โอม ตอนที่ 1 แรงอาฆาต

9.3

เขียนโดย Jalando

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 10.48 น.

  53 บท
  12 วิจารณ์
  2,895 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561 19.32 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

45) ดิ้นรนเอาชีวิตรอด

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

บทที่ 45 ดิ้นรนเอาชีวิตรอด

 

 

         บรรยากาศเงียบสงบลงไปชั่วขณะ แต่ในความเงียบสงบนั้นกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่ล้อมรอบบริเวณนั้นอยู่อย่างหนาแน่น  

 

“ ว่ายังไงครับ ขอผมดูเหรียญครุฑดำหน่อยได้มั้ย ” โอมกล่าวทวงสารวัตรหนุ่มรุ่นพี่ด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม ทว่าคู่สนทนาในยามนี้กลับจับจ้องเด็กหนุ่มกลับด้วยสีหน้าที่ดูนิ่งเฉยและไร้อารมณ์จนชวนน่าสงสัย  

          

 

       สารวัตรสิงห์ส่งสายตาที่ว่างเปล่าให้กลับโอมครู่ใหญ่ จู่ๆนายตำรวจหนุ่มก็หัวเราะขึ้นมาเบาๆอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยพร้อมเอ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ สีหน้าของเขาดูจะแย้มยิ้มน้อยๆคล้ายจะขบขำท่าทางขึ้งขังของเด็กหนุ่มมาดเซอร์ 

 

“ ฮะๆ นายเป็นอะไรของนายหึ โอม ชั้นจะไปโกหกนายทำมั้ยฟะ เจ้าเหรียญนั่นมันก็ถูกเก็บอยู่ตรงอกเสื้อของชั้นอยู่ไงล่ะ ” สารวัตรหนุ่มพูดจบก็ตบอกเสื้อของตนเองเบาๆเป็นเชิงบอกตำแหน่งที่ตั้งของเหรียญครุฑดำ 

         

 

         โอมยังคงจ้องหน้าสารวัตรหนุ่มนิ่งๆอยู่อย่างไม่วางตาคล้ายกับว่าในตอนนี้ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเขานั้นไม่ใช่นายตำรวจหนุ่มรุ่นพี่ที่เขารู้จัก ในที่สุดเด็กหนุ่มก็จัดการแตกหักในประเด็นนี้ด้วยการค่อยๆหยิบเหรียญเงินเล็กๆจากกระเป๋าเสื้อของตนเองออกมา เหรียญนั้นมีตราครุฑสีดำสลักอยู่บนด้านหนึ่งของตัวเหรียญอย่างชัดเจน 

           

 

         ในจังหวะที่โอมนำเหรียญนั้นออกมาโชว์ก็ปรากฏแสงไฟสว่างจ้าจากสายฟ้าที่โกรธเกรี้ยวแลบผ่านหน้าต่างห้องเข้ามาพร้อมเสียงฟ้าผ่าที่ดังลั่นสนั่นหูคล้ายกับว่ามันกำลังฟาดผ่าอยู่ไม่ห่างไกลจากตัวของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย 

 

“ เปรี้ยงๆ…… ” 

           

 

        เสียงสายฟ้าผ่าหนักๆดังขึ้นมาอีกหลายหน หลังจากนั้นก็มีเสียงฝนตกดังซู่ซ่าพร้อมไอเย็นที่แผ่ซ่านผ่านหน้าต่างเข้ามาต้องกายของสองหนุ่มที่ยืนจ้องหน้ากันในห้องเล็กๆซึ่งมีดวงไฟส่องสว่างอยู่แบบสลัวๆบนเพดานห้อง 

            

 

       สองหนุ่มต่างวัยจ้องตากันแน่วนิ่งเหมือนกับว่าจะพยายามแข่งกันว่าถ้าใครกะพริบตาหรือหลบสายตาก่อนจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปได้ไม่นานก็เป็นฝ่ายโอมที่เอ่ยปากถามก่อนด้วยน้ำเสียงเครียดขึ้งจริงจังอันค้านกับบุคลิกโดยปกติของเด็กหนุ่มโดยสิ้นเชิง 

 

“ เหรียญครุฑดำมีอันเดียวและสิ่งนั้นตอนนี้อยู่ในมือของผม ” 

 

“ ฮะๆ ก็จริงของนายว่ะ โอม ชั้นไม่เถียงนายในเรื่องนี้หรอก ” สารวัตรสิงห์ผายมือออกพร้อมหัวเราะเบาๆด้วยท่วงท่าที่เหมือนกับจะยอมแพ้ 

 

“ คำถามของเรื่องนี้คือ……พี่โกหกผมทำไม ” โอมกล่าวถามด้วยน้ำเสียงที่เน้นหนักในทุกประโยคที่เอ่ยขึ้นมา 

 

“ ก่อนจะตอบ ชั้นขอถามนายก่อนว่า…..ทำไมเหรียญครุฑดำถึงไปอยู่ในมือของนายได้ ” สารวัตรหนุ่มเป็นฝ่ายถามกลับบ้าง 

 

“ เมื่อครู่นี้ผมหามันเจอด้วยตัวเอง ” โอมตอบกลับ

 

“ อืมๆ….อย่างนี้นี่เอง ว่าแต่นายรู้ได้ยังไงล่ะว่ามันไม่อยู่ในตัวของชั้น  และรู้ได้ยังไงว่าชั้นโกหกนาย ” สารวัตรหนุ่มพยักหน้ารับคำเบาๆด้วยรอยยิ้มแบบแปลกพร้อมกล่าวถามต่อ

 

“ ตอนที่พี่ก้มตัวลงต่ำทำให้เหรียญครุฑดำร่วงตกลงไปบนพื้น..…..” โอมกล่าวตอบอย่างรวดเร็ว แต่ก็เว้นระยะห่างที่จะพูดประโยคต่อไป ดูแล้วเขาน่าจะกำลังขบคิดเล็กน้อยว่าเขาจะพูดต่ออย่างไรดี 

 

“ พี่ก็เริ่มมีท่าทีแปลกไป จากอารมณ์ที่กระหายใคร่สืบหาความจริงแปรเปลี่ยนกลายเป็นพยายามเลิกสืบหาความจริง อีกประการหนึ่งคือ….” โอมเอ่ยปากพูดต่อ 

 

“ อีกประการหนึ่ง อะไร ” สารวัตรหนุ่มไถ่ถามด้วยอาการร้อนรน 

 

“ ผมเห็นได้อย่างชัดเจนแบบเต็มสองตาว่าพี่แกล้งล้วงมือเปล่าเข้าไปในอกเสื้อในช่วงจังหวะที่พี่ทำท่าจะเก็บเหรียญ ” โอมเฉลยความจริง 

           

 

        ความนิ่งเงียบเริ่มเข้าเกาะกุมสถานการณ์อีกครั้ง รอบตัวสองหนุ่มมีเพียงเสียงสายฝนพัดกระหน่ำเพียงเท่านั้นและเมื่อเวลาผ่านไปชั่วครู่ สารวัตรหนุ่มก็เริ่มผ่อนคลายร่างกายแล้วกลับมาหัวเราะชอบใจเบาๆด้วยท่าทางเริงร่าอย่างที่ไม่ควรกระทำในสภาวะตึงเครียดเช่นนี้ 

 

“ ฮะๆ ลืมไป นายมันเป็นพวกหูตาว่องไวเหนือคนธรรมดาหลอกนายไม่ได้เลยนะเนี่ย ” 

 

“ ทีนี้พอจะบอกผมได้หรือยังว่า…..ทำไมพี่ถึงโกหกผม ” โอมทวงคำตอบของตนเอง 

 

“ ฮะๆสาเหตุนั้นเป็นเพราะ……” สารวัตรหนุ่มยังคงหัวเราะร่วนอย่างสนุกสนานพร้อมก้าวเดินเข้ามาหยุดยืนในระยะสามก้าวก่อนถึงตัวของโอม และเมื่อสิ้นเสียงหัวเราะของสารวัตรหนุ่ม ร่างสูงใหญ่ของชายผู้นี้ก็ถลันเข้าหาประชิดตัวของโอมอย่างรวดเร็วพร้อมยื่นมือข้างขวาที่แข็งแกร่งของเขาเข้ามาบีบคอเล็กๆของเด็กหนุ่มอย่างรุนแรง 

 

“ อึก ” เด็กหนุ่มร้องได้คำเดียวก่อนที่จะกระเด็นไปติดข้างฝาด้วยแรงผลักดันจากมือแกร่งของสารวัตรหนุ่มที่กำลังบีบคอของเด็กหนุ่มไว้อย่างหนาแน่น 

 

“ พี่สิงห์จะทำอะไรน่ะ ” โอมข่มความเจ็บปวดที่ลำคอเพื่อเอ่ยปากถามหนุ่มรุ่นพี่ 

 

“ ฮ่าๆ…… ถามมาได้ว่าทำอะไร ก็จะฆ่ามึงไงเล่า ” สารวัตรหนุ่มเค้นเสียงกร้าวๆ ใบหน้าของนายตำรวจหนุ่มดูถมึงทึงและบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและชิงชังอย่างรุนแรงจนเกือบจะไม่ใช่ใบหน้าของมนุษย์  

 

“ อั้กๆ พี่เป็นบ้าไปแล้วหรือ ทำไมถึงจะฆ่าผม ” โอมยกสองมือขึ้นดึงรั้งมือแกร่งที่กำลังบีบคอหอยของตนเองพลางเอ่ยปากถามถึงสาเหตุด้วยความยากลำบาก        

 

“ ฮ่าๆ เพราะมึงมันแส่ บังอาจเข้ามายุ่งเรื่องของกูหลายต่อหลายหน และครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่มึงจะเสนอหน้าเข้ามาขวางทางกู ” สารวัตรหนุ่มแสยะยิ้มอย่างโหดเหี้ยมพร้อมลั่นคำเสียงกร้าว แต่ภายในเสียงห้าวใหญ่ของชายหนุ่ม โอมรู้สึกได้ถึงกระแสเสียงแหลมเล็กคล้ายเสียงของหญิงสาวแฝงอยู่อย่างแผ่วเบา 

            

 

        ทันทีที่เด็กหนุ่มได้รับคำตอบ เขารู้ได้ทันทีว่าคนที่อยู่ตรงหน้าของเขาในตอนนี้ไม่ใช่สารวัตรสิงห์ที่เขารู้จักอีกต่อไป ต้องมีพลังงานอะไรบางอย่างที่สิงสู่บังคับร่างกายของนายตำรวจหนุ่มผู้นี้และเด็กหนุ่มก็พอจะคาดเดาออกว่าสิ่งที่กำลังครองร่างใหญ่ล่ำนี้อยู่คืออะไร 

 

“ เธอคือกุลสตรีใช่มั้ย อึกๆ ” เด็กหนุ่มรวบรวมกำลังที่เหลือเพียงน้อยนิดเพื่อเอ่ยปากถามให้หายสงสัย

 

“ ใช่ กูเอง ในที่สุดมึงก็ต้องตายด้วยน้ำมือของกู ฮ่าๆ……. ” ปีศาจร้ายในร่างของสารวัตรหนุ่มกล่าวตอบพร้อมหัวเราะลั่นด้วยความสะใจที่กำลังจะได้ปลิดชีพเด็กหนุ่มมาดเซอร์ให้สิ้นซาก 

            

 

       มือทั้งสองของเด็กหนุ่มพยายามจะดึงรั้งมือแกร่งที่ใหญ่ล่ำซึ่งกำลังบีบคอของตนเองอยู่อย่างสุดกำลัง ทว่ามือแกร่งของนายตำรวจหนุ่มนั้นทั้งแข็งและเหนียวแน่นเกินกว่าที่เด็กหนุ่มจะแกะออกได้ มิหนำซ้ำมือนั้นยังค่อยๆเพิ่มน้ำหนักในการบีบรัดมากขึ้นเรื่อยๆจนแทบจะทำให้ลมหายใจที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของโอมขาดหายไปในทันที ในช่วงระหว่างความเป็นความตายนั้นเอง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดก็ทำให้โอมตัดสินใจกระทำในสิ่งที่ไม่อยากกระทำ 

 

“ เปรี้ยง ” เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นลั่นห้องเนื่องด้วยหมัดลุ่นๆจากกำปั้นเล็กๆของเด็กหนุ่มฟาดกระทบเข้าไปที่ใบหน้าเรียวยาวของสารวัตรหนุ่มอย่างรุนแรงจนใบหน้าของนายตำรวจสะบัดหันไปตามแรงหมัด 

 

“ ได้ผลมั้ยเนี่ย ” โอมคาดหวังแบบสุดๆอยู่ภายในใจ เเละทันทีที่เขาปล่อยหมัดขวาอัดเข้าไปที่แก้มของนายตำรวจหนุ่ม มือขวาแกร่งที่บีบคอของเขาอยู่ก็เกิดคลายกำลังลง 

         

 

        แต่สิ่งที่เด็กหนุ่มคาดหวังน่าจะฟาล์ว เนื่องด้วยปีศาจสาวในร่างสารวัตรหนุ่มค่อยๆหันหน้ากลับมาและแสยะยิ้มเยือกเย็นอันสุดแสนจะโฉดชั่วให้เขาอย่างช้าๆ ดูเหมือนเจ้าปีศาจตนนี้จะไม่รู้สึกเจ็บปวดเลยแม้ว่าบริเวณแก้มของมันจะมีรอยช้ำและเลือดซิบๆที่ไหลย้อยอยู่ตรงมุมปากก็ตามที 

 

“ บ้าเฮ้ย แบบนี้ต้องซ้ำ ” โอมคิดในใจพรางง้างหมัดขวาเพื่อเตรียมตะบันหน้าสารวัตรหนุ่มซ้ำอีกครั้ง แต่เหมือนว่าปีศาจสาวในร่างมนุษย์จะรู้ทันความคิด มันรีบเอามือข้างที่เหลือของมันเข้าล็อกเข้าที่ข้อมือขวาของเด็กหนุ่มแล้วยันให้ติดกับขอบผนังห้อง ส่วนมือขวาที่ล็อกคอเด็กหนุ่มอยู่ก็เริ่มเกร็งกำลังให้มากขึ้นเพื่อเพิ่มน้ำหนักในการบีบรัด

 

“ อ็อกๆ……. ” เด็กหนุ่มถึงกลับตาเหลือกโพลงด้วยอาการขาดอากาศหายใจ มือซ้ายที่เหลืออยู่ของเด็กหนุ่มยื่นขึ้นมาเกาะกุมที่ข้อมือขวาของสารวัตรหนุ่มเพื่อพยายามแกะมันออกอย่างไร้ประโยชน์  

 

“ ฮิๆ ตายซะเถอะ ไอ้เด็กโง่ ” ปีศาจสาวในร่างสารวัตรหนุ่มคำรามลั่นพร้อมเสียงหัวเราะเล็กๆที่ชวนขนหัวลุก ก่อนที่จะเริ่มเกร็งกำลังขั้นสุดท้ายเพื่อจัดการเด็ดชีพของเด็กหนุ่มมาดเซอร์ 

            

 

       ในจังหวะที่ลมหายใจสุดท้ายของเด็กหนุ่มกำลังจะดับลงไป เขาก็กลับขบคิดถึงวิธีหนึ่งขึ้นมาได้อย่างฉับพลัน เขาจึงไม่รอช้าที่จะกระทำการ……ฟาดเท้าเรียวเล็กของเขาอัดเข้าไปที่กล่องดวงใจของชายหนุ่มสุดแรงเกิด 

 

“ เปรี้ยง ”  

            

 

        เท้าขวาที่ฟาดเข้าไปของเด็กหนุ่มนั้นทั้งรุนแรงและรวดเร็วเนื่องด้วยมันคือแรงเฮือกสุดท้ายประกอบกับเด็กหนุ่มมาดเซอร์ผู้นี้ชื่นชอบการเล่นฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจด้วย จึงทำให้เขามีกำลังขามากเป็นพิเศษ 

             

 

        แต่ทว่าชายร่างใหญ่ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของโอมนั้นไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา เพลงเท้าที่รุนแรงจึงทำได้เพียงแค่ให้ปีศาจสาวในร่างนายตำรวจหนุ่มแค่เซไปเล็กน้อยเท่านั้น สีหน้าของมันยังคงดูเกรี้ยวกราดดุจเดิมโดยไม่มีร่องรอยของการเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย หนุ่มโอมจึงตามติดด้วยการยกเท้าขวาขึ้นยันที่หน้าท้องเรียบไร้ไขมันของนายตำรวจหนุ่มแล้วออกแรงถีบสุดกำลัง 

 

“ ผลั๊ก ” 

            

 

        ความพยายามของเด็กหนุ่มนั้นเป็นผล เพราะเรี่ยวแรงที่ทุ่มไปสุดกำลังของเด็กหนุ่มทำให้ร่างสูงใหญ่ของนายตำรวจหนุ่มถึงกลับกระเด็นไปไกลและถลันล้มลงไปนอนบนเตียงนอนที่มีฟูกนุ่มๆอย่างรุนแรง 

 

“ เหรียญครุฑดำอยู่ไหนนะ ” นี่คือสิ่งแรกที่เด็กหนุ่มคิดได้หลังสูดลมเข้าปอดแบบเต็มแรงเพื่อกอบโกยอากาศเข้าปอดให้มากที่สุด ด้วยสายตาที่ฉับไวจึงทำให้เด็กหนุ่มพบว่าเหรียญเงินเจ้ากรรมนั้นตกอยู่บนพื้นห้องใกล้กับจุดที่เขายืนอยู่เพียงสามก้าว 

             

 

        เด็กหนุ่มรีบรุดเข้าไปก้มเก็บเหรียญนั้นอย่างรวดเร็ว แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะถึงตัวเหรียญนั้น เขาก็รู้สึกถึงแรงลมรุนแรงซึ่งกำลังพุ่งปะทะเข้าไปที่หน้าท้องของเขาด้วยความว่องไวในสัญชาตญาณการป้องกันตัวทำให้เด็กหนุ่มแปรเปลี่ยนท่วงท่าจากการก้มเก็บเหรียญมาเป็นยกสองแขนขึ้นปิดหน้าท้องของตนแบบฉับพลัน 

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalandoนักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณอ่านเรื่องนี้แล้วฟินมากแค่ไหน

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา