Yesterday อาถรรพ์ วันวาน

10.0

เขียนโดย digitoon

วันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2558 เวลา 21.30 น.

  21 ตอน
  2 วิจารณ์
  5,228 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 16 เมษายน พ.ศ. 2558 10.17 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

1) บทที่หนึ่ง รวมสหาย (อาจ) ตายพร้อมกัน

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

                ร้านกาแฟเล็กๆ ที่ ‘แมกซ์’และเพื่อนๆได้ลงทุนหุ้นกับเพื่อนเพื่อสร้างมันขึ้นมาแม้ว่าจะเหนื่อยแต่แมกซ์ก็ชอบในสิ่งที่ตนเองได้ทำร้านกาแฟที่ขายเบเกอรี่และให้เช่าหนังสือการ์ตูนไปในตัวภายในร้านตกแต่งสไตล์ย้อนยุคนิดๆรอบบริเวณรั้วของร้านที่แทบจะติดกับตัวบ้านนั้นยังมีบริเวณไว้ให้ปลูกต้นไม้พอร่มรื่น ตัวร้านนั้นอยู่ในบริเวณปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งในย่านชานเมือง

                ร่างสูงในชุดพนักงานซึ่งตนเองก็เป็นหุ้นส่วนของร้านกำลังเช็ดโต๊ะที่ลูกค้าเพิ่งจะลุกออกไปเมื่อครู่ ใบหน้าธรรมดาแต่หากพิจารณาดูดีๆเขาคือชายหนุ่มหน้าตาดีที่เข้าขั้นหล่อเลยทีเดียว

                “ ไอแมกซ์ ไอแมกซ์ !” เสียงเรียกของเพื่อนหุ้นส่วนดังมาจากหน้าร้านทำให้เจ้าตัวที่ถูกเรียกเดินตามเสียงไปทันที

                “ อะไรวะ ไอก้าน? ”แมกซ์ถามเพื่อนตัวแห้งที่กำลังจะเดินเข้ามาตามเขาออกไป

                “ มีคนอยากเจอแกวะ ” ร่างผอมพูด ก่อนที่แมกซ์จะถามกลับ “ ใครวะ ? ”

                “ ไม่รู้วะแกไปคุยธุระเหอะ เดี๋ยวฉันทำที่เหลือเอง ”ก้านพูดกับผู้เป็นหุ้นส่วนก่อนที่จะหยิบผ้าเช็ดโต๊ะในมือของแมกซ์แล้วเดินเข้าไปในร้านทันทีแมกซ์ลังเลนิดๆ เขาไม่ค่อยมีเพื่อนที่ไหน ถึงมีก็ไม่เคยมาหาเช่นนี้เจ้าหนี้ก็ไม่มี พ่อกับแม่ก็อยู่ที่ต่างจังหวัดดังนั้นเขาจึงเดาไม่ออกเลยว่าใครจะมีธุระกับเขาในยามที่ร้านจะปิดเช่นนี้

                แมกซ์เดินออกไปที่หน้าร้านก็พบกับชายคนหนึ่งเขารู้สึกคุ้นหน้าคนคนนี้เป็นอย่างมาก แต่เขาก็จำไม่ได้ว่าเป็นใครแน่นอนละสิก็เขาไม่ได้ติดต่อหรือพบปะกับเพื่อนเลยเป็นเวลานานไม่แปลกที่เขาจะจำไม่ได้

                “ สวัสดีครับ คุณมีธุระอะไรกับผมหรอครับ? ”แมกซ์ทักทายคนแปลกหน้าอย่างสุภาพ

                “ หวัดดีแมกซ์ จำเราได้ไหม? ” ชายใส่แว่นพูดก่อนที่จะขยับแว่นเล็กน้อยแล้วยิ้มอย่างอายๆก่อนที่ความทรงจำในสมัยมัธยมของแมกซ์จะแล่นเข้ามาในหัวของชายหนุ่ม

                “ อ่าว เชน ”

 

                แมกซ์เชื้อเชิญเพื่อนเก่าเข้าไปนั่งในร้านในขณะนั้นหุ้นส่วนของร้านกลับไปกันหมดแล้วโดยเขาอาสาที่จะปิดร้านเองเพราะเขาว่าจะคุยธุระกับเพื่อนสมัยเก่าสักครู่

                “ เฮ้ย! เป็นไงบ้างวะเชน?  ขอโทษนะเว้ยที่ฉันไม่ค่อยได้ติดต่อกับเพื่อนเก่าอย่างที่แกเห็นวะ ช่วงนี้ฉันยุ่งๆ เพราะร้านยังไม่เข้าที่เข้าทางดีเท่าไร ” แมกซ์พูดแล้ววางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะหน้าเพื่อนในอดีตถอดผ้ากันเปื้อนของทางร้านออกแล้วเอาไปแขวนก่อนที่จะถามเพื่อนเนิร์ดเก่ากลับอย่างติดตลก

                “ แล้วแกเป็นไงมั่ง? เดี๋ยวนี้หล่อที่หว่าถ้าไม่เนิร์ดแบบเดิม ”

                ฝ่ายถูกถามหัวเราะนิดๆ ก่อนจะตอบ “ เราก็สบายดีตามประสานั่นแหละพอดีเราจบสัตว์แพทย์น่ะ ก็ยุ่งๆ เหมือนกัน ไม่ค่อยได้คุยกับใครสักเท่าไรหรอก ”

                “ อ่าว งั้นก็ยังไม่มีแฟนดิวะ?   เฮ้ย หัดกล้าๆ จีบหญิงหน่อยดิ๊ ” แมกซ์แซวก่อนที่จะนั่งลงบนโซฟาตรงข้ามกับเพื่อน

                “ แล้วว่าแต่มาหาฉันมีอะไรหรือเปล่าวะ? ”

                “ คือว่า นายจำเจนได้ไหม? ”  เชนถามก่อนที่จะสบตาอีกฝ่าย

                “ อือ...อ้อๆ เจนจิราใช่ไหม? ”

                “ คือว่าตอนนี้เจนถูกรถชน ” คำพูดของเชนทำเอาหน้าหล่อของแมกซ์เบิกตากว้าง “ ไม่ต้องห่วงอาการน่ะดีขึ้นมากแล้วแต่อาการทางจิตเนี่ยสิ ”

                เชนถอนหายใจยาวๆ ครั้งหนึ่งก่อนที่แม็กซ์จะถามคำถามต่อไป

                “ เจนเป็นอะไรวะ? ” แมกซ์ถามเสียงเครียด

                “ เจนบอกว่าถูกผีไมค์กี้หลอก ” คำตอบของเชนทำเอาคนฟังตาค้างทันทีก่อนจะครางออกมาเบาๆ

                “ ไมค์กี้เนี่ยนะ? ”

 

                ชั้นเจ็ดของโรงพยาบาลหรูแห่งหนึ่งที่คนมีเงินเท่านั้นที่จะส่งเข้าไปรักษาได้การบริการอย่างดีตามประสาที่เหล่าหมอและนางพยาบาลต้องเอาอกเอาใจเหล่าบรรดาคนรวยต่างจากคนธรรมดาที่หากเป็นอะไรขึ้นมาต้องรอเดี๋ยวเสมอ

                ห้องของเจนอยู่ในห้องพิเศษซึ่งตอนนี้เจนกำลังนั่งอยู่บนเตียงดูทีวีอย่างสบายใจราวกับว่าดาราสาวคนนี้ไม่เป็นอะไรเลยสักอย่างแต่หากตกกลางคืนเมื่อใดเจนจะมีอาการวิตกจริตกลัวว่าคนที่ชื่อ ‘ไมค์กี้’จะมาเอาชีวิต เลยต้องมีพยาบาลเฝ้าอยู่ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อป้องกันการทำร้ายตนเองของคนไข้และเพื่อความสบายใจของเจนเองเช่นกัน

                “ เจนอยู่ห้องนี้แหละเเมกซ์ ”เชนบอกแมกซ์ก่อนที่จะเปิดประตูเข้าห้องที่หน้าประตูเขียนชื่อของดาราสาว

                “ แมกซ์! ”  สาวผมทองเรียกก่อนที่จะเดินเข้าไปจับมือเช็คแฮนด์ก่อนที่จะกอดเบาๆ อีกหนึ่งครั้งตามประสาสาวจบนอกที่ไม่ถือตัวแมกซ์จำได้อย่างดีว่าเธอคือ‘ มิร่า ’

                เธอส่งยิ้มให้กับชายหนุ่มอีกครั้งก่อนที่จะเดินจับมือเข้าไปหาเหล่าเพื่อนเก่าสมัยมัธยม ซึ่งแมกซ์ใช้ความจำไม่มากก็จำได้ว่าทุกคนคือใคร ‘เอ็ม ตี๋ เจนบาส มิร่า เชนและ ตัวเขาเอง คือกลุ่มเพื่อนเก่า’

                “ นี่...กว่าจะมาได้ ปาไปกี่โมงแล้วล่ะ? ” ตี๋ปลายตามองแมกซ์อย่างกับคนที่เหม็นขี้หน้ากัน เชนที่เห็นว่าจะมีบรรยากาศมาคุเขาจึงรีบเปลี่ยนเรื่องทันที

                “ คือที่เราตามทุกคนมาวันนี้ เพื่อที่จะคุยเรื่องไมค์กี้น่ะ ” เชนย้ำถึงความสำคัญของการรวมตัวกันของเพื่อนเก่าที่ก่อนจะแตกคอกันเองเพราะภาพเด็กใหม่ในอดีตยังอยู่ความทรงจำยังไม่ลบเลือนหายไปจากหัวของทุกคน ทั้งรักทั้งสนุก ทั้งเจ็บ ไปพร้อมกัน

                “ เรื่องมันเป็นยังไงละเชน?...นายก็รีบๆ บอกมาสิ ฉันมีเวลาไม่ค่อยมาก! ” บาสพูดใส่อารมณ์อย่างหัวเสียก่อนที่จะมองลงไปยังนาฬิกาเรือนหรูของตนเองทำให้คนฟังยิ่งต้องกระชับเรื่องราวให้เร็วขี้นกว่านี้

                “ ก่อนอื่นมันเป็นความผิดของฉันเองแหละที่ขับรถไม่ดูทางไปชนกับเพื่อนเลยทำให้เพื่อนต้องเจ็บตัว...ฉันขอโทษเธอจริงๆ นะเจนฉันไม่ได้ตั้งใจ ” เชนพูดก่อนที่จะหันไปทางเจนแล้วกล่าวขอโทษอีกเป็นครั้งที่ร้อยในความรู้สึกของเจน

                “ พอแล้วเชน...นี่แกจะขอโทษฉันจนฉันจะออกจากโรงพยาบาลอยู่แล้ว! ” เจนเสียงเข้ม เธอไม่ได้โกรธเชนที่เชนขับรถชนเธอแต่เธอรำคาญที่เชนมีความรู้สึกผิดมากจนเกินพอดี แล้วเธอก็หันไปหาเพื่อนๆที่นั่งอยู่บนโซฟา ก่อนที่จะเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างให้ฟัง

                “ คือว่าฉันกำลังนั่งทำธุระอยู่ในห้อง แต่แล้วก็มีเบอร์ปริศนาโทรเข้ามาฉันรับแล้วมันก็พูดว่าถ้าไม่อยากตายให้อยู่ในนี้ในตอนแรกฉันก็ไม่คิดอะไรเพราะคิดว่าคงเป็นโรคจิตแต่ว่าดันมีก่อนหินปริศนาพร้อมกับจดหมายน่ากลัวๆ ติดมาด้วยในตอนนั้นฉันยังคิดว่าเป็นพวกโรคจิตอยู่เลยเดินลงมาดูที่รั้วหน้าบ้านแต่แล้วฉันฉันก็เห็นผีไอไมค์กี้ตัวเปียกปอน บอกว่าให้ฉันจำกูได้ไหมฉันเลยวิ่งหนีออกมาแล้วโดนรถของเชนชนเข้าเลยต้องเข้าโรงพยาบาลอยู่แบบนี้ ” เจนอธิบายยาวเหยียดในเหตุการณ์ที่เธอพบเจอ

                “ คือว่าในตอนนั้นนะ เรากำลังขับรถเอาจีจี้ หมาของเจนมาให้ แต่ว่าอยู่ๆเราก็จามแล้วจนแว่นตกลงไปที่พื้น เลยทำให้ไม่เห็นว่าเจนกำลังวิ่งอยู่ ” เชนอธิบายอีกรอบพลางทำหน้าเศร้าราวกับว่าผู้เป็นเพื่อนเสียชีวิตเพราะตนเองเขาหลุบตาลงนิดๆ  เพื่อไม่อยากให้ใครรู้ด้วยว่าเขากำลังโกหกอยู่

                “ จริงๆ เลยนะนายเนี่ยมีสี่ตายังจะหาเรื่องให้เพื่อนตายอีก! ”  ตี๋ซ้ำเติม

                “ เอาเถอะน่า ก็เชนไม่ผิดนิ มันเป็นอุบัติเหตุ ” มิร่าเสริมก่อนที่จะยื่นมือไปจับมือเชนอย่างให้กำลังใจ

                “ ฉันไม่เอาความเชนหรอกนะ...แต่หลังจากนั้นนี่สิฉันเห็นผีไมค์กี้ตามมาหลอกหลอนฉันทุกคืน แล้วยังบอกอีกว่าระวังตัวให้ดีๆซ้ำๆ จนฉันแทบจะประสาทหลอนอยู่แล้ว! ” เจนอธิบายอีกครั้งแล้วมองไปรอบๆห้องอย่างหวาดกลัวอันที่จริงเธอไม่กลัวผีแต่เรื่องแบบนี้ใครไม่เจอกับตัวไม่รู้จริงๆ

                “ เพ้อเจ้อ! ”บาสโพล่งพูดขึ้นมาหลังจากที่ฟังเรื่องราวทั้งหมดจนจบ

                 “ เรื่องมันนมนานมาแล้ว...เธอเอาอะไรมาพูดเนี่ยเจน?ฉันว่าเธอละเมอมากกว่านะ พวกดาราน่ะเวลารับบทอะไรมักคิดว่าตนเองเป็นแบบนั้นดูอย่างไอคนที่รับบทโจ๊กเกอร์ในแบทแมนซิ โรคจิตจะตาย ” บาสพูดแล้วยักไหล่อย่างไม่เชื่อในสิ่งที่เขาได้ยิน

                “ นี่นายหาว่าฉันทำงานจนเพี้ยนหรอบาส? ”เจนหันว่าขึ้นเสียงใส่เพื่อนในอดีต

                “ พอๆ ให้ฉันมาฟังเรื่องไร้สาระอะไร...ฉันไปนะ อีกยี่สิบนาทีมีประชุม! ” บาสบอกกับเพื่อนอย่างอารมณ์เสียแล้วลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องทันที

                “ หรือว่าเขาจะมาแก้แค้นพวกเรา? ”  มิร่าพูดขึ้นมาพลางเอามือทาบอกอย่างตกใจ

                “ แล้วไมค์กี้มีอะไรที่เขาต้องแค้นเธอละ?...ถ้ามีก็คงเป็นพวกฉันมากกว่า ”แมกซ์ที่ฟังเรื่องราวมาทั้งหมดแสดงความเห็นบ้างหลังจากที่นั่งเงียบไปนานเขาแทบจะสนิทกับไมค์กี้มากที่สุดหรือจะเรียกอีกอย่างหนึ่งคือคนรู้ใจของไมค์กี้เลยก็เป็นได้

                “ มีเหตุผลนะ...เราว่าไมค์กี้ไม่ทำอะไรเธอหรอก?”  เชนพูดขึ้นเสริม  “ หรือว่าพวกเธอไปทำอะไรให้ไมค์กี้หรือเปล่าล่ะ? ”

                คำพูดของเชนทำเอา มิร่า เจน เอ็ม และ ตี๋ มองหน้ากันอย่างไม่ได้นัดหมายคนทำอะไรไว้มักรู้ดีอยู่แก่ใจไม่ว่านานสักเท่าใดความชั่วที่ทำไว้ยังวนเวียนอยู่ในใจของเพื่อนกลุ่มนี้เสมอมาอย่างไม่มีวันลบเลือน

                “ เอาอย่างนี้เพื่อความสบายใจ...พรุ่งนี้เราไปทำบุญให้ไมค์กี้กันดีไหมทุกคนเลย ”  ตี๋พูดพร้อมกับสบตาทุกคน ก่อนที่จะหันมาหาแมกซ์  “ นายด้วยนะ...หวังว่าฉันคงไม่ต้องให้การ์ดเชิญ ”

                “ ในตอนนี้ไม่มีอะไรตัดสินได้ว่าสิ่งไหนจริงหรือไม่จริงเพราะในความเหลือเชื่อก็ยังมีสิ่งที่ยังเลี่ยงไม่ได้ว่ามันไม่มีอยู่จริง ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปียังพิสูจน์ไม่ได้ว่ายังมีโลกแห่งความตายอยู่ไหมเราก็ยังจะคอนเฟิร์มไม่ได้ว่าไมค์กี้ยังไม่ไปไหน ”  เชนพูดขึ้นมา  “ ไปทำบุญให้เขาก็ดีเหมือนกันเพราะพรุ่งนี้ก็เป็นวันเกิดของไมค์กี้ด้วย ”

                “ อืม...งั้นเจอกันพรุ่งนี้นะ เดี๋ยวฉันโทรนัดไอบาสเอง ”  ตี๋สรุปก่อนที่จะลุกขึ้นแล้วหันไปทางเอ็ม “ เฮ้ย...วันนี้รำลึกความหลังกันสักหน่อยไหมเพื่อน? ”

                เอ็มยิ้มกว้างในความที่ตี๋ยังเป็นเหมือนเดิมแล้วลุกเดินขึ้นตามตี๋ออกจากห้องเจนไปในตอนที่ตี๋กำลังจะเอื้อมมือหันไปจับลูกบิดในห้องนั้นเขาก็ต้องขนลุกชันขึ้นทั้งตัวทันที เพราะเขาเห็นเด็กมัธยมในชุดนักเรียนชายตัวเปียกปอนใบหน้าและลำตัวขาวซีดกำลังเอาคางเกยกับไหล่ของแมกซ์อยู่จากด้านหลังในตอนนี้

                “ ไอตี๋เร็วดิวะ...หิวข้าวนะเนี่ย ไปหาไรกินกัน! ” เสียงของบาสทำให้ตี๋สะดุ้งออกจากภวังค์ทันทีตี๋รีบปิดประตูห้องของเจนและเมื่อได้มองเข้าไปในห้องผ่านกระจกใสก็ไม่เห็นคนคุ้นตาแล้ว เขาได้แต่พึมพำเบา          

                “ ไมค์กี้...คงแค้นพวกฉันมากน่ะสินะ? ”

 

                เช้าตรู่ของวันจันทร์เป็นวันที่ควรจะเร่งรีบของมนุษย์เงินเดือนเพื่อที่จะได้ไปทำงานวันธรรมดาๆ ของเช้าวันนี้กลับเป็นวันที่ไม่ธรรมดาของแมกซ์เขาตื่นเช้าเพื่อที่จะได้ไปให้ทันนัดกับเพื่อนๆ

                ในขณะที่เขากำลังอาบน้ำชำระร่างกายในตอนเช้าในหัวสมองกลับคิดแต่เรื่องราวในอดีตที่เขาเคยทำผิดกับคนคนหนึ่งที่เขาเคยรักมากมาย ปล่อยให้สายน้ำไหลไปตามสรีระแกร่งของร่างกายเพื่อให้จิตใจสงบลงเขาหลับตาลงเพื่อให้ความเย็นของน้ำทำให้เขาผ่อนคลาย

                นานเท่าไรไม่ทราบได้แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อเสียงหนึ่งดังเข้ามา

                ‘ตึ่ง ตึ่ง ตึ่ง’

                 เสียงเคาระประตูดังขึ้นมาชายหนุ่มหยิบผ้าเช็ดตัวมาเช็ดอย่างลวกๆก่อนจะพันกายในส่วนที่ไม่ควรเปิดให้ใครดูพลันทันทีที่เปิดประตูห้องน้ำออกมาเขาก็พบกับร่างที่คุ้นชินตาและชินใจ

                “ ไมค์กี้ ”แมกซ์เรียกชื่อคนตรงหน้าออกมาอย่างไม่รู้ตัว

                คิดถึงกูไหม? ”  เสียงเยือกเย็นเล็ดลอดออกมาจากปากที่แห้งผากน้ำที่หยดลงมาจากตัวทำให้แม็กซ์ไม่แน่ใจว่าเขากำลังฝันไปหรือคือเรื่องจริง

                “ ทะ..ทำไม? ”  ชายหนุ่มเสียงตะกุกตะกักก่อนจะถอยกรูดตัวเองจนหลังชนกับกระเบื้องของผนังกำแพง“มะ... ไมค์กี้  ปะ...ปล่อยพวกราไปเถอะ ”

                แมกซ์พูดเสียงตะกุกตะกัก  แต่เหมือนว่าสิ่งตรงหน้าจะไม่รับรู้ถึงความขอร้องของเขาเลยสักนิด  “ วันนี้พวกเราจะไปทำบุญให้นายนะ ”

                หัวใจของเขาเต้นไม่เป็นจังหวะ ลมหายใจเริ่มถี่กว่าปกติก่อนที่ร่างตรงหน้าจะทรุดลงที่พื้นแขนทั้งสองข้างกำลังใช้แทนขาลากร่างที่เปียกปอนค่อยๆเข้าไปใกล้แมกซ์ทีละนิดๆ แล้วจับไปที่ขาของแมกซ์

                “กู...ไม่...เอา! ”  เสียงของวิญญาณเพื่อนเก่าดังขึ้นอีกครั้งแล้วค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ จนกลายเป็นตะโกนเต็มหูแม็กซ์

                ร่างแกร่งสะดุ้งลืมตาขึ้นนี่เมื่อกี้เขาฝันหรือมันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขาเองกันแน่ร่างเปลือยเปล่าของชายหนุ่มบัดนี้สั่นสะท้านด้วยความหนาวของสายน้ำจากฝักบัวมือหนายื่นไปหมุนก๊อกน้ำจนน้ำจากฝักบัวหยุดลงก่อนจะสะบัดหัวไล่ความคิดเพื่อเรียกสติกลับมาแล้วใช้ผ้าเช็ดตัวมาซับร่างกายหางตาของเขาเหลือบไปเห็นฝ้าจากไอน้ำตรงกระจกที่บัดนี้เหมือนมีรอยคนเอานิ้วมาเขียนอะไรบางอย่างเมื่ออ่านดูอย่างพิจารณาแล้วมันเป็นคำว่า

                ‘ตาย’

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้เป็นบทความเก่า ยังไม่ได้ทำการยืนยัน

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
10 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
10 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา