เจ้าหญิงน้ำแข็งและเจ้าชายแกะดำ

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 13.35 น.

  45 ตอน
  1 วิจารณ์
  9,284 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 23.31 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

42) Fight Dot 16

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

 

      หลายวันที่ผ่านมา น้ำแข็งต้องทำงานหนักในตอนกลางวัน และฝึกพิเศษกับพลัสจนดึกแทบทุกคืน ร่างกายของเธอเริ่มสะสมความเหนื่อยล้าโดยไม่รู้ตัว

      เช้าวันนี้ น้ำแข็งลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความมึนงง ศีรษะหนักอึ้งเหมือนนอนไม่พอหลายวันติดต่อกัน แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังฝืนลุกขึ้นจากเตียง อาบน้ำ แต่งตัว และเตรียมไปทำงานเหมือนทุกวัน

      ในช่วงเช้า เธอมีงานถ่ายแบบอีกครั้ง ชุดที่ทีมงานเตรียมไว้เป็นชุดสีขาวเข้ารูป แน่นจนหายใจไม่สะดวกนัก แสงไฟในสตูดิโอค่อย ๆ สว่างขึ้นเรื่อย ๆ ความร้อนสะสมอยู่รอบตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

      น้ำแข็งยืนนิ่งให้กล้อง ยิ้มตามคำสั่ง เอียงคอตามคำบอกหมุนตัวตามจังหวะที่ทีมงานต้องการ ทุกอย่างควรเป็นเหมือนเดิมแต่พื้นใต้เท้ากลับเริ่มไม่มั่นคง

      แสงไฟตรงหน้าพร่าเลือน เพดานและพื้นเหมือนหมุนวนเข้าหากัน เสียงรอบตัวค่อย ๆ ไกลออกไปเรื่อย ๆ จนเหลือเพียงเสียงอื้ออึงในหู

น้ำแข็งพยายามขยับมือเพื่อจับอะไรสักอย่างแต่ร่างกายไม่ตอบสนอง จากนั้นทุกอย่างก็มืดลงและเธอก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกเลย

 

 


น้ำแข็งรู้สึกตัวอีกครั้ง ตอนที่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว

แสงสีส้มหม่นจากด้านนอกหน้าต่างถูกแทนที่ด้วยแสงไฟในห้องพักผู้ป่วย เธอกะพริบตาช้า ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่งด้วยความมึนงง

กลิ่นยาอ่อน ๆ ลอยอยู่ในอากาศ สายน้ำเกลือติดอยู่ที่หลังมือของเธอ น้ำแข็งมองไปรอบ ๆ แล้วหยุดสายตาอยู่ที่ชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งนั่งเฝ้าอยู่ไม่ไกล

      “เอเดรียน?” เสียงของเธอแหบเล็กน้อย

      “นายมาได้ยังไง แล้วลูเซียนล่ะ ฉัน…เป็นลมไปหรือ” น้ำแข็งก้มมองมือตัวเอง

ปลายนิ้วของเธอชาและสั่นจนควบคุมได้ไม่ดีนัก เอเดรียนรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าเป็นห่วง

      “ช่วงเช้าฉันได้ยินว่าเธอเป็นลม ก็รีบมาทันที” เขาพูดเสียงอ่อนลง

      “ลูเซียนหน้าเสียมากตอนเห็นเธอล้ม แต่ตอนนี้เขาถูกกันออกไปแล้ว พ่อของเธอโกรธมาก เข้าใจว่าลูเซียนใช้งานเธอหนักเกินไป”

น้ำแข็งนิ่งไปเล็กน้อยเอเดรียนมองเธออย่างไม่สบายใจ ก่อนพูดต่อ

      “ที่นี่คือโรงพยาบาล และตอนนี้สองทุ่มแล้ว”

เขาหันไปหยิบจานแอปเปิลที่ปอกไว้แล้วจากโต๊ะข้างเตียง วางลงบนตักเธออย่างเบามือ ก่อนหยิบชิ้นหนึ่งส่งให้

      “กินอะไรหน่อย เธอไม่ได้กินอะไรดี ๆ มาทั้งวันแล้ว”

      “สองทุ่ม?” น้ำแข็งชะงักแววตาเธอเปลี่ยนไปทันที

      “ฉันต้องไป…” เธอพยายามลุกจากเตียง แต่ร่างกายกลับอ่อนแรงกว่าที่คิด

      “วันนี้แกะดำแข่งไม่ใช่หรือ”

สายน้ำเกลือดึงมือเธอไว้ น้ำแข็งพยายามขยับตัวเร็วเกินไปจนหน้ามืด

      “อย่าลุกเร็วแบบนั้น!” เอเดรียนพุ่งเข้ามาประคองเธอไว้ทัน ก่อนร่างของน้ำแข็งจะทรุดลงข้างเตียง

เขาค่อย ๆ พาเธอนอนกลับลงไปบนหมอน

      “เธอต้องพัก หมอบอกให้นอนดูอาการอย่างน้อยสองวัน” น้ำแข็งหอบหายใจเบา ๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความเสียดาย

      “แกะดำแข่งตอนเช้าของวันนี้…” เธอมองเพดานนิ่ง

      “ตอนนี้คงจบไปแล้ว”

เอเดรียนไม่พูดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง เขารู้ว่าสำหรับน้ำแข็ง เรื่องนั้นสำคัญกว่าการพักผ่อนของตัวเองมากแค่ไหน ไม่นาน เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเป็นโทรศัพท์ของเธอเอง เอเดรียนเดินไปหยิบจากโต๊ะข้างเตียง หน้าจอแสดงชื่อผู้โทรเข้า

      "น้ำแข็งใส 2"

เขามองชื่อบนหน้าจอ แล้วหลุดยิ้มออกมาเล็กน้อย เอเดรียนรู้ทันทีว่าเบอร์นี้คือเครื่องสำรองของน้ำแข็ง ซึ่งเธอให้กรกรรณเอาไปใช้

เขาส่งโทรศัพท์ให้น้ำแข็ง

      “โทรมาเหมือนรู้จังหวะเลยนะ” เอเดรียนพูดด้วยรอยยิ้มบาง ๆ

      “คุยเองก็แล้วกัน”

 

น้ำแข็งรับโทรศัพท์ไป มุมปากของเธอยกขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่

      “สวัสดี…”

ทันทีที่เธอรับสาย เสียงของกรกรรณก็ดังขึ้นอย่างร้อนรน

      “คุณน้ำแข็ง! เอ้ย…น้ำแข็ง! เป็นอะไรหรือเปล่าครับ ผมได้ยินว่าคุณเป็นลม จริงหรือครับ เจ็บตรงไหนไหม อยู่โรงพยาบาลใช่ไหมครับ หมอบอกว่ายังไงบ้างครับ ผมเป็นห่วงนะครับ!”

คำถามรัวเร็วเสียจนน้ำแข็งแทบหาจังหวะตอบไม่ทัน เธอกะพริบตาช้า ๆ ก่อนจะยิ้มออกมา รอยยิ้มแรกของวัน

      “ไม่เป็นไรแล้ว” น้ำเสียงของเธออ่อนลงโดยไม่รู้ตัว

      “แล้วการแข่งเป็นยังไงบ้าง”

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนกรกรรณจะหัวเราะเบา ๆ เหมือนพยายามทำให้เธอสบายใจ

      “เป็นไปตามแผนครับ แกะดำชนะ Eden Sphere เก็บได้อีกสามคะแนน” เขาหยุดเล็กน้อย

      “ตอนนี้เรานำเป็นจ่าฝูงของกลุ่มแล้วครับ”

น้ำแข็งนิ่งไปจากนั้นดวงตาของเธอก็ค่อย ๆ เป็นประกายขึ้น

      “จริงหรือ…” เธอถามเสียงเบา เหมือนไม่กล้าเชื่อ

      “จริง ๆ ใช่ไหม”

      “จริงครับ” กรกรรณตอบทันที

      “พวกเราจะได้เข้าไปแข่งรอบสิบหกทีมสุดท้ายแล้วครับ” น้ำแข็งยกมือขึ้นปิดปากเล็กน้อย รอยยิ้มของเธอกว้างขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบหุบไม่ได้

      “นายจะได้เข้ามาเมืองหลวงจริง ๆ ใช่ไหม”

      “ครับ” กรกรรณตอบด้วยเสียงนุ่มลง

      “ผมกำลังไปหาคุณน้ำแข็งแล้วครับ”

      น้ำแข็งก้มหน้าลงเล็กน้อย ทั้งที่ร่างกายยังอ่อนแรง ทั้งที่มือยังสั่น ทั้งที่สายน้ำเกลือยังติดอยู่กับหลังมือ แต่สีหน้าของเธอกลับสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

      เอเดรียนยืนมองอยู่เงียบ ๆ จากมุมห้อง เขาเห็นรอยยิ้มนั้น รอยยิ้มที่เขาไม่ได้เห็นจากน้ำแข็งมานานมาก ไม่ใช่รอยยิ้มที่ปั้นขึ้นให้กล้อง ไม่ใช่รอยยิ้มสำหรับงานประชาสัมพันธ์ ไม่ใช่รอยยิ้มของเจ้าหญิงน้ำแข็งที่ทุกคนอยากเห็น แต่เป็นรอยยิ้มของเอลินเซีย วินเทรส รอยยิ้มของผู้หญิงคนหนึ่งที่ดีใจจริง ๆ เพราะคนสำคัญกำลังเดินทางมาหาเธอ

      เอเดรียนหลุบตาลงเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มกับตัวเอง เขาเข้าใจแล้วบางที…ทั้งคู่คงรักกันจริง ๆ อย่างที่ใครหลายคนพูดกันและถ้าเป็นแบบนั้นเขาก็คงไม่มีสิทธิ์แทรกเข้าไปในรอยยิ้มแบบนั้นตั้งแต่แรก

 

 


อาคารเวลเวทเคจ

      โอโน วาเลสก้า ปิดห้างเวลเวทเคจฉลอง 3 วัน 3 คืนฉลองที่ตัวแทน Velvet group ชนะเข้าไปแข่งรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้ด้วยการนำเป็นที่ 1 ของกลุ่ม

      โอโนหัวเราะอย่างพอใจร่วมกับหัวหน้าเครือข่ายหลายสาขาที่เข้ามาร่วมยินดี รวมถึง ไอเอ็น นักพนันเศรฐีเก่านักพนันตัวยง

      “ฮ่าฮ่าฮ่า! ใครบอกว่าทีมแกะดำเป็นแค่ทีมเรียกเสียงฮา ตอนนี้พวกเขานำเป็นที่หนึ่งของกลุ่มแล้วนะ!”

เสียงหัวเราะของเธอดังกว่าเสียงดนตรีเสียอีก

      กรกรรณหลบไปโทรศัพท์เป็นอรบที่ 10 ของวันเพื่อสอบถามเอเดรียนว่า น้ำแข็งที่เป็นลมเมื่อเช้า เธอตื่นหรือยัง ดีขึ้นหรือเปล่า และเขาก็ได้คุยกับน้ำแข็งในที่สุดและหายไปจากงานเลี้ยงเลย

      หมีดำ ถูกรุมล้อมด้วยกลุ่มบอดีการ์ดที่ชื่นชม ฉายาของเขาคือ โล่อัลติเมต ไปแล้ว

      ส่วนหนูแดง หลายคนมองหาถามหาเด็กผมขาวตัวเล็กและเหล่าแฟนคลับที่มารอต่างก็ผิดหวัง ไม่มีใครเห็นเธอเลยในงานเพราะคืนนี้เธอมางานในร่างของ เมโลดี้ เอ็มม่า

      หญิงสาวผมแดงผู้สง่างามขึ้นเวทีร้องเพลงสดทุกคืน เสียงของเธอดึงผู้คนในเวลเวทเคจให้หยุดมองได้อย่างง่ายดาย ไม่มีใครเชื่อเลยว่า  ที่เพิ่งวิ่งไล่กัดคู่แข่งในสนาม Fight Dot มาไม่นาน

      อเล็กนั่งเขี่ยต้นหอมออกจากข้าวผัดอย่างมีสมาธิ แต่ข้างๆ ยังเปิดโทรศัพท์รายงานผลการแข่งอย่างตื่นเต้น

 

ธนกฤต “แทน” วีระชัย และ ณิชมน “มิ้นท์” กิตติภา รายงานผลการแข่งอย่างตื่นเต้น

      “ตอนนี้เราได้ 16 ทีมสุดท้ายแล้วนะครับคุณมิ้นท์ เป็นไปตามคาดการณ์ครับ ทีมตัวเต็งเข้ามาครบกันเลย”

      “ใช่แล้วค่ะคุณแทน งั้นเรามาดูตารางสรุปแต่ละกลุ่มกันดีกว่าค่ะ”

ภาพกราฟิกปรากฏขึ้นบนหน้าจอ

      กลุ่ม A
            อันดับ 1: Tempest Edge
            อันดับ 2: Valhalla Unit

      กลุ่ม B
            อันดับ 1: Kaiser Holt
            อันดับ 2: Alpha Heroes

      กลุ่ม C
            อันดับ 1: Richter Fenn
            อันดับ 2: Nomad

      กลุ่ม D
            อันดับ 1: Titan Forge
            อันดับ 2: Blackout Bull

      กลุ่ม E
            อันดับ 1: Sub-Zero
            อันดับ 2: Prism Waltz

      กลุ่ม F
            อันดับ 1: Black Sheep
            อันดับ 2: The Wing

      กลุ่ม G
            อันดับ 1: Crimson Phoenix
            อันดับ 2: Infinity R

      กลุ่ม H
            อันดับ 1: Silver Dominion
            อันดับ 2: OX and △

 

มิ้นท์เปิดเอกสารในมือแล้วพูดต่อ

      “จากข้อมูลที่เราได้รับมานะคะ ทางคณะกรรมการจัดการแข่งขันจะจับคู่รอบสิบหกทีมสุดท้ายโดยใช้สาย A/B, C/D, E/F และ G/H จับคู่กันแบบตรงไปตรงมาค่ะ”

แทนพยักหน้า

      “ถ้าอย่างนั้นผังการแข่งขันจะออกมาประมาณนี้เลยนะครับ ทางทีมงานเราทำภาพให้ชมกันแล้วครับ”

ภาพผังการแข่งขันปรากฏขึ้น

Richter Fenn ___

 

VS

 

 

VS

___  CrimsonPhoenix
Blackout bull ___ ___ OX and △
   
Valhalla Unit ___

 

VS

 

VS

___ Prism Waltz.
Kaiser Holt ___ ___ Black Sheep
   
Tempest Edge ___

 

VS

 

VS

___ Sub-Zero
Alpha Heroes ___ ___ The wing
   
Nomad ___

 

VS

 

VS

___ Infinity R
Titan Forge ___ ___ Silver Dominion

 

อเล็กหยุดเขี่ยต้นหอมทันที เขาจ้องผังการแข่งขันบนหน้าจอสีหน้าที่เคยดูง่วง ๆ เปลี่ยนไปเล็กน้อย

      “ตั้งใจดูจังเลยนะคะ!”

      “แว้ก!” อเล็กสะดุ้งจนช้อนในมือแทบหลุด

กระต่าย เลขาของโอโน นั่งลงข้างเขาด้วยรอยยิ้มสดใสเหมือนไม่ได้ตั้งใจทำให้เขาตกใจเลยแม้แต่น้อย

      “ดูตารางแข่งแล้วเรามีปัญหาแล้วค่ะ” เธอพูดเสียงใส “ไปคุยที่โต๊ะท่านโอโนดีกว่านะคะ”

อเล็กมองโทรศัพท์อีกครั้ง ก่อนถอนหายใจเบา ๆ

      “ปัญหา…เหรอครับ”

      “ค่ะ” กระต่ายยิ้มหวาน “ปัญหาแบบค่อนข้างใหญ่เลยค่ะ”

เธอพาอเล็กไปยังโต๊ะ VIP ของโอโน

เมื่อไปถึง ก็เห็นกรกรรณกับหมีดำรออยู่ก่อนแล้ว กรกรรณเพิ่งกลับมาจากการคุยโทรศัพท์ สีหน้ายังมีรอยยิ้มค้างอยู่เล็กน้อย แต่พอเห็นบรรยากาศที่โต๊ะ เขาก็รู้ทันทีว่าเรื่องนี้คงไม่ใช่แค่การฉลอง

โอโนนั่งอยู่หัวโต๊ะ สีหน้าตึงกว่าก่อนหน้านี้มาก

      “ที่ว่าแย่นี่…ยังไงหรือครับคุณกระต่าย” อเล็กถาม ขณะนั่งลงและพยายามมองผังการแข่งขันบนโต๊ะ

เมื่อทุกคนนั่งลงพร้อม กระต่ายแตะนิ้วลงบนพื้นโต๊ะเบา ๆ พื้นโต๊ะเปลี่ยนเป็นจอแสดงข้อมูลทันที ผังการแข่งขันรอบสิบหกทีมสุดท้ายปรากฏขึ้นอีกครั้ง

 

 

Richter Fenn ___

 

VS

 

 

VS

___ CrimsonPhoenix
Blackout bull ___ ___ OX and △
   
Valhalla Unit ___

 

VS

 

VS

___ Prism Waltz.
Kaiser Holt ___ ___ Black Sheep
   
Tempest Edge ___

 

VS

 

VS

___ Sub-Zero
Alpha Heroes ___ ___ The wing
   
Nomad ___

 

VS

 

VS

___ Infinity R
Titan Forge ___ ___ Silver Dominion

 

กระต่ายชี้ไปที่ชื่อของ Black Sheep

      “แค่รอบสิบหกทีมสุดท้าย เราก็ต้องเจอทีมตัวเต็งอย่าง Prism Waltz แล้วค่ะ” เธอลากนิ้วต่อไปยังเส้นถัดไป

      “แต่นี่ยังไม่ใช่ส่วนที่แย่ที่สุด”

ทุกคนเงียบลง

      “ถ้าเราชนะ Prism Waltz ได้” กระต่ายเน้นเสียง “เน้นว่าสมมุติว่าชนะได้นะคะ เราจะมีโอกาสสูงมากที่จะไปเจอกับ Crimson Phoenix ในรอบแปดทีมสุดท้าย”

ชื่อของ Crimson Phoenix ทำให้บรรยากาศที่โต๊ะหนักขึ้นทันที

      “ซึ่ง…” กระต่ายยิ้มแห้ง ๆ “พูดตามข้อมูล เราแทบไม่มีลุ้นเลยค่ะ”

อเล็กมองผังนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพึมพำออกมา

      “ปาฏิหาริย์ยังไม่ช่วยเลยแบบนี้…”

โอโนถอนหายใจ แล้วเอนหลังพิงเก้าอี้

      “จะแพ้ Prism Waltz ก็ไม่ใช่ความผิดของพวกเธอ” เธอพูดตรง ๆ “ฉันอยากให้สู้เต็มที่ก็จริง แต่ต้องพูดตามจริง สายนี้โหดเกินไป” เขาเหลือบมองชื่อ Crimson Phoenix บนโต๊ะ

      “แล้วพูดตามตรง ฉันเองก็ชอบ Crimson Phoenix นะ”

กรกรรณมองผังการแข่งขันอยู่เงียบ ๆ รอยยิ้มจากการได้คุยกับน้ำแข็งค่อย ๆ จางลง แต่ไม่ได้หายไปทั้งหมด

      “ดันมาเจอทีมแชมป์ในรอบแปดทีมสุดท้าย…” เขาพูดขึ้นช้า ๆ

      “พูดตรง ๆ เลยนะครับ ถึงอยากชนะ แต่ก็คงไม่ไหวจริง ๆ”

ไม่มีใครแย้ง เพราะทุกคนรู้ว่าคำพูดนั้นไม่ใช่การยอมแพ้แต่มันคือการยอมรับความจริง

กรกรรณมองชื่อ Prism Waltz อีกครั้ง แล้วพูดต่อ

      “แต่ยังไง ผมก็จะเต็มที่กับ Prism Waltz ครับ”

เขายิ้มบาง ๆ

      “ถ้าได้ไปแข่งกับ Crimson Phoenix จริง ๆ…คงน่าดีใจมากแน่ ๆ”

หมีดำพยักหน้า

      “แต่ถ้าแพ้ อย่างน้อยเราก็ได้ไปเมืองหลวง”

อเล็กมองกรกรรณอยู่ครู่หนึ่ง ในสายตาของเขามีทั้งความกังวลและความโล่งใจปนกันเพราะกรกรรณไม่ได้พูดว่า “เราจะชนะ” แต่ก็ไม่ได้พูดว่า “เรายอมแพ้” เขาเพียงยอมรับว่าอีกฝ่ายแข็งแกร่งกว่าและยังเลือกจะเดินต่อ

 

 


หลังงานฉลองใหญ่ที่เวลเวทเคจจบลง ทีมแกะดำได้พักเต็ม ๆ สามวัน

คำว่า “พัก” ในความหมายของอเล็ก คือการนอนให้พอ กินให้ถูก และไม่สร้างหนี้เพิ่มโดยไม่จำเป็น

แต่คำว่า “พัก” ในความหมายของโอโน วาเลสก้า คือการเตรียมทุกอย่างให้ทีมตัวแทนของเวลเวทกรุ๊ปก้าวเข้าสู่เมืองหลวงอย่างสมศักดิ์ศรี

ดังนั้น เช้าวันที่สี่ ทีมแกะดำจึงออกเดินทางเข้าสู่ไวท์คราวน์ เมืองหลวงของวอร์เกน โดยมีเลขาส่วนตัวของโอโนเป็นผู้ดูแลตลอดการเดินทาง

เธอชื่อกระต่าย

หญิงสาวหน้าตาสดใส แต่งตัวเรียบร้อย พูดจาอ่อนหวาน และยิ้มเก่งจนทำให้คนรอบข้างเผลอเชื่อว่าเธอเป็นคนใจดีมากแต่หลังจากร่วมทางกับทีมแกะดำได้ไม่ถึงครึ่งวัน อเล็กก็เริ่มเข้าใจแล้วว่า—เลขาของโอโนไม่มีทางเป็นคนธรรมดา

      “บ้านพักสำหรับทีมจองไว้แล้วค่ะ สนามซ้อมส่วนตัวอยู่ห่างจากที่พักประมาณสิบสองนาที รถรับส่งมีตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ห้องฟื้นฟูร่างกาย อุปกรณ์กีฬา ห้องประชุมส่วนตัว และทีมโภชนาการเตรียมไว้ครบค่ะ”

กระต่ายพูดพลางเปิดข้อมูลในแท็บเล็ตด้วยน้ำเสียงร่าเริง

      “งบประมาณจากท่านโอโนไม่มีเพดานค่ะ ขอแค่เกี่ยวกับการแข่งขัน ทางเราจัดให้ได้ทั้งหมด”

กรกรรณกะพริบตาปริบ ๆ หมีดำพยักหน้าอย่างจริงจังที่สุดตั้งแต่ขึ้นรถมา หนูแดงนั่งเหยียดขาอยู่บนเบาะ กอดถุงขนมแน่นเหมือนสมบัติประจำชาติ

ส่วนอเล็ก—

      “อืม…แต่การซื้อของใช้จากร้านลดราคาดูคมขลังกว่า”

กระต่ายค้างไปครึ่งวินาที

      “คะ?”

      “พวกสบู่ ยาสีฟัน ผ้าเช็ดตัว อะไรพวกนี้ ถ้าซื้อแบบแพ็กใหญ่จะถูกกว่านะครับ แล้วอาหารเช้าไม่ต้องแพงมากก็ได้ เอาขนมปังลดราคาช่วงเย็นเมื่อวานก็ยังพอกินได้—”

      “ครูฝึกคะ” กระต่ายยิ้มหวานขึ้น “งบไม่จำกัดค่ะ”

      “นั่นแหละครับ ยิ่งไม่จำกัดยิ่งต้องระวัง เราจะใช้พร่ำเพรื่อไม่ได้”

หนูแดงหันขวับทันที

      “ไม่เอาขนมปังเมื่อวาน!”

หมีดำยกมือช้า ๆ

      “อยากกินเนื้อราคาแพงดูบ้างจัง… ”

กรกรรณยิ้มแห้ง

      “ครูฝึกครับ เราเข้ารอบสิบหกทีมสุดท้ายแล้วนะครับ ใช้ของดีบ้างก็ได้ครับ”

อเล็กกอดอก สีหน้าจริงจัง

      “ของดีไม่ได้แปลว่าต้องแพงเสมอไปนะกรกรรณ การได้แย้งชิงของลดราคามาครอบครองนั่นคือความเหนือชั้นของผู้จ่ายตลาดจำไว้”

      กระต่ายมองอเล็กอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนค่อย ๆ หันหน้าไปทางอื่นเหมือนพยายามรักษามารยาท เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่า งานดูแลทีมแกะดำอาจยากกว่าการบริหารงบของเวลเวทกรุ๊ปทั้งสาขาเสียอีก

หลังจากเข้าเมืองในช่วงเช้า กระต่ายพาทั้งทีมไปยังห้างขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของไวท์คราวน์ เพื่อเลือกซื้อของใช้จำเป็นก่อนเข้าบ้านพัก

      ห้างเมืองหลวงแตกต่างจากกรานเวลอย่างชัดเจน พื้นหินขัดสะอาดจนสะท้อนแสง ร้านค้าหรูเรียงกันเป็นระเบียบผู้คนแต่งตัวดี เดินอย่างมั่นใจ และแทบทุกอย่างดูเหมือนถูกออกแบบมาให้บอกว่า ที่นี่คือศูนย์กลางของวอร์เกน

      ทีมแกะดำจึงโดดเด่นมาก โดดเด่นจนเรียกว่าไม่กลมกลืนกับบรรยากาศเลยแม้แต่น้อย หมีดำเดินนำอยู่ด้านหนึ่ง ร่างสูงใหญ่ของเขาทำให้คนที่เดินสวนมาต้องหลบเองโดยอัตโนมัติ หนูแดงเกาะอยู่บนรถเข็นสินค้า ผมสีขาวยาวลากลงมาเกือบถึงพื้น ดวงตาสีแดงสดมองร้านขนมทุกแห่งเหมือนกำลังประเมินเป้าหมายลอบสังหาร

กรกรรณถือรองเท้ากีฬาคู่หนึ่งอยู่ในมือ พยายามดูราคาอย่างจริงจัง

ส่วนอเล็กกำลังเทียบราคาถุงเท้าสามแพ็กด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเหมือนกำลังวางแผนรบ

      “แพ็กนี้ลดสิบสองเปอร์เซ็นต์ แต่เนื้อผ้าบางกว่า...แพ็กนี้แพงกว่าแต่ใช้ได้นานกว่า...อืม...ถ้าคิดเป็นราคาต่อเดือน...”

กระต่ายยืนอยู่ข้าง ๆ ยิ้มค้าง เธอเริ่มอยากโทรรายงานโอโนว่า งบไม่จำกัดอาจไม่มีประโยชน์กับผู้ชายคนนี้

ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์ของอเล็กก็ดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดูหน้าจอพอเห็นชื่อคนโทรเข้า สีหน้าของอเล็กก็เปลี่ยนทันทีเขารีบกดรับสายด้วยรอยยิ้มกว้าง

      “สวัสดี หนูนิโคล ลูกศิษย์สุดรักของฉัน!!! ดีใจที่โทรมานะ ตอนนี้ฉันอยู่ไวท์คราวน์ มีอะไรหรือเปล่า?”

เสียงใส ๆ ดังลอดออกมาจากปลายสายทันที

      “สวัสดีค่า ครูฝึก! หนูก็อยู่ไวท์คราวน์ค่ะ!”

      “โอ้ว จริงเหรอ!”

      “จริงค่ะ พวกเราทำเรื่องย้ายเข้ามาประจำเมืองหลวงแล้ว ทั้งหนู ไคลน์ และเรนค่ะ มาทดแทนกำลังที่เสียไปของเมืองหลวง”

อเล็กยิ้มอบอุ่นขึ้นทันที

      “ดีใจด้วยนะ ได้มาอยู่ใกล้หนูน้ำแข็งด้วยใช่ไหม?”

      “ใช่แล้วค่ะ เรานัดกับน้ำแข็งไว้ด้วย เย็นนี้ไปหาครูฝึกได้ไหมคะ ถือว่าเลี้ยงต้อนรับพวกหนูเข้ามาเมืองหลวง แล้วน้ำแข็งก็จะไปด้วยค่ะ”

คำว่า “น้ำแข็งจะไปด้วย” ดังขึ้นไม่ดังมากแต่มากพอ กรกรรณที่ยืนดูรองเท้ากีฬาอยู่ห่างออกไปเกือบห้าเมตร หันขวับทันที วินาทีต่อมา เขาก็พุ่งมาหยุดตรงหน้าอเล็กอย่างรวดเร็วจนอเล็กเกือบทำโทรศัพท์หลุดมือ

      “คุณน้ำแข็งจะมาเย็นนี้” กรกรรณพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเกินปกติดวงตาจ้องอเล็กไม่กะพริบ

      “ผมได้ยินไม่ผิดใช่ไหมครับ”

อเล็กถอยหลังไปครึ่งก้าว

      “ดะ...ได้ยินไม่ผิดหรอก แต่เอาหน้าออกไปก่อน น่ากลัวนะเว้ย...”

กรกรรณยังไม่ขยับ

      “มาแน่ใช่ไหมครับ”

      “มา! มาแน่! ไม่มีใครห้ามนะ!”

อเล็กถอยอีกก้าว แต่ดันชนเข้ากับกำแพงเนื้อสูงใหญ่ด้านหลัง หมีดำยืนอยู่ตรงนั้นแล้วดวงตาของเขาเป็นประกายแปลก ๆ

      “ปาร์ตี้...” เสียงต่ำ ๆ ดังขึ้น

      “ของกิน...”

มุมปากหมีดำยกขึ้นช้า ๆ น้ำลายเกือบไหล ภาพนั้นทำให้อเล็กขนลุกอย่างไม่มีเหตุผล

หนูแดงที่นั่งอยู่บนรถเข็นสินค้าหรี่ตาทันที

      “ไม่”

เธอกระโดดขึ้นไปปีนหลังกรกรรณอย่างรวดเร็ว แล้วเกาะคอเขาไว้แน่น

      “หนูแดงไม่ให้ยัยพวกนั้นมาบ้านเรา”

กรกรรณไม่ได้ตอบเพราะเขายังจ้องอเล็กอยู่

      “คุณน้ำแข็งจะมากี่โมงครับ”

      “ฟังก่อนสิครับ!” อเล็กเริ่มเสียงหลง “ฉันยังคุยโทรศัพท์อยู่!”

ปลายสายของนิโคลเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงหัวเราะจะดังออกมา

      “ทีมครูฝึกยังวุ่นวายเหมือนเดิมเลยนะคะ”

      “มากกว่าเดิมอีก” อเล็กตอบอย่างอ่อนแรง

กระต่ายค่อย ๆ ถอยห่างออกไปหนึ่งก้าว แล้วอีกหนึ่งก้าว

จากนั้นก็หยิบแท็บเล็ตขึ้นมา ทำทีเป็นตรวจตารางงานอย่างแนบเนียน ราวกับเธอไม่เคยรู้จักกลุ่มคนตรงหน้ามาก่อน

คนที่เดินผ่านไปมาในห้างเริ่มหยุดมอง บางคนถอยห่างด้วยความระแวง บางคนมองด้วยความสงสัย แต่บางคนเริ่มจำได้

      “นั่นทีมแกะดำใช่ไหม?”

      “จริงด้วย หมีดำตัวใหญ่มาก เหมือนในถ่ายทอดสดเลย”

      “เด็กผมขาวคนนั้นหนูแดงหรือเปล่า น่ารักกว่าที่คิดนะ”

      “แต่น่ากลัวด้วยนะ ดวงตาแดงมาก”

      “ดูบ้านนอกจริง ๆ ฮ่ะฮ่ะ แต่ก็ไม่ได้แย่นะ”

      “มาจากเมืองชายแดนนี่ ไม่น่าแปลกใจหรอก”

เสียงซุบซิบดังขึ้นเป็นระยะ ไม่ได้ดังพอจะกลายเป็นความวุ่นวาย ไม่ได้มากพอจะเรียกว่าคลั่งไคล้ แต่มากพอให้รู้ว่า ทีมแกะดำไม่ใช่คนไร้ชื่ออีกต่อไปแล้ว

ในเมืองหลวงไวท์คราวน์ พวกเขาอาจยังเป็นเพียงนักกีฬาหน้าใหม่จากเมืองชายแดน ทีมประหลาดที่คนดูจำได้จากข่าวและคลิปไฮไลต์

 

 


      เย็นวันนั้น ทีมแกะดำและคุณกระต่ายลืมเรื่องการแข่งขัน Fight Dot World Fight ครั้งที่ 69 ไปชั่วคราวอย่างสมบูรณ์

      รอบสิบหกทีมสุดท้าย Prism Waltz, Crimson Phoenix สายแข่งโหดผิดปกติ ทุกอย่างถูกโยนทิ้งไว้หลังบ้านชั่วคราวเพราะตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือ—งานเลี้ยงต้อนรับ

      สวนหลังบ้านของบ้านพักที่โอโนจัดเตรียมไว้ให้ ถูกแปลงสภาพอย่างรวดเร็วด้วยฝีมือของกระต่ายและงบประมาณแบบไม่มีเพดาน

      โต๊ะยาวสีขาวถูกตั้งไว้กลางสวน เตาย่างเนื้อขนาดใหญ่ถูกลากมาตั้งข้าง ๆ ไฟประดับถูกแขวนตามแนวต้นไม้ เก้าอี้พักผ่อนถูกจัดรอบสระว่ายน้ำ

      โต๊ะเครื่องดื่ม ของหวาน จานผลไม้ และอุปกรณ์ตกแต่งอีกจำนวนมากถูกส่งมาทีละชุด จนแม้แต่อเล็กยังเริ่มสงสัยว่านี่คืองานเลี้ยงเล็ก ๆ หรือพิธีเปิดสาขาใหม่ของเวลเวทกรุ๊ปกันแน่

      “มันดูแพงไปไหม…ของประดับพวกนี้จำเป็นด้วยหรือ…เปลื่องไปไหม….อันนี้ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้ 3 กล่องเลยนะ!!!” อเล็กถามด้วยสีหน้าไม่สบายใจ ขณะมองโคมไฟประดับที่พนักงานกำลังแขวนไว้

กระต่ายตอบทันทีด้วยรอยยิ้มสดใส

      “นิดหน่อยนะคะ ทั้งหมดนี่ยังจ่ายค่าไฟที่เวลเวทเคจได้วันเดียวยังไม่ได้เลยค่ะ”

อเล็กเงียบไปเหมือนตกตะลึง

อีกด้านหนึ่ง กรกรรณปีนบันไดขึ้นไปผูกเชือกริบบิ้นตามมุมศาลาอย่างอารมณ์ดีผิดปกติ เขาผูกผิด ผูกใหม่ แล้วก็ผูกผิดอีก แต่สีหน้ากลับสดใสจนไม่เหมือนคนที่กำลังจะต้องเจอทีมตัวเต็งในรอบต่อไปเลยแม้แต่น้อย

หมีดำยุ่งอยู่กับเนื้อกองใหญ่ตรงโต๊ะเตรียมอาหาร

เขากำลังหมักเนื้อด้วยเครื่องเทศหลายชนิดอย่างจริงจัง สายตาคมกริบเหมือนกำลังวางแผนยุทธศาสตร์ระดับอาณาจักร

      “เนื้อนี้ต้องพักก่อนย่าง” หมีดำพูดกับตัวเอง “เนื้อน่าอร่อยจริงๆ ฮะฮะฮะ”

กระต่ายที่เดินผ่านมาพอดีรีบจดลงแท็บเล็ต

      “เพิ่มเวลาพักเนื้อ...ห้ามใครแตะก่อนคุณหมีดำอนุญาต”

หมีดำพยักหน้าอย่างพอใจ

ส่วนหนูแดง—

      เป๊าะ!

ลูกโป่งลูกหนึ่งแตกกลางอากาศ

      “หนูแดง!!!”

อเล็กหันขวับ

เด็กสาวผมขาวยืนอยู่กลางสวน เส้นผมเส้นหนึ่งยื่นออกไปเหมือนเข็มเล็ก ๆ และข้าง ๆ เธอมีซากลูกโป่งแตกกระจายอยู่หลายลูก

      “อย่าทำลายลูกโป่งนะ!”

      “ทำไมอะ”

หนูแดงเอียงคอ ดวงตาสีแดงสดเป็นประกาย

      “มันสนุกดีตอนมันแตะ!”

      “มันไม่ได้แตะ มันแตก!”

หนูแดงมองลูกโป่งลูกสุดท้ายที่ยังพองอยู่ เส้นผมของเธอค่อย ๆ ยื่นเข้าไปใกล้โดยที่ยังจ้องอเล็กไม่ละสายตา

อเล็กชี้นิ้วทันที

      “อย่า”

      “ไม่”

      “อย่า!”

      “ไม่”

      “หนูแดง อย่า!!!”

      เป๊าะ!!!

ลูกโป่งลูกสุดท้ายแตกต่อหน้าต่อตาอเล็ก

 

โลกของครูฝึกอเล็ก ไกรเซอร์ เงียบลงไปครึ่งวินาที จากนั้นเขาก็พุ่งออกไปทันที

      “กลับมานี่เลย ยัยเด็กปีศาจ!!!”

      “ฮ่าฮ่าฮ่า จับให้ได้ก่อน!”

หนูแดงวิ่งหนีไปรอบสวน เส้นผมสะบัดไปมาอย่างสนุกสนาน ขณะที่อเล็กวิ่งไล่ตามด้วยสีหน้าเหมือนคนเพิ่งเสียศักดิ์ศรีให้ลูกโป่งทั้งกอง

กระต่ายมองภาพนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจดลงแท็บเล็ตอย่างเงียบ ๆ

      “ลูกบอล...สั่งเพิ่มสามสิบลูก”

ไม่นานนัก รถหรูสองคันก็แล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านพัก เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นเพียงเบา ๆ แต่กรกรรณที่กำลังผูกริบบิ้นอยู่บนบันไดกลับหยุดมือทันที เขาหันไปมองหน้าบ้านหัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่ต้องมีใครบอก

หนึ่งในสองคันนั้น—เขาจำได้เสียงรถของน้ำแข็ง

 

 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

อ่านนิยายเรื่องอื่น