แค่อยากให้รู้ว่ารักเธอ

8.7

เขียนโดย ลันตนา

วันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 เวลา 14.02 น.

  29 บท
  10 วิจารณ์
  3,899 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 15 เมษายน พ.ศ. 2562 21.37 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

3) ของขวัญจากใคร

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

บทที่ 3 ของขวัญจากใคร

 [วันเปิดเทอม]

เวลาพักเที่ยงของโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง ในโรงอาหารคลาคล่ำไปด้วยเหล่านักเรียนที่กำลังต่อคิวรอซื้ออาหารที่ร้านขายอาหารทุกร้าน ไอรินทร์และญาณิศาก็ลงมาซื้ออาหารแล้วมานั่งรับประทานด้วยกันเมื่อรับประทานเสร็จก็ชวนกันมานั่งเล่นที่โต๊ะหินอ่อนใต้ต้นไม้ใกล้ๆกับอาคารเรียน

               “หน้าเครียดตั้งแต่เช้าแล้วนะแก เป็นอะไรหรือเปล่า” ญาณิศาเพื่อนสนิทของไอรินทร์ถามด้วยความเป็นห่วง

              “พอเวลาเรียนมหา’ลัยนะสิพ่อฉันอยากให้ฉันไปเรียนที่อังกฤษ ฉันจะไปดีหรือไม่ไปดีอะแก” ไอรินท์บอกเพื่อน

               “ถ้าเป็นฉันนะ ฉันจะไป” เพื่อนสาวพูดด้วยความมั่นใจ

               “ทำไมเหรอ?” ไอรินทร์ถามเพื่อนด้วยความอยากรู้

               “ก็เพราะว่า...” ญาณิศาพูดค้างไว้แล้วทำตาวิ้งๆเป็นประกาย

               “ฉันก็จะได้ไปเห็นผู้ชายฝรั่ง หล่อๆล่ำๆนะสิ เหมือนพระเองหนังเรื่องทวิงเกิร์ลไงแก หล่อมากๆเลยว่าไหม” พูดจบก็ทำท่าเคลิบเคลิบเคลิ้มกับพระเอกหนังฝรั่งที่ตนชื่นชอบ

‘โอ๊ย! ฉันจะบ้าตายนี่ฉันคิดผิดหรือคิดถูกที่ปรึกษายัยสา ยัยนี่ยิ่งเป็นพวกบ้าพระเองหนังฝรั่งอยู่ด้วย แล้วฉันจะปรึกษาต่อไปดีไหมนะ’ ไอรินทร์บ่นในใจ

ญาณิศาเคลิ้มเสร็จจึงหันมาถามไอรินทร์บ้าง “แล้วถ้าเป็นแกละจะไปไหม”

              “ฉันเหรอ...” นั้นละสิฉันจะไปดีไหมนะ ใจหนึ่งก็สนับสนุน แต่อีกใจหนึ่งมันกลับคัดค้าน ถ้าทำตามที่ใจแรกบอก...ไปก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องเห็นหน้าแล้วก็ได้ยินเสียงคนแบบนั้นให้รำคาญหู ... แล้วอีกใจหนึ่งละ...จะอยู่ได้ไหมถ้าไม่ได้ยินเสียง ‘เขา’ จะอยู่ได้ไหมถ้าไม่ได้เห็นหน้า ‘เขา’… ตอนนี้ความรู้สึกมันตีกันจนปวดหัวไปหมดแล้ว ฉันจะทำยังไงดี

              “รินทร์! รินทร์! รินทร์! แกเป็นอะไรรึเปล่า” ญาณิศาเรียกไอรินทร์ให้ออกมาจากภวังค์ความคิด หลังจากเห็นเพื่อนเงียบไปนาน

             “ฮะ...อะไรเหรอ” ไอรินทร์สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกเพื่อนเรียก

             “นี้แกเป็นอะไรของแกเนี่ยฉันถามแค่นี้ถึงกับเงียบ สมมติถ้าแกไปอังกฤษแล้วแกจะคิดถึงใครบางคนเหรอ” ญาณิศาถามพลางกระแทกไหล่ไปที่ไหล่ไอรินทร์เบาๆเพื่อเค้นคำตอบ

             “บ้าสิแก ฉันจะไปคิดถึงใครละ” ไอรินทร์พูด ปากบอกอย่างนี้แต่ในใจมันไม่ได้เป็นอย่างนี้เลย

            “อ้อ...เหรอจ๊ะ ไม่ได้คิดถึงพี่ก้องภพเหรอ”

           “แล้วฉันจะคิดถึงคนแบบนั้นทำไมกัน” ไอรินทร์พูดเสียงเบา

           “ก็ฉันคิดว่าพี่ก้องชอบแกนะสิแล้วแกก็ชอบพี่ก้อง ตอนที่ฉันไปบ้านแกวันนั้น พี่ก้องชอบมองแกแล้วก็ยิ้มด้วยนะ ตอนแรกก็นึกว่ามองฉันแต่พอสังเกตดีๆพี่เขามองแก” ญาณิศาเล่าให้เพื่อนฟังกับสิ่งที่ตนเห็น

           “พี่ก้องเนี่ยนะจะชอบฉัน” ไอรินทร์พูดอย่างงงๆ แต่ในใจลึกๆกลับรู้สึกเต้นเป็นลิงโลด

          “ฉันคิดว่าน่าจะเป็นอย่างนั้นนะ สงสัยแกคงจะดูไม่ออกเลยละสิ”

           ‘ก็จริงนะสิ แล้วจะให้ฉันทำยังไงละก็ฉันเป็นพวกเข้าใจอะไรยากนี่นา แล้วบางทียัยสาก็พูดตรงกับความรู้สึกฉันเกือบทุกอย่างเลย ที่ว่าฉันชอบพี่ก้อง ไม่จริงหรอก หัดเป็นหมอดูตั้งแต่เมื่อไหร่นะญาณิศา’

           “รินทร์! รินทร์! เป็นอะไรเงียบอีกแล้ว” ญาณิศาเรียกไอรินทร์เมื่อเห็นเพื่อนเงียบไปอีกครั้ง

           “ฮะ!” ไอรินทร์สะดุ้งเมื่อถูกเพื่อนเรียกและเขย่าไหล่

           “แกเป็นอะไรรึเปล่าเงียบอีกแล้ว” ญาณิศาถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วง

             “ปะ...เปล่า ไม่มีอะไร” ไอรินทร์พูดตะกุกตะกะเล็กน้อยแล้วส่ายหน้าเพื่อกลบเกลื่อน

             “ดีแล้วที่ไม่เป็นไร ถ้าแกไปเรียนที่อังกฤษฉันไปด้วยสิ”

             “แกก็ไปบอกป๊าแกเองสิ มาบอกฉันทำไม”

            “ป๊าฉันให้ไปอยู่แล้วแกนั่นแหละจะให้เพื่อนคนนี้ไปด้วยไหมก็ไม่รู้” ญาณิศาพูดพลางแกล้งทำหน้าเศร้าๆ

            “ให้อยู่แล้วเพื่อนฉันทั้งคน แต่แกต้องเป็นคนจ่ายตังค์เองนะ”

             “ยะ! ยายเพื่อนขี้งก”

 

               ตึกๆๆ

              “คุณรินทร์คะ! คุณรินทร์!” สาวใช้วิ่งมาพร้อมกับตะโกนเรียกไอรินทร์ที่กำลังเดินขึ้นบันไดไปชั้นสอง ในมือของสาวใช้ก็ถือกล่องพัสดุสีน้ำตาลมาด้วย

              “มีอะไรเหรอคะพี่ส้มเช้ง” ร่างอ้วนที่อยู่บนบันไดถามสาวใช้ที่วิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าท่าทางเหนื่อยหอบจากการวิ่งมาราธอน

              “มีพัสดุส่งมาถึงคุณรินทร์คะ” พูดจบหล่อนยื่นกล่องพัสดุสีน้ำตาลขนาดกลางมาให้เด็กสาว

              “ขอคุณมากค่ะ” สาวใช้ยิ้มรับคำขอบคุณ

ร่างอ้วนวางกระเป๋าไว้บนโต๊ะเล็กเมื่อย่างกรายเข้าถึงพื้นที่ส่วนตัว จัดการแกะกล่องพัสดุทันทีอย่างไม่รอช้า เธออยากรู้จริงๆว่าของข้างในนั้นเป็นอะไร

ของใครกันนะจ่าหน้าที่อยู่ผู้ส่งที่พิมพ์กับคอมฯว่า ‘I’m beside you’ จากกรุงเทพมหานคร มีรายละเอียดแค่นี้เอง จึงทำให้เธอสงสัย จะว่าสั่งซื้อของทางอินเทอร์เน็ตเหรอ...ไม่มี ถูกรางวัลเหรอ...ไม่มีทาง เพื่อนส่งมาให้เหรอ...ไม่แน่ พี่อาร์มส่งมาให้...ไม่เชิง ถ้าสมมติว่าพี่อาร์มส่งมาให้ แล้วทำไมต้องจ่าหน้าก่องแปลกๆด้วยละ ช่างมันเถอะไหนดูของข้างในซิ

‘กุกกักๆๆ’ (เสียงแกะกล่อง)

ภายในกล่องสีน้ำตาลมีตุ๊กตาหมีสีขาวขนปุกปุยนุ่มนิ่ม ถือหัวใจสีแดงกำมะหยี่ไว้ตรงกลางเขียนว่า ‘LOVE’ ตัวอักษรสีเหลือง ตุ๊กตาขนาดใหญ่กว่ากล่องเล็กน้อยนอนหงายหน้าอยู่แล้วมีซองจดหมายสีชมพูสอดไว้ที่ข้างหลังหัวใจอีกด้วย ไอรินทร์หยิบออกมา หน้าซองพิมพ์ว่า ‘ไอรินทร์’ จดหมายข้างในมีข้อความว่า

‘เปิดเทอมแล้วนะน้อง ตั้งใจเรียนด้วยนะครับ J

ใครกันนะที่ส่งมาสงสัยจริงๆ แล้วนี้เป็นตุ๊กตาหมีที่เธออยากได้ตอนเด็กๆด้วย ส่งผิดบ้านไหมนะ แต่พออ่านตรงที่ที่อยู่ผู้รับ

ไอรินทร์ วัฒธนเวช 411/151 หมู่00 ถนนจำชื่อไม่ได้

ตำบลไม่ต้องการบอกชื่อ อำเภอเลอะเลือน

จังหวัดนครศรีธรรมราช 80000

ชื่อถูกต้อง ที่อยู่ถูกต้อง โรคจิตเหรอบ้าไปแล้ว ไม่จริง

…‘I’m beside you’... ‘I’m beside you’... ‘I’m beside you’...  พอจะนอนก็ยังคิดชื่อนี้ไม่เลิก ไม่ใช่พวกเพื่อนๆแน่ เพราะไม่เคยใครรู้ว่าตุ๊กตาตัวนี้เธออยากได้แม้แต่ญาณิศาเพื่อนที่สนิทที่สุดก็ไม่รู้ พี่อาร์มก็ไม่ใช่ชัวร์ก็เพราะชอบซื้อให้แต่สาวๆนะสิ กับน้องไม่เคยทำอะไรหวานๆน่ารักๆอย่างนี้หรอก แล้วถ้าเกิดว่าเป็นคนนั้นละจะใช่ไหมนะคนที่ฉันเคยบอกว่าอยากได้ตุ๊กตาตัวนี้ตอนห้าขวบ นอนคิดไปคิดมาได้สักพักก็หลับไป เพราะความเหนื่อยล้าจากการเรียนในวันนี้

 

3ปีผ่านไป

วันนี้ที่โรงเรียนมีการจัดกิจกรรมปัจฉิมนิเทศให้กับนักเรียนชั้นม.6ที่กำลังจะจบปีการศึกษาในปีนี้ ในบริเวณต่างๆของโรงเรียนก็จัดให้มีซุ่มถ่ายรูปมากมายให้นักเรียนได้ถ่ายรูปกันเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก ที่นี้เต็มไปด้วยบรรยากาศที่มีความสุขที่จะได้จบม.6แล้วเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย และอีกความรู้สึกคือความโศกเศร้าอาลัยที่ต้องจากเพื่อนจากสถานศึกษา และแน่นอนว่าไอรินทร์ก็จบ ม.6ปีนนี้ด้วย

“โอ้โห! สาแกได้ของขวัญเยอะแยะเลย” ไอรินทร์พูดไปและมองไปบนโต๊ะของญาณิศาที่เต็มไปด้วยของขวัญและดอกไม้

“ของแกก็เยอะเหมือนกันนะรินทร์” ญาณิศาก็พูดขึ้นมาบ้างแล้วมองไปที่โต๊ะของเพื่อนสนิทที่เต็มไปด้วยของขวัญและดอกไม้ แม้ว่าไอรินทร์จะไม่ได้โดดเด่น (เรื่องหน้าตา) อะไรมาก แต่เธอก็ได้เข้าร่วมการแข่งขันทักษะของโรงเรียนบ่อยครั้ง ทำให้เป็นที่ชื่นชมของอาจารย์ เพื่อนๆและรุ่นน้อง

“พี่รินทร์คะ พี่รินทร์มีคนฝากดอกไม้มาให้ค่ะ” เด็กผู้หญิงที่อยู่ในชุดมัธยมต้นเดินเข้ามาหาไอรินทร์พร้อมกับช่อดอกกุหลาบปลอมสีแดงสด ตรงกลางดอกกุหลาบมีตุ๊กตาหมีสีขาวตัวเล็กใส่ชุดครุยถือป้ายสีชมพูตัวตรงกลางป้ายมีข้อความตัวอักษรสีน้ำเงินที่เขียนไว้ว่า ‘Congratulation 25xx’

“ขอบใจจ๊ะแล้วใครฝากมาให้พี่เหรอ” หญิงสาวรับช่อดอกไม้มาแล้วถามกลับไป

“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แต่ว่าเป็นผู้ชายสูงๆแล้วก็หล่อด้วย” บอกจบเด็กผู้หญิงคนนี้ก็เดินออกไป

“ว้าว! ว้าว! มีผู้ชายหล่อๆเอาดอกไม้มาให้ไอรินทร์ด้วย แหมมีแฟนแล้วไม่บอกเพื่อนเลยนะร้ายจริงๆ” ญาณิศาพูดแล้วหันไปยิ้มให้ไอรินทร์

“บ้าสิ แฟนเฟินที่ไหนฉันยังไม่มี แล้วดอกไม้นี่ก็ไม่รู้ว่าใครส่งมาให้” หญิงสาวพูดพร้อมกับมองช่อดอกไม้ที่อยู่ในมือ

“แกลองหาการ์ดดูสิ เผื่อจะมี” ญาณิศาพูดแนะนำเพื่อน หญิงสาวไม่รอช้าลงมือหาทันที

“นี่ไง! เจอแล้วมีการ์ดอยู่จริงๆด้วย” เมื่อไอรินทร์เจอการ์ดแล้วก็เปิดอ่านทันที ข้างในพิมพ์ว่า

I’m beside you

“โธ่เอ๊ย มีแค่นี้เองแล้วจะรู้ไหมว่าใครส่งมา” ญาณิศาพูดออกมาพร้อมทำท่าทางเซ็งๆ แต่อาการสงสัยเข้าผิดคน

“ส่งมาอีกแล้วเหรอใครกันนะ” ไอรินทร์พูดไปพร้อมกับมองชื่อที่อยู่ในการ์ด

“ข้อความนี้มันทำไมหรือ” เพื่อนสาวถามด้วยความสงสัย

“ข้อความนี้...” แล้วไอรินทร์ก็เล่าถึงที่มาของข้อความนี้

‘I’m beside you’’ ข้อความนี้ถูกส่งมาพร้อมกับจ่าหน้าพัสดุที่อยู่ผู้ส่ง ที่ส่งมาในวันวาเลนไทน์ วันเกิด ปีใหม่ ตลอดสามปีที่ผ่านมา ของขวัญที่ถูกส่งมาเป็น ตุ๊กตา ดอกไม้ (ปลอม) ช็อกโกแลต หนังสือนิยาย โปสเตอร์ของคังฮยองวานักร้องเกาหลีที่เธอชื่นชอบ ซีดีเพลงของคังฮยองวา แทนที่จะดีใจแต่กลับนึกสงสัยมากขึ้นทุกที อยากจะสืบหาแต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงเพราะที่อยู่ผู้ส่งมีแค่สองบรรทัด แล้วที่สำคัญคนคนนั้นรู้ที่อยู่เธอได้ยังไง นักร้องที่เธอชอบ หนังสือนิยาย แล้วรู้แม้กระทั้งตุ๊กตาที่เธอเคยอยากได้เมื่อตอนห้าขวบ แปลกจริง

“โอ้โห!! ส่งมาให้สามปีเลยเหรอ” เมื่อไอรินทร์พูดจบ ญาณิศาก็พูดขึ้นมาบ้างด้วยท่าทางไม่อยากจะเชื่อ

“ใช่แล้วละ” ไอรินทร์พูดออกมาอย่างยอมรับ

“ฉันว่าต้องเป็นโรคจิตแน่เลยแก” ญาณิศาพูดด้วยหน้าตาและท่าทางมั่นใจสุดๆ

“เขาต้องการอะไรแล้วทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย” ไอรินทร์พูดอย่างไม่เข้าใจคนที่ส่งมา

“ฉันก็ไม่รู้” ญาณิศาพูดพร้อมกับส่ายหน้า

ตึ้งตึ่งตึ้งตึ่ง “นักเรียนชั้นม.6ทุกห้องถึงเวลาเข้าห้องประชุมแล้วค่ะ...” เสียงประชาสัมพันธ์ประกาศ

“ได้เวลาแล้วไปกันเถอะ” แล้วทั้งสองคนก็เดินไปห้องประชุมด้วยกัน

 

เมื่อการประชุมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกเสร็จสิ้นลงนักเรียนทุกคนก็แยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง ไอรินทร์และญาณิศาก็เช่นกันการสนทนาของทั้งสองยังวนเวียนที่เรื่องการไปศึกษาต่อ ญาณิศาดูตื่นเต้นยิ่งกว่าผู้ชวนอย่างไอรินทร์ที่มีแต่ความขัดแย้งกันเองในใจ จะไปหรือไม่ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับใจของเธอตัดสินเท่านั้น!

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
8.5 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
8.5 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา