ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.

  50 บท
  1 วิจารณ์
  1,604 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 14.53 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

46) ผู้ไม่ยอมแพ้ถ้ายังไม่แพ้

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

ยามเย็น—งานเลี้ยงหรูหราในเขตวังหลวงถูกจัดขึ้นตามธรรมเนียม เหล่าขุนนาง แขกผู้มีเกียรติ และผู้แทนอาณาจักรต่าง ๆ มาร่วมงานกันแน่นขนัด

ราห์ซูร์…ยืนฟัง พูดคุย ยิ้มตามมารยาทจนแทบหน้ามืด ทุกคนต้องการทักเจ้าชายองค์ใหม่ของวาเลเธีย ไม่เว้นแม้แต่คนที่เขาไม่ค่อยสนใจเท่าไร

ฮิวเดอร์ เดินเข้ามาหยุดตรงหน้า ยิ้มหวานแบบที่เคยทำ แอบเกาะแขนราห์ซูร์อย่างแนบเนียนราวกับต้องการให้ใคร ๆ เข้าใจผิดและเธอยังไม่คิดจะไปไหนง่าย ๆ ด้วย

แต่สิ่งที่ทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปชั่วพริบตา…กำลังก้าวเข้ามาอย่างเงียบงามทว่าน่าหวั่นใจ

ลอร์ดเซเรส เฟลวิส

เศรษฐีแห่งอัลเทรนน์ลำดับต้นของอัลเทรนน์ ชายหนุ่มผมขาวสั้น ดวงตาสีมรกต—หนึ่งในสามบุคคลที่ราห์ซูร์อยากหลีกเลี่ยงที่สุดในชีวิตแต่เขากลับเดินมาตรง ๆ ราวกับตั้งใจมาหาเพียงคนเดียว

ในใจเซเรสเขามองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างจับจ้อง

          “หมอนี่สินะ…ตัวแปรที่เกอร์บอกว่า ‘อันตราย’ เห็นทีความยุ่งยากคงเพิ่มมาอีกตัวแล้ว…”

สายตาเขาแวบไปยังคาเรน—โล่ที่ไม่มีวันแตกของราชาและหนึ่งในปัญหาที่เขายังแก้ไม่ตก

เซเรสเดินจนใกล้พอให้ราห์ซูร์รู้ตัว เจ้าชายหนุ่มรีบยกมือไหว้ก่อนด้วยความเกรงใจ

          “ส–สวัสดีท่านลอร์ดเซเรส”

เซเรสโค้งเล็ก ๆ อย่างสุภาพ

          “สวัสดีครับ… เจ้าชายราห์ซูร์ เป็นเกียรติที่ท่านจำข้าได้”

ราห์ซูร์ยิ้มเกร็ง ๆ จนหายใจติดขัดเขาไม่ชินกับการถูกคำนับ…โดยเฉพาะจากคนที่ดูอันตรายแบบนี้

          “อย่าทำตามพิธีเลยครับ…คุยกันแบบปกติจะดีมาก เรียกผมว่าราห์ซูร์เถอะครับ”

เซเรสยิ้มบาง ๆ

          “แน่นอน…คุณราห์ซูร์ จริง ๆ แล้ว ผมอยากคุยกับคุณมานานแล้ว ตั้งแต่วันที่คุณสอบเข้าเป็นทหาร
วันนั้นผมเห็นคุณร่ายเวทย์ที่…ค่อนข้าง ‘แปลกตา’ และเป็นสีดำด้วย”

ราห์ซูร์หัวเราะอ่อน ๆ

          “ไม่นึกเลยว่าเศรษฐีแห่งอัลเทรนน์จะสนใจเวทมนตร์นะครับ”

          “ก็ผมมันพวกว่างงานน่ะสิ” เซเรสหัวเราะเบา ๆ “ดูแย่กว่าอาชีพที่มีงานทำเยอะเลย เวลาว่างผมก็จับจดไปเรื่อย…แฟชั่น การแต่งกาย หรือไม่ก็—”

เขาเน้นคำ

          “เวทมนตร์”

ราห์ซูร์ตอบอย่างไม่รู้ตัว ลึก ๆ ดูเหมือนเขาดีใจที่มีคนสนใจวิธีใช้เวทของเขาเหมือนกราวด้าเคยทำ

          “คุณเป็นอัจฉริยะมากนะท่านลอร์ด ดูสิ ทำอะไรก็สำเร็จหมด สายตาก็ดีมาก…เพราะเวทของผมมันต่างจากรูปแบบทั่วไปน่ะครับ”

เซเรสตาวาวอย่างคนเจอข้อมูลทอง นี่แหละ เขาจะได้รู้ความลับของตัวอันตรายคนนี้

          “มันต่างยังไงหรือ…ราห์ซูร์? เล่าให้ผมฟังที”

ราห์ซูร์ยกมืออธิบายอย่างจริงจัง

          “คุณเห็นแล้วนี่ครับ—มันเปลี่ยนสีได้!”

เซเรสเงียบ…ปากค้างไปสามวินาทีเต็ม “…….แล้วมันมีประโยชน์ยังไงวะเจ้าโง่!!!!” เขาคิดเสียงแทบทะลุออกปาก แต่สีหน้าเขายังคงสุภาพมาก

          “อ…อ้อ!! ใช่…และมันคงเหมาะกับรูปลักษณ์ด้วยใช่ไหมล่ะ?”

ราห์ซูร์พยักหน้า ไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายกำลังผิดหวังกับคำตอบแทบตาย

          “ใช่ครับ…นอกจากความเท่แล้ว ยังเข้ากับเสื้อผ้าด้วย ดูสิ ถ้าผมใส่ชุดสีขาว ผมควรใช้วงเวทย์สีทอง เงิน หรือเหลืองอ่อน จะเหมาะมาก”

เซเรสยิ้ม…แบบไร้คำพูด ในใจคิดเพียงคำเดียว:

          “ไอ้บรรณารักษ์นี่…แกมันของแท้จริง ๆ…”

ฮิวเดอร์ที่ยืนฟังอยู่ข้าง ๆ ทำหน้าไม่เข้าใจ ขุนนางหลายคนเริ่มแอบขำ ส่วนราห์ซูร์ยังพูดต่อเรื่อง “แฟชั่นวงเวทย์” อย่างสนุกสนาน

และลอร์ดเซเรส…ยืนฟังอย่างสงบ แต่ใบหน้าด้านในกำลังร้องไห้หนักมาก

ไม่นานนัก เซเรสก็เลิกสนใจราห์ซูร์ไปเอง แม้ชายคนนั้นจะดูซื่อ ๆ แต่จิตใต้สำนึกกลับมีเกราะป้องกันประหลาด
จนแม้แต่สายตาของขุนพลแห่งความมืด…ยังแทบเจาะไม่เข้า

ดังนั้นเขาจึงหันกลับไปหา “เป้าหมายเดิม” ของตน 

          เอมิลี่ — หญิงที่ห่างหายไปจากการติดต่อหลายเดือน เพราะตลอดเวลานั้น เขาผูกพันอยู่กับการสร้างกองทัพอสูร
แต่ในเมื่อกองกำลังทั้งหมดถูกทำลายจนยับเยิน แผนของเขาต้องเปลี่ยน

เซเรสเดินไล่วงห้องโถงหลังวังไม่นานก็หลุดเข้ามายังพื้นที่พักทหารราชองครักษ์ เขายกนิ้วแตะอากาศ — ใช้เวทมิติ มองทะลุผนัง

ภาพที่ว่าก็ปรากฏ

          เอมิลี่นั่งอยู่คนเดียวในห้องเตรียมตัว กุมหัว ร่างไหวสั่นเหมือนแตกสลายจากด้านในเพราะความผิดหวังซ้ำ ๆ จนแทบทนไม่ไหว โดยเฉพาะเมื่อเช้านี้ —วันที่เธอเห็นกราวด้าพาราห์ซูร์ขึ้นรับตำแหน่ง “เจ้าชาย”

เซเรสไม่รอช้า เขาเปิดประตูเข้าไปโดยไม่สนใจใครในวังอีกต่อไป

เขาต้องการเธอ เพราะเธอคือ “ตัวแปร” สำคัญที่สุดในแผนทั้งหมดของเขา

          “สวัสดี เอมิลี่… ฉันรบกวนเธอหรือเปล่า”

เสียงเขานุ่ม อ่อนโยน ราวกับเป็นผู้เดียวที่โลกเหลือให้ยึดไว้

เอมิลี่เงยหน้าขึ้น ใบหน้าชุ่มน้ำตาเหมือนคนที่มองเห็นทางรอดสุดท้ายในชีวิต แต่เธอยังไม่แน่ใจว่า สิ่งที่เห็น…คือแสงสว่างจริง หรือเป็นเพียงภาพลวงตา

          “เซเรส… คุณมาได้ยังไง?”

เซเรสคุกเข่าลงอย่างอ่อนโยน จับมือเธอไว้ด้วยสัมผัสอบอุ่นที่เขาเตรียมไว้เพื่อตอนนี้เพียงเท่านั้น

          “ผมมาที่นี่เพราะผม คิดถึงคุณ เป็นห่วงคุณ คุณหายไปจากผมนานหลายเดือน…หรือว่า…คุณไม่ต้องการผมแล้ว?”

น้ำเสียงเขาเจือความเจ็บปวดที่ทำให้หัวใจหญิงสาวสั่นไหว

เอมิลี่เม้มปากแน่น น้ำตาไหลหนักกว่าเดิม

          “ไม่นะท่านลอร์ด…มันไม่ถูก…ฉันขอโทษ…ฉันทำแบบนั้นต่อไปไม่ได้ ฉันเลือกแล้ว…ฉันเลือกคาเรน…ฉันขอโทษ…”

เธอร่ำไห้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ แต่เซเรสโอบกอดเธอไว้แน่น ราวกับเป็นที่พักพิงสุดท้าย

          “ไม่เป็นไร ผมเสียใจที่ทำให้คุณเป็นแบบนี้ แต่เอมิลี่…คฤหาสน์เฟลวิส ยินดีต้อนรับคุณเสมอ”

คำพูดนั้นทำให้เธอชะงัก

สับสน

ลังเล

หัวใจของเธอเดือดพล่านด้วยความผิดหวังและต้องการที่พึ่งแต่สุดท้าย—เธอก็ส่ายหน้า

          “ท่านลอร์ด…ชั่วชีวิตนี้ ฉันไม่รู้จะชดใช้บุญคุณท่านได้หมดหรือไม่ แต่ฉันเลือกแล้ว ฉันคือทหารราชองครักษ์…
และฉันจะไม่ไปจากที่นี่”

เซเรสมองหน้าเธอ แววตาเต็มไปด้วยความอ่อนหวานที่ถูกปลอมปนด้วยเจตนาลึกเร้น

          “ไม่เป็นไร…ที่รัก ฉันจะรอเธอ ไม่ว่ากี่ปี เมื่อเธอเหนื่อยล้าเกินทน เมื่อโลกทั้งใบทำลายเธอจนหมดแรง
ให้มาหาฉัน…”

เขาก้มลงจูบเธอและเอมิลี่—หญิงผู้แตกสลายทั้งหัวใจและศักดิ์ศรี ตอบจูบเขากลับอย่างสิ้นหวัง
ราวกับเขาเป็นลมหายใจสุดท้ายที่เหลืออยู่

จากนั้นเซเรสก็ถอนริมฝีปาก ลุกขึ้นอย่างสง่างาม และเดินจากไปอย่างเชื่องช้า

ปล่อยให้เอมิลี่ยังคงนั่งอยู่ในห้องว่างเปล่ากับการตัดสินใจที่เธอ “เลือกแล้ว”…แต่หัวใจกลับยิ่งสับสนกว่าเดิม

 


งานเลี้ยงยามเย็นสิ้นสุดลงท่ามกลางเสียงดนตรีที่ค่อย ๆ เบาลง เมื่อผู้คนแยกย้ายกลับเรือน ราห์ซูร์เดินลงจากระเบียงหินอ่อนด้วยใบหน้าโล่งใจทันทีที่หลุดพ้นจากวงล้อมขุนนาง

และทันทีที่เห็นพี่เลี้ยงบ้านเด็กกำพร้าทั้งสาม — เอลิซ, เวลอน, โรมัน เขาก็เข้าไปกอดพวกเขาอย่างอบอุ่นราวกับกลับบ้าน

กราวด้ายืนอยู่ข้าง ๆ เขาอย่างเงียบสงบ สีหน้านิ่งตามแบบเธอ แต่ในแววตานั้นมีประกายอบอุ่นบางอย่างที่ไม่อาจปิดได้

เอลิซยิ้มกว้างจนกลั้นไม่อยู่

          “ขอบคุณท่านกราวด้ามาก ๆ นะคะ ที่ดูแลราห์ซูร์มาตลอดว่าง ๆ แวะไปเยี่ยมเด็ก ๆ อีกได้นะคะ พวกเขาชอบท่านมากเลย… เอ่อ…”

เธอหยุดไปหนึ่งจังหวะ แล้วหน้าเหวอทันทีเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าพูดอะไรหลุดไป

เพราะ “ท่าน” ที่เด็ก ๆ ชอบ…คือ เกวน และตอนนี้เธอเพิ่งเผลอบอกว่าเกวนนั้นก็คือกราวด้า

ราห์ซูร์สะดุ้งเหมือนโดนเวทมนตร์กระแทกกะโหลก

          “เดี๋ยวนะ—พวกพี่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ว่า กราวด้าคือเกวน!?”

เอลิซรีบยกมือปิดปาก เวลอนกับโรมันรีบโค้งศีรษะรัว ๆ ขอโทษเป็นการใหญ่ เพราะพวกเขาแสร้งทำเป็นไม่รู้มาตลอด

กราวด้ามองทั้งสามคนแล้ว…ยกมือห้ามอย่างใจเย็น เธอไม่ได้โกรธแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอกลับดูโล่งใจเสียด้วยซ้ำ

          “ไม่เป็นไร” เธอพูดเสียงนุ่มกว่าปกติเล็กน้อย “ฉันไม่ได้สนใจเรื่องนั้น ฉันจะไปเยี่ยมพวกคุณบ่อย ๆ …ฉันรักเด็ก ๆ ทุกคนที่นั่น ฝากดูแลพวกเขาให้ดีด้วยนะ ขอบคุณจริง ๆ”

คำพูดนั้นทำเอาพี่เลี้ยงทั้งสามคนยิ้มจนตาแดง หลังจากสนทนาอย่างอบอุ่นกันอีกครู่ พวกเขาก็ขอตัวกลับบ้าน

แต่ทันทีที่ประตูวังปิดลง บรรยากาศอุ่นละมุนเมื่อครู่…ค่อย ๆ เปลี่ยนกลับเป็นความจริงของโลก

กราวด้าหันกลับมา น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิทในแบบ “ราชครู”

          “เอาล่ะ—หมดเรื่องพิธีการแล้ว ตั้งแต่พรุ่งนี้…เราจะต้องเดินหน้าต่อเพราะเรื่องของความมืด ยังไม่จบ

แซร์คที่เหมือนยืนอยู่ใกล้ ๆ ตลอดเวลา—แต่ไม่มีใครสังเกต เดินเข้ามาประสานวงสนทนา

ราห์ซูร์ถามด้วยความสงสัย

          “เราจะเริ่มจากตรงไหน? ตอนนี้ไม่มีข้อมูลอะไรเหลือให้ตามแล้วนะ”

กราวด้าหันไปมองแซร์ค สายตาตรง คม และจริงจัง

          “จากนี้…เราจะจับริชชี่มาสอบสวน”

แซร์คพยักหน้าทันทีเหมือนเข้าใจทุกอย่างโดยไม่ต้องอธิบาย

และค่ำคืนนี้—จบลงด้วยความอบอุ่นของครอบครัวหนึ่งแต่เปิดทางเข้าสู่ความมืดของอีกวัน…ที่ไม่มีใครรู้ว่าจะต้องเจอกับอะไร

                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                           

 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

อ่านนิยายเรื่องอื่น

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา