เจ้าหญิงน้ำแข็งและเจ้าชายแกะดำ
-
เขียนโดย
NoxTypeG
วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 13.35 น.
45 ตอน
1 วิจารณ์
9,299 อ่าน
แก้ไขเมื่อ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 23.31 น. โดย เจ้าของนิยาย
42) Fight Dot 16
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความหลายวันที่ผ่านมา น้ำแข็งต้องทำงานหนักในตอนกลางวัน และฝึกพิเศษกับพลัสจนดึกแทบทุกคืน ร่างกายของเธอเริ่มสะสมความเหนื่อยล้าโดยไม่รู้ตัว
เช้าวันนี้ น้ำแข็งลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความมึนงง ศีรษะหนักอึ้งเหมือนนอนไม่พอหลายวันติดต่อกัน แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังฝืนลุกขึ้นจากเตียง อาบน้ำ แต่งตัว และเตรียมไปทำงานเหมือนทุกวัน
ในช่วงเช้า เธอมีงานถ่ายแบบอีกครั้ง ชุดที่ทีมงานเตรียมไว้เป็นชุดสีขาวเข้ารูป แน่นจนหายใจไม่สะดวกนัก แสงไฟในสตูดิโอค่อย ๆ สว่างขึ้นเรื่อย ๆ ความร้อนสะสมอยู่รอบตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
น้ำแข็งยืนนิ่งให้กล้อง ยิ้มตามคำสั่ง เอียงคอตามคำบอกหมุนตัวตามจังหวะที่ทีมงานต้องการ ทุกอย่างควรเป็นเหมือนเดิมแต่พื้นใต้เท้ากลับเริ่มไม่มั่นคง
แสงไฟตรงหน้าพร่าเลือน เพดานและพื้นเหมือนหมุนวนเข้าหากัน เสียงรอบตัวค่อย ๆ ไกลออกไปเรื่อย ๆ จนเหลือเพียงเสียงอื้ออึงในหู
น้ำแข็งพยายามขยับมือเพื่อจับอะไรสักอย่างแต่ร่างกายไม่ตอบสนอง จากนั้นทุกอย่างก็มืดลงและเธอก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกเลย
น้ำแข็งรู้สึกตัวอีกครั้ง ตอนที่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว
แสงสีส้มหม่นจากด้านนอกหน้าต่างถูกแทนที่ด้วยแสงไฟในห้องพักผู้ป่วย เธอกะพริบตาช้า ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่งด้วยความมึนงง
กลิ่นยาอ่อน ๆ ลอยอยู่ในอากาศ สายน้ำเกลือติดอยู่ที่หลังมือของเธอ น้ำแข็งมองไปรอบ ๆ แล้วหยุดสายตาอยู่ที่ชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งนั่งเฝ้าอยู่ไม่ไกล
“เอเดรียน?” เสียงของเธอแหบเล็กน้อย
“นายมาได้ยังไง แล้วลูเซียนล่ะ ฉัน…เป็นลมไปหรือ” น้ำแข็งก้มมองมือตัวเอง
ปลายนิ้วของเธอชาและสั่นจนควบคุมได้ไม่ดีนัก เอเดรียนรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าเป็นห่วง
“ช่วงเช้าฉันได้ยินว่าเธอเป็นลม ก็รีบมาทันที” เขาพูดเสียงอ่อนลง
“ลูเซียนหน้าเสียมากตอนเห็นเธอล้ม แต่ตอนนี้เขาถูกกันออกไปแล้ว พ่อของเธอโกรธมาก เข้าใจว่าลูเซียนใช้งานเธอหนักเกินไป”
น้ำแข็งนิ่งไปเล็กน้อยเอเดรียนมองเธออย่างไม่สบายใจ ก่อนพูดต่อ
“ที่นี่คือโรงพยาบาล และตอนนี้สองทุ่มแล้ว”
เขาหันไปหยิบจานแอปเปิลที่ปอกไว้แล้วจากโต๊ะข้างเตียง วางลงบนตักเธออย่างเบามือ ก่อนหยิบชิ้นหนึ่งส่งให้
“กินอะไรหน่อย เธอไม่ได้กินอะไรดี ๆ มาทั้งวันแล้ว”
“สองทุ่ม?” น้ำแข็งชะงักแววตาเธอเปลี่ยนไปทันที
“ฉันต้องไป…” เธอพยายามลุกจากเตียง แต่ร่างกายกลับอ่อนแรงกว่าที่คิด
“วันนี้แกะดำแข่งไม่ใช่หรือ”
สายน้ำเกลือดึงมือเธอไว้ น้ำแข็งพยายามขยับตัวเร็วเกินไปจนหน้ามืด
“อย่าลุกเร็วแบบนั้น!” เอเดรียนพุ่งเข้ามาประคองเธอไว้ทัน ก่อนร่างของน้ำแข็งจะทรุดลงข้างเตียง
เขาค่อย ๆ พาเธอนอนกลับลงไปบนหมอน
“เธอต้องพัก หมอบอกให้นอนดูอาการอย่างน้อยสองวัน” น้ำแข็งหอบหายใจเบา ๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความเสียดาย
“แกะดำแข่งตอนเช้าของวันนี้…” เธอมองเพดานนิ่ง
“ตอนนี้คงจบไปแล้ว”
เอเดรียนไม่พูดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง เขารู้ว่าสำหรับน้ำแข็ง เรื่องนั้นสำคัญกว่าการพักผ่อนของตัวเองมากแค่ไหน ไม่นาน เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเป็นโทรศัพท์ของเธอเอง เอเดรียนเดินไปหยิบจากโต๊ะข้างเตียง หน้าจอแสดงชื่อผู้โทรเข้า
"น้ำแข็งใส 2"
เขามองชื่อบนหน้าจอ แล้วหลุดยิ้มออกมาเล็กน้อย เอเดรียนรู้ทันทีว่าเบอร์นี้คือเครื่องสำรองของน้ำแข็ง ซึ่งเธอให้กรกรรณเอาไปใช้
เขาส่งโทรศัพท์ให้น้ำแข็ง
“โทรมาเหมือนรู้จังหวะเลยนะ” เอเดรียนพูดด้วยรอยยิ้มบาง ๆ
“คุยเองก็แล้วกัน”
น้ำแข็งรับโทรศัพท์ไป มุมปากของเธอยกขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
“สวัสดี…”
ทันทีที่เธอรับสาย เสียงของกรกรรณก็ดังขึ้นอย่างร้อนรน
“คุณน้ำแข็ง! เอ้ย…น้ำแข็ง! เป็นอะไรหรือเปล่าครับ ผมได้ยินว่าคุณเป็นลม จริงหรือครับ เจ็บตรงไหนไหม อยู่โรงพยาบาลใช่ไหมครับ หมอบอกว่ายังไงบ้างครับ ผมเป็นห่วงนะครับ!”
คำถามรัวเร็วเสียจนน้ำแข็งแทบหาจังหวะตอบไม่ทัน เธอกะพริบตาช้า ๆ ก่อนจะยิ้มออกมา รอยยิ้มแรกของวัน
“ไม่เป็นไรแล้ว” น้ำเสียงของเธออ่อนลงโดยไม่รู้ตัว
“แล้วการแข่งเป็นยังไงบ้าง”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนกรกรรณจะหัวเราะเบา ๆ เหมือนพยายามทำให้เธอสบายใจ
“เป็นไปตามแผนครับ แกะดำชนะ Eden Sphere เก็บได้อีกสามคะแนน” เขาหยุดเล็กน้อย
“ตอนนี้เรานำเป็นจ่าฝูงของกลุ่มแล้วครับ”
น้ำแข็งนิ่งไปจากนั้นดวงตาของเธอก็ค่อย ๆ เป็นประกายขึ้น
“จริงหรือ…” เธอถามเสียงเบา เหมือนไม่กล้าเชื่อ
“จริง ๆ ใช่ไหม”
“จริงครับ” กรกรรณตอบทันที
“พวกเราจะได้เข้าไปแข่งรอบสิบหกทีมสุดท้ายแล้วครับ” น้ำแข็งยกมือขึ้นปิดปากเล็กน้อย รอยยิ้มของเธอกว้างขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบหุบไม่ได้
“นายจะได้เข้ามาเมืองหลวงจริง ๆ ใช่ไหม”
“ครับ” กรกรรณตอบด้วยเสียงนุ่มลง
“ผมกำลังไปหาคุณน้ำแข็งแล้วครับ”
น้ำแข็งก้มหน้าลงเล็กน้อย ทั้งที่ร่างกายยังอ่อนแรง ทั้งที่มือยังสั่น ทั้งที่สายน้ำเกลือยังติดอยู่กับหลังมือ แต่สีหน้าของเธอกลับสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เอเดรียนยืนมองอยู่เงียบ ๆ จากมุมห้อง เขาเห็นรอยยิ้มนั้น รอยยิ้มที่เขาไม่ได้เห็นจากน้ำแข็งมานานมาก ไม่ใช่รอยยิ้มที่ปั้นขึ้นให้กล้อง ไม่ใช่รอยยิ้มสำหรับงานประชาสัมพันธ์ ไม่ใช่รอยยิ้มของเจ้าหญิงน้ำแข็งที่ทุกคนอยากเห็น แต่เป็นรอยยิ้มของเอลินเซีย วินเทรส รอยยิ้มของผู้หญิงคนหนึ่งที่ดีใจจริง ๆ เพราะคนสำคัญกำลังเดินทางมาหาเธอ
เอเดรียนหลุบตาลงเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มกับตัวเอง เขาเข้าใจแล้วบางที…ทั้งคู่คงรักกันจริง ๆ อย่างที่ใครหลายคนพูดกันและถ้าเป็นแบบนั้นเขาก็คงไม่มีสิทธิ์แทรกเข้าไปในรอยยิ้มแบบนั้นตั้งแต่แรก
อาคารเวลเวทเคจ
โอโน วาเลสก้า ปิดห้างเวลเวทเคจฉลอง 3 วัน 3 คืนฉลองที่ตัวแทน Velvet group ชนะเข้าไปแข่งรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้ด้วยการนำเป็นที่ 1 ของกลุ่ม
โอโนหัวเราะอย่างพอใจร่วมกับหัวหน้าเครือข่ายหลายสาขาที่เข้ามาร่วมยินดี รวมถึง ไอเอ็น นักพนันเศรฐีเก่านักพนันตัวยง
“ฮ่าฮ่าฮ่า! ใครบอกว่าทีมแกะดำเป็นแค่ทีมเรียกเสียงฮา ตอนนี้พวกเขานำเป็นที่หนึ่งของกลุ่มแล้วนะ!”
เสียงหัวเราะของเธอดังกว่าเสียงดนตรีเสียอีก
กรกรรณหลบไปโทรศัพท์เป็นอรบที่ 10 ของวันเพื่อสอบถามเอเดรียนว่า น้ำแข็งที่เป็นลมเมื่อเช้า เธอตื่นหรือยัง ดีขึ้นหรือเปล่า และเขาก็ได้คุยกับน้ำแข็งในที่สุดและหายไปจากงานเลี้ยงเลย
หมีดำ ถูกรุมล้อมด้วยกลุ่มบอดีการ์ดที่ชื่นชม ฉายาของเขาคือ โล่อัลติเมต ไปแล้ว
ส่วนหนูแดง หลายคนมองหาถามหาเด็กผมขาวตัวเล็กและเหล่าแฟนคลับที่มารอต่างก็ผิดหวัง ไม่มีใครเห็นเธอเลยในงานเพราะคืนนี้เธอมางานในร่างของ เมโลดี้ เอ็มม่า
หญิงสาวผมแดงผู้สง่างามขึ้นเวทีร้องเพลงสดทุกคืน เสียงของเธอดึงผู้คนในเวลเวทเคจให้หยุดมองได้อย่างง่ายดาย ไม่มีใครเชื่อเลยว่า ที่เพิ่งวิ่งไล่กัดคู่แข่งในสนาม Fight Dot มาไม่นาน
อเล็กนั่งเขี่ยต้นหอมออกจากข้าวผัดอย่างมีสมาธิ แต่ข้างๆ ยังเปิดโทรศัพท์รายงานผลการแข่งอย่างตื่นเต้น
ธนกฤต “แทน” วีระชัย และ ณิชมน “มิ้นท์” กิตติภา รายงานผลการแข่งอย่างตื่นเต้น
“ตอนนี้เราได้ 16 ทีมสุดท้ายแล้วนะครับคุณมิ้นท์ เป็นไปตามคาดการณ์ครับ ทีมตัวเต็งเข้ามาครบกันเลย”
“ใช่แล้วค่ะคุณแทน งั้นเรามาดูตารางสรุปแต่ละกลุ่มกันดีกว่าค่ะ”
ภาพกราฟิกปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
กลุ่ม A อันดับ 1: Tempest Edge อันดับ 2: Valhalla Unit
กลุ่ม B อันดับ 1: Kaiser Holt อันดับ 2: Alpha Heroes
กลุ่ม C อันดับ 1: Richter Fenn อันดับ 2: Nomad
กลุ่ม D อันดับ 1: Titan Forge อันดับ 2: Blackout Bull
กลุ่ม E อันดับ 1: Sub-Zero อันดับ 2: Prism Waltz
กลุ่ม F อันดับ 1: Black Sheep อันดับ 2: The Wing
กลุ่ม G อันดับ 1: Crimson Phoenix อันดับ 2: Infinity R
กลุ่ม H อันดับ 1: Silver Dominion อันดับ 2: OX and △
มิ้นท์เปิดเอกสารในมือแล้วพูดต่อ
“จากข้อมูลที่เราได้รับมานะคะ ทางคณะกรรมการจัดการแข่งขันจะจับคู่รอบสิบหกทีมสุดท้ายโดยใช้สาย A/B, C/D, E/F และ G/H จับคู่กันแบบตรงไปตรงมาค่ะ”
แทนพยักหน้า
“ถ้าอย่างนั้นผังการแข่งขันจะออกมาประมาณนี้เลยนะครับ ทางทีมงานเราทำภาพให้ชมกันแล้วครับ”
ภาพผังการแข่งขันปรากฏขึ้น
Richter Fenn
___
VS
VS
___
CrimsonPhoenix
Blackout bull
___
___
OX and △
Valhalla Unit
___
VS
VS
___
Prism Waltz.
Kaiser Holt
___
___
Black Sheep
Tempest Edge
___
VS
VS
___
Sub-Zero
Alpha Heroes
___
___
The wing
Nomad
___
VS
VS
___
Infinity R
Titan Forge
___
___
Silver Dominion
อเล็กหยุดเขี่ยต้นหอมทันที เขาจ้องผังการแข่งขันบนหน้าจอสีหน้าที่เคยดูง่วง ๆ เปลี่ยนไปเล็กน้อย
“ตั้งใจดูจังเลยนะคะ!”
“แว้ก!” อเล็กสะดุ้งจนช้อนในมือแทบหลุด
กระต่าย เลขาของโอโน นั่งลงข้างเขาด้วยรอยยิ้มสดใสเหมือนไม่ได้ตั้งใจทำให้เขาตกใจเลยแม้แต่น้อย
“ดูตารางแข่งแล้วเรามีปัญหาแล้วค่ะ” เธอพูดเสียงใส “ไปคุยที่โต๊ะท่านโอโนดีกว่านะคะ”
อเล็กมองโทรศัพท์อีกครั้ง ก่อนถอนหายใจเบา ๆ
“ปัญหา…เหรอครับ”
“ค่ะ” กระต่ายยิ้มหวาน “ปัญหาแบบค่อนข้างใหญ่เลยค่ะ”
เธอพาอเล็กไปยังโต๊ะ VIP ของโอโน
เมื่อไปถึง ก็เห็นกรกรรณกับหมีดำรออยู่ก่อนแล้ว กรกรรณเพิ่งกลับมาจากการคุยโทรศัพท์ สีหน้ายังมีรอยยิ้มค้างอยู่เล็กน้อย แต่พอเห็นบรรยากาศที่โต๊ะ เขาก็รู้ทันทีว่าเรื่องนี้คงไม่ใช่แค่การฉลอง
โอโนนั่งอยู่หัวโต๊ะ สีหน้าตึงกว่าก่อนหน้านี้มาก
“ที่ว่าแย่นี่…ยังไงหรือครับคุณกระต่าย” อเล็กถาม ขณะนั่งลงและพยายามมองผังการแข่งขันบนโต๊ะ
เมื่อทุกคนนั่งลงพร้อม กระต่ายแตะนิ้วลงบนพื้นโต๊ะเบา ๆ พื้นโต๊ะเปลี่ยนเป็นจอแสดงข้อมูลทันที ผังการแข่งขันรอบสิบหกทีมสุดท้ายปรากฏขึ้นอีกครั้ง
Richter Fenn
___
VS
VS
___
CrimsonPhoenix
Blackout bull
___
___
OX and △
Valhalla Unit
___
VS
VS
___
Prism Waltz.
Kaiser Holt
___
___
Black Sheep
Tempest Edge
___
VS
VS
___
Sub-Zero
Alpha Heroes
___
___
The wing
Nomad
___
VS
VS
___
Infinity R
Titan Forge
___
___
Silver Dominion
กระต่ายชี้ไปที่ชื่อของ Black Sheep
“แค่รอบสิบหกทีมสุดท้าย เราก็ต้องเจอทีมตัวเต็งอย่าง Prism Waltz แล้วค่ะ” เธอลากนิ้วต่อไปยังเส้นถัดไป
“แต่นี่ยังไม่ใช่ส่วนที่แย่ที่สุด”
ทุกคนเงียบลง
“ถ้าเราชนะ Prism Waltz ได้” กระต่ายเน้นเสียง “เน้นว่าสมมุติว่าชนะได้นะคะ เราจะมีโอกาสสูงมากที่จะไปเจอกับ Crimson Phoenix ในรอบแปดทีมสุดท้าย”
ชื่อของ Crimson Phoenix ทำให้บรรยากาศที่โต๊ะหนักขึ้นทันที
“ซึ่ง…” กระต่ายยิ้มแห้ง ๆ “พูดตามข้อมูล เราแทบไม่มีลุ้นเลยค่ะ”
อเล็กมองผังนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพึมพำออกมา
“ปาฏิหาริย์ยังไม่ช่วยเลยแบบนี้…”
โอโนถอนหายใจ แล้วเอนหลังพิงเก้าอี้
“จะแพ้ Prism Waltz ก็ไม่ใช่ความผิดของพวกเธอ” เธอพูดตรง ๆ “ฉันอยากให้สู้เต็มที่ก็จริง แต่ต้องพูดตามจริง สายนี้โหดเกินไป” เขาเหลือบมองชื่อ Crimson Phoenix บนโต๊ะ
“แล้วพูดตามตรง ฉันเองก็ชอบ Crimson Phoenix นะ”
กรกรรณมองผังการแข่งขันอยู่เงียบ ๆ รอยยิ้มจากการได้คุยกับน้ำแข็งค่อย ๆ จางลง แต่ไม่ได้หายไปทั้งหมด
“ดันมาเจอทีมแชมป์ในรอบแปดทีมสุดท้าย…” เขาพูดขึ้นช้า ๆ
“พูดตรง ๆ เลยนะครับ ถึงอยากชนะ แต่ก็คงไม่ไหวจริง ๆ”
ไม่มีใครแย้ง เพราะทุกคนรู้ว่าคำพูดนั้นไม่ใช่การยอมแพ้แต่มันคือการยอมรับความจริง
กรกรรณมองชื่อ Prism Waltz อีกครั้ง แล้วพูดต่อ
“แต่ยังไง ผมก็จะเต็มที่กับ Prism Waltz ครับ”
เขายิ้มบาง ๆ
“ถ้าได้ไปแข่งกับ Crimson Phoenix จริง ๆ…คงน่าดีใจมากแน่ ๆ”
หมีดำพยักหน้า
“แต่ถ้าแพ้ อย่างน้อยเราก็ได้ไปเมืองหลวง”
อเล็กมองกรกรรณอยู่ครู่หนึ่ง ในสายตาของเขามีทั้งความกังวลและความโล่งใจปนกันเพราะกรกรรณไม่ได้พูดว่า “เราจะชนะ” แต่ก็ไม่ได้พูดว่า “เรายอมแพ้” เขาเพียงยอมรับว่าอีกฝ่ายแข็งแกร่งกว่าและยังเลือกจะเดินต่อ
หลังงานฉลองใหญ่ที่เวลเวทเคจจบลง ทีมแกะดำได้พักเต็ม ๆ สามวัน
คำว่า “พัก” ในความหมายของอเล็ก คือการนอนให้พอ กินให้ถูก และไม่สร้างหนี้เพิ่มโดยไม่จำเป็น
แต่คำว่า “พัก” ในความหมายของโอโน วาเลสก้า คือการเตรียมทุกอย่างให้ทีมตัวแทนของเวลเวทกรุ๊ปก้าวเข้าสู่เมืองหลวงอย่างสมศักดิ์ศรี
ดังนั้น เช้าวันที่สี่ ทีมแกะดำจึงออกเดินทางเข้าสู่ไวท์คราวน์ เมืองหลวงของวอร์เกน โดยมีเลขาส่วนตัวของโอโนเป็นผู้ดูแลตลอดการเดินทาง
เธอชื่อกระต่าย
หญิงสาวหน้าตาสดใส แต่งตัวเรียบร้อย พูดจาอ่อนหวาน และยิ้มเก่งจนทำให้คนรอบข้างเผลอเชื่อว่าเธอเป็นคนใจดีมากแต่หลังจากร่วมทางกับทีมแกะดำได้ไม่ถึงครึ่งวัน อเล็กก็เริ่มเข้าใจแล้วว่า—เลขาของโอโนไม่มีทางเป็นคนธรรมดา
“บ้านพักสำหรับทีมจองไว้แล้วค่ะ สนามซ้อมส่วนตัวอยู่ห่างจากที่พักประมาณสิบสองนาที รถรับส่งมีตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ห้องฟื้นฟูร่างกาย อุปกรณ์กีฬา ห้องประชุมส่วนตัว และทีมโภชนาการเตรียมไว้ครบค่ะ”
กระต่ายพูดพลางเปิดข้อมูลในแท็บเล็ตด้วยน้ำเสียงร่าเริง
“งบประมาณจากท่านโอโนไม่มีเพดานค่ะ ขอแค่เกี่ยวกับการแข่งขัน ทางเราจัดให้ได้ทั้งหมด”
กรกรรณกะพริบตาปริบ ๆ หมีดำพยักหน้าอย่างจริงจังที่สุดตั้งแต่ขึ้นรถมา หนูแดงนั่งเหยียดขาอยู่บนเบาะ กอดถุงขนมแน่นเหมือนสมบัติประจำชาติ
ส่วนอเล็ก—
“อืม…แต่การซื้อของใช้จากร้านลดราคาดูคมขลังกว่า”
กระต่ายค้างไปครึ่งวินาที
“คะ?”
“พวกสบู่ ยาสีฟัน ผ้าเช็ดตัว อะไรพวกนี้ ถ้าซื้อแบบแพ็กใหญ่จะถูกกว่านะครับ แล้วอาหารเช้าไม่ต้องแพงมากก็ได้ เอาขนมปังลดราคาช่วงเย็นเมื่อวานก็ยังพอกินได้—”
“ครูฝึกคะ” กระต่ายยิ้มหวานขึ้น “งบไม่จำกัดค่ะ”
“นั่นแหละครับ ยิ่งไม่จำกัดยิ่งต้องระวัง เราจะใช้พร่ำเพรื่อไม่ได้”
หนูแดงหันขวับทันที
“ไม่เอาขนมปังเมื่อวาน!”
หมีดำยกมือช้า ๆ
“อยากกินเนื้อราคาแพงดูบ้างจัง… ”
กรกรรณยิ้มแห้ง
“ครูฝึกครับ เราเข้ารอบสิบหกทีมสุดท้ายแล้วนะครับ ใช้ของดีบ้างก็ได้ครับ”
อเล็กกอดอก สีหน้าจริงจัง
“ของดีไม่ได้แปลว่าต้องแพงเสมอไปนะกรกรรณ การได้แย้งชิงของลดราคามาครอบครองนั่นคือความเหนือชั้นของผู้จ่ายตลาดจำไว้”
กระต่ายมองอเล็กอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนค่อย ๆ หันหน้าไปทางอื่นเหมือนพยายามรักษามารยาท เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่า งานดูแลทีมแกะดำอาจยากกว่าการบริหารงบของเวลเวทกรุ๊ปทั้งสาขาเสียอีก
หลังจากเข้าเมืองในช่วงเช้า กระต่ายพาทั้งทีมไปยังห้างขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของไวท์คราวน์ เพื่อเลือกซื้อของใช้จำเป็นก่อนเข้าบ้านพัก
ห้างเมืองหลวงแตกต่างจากกรานเวลอย่างชัดเจน พื้นหินขัดสะอาดจนสะท้อนแสง ร้านค้าหรูเรียงกันเป็นระเบียบผู้คนแต่งตัวดี เดินอย่างมั่นใจ และแทบทุกอย่างดูเหมือนถูกออกแบบมาให้บอกว่า ที่นี่คือศูนย์กลางของวอร์เกน
ทีมแกะดำจึงโดดเด่นมาก โดดเด่นจนเรียกว่าไม่กลมกลืนกับบรรยากาศเลยแม้แต่น้อย หมีดำเดินนำอยู่ด้านหนึ่ง ร่างสูงใหญ่ของเขาทำให้คนที่เดินสวนมาต้องหลบเองโดยอัตโนมัติ หนูแดงเกาะอยู่บนรถเข็นสินค้า ผมสีขาวยาวลากลงมาเกือบถึงพื้น ดวงตาสีแดงสดมองร้านขนมทุกแห่งเหมือนกำลังประเมินเป้าหมายลอบสังหาร
กรกรรณถือรองเท้ากีฬาคู่หนึ่งอยู่ในมือ พยายามดูราคาอย่างจริงจัง
ส่วนอเล็กกำลังเทียบราคาถุงเท้าสามแพ็กด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเหมือนกำลังวางแผนรบ
“แพ็กนี้ลดสิบสองเปอร์เซ็นต์ แต่เนื้อผ้าบางกว่า...แพ็กนี้แพงกว่าแต่ใช้ได้นานกว่า...อืม...ถ้าคิดเป็นราคาต่อเดือน...”
กระต่ายยืนอยู่ข้าง ๆ ยิ้มค้าง เธอเริ่มอยากโทรรายงานโอโนว่า งบไม่จำกัดอาจไม่มีประโยชน์กับผู้ชายคนนี้
ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์ของอเล็กก็ดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดูหน้าจอพอเห็นชื่อคนโทรเข้า สีหน้าของอเล็กก็เปลี่ยนทันทีเขารีบกดรับสายด้วยรอยยิ้มกว้าง
“สวัสดี หนูนิโคล ลูกศิษย์สุดรักของฉัน!!! ดีใจที่โทรมานะ ตอนนี้ฉันอยู่ไวท์คราวน์ มีอะไรหรือเปล่า?”
เสียงใส ๆ ดังลอดออกมาจากปลายสายทันที
“สวัสดีค่า ครูฝึก! หนูก็อยู่ไวท์คราวน์ค่ะ!”
“โอ้ว จริงเหรอ!”
“จริงค่ะ พวกเราทำเรื่องย้ายเข้ามาประจำเมืองหลวงแล้ว ทั้งหนู ไคลน์ และเรนค่ะ มาทดแทนกำลังที่เสียไปของเมืองหลวง”
อเล็กยิ้มอบอุ่นขึ้นทันที
“ดีใจด้วยนะ ได้มาอยู่ใกล้หนูน้ำแข็งด้วยใช่ไหม?”
“ใช่แล้วค่ะ เรานัดกับน้ำแข็งไว้ด้วย เย็นนี้ไปหาครูฝึกได้ไหมคะ ถือว่าเลี้ยงต้อนรับพวกหนูเข้ามาเมืองหลวง แล้วน้ำแข็งก็จะไปด้วยค่ะ”
คำว่า “น้ำแข็งจะไปด้วย” ดังขึ้นไม่ดังมากแต่มากพอ กรกรรณที่ยืนดูรองเท้ากีฬาอยู่ห่างออกไปเกือบห้าเมตร หันขวับทันที วินาทีต่อมา เขาก็พุ่งมาหยุดตรงหน้าอเล็กอย่างรวดเร็วจนอเล็กเกือบทำโทรศัพท์หลุดมือ
“คุณน้ำแข็งจะมาเย็นนี้” กรกรรณพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเกินปกติดวงตาจ้องอเล็กไม่กะพริบ
“ผมได้ยินไม่ผิดใช่ไหมครับ”
อเล็กถอยหลังไปครึ่งก้าว
“ดะ...ได้ยินไม่ผิดหรอก แต่เอาหน้าออกไปก่อน น่ากลัวนะเว้ย...”
กรกรรณยังไม่ขยับ
“มาแน่ใช่ไหมครับ”
“มา! มาแน่! ไม่มีใครห้ามนะ!”
อเล็กถอยอีกก้าว แต่ดันชนเข้ากับกำแพงเนื้อสูงใหญ่ด้านหลัง หมีดำยืนอยู่ตรงนั้นแล้วดวงตาของเขาเป็นประกายแปลก ๆ
“ปาร์ตี้...” เสียงต่ำ ๆ ดังขึ้น
“ของกิน...”
มุมปากหมีดำยกขึ้นช้า ๆ น้ำลายเกือบไหล ภาพนั้นทำให้อเล็กขนลุกอย่างไม่มีเหตุผล
หนูแดงที่นั่งอยู่บนรถเข็นสินค้าหรี่ตาทันที
“ไม่”
เธอกระโดดขึ้นไปปีนหลังกรกรรณอย่างรวดเร็ว แล้วเกาะคอเขาไว้แน่น
“หนูแดงไม่ให้ยัยพวกนั้นมาบ้านเรา”
กรกรรณไม่ได้ตอบเพราะเขายังจ้องอเล็กอยู่
“คุณน้ำแข็งจะมากี่โมงครับ”
“ฟังก่อนสิครับ!” อเล็กเริ่มเสียงหลง “ฉันยังคุยโทรศัพท์อยู่!”
ปลายสายของนิโคลเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงหัวเราะจะดังออกมา
“ทีมครูฝึกยังวุ่นวายเหมือนเดิมเลยนะคะ”
“มากกว่าเดิมอีก” อเล็กตอบอย่างอ่อนแรง
กระต่ายค่อย ๆ ถอยห่างออกไปหนึ่งก้าว แล้วอีกหนึ่งก้าว
จากนั้นก็หยิบแท็บเล็ตขึ้นมา ทำทีเป็นตรวจตารางงานอย่างแนบเนียน ราวกับเธอไม่เคยรู้จักกลุ่มคนตรงหน้ามาก่อน
คนที่เดินผ่านไปมาในห้างเริ่มหยุดมอง บางคนถอยห่างด้วยความระแวง บางคนมองด้วยความสงสัย แต่บางคนเริ่มจำได้
“นั่นทีมแกะดำใช่ไหม?”
“จริงด้วย หมีดำตัวใหญ่มาก เหมือนในถ่ายทอดสดเลย”
“เด็กผมขาวคนนั้นหนูแดงหรือเปล่า น่ารักกว่าที่คิดนะ”
“แต่น่ากลัวด้วยนะ ดวงตาแดงมาก”
“ดูบ้านนอกจริง ๆ ฮ่ะฮ่ะ แต่ก็ไม่ได้แย่นะ”
“มาจากเมืองชายแดนนี่ ไม่น่าแปลกใจหรอก”
เสียงซุบซิบดังขึ้นเป็นระยะ ไม่ได้ดังพอจะกลายเป็นความวุ่นวาย ไม่ได้มากพอจะเรียกว่าคลั่งไคล้ แต่มากพอให้รู้ว่า ทีมแกะดำไม่ใช่คนไร้ชื่ออีกต่อไปแล้ว
ในเมืองหลวงไวท์คราวน์ พวกเขาอาจยังเป็นเพียงนักกีฬาหน้าใหม่จากเมืองชายแดน ทีมประหลาดที่คนดูจำได้จากข่าวและคลิปไฮไลต์
เย็นวันนั้น ทีมแกะดำและคุณกระต่ายลืมเรื่องการแข่งขัน Fight Dot World Fight ครั้งที่ 69 ไปชั่วคราวอย่างสมบูรณ์
รอบสิบหกทีมสุดท้าย Prism Waltz, Crimson Phoenix สายแข่งโหดผิดปกติ ทุกอย่างถูกโยนทิ้งไว้หลังบ้านชั่วคราวเพราะตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือ—งานเลี้ยงต้อนรับ
สวนหลังบ้านของบ้านพักที่โอโนจัดเตรียมไว้ให้ ถูกแปลงสภาพอย่างรวดเร็วด้วยฝีมือของกระต่ายและงบประมาณแบบไม่มีเพดาน
โต๊ะยาวสีขาวถูกตั้งไว้กลางสวน เตาย่างเนื้อขนาดใหญ่ถูกลากมาตั้งข้าง ๆ ไฟประดับถูกแขวนตามแนวต้นไม้ เก้าอี้พักผ่อนถูกจัดรอบสระว่ายน้ำ
โต๊ะเครื่องดื่ม ของหวาน จานผลไม้ และอุปกรณ์ตกแต่งอีกจำนวนมากถูกส่งมาทีละชุด จนแม้แต่อเล็กยังเริ่มสงสัยว่านี่คืองานเลี้ยงเล็ก ๆ หรือพิธีเปิดสาขาใหม่ของเวลเวทกรุ๊ปกันแน่
“มันดูแพงไปไหม…ของประดับพวกนี้จำเป็นด้วยหรือ…เปลื่องไปไหม….อันนี้ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้ 3 กล่องเลยนะ!!!” อเล็กถามด้วยสีหน้าไม่สบายใจ ขณะมองโคมไฟประดับที่พนักงานกำลังแขวนไว้
กระต่ายตอบทันทีด้วยรอยยิ้มสดใส
“นิดหน่อยนะคะ ทั้งหมดนี่ยังจ่ายค่าไฟที่เวลเวทเคจได้วันเดียวยังไม่ได้เลยค่ะ”
อเล็กเงียบไปเหมือนตกตะลึง
อีกด้านหนึ่ง กรกรรณปีนบันไดขึ้นไปผูกเชือกริบบิ้นตามมุมศาลาอย่างอารมณ์ดีผิดปกติ เขาผูกผิด ผูกใหม่ แล้วก็ผูกผิดอีก แต่สีหน้ากลับสดใสจนไม่เหมือนคนที่กำลังจะต้องเจอทีมตัวเต็งในรอบต่อไปเลยแม้แต่น้อย
หมีดำยุ่งอยู่กับเนื้อกองใหญ่ตรงโต๊ะเตรียมอาหาร
เขากำลังหมักเนื้อด้วยเครื่องเทศหลายชนิดอย่างจริงจัง สายตาคมกริบเหมือนกำลังวางแผนยุทธศาสตร์ระดับอาณาจักร
“เนื้อนี้ต้องพักก่อนย่าง” หมีดำพูดกับตัวเอง “เนื้อน่าอร่อยจริงๆ ฮะฮะฮะ”
กระต่ายที่เดินผ่านมาพอดีรีบจดลงแท็บเล็ต
“เพิ่มเวลาพักเนื้อ...ห้ามใครแตะก่อนคุณหมีดำอนุญาต”
หมีดำพยักหน้าอย่างพอใจ
ส่วนหนูแดง—
เป๊าะ!
ลูกโป่งลูกหนึ่งแตกกลางอากาศ
“หนูแดง!!!”
อเล็กหันขวับ
เด็กสาวผมขาวยืนอยู่กลางสวน เส้นผมเส้นหนึ่งยื่นออกไปเหมือนเข็มเล็ก ๆ และข้าง ๆ เธอมีซากลูกโป่งแตกกระจายอยู่หลายลูก
“อย่าทำลายลูกโป่งนะ!”
“ทำไมอะ”
หนูแดงเอียงคอ ดวงตาสีแดงสดเป็นประกาย
“มันสนุกดีตอนมันแตะ!”
“มันไม่ได้แตะ มันแตก!”
หนูแดงมองลูกโป่งลูกสุดท้ายที่ยังพองอยู่ เส้นผมของเธอค่อย ๆ ยื่นเข้าไปใกล้โดยที่ยังจ้องอเล็กไม่ละสายตา
อเล็กชี้นิ้วทันที
“อย่า”
“ไม่”
“อย่า!”
“ไม่”
“หนูแดง อย่า!!!”
เป๊าะ!!!
ลูกโป่งลูกสุดท้ายแตกต่อหน้าต่อตาอเล็ก
โลกของครูฝึกอเล็ก ไกรเซอร์ เงียบลงไปครึ่งวินาที จากนั้นเขาก็พุ่งออกไปทันที
“กลับมานี่เลย ยัยเด็กปีศาจ!!!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า จับให้ได้ก่อน!”
หนูแดงวิ่งหนีไปรอบสวน เส้นผมสะบัดไปมาอย่างสนุกสนาน ขณะที่อเล็กวิ่งไล่ตามด้วยสีหน้าเหมือนคนเพิ่งเสียศักดิ์ศรีให้ลูกโป่งทั้งกอง
กระต่ายมองภาพนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจดลงแท็บเล็ตอย่างเงียบ ๆ
“ลูกบอล...สั่งเพิ่มสามสิบลูก”
ไม่นานนัก รถหรูสองคันก็แล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านพัก เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นเพียงเบา ๆ แต่กรกรรณที่กำลังผูกริบบิ้นอยู่บนบันไดกลับหยุดมือทันที เขาหันไปมองหน้าบ้านหัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่ต้องมีใครบอก
หนึ่งในสองคันนั้น—เขาจำได้เสียงรถของน้ำแข็ง
คำยืนยันของเจ้าของนิยาย
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ