The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

9.7

เขียนโดย Jalando

วันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2562 เวลา 19.53 น.

  171 LV
  22 วิจารณ์
  87.22K อ่าน

แก้ไขเมื่อ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2562 16.46 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

127) สงสัยต้องกินลูกท้อแล้วมั้ง

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

เครดิตภาพจาก  https://wallpaperaccess.com

 

      ทุกชีวิตต่างพากันเงียบกริบ ด้วยผิดคาดกับผลการต่อสู้ การโจมตีของเด็กหนุ่มหัวเขียวทั้งรวดเร็วและรุนแรงจนถึงขั้นทำให้นักดาบมีฝีมือดีอย่างเคนจิล้มคว่ำในทีเดียว 

 

“ โห......แค่ทีเดียว อัดเคนจิสลบไปเลย ตาหน้าลิงนี่ก็เก่งเอาเรื่องเหมือนกันแฮะ ” อากิเนะอ้าปากเหวอ ดีที่ทุกคนตกตะลึงเช่นกัน เลยไม่มีใครเห็นท่าทางที่น่าอับอายของเธอ 

            

 

       มาวินยิ้มสดใสอยู่กลางลานประลอง เขาเท้าสะเอวแอ็คท่าให้ดูเท่ที่สุด พร้อมยืดอกนิดๆ เป็นนัยว่ากำลังภูมิใจกับชัยชนะเมื่อครู่ แต่เก๊กได้ไม่นาน เทพศาสตราก็กล่าวชมเชย 

 

“ เยี่ยมมาก เจ้าสามารถเอาชนะนักดาบระดับเคนจิได้ นับว่าพอมีฝีมืออยู่เหมือนกัน ” 

 

“ ฮะๆ ไม่ใช่แค่พอมีฝีมือหรอก ลุงแกนดัฟต์ แต่เข้าขั้นโคตรเก่งเลยต่างหาก ไม่เชื่อก็ขนมาลุยกับชั้นทั้งโรงฝึกเลย ” ดูเหมือนมาวินจะเหิมเกริม จึงยกยอตัวเองแบบไม่เกรงใจใคร แต่พอหลุดปากออกไป ก็นึกเหวอกับคำพูดที่ว่า “ให้ขนมาทั้งโรงฝึก”

 

“ ซวยแล้วดิ โม้มากจนได้เรื่อง ขอให้ลุงแกนดัฟต์ปล่อยผ่าน อย่าคิดจริงจังกับคำพูดพล่อยๆของชั้นเลย ” 

          

 

        แต่คำภาวนาของเด็กหนุ่มไม่เป็นผล เพราะเทพศาสตราได้ตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้ม

 

“ ในเมื่อเจ้ามั่นใจว่า….พร้อมจะสู้กับทุกคนในโรงฝึก ข้าก็จะสนองความต้องการ ” 

          

 

        มาวินยังคงแสร้งยิ้มด้วยท่าทางที่ดูมั่นใจ แต่ภายในกลับนึกกลัวและก่นด่าตัวเอง 

 

“ นั่นไง ตาลุงแกนดัฟต์เล่นเราเข้าให้แล้ว ถ้ากลับโลกได้ จะรีบไปผ่าเอาหมาออกจากปากให้หมดเลย ไอ้งั่งเอย ” 

             

 

        คล้ายว่าเทพศาสตราจะอ่านใจของมาวินได้ ชายชราเคราขาวเลยเปิดโอกาสให้เด็กหนุ่มมีสิทธิ์ชนะบ้าง 

 

“ วางใจได้ เจ้าไม่ต้องเจอกับคนทั้งโรงฝึกหรอก ขอเพียงชนะคนที่ข้าเลือกอีกสามคน ก็เชิญไปสู้กับซวงเย่ตามสบาย ” 

 

“ เชอะ นึกว่าจะส่งหมูทั้งโรงฝึกมาเข้าปากเสือซะอีก เอ้า ตกลงตามนี้ เพราะชั้นเองก็ไม่อยากรังแกเด็กน้อย ” มาวินรู้สึกโล่งอก แต่ภายนอกยังคงยืดอกโม้ต่อ ท่าทางยียวนกวนประสาทเป็นที่สุด จนนักดาบหลายคนเริ่มขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน

 

“ เจ้าพร้อมรึยัง จะได้สู้ต่อในรอบที่สอง ” เทพศาสตราเอ่ยถาม 

 

“ โอ๊ย..... ชั้นพร้อมมาตั้งแต่เกิด ลุงเอาเจ้าคนเคราะห์ร้ายเข้ามาได้แล้ว ” มาวินตอบแบบไม่คิด ทั้งที่ลมหายใจยังปั่นป่วนอยู่เล็กน้อย 

 

“ ดี งั้นคนต่อไปก็คือ……อาเบะ ” เทพศาสตรารับคำ พร้อมประกาศนามคู่ต่อสู้คนต่อไป 

            

 

        สิ้นเสียงของเทพศาสตรา ชายผู้หนึ่งก็ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว เมื่อเดินมาถึงลานประลอง ทุกคนก็พบว่าเขาคือ.....ชายร่างอ้วนที่แอบนินทาโอคุยาสุ 

 

“ ว้าว...... ไอ้หมอนี่ทั้งอ้วน ทั้งสูง ทั้งใหญ่เลยแฮะ น่าจะเกือบๆ 190 เซนติเมตรล่ะมั้ง ” มาวินอ้าปากเหวอ ดวงตาส่องสำรวจคู่ต่อสู้คนต่อไปอย่างละเอียด

              

 

        อาเบะไม่ตอบคำใด ทว่าดวงตาเล็กหยีจับจ้องมาวินไม่วางวาย ด้วยนึกหมั่นไส้เหลือประมาณ และวาดหวังว่าจะได้กระทืบเด็กหนุ่มผู้นี้ให้สมแค้น 

 

“ เอาล่ะ งุยโฮ เจ้าไปเอาอาวุธคู่ใจมาให้อาเบะ ” เทพศาสตราหันไปสั่งชายร่างล่ำสันคนเดิม ซึ่งลูกศิษย์หนุ่มนายนั้นก็ตอบสนองด้วยการห้อไปเอาอาวุธมาให้อาเบะ มันก็คือ………ค้อนไม้ขนาดใหญ่ 

 

“ ว้าว...... ขนาดอาวุธยังดูน่ากลัว อย่างกับทาร่า ในเกม ROV เลย ” มาวินโห่ร้องชมเชยอย่างสบายอารมณ์ ซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลกที่เด็กหนุ่มไม่นึกกลัวอาวุธร้ายชิ้นนี้

 

“ เอาล่ะ เมื่อทุกอย่างพร้อม ก็เริ่มต่อสู้ได้ ” เทพศาสตราให้สัญญาณ

            

 

        การต่อสู้รอบที่สองเริ่มต้นขึ้น คราวนี้ทุกอย่างดูสงบนิ่ง ไม่มีการโจมตีใดๆ อาเบะเพียงยกค้อนขึ้นมาระดับอกและจับจ้องมาวินด้วยท่าทางที่รัดกุม ส่วนเด็กหนุ่มหัวเขียวเริ่มยิ้มเย้ยเล็กน้อย ภายในคิดวางแผนอย่างใจเย็น 

 

“ ดูจากหน่วยก้าน หมอนี่คงถนัดใช้กำลัง แต่ด้วยขนาดของอาวุธ คาดว่าน่าจะโจมตีเชื่องช้าและขาดความต่อเนื่อง ดังนั้นถ้าเราหลอกล่อให้หวดพลาดจนเสียหลัก ก็เข้าไปอัดมันให้ร่วงได้ไม่ยาก ” 

           

 

        เมื่อคิดแผนการเป็นที่เรียบร้อย มาวินก็แสร้งกวักมือท้าทาย ทำให้อาเบะฉุนขาดจนใบหน้าอวบอูมแดงซ่าน ลมออกหู ปิดท้ายด้วยการสติแตกและพุ่งเข้าใส่ ปากก็ร้องคำรามเสียงดัง

 

“ แก ไอ้หัวเขียวจอมยโส ” 

           

 

        อาเบะกระโจนเข้าใส่ด้วยสปีดที่เหลือเชื่อ แต่ไม่ไวพอ มาวินมองค้อนยักษ์ที่พุ่งเข้ามาแน่วนิ่งชนิดไม่วางตา และเมื่ออาวุธร้ายห่างจากเส้นผมเพียงปลายนิ้ว เด็กหนุ่มก็ฉากหลบไปทางซ้าย

 

“ โครม ” 

           

 

        เสียงค้อนยักษ์ดังสนั่น ความแรงนั้นทำให้พื้นโรงฝึกถึงกับโหว่เป็นรูใหญ่ แม้อาเบะจะมีพลังมากเพียงใด แต่ถ้าโจมตีไม่ถูก ก็ไร้ความหมายโดยสิ้นเชิง เหตุผลนี้ทำให้มาวินเริ่มย่ามใจ พร้อมตวาดไปหนึ่งคำ 

 

“ เสร็จชั้นล่ะ เจ้าอ้วน รับนี่ไป ” 

            

 

        สิ้นเสียงตวาด มาวินก็พุ่งเข้าไปอัดอาเบะด้วยหมัดขวา กำปั้นที่หนักหน่วงกระแทกใส่ระหว่างคิ้ว ส่งผลให้ร่างอ้วนใหญ่เซถอยหลังไปเล็กน้อย 

 

“ ฮะๆ โดนชั้นต่อยเข้าไปเต็มแรงแบบนี้ น็อคในทีเดียวแน่ๆ ” มาวินกล่าวกับตัวเอง พร้อมเงยหน้าขึ้นชมผลงาน ทว่าสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าก็คือ…ชายร่างอ้วนใหญ่ที่กำลังหมุนคอไปมา คล้ายคนที่กำลังสลัดอาการเมื่อยขบหลังนอนตกหมอนมาทั้งคืน 

 

“ เฮ้ๆ นายโดนชั้นต่อยไปเต็มๆเลยนี่หว่า ไม่คิดจะล้มหน่อยเหรอ ” มาวินเอ่ยถามงงๆ พร้อมยกกำปั้นขึ้นเช็คดูว่ามันหมดอายุแล้วรึยัง เพราะไม่สามารถกล่อมชายอ้วนให้หลับได้ ทว่าอีกฝ่ายกลับตอบเรียบๆ 

 

“ นั่นเขาเรียกว่าต่อยแล้วเหรอ ชั้นนึกว่านายสะกิดซะอีก ” 

            

 

         มาวินเริ่มตื่นกลัวและวิตกกังวล.... “หรือว่าหมัดของเขาจะหมดอายุ” แต่สุดท้ายก็กลับมาสำนึกถึงความเป็นจริง

 

“ จะบ้ารึไง หมัดมีวันหมดอายุด้วยเหรอ มันไม่ใช่อาหารกระป๋องนะเฟ้ย ” 

 

“ บ้าน่า ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ ไม่มีใครทนทรหดขนาดนั้นหรอก อย่างน้อย ต้องมีมึนงงบ้างล่ะน่า..... ” มาวินสบถเบาๆ พร้อมกำหมัดแน่น 

 

“ ฮ่าๆ ถ้ายังไม่แน่ใจ ก็ลองโจมตีเข้ามาอีกที ชั้นไม่หลบนายหรอก เจ้าหัวเขียว ” อาเบะเริ่มยิ้มเยาะและร้องท้าทาย 

 

“ ฮึ่ม...... เมื่อกี้มันฟลุ๊คโว๊ย หมัดของชั้นคงพลาดเป้า แต่คราวนี้ นายเจ็บแน่ ” มาวินรับคำท้าด้วยการพุ่งเข้าใส่อาเบะสุดกำลัง พร้อมปลดปล่อยกระบวนท่าถนัดออกมา

 

“ พยุหะกรงเล็บแมวป่า ” 

          

 

         พายุกรงเล็บนับสิบสาดใส่อาเบะอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นลำคอ ปลายคาง หัวไหล่ หน้าอก ทุกสัดส่วนล้วนไม่พ้นการจู่โจมที่ดุดัน

 

“ ปึก ปึก ปึก........ ” 

           

 

         มาวินปลดปล่อยกระบวนท่าใส่อาเบะหลายสิบดอก จากนั้นก็ถอยฉากออกมาหอบเหนื่อย 

 

“ แฮ่กๆ ได้ผลมั้ยนะ ” 

           

 

        ทว่าสิ่งที่ปรากฏตรงหน้า แทบทำให้เด็กหนุ่มล้มทั้งยืน ด้วยชายร่างอ้วนยังคงยิ้มแฉ่ง พร้อมยืดตัวตรงอย่างภาคภูมิ คล้ายกับว่าพายุกรงเล็บที่ประเคนเมื่อครู่ มีน้ำหนักเบายิ่งกว่ายุงกัด 

 

“ ไอ่หย่า ตกลงนายไม่คิดจะเจ็บซักหน่อยเลยเหรอ เป็นแบบนี้ ชั้นเสียกำลังใจนะ ” มาวินถามเสียงอ่อย 

 

“ ฮ่าๆ จะเจ็บได้ยังไงเล่า หมัดของนายเบาอย่างกับนุ่น ” อาเบะตบหน้าอกที่อุดมไปด้วยไขมัน นั่นยิ่งทำให้มาวินรู้สึกเสียขวัญยิ่งกว่าเดิม

              

 

         ทั้งสองจดๆจ้องๆกันอยู่หลายอึดใจ ด้านอาเบะ เขาคิดหาทางฟาดศัตรูให้สลบคาค้อนใหญ่ ส่วนมาวินก็พยายามเค้นสมองหากระบวนท่าจู่โจมที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม สุดท้าย ก็เป็นฝ่ายเด็กหนุ่มที่คิดได้ก่อน

 

“ เฮ้ นายอ้วน ” มาวินร้องทัก แต่ดูเหมือนว่าผู้ถูกขนานนามจะไม่ชอบชื่อนี้ จึงตวาดกลับเสียงดัง 

 

“ ชั้นไม่ได้ชื่ออ้วน ชั้นชื่ออาเบะ ” 

 

“ เออ จะชื่ออะไรก็ช่าง นายมั่นใจในความแข็งแรงของตัวเองใช่มั้ย งั้นกล้าพอจะรับกระบวนท่าต่อไปหรือไม่ ” มาวินยั่วยุด้วยกระแสเสียงที่เร่งเร้า 

 

“ ฮ่าๆ จัดมา น้ำหนักหมัดอย่างนายไม่อาจระคายผิวของชั้นหรอก ” อาเบะหัวเราะลั่น ดูเหมือนชายร่างอ้วนจะติดประมาทเข้าให้แล้ว 

 

“ เหอๆ เดี๋ยวรู้กัน เตรียมรับมือให้ดี ใครผิดคำพูด ถือว่าไม่แน่จริง ” มาวินยังคงยั่วยุต่อไป

 

“ เข้ามาเลย ไอ้เด็กหัวเขียว ” อาเบะตอบทันควัน บ่งบอกว่าเนื้อแท้ของหนุ่มอวบระยะสุดท้าย น่าจะกวนบาทาอยู่ไม่น้อย 

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดารค์ไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
10 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา