โอม ตอนที่ 1 แรงอาฆาต

9.3

เขียนโดย Jalando

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 10.48 น.

  88 บท
  14 วิจารณ์
  7,435 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561 19.32 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

44) ความผิดปกติ

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

บทที่ 44

 

“ อ้าว เหรียญตกแฮะ มันไม่น่าเป็นไปได้นะ ” สารวัตรสิงห์ตกใจผสมงงงวยเล็กน้อยที่อยู่ๆเหรียญครุฑดำที่โอมให้มันเกิดหลุดออกจากปกเสื้อของตนเอง ทั้งๆที่เขาเองก็มั่นใจแล้วว่าตอนที่ใส่เหรียญเงินนั้นในกระเป๋าเสื้อ เขาได้สอดมันเอาไว้ในส่วนลึกสุดของกระเป๋าเสื้อแล้ว 

 

“ เอ๊ะ เมื่อกี้ พี่บอกว่าเหรียญหลุดจากตัว จริงหรือครับ ” หนุ่มโอมที่ยืนอยู่ไม่ห่างนักถึงกลับชะงักงันพร้อมหันกลับมาถามไถ่สารวัตรหนุ่มด้วยสีหน้าตื่นตกใจ 

             

 

       สารวัตรสิงห์เงยหน้าขึ้นไปมองโอมครู่หนึ่ง นายตำรวจหนุ่มรู้สึกแปลกใจนักว่าทำไมเด็กหนุ่มเบื้องหน้าถึงต้องเกิดอาการตื่นตกใจได้ถึงเพียงนี้ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ก็เป็นเพียงแค่ทำเหรียญเงินเก่าๆเหรียญหนึ่งหลุดออกมาเท่านั้นเอง 

 

“ เดี๋ยวนะ นายดูตกใจมากเลย มีอะไรหรือเปล่า โอม ” สารวัตรหนุ่มเอ่ยปากถามด้วยสีหน้างุนงง 

 

“ เอ่อๆ…..ตกลงเมื่อกี้พี่พูดว่าเหรียญตกใช่มั้ย เหรียญอะไรตกครับ ” โอมเริ่มเอ่ยปากถามด้วยอาการสั่นเทาเล็กน้อย 

 

“ อ้อ ก็เหรียญเงินที่นายให้ชั้นเมื่อกี้ มันดันร่วงหลุดออกจากกระเป๋าเสื้อของชั้นแล้วกลิ้งไปหลบอยู่ใต้โต๊ะทำงานน่ะ เอ๊ะ หรือว่ามันจะมีความหมายอะไรบางอย่าง ” สารวัตรหนุ่มพูดถึงตรงนี้เริ่มเอะใจขึ้นมาได้แล้วว่าอาการที่เด็กหนุ่มแสดงออกมาน่าจะต้องมีอะไรบางอย่าง……..ที่ไม่ค่อยสู้ดีปรากฏขึ้น 

 

“ ช่างเถอะครับ พี่รีบเก็บเหรียญครุฑดำนั่นขึ้นมาดีกว่าครับ ” โอมรีบตัดบทด้วยสีหน้าท่าทางที่ดูซีดเซียวจากอาการตื่นกลัวบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งเมื่อสารวัตรหนุ่มเห็นสีหน้าของเด็กหนุ่ม เขาก็เข้าใจเรื่องราวได้ในทันทีว่ามันต้องมีอะไรบางอย่างที่ไม่ดีเอามากๆเกิดขึ้นอย่างแน่นอน 

 

“ โอเคๆ ซักครู่ ” สารวัตรหนุ่มรีบรับคำพร้อมก้มลงไปควานหาเหรียญเงินเก่าๆที่แอบหนีเข้าไปหลบในเงามืดใต้โต๊ะไม้ตัวใหญ่ 

          

 

        โอมจับจ้องไปที่สารวัตรหนุ่มด้วยท่าทีไม่สู้จะสบายใจนัก บนใบหน้าที่ดูหวาดวิตกของเด็กหนุ่มเริ่มปรากฏเหงื่อออกมาประปราย แต่เมื่อเด็กหนุ่มเห็นสารวัตรหนุ่มล้วงมือออกมาจากใต้โต๊ะแล้วค่อยๆบรรจงเอาสิ่งที่อยู่ในมือหย่อนลงไปในกระเป๋าเสื้อยีนส์ตัวนอกเสร็จแล้ว เด็กหนุ่มก็ค่อยเบาใจลงจนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ 

 

“ ค่อยยังชั่วหน่อย ” เด็กหนุ่มพ่นพูดออกมาเป็นคำแรก 

          

 

       สารวัตรหนุ่มค่อยๆหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มกายเบื้องหน้าของโอม สายตาคมกร้าวของสารวัตรหนุ่มจับไปที่ใบหน้าของเด็กหนุ่มหน้าเข้มพลางเอ่ยปากถามออกมาเบาๆด้วยความสงสัย 

 

“ ว่าแต่ว่าเมื่อครู่นี้ นายกลัวเรื่องอะไรหรือ ชั้นสังเกตเห็นสีหน้านายดูตื่นๆยังไงชอบกล ” 

         

 

       โอมยิ้มให้สารวัตรหนุ่มเล็กน้อยด้วยความพยายามที่จะปลุกปลอบเพื่อนร่วมทางทั้งที่สีหน้าของตัวเขายังดูซีดเซียวจากอาการตื่นตกใจเมื่อครู่อยู่ไม่ใช่น้อย เวลาต่อมาเด็กหนุ่มก็ตอบคำถามของสารวัตรหนุ่มอย่างช้าๆด้วยน้ำเสียงสั่นเทา 

 

“ ไม่มีอะไรมากหรอกครับ สาเหตุเพราะว่าในตอนนี้เราได้เข้ามาในเขตแดนของกุลสตรีที่ตอนนี้ได้กลายเป็นวิญญาณร้ายซึ่งเต็มไปด้วยแรงอาฆาต ดังนั้นผมจึงต้องระวังมากเป็นพิเศษ ในตัวของพี่ก็มีเพียงเหรียญครุฑดำเท่านั้นที่เป็นเครื่องป้องกันภัย เมื่อมันหลุดออกจากกายของพี่ในยามนี้มันก็มีสภาพเหมือนกับนักรบที่ทำดาบหลุดมือในยามที่เข้าประจัญบานในศึกสงครามที่ดุเดือด ” 

 

“ อ้ออย่างนี้นี่เอง เข้าใจแล้ว แบบนี้ชั้นก็ต้องเก็บรักษาเจ้าเหรียญนี่ไว้กับตัวตลอดเวลาล่ะสิ ” สารวัตรหนุ่มพูดพลางตบปกเสื้อของตัวเองด้วยท่าทีมั่นใจ 

 

“ ฟู่……ก็คงต้องเป็นแบบนั้นแหละครับ ” โอมตอบกลับพร้อมเป่าลมหายใจเบาๆด้วยความโล่งอกอีกครั้ง 

 

“ ถ้าไม่มีอะไร เราก็มาหาพยานหลักฐานกันต่อเลยดีกว่ามั้ย ” สารวัตรหนุ่มยิ้มให้โอมพร้อมวางไดอารี่เล่มโตของกุลสตรีไว้บนโต๊ะ 

 

“ อ้าว…. แล้วพี่จะไม่ลองเปิดไดอารี่เล่มนั้นดูหน่อยล่ะครับ ” โอมเอ่ยปากถามสารวัตรหนุ่มด้วยความฉงนที่เห็นนายตำรวจหนุ่มผู้นี้เมินพยานหลักฐานสำคัญชิ้นนี้ไป 

           

 

       ทันทีที่โอมพูดจบ สารวัตรหนุ่มก็เหลียวหลังกลับมาประจันหน้ากับโอมอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกร้าวของนายตำรวจหนุ่มเปล่งประกายโกรธเกรี้ยวอย่างรุนแรงขึ้นมาอย่างฉับพลันพร้อมน้ำเสียงเหี้ยมๆที่ถูกเค้นออกจากปากของสารวัตรหนุ่มร่างสูงใหญ่ 

 

“ นายจะเปิดไดอารี่นั้นดูไปทำไม ” 

            

 

       วูบแรก โอมรู้สึกตกใจกับท่าทีโมโหโกรธาของสารวัตรหนุ่มจนทำให้เขาอดไม่ได้ที่ขบคิดว่า….. 

 

“ พี่สิงห์โกรธเราเรื่องอะไร ” 

             

 

       ในขณะที่โอมนึกสงสัยจนดวงตาของเด็กหนุ่มเริ่มหรี่ต่ำเป็นเชิงใช้ความคิด สารวัตรหนุ่มก็เริ่มคลายอาการโกรธลงเรื่อยๆจนกลับมาเป็นปกติ ครู่หนึ่งสารวัตรหนุ่มก็เริ่มเอ่ยปากอธิบายเหตุผลด้วยท่าทีที่ดูเป็นงานเป็นการ 

 

“ คืองี้ สาเหตุที่ชั้นคิดว่าเราไม่ควรจะเปิดไดอารี่เล่มนี้อ่านเป็นเพราะชั้นคิดว่าคดีฆ่าตัวตายที่เกิดขึ้นไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับไดอารี่เล่มนี้ และอีกอย่างหนึ่งการแอบอ่านชีวิตส่วนตัวของคนอื่น มันเป็นสิ่งที่ลูกผู้ชายอย่างเราไม่ควรกระทำ มันเป็นการเสียมารยาทอย่างร้ายแรงกับผู้ตาย ” สารวัตรอธิบายเหตุยืดยาว โดยเฉพาะคำสุดท้ายดูเหมือนว่าเขาจะเน้นเสียงเป็นพิเศษคล้ายว่าเกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรงซุกซ่อนอยู่ภายในใจ 

          

 

       โอมไม่ตอบโต้ประการใด แต่เขายังคงจับจ้องสารวัตรหนุ่มเบื้องหน้าแบบไม่วางตา ดวงตาคมวาวภายใต้แว่นตาทรงกลมของเด็กหนุ่มหรี่ต่ำ ประกายตาในดวงตากลมโตของเด็กหนุ่มฉายแววประหลาดที่ไม่อาจคาดเดาอารมณ์ในตอนนี้ได้ 

          

 

        ชายหนุ่มต่างวัยทั้งสองยืนจ้องหน้ากันนิ่งๆอยู่นานหลายอึดใจ ก่อนที่จะเป็นฝ่ายหนุ่มโอมที่แยกจากไปหาพยานหลักฐานชิ้นอื่นต่อโดยไม่พูดอะไร ส่วนทางด้านสารวัตรหนุ่ม พอเห็นหนุ่มโอมแยกย้ายไป เขาก็ค่อยๆโยกย้ายกายของตนเองเพื่อไปหาพยานหลักฐานชิ้นอื่นต่อในมุมอื่น 

           

 

        เด็กหนุ่มเหลือบตาคมวาวของตนเองไล่หาของบางสิ่งอย่างขะมักเขม้น แต่ดวงตาของเขามักเลื่อนมองลงต่ำอยู่เกือบตลอดเวลาราวกับว่าของสิ่งนั้นน่าจะตกอยู่บนพื้นมากกว่าที่อื่น และไม่นานสายตาคมประดุจเหยี่ยวของเด็กหนุ่มก็เบิกโพลงและกระตุกขึ้นมานิดหนึ่งเป็นเชิงให้สงสัยว่า……เด็กหนุ่มน่าจะหาสิ่งของที่ต้องการเจอแล้ว 

             

 

        เด็กหนุ่มเดินตรงไปยังจุดนั้นแล้วก้มลงนั่งยองๆ จากนั้นก็เก็บสิ่งนั้นขึ้นมาใส่กระเป๋าเสื้อของตนเองและยันกายลุกขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา 

            

 

       ทั้งสองยังคงแยกย้ายกันหาพยานหลักฐานต่อไปอย่างเงียบๆ ครู่หนึ่งก็เป็นฝ่ายโอมที่เอ่ยปากถามสารวัตรหนุ่มขึ้นมาเบาๆ 

 

“ พี่ยังจำคดีแรกที่เราทำด้วยกันได้หรือเปล่าครับ ” 

           

 

      สารวัตรหนุ่มนิ่งเงียบไปแวบหนึ่ง ก่อนเอ่ยปากตอบกลับมาเบาๆโดยที่ไม่ได้หันหน้ากลับมา 

 

“ จำได้สิ เหนื่อยชะมัดกว่าจะจบคดีนั้นได้ และถ้าไม่ได้นายมาช่วย มีหวังเคลียร์คดีนั้นไม่ได้แน่ๆ ” 

 

“ ก็ว่างั้นแหละครับ ฮะๆ ว่าแต่ว่าเหยื่อของคดีรายนั้นชื่ออะไรนา รู้สึกว่าเขาจะเป็นปลัดที่ต่างจังหวัดซึ่งโดนยิงตายแบบปริศนาล่ะมั้ง ” เด็กหนุ่มพูดเรื่อยเฉื่อย ท่าทีดูไม่ร้อนรนนัก 

 

“ ฮะๆ นั่นน่ะสิ หลายปีแล้ว ชั้นเองก็เริ่มจะจำชื่อของปลัดคนนั้นไม่ได้เหมือนกัน ” สารวัตรหนุ่มตอบพลางหัวเราะด้วยท่าทีเรื่อยเฉื่อยบ้าง 

           

 

       หลังสิ้นคำ เด็กหนุ่มก็หันหลังกลับมามองสารวัตรหนุ่ม ซึ่งเป็นจังหวะที่สารวัตรหนุ่มหันกลับมามองเด็กหนุ่มเช่นกัน เมื่อดวงตาทั้งสองคู่สบกัน เด็กหนุ่มก็พบว่าดวงตาของสารวัตรหนุ่มดูแข็งกร้าวอย่างประหลาดจนเด็กหนุ่มค่อนข้างที่จะมั่นใจในความคิดของตนเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว แต่เด็กหนุ่มก็ไม่ได้กระทำอะไรต่อไปนอกเสียจากค่อยๆหย่อนกายลงนั่งที่เตียงนุ่มๆอย่างช้าๆ ดวงตายังจับจ้องมาที่สารวัตรหนุ่มแบบไม่วางตา ส่วนใบหน้าดูเหมือนจะแย้มยิ้มให้คู่สนทนาแบบเยาะๆยังไงชอบกล 

 

“ น่าแปลกนะที่นายตำรวจฝีมือดีอย่างพี่จะจำเหยื่อในคดีสำคัญที่แปลกประหลาดแบบนั้นไม่ได้ ” โอมกล่าวถามด้วยใบหน้ายิ้มๆ

           

 

        ทันทีที่นายตำรวจหนุ่มได้ฟังสิ่งที่เด็กหนุ่มพูด ใบหน้าของเขาก็กระตุกน้อยๆและเริ่มขมวดนิ่วคล้ายเริ่มไม่พอใจ แต่พริบตาเดียว ใบหน้าของสารวัตรหนุ่มก็ผ่อนคลายลงพร้อมคำตอบแก้เกี้ยวที่ดูตะกุกตะกักเล็กน้อย 

 

“ โหๆ….. ก็พวกชั้นทำมาตั้งหลายสิบคดีแล้วสิ การที่จะจดจำเหยื่อผู้เสียหายในคดีได้ทุกคน มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไมได้หรอกนะ ” 

 

“ ฮ่าๆ สิ่งที่พี่พูดมันก็จริง ” โอมหัวเราะเบาๆพร้อมหยัดยืนขึ้นมา  

 

“ ฮ่าๆ เห็นมั้ยเล่า หาพยานหลักฐานกันต่อเถอะน่า อย่าถามอะไรที่ไม่เข้าเรื่องเลย ” สารวัตรหนุ่มเป็นฝ่ายหัวเราะบ้างพร้อมเอ่ยตอบเด็กหนุ่มมาดเซอร์เบาๆ ถ้าสังเกตให้ดีก็จะพบว่าท้ายประโยคแอบซ่อนน้ำเสียงขัดเคืองอยู่ไม่ใช่น้อย 

 

“ ได้ครับผม แต่ผมจำได้นะครับว่าคดีแรกที่เราทำกัน เหยื่อผู้เสียหายคือหญิงหม้ายที่โดนฆ่าแล้วถ่วงน้ำ ไม่ใช่ปลัดที่โดนยิงตายแต่อย่างใด ” หนุ่มโอมกล่าวเฉลยความจริงขึ้นมาแบบตรงๆอย่างรวดเร็วชนิดที่แทบไม่ให้สารวัตรหนุ่มได้ตั้งตัวทัน 

           

 

       สารวัตรหนุ่มชะงักงันไปครู่หนึ่ง เขาก็ค่อยหันหน้ากลับมาอย่างช้าๆ ใบหน้าของนายตำรวจหนุ่มวัยฉกรรจ์เปิดยิ้มกว้างอย่างอบอุ่นแต่เมื่อดูกลับให้ความรู้สึกคล้ายเสเเสร้งเสียมากกว่าที่จะกระทำด้วยความจริงใจ จากนั้นสารวัตรสิงห์ก็กล่าวตอบเด็กหนุ่มกลับอย่างช้าๆแบบใจเย็น 

 

“ ก็อย่างที่ชั้นว่าเมื่อครู่นั่นแหละ ในรอบหลายปีที่ผ่านมานี้ชั้นทำมาหลายสิบคดี มันก็เป็นไปได้ว่าชั้นอาจจะจำคดีสลับกันได้บ้าง ” 

 

“ ว่าแต่ผมขอดูเหรียญครุฑดำที่ผมให้พี่เมื่อครู่นี้หน่อยได้มั้ย ” โอมไม่ต่อคำในสิ่งที่สารวัตรหนุ่มแก้ตัว มิหนำซ้ำเขายังทวงถามถึงเหรียญครุฑดำขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalandoนักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณอ่านเรื่องนี้แล้วฟินมากแค่ไหน

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา