  29 วิจารณ์
  9,657 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 12 เมษายน พ.ศ. 2562 13.02 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

6) โดดเดี่ยว

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

“แม่คะ วันนี้แม่จะกลับมากี่โมงคะ”

               

พริริยาถามคุณพิมพาทางโทรศัพท์ในตอนเย็นวันหนึ่ง

               

“วันนี้แม่คงกลับค่ำๆจ้ะฟ้า ฟ้าทานข้าวก่อนแม่เลยนะลูก ไม่ต้องรอแม่นะลูก”

               

“แม่คะ แต่ว่าวันนี้เป็นวันครบรอบที่แม่แต่งงานกับพ่อนะคะ แม่น่าจะกลับมากินข้าวกับฟ้าและพ่อนะคะ”

               

“ฟ้าลูกอย่าลืมสิว่า พ่อเค้าไม่ได้อยู่กับเราแล้ว แต่พ่อเขาก็ยังอยู่ในใจของพวกเราเหมือนเดิม ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้กินข้าวร่วมกันเมื่อถึงครบรอบวันแต่งงานเหมือนเมื่อก่อนก็ตามนะลูก”

               

หญิงสาวเงียบไปสักครู่ เมื่อเธอนึกไปถึงคำพูดของแม่ที่ว่า พ่อคงไม่อาจอยู่ร่วมรับประทานอาหารเย็นกับเธอและแม่เหมือนเมื่อก่อนได้อีกแล้ว

               

“ฟ้า ลูกไม่เป็นไรใช่มั้ย ฟ้าๆๆ ลูกยังไม่วางหูใช่มั๊ย ฟ้า”

               

คุณพิมพารู้สึกกังวลใจเมื่อลูกสาวคนเดียวของเธอเงียบไปนาน

 

และสัญญาณโทรศัพท์ก็ถูกตัดสายไปอย่างกะทันหันเช่นนั้น แม้เธอจะโทรกลับไปอีก แต่ก็ไม่มีผู้ใดรับสาย

               

คุณพิมพาไม่อาจที่จะปลีกตัวออกไปได้ เธอจึงกดโทรศัพท์ต่อไปหาใครคนหนึ่งที่พอจะช่วยเหลือเธอได้

 

ปลายสายพูดว่า

               

“ใจเย็นๆครับคุณพิมพ์ ถึงแม้ตอนนี้ผมจะยุ่งมาก แต่ผมพอจะมีใครที่ผมไว้วางใจ ที่จะช่วยแวะไปดูหนูฟ้าที่บ้านให้คุณในตอนนี้ได้ครับ”

 

...............................................

ที่บ้านคุณพิมพา 

               

พริริยานั่งอยู่ที่พื้นข้างๆโต๊ะวางโทรศัพท์ เธอหยิบรูปครอบครัวที่เคยถ่ายร่วมกันเอาไว้ออกมาแนบไว้ที่อก

 

เธอกอดรูปนั้นเอาไว้แน่น ก่อนจะหลับตาลงเพื่อรำลึกถึงภาพแห่งความทรงจำ

               

ภาพที่มีพ่อแม่และลูกกำลังร่วมกันรับประทานอาหารอย่างมีความสุขอยู่ที่สวนหน้าบ้าน

 

ทุกคนมีสีหน้าสดชื่นและมีความสุข โดยเฉพาะเด็กหญิงตัวเล็กๆที่อยู่บนตักของผู้ชายตัวสูงคนหนึ่ง

               

หญิงสาวลืมตาขึ้นมาช้าๆอย่างเหนื่อยอ่อน วันนี้เธอรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างอย่างบอกไม่ถูก

 

ทุกๆปีวันนี้จะเป็นวันที่เธอมีความสุขที่สุด เพราะวันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของพ่อกับแม่ของเธอ

               

ขณะที่หญิงสาวกำลังคิดถึงภาพแห่งความทรงจำวันเก่าๆอยู่นั้น

 

ที่หน้าบ้านมีเสียงกุกกักๆคล้ายมีบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ที่บริเวณประตูรั้วหน้าบ้าน

               

พริริยารู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล ด้วยสัญชาตญาณอันตรายที่เธอกำลังรู้สึกอยู่นั้น

 

เธอจึงเดินไปหาอาวุธที่เป็นไม้เนื้อแข็งขนาดเหมาะมือจากห้องเก็บของมาถือเอาไว้ในมือ

 

หญิงสาวค่อยๆย่องออกมาทางประตูหลังบ้าน แล้วค่อยๆเดินอ้อมมาที่บริเวณหน้าบ้านอย่างระมัดระวัง

 

ขณะที่มีเงาตะคุ่มๆของใครคนหนึ่งกำลังทำท่าเหมือนจะกระโดดลงมาจากประตูรั้วสูง

 

พริริยาหลบอยู่ที่มุมหนึ่งใกล้ๆกันนั้น เธออยู่ในจังหวะเตรียมพร้อมรับมือ

 

ซึ่งบริเวณที่เธออยู่ค่อนข้างมืดมาก จึงไม่เป็นที่สังเกตได้ง่ายๆ

 

เงานั้นค่อยๆกระโดดลงมายังพื้นเบื้องล่าง เสียงดังตุ๊บ ขณะที่เขากำลังยันกายลุกขึ้นยืนอยู่นั้น

 

หญิงสาวก็โผล่ออกมายืนข้างหลังเงานั้นและใช้ไม้ในมือฟาดไปที่เงานั้นทันที

 

เสียงใครคนหนึ่งร้อง

“โอ๊ยๆ เดี๋ยวก่อนๆ คุณใจเย็นๆก่อน”

 

พริริยาไม่สนใจเสียงร้องห้ามนั้น เธอยังคงใช้ไม้หวดกระหน่ำไปยังใครคนนั้นถูกบ้างไม่ถูกบ้าง

 

ด้วยเธอคิดว่ายังงัยก็ต้องสู้กับหัวขโมยรายนี้ให้ได้ เพื่อความปลอดภัยของตัวเธอเอง

               

จู่ๆหัวขโมยที่เธอว่า ก็จับที่ไม้ที่เธอกำลังฟาดมาที่เขาเอาไว้แน่นก่อนจะบิดไม้ จนมันหล่นออกจากมือหญิงสาวกลิ้งตกลงไปที่พื้น

               

พริริยาหน้าซีดเผือด เธอกำลังตกอยู่ในเหตุการณ์จวนตัวเสียแล้ว

 

แต่จู่ๆเงาของใครคนนั้นก็เดินโงนเงนไปยังที่ใกล้ๆหลอดไฟสว่างที่หน้าบ้าน

               

หญิงสาวมองเห็นใบหน้าชายคนนั้นชัดเจนและเธอก็จำเขาได้แม่นยำซะด้วย

               

“ที่แท้ก็เป็นคุณเองเหรอ”

               

ชายหนุ่มใช้มือกุมที่หัวที่มีเลือดไหลซึมจากฝีมือการตีกระหน่ำด้วยท่อนไม้ของพริริยาเอง

               

“ใช่ผมเอง คุณเล่นซะผมเกือบตายอยู่หน้าบ้านคุณแล้วเชียวนี่”

               

“แล้วคุณเล่นบ้าๆอะไรของคุณ ถึงได้มาปีนรั้วบ้านฉันล่ะ”

               

“อ้าวก็กริ่งหน้าบ้านคุณมันเสียนี่ ผมไม่รู้จะเข้ามายังงัยเลยใช้วิธีปีนนี่แหละ แล้วจู่ๆก็มีมือดีที่ไหนไม่รู้ลอบทำร้ายผมเนี่ย”

               

“แล้วคุณมาบุกบ้านฉันในยามวิกาลแบบนี้ทำไมล่ะ ฉันก็คิดว่าคุณเป็นหัวขโมยนะสิ มันก็สมควรแล้วล่ะที่จะโดนแบบนี้”

               

“อ้าวคุณ อย่าเพิ่งกล่าวหาผมสิ และคุณก็กำลังเข้าใจผิดด้วย ที่ผมมาที่นี่ผมมาดีนะครับ ว่าแต่ตอนนี้ที่บ้านคุณมียาใส่แผลมั้ย ขอให้ผมก่อนเถอะ แล้วผมจะอธิบายทุกอย่างให้ฟังทีหลังครับ”

               

ชายหนุ่มไม่พูดเปล่า เขาถือวิสาสะเดินเข้ามาในบ้านหญิงสาวและทรุดตัวลงนั่งที่โซฟารับแขกโดยที่เจ้าของบ้านยังไม่ได้เชิญซะอย่างนั้น

               

พริริยาเดินตามชายหนุ่มเข้ามา เธอเรียกสาวใช้ให้ไปหยิบกระเป๋ายาบนบ้านลงมา

 

สาวใช้รับคำก่อนจะรีบเดินไปหยิบกระเป๋ายาตามคำสั่ง

               

ชายหนุ่มไม่รอช้าระหว่างที่รอ เขาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบว่า

               

“ที่ผมมาหาคุณที่นี่ เพราะแม่ของคุณเป็นห่วงคุณมาก ท่านเห็นคุณเงียบไป ไม่ยอมรับโทรศัพท์ ท่านจึงโทรไปหาลุงภพและลุงภพก็ให้ผมมาดูว่าคุณเป็นอะไรหรือเปล่า”

               

“เหตุผลที่คุณจำเป็นต้องมาบุกบ้านฉันตอนดึกๆ มีแค่นี้ใช่มั้ย คุณพีระศักดิ์”

 

(โปรดติดตามตอนต่อไป) 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
9 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
10 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
8 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา