ตลกร้ายใต้สะดือ

9.7

เขียนโดย Jalando

วันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2562 เวลา 15.03 น.

  9 ตอน
  6 วิจารณ์
  3,622 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 8 มกราคม พ.ศ. 2562 15.17 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

4) ศึกรักข้างกำแพง

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

ตอนที่ 4 ศึกรักข้างกำแพง

 

        ระหว่างที่บุญกอบกำลังคิดหาคำตอบแก้ตัวอยู่นั้นเอง สาวแหววก็ชิงตวาดเสียงแหลมออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า…….. 

 

“ หนูรู้นะว่าพี่คิดจะทำอะไร โรคจิตเป็นบ้าเลย ” 

 

“ ปะ…เปล่านะ พะ…พี่มะ..ไม่ได้โรคจิต พะ…พี่คะ..แค่จะหยิบมันขึ้นมาดม เฮ้ย ดูเฉยๆ ” บุญกอบกล่าวแก้ตัวแบบตะกุกตะกัก แต่ด้วยความตื่นเต้นตกใจก็เลยทำให้คำแก้ตัวนั้นกลายเป็นการผูกมัดตัวเองเข้ากับข้อหาโรคจิตมากยิ่งขึ้น 

            

 

       ในสภาวะที่ชวนกระอักกระอ่วนเช่นนี้ส่งผลให้บุญกอบรู้สึกว่าตนเองจะต้องโดนตบแบบชุดใหญ่จากหญิงสาวเป็นแน่แท้ ทว่าหญิงสาวร่างเล็กผู้ซ่อนรูปนางนี้กลับมิได้ทำอะไรอันเป็นการคุกคามบุญกอบเลยแม้แต่น้อย เธอกลับเพียงแค่แย้มยิ้มน้อยๆที่มุมปากเป็นเชิงเย้ายวนพร้อมเอนกายพิงขอบประตูด้วยท่วงท่าที่แฉล้มแช่มช้อยคล้ายนกน้อยยามปีกหัก 

 

“ เอ๊ะ! มันคืออะไรกัน ทำไมน้องแหววถึงทำท่าทางเช่นนั้น ” บุญกอบถึงกลับตกตะลึงงงกับสิ่งที่บังเกิดเบื้องหน้า เพราะภาพที่เห็นมันผิดกับสิ่งที่เขาคิดว่าจะต้องเจอเป็นอย่างยิ่ง 

 

“ แล้วพี่คิดว่าหนูทำท่าแบบนี้ทำไมล่ะจ๊ะ ” สาวแหววตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่หวานใสและนิ่มนวล 

 

“ อะ…เอ่อ มะ…ไม่รู้มะ..เหมือนกัน ” บุญกอบยกมือขวาปาดเหงื่อที่หลั่งไหลบริเวณใบหน้า ในตอนนี้เขาเริ่มจะรุ่มร้อนด้วยความรู้สึกบางอย่างที่คุกรุ่นอยู่ภายใน ดวงตาเรียวเล็กของชายหนุ่มเริ่มสอดส่ายไปตามเรือนกายซึ่งเล็กกะทัดรัดของหญิงสาวไปทั่ว นั่นจึงทำให้เขารับรู้ได้ว่า ณ.บัดนี้ หญิงสาวร่างเล็กนางนี้ได้ซ่อนร่างเล็กเพรียวของเธอในชุดผ้าถุงสีส้มแบบกระโจมอกที่แนบเนื้อจนเผยให้เห็นทรวดทรงอันเว้าคอดของเธอได้อย่างชัดเจน  

            

 

        เหมือนบุญกอบจะต้องเปลี่ยนชื่อเป็นบุญหล่นทับ เพราะในช่วงเวลาต่อมาสาวร่างเล็กผู้ซ่อนรูปก็เริ่มก้าวเข้ามาหาชายหนุ่มจากแดนอีสานอย่างเชื่องช้า จนในที่สุดเธอก็ก้าวมาหยุดยืนอยู่ในระยะประชิดกายของชายหนุ่ม ส่งผลให้กลิ่นหอมแผ่วจางจากเรือนกายขาวเนียนของหญิงสาวปลิวเข้าเตะจมูกของชายหนุ่มแบบเต็มๆ 

 

“ อืมๆ หอมจังเลย มิหนำซ้ำยังดูจะ…..บะลึมมะฮึ่มมาก ” สีหน้าของชายหนุ่มดูเหมือนจะเคลิบเคลิ้ม  โฟกัสสายตาของเขาจับจ้องไปยังเนินเนื้อเหนือทรวงอกที่แสนขาวผ่องและอัดแน่นจับตัวเป็นก้อนขนาดมหึมาจำนวนสองลูกภายในชายผ้าถุงบางที่ปิดรั้งอยู่อย่างหมิ่นเหม่ 

 

“ ตายแล้ว พี่บุญกอบ พี่มองอะไรอยู่น่ะ ” เสียงร้องอุทานที่ดูเสแสร้งของหญิงสาวดังขึ้นจนเรียกความสนใจจากชายหนุ่มได้อย่างฉับพลัน 

 

“ เอ๊ะ! เปล่า เอ่อ….พี่มะ…ไม่ได้มอง….หน้าอกของน้องแหววเลยซักนิด ” หนุ่มอีสานร่างกะทัดรัดเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าใสๆเนียนและดูอ่อนเยาว์ของหญิงสาวพร้อมการกล่าวแก้ตัวที่ดูโง่เง่าแบบสุดๆ (ใครมันจะไปเชื่อ) แต่สิ่งที่ประหลาดกว่านั้นก็คือ…..หญิงสาวยังคงแย้มยิ้มมุมปากแบบยั่วเย้าอยู่ดุจเดิม ใบหน้าขาวเนียนของสาวเจ้าดูแดงซ่านด้วยเลือดสาวที่อุ่นระอุ อันเป็นนัยๆว่าเธอไม่นึกโกรธชายหนุ่มที่กำลังทำการลวนลามเธอด้วยสายตาเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำเธอยังยื่นมือน้อยๆของเธอมาเกาะมือที่หยาบกร้านของบุญกอบอย่างนิ่มนวล 

 

“ เอ๊ะ! ” บุญกอบสะดุ้งโหยงเมื่อมือนิ่มๆของสาวน้อยมาแตะที่หลังมือของเขา แต่วินาทีต่อมาเขาก็เป็นอันต้องตกใจมากกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัวเมื่อมือบอบบางของหญิงสาวที่เกาะกุมได้พามือของเขาไปแปะที่……..ทรวงอกอวบอิ่มที่เต่งตูมของตัวเธอเอง 

             

 

      หัวใจของบุญกอบถึงกลับหล่นไปที่ตาตุ่ม แต่เอาเข้าจริงๆคาดว่าน่าจะหล่นไปไม่ถึงตาตุ่ม น่าจะร่วงหล่นไปกองแค่กึ่งกลางกายที่แกร่งเกร็งของชายหนุ่มเพียงเท่านั้น สังเกตได้จากท่อนทวนซึ่งเริ่มผงาดยืนตัวขึ้นมาอย่างรุนแรงจนปูดโปนและอัดแน่นอยู่ภายในกางเกงยีนส์ขาดเก่าของเขา 

 

“ โอ้วๆ ว้าววว ดูไปแล้วท่าทางพี่บุญกอบก็ดุเอาเรื่องเหมือนกันนี่คะ ” หญิงสาวเปิดปากร้องว้าวในทันทีเมื่อสายตาของเธอเหลือบต่ำไปประสบพบเจอกับอาวุธร้ายซึ่งมีทีท่าว่าจะยิ่งใหญ่เกินตัวอยู่ไม่ใช่น้อย 

           

 

      บุญกอบไม่ตอบคำหญิงสาว เขาเริ่มสอดส่ายสายตาไปทั่วเรือนกายเพรียวบางและขาวเนียนในชุดผ้าถุงกระโจมอกอันสั้นเต่อของหญิงสาวอย่างลานตาและจงใจ มือที่จับทรวงอกอวบอิ่มก็เริ่มขย้ำขยี้สลับเคล้นคลึงอยู่กับความมโหฬารเบื้องหน้าด้วยอาการลืมตัว 

 

“ อู้วๆ ซี้ดๆ เบาๆดิ พี่บุญกอบ อ้าๆ ” สาวแหววร้องครางสลับซู้ดปากด้วยอาการเสียวซ่าน ใบหน้าขาวนวลเริ่มบิดเบี้ยวเหยเกด้วยอาการเจ็บเสียวที่กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับการแอ่นทรวงอกอวบใหญ่ของตนขึ้นสูงคล้ายกับว่าจะเปิดโอกาสให้หนุ่มอีสานร่างเล็กผู้นี้ได้มีโอกาสบีบเคล้นอย่างถนัดถนี่มากขึ้น ซึ่งบุญกอบก็ไม่ขัดศรัทธา เขาดันกายเพรียวบางของหญิงสาวให้ถอยไปติดผนังอย่างรุนแรงพร้อมเอื้อมสองมือขึ้นบีบจับลูบคลำไปที่ทรวงอกตูมขนาดมหึมาอย่างเมามัน 

 

“ อู้วๆ อย่าๆ พี่บุญกอบ เบาๆ อ้าๆ ” หญิงสาวร้องห้ามสลับครวญครางต่อเนื่อง เรือนกายเพรียวบางเริ่มบิดส่ายไปมาด้วยความรัญจวนที่แสนจะสุดทน 

             

 

       ถึงนาทีนี้แล้ว ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีได้เลือนหายไปจากอนุสติของบุญกอบอย่างถาวรแล้ว ไม่มีคำว่า….เมียเพื่อน หรือ ชู้รัก ถ้าจะหลงเหลือคำใดในมโนจิตตอนนี้ก็คงจะมีแค่เพียงคำว่า…..ขาว….ใหญ่…..อวบ……มัน 

             

 

      เหมือนผีร้ายเข้าสิงสู่ในจิตใจ หรือบุญกอบจะเห็นเสียงครวญครางจากหญิงสาวดังเกินไปไม่ทราบได้ แต่ชายหนุ่มก็ได้ผวาเข้ากกกอดหญิงสาวพร้อมประกบปากเข้าจูบริมฝีปากบางๆของหญิงสาวอย่างดุดัน ซึ่งหญิงสาวหน้าใสก็เหมือนจะมีดีกรีทางอารมณ์ที่ร้อนระอุเช่นกัน เธอจึงจูบตอบด้วยความดุดันไม่แพ้กัน การต่อสู้ในเกมรักครั้งนี้มีทั้งการบดบี้ขยี้ถูไถสลับกับการเกี่ยวรัดพันพัวด้วยชิวหาที่พลิ้วไหวของสองหนุ่มสาวชนิดที่แทบจะชอนไชล้วงลึกเข้าไปจนถึงตับไตไส้พุงกันเลยทีเดียว 

            

 

      แม้ว่าหญิงสาวเพิ่งจะเริ่มติดไฟ แต่ทางเจ้าหนุ่มอีสานหน้ามนดูเหมือนได้เข้าสู่สภาวะสุดจะทานทนเรียบร้อยแล้ว เขาจึงรุกคืบใส่หญิงสาวหน้าขาวร่างเล็กอย่างรีบร้อนด้วยการใช้มือข้างหนึ่งโอบท่อนขาเรียวที่ขาวผ่องของหญิงสาวให้สูงขึ้นเพื่อจะเปิดช่องว่างระหว่างกึ่งกลางกายให้กว้างจนเพียงพอที่จะ………..ทิ่มแทงท่อนทวนที่แข็งเกร็งของตนเองเข้าล่วงล้ำโพรงสวาทที่หยาดเยิ้มของสาวน้อยร่างเล็ก 

 

“ ว้ายๆ!.....นี่อยู่ๆก็จะใส่กันเลยหรือ….” หญิงสาวผวาเฮือกพร้อมร้องอุทานดังเมื่อรับรู้ถึงความคับแน่นที่ชายหนุ่มเริ่มประเคนเข้าใส่เธอ  

             

 

       ทว่าชายหนุ่มอีสานหน้ามนไม่ตอบคำหญิงสาวให้มากความ เขากลับเร่งปั้นเอวแบบรัวเร็วและหนักหน่วงจนหญิงสาวไม่อาจตั้งตัวติด ร่างงามที่ขาวผ่องถึงกลับจุกเสียวด้วยแรงอัดกระแทกที่ถาโถมใส่เธออย่างดุดันและบ้าคลั่ง 

 

“ ปั้บ ปั้บ ปั้บ ” 

 

“ อ้าๆ โอ้วๆ อู้วๆ ซี้ดๆ เบาๆ อย่า อ้าๆ ” เสียงเนื้อกระทบเนื้อยามที่เรือนกายเพรียวบางของสาวเจ้าถูกกายล่ำสันของบุญกอบอัดกระแทกใส่กำแพงห้องดังสลับกับเสียงครวญของหญิงสาว ใบหน้างามเชิดสูง มือทั้งสองกดไปที่หัวไหล่ล่ำสันของชายหนุ่มพร้อมปล่อยเล็บคมบนนิ้วมือให้จิกไปยังเนื้ออ่อนตรงบริเวณหัวไหล่ของชายหนุ่มด้วยอาการลืมตัว 

          

 

       บุญกอบใช้มือขวาประคองท่อนขาอวบอิ่มที่ขาวผ่องของหญิงสาว มือซ้ายเลื่อนไปบีบเคล้นลูบคลำทั่วเรือนกายช่วงบน ไม่ว่าจะเป็นทรวงอก หน้าท้อง หัวไหล่กลมมน เอวเว้าคอดล้วนไม่พ้นมือหยาบกร้านของชายหนุ่ม ส่วนปั้นเอวก็เร่งกระแทกต่อเนื่องเพื่อการสอดใส่และทิ่มกระแทกที่หนักหน่วงมากยิ่งขึ้นตามพลังหนุ่มที่กล้าแข็งของตนเอง 

 

“ อ้าๆ…..จะๆ….ไม่ไหวแล้ว….อ้าๆ ” หญิงสาวเริ่มกระตุกกายแรงยิ่งขึ้นพร้อมร้องตะโกนดังสลับครางกระเส่าออกมาแบบไม่มีเอียงอาย  

            

 

      ถึงบุญกอบจะเป็นคนที่ไม่ค่อยฉลาดนักแต่ในเรื่องแบบนี้ แต่ไม่ว่าใครก็ย่อมจะรู้ได้อย่างชัดเจนว่ามันน่าจะใกล้ถึงจุดสิ้นสุดทางอารมณ์ของคู่ชู้สู่สวาทนางนี้อย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงเร่งปั้นเอวให้แรงและเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัวเพื่อส่งหญิงสาวสู่สวรรค์ชั้นฟ้าที่เธอฝันใฝ่ และในที่สุดมันก็ถึงจุดจบ…….. 

 

“ อ้าๆ…….ไม่ไหวแล้ว ” หญิงสาวกระตุกแรงหลายครั้งแบบต่อเนื่องพร้อมใบหน้าขาวใสที่เชิดสูง ที่เด่นชัดกว่านั้นคือ….บุญกอบรู้สึกถึงน้ำอุ่นร้อนที่หลั่งทะลักออกมาชโลมท่อนลำที่ตอนนี้กำลังฝังตัวอยู่ภายในกายของหญิงสาวอย่างชัดเจน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ชายหนุ่มยิ่งเร่งกระแทกด้วยจังหวะที่หนักขึ้นเพื่อหวังติดตามคู่สวาทของตนให้ถึงฝั่งฝันโดยไว 

 

“ ปั้บ ปั้บ ปั้บ ” 

             

 

      เรือนกายเล็กบางที่มหึมาเป็นบางส่วนของหญิงสาวสั่นสะท้านไปตามแรงกระแทกที่หนักแน่นตามแบบฉบับของหนุ่มนักกีฬา ในช่วงเวลานี้ถึงบุญกอบจะทนทรหดปานใดก็ตามแต่สุดท้ายเขาก็หนีไม่พ้นที่จะถึงฝั่งฝันของเกมสวาทและเมื่อถึงจุดจุดนั้น เขาก็อัดแก่นกายเข้าใส่หญิงสาวอย่างสุดกำลังพร้อมกกกอดไว้แน่นเพื่อหวังปลดปล่อยความสุขสมให้ลึกล้ำมากที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ 

 

“ อู้วๆ ” บุญกอบแหงนหน้านิดหนึ่งพร้อมครางออกมาเบาๆ นับเป็นอาการเสร็จสมที่ไม่สมจริงเป็นยิ่งนักอันขัดแย้งกับใบหน้าที่ดูเหยเกแบบสุดๆของเขา อาจเป็นไปว่าเป็นเพราะเส้นอารมณ์ที่อยู่ลึกของชายหนุ่มผู้นี้จึงทำให้เขาแสดงออกมาได้เพียงแค่นี้ 

 

………………………

 

“ อุ้บ ” บุญกอบครางกระเส่าโดยพยายามหดปริมาณเสียงแบบสุดๆจนทำให้เสียงครางของเขาสามารถดังลอดลำคอออกมาแค่เพียงแผ่วเบา แต่ถึงกระนั้นเขาไม่อาจหยุดยั้งการหลั่งทะลักอันรุนแรงของธาราสายรักสีขาวขุ่นได้ จึงเป็นผลให้คราบคาวสวาทดังกล่าวหลั่งทะลักไปกระทบใส่กำแพงห้องเช่าซึ่งแสนซอมซ่อของเพื่อนรักผีดิบแบบเต็มๆ 

            

 

      แรกเริ่มบุญกอบเหมือนจะไม่รู้สึกว่าจะมีอะไรที่ดูหนักหนาสาหัส เพราะเขามัวแต่เคลิ้มฝันอยู่กับวิมานชั้นฟ้าที่เขาวาดอยู่กลางอากาศ มือซ้ายของเขายังคงกำบราเซียร์ขนาดคัพ D อยู่ในมืออย่างแนบแน่นพร้อมยกมันขึ้นสูดดมด้วยความรู้สึกชื่นใจกับกลิ่นสาบของสาวน้อยที่ยังคงหลงเหลือบนเนื้อผ้าอยู่เพียงน้อยนิด แต่เมื่อความหรรษาทางอารมณ์เริ่มเจือจางลง ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีก็เริ่มกลับคืนสู่จิตใจของเขาอีกครั้งหนึ่ง 

 

“ เฮ้อ……เราไม่น่าทำแบบนี้เลย แม่งดูเหมือนพวกโรคจิตชนิดเต็มขั้น (ก็โรคจิตจริงๆนั่นแหละ ไม่แค่เหมือนหรอก) แถมยังเสือกคิดไม่ซื่อต่อเมียของเพื่อนรักที่คบหากันมาแต่เล็กแต่น้อยด้วย ” บุญกอบนึกละอายใจที่ตนกระทำการวิตถารถึงขั้นที่แอบหยิบชั้นในเมียสาวแสนสวยของเพื่อนขึ้นมาดอมดมพร้อมจินตนาการไปมากมายเพื่อสำเร็จความใคร่ให้แก่ตนเอง แต่ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้กระทำอะไรต่อ สายตาของเขาก็เหลือกโปนจนแทบหลุดจากเบ้าด้วยเพราะสายตาเจ้ากรรมมันดันไปประสบกับ………..คราบสูตรสำเร็จความใคร่สีขาวขุ่นที่เกาะตัวอยู่บนกำแพงห้องสีขาวซึ่งดูกระดำกระด่าง 

 

“ เฮ้ย! เหี้ยแล้วไง คราบแม่งติด ทำไงดีวะ ” บุญกอบหน้าตื่นพร้อมสบถดังออกมาด้วยความลืมตัว 

             

 

      ในขณะที่บุญกอบกำลังตื่นตกใจอยู่นั้นเอง เขาก็ยิ่งตกใจหนักขึ้นอีกเท่าตัวจนถึงขั้นสะดุ้งไปหลายเฮือกใหญ่ เมื่อเขาได้ยินเสียงใสๆของสาวแหววดังแว่วออกมาจากภายในห้องเช่าราคาถูก 

 

“ พี่พูดอะไรหรือ! มีใครมาหรือคะ พี่บุญกอบ ”

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalandoนักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
9 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
10 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
10 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณชอบนิยายเรื่องนี้แค่ไหน

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา