ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย
เขียนโดย
NoxTypeG
วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.
แก้ไขเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 14.53 น. โดย เจ้าของนิยาย
42) บ้านที่แสนสุขและแสนเจ็บปวด
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความก่อนวันงานฉลองสองวัน กราวด้าได้ใช้เวทแปลงร่างกลับเป็น “เกวน” เด็กสาววัย 18 ที่แสนสดใสร่าเริงอีกครั้ง
และคราวนี้…เธอเป็นฝ่ายคะยั้นคะยอจนราห์ซูร์ยอมพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้
“ไปด้วยกันหน่อยสิ~ นายต้องเอาบัตรเชิญไปให้พี่เลี้ยงทั้งสามไม่ใช่เหรอ?”
เกวนลากแขนราห์ซูร์อย่างกับลากตุ๊กตาผ้า
ราห์ซูร์หน้าแดงจนมองพื้นแทบทั้งทาง แม้ไม่ปฏิเสธ แต่ก็เขินจนเดินผิดจังหวะไปหลายครั้ง ส่วนแซร์ค—ที่ได้ยินว่าจะไปบ้านเด็กกำพร้า—ดันกระโดดเข้าร่วมทันทีด้วยความตื่นเต้น
“ไปสิ! ฉันอยากรู้ตั้งนานแล้วว่าหมอนั่นโตมายังไง!”
ทั้งสามเดินไปด้วยกันบรรยากาศอบอุ่นแบบประหลาดราวกับเป็น “ครอบครัวประหลาด ๆ” ที่ลงตัวอย่างน่าแปลก
ถึงบ้านเด็กกำพร้า
ทันทีที่ประตูบ้านเปิด เสียงเด็ก ๆ ก็เฮดังลั่น
“พี่เกวนมาแล้วววววว!!”
“ขนม! พี่เกวนเอาขนมมาด้วยมั้ย!”
“พี่เกวน หนูจะจับมือ!!!”
พวกเด็กวิ่งมาล้อมเธอเหมือนฝูงลูกแมวดำ จับมือ ดึงแขน จับชายเสื้อ เกวนหัวเราะคิกคัก ยื่นขนมในถุงผ้าสีฟ้าให้ทีละคน
“ใจเย็น ๆ ทีละคน ๆ นะ เดี๋ยวได้หมดทุกคนแน่นอน!”
เสียงเฮดังอีกระลอก เด็กทุกคนวิ่งไปแบ่งขนมกันอย่างตื่นเต้น
พอเข้าบ้านได้ไม่ถึงสามนาที แซร์คก็ถูกเด็ก ๆ ลากไปเล่นเกม “โจรกับองครักษ์” ซึ่งสุดท้ายกลายเป็นเกมวิ่งไล่จับแบบวุ่นวายที่สุดในโลก
“ทางนี้ ๆ พี่แซร์คเร็ววววว!!”
“วิ่งให้ทันเราก่อนค่อยมาเป็นองครักษ์นะพี่!!”
แซร์คโดนเด็กตัวเล็ก ๆ วิ่งล้อ เขาหัวเราะเหมือนกลับไปเป็นเด็กอายุสิบขวบอีกครั้ง
“เฮ้ยพวกแกนี่มัน—โอ๊ย!! อย่าฉุดกางเกงสิว้อยยย!!!”
เสียงดังสนั่นทั้งบ้าน พี่เลี้ยงชั้นสองส่ายหัวแต่ก็หัวเราะไปด้วย
กลายเป็นว่า…หัวโจกวันนี้ไม่ใช่เด็กกำพร้า แต่เป็นแซร์คเองต่างหาก
เวลอน โรมัน และเอลิซ รีบเตรียมโต๊ะน้ำชาอย่างดีเหมือนต้อนรับแขกชั้นสูง
เกวนถูกเชิญให้นั่งตรงกลางเหมือนเจ้าหญิง ส่วนราห์ซูร์นั่งข้าง ๆ มีท่าทีเกร็งจนคนมองยังลำบากใจแทน
ในที่สุด เกวนเปิดถุงเอกสาร หยิบบัตรเชิญงานเฉลิมฉลองราชสำนักออกมาและเล่าเฉพาะสิ่งที่ “เล่าได้” แบบง่าย ๆ
ทันทีที่พี่เลี้ยงทั้งสามได้ยินว่า—ราห์ซูร์ได้รับนามสกุลพระราชทานและตอนนี้ถูกแต่งตั้งเป็นเจ้าชายแล้ว
ทั้งห้องก็ระเบิดเหมือนมีคนจุดพลุใส่กลางโต๊ะชา
“โว๊วววววววววววววววว!!! อะไรนะ!? เจ้าชาย!?” โรมันแทบเด้งจากเก้าอี้
เอลิซต่อทันที “เห็นไหมล่ะ! ผู้ชายจะได้ดีต้องมีผู้หญิงดีคอยผลักดัน!! เกวน—เธอนี่แหละของจริง!!”
เวลอนตบบ่าเขาแรงจนราห์ซูร์สะดุ้ง “รู้งี้ฉันควรไล่นายออกจากบ้านตั้งแต่หลายปีก่อนแล้ว! ได้ดิบได้ดีขนาดนี้!”
ราห์ซูร์หน้าแดงจนเหมือนจะเป็นลม เกวนหัวเราะไม่หยุด พี่เลี้ยงทั้งสามดีใจกับเขามากกว่าที่เขาดีใจกับตัวเองเสียอีก
พี่เลี้ยงทั้งสามหันไปกราบรูปปั้นหินเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่กลางห้องโถง รูปปั้น “เทพปฐพีโบราณ” องค์ประจำบ้าน
“ขอบคุณท่านเทพที่ดลบันดาลให้ราห์ซูร์ได้ดี!” พวกเขายกมือไหว้พร้อมกันสามคน
ราห์ซูร์ยิ้มฝืด ๆ …ขนลุกไปทั้งหลัง อยากจะเอื้อมมือไปดึงรูปปั้นลงถังขยะแต่ก็พูดอะไรไม่ได้
เมื่อเกวนมอบบัตรเชิญครบแล้วทั้งสามคนก็เตรียมตัวกลับ
เด็ก ๆ วิ่งออกมาหน้าบ้านโบกมือกันแทบหักเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
“พี่เกวนมาบ่อย ๆ นะ!”
“พี่แซร์ค สอนพวกเราวิ่งเร็วอีกนะ!”
“ราส! ถ้าได้ดีก็อย่าลืมพวกเรานะ!!!”
ราห์ซูร์ชะงักไปครู่หนึ่งรอยยิ้มอบอุ่นที่สุดในรอบหลายปีค่อย ๆ ปรากฏบนใบหน้าเขา
“ไม่มีวันลืมหรอก…พวกนายคือบ้านของฉัน”
เด็ก ๆ เฮกันเสียงดัง เกวนแอบมองเขาแล้วก็กัดริมฝีปากยิ้มเขินเพราะคำพูดแบบนั้น…ทำให้เธอรู้ว่า ราห์ซูร์กำลังก้าวมาข้างหน้าอีกก้าวหนึ่งจริง ๆ
สามคนนั้นเดินจากบ้านเด็กกำพร้าด้วยหัวใจที่เบากว่าเดิม แต่ในอากาศ…มีบางอย่างอบอุ่นเหมือนเริ่มเปิดดอกไม้กลีบแรกของความรัก
ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงหลังจากราห์ซูร์ เกวน และแซร์คจากไป—เสียงหัวเราะ ความรื่นเริง และความอบอุ่นทั้งหมด…ยังลอยค้างในอากาศอยู่
แต่สำหรับคนที่เดินเข้ามาในตอนนี้—บรรยากาศกลับเย็นชาอย่างประหลาด เอมิลี่เดินอย่างโดดเดี่ยวบนถนนลูกรัง ชุดทหารองครักษ์ที่ควรดูสง่างามกลับดูเหมือนภาระหนักที่ถ่วงเธอไว้ทุกก้าว
ครั้งสุดท้ายที่เธอมาที่บ้านเด็กกำพร้าคือวันที่เธอมาอวดว่าตนเลื่อนขั้นเป็นทหารราชองค์รักษ์ นับจากวันนั้น…ผ่านไป สามเดือนครึ่ง สามเดือนที่เธอไม่กล้ากลับมาเพราะจากวันนั้นเป็นต้นมา—ชีวิตเธอไม่เคยสงบนิ่งอีกเลย
การทะเลาะกับคาเรนอย่างหนัก วันที่เขาจับได้ว่าเธอนอกใจ สายตาที่เคยอ่อนโยนตอนนี้แข็งจนแทงใจ
แม้ทั้งคู่ยังไม่เลิกกันแต่เขาไม่เชื่อใจเธออีกแล้วและ…เธอก็ไม่ได้เจอลอร์ดเซเรสอีกเช่นกัน
เธอเหมือนไม่มีที่ให้กลับไปจึงเดินมาที่ “บ้าน” ที่เธอเคยพักใจหวังอย่างน้อยว่าจะมีคำทักทาย…ความอบอุ่น…หรือแค่รอยยิ้มของเด็ก ๆ แต่สิ่งที่รออยู่กลับเป็น—
ความเงียบ เมื่อประตูไม้ถูกผลักออก…
หญิงสาวยืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าที่เคยสดใสตอนนี้ซีด เฉา และอ่อนล้าเหมือนคนที่แบกความทุกข์มานานเกินไป
เด็ก ๆ ในลานชะงักมองเธออย่างลังเล ก่อนจะมีเด็กคนหนึ่งร้อง—
“พี่เอมิลี่กลับมาแล้ว!!”
เสียงนั้น…ฟังเหมือนคำทักทายแต่ไร้ความตื่นเต้น ไม่มีเสียงฝีเท้าวิ่งเข้ามาหา ไม่มีใครโผเข้ากอดเธอเหมือนเมื่อก่อนเป็นครั้งแรกที่บ้านเด็กกำพร้าต้อนรับเธอด้วย
ความว่างเปล่า
เอมิลี่ยิ้มตอบ—ยิ้มที่ฝืนจนเห็นได้ชัดพยายามก้าวเข้าไปแต่เด็ก ๆ กลับถอยออกครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
เหมือนเธอตัวใหญ่ไป เหมือนเธอแปลกไป เหมือนเธอไม่ใช่ “พี่เอมิลี่คนเดิม” ที่เคยอยู่ตรงนี้
เด็กสาวตัวเล็กที่ชื่อชูชู เดินเข้ามาหา
เธอยิ้มใสซื่อแต่หยุดก่อนจะเข้าใกล้เอมิลี่มากนัก
เธอสูดจมูกฟุดฟิดแล้วพูดเสียงดังอย่างไร้เดียงสา—
“กลิ่นอะไรคะพี่เอมิลี่… ชูชูว่ามันเหม็นจังเลย”
เหมือนหัวใจเอมิลี่หยุดเต้นไปหนึ่งจังหวะ
เธอสั่น—สั่นอย่างควบคุมไม่ได้ สายตาร้อนผ่าว แต่ยิ้มฝืนตอบไม่ให้น้ำตาไหล
ก่อนที่ทุกอย่างจะเลวร้ายไปกว่านั้น กอร์น เด็กพี่ใหญ่ของบ้าน รีบวิ่งมาปิดปากชูชูทันที
“อย่าพูดแบบนั้นนะ ชูชู!! พวกเราเองต่างหากที่ตัวเหม็น!!
นั่นมัน…กลิ่นน้ำหอม…ขอโทษนะครับพี่เอมิลี่ ชูชูยังไม่รู้จักน้ำหอมดี ๆ จากในวังหรอก!”
เขากอดชูชูแน่นรีบพาเด็กน้อยถอยหลังไปเหมือนกลัวว่าคำพูดต่อไปจะทำร้ายเธอแรงกว่านี้
เอมิลี่รีบยกมือโบก
“ไม่เป็นไร…จริง ๆ ไม่เป็นไรเลย…”
แต่หัวใจเธอเจ็บเหมือนถูกบีบ
ทำไมเธอถึงรู้สึกห่างเหินกับที่นี่มากขนาดนี้?
นี่คือบ้านที่เธอเคยมาพักใจไม่ใช่หรือ? แล้วตอนนี้…ทำไมทุกคนเหมือนมองเธอเป็นคนแปลกหน้า?
ชูชูยังไม่เลิกถามเธอเอียงคอถามเสียงดังเหมือนเดิม—
“แล้วทำไมตัวพี่เกวนหอมล่ะคะ? ชูชูชอบกลิ่นพี่เกวน~ นุ่ม ๆ หอม ๆ”
คำว่า “เกวน” เหมือนมีคนฟาดอะไรแข็ง ๆ ลงกลางท้ายทอยของเอมิลี่
เกวน? ใคร? ทำไมเด็ก ๆ รู้จัก? แล้ว…ทำไมถึงพูดชื่อเธอด้วยน้ำเสียงแบบนั้น?
เธอมองไปรอบห้องโถงสิ่งที่เห็นคือ…
โต๊ะน้ำชาที่รก เศษขนมตามพื้น ของเล่นเกลื่อนกลาด บรรยากาศเหมือนเพิ่งมีงานเลี้ยงขนาดย่อม
พวกเขาเพิ่งมีความสุขกันไป…เมื่อกี้นี้เอง
“…มีใครมาหรือ?” เสียงของเธอสั่นจนชัดเจน
กอร์นอึกอัก หลบสายตา เด็กโตคนหนึ่งยังรู้สึกถึงบรรยากาศแปลก ๆ ได้แต่ยังไม่ทันที่เขาจะตอบ—
ชูชูชิงพูดก่อนอย่างร่าเริงไร้พิษภัย:
“พี่ราห์ซูร์พาแฟนมา! พวกเราเล่นกันสนุกมากเลย!!”
เสียงนั้นเหมือนประโยคธรรมดา แต่สำหรับเอมิลี่—
โลกทั้งใบถล่มทลายลงในหนึ่งวินาที
กอร์นรีบลากชูชูออกไปทันที รู้ดีว่าพูดอะไรออกไป รู้ดีว่ามันจะทำให้พี่สาวตรงหน้าพังขนาดไหน
แต่สายเกินไปแล้ว
ไม่นานโรมันเดินออกมาจากห้องครัวเขาเห็นเอมิลี่ยืนอยู่ตรงกลางบ้าน ในห้องที่เพิ่งอบอุ่นไปด้วยเสียงหัวเราะเมื่อไม่นานมานี้
โรมันชะงักดวงตาเบิกกว้างเหมือนเห็นผี
“เอมิลี่…?”
เสียงเขาเต็มไปด้วยความตกใจ แต่ไม่ใช่ความดีใจ ไม่ใช่การต้อนรับ มันคือความตกใจแบบ “ฉันไม่พร้อมเจอเธอตอนนี้”
เพราะเขารู้—บ้านนี้เพิ่งมีช่วงเวลาที่แสนสดใสกับใครบางคนและเอมิลี่…มาช้าไปแค่ไม่ถึงชั่วโมง แต่ช้าเกินกว่าที่เธอจะได้เห็นมัน
เธอยืนเงียบ ยิ้มเจือจางเหมือนคนพยายามไม่แตกสลายตรงหน้าพวกเขา
และในความเงียบนั้นเสียงเดียวที่ได้ยินชัดคือ…
เสียงหัวใจของเธอที่กำลังพังลงช้า ๆ
“ฉันมาเยี่ยม… เอาขนมมาฝาก”
เอมิลี่ฝืนยิ้มและยื่นถุงขนมให้โรมัน เขารับไว้ตามมารยาท—ไม่เย็นชา แต่ก็ไม่อบอุ่นเหมือนแต่ก่อน
เป็นไมตรีที่จางลงจนเธอรู้สึกได้ทันที
โดยปกติ…ทุกครั้งที่เธอกลับมา เธอจะร่วมทานข้าวเย็นกับพี่เลี้ยงทั้งสามและเด็ก ๆ หัวเราะ คุยเรื่องในวัง
แล้วก็นั่งคุยกับราห์ซูร์จนดึก ก่อนแยกย้ายกันเข้านอน
แต่ตอนนี้—ราห์ซูร์ไม่อยู่ที่นี่อีกแล้ว โต๊ะที่เคยมีสองเก้าอี้ว่างรอการคุยกันจนฟ้าใส…กลับเหลือแค่เธอ
กับความเงียบที่กดทับราวกับหินหนักหลายร้อยกิโล
โรมันถามขึ้นเบา ๆ เพื่อให้แน่ใจ น้ำเสียงสุภาพ แต่ “ระยะห่าง” ชัดเจนจนเธอเจ็บ
“เอมิลี่… คืนนี้จะค้างที่นี่หรือเปล่า?”
เธอพยักหน้าเบาและช้า เหมือนคนที่กลัวว่าการเคลื่อนไหวแรงเกินไปจะทำให้หัวใจแตกละเอียด เธอไม่อยากกลับวัง ไม่อยากกลับไปเจอห้องที่มีแต่ความทรงจำของคาเรน ไม่อยากกลับไปเจอความว่างเปล่า
แม้จะทำใจไว้แล้วว่า—ที่นี่ไม่มีราห์ซูร์อยู่เหมือนในอดีตอีกต่อไป แต่เธอยังมาเพราะที่นี่เคยเป็นที่พักใจแห่งสุดท้ายของเธอ
เมื่อถึงมื้อเย็น พี่เลี้ยงทั้งสามยังคุยกันตามเดิม รอยยิ้มบนหน้า เสียงหัวเราะ การแหย่กันไปมา แต่เอมิลี่รู้สึกเหมือนตัวเอง “อยู่นอกวง” แม้จะนั่งอยู่ในโต๊ะเดียวกันก็ตาม
โต๊ะเดียวกัน อาหารแบบเดิม กลิ่นหอมแบบเดิม แต่บรรยากาศ…ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
ไม่มีราห์ซูร์ ไม่มีบทสนทนาที่เธอเคยสนุกด้วย ไม่มีคำถามว่า “วันนี้ในวังเป็นยังไงบ้าง?” มีเพียงความว่างเปล่าและหัวใจของเธอที่ไม่รู้ทำไมถึงหนักขึ้นเรื่อย ๆ
ข่าวราห์ซูร์มีแฟนมันไม่ควรเกี่ยวอะไรกับเธอเลย เธอบอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าเขาแค่…เพื่อนเก่า เพื่อนร่วมบ้าน เพื่อนร่วมโต๊ะกินข้าว
แต่จู่ ๆ ความหดหู่ก็จู่โจมขึ้นมาเหมือนคลื่นเย็นเฉียบจากทะเลลึก
เธอ…ไม่เข้าใจตัวเองเลยสักนิด
หลังทานข้าวเสร็จเอมิลี่เดินตรวจดูบ้านเหมือนพยายามหา “ความทรงจำที่คงอยู่” บางอย่างให้ตัวเองยึดเหนี่ยว
แต่สิ่งที่เธอเจอทำให้หัวใจเธอเหมือนถูกบีบแรงจนหายใจไม่ออก บนชั้นวางของเด็ก ๆ มีกรอบรูปใหม่วางอยู่เด่นตรงกลางเป็นรูปที่เพิ่งถ่ายไม่นาน—สีสดจนเห็นได้ชัด
ในรูป—
ราห์ซูร์กำลังตักข้าวให้เกวน
เด็ก ๆ ห้อมล้อมทั้งสองเต็มไปหมด หัวเราะ จับชายเสื้อ คุยกันเสียงดัง บรรยากาศอบอุ่นจนภาพแทบส่องแสงออกมาได้
บนมุมรูปมีลายมือเด็กเขียนว่า
“ถ่ายโดยกอร์น”
มันเป็นรูปง่าย ๆ แต่สำหรับเอมิลี่—มันคือมีดที่แทงลงกลางหัวใจแบบไม่เตรียมตัว
เธอหยิบรูปขึ้นมามือสั่นเล็กน้อย
“เกวน…”
เสียงที่เธอเปล่งออกมา เย็นเฉียบ ช้า เหมือนกำลังเอ่ยชื่อศัตรูที่ต้องกำจัด
เธอวางรูปกลับที่เดิมอย่างระมัดระวัง แต่สายตาเยือกเย็นยังคงตรึงอยู่ตรงนั้นนานเกินไป
เตียงเดิม ผ้าห่มเดิม หน้าต่างเดิมที่เคยเปิดรับลมเย็นยามค่ำ
แต่คืนนี้—ทุกอย่างเย็นกว่าปกติ หนักกว่าปกติ และเจ็บกว่าที่เคย
เธอนอนมองเพดาน ลมหายใจแผ่วเหมือนคนกำลังร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตาออกมา
มันไม่ควรเจ็บ ไม่ควรเลยสักนิด
ในเมื่อเธอคือคนที่ผลักราห์ซูร์ออกไป
ในเมื่อเธอเองก็เลือกเส้นทางที่ต่างจากเขา
ในเมื่อเธอเอง…เป็นคนทำลายความไว้ใจของคาเรน
ในเมื่อเธอเองต้องไม่หวั่นไหวกับข่าวว่าเขามีแฟน
แต่เธอเจ็บ เจ็บจนชาทั้งใจ เจ็บจนรู้สึกว่าลมหายใจตัวเองหนักขึ้นทุกที
เพราะเธอเพิ่งรู้—สิ่งที่เธอเสียไป ไม่ใช่ราห์ซูร์ แต่คือ “ที่ที่เธอเคยอยู่ในใจเขา” ที่ตอนนี้…ไม่เหลืออะไรเลย
เธอไม่เคยคิดว่าวันที่ราห์ซูร์ก้าวต่อไปได้โดยไม่มีเธอ จะทำให้เธอปวดร้าวขนาดนี้
ความเจ็บที่เธอไม่เข้าใจ กำลังเริ่มกัดกินเธอจากข้างใน เงียบ ช้า และลึก…จนแทบเรียกกลับไม่ได้
คำยืนยันของเจ้าของนิยาย
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ