ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย
-
เขียนโดย
NoxTypeG
วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.
10 บท
0 วิจารณ์
72 อ่าน
แก้ไขเมื่อ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 23.39 น. โดย เจ้าของนิยาย
4) วันแรกที่โลกมีแสง
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความจากประตูกำแพงเมืองด้านหนึ่ง สู่อีกด้านหนึ่งซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดของรอบวิ่ง สิ่งที่เริ่มต้นจาก “ความสนใจเล็กน้อยของทหารราบ” กลับกลายเป็น “ปรากฏการณ์ของทั้งเมือง” ฝูงชนเริ่มหลั่งไหลออกจากร้านค้า ทิ้งงานในมือ เพื่อมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
จอเวทใสโปร่งแสงถูกจอมเวทประดิษฐ์ขึ้นกลางถนน ถ่ายทอดภาพการวิ่งของชายหนุ่มสองคนที่ฝ่ากำแพงเมืองอยู่บนเส้นทางยาวไกล เสียงหญิงสาวดังขึ้นจากกลุ่มคนดู
“เฮ้! นั่นบรรณารักษ์ห้องสมุดไม่ใช่เหรอ! ฉันรู้จักเขา — ราห์ซูร์! สู้เขา!”
สาวน้อยคนหนึ่งที่เคยไปยืมหนังสือบ่อย ๆ ตะโกนสุดเสียง รอยยิ้มเปื้อนหน้าในขณะที่หัวใจเต้นแรงราวได้เชียร์วีรบุรุษในเรื่องที่เธออ่าน
“รอบที่เก้าแล้ว! พวกเขาทะลุสถิติสูงสุด และกำลังจะเข้าสู่รอบที่สิบ!”
เสียงประกาศดังมาจากกลุ่มทหารควบคุมสนาม เสียงโห่ร้องจากประชาชนตามมาอย่างตื่นเต้น — เมืองทั้งเมืองเหมือนกำลังหายใจพร้อมกัน
ที่ห้องฝึกของราชองค์รักษ์
เอมิลี่วางดาบลงข้างตัว สายตาจ้องไปยังจอเวทขนาดใหญ่ที่ฉายภาพการวิ่งของทั้งสองอยู่กลางอากาศ
เธอมองเห็นใบหน้าที่คุ้นเคย —เด็กกำพร้าจากบ้านเดียวกันกำลังวิ่งเคียงข้างชายหนุ่มผู้หัวเราะกับโชคชะตา เสียงผู้บรรยายดังก้องไปทั่วโรงฝึกด้วยน้ำเสียงเร้าใจ
“ว้าว! สองคนนี้กำลังสร้างประวัติศาสตร์!คนแรก — หัวสีฟ้าอ่อนที่เห็นชัด ๆ นั่นคือ แซร์ค วาเลน ทายาทตระกูลทหารผู้รับใช้กษัตริย์สองรุ่น!และอีกคนคือเด็กหนุ่มจากบ้านเด็กกำพร้าในเมืองกลาง — ราห์ซูร์ บรรณารักษ์ผู้เงียบขรึม!พวกเขาเก็บงำความสามารถไว้มาตลอดชีวิต และวันนี้...พวกเขาพร้อมจะปลดปล่อยมันให้โลกรู้!”
เสียงโห่ร้องดังสนั่นทั่วทั้งห้อง
ราชองค์รักษ์สองสามคนเดินมาหาเอมิลี่ พูดพร้อมรอยยิ้ม
“นี่ เขามาจากที่เดียวกับเธอหรือเปล่า? บ้านเด็กกำพร้านั่นมีของดีซ่อนอยู่เยอะกว่าที่คิดนะ”
เอมิลี่ชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะตอบเสียงเรียบทั้งที่หัวใจเต้นแรง
“ใช่...แต่เราไม่สนิทกัน”
เธอเม้มปากแน่น พยายามซ่อนความรู้สึกบางอย่างที่สั่นคลอน แต่ความหงุดหงิดนั้นมากกว่า
ในป่าอันห่างไกล
ข่าวสารที่ส่งผ่านทางนกเวทมาถึงมือของ อิเรน วาเลน — พ่อของแซร์ค เขาอ่านข้อความบนกระดาษแสง แล้วคิ้วกระตุกจนแทบขาด
“แซร์ค วาเลน ลูกชายของท่าน กำลังทำลายสถิติวิ่งทดสอบสมรรถภาพ...”
“ไอ้ลูกเวร!!! แกเพิ่งไปวันแรกก็สร้างเรื่องแล้วเหรอ!!!”
เพื่อนร่วมทีมที่อยู่ใกล้หันมามองงง ๆ
“เกิดอะไรขึ้นวะ อิเรน?”
เขากัดฟันกรอด
“กลับบ้านก่อนเถอะ แล้วแกจะรู้...”
ขณะเดียวกัน บนเส้นทางรอบเมือง แซร์คที่วิ่งเคียงข้างราห์ซูร์รู้สึกเสียววาบไปทั้งหลังเขาหัวเราะในลำคอ
“ฮ่า ฮ่า... สงสัยจะมีคนด่าฉันอยู่แน่ ๆ เลย... ไม่เป็นไรหรอก เส้นชัยอยู่ข้างหน้า — ลุยสิ แซร์ค! ลุยให้สุด!”
เสียงหัวเราะของเขากลายเป็นจังหวะให้ราห์ซูร์เร่งฝีเท้าแสงอาทิตย์คล้อยต่ำ แผ่นดินสะท้อนสีทองแดงและเบื้องหลังพวกเขา — เมืองทั้งเมืองกำลังเฝ้ามองด้วยหัวใจเต้นแรง
โค้งสุดท้ายของเส้นทาง
เสียงโห่ร้องกึกก้องทั่วแนวกำแพงเมือง ผู้คนเรียงรายอยู่สองข้างทาง บ้างยืนตะโกนชื่อ บ้างโบกผ้าเชียร์ และอีกหลายคนก็นั่งกินอาหารราวกับกำลังมาปิกนิกชมการแข่งขัน
ราห์ซูร์กับแซร์คชะลอฝีเท้าชั่วครู่ มองภาพฝูงชนตรงหน้าอย่างตื่นตะลึง — ใบหน้าที่เปื้อนเหงื่อของพวกเขาเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มบาง ๆ ที่ปนทั้งความเหนื่อยและความภูมิใจ
โดยเฉพาะราห์ซูร์ — เขามองไปยังผู้คนมากมายที่กำลังยืนส่งเสียงให้พวกเขา เหล่าชาวเมืองจากอาชีพต่าง ๆ ทั้งชาวนา พ่อค้า เด็ก ๆ และแม่บ้านที่ถือถังน้ำเย็นยื่นให้ หัวใจเขาเต้นแรง — ไม่ใช่เพราะเหนื่อย แต่เพราะความรู้สึกบางอย่างที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน
“พวกเขามาทำอะไร... เพื่อเชียร์เรา? แค่เรื่องเล็กน้อยแค่นี้?”
คำถามนั้นผุดขึ้นในใจ — ผู้คนเหล่านี้...ในอนาคตที่เขาจากมา ไม่มีใครเหลืออยู่เลย ไม่มีเสียงหัวเราะ ไม่มีชีวิตใดให้มองเห็นอีกต่อไป
บางอย่างอบอุ่นแผ่ซ่านขึ้นในอก ราห์ซูร์หลบสายตาจากฝูงชน หันกลับไปมองเส้นทางข้างหน้าอีกครั้ง ดวงตาเข้มขึ้น
“อย่าวอกแวก... ฉันมีเป้าหมายที่ต้องทำให้สำเร็จ”
เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะเร่งฝีเท้าอีกครั้ง
ในที่สุด...ในที่สุดจุดเช็กพ้อยสุดท้ายก็ทำงาน ส่งสัญญาณเล็กๆ อย่างอ่อนแรงราวถ่านจะหมดไฟ
เสียง ติ๊ด เบา ๆ ดังจากเครื่องเช็คพอยท์ที่ลุงทหารนำติดตัวมาด้วย บอกจำนวนรอบที่ 10 เป็นสัญญาณเช็กพอยต์สุดท้ายทำงานแสงสัญญาณสั่นระริกเหมือนถ่านใกล้หมดไฟ
จากนั้น — เสียงระเบิดเล็ก ๆ ดัง ปัง!กระดาษสีหลากหลายโปรยลงจากฟ้าอย่างช้า ๆ เหมือนหิมะในฤดูร้อนเสียงโห่ร้องดีใจดังขึ้นทั่วเมือง ควันสีสันหลากเฉดพวยพุ่งเหนือฟ้าทุกคนรู้ — พวกเขาทำสำเร็จ
ประชาชนหลายสิบคนกรูเข้ามารอบตัวทั้งสอง
บางคนยื่นน้ำให้
บางคนยื่นดอกไม้
บางคนตะโกนขอถ่ายภาพเวทไว้เป็นที่ระลึก
เสียงปรบมือ เสียงหัวเราะ และเสียงตะโกนชื่อของพวกเขาดังก้องไปทั่วกำแพง
แต่ไม่นาน ความวุ่นวายก็สงบลง เมื่อ ลุงทหารผู้ดูแลการสมัครกับ หัวหน้าครูฝึกทหาร เดินฝ่าฝูงชนเข้ามา
ลุงทหาร: “เยี่ยมมาก ไอ้หนู! ตอนแรกไม่คิดว่าจะพูดจริง พวกแกทำได้ยังไงเนี่ย?”
หัวหน้าครูฝึก: “นานมากแล้วนะ ที่ไม่ได้เห็นเด็กใหม่ที่น่าสนใจขนาดนี้... ทำดีต่อไปเถอะ ทหาร — เราคงได้เจอกันอีกในค่าย”
ลุงทหาร: “เอาล่ะ! จบเรื่องแล้ว กลับไปพักได้เลย พรุ่งนี้มารายงานตัวทดสอบสมรรถภาพรอบสอง ฉันอยากรู้เหมือนกันว่าพวกแกจะก่อเรื่องสนุกอะไรอีก”
ราห์ซูร์หอบเล็กน้อย ก่อนพูดเรียบ ๆ
ราห์ซูร์: “ผมไม่มีบ้านให้กลับ... ขอนอนที่ค่ายได้ไหม?”
ลุงทหาร: “อืม ใช่สิ เรามีโรงนอนรวมอยู่ เข้าไปพักได้เลย เดี๋ยวครูพี่เลี้ยงจะดูแลต่อ”เขาหันไปทางแซร์ค “แล้วแกล่ะ เจ้าแซร์ค จะอยู่ด้วยไหม?”
แซร์ค: “ไม่ล่ะ ฉันมีบ้านให้กลับ”เขายิ้มขี้เล่น พลางยกมือโบก “งานปัดกวาดเช็ดถูเป็นหน้าที่ของลูกชายคนเดียวอย่างฉันนี่นา! บาย พรุ่งนี้เจอกันเพื่อน!!”
ราห์ซูร์มองตามหลังชายผมสีฟ้าอ่อนที่เดินหายไปในฝูงชน แล้วหันกลับมามองฟ้าที่เริ่มกลายเป็นสีส้มเข้มจากแสงอาทิตย์ยามเย็น
...ในหัวของเขามีแต่เสียงของผู้คนที่ยังคงปรบมืออยู่ไกล ๆ เสียงแห่งชีวิตที่เขาไม่เคยคิดว่าจะเจออีกครั้ง
จอเวทใสโปร่งแสงถูกจอมเวทประดิษฐ์ขึ้นกลางถนน ถ่ายทอดภาพการวิ่งของชายหนุ่มสองคนที่ฝ่ากำแพงเมืองอยู่บนเส้นทางยาวไกล เสียงหญิงสาวดังขึ้นจากกลุ่มคนดู
“เฮ้! นั่นบรรณารักษ์ห้องสมุดไม่ใช่เหรอ! ฉันรู้จักเขา — ราห์ซูร์! สู้เขา!”
สาวน้อยคนหนึ่งที่เคยไปยืมหนังสือบ่อย ๆ ตะโกนสุดเสียง รอยยิ้มเปื้อนหน้าในขณะที่หัวใจเต้นแรงราวได้เชียร์วีรบุรุษในเรื่องที่เธออ่าน
“รอบที่เก้าแล้ว! พวกเขาทะลุสถิติสูงสุด และกำลังจะเข้าสู่รอบที่สิบ!”
เสียงประกาศดังมาจากกลุ่มทหารควบคุมสนาม เสียงโห่ร้องจากประชาชนตามมาอย่างตื่นเต้น — เมืองทั้งเมืองเหมือนกำลังหายใจพร้อมกัน
ที่ห้องฝึกของราชองค์รักษ์
เอมิลี่วางดาบลงข้างตัว สายตาจ้องไปยังจอเวทขนาดใหญ่ที่ฉายภาพการวิ่งของทั้งสองอยู่กลางอากาศ
เธอมองเห็นใบหน้าที่คุ้นเคย —เด็กกำพร้าจากบ้านเดียวกันกำลังวิ่งเคียงข้างชายหนุ่มผู้หัวเราะกับโชคชะตา เสียงผู้บรรยายดังก้องไปทั่วโรงฝึกด้วยน้ำเสียงเร้าใจ
“ว้าว! สองคนนี้กำลังสร้างประวัติศาสตร์!คนแรก — หัวสีฟ้าอ่อนที่เห็นชัด ๆ นั่นคือ แซร์ค วาเลน ทายาทตระกูลทหารผู้รับใช้กษัตริย์สองรุ่น!และอีกคนคือเด็กหนุ่มจากบ้านเด็กกำพร้าในเมืองกลาง — ราห์ซูร์ บรรณารักษ์ผู้เงียบขรึม!พวกเขาเก็บงำความสามารถไว้มาตลอดชีวิต และวันนี้...พวกเขาพร้อมจะปลดปล่อยมันให้โลกรู้!”
เสียงโห่ร้องดังสนั่นทั่วทั้งห้อง
ราชองค์รักษ์สองสามคนเดินมาหาเอมิลี่ พูดพร้อมรอยยิ้ม
“นี่ เขามาจากที่เดียวกับเธอหรือเปล่า? บ้านเด็กกำพร้านั่นมีของดีซ่อนอยู่เยอะกว่าที่คิดนะ”
เอมิลี่ชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะตอบเสียงเรียบทั้งที่หัวใจเต้นแรง
“ใช่...แต่เราไม่สนิทกัน”
เธอเม้มปากแน่น พยายามซ่อนความรู้สึกบางอย่างที่สั่นคลอน แต่ความหงุดหงิดนั้นมากกว่า
ในป่าอันห่างไกล
ข่าวสารที่ส่งผ่านทางนกเวทมาถึงมือของ อิเรน วาเลน — พ่อของแซร์ค เขาอ่านข้อความบนกระดาษแสง แล้วคิ้วกระตุกจนแทบขาด
“แซร์ค วาเลน ลูกชายของท่าน กำลังทำลายสถิติวิ่งทดสอบสมรรถภาพ...”
“ไอ้ลูกเวร!!! แกเพิ่งไปวันแรกก็สร้างเรื่องแล้วเหรอ!!!”
เพื่อนร่วมทีมที่อยู่ใกล้หันมามองงง ๆ
“เกิดอะไรขึ้นวะ อิเรน?”
เขากัดฟันกรอด
“กลับบ้านก่อนเถอะ แล้วแกจะรู้...”
ขณะเดียวกัน บนเส้นทางรอบเมือง แซร์คที่วิ่งเคียงข้างราห์ซูร์รู้สึกเสียววาบไปทั้งหลังเขาหัวเราะในลำคอ
“ฮ่า ฮ่า... สงสัยจะมีคนด่าฉันอยู่แน่ ๆ เลย... ไม่เป็นไรหรอก เส้นชัยอยู่ข้างหน้า — ลุยสิ แซร์ค! ลุยให้สุด!”
เสียงหัวเราะของเขากลายเป็นจังหวะให้ราห์ซูร์เร่งฝีเท้าแสงอาทิตย์คล้อยต่ำ แผ่นดินสะท้อนสีทองแดงและเบื้องหลังพวกเขา — เมืองทั้งเมืองกำลังเฝ้ามองด้วยหัวใจเต้นแรง
โค้งสุดท้ายของเส้นทาง
เสียงโห่ร้องกึกก้องทั่วแนวกำแพงเมือง ผู้คนเรียงรายอยู่สองข้างทาง บ้างยืนตะโกนชื่อ บ้างโบกผ้าเชียร์ และอีกหลายคนก็นั่งกินอาหารราวกับกำลังมาปิกนิกชมการแข่งขัน
ราห์ซูร์กับแซร์คชะลอฝีเท้าชั่วครู่ มองภาพฝูงชนตรงหน้าอย่างตื่นตะลึง — ใบหน้าที่เปื้อนเหงื่อของพวกเขาเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มบาง ๆ ที่ปนทั้งความเหนื่อยและความภูมิใจ
โดยเฉพาะราห์ซูร์ — เขามองไปยังผู้คนมากมายที่กำลังยืนส่งเสียงให้พวกเขา เหล่าชาวเมืองจากอาชีพต่าง ๆ ทั้งชาวนา พ่อค้า เด็ก ๆ และแม่บ้านที่ถือถังน้ำเย็นยื่นให้ หัวใจเขาเต้นแรง — ไม่ใช่เพราะเหนื่อย แต่เพราะความรู้สึกบางอย่างที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน
“พวกเขามาทำอะไร... เพื่อเชียร์เรา? แค่เรื่องเล็กน้อยแค่นี้?”
คำถามนั้นผุดขึ้นในใจ — ผู้คนเหล่านี้...ในอนาคตที่เขาจากมา ไม่มีใครเหลืออยู่เลย ไม่มีเสียงหัวเราะ ไม่มีชีวิตใดให้มองเห็นอีกต่อไป
บางอย่างอบอุ่นแผ่ซ่านขึ้นในอก ราห์ซูร์หลบสายตาจากฝูงชน หันกลับไปมองเส้นทางข้างหน้าอีกครั้ง ดวงตาเข้มขึ้น
“อย่าวอกแวก... ฉันมีเป้าหมายที่ต้องทำให้สำเร็จ”
เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะเร่งฝีเท้าอีกครั้ง
ในที่สุด...ในที่สุดจุดเช็กพ้อยสุดท้ายก็ทำงาน ส่งสัญญาณเล็กๆ อย่างอ่อนแรงราวถ่านจะหมดไฟ
เสียง ติ๊ด เบา ๆ ดังจากเครื่องเช็คพอยท์ที่ลุงทหารนำติดตัวมาด้วย บอกจำนวนรอบที่ 10 เป็นสัญญาณเช็กพอยต์สุดท้ายทำงานแสงสัญญาณสั่นระริกเหมือนถ่านใกล้หมดไฟ
จากนั้น — เสียงระเบิดเล็ก ๆ ดัง ปัง!กระดาษสีหลากหลายโปรยลงจากฟ้าอย่างช้า ๆ เหมือนหิมะในฤดูร้อนเสียงโห่ร้องดีใจดังขึ้นทั่วเมือง ควันสีสันหลากเฉดพวยพุ่งเหนือฟ้าทุกคนรู้ — พวกเขาทำสำเร็จ
ประชาชนหลายสิบคนกรูเข้ามารอบตัวทั้งสอง
บางคนยื่นน้ำให้
บางคนยื่นดอกไม้
บางคนตะโกนขอถ่ายภาพเวทไว้เป็นที่ระลึก
เสียงปรบมือ เสียงหัวเราะ และเสียงตะโกนชื่อของพวกเขาดังก้องไปทั่วกำแพง
แต่ไม่นาน ความวุ่นวายก็สงบลง เมื่อ ลุงทหารผู้ดูแลการสมัครกับ หัวหน้าครูฝึกทหาร เดินฝ่าฝูงชนเข้ามา
ลุงทหาร: “เยี่ยมมาก ไอ้หนู! ตอนแรกไม่คิดว่าจะพูดจริง พวกแกทำได้ยังไงเนี่ย?”
หัวหน้าครูฝึก: “นานมากแล้วนะ ที่ไม่ได้เห็นเด็กใหม่ที่น่าสนใจขนาดนี้... ทำดีต่อไปเถอะ ทหาร — เราคงได้เจอกันอีกในค่าย”
ลุงทหาร: “เอาล่ะ! จบเรื่องแล้ว กลับไปพักได้เลย พรุ่งนี้มารายงานตัวทดสอบสมรรถภาพรอบสอง ฉันอยากรู้เหมือนกันว่าพวกแกจะก่อเรื่องสนุกอะไรอีก”
ราห์ซูร์หอบเล็กน้อย ก่อนพูดเรียบ ๆ
ราห์ซูร์: “ผมไม่มีบ้านให้กลับ... ขอนอนที่ค่ายได้ไหม?”
ลุงทหาร: “อืม ใช่สิ เรามีโรงนอนรวมอยู่ เข้าไปพักได้เลย เดี๋ยวครูพี่เลี้ยงจะดูแลต่อ”เขาหันไปทางแซร์ค “แล้วแกล่ะ เจ้าแซร์ค จะอยู่ด้วยไหม?”
แซร์ค: “ไม่ล่ะ ฉันมีบ้านให้กลับ”เขายิ้มขี้เล่น พลางยกมือโบก “งานปัดกวาดเช็ดถูเป็นหน้าที่ของลูกชายคนเดียวอย่างฉันนี่นา! บาย พรุ่งนี้เจอกันเพื่อน!!”
ราห์ซูร์มองตามหลังชายผมสีฟ้าอ่อนที่เดินหายไปในฝูงชน แล้วหันกลับมามองฟ้าที่เริ่มกลายเป็นสีส้มเข้มจากแสงอาทิตย์ยามเย็น
...ในหัวของเขามีแต่เสียงของผู้คนที่ยังคงปรบมืออยู่ไกล ๆ เสียงแห่งชีวิตที่เขาไม่เคยคิดว่าจะเจออีกครั้ง
คำยืนยันของเจ้าของนิยาย
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ