แค่อยากให้รู้ว่ารักเธอ

8.7

เขียนโดย ลันตนา

วันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 เวลา 14.02 น.

  29 บท
  10 วิจารณ์
  3,906 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 15 เมษายน พ.ศ. 2562 21.37 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

7) บทที่ 7 เพื่อนออนไลน์คนใหม่

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

บทที่ 7 เพื่อนออนไลน์คนใหม่

 

          อพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่งในลอนดอนที่ไอรินทร์และญาณิศาใช้เป็นที่พักในขณะที่เรียนในประเทศอังกฤษ ตอนนี้ทั้งสองสาวกำลังช่วยกันถือกระเป๋าเดินทางของคุณวรรณวิภาและคุณวันชัยไปที่รถแท็กซี่ คุณวรรณวิภาและคุณวิชัยมาอยู่เป็นเพื่อนลูกสาวที่อังกฤษได้หนึ่งอาทิตย์แล้ว

          “อยู่กับรินทร์อีกอาทิตย์เดียวไม่ได้เหรอคะ” ไอรินทร์พูดขณะกำลังลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ของวรรณวิภาลงมาจากห้องพักจนมาถึงรถแท็กซี่ที่จอดรออยู่หน้าอพาร์ทเมนท์ พร้อมกับวิชัย วรรณวิภาและญาณิศาที่เดินลงมาพร้อมกัน

          “พ่ออยากให้ลูกฝึกเอาตัวรอดบ้าง... ญาณิศาก็อยู่เป็นเพื่อนลูกแล้ว” วิชัยพูดพลางหันไปที่ญาณิศาที่ยืนอยู่ข้างๆลูกสาว

          “อยากรีบไปเที่ยวสวิสฯกับแม่ก็บอกมาเถอะค่ะ” หญิงสาวพูดอย่างแสนงอน วิชัยและวรรณวิภาก็หันมายิ้มให้กัน

          “พ่อไปดีกว่าเดี่ยวตกเครื่อง” วิชัยพูดแบบนี้เพราะขี้เกียจจะคุยต่อกับลูกสาวขี้งอนแล้ว ถ้ายังพูดต่อคงอีกยาว

“รีบไปเที่ยวจริงๆด้วย” ไอรินทร์พูดแล้วมองไปที่พ่อที่กำลังจะเปิดประตูรถแท็กซี่ คุณวิชัยเองก็ทำเป็นไม่สนใจเสียงของลูกสาว

“แม่ไปแล้วนะลูกอยู่ที่นี้ก็ช่วยกันดูแลนะลูก ถ้าแม่กลับถึงเมืองไทยเมื่อไหร่แล้วแม่จะโทร.มา” วรรณวิภาสั่งเสียทั้งสองสาว

          “ค่ะ/ค่ะ” ทั้งสองรับปาก ไอรินทร์เดินเข้าไปกอดพ่อกับแม่แล้วยกมือไหว้ท่านทั้งสอง ญาณิศาก็ยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองเช่นกัน

           “เดินทางโดยสวัสดิ์ภาพค่ะ” ไอรินทร์และญาณิศาพูดพร้อมกัน วิชัยและวรรณวิภาเดินไปขึ้นรถแท็กซี่เพื่อเดินทางไปสนามบินฮีทโธรว์

 

          หลังจากไอรินทร์และญาณิศาส่งวิชัยและวรรณวิภาเสร็จแล้วก็ไปหาอาหารเย็นทานกัน เมื่อเสร็จจากการทานอาหารก็กลับมาห้องพัก

          “แกผอมลงนะ” ญาณิศาทักไอรินทร์ขณะที่กำลังนั่งดูทีวีด้วยกันในห้องพัก

          “ฉันไม่ชอบกินอาหารฝรั่งนะสิก็เลยกินน้อย”

          ญาณิศานึกอะไรบางอย่างออกในวันที่คุยโทรศัพท์กันวันนั้นไอรินจะบอกอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่ได้บอก เธอก็อยากจะถามตั้งแต่ตอนที่มาถึงแล้วแต่น้าภากับอาวิทอยู่ก็เลยไม่กล้าถาม ตอนนี้ท่านทั้งสองก็ไม่อยู่แล้วอยากจะถามแต่ก็กล้าๆกลัวๆว่าจะถามดีไหม(มันอยากรู้มากๆเลยนะ) ญาณิศาตัดสินใจอยู่สักพักแล้วก็รวบรวมความกล้าถามออกไป

          “เอ่อ... แกจำได้ไหมวันนั้นที่เราคุยโทรศัพท์กันแกบอกว่าแกจะบอกอะไรฉันเหรอ” ญาณิศาถามเพื่อน

วันนั้นเป็นวันที่เราตัดสินใจจะมาอังกฤษ เพราะรู้ว่าพี่ก้องมีแฟนแล้วทั้งเจ็บทั้งเสียใจก็เลยตัดสินใจมาเพื่อจะได้ลืมเรื่องและความรู้สึกทั้งหมดที่มีให้มันหมดไป แล้วฉันจะบอกสายังไงดีนะ

          “ไม่มีอะไรหรอกฉันแต่พูดลอยๆ แกอย่าไปสนใจเลย” ไอรินทร์ตัดสินใจพูดออกไปแล้วยิ้มปกปิด

          “อย่าปกปิดฉันนะเลยแววตาแกมันฟ้องฉัน แกไม่สบายใจเรื่องอะไรบอกฉันก็ได้” ญาณิศาพูดเมื่อเธอเห็นเพื่อนเศร้าตัวเธอเองก็ไม่สบายใจเหมือนกัน ไอรินทร์เห็นเพื่อนมีท่าทางไม่สบายใจเธอจึงตัดสินใจบอกเผื่อทีมันอาจจะทำให้รูสึกสบายใจขึ้นบ้างเมื่อได้ระบายออกไป

          “...ฉันเป็นแบบนี้เพราะฉันแอบชอบผู้ชายคนหนึ่งมานานแล้ว แต่ก็มารู้ทีหลังว่า... เขามีแฟนแล้ว ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าฉันชอบเขามากขนาดนี้ ฮือๆๆ...ฮือๆๆ” ไอรินทร์พูดไปก็ร้องไห้ไป

          “ฉันสงสารแกจัง นี่คงเป็นเหตุผลที่แกอยากมาอังกฤษสินะ” ญาณิศาเองก็น้ำตาซึมเหมือนกันแล้วก็ดึงเพื่อนมากอดไว้เพราะสงสารเพื่อนจับใจ

          “แล้วเขาชื่ออะไร” ญาณิศาถามเพื่อนที่ตอนนี้ตนกำลังกอดอยู่

           ได้ยินคำถามนี้ไอรินทร์ก็เงียบแล้วน้ำตาก็ไหลมากกว่าเดิม บอกยังไงดีล่ะ

          “ไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร ฉันขอโทษนะที่ถามแกแบบนี้” ญาณิศาเองก็ไม่อยากเซ้าซี้มาก เพื่อนอกหักเสียใจร้องไห้เธอก็ไม่อยากจะถามต่อแล้ว

 

          ทางด้านของก้องภพตอนนี้ก็อาการของเขาก็ไม่ได้แตกต่างไปจากไอรินทร์มากนักเพียงแต่ไม่มีน้ำตาเท่านั้น หลังจากไอรินทร์ไปอังกฤษเขาก็กลายเป็นคนเงียบขรึมไม่ค่อยยิ้ม ต่างจากเมื่อก่อนที่ไอรินทร์ยังอยู่เขาเป็นคนช่างพูดและยิ้มง่าย เพื่อนๆชวนออกไปดื่มไปเที่ยวเมื่อก่อนเขาไม่เคยปฏิเสธ แต่ตอนนี้เขาปฏิเสธทุกคำชวน สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดคือเขาอยากเจอไอรินคนเดียวเท่านั้น สุภาพรและเกรียงภพเห็นลูกชายเป็นแบบนี้มาหลายเดือนรู้สึกเป็นห่วงลูกมากๆ หัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่เมื่อเห็นลูกไม่สบายหรือทุกข์ใจก็อดที่จะเป็นห่วงลูกไม่ได้

           “ก้องเป็นอะไรหรือเปล่าลูกหมู่นี้ดูเงียบๆนะ” สุภาพรเดินเข้ามานั่งข้างลูกชายและถามด้วยเสียงอ่อนโยนระคนเป็นห่วง

          “ผมสบายดีครับ” ก้องภพและยิ้มแห้งๆให้แม่ ยิ้มแค่ปากแต่ตาไม่ได้ยิ้มด้วย คนราถ้ามีความสุขหรือสบายจริงๆต้องยิ้มทั้งปากและตาใช่ไหม

          “มีอะไรไม่สบายใจก็บอกพ่อกับแม่ได้นะลูก” เกรียงภพที่เดินมาพร้อมกับภรรยาก็ถามขึ้นมาบ้าง

          ก้องภพก็อยากบอกเหมือนกัน แต่ความรู้สึกมันยากที่จะบอกใครเหลือเกิน รออยู่คนเดียว เรียกหาอยู่คนเดียว คิดถึงอยู่คนเดียว

          “อาร์มบอกแม่ว่าลูกเป็นแบบนี้ตั้งแต่รินทร์ไปอังกฤษแล้ว หรือว่าลูกทะเลาะกับน้องก่อนน้องจะไป” สุภาพรถามลูกชายเพราะรู้ว่าสองคนนี้เห็นหน้ากันทีไรทะเลาะกันทุกที

          “ผมไม่ได้ทะเลาะอะไรกับรินทร์ทั้งนั้นครับ ผมแค่...” เกือบไปแล้วไหมล่ะ จะบอกดีไหมนะ บอกดีกว่าจะได้ไม่ต้องทำให้พ่อกับแม่เป็นห่วง อย่าดีกว่าถ้าบอกไปแล้วเดี๋ยวก็โดนหัวเราะ

          ก้องภพทะเลาะกับความคิดของตัวเองอยู่ได้ไม่นาน เขาก็ตัดสินใจ “...ผม ผมคิดถึงรินทร์ครับ” ก้องภพพูดเสียงเบา ถ้าหากเขาสามารถเดินข้ามทวีปได้คงทำไปนานแล้ว

คุณสุภาพรและคุณเกรียงภพที่ได้ยินเช่นนั้นก็หันมายิ้มให้กันเหมือนกับว่าคุณสุภาพรและพ.อ.เกรียงภพคิดอะไรเหมือนกัน

 

          ไอรินทร์เหน็ดเหนื่อยกับการทำการบ้านที่จะต้องส่งพรุ่งนี้มากจึงมานั่งเล่นคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คที่นำมาด้วยจากประเทศไทย ใช่ทำงานและเล่นไปด้วยเพื่อผ่อนคลายความเครียดจากการที่ต้องเร่งทำการบ้านหลายวิชาเพื่อจะได้ส่งทันปิดภาคเรียนที่หนึ่งปีสอง เธอเข้าไปดูเว็ปโน้นออกเว็ปนี้ ออกจากเว็ปนั้นก็เข้าไปอีกเว็ปหนึ่ง ฟังเพลงบ้างเล่นเกมส์บ้างดูข่าวดารา แล้วสุดท้ายเธอก็มาล็อคอินเข้าสู่เว็บไซต์โซเชียล เน็ตเวิร์กชื่อดังอย่างเฟสบุ๊คเพื่อติดตามข่าวคราวของเพื่อนใหม่ที่นี้บ้าง เพื่อนเก่าที่เมืองไทยและครอบครัวของเธอ มีแจ้งเตือนสิบข้อความ มีคนขอเป็นเพื่อนอีกหนึ่งคน เธอเลือกแจ้งเตือนข้อความก่อน ข้อความแรกเป็นของคุณวรรณวิภา

Wanvipa: เรียนปีสองเป็นยังไงบ้างลูกปิดเทอมเดี๋ยวแม่จะไปหา แม่เห็นพยากรณ์อากาศบอกว่าที่อังกฤษอากาศเย็นลงดูแลตัวเองด้วยนะลูก’

ไอรินทร์รู้สึกดีใจมากๆที่เห็นข้อความของแม่และเธอไม่ลืมที่จะตอบกลับด้วย ข้อความต่อมาเป็นของพีรพัตร์

           ‘Prince ARM: รินทร์น้องรัก ที่นั้นมีสาวๆสวยๆบ้างมั้ยครับแนะนำพี่สักคนสองคนสิ J

‘พี่อาร์มนะพี่อาร์มเป็นห่วงน้องบ้างมีมั้ย’ ไอรินทร์คิดในใจและตอบกับข้อความนี้ด้วย

เมื่อเสร็จจากอ่านข้อความของทุกคนแล้วมือเล็กก็ย้ายเมาส์มาคลิกที่แจ้งขอแจ้งขอเป็นเพื่อน คลิกเข้าไปก็ปรากฏช่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็กๆข้างในนั้นมีเพื่อนที่ส่งคำร้องมาขอเป็นเพื่อนชื่อว่า ‘The Man_Next Door’ รูปโปรไฟล์ของเขาคือรูปภาพของคังฮยองวานักร้องที่เธอชื่นชอบมากๆ แล้วไอรินทร์ก็คลิกยืนยันคำขอโดยไม่ได้คิดอะไร

ผ่านไปสามสิบนาทีพื้นที่สำหรับเช็ทกับเพื่อนก็ทำงานอย่างอัตโนมัติเมื่อมีคนทักมา ไอรินทร์ก็คลิกเข้าไปที่ห้องสำหรับเช็ทที่ปรากฏอยู่มุมล่างขวาสีแดงๆ

[The Man_Next Door: say: 안녕하세요[1] ^_^ ]

ไอรินทร์รู้สึกแปลกใจเมื่อเพื่อนที่เธอรับมาเมื่อไม่นานทักเธอมาเป็นภาษาเกาหลี หญิงสาวจึงทักกลับไปบ้าง

RIN rin: say: 안녕하세요, 이름이뭐예요[2]?’

[The Man_Next Door: say:เอ่อ... อะไรครับ]  

‘RIN rin: say: อ้าว! คุณเป็นคนไทย ทักฉันเป็นภาษาเกาหลีทำไม แล้วคุณชื่ออะไรคะ?’

[The Man_Next Door: say:...ครับผมเป็นคนไทย ผมเองก็เป็นพวกเกาหลีฟีเวอร์แล้วก็เป็นแฟนคลับของคังฮยองวาด้วย ผมชื่อ...]

                (เงียบ 3นาที)

               ‘RIN rin: say: ชื่ออะไรคะ...      

[The Man_Next Door: say:ชื่อ... ปกป้องครับ แล้วคุณล่ะชื่ออะไร]

‘RIN rin: say: ชื่อรินทร์ คุณรู้ว่าฉันชอบคังฮยองวาแสดงว่าต้องไปแอบดูเฟสของฉันแล้วใช่มั้ย’

[The Man_Next Door: say:ก็นิดหน่อย แต่แฟนคลับด้วยกันก็ต้องต้องดูออกอยู่แล้ว คุณเป็นคนจังหวัดอะไร]

‘RIN rin: say: จังหวัดนครศรีฯ แต่ตอนนี้ฉันมาเรียนที่ลอนดอน แล้วคุณละ    

[The Man_Next Door: say:ผมคนกรุงเทพฯครับ เอ้อ...คุณอาทิตย์หน้าฮยองวาจะมาเมืองไทย]

‘RIN rin: say: จริงเหรอพี่ฮยองวาจะมา *v* แต่ฉันคงไม่ได้ไปดูหรอกเสียดายจัง

[The Man_Next Door: say:อย่าเศร้าไปเลยครับ ถ้าผมไปผมจะถ่ายรูปแล้วก็ถ่ายวีดีโอมาให้คุณด้วยดีมั้ยครับ]

‘RIN rin: say: รบกวนแล้วก็ขอบคุณมากๆเลยค่ะJ ฉันไปก่อนนะคะดึกแล้ว บ๊าย

[The Man_Next Door: say:กรุงเทพฯเพิ่งสี่โมงเย็นอยู่เลย ราตรีสวัสดิ์ครับรินทร์]

‘RIN rin: say: ค่ะ’

เสร็จจากเช็ทไอริทร์ก็ออกจากเว็ปไซต์แล้วปิดคอมฯ เดินมาล้มตัวลงนอนข้างๆญาณิศาที่หลับไปนานแล้ว หญิงสาวนึกถึงคนที่ชื่อปกป้องคนที่คุยเช็ทกันเมื่อกี้ ได้คุยกับเขาแล้วรู้สึกสนุกดีอาจจะเป็นเพราะเป็นแฟนคลับของนักร้องคนเดียวกัน

‘อยากให้พี่ก้องเป็นแฟนคลับของฮยองวาบ้างจังเลย แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ใช่ไหม’ ไอรินทร์คิดในใจ เธอนอนคิดอะไรเล่นๆไปเรื่อยๆและเข้าสู่นิทราในยามดึก

‘ป่านนี้รินทร์หลับแล้วยังนะ แล้วหลับสบายหรือเปล่า’ ก้องภพมองขึ้นไปบนท้องฟ้าตอนนี้เป็นเวลาสี่โมงเย็นที่กรุงเทพฯแล้วคิดถึงคนที่อยู่อีกซีกโลก

----------------------------------------------------------------------------------

ข้อ [1] อ่านว่า อัน นยอง ฮา เซ โย แปลว่า สวัสดีครับ   ข้อ [2] อ่านว่า อัน นยอง ฮา เซ โย, อี รือ มี มวอ เย โย แปลว่า สวัสดีค่ะ, ชื่ออะไรคะ

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
8.5 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
8.5 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา