The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

9.7

เขียนโดย Jalando

วันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2562 เวลา 19.53 น.

  171 LV
  22 วิจารณ์
  87.10K อ่าน

แก้ไขเมื่อ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2562 16.46 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

126) นักดาบร่างผอม

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

เครดิตภาพจาก  https://www.wallpaperflare.com

 

      บรรยากาศในโรงฝึกดูกดดันเล็กน้อย ไม่มีการพูดคุยใดๆ ด้วยทุกคนล้วนยำเกรงเทพศาสตราที่นั่งเป็นประธาน แต่มีอีกหนึ่งหนุ่มที่กำลังร้อนรน เหมือนมีไฟสุมทรวง คนๆนั้นก็คือ……..โอคุยาสุ 

 

“ เจ้าคนแปลกหน้าหัวเขียวกับน้องหญิงเข้าไปในห้องเก็บของนานเกินไปแล้ว ทำไมไม่ออกมาซักที อิจฉาเฟ้ย เฮ้ย ไม่ใช่สิ น่าเป็นห่วงต่างหาก ” โอคุยาสุกัดฟันกรอดใหญ่ ใบหน้าเนียนใสขมวดนิ่ว 

          

 

      โอคุยาสุหงุดหงิดได้ไม่นาน ประตูห้องเก็บของก็เปิดออกและผู้ที่ก้าวออกมาก็คือ.....เด็กหนุ่มหัวเขียว เขาซ่อนร่างเล็กบางในชุดยูกาตะสีขาว อันทำให้ดูสง่ามากกว่าเดิมเป็นเท่าทวี

           

 

       แม้เด็กหนุ่มหัวเขียวจะปรากฏกายได้น่าดูชมปานใด แต่โอคุยาสุไม่สนใจ และมองไปยังบุคคลที่เดินตามมา จึงทำให้พบกับอากิเนะ ใบหน้าของเธอฉายแววไม่พอใจอย่างชัดเจน เขาเลยรู้สึกโกรธ

 

“ หน็อย.... เจ้าหนูคนนี้ บังอาจทำให้น้องหญิงหน้ามุ่ย ซักวัน เราจะสั่งสอนมันให้ได้ ฮึ่ม....... ” 

          

 

        ทว่าโอคุยาสุก็ทำได้แค่เก็บความแค้นเอาไว้ภายใน เพราะเกรงใจเทพศาสตรา ผู้เป็นอาจารย์

 

“ เอาล่ะ พร้อมแล้วใช่มั้ย เจ้าหนู ” เทพศาสตราหันไปถามมาวิน 

 

“ ฮะๆ เดี๋ยวก่อนนะ ขอเวลาทำใจอีกแวบหนึ่ง ” มาวินหัวเราะแห้งๆ เขาพยายามปลุกปลอบตัวเองให้กล้าหาญ ด้วยการสูดลมหายใจเข้าออกอยู่หลายที ทำให้ทุกคนในโรงฝึกอมยิ้มไปตามๆกัน 

 

“ ฮะ แฮ่ม พร้อมปีไหน ก็บอกนะ เจ้าหนู ข้ารอได้ ” เทพศาสตรากระแอมดังและกล่าวแซว คำคมของอาจารย์เฒ่า ทำให้บางคนในที่นั้นหลุดปากหัวเราะ

 

“ ฮะๆ ” 

            

 

        เสียงหัวเราะที่แว่วเข้ามา ทำให้มาวินรู้สึกอาย ความปอดแหกที่มีเริ่มสลายไป เหลือไว้แต่หัวใจที่บ้าบิ่น

 

“ เอ้า พร้อมแล้ว เข้ามาได้เลย เจ้าแห้ง ” มาวินกระชากเสียงเหี้ยม พร้อมชี้นิ้วไปยังคู่ต่อสู้ร่างผอมที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้า 

             

 

       เทพศาสตราแอบยิ้มนิดๆ วินาทีต่อมา ก็กลับมาเคร่งขรึมดังเดิม จากนั้นก็ประกาศเสียงดัง 

 

“ เตรียมพร้อม เคนจิ ” 

             

 

       ชายร่างผอมผู้มีนามว่า "เคนจิ" ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว พร้อมรับคำสั่งด้วยท่าทางที่ดูองอาจ 

 

“ ขอรับ ท่านอาจารย์ ” 

            

 

         ท่วงท่าของเคนจิ ทำให้มาวินกลับมาผวาอีกครั้ง ปากก็ร้องครวญเสียงอ่อย

 

“ แฮะๆ ไม่ต้องเอาจริงก็ได้มั้ง นี่แค่ซ้อมมือเอง ” 

         

 

         ทั้งมาวินและเคนจิ ก้าวมาหยัดยืนอยู่กลางลานประลอง โดยมีลูกศิษย์หนุ่มนับสิบนั่งชม ส่วนเทพศาสตรายังคงนั่งเป็นประธานอยู่ด้านในสุด ข้างกายปรากฏหลานสาวแสนสวยนั่งประกบ

         

 

        เคนจิอยู่ในท่ายืนตรง ส่วนเด็กหนุ่มหัวเขียวก็อยู่ในท่าเตรียมพร้อมเช่นกัน แต่น่าจะเป็นการเตรียมยอมแพ้หรือไม่ก็วิ่งหนีซะมากกว่า เพราะเขากำลังยืนสั่นเป็นเจ้าเข้า ทำให้เชื่อว่า.....การต่อสู้ในครั้งนี้ น่าจะรู้ผลตั้งแต่ยังไม่เริ่มประลองเสียด้วยซ้ำ

 

“ เอ้า ไอ้หนูปากกล้า เจ้าจะใช้อาวุธอะไร ” เทพศาสตราเอ่ยถาม โดยไม่สนด้วยซ้ำว่าเด็กหนุ่มจะอยู่ในสภาพพร้อมสู้หรือไม่ 

 

“ อะ.......เอ่อ ชั้นใช้อาวุธไม่เป็น ” เด็กหนุ่มตอบเสียงสั่น

            

 

        เทพศาสตรามองเด็กหนุ่มด้วยอาการพินิจ ส่วนทุกคนในที่นั้นล้วนส่ายหัวด้วยความระอา ครู่หนึ่ง ผู้อาวุโสก็กล่าวต่อ

 

“ เอาอย่างนี้แล้วกัน เพื่อให้เกิดความยุติธรรม ข้าจะให้ดาบไม้เล่มนึง อันเป็นอาวุธแบบเดียวกับเคนจิ เจ้าจะขัดข้องหรือไม่ ” 

 

“ เหอๆ ไม่กล้าขัดข้องหรอก ” มาวินหัวเราะแห้งๆ

 

“ ดี งุยโฮ เจ้าไปหยิบดาบไม้มาแจกให้กับเคนจิและเจ้าหนูปากกล้าคนนี้ ” เทพศาสตราสั่งชายร่างล่ำที่นั่งอยู่แถวหน้า นายคนนั้นจึงวิ่งไปหยิบดาบไม้ที่แขวนอยู่บนข้างฝาให้กับคู่ประลองทั้งสอง 

           

 

       ทันทีที่เคนจิได้ดาบไม้ เขาก็ตั้งท่าต่อสู้ที่ดูรัดกุม ราวกับยอดนักดาบผู้ชำนาญเพลงศึก ส่วนมาวินได้แต่ยืนถือดาบทื่อๆ พร้อมแข้งขาที่สั่นไม่หยุด ทำให้ทุกคนในโรงฝึกขบขำไปตามๆกัน จะมีก็แต่เพียงเทพศาสตราและอากิเนะที่ยังนั่งสงบ แต่ในใจของหลานสาวแสนสวยกลับรู้สึกกลัดกลุ้ม เพราะห่วงใยในสวัสดิภาพของเด็กหนุ่มหัวเขียว 

 

“ จะไหวมั้ยเนี่ย ตานั่นยิ่งดูไม่เอาไหนซะด้วย น่ากลัวจะสาหัสอีกรอบซะล่ะมั้ง ” 

          

 

        บรรยากาศก่อนการต่อสู้ค่อนข้างตึงเครียด เทพศาสตราทิ้งเวลาให้ผ่านไปครู่หนึ่ง ก่อนให้สัญญาณด้วยเสียงที่ดังกังวาน

 

“ เริ่มได้ ” 

            

 

        สิ้นเสียงสัญญาณ เคนจิก็พุ่งเข้ามาฟาดฟันมาวินอย่างรวดเร็ว ราวกับสายฟ้าแลบ ทำให้เด็กหนุ่มหัวเขียวถอยหนีไม่เป็นกระบวน 

 

“ เหวอ....... เร็วชะมัด ช้าๆหน่อย พรรคพวก ” มาวินหลบดาบไม้ของเคนจิ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ากำลังเสียขวัญ 

 

“ อุ้บๆ คิกๆ คักๆ ไม่ได้เรื่องเลย เก่งแต่หนีอย่างเดียว ” เกือบทุกคนในโรงฝึกล้วนนินทาและหัวเราะคิกคัก เว้นแต่เทพศาสตราที่ยังนั่งดูการต่อสู้ด้วยอาการสงบ ส่วนอากิเนะ เธอกำลังกัดฟันกรอดใหญ่ เพราะไม่อยากให้มาวินบาดเจ็บ

 

“ ย่ะๆ ” เคนจิตะโกนดัง เขาฟาดฟันสุดกำลัง เพลงดาบที่ปล่อยออกมานั้นรวดเร็วจนมองตามแทบไม่ทัน แต่ไม่ว่าว่องไวปานใด ก็ไม่อาจสัมผัสผิวกายของมาวิน เนื่องจากเด็กหนุ่มมีสเต็ปการหลบหลีกที่เหนือกว่า สิ่งนั้นทำให้ทุกคนหยุดหัวเราะและจ้องมองการต่อสู้เบื้องหน้าด้วยท่าทางที่ดูอึ้งๆ 

 

“ เจ้าหมอนี่เร็วใช้ได้ ขนาดนักดาบที่ว่องไวอย่างเคนจิยังตามไม่ทัน ” โอคุยาสุขบคิดอยู่ในใจ ท่าทางหมูสมันจะกลายเป็นหมูป่าเขี้ยวตันไปซะแล้ว 

          

 

       เคนจิพยายามโจมตีมาวินอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไล่ไม่จนซักที ทันทีที่รุกอีกฝ่ายจนติดกำแพง เด็กหนุ่มหัวเขียวก็ฉากออกข้าง เวลาผ่านไปประมาณ 15 นาที นักดาบร่างผอมก็เริ่มเหนื่อยหอบ 

 

“ แฮ่กๆ โจมตีมันไม่โดน อย่างกะไล่ฟันเงาผีเลย ” เคนจิบ่นพึมพำ

           

 

       มาวินนึกฉงนเล็กน้อย ทั้งที่การโจมตีของเคนจิทั้งดุดันและรวดเร็ว แต่พอตั้งใจหลบขึ้นมาจริงๆ กลับดูไม่ยากเย็น ที่น่าแปลกสุดก็คือ……...หมอนี่รุกไล่ได้ไม่นาน ก็เหนื่อยอ่อนจนแทบล้มทั้งยืน นั่นทำให้เด็กหนุ่มได้คิด 

 

“ รุกไล่เพียงแค่นี้ ก็ถึงกับหอบหนัก รึว่ามันจะอ่อนกว่าที่เราคิด ” 

           

 

       เมื่อเด็กหนุ่มคิดได้ดังนี้ กำลังใจก็พุ่งพรวดจนหายจากอาการสั่น พร้อมปลดปล่อยสกิลปากเก่งให้กลับมาหลอกหลอนผู้คนอีกครั้ง 

 

“ เอ้า เหนื่อยแล้วเหรอ พี่แห้ง ชั้นว่านายคงเป็นโรคขาดสารอาหารนะ เพราะไล่ฟันแผล็บเดียว ก็หอบซะขนาดนั้น เลิกสู้ แล้วกลับไปกินข้าวให้มากกว่านี้ดีกว่ามั้ง เหอๆ ”

            

 

       แน่นอนไม่ว่าใคร ถ้าเจอท่าทางยียวนกวนประสาทขนาดนี้ ย่อมจะทานทนไม่ได้ เคนจิจึงคำรามใส่ พร้อมรุกหนักแบบลืมตาย 

 

“ ฮึ่ม........แก ” 

           

 

       ทว่าการเคลื่อนไหวของเคนจิกลับเชื่องช้าลง เนื่องจากพละกำลังที่เริ่มเสื่อมถอย เลยทำให้เด็กหนุ่มหลีกคมดาบได้ง่ายขึ้น บางครั้งก็โชว์เหนือด้วยการโยกหลบโดยไม่ขยับปลายเท้า ทำให้ทุกคนในโรงฝึกถึงกับอึ้งไปตามๆกัน 

 

“ ผิดคาดแฮะ ตาหน้าลิงนี่เก่งขนาดนี้เลยเหรอ นึกว่าจะไม่เอาไหนไปซะทุกเรื่อง ” อากิเนะรู้สึกทึ่ง ใบหน้างามดูผ่อนคลายจนกลับมาเป็นปกติ 

 

“ หน็อย.....ฟันไม่โดนเลย นี่แน่ะ รับไป ” นักดาบร่างผอมเริ่มฟาดฟันสะเปะสะปะ เลยทำให้มาวินโยกหลบได้ง่ายกว่าเดิมจนดูเหมือนผู้ใหญ่ที่กำลังหยอกเย้าเด็ก อึดใจต่อมา เด็กหนุ่มก็ยิ้มมุมปาก พร้อมตะโกนดัง 

 

“ เอาล่ะ เปิดโอกาสให้ไล่ฟันมาตั้งนานแล้ว ทีนี้ตาชั้นบ้าง ” 

         

 

        มาวินพูดจบ ก็พุ่งสวนเข้าไป จังหวะที่ปลายดาบไม้กำลังจะกระทบหน้าอก เขาก็เบี่ยงหลบนิดนึง พร้อมกระแทกศอกไปที่ลิ้นปี่

 

“ ปั้ก ” 

           

 

       เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่น คู่ประลองทั้งสองต่างพากันนิ่งสงบ ไม่นาน ดวงตาของเคนจิก็แปรเปลี่ยนเป็นเหลือกขาว พร้อมร่วงหล่นลงไปนอนกองกับพื้นอย่างง่ายดาย เหลือไว้แต่มาวินที่ยืนยิ้มกริ่ม ปากก็กล่าวเย้ยหยันด้วยกิริยาที่ดูยิ้มเยาะ 

 

“ ฮะๆ ไปรักษาโรคขาดสารอาหารก่อน แล้วค่อยกลับมาสู้ต่อนะ พี่แห้ง ”

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดารค์ไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
10 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา