ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.

  10 บท
  0 วิจารณ์
  78 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 23.39 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

7) สนามฝึกต่อสู้ระยะประชิด

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ
ขนาดตัวอักษร เล็ก กลาง ใหญ่ ใหญ่มาก
แสงอรุณสาดผ่านหน้าต่างกระจกสีของหอคัมภีร์หลวง กลั่นเป็นลำแสงบางที่ตกลงบนโต๊ะหินอ่อนกลางห้องบนโต๊ะนั้น — ร่างของ ราห์ซูร์ นอนนิ่ง ถูกเย็บและประสานด้วยเวทมนตร์อย่างประณีตจนแทบไม่เหลือรอยแผลกลิ่นสมุนไพรและโลหะจาง ๆ คลุ้งในอากาศผสมกลิ่นหมึกจากเอกสารเวทที่วางซ้อนกันรอบโต๊ะ
กราวด้า มอร์นไวน์ ยืนอยู่ข้างร่างนั้น — ดวงตาว่างเปล่า จ้องเขาโดยไม่แน่ใจว่า “สิ่งที่นอนอยู่ตรงหน้า” ยังถือว่าเป็นมนุษย์อยู่หรือไม่ 
ข้างเธอ — ชายชราในชุดคลุมสีขาวเทา ยืนถือไม้เท้าหัวนกฮูกไว้เบื้องหน้า ใบหน้าเต็มรอยเหี่ยวย่น แต่สายตายังแหลมคมและมีรอยยิ้มบางที่บอกถึงความสงบเหนือกาลเวลา
ราชครูเมธรัส เวียร์เวล — ผู้เป็นทั้งอาจารย์ของกราวด้า และเป็น “เงาแห่งยุคก่อน” ที่ยังมีชีวิตอยู่ในศตวรรษที่ควรตายไปแล้ว
เบื้องหน้าอีกฝั่งของโต๊ะ — คาเรน ไครอส หัวหน้าหน่วยองครักษ์ ยืนกอดอกอยู่ในท่าตรงสงบ ใบหน้าเยือกเย็นราวกับเหล็กขัดเงา
ถัดจากเขา บนอุปกรณ์สื่อสารเวทที่ฉายแสงโปร่งใสคล้ายโฮโลแกรม มีภาพของ อิเรน วาเลน — นายทหารผู้ชราผู้เป็นพ่อของแซร์ค ปรากฏอยู่ในจอแสง
และที่ปลายเท้าของร่างราห์ซูร์ มีบุรุษสูงศักดิ์ในฉลองพระองค์สีเงินปักทอง ยืนอยู่ด้วยความเงียบสงบราชาดัลเทรนน์ วาเลเธีย — ผู้ครองบัลลังก์แห่งอาณาจักรที่ยังคงยืนอยู่ท่ามกลางเถ้าธุลีของความเชื่อ

        “ท่านไม่ได้ทำผิดอะไร กราวด้า...”
เสียงของราชาอัลเทรนน์ดังขึ้นราบเรียบ ทุ้มหนักแต่ไม่กดดัน
        “สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ไม่มีใครคาดคิดได้ — ท่านทำดีที่สุดแล้ว”
กราวด้ายังคงนิ่ง ดวงตาเธอไม่ละจากร่างบนโต๊ะแม้แต่ชั่วขณะ
เสียงแผ่วจากริมฝีปากเธอดังขึ้นเบา ๆ
        “ข้าคิดว่า... ‘ความตาย’ เป็นเพียงแนวคิดทางเวท หรือไม่ก็สัญลักษณ์ของจุดจบ แต่เมื่อคืน มันมีตัวตน... มันจับต้องได้จริง ๆ”
เมธรัสพยักหน้าช้า ๆ สีหน้าเรียบสงบ
        “ใช่ — ‘ความตาย’ ที่ปรากฏครั้งนี้ไม่ใช่สิ่งเชิงนามธรรม หากแต่เป็น ‘เอนทิตี’ ที่มีจิตสำนึก... ข้าเฝ้ามองมานานหลายร้อยปี แต่เพิ่งได้เห็นด้วยตาตนเอง”
เสียงของเขานุ่มลึก แต่ทุกถ้อยคำมีน้ำหนักจนบรรยากาศทั้งห้องเย็นลงอย่างประหลาด
คาเรนก้าวขึ้นหนึ่งก้าว ดวงตาคมฉายแววระแวดระวัง
        “ถ้าเป็นเช่นนั้น — ข้าขอเสนอให้ตรวจสอบเพื่อนของมันอีกคน”
เขาเหลือบมองภาพโฮโลแกรม
        “ในรายงานการทดสอบวันแรก ทั้งสองใช้พลังที่ไม่ควรจะมีในมนุษย์วัยนั่น หากชายผู้นี้เป็นภัย อีกคนอาจเป็นเช่นเดียวกัน”
ภาพของอิเรน วาเลน บนจอแสงสั่นเล็กน้อยตามอารมณ์เจ้าของเสียง
        “เจ้าเด็กคนนั้น... ลูกข้าเอง” เขากล่าวเสียงต่ำ “น่าอายจริงที่ข้าไม่อาจสั่งสอนให้มันอยู่ในโอวาทได้”
ราชาอัลเทรนน์เลิกคิ้วขึ้นนิดหนึ่ง พลางเอ่ยเสียงเรียบแต่มีรอยยิ้มมุมปาก
        “ลูกของท่านหรือ... เช่นนั้นยิ่งน่าสนใจ” พระเนตรมองร่างของราห์ซูร์บนโต๊ะนิ่งนาน
        “บางที สิ่งที่เขาทำ... อาจเพราะเขาต้องการจับตา ‘สิ่งแปลกปลอม’ ที่แทรกซึมเข้ามาในอาณาจักรของเราต่างหาก ข้าว่าเขามีสัญชาตญาณที่ดีเหมือนท่าน อีเลน”
เมธรัสหัวเราะเบา ๆ — เสียงนั้นไม่ดัง แต่ก้องในใจของทุกคนในห้อง “ข้ามีข้อเสนอ...” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ เยือกเย็นแต่หนักแน่น “ให้ แซร์ค วาเลน เป็นผู้จับตาดู ราห์ซูร์ เอาไว้ ”
แสงในห้องสั่นวูบตามแรงเวทที่เคลื่อนไหวใต้คำพูดนั้น บนจอแสงสีฟ้าจาง ๆ อิเรน วาเลน ขมวดคิ้ว รอยลังเลฉายชัดในสีหน้า
        “แต่แบบนั้น...” เสียงเขาแผ่วต่ำ “จะทำให้เด็กคนนั้นไม่เหมาะกับงานสายลับอีกต่อไป และข้าเกรงว่า เขาอาจทำทุกอย่างพังโดยไม่รู้ตัว”
เมธรัสเพียงยิ้มบาง ดวงตาเขาเปล่งประกายเหมือนเห็นอนาคตอยู่ตรงหน้า
        “ไม่หรอก... ท่านอิเลน” เสียงของราชครูนิ่งลึก “จากที่ข้าได้สังเกต แซร์คผู้นั้นไม่ใช่เด็กที่ต้องรอคำสั่ง เขา รู้ทันที ว่าควรทำอะไร — ราวกับจิตใต้สำนึกของเขาถูกหล่อหลอมมาให้พร้อมทำภาระกิจเพื่ออาณาจักรวาเลเธียแล้ว”
เขาหัวเราะในลำคอเบา ๆ รอยยิ้มอบอุ่นแต่มีเงาแห่งปริศนา
        “หากได้รับการฝึกฝนอย่างถูกทาง... ข้าเชื่อว่า เขาอาจก้าวข้ามท่านได้ในสักวันหนึ่ง”
คำพูดนั้นทำให้ทั้งห้องเงียบงันไปชั่วขณะ แสงจากโฮโลแกรมสั่นระริกเล็กน้อยราวกับสะท้อนความรู้สึกของอิเรนเอง
        “ข้าเห็นด้วย”
ราชาอัลเทรนน์ตรัสขึ้นอย่างเรียบสงบ แต่ทุกคำมีแรงของประกาศิต พระเนตรทอดมองไปยังร่างของราห์ซูร์ที่ยังคงนอนนิ่งอยู่บนโต๊ะ — ราวกับกำลังประเมิน 
คาเรน ไครอส เอ่ยขึ้นบ้าง
        “ตอนนี้ พวกเขาทั้งคู่กำลังเดินไปยังสนามซ้อมดาบกลางแจ้ง... ข้าจะไปดูด้วยตนเอง”เขาหันมาทางกราวด้า “ราห์ซูร์... เขามาจากอนาคตจริงหรือไม่?”
กราวด้าเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบด้วยเสียงราบเรียบแต่แฝงแรงกดดัน
        “ใช่” เธอกล่าว “แต่ขอให้ทุกท่านเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ — จนกว่าข้าจะสืบให้ได้ว่า เขามาที่นี่เพื่ออะไร”
ความเงียบปกคลุมทั้งห้องอีกครั้ง สายลมยามเช้าพัดผ่านหน้าต่าง เสียงม่านกระจกขยับเบา ๆ เหมือนเสียงหายใจของโลกที่เริ่มตื่นจากฝันร้ายเมื่อคืน   
ตัดกลับมาที่ลานกว้างของสนามซ้อมกลางแจ้ง — หรือที่ทหารเรียกกันสั้น ๆ ว่า “สนามฝึกต่อสู้ระยะประชิด”พื้นดินเต็มไปด้วยรอยเท้าและเศษฝุ่นคลุ้ง เสียงเหล็กกระทบไม้ดังระงมทั่วสนาม ร่างของทหารหนุ่มนับสิบกำลังฝึกประชิดตัว บ้างใช้กระบี่ไม้ กระบอง หรือแม้แต่ค้อนเหล็กจำลองที่หนักจนพื้นสั่นทุกครั้งที่ฟาดลง
ลมยามสายพัดพาเสียงตะโกนสั่งของครูฝึกกระจายทั่วลาน กลิ่นเหล็กผสมเหงื่อและฝุ่นร้อน 
จากปลายสนาม — หัวหน้าครูฝึก เซราด นอร์แฮม (Serad Norham) เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้างใต้ใบหน้าที่มีแผลเป็นเฉียงพาดข้างแก้มขวา ร่องรอยของสงครามชายแดนทางเหนือยังคงเตือนความทรงจำในทุกก้าวย่างของเขาชายร่างใหญ่ในชุดหนังฝึกทหารสีหม่น ก้าวเข้ามาท่ามกลางเสียงโลหะและเสียงโห่ของผู้ฝึกซ้อม ก่อนเอ่ยเสียงทุ้มกังวานจนทั่วสนามเงียบลง
        “มาแล้วสินะ พวกนาย...”
เขายกมือเท้าเอว รอยยิ้มแฝงความคาดหวัง
        “ในที่สุดก็โผล่มาหาฉันจนได้ รู้ไหมว่าฉันรอตื่นเต้นแค่ไหน...ที่จะได้ ‘ทดสอบพวกนาย’ ด้วยตัวเอง”
เสียงหัวเราะของเขาก้องต่ำทั่วสนาม เหมือนฟ้าคำรามเบา ๆ ก่อนพายุจะเริ่มต้น
ทางด้านหลัง — ลุงทหารเอเรน กับ ครูฝึกหน่วยธนูเรน เดินเข้ามาพร้อมกองทหารอีกชุดหนึ่ง เพื่อดู “การทดสอบรอบที่สอง” ซึ่งเป็นรอบสุดท้ายของวัน ในทุกครั้ง การทดสอบรอบนี้คือช่วงที่ตื่นเต้นที่สุด — ดุดันที่สุด —ของการสอบสามวัน
ฝั่งประตูทางเหนือ เสียงฝีเท้าหลายคู่ดังขึ้น — เหล่าจอมเวทย์สาวจากสำนักเวทกลาง ทยอยเดินข้ามลานเข้ามาในเขตทหาร เพื่อชมการทดสอบของผู้สมัครที่กำลังถูกพูดถึงไปทั่วเมือง
ข่าวเรื่อง “การทดสอบธนูเมื่อเช้า” แพร่ไปเร็วกว่าลม ชื่อของ ราห์ซูร์ ถูกกล่าวขวัญด้วยความสงสัยปนชื่นชม — “เขาอาจร่ายเวทเวทสนับสนุนกับการยิงธนู ” ซึ่งไม่ได้ผิดกฎอะไร แต่ทำไมเขาไม่มาสมัครเป็นนักเวทย์ นั่นน่าสงสัยกว่า
กลุ่มสาวเวทยืนเรียงริมรั้วไม้ บางคนถือพัดเวท บางคนถือสมุดเล่มใหญ่ แต่สายตาทั้งหมดมองไปยังสนามเดียวกัน เสียงหัวเราะคิกคักแผ่วเบาเจือกลิ่นสมุนไพรและน้ำหอมเวท ลอยปะทะกับกลิ่นเหล็กและเหงื่อของทหารหนุ่ม จนทำเอาหลายคนในสนามฝึกเผลอแก้มร้อนตาม ๆ กัน
รอยยิ้มล้อเลียนแผ่วเบาเริ่มเกิดขึ้นท่ามกลางเสียงกระซิบ ก่อนที่เสียงทุ้มของครูฝึกเซราดจะดังขึ้นอีกครั้ง — หนักแน่นพอจะกลบทุกเสียงรอบตัว
        “เอาล่ะ... ราห์ซูร์ และ แซร์ค วาเลน — เข้ามาในสนาม!”
เสียงนั้นสั่นสะเทือนทั่วลานฝึก — และทุกคู่สายตาก็หันมามองสองร่างที่ก้าวเข้ามาพร้อมกัน...
เสียงแตรสั้นจากเวทสัญญาณดังขึ้นเหนือสนามฝึกกลางแจ้ง ทหารทุกนายหยุดเคลื่อนไหวพร้อมกันในทันทีหัวหน้าครูฝึก เซราด นอร์แฮม (Serad Norham) ก้าวขึ้นไปยืนกลางลาน ดวงตาเฉียบคมกวาดมองผู้เข้าสอบทั้งสอง
        “ฟังให้ดี!”
เสียงของเขาดังทุ้มสะท้อนไปทั่วสนาม จนเสียงจอมเวทย์สาวที่ยืนดูอยู่บนชานไม้ยังเงียบลงในพริบตา
        “การทดสอบรอบนี้เรียกว่า การสะสมคะแนนต่อเนื่อง”
เขาหยุดเล็กน้อยเพื่อให้ทุกคนตั้งใจฟัง “ข้าได้จัดกลุ่มทหารอาสาไว้แล้ว แต่ละคนจะมี ‘คะแนน’ ของตนเอง เขียนอยู่บนแผ่นกระดาษในมือ — ตั้งแต่สี่คะแนน ไปจนถึงสิบสามคะแนน”
        “ผู้เข้าสอบจะเลือกใครก็ได้มาท้าดวล หากชนะ จะได้รับคะแนนเท่ากับคู่ต่อสู้นั้น และสามารถเลือกคนใหม่ได้ต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ แต่ถ้าแพ้ — การทดสอบจะ สิ้นสุดทันที”
เขาเดินช้า ๆ ผ่านกลางระหว่างสองสนาม เสียงรองเท้าบู๊ทเหยียบฝุ่นแผ่วแต่หนักแน่น
        “จะหยุดเมื่อไหร่ก็ได้ เพียงยกมือและประกาศ ‘ขอหยุด’ คะแนนทั้งหมดจะถูกบันทึกเป็นผลสอบสุดท้าย เข้าใจไหม?”
        “ว้าว...” แซร์คยกมือกุมท้ายทอย ยิ้มกว้าง “สู้แบบบุฟเฟต์สินะ ตื่นเต้นจริง ๆ”
รอบสนามมีเสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นหลายแห่ง จนเซราดต้องเหล่มองอย่างตำหนิแต่ก็อดยิ้มไม่ได้ราห์ซูร์เพียงค้อมศีรษะ “รับทราบครับ”

ทั้งคู่ก้าวกลับเข้าสู่ลานทดสอบ — เส้นเวทบาง ๆ ที่พื้นดินเรืองแสงจางขึ้นมา แบ่งเขตสนามของทั้งสองคนอย่างชัดเจน
ฝั่งซ้ายคือ แซร์ค วาเลน — แสงแดดยามสายสะท้อนบนผมสีฟ้าอ่อนของเขา ขณะที่ฝั่งขวา ราห์ซูร์ ยืนนิ่งในเงา เสียงลมหายใจเบาแทบไม่ขยับ
จากมุมสนาม ทหารอาสาหลายสิบคนเดินออกมาเรียงแถวตรงอย่างพร้อมเพรียงทุกคนถือแผ่นกระดาษคะแนนของตนไว้ในมือ ตัวเลขแตกต่างกันไป — 4, 6, 8, 10, 11, 13... ใบหน้าพวกเขามีทั้งตื่นเต้นและท้าทาย บางคนหมุนดาบไม้ในมืออย่างร้อนแรง บางคนกำหมัดแน่นรอเวลาลงสนาม
        “เฮ้! พี่ชาย!”
แซร์คยกมือทักพลางตะโกนข้ามไป “ไม่ต้องโกรธนะถ้าฉันไม่เลือก!”
เสียงโห่จากฝั่งทหารอาสาดังกลับมาอย่างสนุกสนาน
        “ฉันจะไปเตะก้นแกทีหลังแน่ ไอ้เด็กแสบ!”
        “อย่าให้เลือกฉันนะ เดี๋ยวได้พักทั้งวันเลย!”
เสียงหัวเราะก้องกังวานทั่วสนาม ทำให้ลดบรรยากาศตึงเครียดก่อนหน้านี้คลายลงชั่วคราว

แต่ต่างจากแซร์ค — ราห์ซูร์เงียบกว่าทุกคน
เขากำลังหลับตา ตรวจสอบร่างกายตัวเองอย่างละเอียด... ร่างที่เขาได้คืนมาหลังการข้ามเวลา มันไม่ใช่ร่างเดิมของ ผู้ควบคุมกาล ที่ทรงพลังระดับราชาปีศาจอีกต่อไป ตอนนี้มันเป็นเพียงร่างของมนุษย์ที่แข็งแรงธรรมดา — การตอบสนองยังอยู่แค่ระดับทหารปกติ 
        “จะไหวไหมนะ...”  ต้องยอมรับในระดับหนึ่งเลยว่าแซร์คไม่ธรรมดา เขาพึมพำในใจเบา ๆ 

เสียงของเซราดดังขึ้นอีกครั้ง “เริ่มได้! ผู้เข้าสอบแต่ละคน เลือกคู่ต่อสู้คนแรกของตนได้เลย!”
ฝุ่นในสนามลอยขึ้นเบา ๆ ตามแรงก้าวของทั้งสองแซร์คยิ้มกว้าง ขยับคอจนได้ยินเสียงกระดูกดังกรอบ ๆ แล้วชี้ไปยังทหารอาสาที่ถือกระดาษเลข 10        “สิบคะแนน! มานี่พี่ — เริ่มจากของหนักก่อนค่อยเบา สนุกกว่าเยอะ!”
เสียงโห่รับจากรอบสนามดังสนั่นในขณะที่ฝั่งตรงข้าม ราห์ซูร์เพียงเหลือบมองไปที่ชายหนุ่มหมายเลข 6 ที่ยืนนิ่งอยู่กลางแถว แล้วพยักหน้าเบา ๆคู่แรกของทั้งสอง... ได้เริ่มขึ้นแล้ว
เสียงเชียร์เริ่มกระหึ่มทั่วสนามเมื่อการต่อสู้ดำเนินไป
แซร์ค วาเลน ยืนอยู่กลางลานฝึก มือขวาถือกระบองไม้ยาวขัดเงา ด้านปลายเสริมแผ่นเหล็กบาง ๆ เพื่อสร้างแรงกระแทก เขาหมุนกระบองในมืออย่างคล่องแคล่ว รอยยิ้มมุมปากเต็มไปด้วยความมั่นใจ
        “กระบองสินะ…” เซราดพึมพำพลางยกคิ้ว “อาวุธที่ไม่เปลืองแรง แต่เอาไว้ควบคุมสนามได้ดี”
แซร์คยกปลายกระบองขึ้นระดับอก ก่อนก้าวหนึ่งก้าวไปข้างหน้า เขาไม่ฟาด ไม่ตวัด แต่ “ดัน” — ปลายกระบองกระแทกเข้าที่หน้าอกคู่ต่อสู้หมายเลขสิบอย่างแม่นยำ แรงผลักทำให้ชายคนนั้นล้มลงโดยแทบไม่ทันตั้งตัว ฝุ่นฟุ้งกระจาย เสียงแตรดัง “ปัง!” เป็นสัญญาณจบการต่อสู้ เสียงโห่ร้องจากฝั่งผู้ชมดังลั่น
        “สิบคะแนนแรก!” เซราดประกาศ “ผู้เข้าสอบ แซร์ค วาเลน!”
แซร์คหมุนกระบองบนไหล่ข้างหนึ่ง ยิ้มร่าเหมือนกำลังเล่นสนุก “ยังไม่เหนื่อยเลย ขอต่ออีกคน!”
เขาเลือกคู่ต่อสู้ระดับแปด และจบด้วยท่ากระแทกขาเพียงสามจังหวะ — คู่ต่อสู้ทรุดลงกับพื้นทันทีคะแนนสะสมของเขาพุ่งขึ้นเป็น 18 คะแนน
เสียงโห่กระหึ่มจนทหารรอบนอกเริ่มปีนขึ้นไปบนสแตนด์ไม้เพื่อดูให้ชัดขึ้นกลิ่นฝุ่นและเหล็กคลุ้งในอากาศ คลอเสียงหัวเราะและเสียงเชียร์จากจอมเวทย์สาวฝั่งเหนือสนาม

ขณะเดียวกัน
ฝั่งขวาของลานฝึก ราห์ซูร์ กำดาบคู่แน่น ดาบไม้ที่เสริมเวทภายในใบมีดเรืองแสงจาง ๆ จากพลังสนับสนุนที่เขาร่ายไว้เมื่อครู่ แสงสีเงินบาง ๆ ไหลไปตามข้อมือและท่อนแขน เสียงคาถาแผ่วในลำคอหายไปพร้อมจังหวะลมหายใจ คู่ต่อสู้หมายเลขหกบุกเข้ามาอย่างรวดเร็ว แต่เพียงสามกระบวนท่า — ราห์ซูร์หลบ จับจังหวะ แล้ว “สวนกลับ” ด้วยการสไลด์คมดาบไม้เข้าที่ข้อมืออีกฝ่ายจนหลุดจากสมาธิ ล้มลงโดยไม่รู้ตัว
        “หกคะแนนแรก เข้าสู่บัญชี ราห์ซูร์!” เซราดประกาศเสียงดัง
ชายผู้ข้ามกาลเวลาไม่แสดงอาการยินดีใด ๆ เขาเพียงขยับนิ้วเบา ๆ ราวกับตรวจสอบสมดุลพลังในร่างไม่นาน คู่ต่อสู้คนต่อมาที่มีสิบคะแนนก็ล้มลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน
        “สิบหกคะแนนสะสม!” เสียงจอมเวทย์สาวตะโกน
สนามเริ่มสั่นสะเทือนด้วยแรงตื่นเต้นของผู้ชมที่เฝ้ามองสองดาวรุ่งที่กำลังฉายแสงในวันเดียวกัน

        “พวกนี้…” เซราดพูดกับนายทหารข้าง ๆ พลางกอดอก “อาจเก่งกว่าทหารมืออาชีพหลายคนด้วยซ้ำ”แววตาเขาเปล่งประกาย “ดูเหมือนต้องเพิ่ม ‘ความร้อน’ เข้าไปอีกหน่อย”
เขาโบกมือส่งสัญญาณให้พลทหารเรียกกำลังเสริม จากขอบสนาม ทหารสามคนเดินออกมาช้า ๆ —แสงแดดสะท้อนเกราะเหล็กเก่าที่เต็มไปด้วยรอยแผล รอบสนามเริ่มเงียบลงในทันทีเมื่อทุกคนเห็น “ตราหน่วยแนวหน้า” ที่อกเสื้อของพวกเขา
ชายคนแรกสูงใหญ่ ผิวคล้ำกล้ามแน่นเต็มตัว มีรอยสักเผ่าขดเป็นเกลียวบนแขนทั้งสองข้าง เขาโยนแผ่นคะแนนในมือขึ้นพลิกกลางอากาศแล้วรับกลับชูขึ้นให้เห็นชัด — บนกระดาษนั้นเขียนไว้ว่า 23 คะแนน
        “กราฟก้า” เสียงกระซิบดังรอบสนามทันที เขาคือชนเผ่าคนเถื่อนที่เข้าร่วมกองทัพเมื่อสามปีก่อน ชื่อของเขาคือสัญลักษณ์แห่งแนวหน้า — ผู้รอดชีวิตจากการบุกทุกสนาม
ชายอีกคนเดินตามมา ผอมสูง ผมยาวสีเทาเงิน ผ้าคลุมด้านหลังปลิวเบา เขาถือแส้สั้นที่พันไว้รอบข้อมือ — บนกระดาษคะแนนเขียนว่า 22 และปากเขาบ่นเบา ๆ ด้วยความหงุดหงิด “ทำไมฉันได้คะแนนน้อยกว่ากราฟก้านะ...” เสียงกระซิบตอบกลับจากฝั่งเพื่อนทหารดังขำ ๆ “ก็เพราะเจ้าเล่นตีหลังคนอื่นมากกว่าข้างหน้าไง วิวลี่!”
ชายคนสุดท้าย — ร่างเล็กแต่แววตาเฉียบ รอยแผลขวางกลางคิ้วเหมือนคนผ่านความตายมาหลายครั้ง เขามีคะแนน 19 “ฉันได้ 19 คะแนน น่าดีใจจริงๆ” เขาพูด
 

 
        “เพิ่มความเข้มข้นให้สนามหน่อยสินะ” เซราดพูดพลางยิ้มกว้าง “ดีมาก”
ทันทีที่ทั้งสามคนก้าวเข้าสู่สนาม เสียงเชียร์ดังขึ้นอีกระลอก ราห์ซูร์หันมองกระดาษคะแนนของตน — ตอนนี้เขายังตามแซร์คอยู่สองคะแนน เขาขยับคิ้วนิดเดียว ก่อนก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่ลังเล
        “ผมเลือกคนที่มีคะแนน 23” เขากล่าวเรียบเสียง ทั้งสนามเงียบกริบในทันที ก่อนจะระเบิดเสียงโห่กึกก้อง
แซร์คหัวเราะดังลั่น “หึ ก็ได้! ฉันจะเก็บพี่ชายคนที่ 19 กับ 22 ไปก่อนละกัน”
เขาโยนกระบองขึ้นหมุนในอากาศ “ขอให้โชคดีนะ ราห์ซูร์ — นายอาจใช้เวลาสักพักกับพี่ชายที่มี 23 คะแนน”

กราฟก้า เดินลงสนามด้วยท่าทีมั่นคง หมุนคอ หมุนหัวไหล่ เสียงกระดูกดังเป๊าะเบา ๆ
ร่างกายของเขาเริ่มเรืองแสงฟ้าจาง ๆ จาก สกิลบัฟความแข็งแกร่ง
        “ไง ทหารใหม่อนาคตรุ่ง...” เสียงเขาทุ้มต่ำแต่แฝงความเป็นมิตร “มาเต้นกันหน่อยไหม?”
เสียงเชียร์รอบสนามดังขึ้นเป็นจังหวะเดียวกัน
        “เอาเลย! กราฟก้า! สอนเด็กใหม่ให้รู้ซะว่าแนวหน้าเป็นยังไง!!”
แสงแดดยามบ่ายสะท้อนจากแผงอกของเขา — และในวินาทีนั้น ลมหายใจของสนามทั้งสนามเหมือนจะหยุดลง... เพราะทุกคนรู้ดี — ศึกใหญ่กำลังเริ่มต้นจริง ๆ แล้ว
 
 
 
 
 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา