ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.

  10 บท
  0 วิจารณ์
  69 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 23.39 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

3) วิ่งแข่ง

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ
ขนาดตัวอักษร เล็ก กลาง ใหญ่ ใหญ่มาก
วันต่อมา ราห์ซูร์เก็บข้าวของออกจากบ้านเด็กกำพร้า ท่ามกลางเสียงคัดค้านและสายตาที่เป็นห่วงของผู้ดูแลหลายคน เขาไม่หันกลับมามอง แค่แบกกระเป๋าแล้วเดินออกไปด้วยก้าวที่หนักแน่นแต่ใจสั่นพร่า
เป้าหมายของเขาคือค่ายทหาร — สถานที่ลงทะเบียนสำหรับผู้สมัครเป็นทหาร ที่ซึ่งเขาเชื่อว่าจะเริ่มต้นทางออกสู่อนาคตที่ต้องการ ตามที่ได้ยินมาหากอายุถึงเกณฑ์ 18 ปี ก็สามารถสมัครได้ทันที โดยไม่มีการสอบคัดเลือกแบบเป็นทางการ มีเพียงการทดสอบสมรรถภาพทางกายเพื่อประเมินคะแนนและกำหนดระดับเงินเดือนเท่านั้น
เมื่อเขาเดินเข้ามาในเขตค่าย เสียงพูดคุยและกิจวัตรประจำวันของทหารดังอยู่ทั่วไป แต่บรรยากาศทันใดก็เปลี่ยนไปเมื่อประตูอาคารเขตวังชั้นในเปิดออก — และคนที่เดินออกมาคือหัวหน้าหน่วยองครักษ์ คาเรน ไครอส ชายผมสีทอง ดวงตาสีทอง เส้นสูงใหญ่ถึง 190 เซนติเมตร สวมเกราะทองเปล่งประกายเพียงยืนเฉย ๆ ก็เรียกความเคารพได้ทั้งลาน เขาเหมือนเสาหลักที่รองรับความยิ่งใหญ่ของอาณาจักร
สองทหารสวมเกราะทองเดินตามเขามาอย่างสง่างาม ทหารคนอื่น ๆ พากันรวมตัวเข้าไปทำความเคารพ พลทหารหญิงกระซิบกระซาบและเขย่าแขนกันอย่างตื่นเต้น แต่ไม่มีเสียงกรีดร้อง เพราะทุกคนรู้ถึงภาพพจน์ที่ต้องรักษาต่อหน้า คาเรน
ฝั่งตรงข้าม กลุ่มผู้ใช้เวทและนักปรุงยา ซึ่งมักเป็นผู้หญิง ก็กำลังรวมตัวชื่นชมบารมีของชายผู้นั้น แต่สิ่งที่ราห์ซูร์มองหา—เอมิลี่—กลับไม่อยู่ที่นั่น เมื่อไม่มีใบหน้าของเธอ เขากลับจ้องคาเรนด้วยสายตาเหมือนคนจะผูกคอ ความเกลียดชังพุ่งขึ้นจนแทบจะสำลัก เขาพูดกับตัวเองเสียงพร่า ราวกับเตรียมจะข่มจิตใจ
        “ฉันควรฆ่ามันตอนนี้เลยดีไหม? ทำแบบนั้นทุกอย่างก็คงจบ — ฉันจะฆ่ามัน!!!”
 

 
ขณะเดียวกัน
บนถนนที่ทอดตรงสู่อาณาเขตค่ายทหาร แซร์ค วาเลน — หนุ่มน้อยวัยสิบแปด ผมสีฟ้าอ่อนจนเกือบขาว ตาสีฟ้าสดใส— เดินตัวพลิ้วไปตามทางราวกับกำลังฮัมเพลงเบา ๆ
        “วันนี้ฉันจะไปสมัครเป็นทหาร” เขาพึมพำราวกับร้องเพลง ก่อนจะทำหน้ารำคาญเบา ๆ เมื่อนึกถึงคำสั่งของบิดา: ห้ามทำตัวเด่น ห้ามเป็นจุดสนใจ ห้ามก่อกวน และห้ามสารพัดเรื่องที่ขัดกับภาพลักษณ์ของตระกูล
ตระกูลวาเลนดูเหมือนเป็นครอบครัวทหารธรรมดา — ปู่คาล์ วาเลน ผู้รักษาประตูเมือง และอิเรน วาเลน พ่อผู้เป็นทหารลาดตระเวน — แต่เบื้องหลังความเรียบง่ายนั้น มีเงามืดที่คนภายนอกไม่อาจเห็นได้ ชื่อเสียงของตระกูลไม่ได้ถูกสร้างจากการแสดงตน หากแต่จากความสามารถที่ถูกซ่อนไว้ในเงามืด ปู่คาล์เคยเป็นหนึ่งในหกยอดมือสังหารของวาเลเธีย และตำแหน่งนั้นก็ถ่ายทอดมาสู่พ่อของแซร์ค จนความคาดหวังและแรงกดดันตกทอดมายังรุ่นลูก
แซร์ครู้ดีว่าการมาสมัครวันนี้เป็นเพียงพิธีการภายนอก ทว่าในมุมมืดของค่าย มีผู้สอดส่อง — สายลับแฝงตัวในคราบทหาร จะจับตาดูพฤติกรรมและจดบันทึกคะแนนเป็นเดือน ๆ แต่เขาดูไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่
        “มาทำวันธรรมดาให้ไม่น่าเบื่อกันดีกว่า” เขาหัวเราะพึมพำกับตัวเอง “หรือบางที...หาเรื่องสนุก ๆ ระหว่างทดสอบสมรรถภาพก็ไม่เลวนะ ฮ่า ฮ่า — แซร์ค แกนี่มันเด็ดจริง ๆ!”
 
ทันทีที่เท้าเหยียบถึงหน้าค่ายทหาร แซร์ค วาเลน รู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่อบอวลอยู่ตรงทางเข้า มันหนักหน่วงจนขนลุกไปทั้งแขน เขากวาดสายตาไปรอบ ๆ และพบชายหนุ่มวัยไล่เลี่ยกันคนหนึ่ง — หน้าตาเหมือนพวกหนอนหนังสือเงียบ ๆ แต่สิ่งที่ปล่อยออกมาจากตัวเขา...คือ จิตสังหาร ที่เข้มข้นจนแทบมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
แซร์คเคยเจอความตายมานับไม่ถ้วน ตั้งแต่ติดตามพ่อไปลอบสังหารโจร ไปจนถึงการต่อสู้กับสัตว์ประหลาดตอนอายุเพียงสิบห้า แต่แรงกดดันแบบนี้ — ไม่เคยเจอมาก่อนเลยสักครั้ง
ความกลัวแล่นผ่านร่างในเสี้ยววินาที แต่ตามมาด้วยความรู้สึกคันยิบ ๆ แห่งความตื่นเต้น เขายิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
และเมื่อมองตามสายตาของชายหนุ่มผู้นั้น เขาก็พบจุดหมายของจิตสังหารนั้น — หัวหน้าหน่วยองครักษ์ คาเรน ไครอส กำลังเดินผ่านฝูงทหารในชุดเกราะทองเปล่งประกาย
แซร์คหัวเราะเบา ๆ พลางเอียงคอมอง “โอ้ว... เข้าใจละ นายก็ไม่ชอบไอ้หมอนั่นเหมือนฉันสินะ”
เขาเดินเข้าไปหาและวางมือลงบนไหล่ของชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่เกรงใจ
        “ไง เพื่อน มาสมัครเป็นทหารเหมือนกันเหรอ? ฉัน แซร์ค วาเลน — มาเป็นเพื่อนกันหน่อยเป็นไง?”
 
สัมผัสนั้นทำให้ราห์ซูร์สะดุ้งสุดตัว จิตสังหารที่กำลังพุ่งตรงไปยังคาเรนขาดสะบั้นลงทันที
ไอ้หมอนี่เป็นใคร...มาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?เขาคิดในใจ พลางมองอีกฝ่ายด้วยสายตาไม่ไว้ใจ แต่ความสงสัยนั้นถูกกลบไปอย่างรวดเร็วด้วยความเย็นชาก็แค่ทหารเลวอีกคน...ฉันไม่เสียเวลาคุยกับพวกแกหรอก ในสงครามจริงพวกแกคงตายตั้งแต่การปะทะครั้งแรกแล้ว
เขาไม่พูดอะไรต่อ เดินตรงเข้าไปในอาคารลงทะเบียนด้วยสีหน้าว่างเปล่า
 
แซร์คมองตามด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประจำตัว “หึ...หยิ่งซะด้วย” เขาพึมพำ ก่อนจะยักไหล่แล้วเดินตามเข้าไปอย่างไม่ทุกข์ร้อน
ภายในอาคาร กลิ่นเหงื่อและเหล็กจากอาวุธอบอวลทั่วห้อง ราห์ซูร์กำลังนั่งกรอกใบสมัครด้วยสีหน้าเรียบเฉย ส่วนแซร์คเข้าไปขอแบบฟอร์มจากลุงทหารเฝ้าประจำโต๊ะ
        “ไงลุง สบายดีไหม?” เขาเปิดบทสนทนาด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ
ลุงทหารเหลือบตามองแล้วหัวเราะ “ก็ดีสิ แล้วพ่อแกเป็นไงบ้างล่ะ?”
        “ออกไปลาดตระเวนสามวันแล้วยังไม่กลับเลย” แซร์คตอบพลางทำเสียงยียวน “บางทีก็สงสัยเหมือนกันนะ ว่างานพ่อนี่ดูสบายจัง ออกไปตกปลา ล่าสัตว์นอกอาณาจักร กินภาษีชาวบ้านไปวัน ๆ ฮ่า ฮ่า!”
เขาพูดพลางยักไหล่ ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าพ่อกำลังปฏิบัติภารกิจลับเกี่ยวกับลัทธิมืดนอกเมือง
ลุงทหารทำหน้าขรึม “เฮ้ ไอ้หนู ระวังปากหน่อย ทหารลาดตระเวนน่ะ เสี่ยงตายกว่าพวกอยู่ในรั้วเยอะ”ว่าแล้วก็หยิบแบบฟอร์มให้
        “ครับ ๆ ผมแค่พูดเล่นเอง” แซร์คตอบพลางรับกระดาษมากรอกข้าง ๆ ราห์ซูร์
สายตาเจ้ากรรมของเขาแอบเหลือบมองไปยังแบบฟอร์มของชายข้างตัว —
        “ว้าว...ชื่อ ราห์ซูร์? ไม่มีนามสกุลเหรอ?”เขาพูดเสียงดังด้วยความอยากรู้ “พวกเด็กกำพร้ามักไม่มีนามสกุลสินะ ฉันเคยได้ยินมาแบบนั้น”
ไม่ทันขาดคำ หมัดตรงจากราห์ซูร์พุ่งเข้าใส่หน้าเขาทันที!แต่แซร์คเอนตัวหลบได้อย่างง่ายดาย รอยยิ้มยังไม่จาง
        “โว้วว! ชายหนุ่มเลือดร้อน เจ๋งเป็นบ้า!” เขาหัวเราะลั่นอย่างถูกใจ
ราห์ซูร์มองหมัดตัวเองด้วยความตกใจ — มันช้า...และอืดอาดอย่างกับของคนที่ร่างกายไม่คุ้นเคยกับการต่อสู้เลยสักนิด เขาเพิ่งตระหนักว่าร่างนี้คือร่างวัยหนุ่มสิบเก้าปีของตัวเอง — ร่างของหนอนหนังสือที่ยังยกจอบแทบไม่ขึ้น จะให้พูดถึงดาบก็คงฝันไป
เสียงดุดังขึ้นจากโต๊ะเจ้าหน้าที่        “เฮ่! พวกแก! ถ้าก่อเรื่องในนี้อีกล่ะก็ ได้นอนคุกทหารตั้งแต่วันแรกแน่!!”
แซร์คชะงักแล้วหันไปยกมือไหว้แบบเล่น ๆ        “รับทราบครับท่านลุง!”
แต่ในขณะที่ทุกคนกลับไปทำธุระของตัวเอง รอยยิ้มบาง ๆ ยังไม่หายไปจากหน้าแซร์ค วาเลน —รอยยิ้มของชายหนุ่มที่มองเห็นใน “ราห์ซูร์” ไม่ใช่แค่ผู้สมัครทหารธรรมดา...แต่คือใครบางคนที่น่าสนใจเกินกว่าจะปล่อยผ่านไปง่าย ๆ
หลังจากกรอกเอกสารเสร็จ ทั้งราห์ซูร์และแซร์คเดินไปยื่นใบสมัครต่อหน้าลุงทหารที่เฝ้าโต๊ะรับสมัคร เขายื่นของบางอย่างมาให้ — ปลอกแขนเหล็กเก่าขึ้นสนิม ข้างละอัน
        ลุงทหาร: “สวมไว้ซะ นี่คือเครื่องตรวจระยะทาง วันแรกพวกนายจะต้องวิ่งรอบเมืองสิบรอบ ปลอกแขนนี่จะบันทึกตำแหน่งและเช็คพอยท์ของแต่ละจุด มันจะนับรอบให้ด้วย”
แซร์คยกปลอกแขนขึ้นดู พลางหัวเราะเสียงดัง
        แซร์ค: “ฮ่า ๆ ได้ลองใช้ของโบราณกับเขาสักที — ลุง รอบเมืองตามกำแพงชั้นนอกนั่นรอบละห้าสิบสองกิโลเมตรนะ ถามจริง...เคยมีใครวิ่งครบสักคนไหมเนี่ย จะให้วิ่งสิบรอบในวันเดียว มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว!”
        ลุงทหาร: “ก็ไม่เคยมีใครถึงไงล่ะนังหนู เพราะงั้นถึงกำหนดไว้สิบรอบ สูงสุดที่เคยได้ก็เจ็ดรอบในหกชั่วโมง — ไม่พัก ไม่กิน”
ราห์ซูร์ที่ยืนฟังเงียบ ๆ เอ่ยถามเสียงเรียบ
        ราห์ซูร์: “คะแนนมีผลต่อการเลื่อนขั้นไหม?”
        ลุงทหาร: “แน่นอน ได้เงินมากขึ้น เลื่อนขั้นไวขึ้น”
ราห์ซูร์พยักหน้า ดวงตานิ่งแต่หนักแน่น
        ราห์ซูร์: “งั้น...ผมจะวิ่งให้ครบสิบรอบ”
พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินออกไปทันที โดยไม่สนใจคำพูดหรือเสียงหัวเราะของใคร
แซร์คยืนมองตาม พลางหัวเราะเบา ๆ
        แซร์ค: “นั่นแหละ...เพื่อนคนใหม่ของฉัน”รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้า — เขาเชื่อว่าชายคนนั้นจะทำในสิ่งที่ไม่มีใครทำได้
 

 
ผ่านไปยี่สิบนาที...
ราห์ซูร์ทรุดคุกเข่ากับพื้น หอบหายใจแรงจนแทบขาดใจ เหงื่อไหลท่วมหน้า เขาวิ่งได้เพียงสามกิโลเมตร ก่อนร่างกายจะเริ่มสั่นระริกจากความอ่อนล้า ข้าง ๆ เขาคือแซร์ค วาเลน ผู้ยืนจิบน้ำจากกระบอกน้ำไม้ไผ่ที่เพิ่งซื้อมาจากตลาด — เขายังไม่ลืมซื้อมาเผื่ออีกกระบอกหนึ่ง
        แซร์ค: “เฮ้ นาย...อย่าบ้าจี้เชื่อลุงนั่นสิ”เขายื่นกระบอกน้ำให้ราห์ซูร์พลางหัวเราะ “ไม่มีใครวิ่งครบหรอก วิ่งไม่ถึงก็ได้เข้าเป็นทหารอยู่ดี — ส่งไปล้างจาน ทำครัว ทำความสะอาดอาวุธ สบายสุด ๆ รู้ไหม”
ราห์ซูร์รับกระบอกน้ำมาดื่มโดยไม่พูดอะไร สีหน้ายังหงุดหงิดจากความล้มเหลว
แซร์คเท้าคาง มองอีกฝ่ายอย่างพินิจ
        แซร์ค: “รู้ไหม คนเราน่ะ เวลาจะทำอะไรโง่ ๆ มักมีแค่สองอย่างที่ผลักดันอยู่ข้างใน — ความตายกับความรัก...”เขาหยุดยิ้ม แล้วชี้นิ้วไปที่ราห์ซูร์ “ฉันเดาว่านายเป็นอย่างหลัง ใช่ไหม?”
ราห์ซูร์เหลือบตามองอย่างเย็นชา
        ราห์ซูร์: “มีใครเคยบอกไหมว่านายมันน่ารำคาญ...”
        แซร์ค: “ไม่มีเลย! เพราะฉันไม่เคยมีเพื่อน — นายเป็นคนแรกนะ ดีใจไว้ด้วยสิ!”
ราห์ซูร์เงียบ ไม่ตอบ แต่ในใจกลับพึมพำอย่างเย็นเยียบ
ไอ้คนน่ารำคาญนี่...ชื่อว่าแซร์คใช่ไหม? ฉันจะสะบัดแกให้หลุดให้ได้... ให้รู้ว่าเราไม่ใช่คนชั้นเดียวกัน แต่ก่อนอื่น...ฉันต้องเตรียมร่างกายนี้ให้พร้อมก่อน
เขาเริ่มหลับตา สูดลมหายใจลึก แล้วเอ่ยเสียงต่ำ
“เริ่มร่ายเวทจัดการซ้ำสี่บท...”
วงเวทเรืองแสงขนาดเล็กผุดขึ้นรอบตัว

คาถารักษาขนาดเล็ก — ทุก 10 นาที
คาถาเพิ่มความเร็ว — ทุก 5 นาที
คาถาแรงโน้มถ่วงกลับด้าน — ทุก 30 วินาที
คาถาเสริมความแข็งแรงของแร่ธาตุในร่าง — ทุก 15 นาที

แสงเวทไหลเวียนเป็นวงหมุนรอบตัวเขา ร่างของราห์ซูร์ค่อย ๆ ลอยขึ้นจากพื้น เสียงอากาศสั่นไหวรอบตัว
พอปลายเท้าแตะพื้นอีกครั้ง — เขาพุ่งตัวไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงจนฝุ่นตลบ
แซร์คยืนอึ้งอยู่กับที่ ก่อนจะหัวเราะออกมา        แซร์ค: “โธ่เอ้ย! ลงอีแบบนี้ พ่อด่าหูชาแน่!!”
พูดจบ เขาก็ออกวิ่งตามไปทันที — เสียงฝีเท้าทั้งคู่ประสานกันบนถนนรอบกำแพงเมือง เสียงลมหายใจและฝุ่นควันกลายเป็นประกายแห่งการแข่งขัน
แซร์ควิ่งตามราห์ซูร์ได้อย่างง่ายดาย เหงื่อแทบไม่ปรากฏบนใบหน้า เขาพูดทั้งที่ยังวิ่งอยู่ด้วยน้ำเสียงร่าเริงราวกับออกมาวิ่งเล่นในวันหยุด
        แซร์ค: “เฮ้ เพื่อน นายมีเรื่องไม่พอใจกับ คาเรน เหรอ? บอกฉันได้นะ ฉันก็ไม่ชอบหมอนั่นเหมือนกัน”
ราห์ซูร์ไม่ตอบ ดวงตาแน่วนิ่ง มุ่งตรงไปข้างหน้า ความตั้งใจของเขาแน่วแน่จนแทบไม่สนเสียงใคร
        แซร์ค: “อย่าว่าฉันยุ่งเลยนะเพื่อน”เขาหัวเราะเบา ๆ พลางเหลือบมองวงเวทจาง ๆ ที่หมุนรอบตัวราห์ซูร์ “เมื่อกี้ฉันเห็นนะ นายใช้เวทมนตร์แบบนั้นไม่เคยเห็นมาก่อนเลย นายเป็นจอมเวทหรือผู้วิเศษใช่ไหม? แล้วทำไมไม่ไปสมัครกับสำนักจอมเวทล่ะ ทางนั้นไฮโซกว่าเยอะ—สาว ๆ เพียบ แถมดูดีกว่าทหารราบตั้งเยอะ”
ราห์ซูร์กัดฟันแน่น เร่งฝีเท้าขึ้นจนลมตัดหน้า
        ราห์ซูร์: “ฉันไม่ต้องการของไร้สาระพวกนั้น”
แซร์คหัวเราะในลำคอ วิ่งตามอย่างง่ายดาย
        แซร์ค: “งั้นฉันเดาอีกข้อ...เป้าหมายของนายคือ หน่วยราชองค์รักษ์ ใช่ไหม?”
ทันใดนั้น ราห์ซูร์สะดุดเท้าตัวเอง ล้มหน้าทิ่มลงกับพื้นดินอย่างแรง
        แซร์ค: “ปิ๊งป่อง! ถูกต้องนะครับบบ~!”เขาพูดพลางยิ้มกว้าง
ราห์ซูร์ลุกขึ้นอย่างหงุดหงิด ดินติดเต็มหน้า “นั่นไม่ใช่เรื่องของนาย”เขาจ้องหน้าอีกฝ่าย ดวงตาเริ่มเรืองวาว “หรือจะให้ฉันฆ่านายตอนนี้เลยดีไหม?”
แต่แซร์คกลับยกมือขึ้นหัวเราะเบา ๆ
        แซร์ค: “อย่าเลยเพื่อน นายจะมีปัญหาใหญ่แน่ถ้าทำแบบนั้น”เขาเท้าคางพูดด้วยท่าทีล้อเล่น “รู้ไหม ตระกูลฉันเป็นทหารรับใช้มาแล้วสองรุ่น ทุกคนในกองทัพรู้จักฉัน ถ้า ‘คนดัง’ อย่างฉันหายไป เรื่องนี้ไม่เงียบแน่”เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย “อีกอย่างนะ...ถ้านายอยากไต่เต้าเร็ว ฉันช่วยได้ ฉันรู้จักที่นี่ทุกซอกทุกมุมเลย มาร่วมมือกันไหม?”
ราห์ซูร์ขมวดคิ้ว มองอีกฝ่ายอย่างระแวดระวัง “ทำไมนายถึงอยากช่วยฉันขนาดนั้น?”
คำถามนั้นเพิ่งหลุดจากปาก แซร์คก็ชักมีดเล็กขึ้นมาจ่อคอของเขาในพริบตา — เร็วจนแทบมองไม่เห็นว่าอีกฝ่ายขยับตอนไหน
        แซร์ค (เสียงเยือกเย็น): “เพราะนาย...อันตรายเกินไป”สายตาเขาคมเฉียบและนิ่งสงัด ก่อนริมฝีปากจะยกยิ้ม “แต่ก็เพราะแบบนั้นแหละ — ฉันอยากมีเพื่อนอย่างนายมากกว่าฆ่านาย”
เขาหมุนข้อมือเก็บมีดกลับเข้าในปลอกอย่างแนบเนียนราวไม่เคยชักออกมาเลย
ราห์ซูร์ขยับตัวช้า ๆ พลางพูดเสียงต่ำ
        ราห์ซูร์: “เร็วเกินไป...สำหรับทหารธรรมดา”
ในหัวของเขา เสียงความคิดดังแทรกขึ้น ชื่อของแกไม่อยู่ในข้อมูลอนาคตของฉันเลย แต่หมอนี่เป็นทหารเลวที่ไม่ธรรมดาเลย อาจเป็นประโยชน์ได้
แซร์คเอียงคอ ยิ้มมุมปาก
        แซร์ค: “ส่วนนายก็ใช้เวทได้ดีเกินไปสำหรับทหารธรรมดาเหมือนกันนะ”เขายื่นมือมา “ทหารน่ะ ต้องทำงานเป็นทีม — มีคู่หูไง เพื่อน”
ราห์ซูร์จ้องมือนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือขึ้นจับแน่น
        ราห์ซูร์: “โอเค...ตามฉันให้ทันก็แล้วกัน”
พูดจบ เขาเริ่มร่ายเวทใหม่อีกครั้ง แสงเวทหมุนรอบขาและไหล่ ก่อนจะพุ่งตัวออกไปด้วยความเร็วเหนือสายตา
แซร์คหัวเราะลั่น “หึหึ...ได้เลย ลูกพี่!”
 
เข้าสู่รอบที่แปดของการทดสอบ — เสียงหอบและลมหายใจดังประสานกันอยู่กลางแสงแดดบ่าย
แซร์ค วาเลน ที่เคยหัวเราะมาตลอดเริ่มหมดแรง เขาทรุดตัวลงกับพื้นอย่างช้า ๆ เหงื่อไหลชุ่มจนเสื้อแนบตัว ร่างกายร้อนระอุเหมือนจะไหม้
        แซร์ค: “หมดสภาพแล้วฉัน...ยอมแพ้แล้วจริง ๆ”
ราห์ซูร์หยุดวิ่ง ยืนนิ่งเขาไม่พูดอะไร ก่อนจะเดินออกจากเส้นทางไปยังร้านค้าใกล้ ๆ ซื้อกระบอกน้ำกลับมา ก่อนยื่นให้ชายที่นอนหอบอยู่บนพื้นหิน
        ราห์ซูร์: “เฮ้ ดื่มซะ... ถ้านายตายขึ้นมา ฉันคงมีปัญหาแน่”
แซร์คหัวเราะแห้ง ๆ พลางรับกระบอกน้ำมาดื่ม “นายไปเถอะ ไม่ต้องรอฉันหรอก วิ่งไม่ครบสิบรอบก็ไม่ได้สอบตกอยู่แล้วจำได้ไหม?”เขายิ้มจาง ๆ “ฉันวิ่งได้เจ็ดรอบ เท่ากับสถิติสูงสุดแล้วนะ... แค่นี้ก็เด่นเกินพอ ฉันไม่ควรทำตัวให้เด่นกว่านี้ด้วยซ้ำ”
ราห์ซูร์ยืนนิ่ง มองเพื่อนใหม่ด้วยสายตานิ่งสงบ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
        ราห์ซูร์: “อยากไปต่อให้จบไหม?”เขายื่นมือมา “อีกสองรอบ... ไปเอาชัยชนะด้วยกัน”
แซร์คนิ่งงัน — ภายในใจของเขากำลังขัดแย้งกับคำสั่งของบิดา
ห้ามเด่น ห้ามโดด ห้ามเป็นที่จับตา...แต่ตอนนี้ เขากลับรู้สึกว่าการ “เด่น” ร่วมกับใครสักคนแบบนี้... มันดีเหลือเกิน
        แซร์ค: “ฮึ่ม... ฉันคงทำผิดกฎของบ้านไปตั้งแต่รอบที่สามแล้วล่ะ เอาให้ครบสิบรอบไปเลยก็แล้วกัน”
ทันทีที่คำตอบนั้นหลุดจากปาก วงเวทขนาดเล็กก็ผุดขึ้นใต้ที่นั่งของแซร์ค แสงสีฟ้าเรืองจาง ๆ ไหลเวียนทั่วร่าง — คาถารักษาถูกส่งต่อจากราห์ซูร์ทันที
        ราห์ซูร์: “อย่างนาย... แค่คาถารักษาระดับต่ำก็เพียงพอแล้ว”
แซร์คหัวเราะเบา ๆ พลางหมุนแขน
        แซร์ค: “แบบนี้มันเรียกว่าโกงหรือเปล่า?”
ราห์ซูร์เหลือบตามองและตอบเรียบ ๆ
        ราห์ซูร์: “นายพูดเองไม่ใช่เหรอ — ทหารต้องทำงานเป็นทีม”

เสียงเครื่องบอกระยะที่สำนักงานทหาร แสงสีแดงบนตัวเลข “8” กระพริบอ่อนแรง ต่างกับเสียงฮือฮาของทหารรอบข้างที่เริ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
หลายคนหยุดงานที่ทำอยู่ แล้วมุ่งหน้าไปยังแนวกำแพงเมืองเพื่อดูด้วยตาตัวเอง — สองทหารใหม่กำลังทำลายสถิติที่ไม่มีใครแตะต้องมานานนับสิบปี
แสงอาทิตย์คล้อยต่ำ เสียงฝีเท้าทั้งคู่ดังก้องไปทั่วกำแพงตึง! ตึง! ตึง!ผู้คนที่เฝ้ามองเริ่มส่งเสียงเชียร์ บางคนปีนขึ้นไปบนลังไม้เพื่อดูให้ชัดขึ้น
“นั่นมัน...แซร์ค วาเลน ลูกชายของอิเรน วาเลน ไม่ใช่เหรอ!?”“เขาวิ่งกับทหารใหม่อีกคน...ชื่ออะไรไม่รู้ แต่โคตรเท่เลย”
เสียงซุบซิบแพร่ไปทั่วเมือง จนถึงหอคอยในวังชั้นใน
เหล่าทหารราชองค์รักษ์หยุดฝึก หันมามองจอกระจกเวทที่ถ่ายทอดภาพสดจากกำแพงเมืองเอมิลี่ — ในชุดลำลองที่เธอได้รับวันแรก — เงยหน้าขึ้นมองภาพนั้นอย่างตื่นตะลึง ดวงตาเธอสั่นระริก
นั่น...ราห์ซูร์?
เธอไม่อาจออกจากกำแพงชั้นในได้ แต่ภาพในกระจกเวทที่เหล่าจอมเวทบันทึกไว้นั้นชัดพอให้เธอเห็น — ชายหนุ่มที่เธอเคยรู้จัก กำลังวิ่งเคียงข้างชายอีกคน ท่ามกลางเสียงตะโกนของผู้คนนับร้อย

ทั้งสองยังคงวิ่งเคียงกัน
เหงื่อเปลี่ยนเป็นหยดประกาย
ฝุ่นตลบไปรอบเท้า
ผู้คนตะโกนเรียกชื่อของพวกเขาดังลั่นไปทั่วเมือง
 
 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา