เจ้าหญิงน้ำแข็งและเจ้าชายแกะดำ
เขียนโดย
NoxTypeG
วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 13.35 น.
แก้ไขเมื่อ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 23.31 น. โดย เจ้าของนิยาย
45) Fight Dot 19
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความบ่ายแก่ของวันนั้น ณ บ้านพักของทีมแกะดำ
พลัสกลับไปแล้ว อเล็กนอนเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้ริมสระหลังบ้านอย่างสบายใจ รอบตัวเต็มไปด้วยซากงานปาร์ตี้เมื่อคืนที่ยังไม่มีใครเก็บ ลูกโป่งแตก แก้วน้ำ จานกระดาษ รวมถึงลูกบอลพลาสติกหลากสีที่หนูแดงเคยเอาไปเสียบติดผมเล่น
อเล็กหลับตาลงอย่างพึงพอใจ
“อ่า...ดีจริง ๆ...”
“โลกสงบสุขที่ฉันเฝ้ารอ...”
“ครูฝึกอเล็กครับ!!!”
“แว้กกกกกกก!!!” อเล็กสะดุ้งจนเกือบตกเก้าอี้
เสียงของกรกรรณดังขึ้นด้านหลังราวกับผีแค้นตามมาทวงหนี้
“กะ...กลับมาแล้วเหรอ!!!” อเล็กลุกขึ้นโวยวายทันที
“ส่งเสียงบอกกันบ้างสิ ถ้าไม่อยากให้ฉันหัวใจวายตาย!”
แต่พอหันไปมองเขาก็หยุดพูด ทีมแกะดำยืนเรียงกันอยู่ครบ ไม่มีใครพูดเล่น หัวเราะ ไม่มีใครกวนประสาท แม้แต่หนูแดงก็ยังเงียบ สีหน้าของทุกคนเหมือนกำลังจะมารายงานเรื่องสำคัญระดับประเทศ
“เอ่อ...” อเล็กเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัย
“มีอะไรหรือเปล่า?”
กรกรรณก้าวออกมาข้างหน้า
“ผมอยากรู้ข้อมูลของ Prism Waltz ครับ” น้ำเสียงเรียบมาก เรียบจนดูดุ
“อยากเตรียมตัวให้พร้อมก่อนแข่ง”
อเล็กรู้สึกขนลุกขึ้นมาเล็กน้อย
“ดะ...ได้จ้า...”
ไม่นานหลังจากนั้นทุกคนก็มารวมตัวกันในห้องวางแผน จอขนาดใหญ่บนผนังถูกเปิดขึ้น แต่บรรยากาศกลับต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมาอย่างชัดเจน
หมีดำนั่งนิ่ง ไม่มีขนม ไม่มีเสียงเคี้ยว เขากอดอกและมองจออย่างตั้งใจ
หนูแดงนั่งหน้าบูด หลังจากเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองถูกเซเรน่าหลอกจนหลงเชื่อคำชมง่าย ๆ
กรกรรณนั่งตัวตรง สีหน้าปกติ ปกติเกินไป จนทุกคนสัมผัสได้ว่าเขากำลังโกรธ
น้ำแข็งนั่งอยู่ข้างเขา เงียบไม่ต่างกันนิ่งจนอ่านไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่
ส่วนกระต่าย...เธอยิ้มแห้ง ๆ เหมือนกำลังนั่งอยู่กลางทุ่งกับดักระเบิดที่พร้อมระเบิดได้ทุกเมื่อ
อเล็กกวาดตามองทุกคน ก่อนจะหยุดที่กร
“ทุกคนเป็นอะไรกันไปหมด” เขาชี้หน้าอีกฝ่าย “นายโอเคไหม กร?”
กรเงียบไปครู่หนึ่ง
“ไม่ครับ” ทั้งห้องหันมามองทันที แม้แต่น้ำแข็งยังเหลือบมอง
“หมายถึง...” กรถอนหายใจเบา ๆ
“ไม่มีอะไรหรอกครับ”
“ผมแค่อยากเตรียมตัวให้ดีที่สุดก่อนลงแข่ง”
เขามองจอที่ยังมืดอยู่
“ผมไม่ได้ต้องการชนะ” ทุกคนเงียบ
“แค่...” กรเว้นช่วงก่อนพูดต่อช้า ๆ
“อยากแพ้แบบไว้ลายทีมแกะดำก็พอครับ” ห้องทั้งห้องเงียบลงทันที
อเล็กกะพริบตา
หนึ่งครั้ง
สองครั้ง
ก่อนรอยยิ้มกว้างจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้น
“พะ...แพ้แบบไว้ลาย?” เขาทวนคำ
จากนั้นก็ยิ้มกว้างขึ้นเรื่อย ๆ
“ว้าว...”
“ดี!”
ปัง!
อเล็กตบโต๊ะดังลั่น
“มาเลย พวกลูกศิษย์ของฉัน!” เขากระโดดลุกขึ้นยืนทันที
“ศาสดาจะนำทางพวกเธอเอง!!!”
“เย้...” กระต่ายปรบมือแบบไม่มีแรง
อเล็กกดรีโมตทันที ข้อมูลจำนวนมากปรากฏขึ้นบนจอ โลโก้ของ Prism Waltz หมุนขึ้นกลางจอภาพ
“ก่อนอื่นเลย!” อเล็กชี้จอ
“พวกแกต้องรู้ก่อนว่ากำลังจะเจอกับอะไร!”
ภาพการแข่งขันย้อนหลังถูกดึงขึ้นมา พร้อมสถิติจำนวนมาก
“Prism Waltz เคยเป็นถึงรองแชมป์ Fight Dot World Fight ครั้งที่ 65”
อเล็กกดเปลี่ยนสไลด์
“เมื่อสี่ปีก่อน และพวกเขาแพ้เพียงทีมเดียว”
ภาพของทีมแชมป์ปรากฏขึ้น
“Crimson Phoenix”
หนูแดงอ้าปากค้าง หมีดำหรี่ตา กรกรรณยังคงมองจอนิ่ง ๆ อเล็กเปลี่ยนสไลด์อีกครั้ง
“ส่วน Fight Dot World Fight ครั้งที่ 67 หรือการแข่งขันครั้งก่อน”
“พวกเขาเข้าถึงรอบสี่ทีมสุดท้าย และแพ้ให้กับ Titan Forge”
ภาพของ Titan Forge ปรากฏขึ้น ทีมที่ทุกคนรู้ดีว่าเป็นสัตว์ประหลาดของวงการ
“รองแชมป์ครั้งล่าสุด” อเล็กกอดอก
“เพราะงั้นเลิกสงสัยได้เลยว่า Prism Waltz เก่งจริงไหม”
เขาเคาะจอเบา ๆ
“พวกนี้เก่งจริง เก่งมากด้วย”
น้ำแข็งที่นั่งเงียบมาตลอดเป็นคนพูดขึ้น
“พวกนี้เก่งกว่าชุดขาวบางคนเสียอีก” ทั้งห้องหันไปมองเธอทันทีแม้แต่อเล็กยังเลิกคิ้ว
เพราะน้ำแข็งไม่ใช่คนที่จะพูดแบบนี้ง่าย ๆ
“ใช่” เธอพยักหน้า
“ระดับของนักกีฬาพวกนี้สูงกว่านักรบระดับสูงหลายคน Fight Dot อาจเป็นกีฬา”
“แต่ระดับโลกไม่ใช่ที่สำหรับคนธรรมดาอีกแล้ว”
อเล็กยิ้มก่อนพยักหน้าเห็นด้วย
“ถูกต้อง”
เขาหันกลับไปมองลูกศิษย์ทั้งสาม
“เพราะงั้นพวกนายต้องเตรียมตัวให้ดีที่สุด”
“อย่างน้อย...”
รอยยิ้มของเขาเริ่มกว้างขึ้นอีกครั้ง
“จะได้ไม่แพ้จนน่าอับอายเกินไป”
“........”
ทีมแกะดำเพียงแต่มองข้อมูลบนจอ และเป็นครั้งแรกที่ทุกคนเริ่มมอง Prism Waltz ไม่ใช่ในฐานะทีมดารา แต่เป็นศัตรูที่ต้องเผชิญหน้าจริง ๆ บนสนามแข่ง.
“ใช่ครับ” กรกรรณพยักหน้า
“นั่นคือสิ่งที่ Prism Waltz จะทำ” เขามองข้อมูลบนจอ “และผมจะไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น”
ห้องทั้งห้องเงียบลงเล็กน้อยก่อนที่หนูแดงจะยกมือขึ้น
“อย่างน้อย...”
เธอหรี่ตา
“หนูแดงก็จะจิ้มมันให้นอนชักน้ำลายฟูมปากสักคน!!!”
“อย่าพูดเหมือนกำลังเลือกเหยื่อสิ” กระต่ายพึมพำ
“ฮึ”
หมีดำพยักหน้าเบา ๆ
“ส่วนฉันก็จะยืนเฝ้าประตูเหมือนเดิม” เขากอดอก
“ลุยกันได้ตามสบาย”
คำพูดเรียบง่ายของหมีดำช่วยคลายความตึงเครียดในห้องลงเล็กน้อย
เขาไม่ได้กดดันให้ชนะ ไม่ได้บอกว่าต้องบุก ไม่ได้พูดเรื่องแผนการ เพียงแค่บอกว่า
"ฉันจะทำหน้าที่ของฉัน" ก็เท่านั้นและนั่นเพียงพอแล้วสำหรับกรกรรณและหนูแดง
อเล็กมองภาพตรงหน้าแล้วรู้สึกจุกในอกอย่างประหลาด เมื่อก่อนเขาคงกระโดดเข้าไปกอดลูกศิษย์ทุกคนแล้ว แต่ตอนนี้ทำไม่ได้
ไม่ใช่เพราะไม่อยากแต่เพราะทุกคนโตขึ้นแล้ว เข้าใจกันมากขึ้นและกลายเป็นทีมที่พร้อมจะสู้ไปด้วยกันจริง ๆ
“ดี...”
อเล็กยิ้ม
“ดีมาก...”
เขาสูดลมหายใจลึกก่อนเปลี่ยนสไลด์บนจอ
“งั้นมาดูสมาชิกของพวกเขากัน”
ภาพทีม Prism Waltz ปรากฏขึ้น
“Prism Waltz มีสมาชิกทั้งหมดห้าคนก็จริง”
“แต่ตัวที่ลงแข่งจริงมีเพียงสามคน”
“อีกสองคนเป็นทีมสนับสนุนและผู้จัดการ”
อเล็กยิ้มแห้ง
“เพราะพวกนี้แทบไม่เคยบาดเจ็บจนต้องเปลี่ยนตัวเลย”
ไม่มีใครหัวเราะ
“คนแรก”
ภาพของชายร่างสูงผมสีเข้มปรากฏขึ้น
“ไคโด มาร์ช (Kaido Marsh) ฉายา มนุษย์เจล”
ภาพการแข่งขันหลายนัดถูกเปิดขึ้น แสดงให้เห็นร่างของไคโดที่บิดเบี้ยว ยืดหด และเปลี่ยนรูปร่างได้อย่างผิดธรรมชาติ
“ร่างกายของเขาเปลี่ยนเป็นของเหลวหรือยางได้”
“การโจมตีทางกายภาพแทบไม่ได้ผล”
“หมัด เตะ มีด หรือแรงกระแทกธรรมดา ไม่มีความหมาย”
อเล็กเปลี่ยนภาพ
“จุดอ่อนคือความร้อน พลังงาน และการโจมตีรูปแบบพิเศษ”
“แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เขาบาดเจ็บจริงจังได้ง่าย ๆ”
ภาพหนึ่งหยุดค้าง เป็นภาพที่ไคโดกำลังวิ่งฝ่าคู่แข่งทั้งทีมพร้อมลูกบอลในมือ
“ปกติดูเชื่องช้า แต่ถ้าได้บอลไปแล้ว...”
อเล็กชี้จอ
“แทบไม่มีใครแย่งคืนได้ จนกว่าเขาจะทำแต้มสำเร็จ”
เขาเปลี่ยนเป็นสถิติการแข่งขันล่าสุด
“นัดที่แล้วเขาทำแต้มคนเดียวสามคะแนน เหมือนลูกบอลอยู่ในเยลลี่มีชีวิต...”
กรกรรณพยักหน้า
“โอเค...”
หนูแดงกอดอกสีหน้าไม่ดีนัก
“ใช้พิษกับมันแทบไม่ได้ผล”
“หนูแดงเคยเจอรูปแบบสายพลังพวกนี้มาแล้ว”
ทุกคนหันมามอง
“มันแทบจะสลัดส่วนที่ติดพิษทิ้งได้เลย จับยึดก็ไม่ได้ แทงก็ไม่เป็นแผล” เธอจ้องภาพบนจอ
“แต่ยังไงก็ต้องลอง”
หมีดำหรี่ตา
“รับมือยากจริง ถ้ามันไม่โจมตี ฉันก็ทำอะไรไม่ได้ มันอาจเดินผ่านฉันไปเฉย ๆ พร้อมลูกบอลที่อยู่ในร่างเลยก็ได้”
กรกรรณมองภาพอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดขึ้น
“แต่มันต้องมีแกนกลางครับ”
ทุกคนหันมอง
“แค่ผมต้องหามันให้เจอ” น้ำเสียงเรียบแต่มั่นใจจนกระต่ายเผลอกลืนน้ำลาย
กรเวลาเอาจริงก็น่ากลัวเหมือนกันนะ...เธอคิดในใจ
อเล็กพยักหน้าก่อนเปลี่ยนสไลด์
“ต่อไป”
ภาพชายผมดำถือโซ่เหล็กปรากฏขึ้น
“เรเวน โครว์ล (Raven Crowle) ฉายา โซ่แม่เหล็ก”
ภาพการแข่งขันเริ่มเล่น โซ่เหล็กจำนวนมากพุ่งไปทั่วสนาม
“เขาใช้โซ่เป็นอาวุธหลัก สะบัด เหวี่ยง จับ ล็อก อาจไม่ถึงขั้นควบคุมละเอียดแบบหนูแดง”
“แต่ตัวโซ่มีพลังโจมตีในตัวเอง”
ภาพหยุดที่ลูกบอลถูกครอบด้วยกรงเหล็กทรงกลม
“และนี่คือปัญหา” อเล็กชี้ภาพ “ตะกร้อเหล็กของเรเวนถ้าลูกบอลถูกครอบเมื่อไรแทบจะกลายเป็นบอลของเขาทั้งเกม”
ภาพต่อไปลูกบอลลอยกลับเข้าหาเรเวนเอง
“โซ่แม่เหล็กจะดึงดูดตะกร้อเหล็กของลูกบอลได้ในระยะหนึ่ง ตามพลังของเจ้าตัวและความสามารถระยะประชิดก็ไม่เป็นรองใคร”
ห้องเริ่มเงียบลงเรื่อย ๆ อเล็กสูดลมหายใจก่อนเปิดสไลด์สุดท้ายภาพของเซเรน่า เวลคาซ ปรากฏขึ้นกลางจอไม่มี ใครพูด
“คนสุดท้าย” อเล็กพูดช้ากว่าปกติ
“เซเรน่า เวลคาซ (Serena Velkaz) ปีกมายา” ภาพบนจอเป็นคลิปการแข่งขัน เซเรน่ากำลังเต้นและนักกีฬาฝั่งตรงข้ามกำลังเคลื่อนไหวช้าลงเรื่อย ๆ
“เธอสามารถเต้นและสะกดคนได้ทั้งสนาม เป็นพลังสายควบคุม”
“เหมือนน้ำแข็ง”
ทุกคนนิ่งไป
อเล็กไม่ค่อยเปรียบเทียบใครกับน้ำแข็ง โดยเฉพาะเรื่องพลัง
ดังนั้นคำพูดนี้มีความหมายมาก
น้ำแข็งเป็นฝ่ายถามขึ้นเอง
“มันเหมือนการรำบวงสรวงของฉันใช่ไหมคะ”
เธอหมายถึงท่ารำที่เคยใช้ร่วมกับกรกรรณในศึกมังกรดำ พลังที่เคยพลิกสถานการณ์สงครามมาแล้ว
อเล็กพยักหน้า
“จะบอกว่าเป็นพลังรูปแบบเดียวกันก็ได้”
“แต่ของเธอ น้ำแข็ง” เขาชี้ภาพบนจอ
“เป็นการบีบอัดพลังทั้งหมดไว้ แล้วปลดปล่อยออกมาในจังหวะเดียว”
คลิปการแข่งขันเปลี่ยนอีกครั้ง เป็นภาพเซเรน่าที่กำลังเต้นต่อเนื่อง
“แต่ของเซเรน่า”
“ปลดปล่อยออกมาตลอดเวลา”
“ไม่มีหยุด”
เงียบ
กรกรรณนั่งนิ่งนิ่งเกินไป จนน้ำแข็งต้องค่อย ๆ เอื้อมมือไปจับมือเขาใต้โต๊ะแล้วบีบเบา ๆ กรหันมามองน้ำแข็งไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ไม่ปล่อยมือ
กระต่ายมองภาพนั้นแล้วรีบหันกลับมาที่จอ เธอไม่กล้าพูดอะไรเลยเพราะข้อมูลที่เหลืออยู่ มีแต่จะทำให้ทุกคนเครียดกว่าเดิม
อเล็กเงียบไปครู่หนึ่งก่อนพูดประโยคสุดท้าย
“และมีอีกเรื่องที่พวกนายควรรู้” ทุกสายตาหันกลับมาที่เขาอเล็กมองภาพเซเรน่าบนจอ
ก่อนพูดช้า ๆ
“จากสถิติการแข่งขันทั้งหมดของ Prism Waltz” เขาเว้นช่วง
“ถ้าเซเรน่าเริ่มเต้น และพลังของเธอขึ้นถึงระดับสะกดสมบูรณ์เมื่อไร”
อเล็กกดรีโมตตัวเลขสีแดงปรากฏขึ้นกลางจอ
อัตราทำแต้มสำเร็จ : 100%
“Prism Waltz จะได้แต้มนั้นแน่นอน”
ไม่มีใครพูดอะไร ไม่มีใครขยับแม้แต่หนูแดงยังหยุดเล่นปลายผมตัวเอง เพราะทุกคนรู้ดีว่าตอนนี้พวกเขาไม่ได้กำลังจะเจอกับทีมดังแต่กำลังจะเจอกับ
หนึ่งในทีมที่แข็งแกร่งที่สุดของโลกอย่างแท้จริง.
“ในตอนนั้น Crimson Phoenix ใช้วิธีทำลายพื้นสนาม”
อเล็กเปลี่ยนภาพการแข่งขันเก่าขึ้นบนจอ ภาพสนามที่เคยเรียบสวย กลายเป็นพื้นสีแดงฉานและแตกพังไม่มีที่เรียบราวกับลาวาแข็งตัว
“พวกนั้นเผาพื้นสนามจนกลายเป็นหินเพลิงแดงในช่วงท้ายเกม” เขาชี้ไปที่ภาพหยุด
“ทำให้เซเรน่าไม่มีที่ให้ยืนหรือจะพูดอีกแบบก็คือ...” อเล็กยักไหล่
“เธอเต้นไม่ได้”
กระต่ายเบิกตากว้าง
“ผะ...เผาสนามเลยเหรอคะ...” เธอจ้องภาพบนจอ “ใช่...ข่าวนั้นนานมากแล้ว”
“ปีนั้นมีคนดูบาดเจ็บด้วย”
“จำได้ว่าดุเดือดมากจนเป็นข่าวไปหลายประเทศเลย”
อเล็กพยักหน้า
“ใช่”
“และนั่นคือหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่ Prism Waltz ถูกบังคับให้ออกจากรูปแบบการเล่นของตัวเอง”
ห้องกลับมาเงียบอีกครั้ง อเล็กเปลี่ยนสไลด์ คราวนี้เป็นแผนผังตำแหน่งผู้เล่นของ Prism Waltz ลูกศรและเส้นทางเคลื่อนที่ปรากฏขึ้นเต็มหน้าจอ ก่อนที่เขาจะยิ้มบาง ๆ
“และที่น่าหงุดหงิดที่สุดก็คือ...รูปแบบของ Prism Waltz”
อเล็กใช้รีโมตเคาะจอเบา ๆ
“เหมือนแกะดำของเราเลย”
ทุกคนเงยหน้าขึ้นทันที กรกรรณขมวดคิ้ว หนูแดงหรี่ตา หมีดำเริ่มสนใจมากขึ้น
“สองคนอยู่แนวหน้า” ภาพของไคโดและเรเวนปรากฏขึ้น
“คอยป้องกัน คอยแย่งบอล คอยเปิดทางและคอยซื้อเวลา”
จากนั้นภาพของเซเรน่าก็ปรากฏขึ้นด้านหลัง
“ส่วนเซเรน่าอยู่แนวหลัง หน้าที่ของเธอมีแค่อย่างเดียว” อเล็กชูสองนิ้ว
“เต้น”
ทุกคนเงียบ
“แค่เต้นให้ถึงระดับสะกดสมบูรณ์ ใช้เวลาเพียงสองถึงสามนาที”
อเล็กพูดเรียบ ๆ เหมือนกำลังอธิบายเรื่องธรรมดา แต่ยิ่งเรียบเท่าไรยิ่งทำให้ข้อมูลน่ากลัวมากขึ้นเท่านั้น
“หลังจากนั้น...” เขากดรีโมตอีกครั้ง
ลูกศรบนแผนผังเปลี่ยนสีทั้งหมด
“ทุกอย่างจะอยู่ในการควบคุมของเธอ”
ไม่มีเสียงใครพูดแทรก ไม่มีใครหัวเราะ ไม่มีใครกวนประสาทเหมือนทุกครั้ง เพราะตอนนี้ทุกคนเริ่มเข้าใจแล้วว่า Prism Waltz ไม่ได้แข็งแกร่งเพราะมีแผนซับซ้อนแต่แข็งแกร่งเพราะ พวกเขาทำสิ่งเดิมซ้ำ ๆ และไม่มีใครหยุดมันได้
อเล็กมองหน้าลูกศิษย์ทีละคนก่อนจะพูดประโยคสุดท้ายของการวิเคราะห์ช่วงนี้
“พวกนายต้องจัดการกับเซเรน่า”
อเล็กยืนกอดอกอยู่หน้าจอที่กำลังฉายข้อมูลของ Prism Waltz
“และรับมือไคโดกับเรเวนไปพร้อมกัน” เขาถอนหายใจ
“แม้จะเป็นไปได้ยาก แต่ถ้าไม่อยากแพ้แบบขายหน้า ก็หาวิธีให้ได้”
พูดจบอเล็กก็กดปิดจอ ห้องวางแผนตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไรแต่ทุกคนพอเข้าใจแล้วว่าทำไม Prism Waltz ถึงเป็นหนึ่งในทีมเต็งของการแข่งขัน
กรกรรณเป็นคนแรกที่ลุกขึ้น ตามด้วยหมีดำ หนูแดงและกระต่าย ทุกคนแยกย้ายออกจากห้องอย่างเงียบ ๆ เหลือเพียงน้ำแข็งที่กำลังจะเดินตามออกไป
“น้ำแข็ง” อเล็กเรียกไว้
เธอหยุดก่อนหันกลับมา
“คะ?”
อเล็กเดินเข้ามาใกล้อีกเล็กน้อย น้ำเสียงลดลงจนแทบเป็นการคุยกันสองคน
“ฉันถามอะไรหน่อยได้ไหม”
น้ำแข็งพยักหน้า
อเล็กนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามออกมาตรง ๆ
“ถ้าเป็นเธอ เธออาจหยุดเซเรน่าได้”
เขามองเข้าไปในดวงตาของเธอ
“จะปล่อยให้เป็นแบบนี้จริง ๆ เหรอ”
ห้องเงียบลงทันที ไม่มีใครอยู่ตรงนั้นแล้ว ไม่มีใครได้ยินบทสนทนานี้ มีเพียงอเล็กกับน้ำแข็งเท่านั้น
น้ำแข็งยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มที่ดูอ่อนโยนกว่าเดิมมาก
“ตอนนี้...” เธอตอบช้า ๆ
“ฉันได้สิ่งที่ต้องการแล้วค่ะ”
อเล็กนิ่งฟัง
“ดังนั้นไม่จำเป็นต้องทำให้เรื่องมันใหญ่กว่านี้” เธอมองออกไปนอกหน้าต่างเห็นกรกรรณกำลังเดินคุยกับหนูแดงอยู่ไกล ๆ
“ถึงตอนนี้ ถ้าแกะดำตกรอบ” น้ำเสียงยังคงสงบ
“สำหรับฉันก็ยอมรับได้ค่ะ”
จากนั้นเธอก็โค้งตัวให้อเล็กอย่างสุภาพ
“ขอโทษด้วยนะคะ ครูฝึกอเล็ก”
“มะ...มะ...” อเล็กรีบโบกมือ “ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้” เขาหัวเราะแห้ง ๆ
“ฉันก็ไม่ได้เป็นอะไร ทุกคนเองก็ไม่ได้กดดันว่าต้องไปไกลกว่านี้”
อเล็กยิ้มก่อนส่ายหน้าเบา ๆ
“แค่วันที่เธอโทรมาขอให้ฉันใส่ชื่อเข้าทีม ฉันก็ดีใจมากแล้ว”
น้ำแข็งหัวเราะเบา ๆ เมื่อนึกถึงวันนั้น วันที่เธอโทรหาอเล็กด้วยตัวเองขอให้เขาเพิ่มชื่อของเธอเข้าไปในรายชื่อทีมแกะดำในฐานะ แกะดำ 04 ผู้เล่นสำรองของทีมและขอร้องอเล็กเพียงเรื่องเดียว
อย่าบอกกรกรรณ อย่าให้เขารู้
อย่างน้อยก็จนกว่าจะถึงวันที่จำเป็นจริง ๆ เพราะเธอไม่ต้องการให้เขาเสียสมาธิ ไม่ต้องการให้เขาห่วง และไม่ต้องการให้เขาคิดถึงเรื่องของเธอมากกว่าการแข่งขัน
อเล็กเองก็รักษาสัญญานั้นมาตลอด มีเพียงเขาและกระต่าย เท่านั้นที่รู้ความจริง แม้แต่หมีดำ หนูแดง หรือกรกรรณเองก็ยังไม่รู้ว่าน้ำแข็งมีสิทธิ์ลงสนามในนามของทีมแกะดำมาตั้งแต่ก่อนการแข่งขันจะเริ่มเสียอีก
“ค่ะ” น้ำแข็งพยักหน้า “ให้มันจบไปเงียบ ๆ แบบนี้ก็ดีแล้ว”
เธอมองออกไปยังสนามหลังบ้าน
“แต่ถ้าพวกเขาเดินหน้าต่อไปได้ด้วยตัวเอง”
รอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“ก็น่ายินดีเหมือนกันค่ะ”
อเล็กมองลูกศิษย์สาวอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะเบา ๆ
“เธอนี่นะ...ยังใจดีกว่าที่ฉันคิดอีก”
น้ำแข็งส่ายหน้าไม่ได้ตอบอะไร ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไปเหลือเพียงอเล็กที่ยืนอยู่คนเดียว
เขามองประตูที่ปิดลงแล้วถอนหายใจยาว
“หวังว่าพวกแกจะไปต่อกันได้นะ...” สายตาของเขามองไปยังสนามหลังบ้านที่ซึ่งกรกรรณ หนูแดง และหมีดำ กำลังเริ่มซ้อมกันอีกครั้ง
เย็นวันนั้นเอง น้ำแข็งกลับบ้านของเธอ ก่อนกลับกรกรรณเข้าไปเรียกเธอไว้
“น้ำแข็ง!!! คือเรามีเวลาอยู่ด้วยกันน้อยจริงๆ เลย แล้วก็แทบไม่เป็นส่วนตัว...ผมเลย....” กรอึกอักพยายามจะพูด
และน้ำแข็งก็รอ ยืนนิ่งรอให้เขาพูดไม่แทรกอะไร
“หลังแข่งเสร็จ ผมอยากชวนน้ำแข็ง...ไป...ไป...”
น้ำแข็งยังรอและนิ่ง
“ไปเดทกันได้ไหมครับ” กรหน้าแดงมากแต่ก็พูดออกไปแล้ว
“ค่ะ....”
“แล้วก็เรื่องการแข่งนะ....ไม่ว่านายจะทำตัวเองขายหน้าแค่ไหน ฉันก็ยังรักนายเสมอ” เธอเดินเข้าไปจูบลากรและเดินกลับขึ้นรถไปด้วยหน้าที่แดงชัดเจน
กรยืนยิ้มจนรถเธอเคลื่อนออกถนนและลับตาไป…..
การซ้อมยังคงดำเนินต่อไป ไม่ได้มีอะไรพิเศษ ไม่ได้หักโหมหรือฝืนร่างกายเกินไป มีเพียงการดูแลให้สภาพร่างกายสมบูรณ์พร้อมที่สุดก่อนลงสนามเท่านั้น
ขณะเดียวกัน ตารางการแข่งขันรอบ 16 ทีมสุดท้ายก็ถูกประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ การแข่งขันแต่ละคู่ถูกแบ่งเป็นช่วงเช้าและช่วงบ่าย ไม่มีคู่ไหนแข่งซ้อนเวลากัน ทำให้แฟนกีฬา Fight Dot สามารถติดตามได้ครบทุกแมตช์ ทีมแกะดำถูกจัดให้ลงแข่งขันเป็นคู่ที่ 5
ก่อนจะถึงวันแข่งของตัวเอง พวกเขาจึงมีเวลานั่งติดตามผลการแข่งขันและรายงานข่าวของ Fight Dot World Fight 69 อย่างต่อเนื่อง และโดยไม่รู้ตัวทุกคนก็เริ่มสนุกกับการเชียร์ทีมอื่นไปด้วย
บนหน้าจอโทรทัศน์ แทน ผู้ประกาศข่าวประจำช่องหลัก กำลังจัดรายการคู่กับมิ้นท์อย่างตื่นเต้น
“มาแล้วครับคุณผู้ชม!” แทนยิ้มกว้าง
“หลังจากแข่งขันกันไปแล้ว 4 คู่แรก ผมขอสรุปผลให้ทุกท่านได้รับชมกันนะครับ”
“รบกวนด้วยครับคุณมิ้นท์”
“ค่ะคุณแทน” มิ้นท์เดินไปแตะหน้าจอขนาดใหญ่ด้านหลัง
ตารางสรุปผลการแข่งขันปรากฏขึ้นทันที
“หลังจากแข่งขันไปแล้ว 4 คู่ เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่าทีมไหนผ่านเข้ารอบ และทีมไหนต้องหยุดเส้นทางไว้เพียงเท่านี้”
บนหน้าจอปรากฏรายชื่อผู้ชนะ
1. Richter Fenn ชนะ Blackout Bull
2. Valhalla Unit ชนะ Kaiser Holt
3. Tempest Edge ชนะ Alpha Heroes
4. Titan Forge ชนะ Nomad
“ชัดเจนแล้วครับ!” แทนชี้ไปที่สายการแข่งขัน
“Richter Fenn จะต้องไปเจอกับ Valhalla Unit”
“ส่วน Tempest Edge จะต้องพบกับ Titan Forge ครับ”
“คู่แรกนี่ดูเหมือน Blackout Bull จะเจองานหนักแล้วนะครับ” แทนพูดต่อ
“เพราะฟอร์มของ Valhalla Unit ในปีนี้ เรียกได้ว่าระดับ Top Form เลยทีเดียว”
“จริงค่ะคุณแทน” มิ้นท์พยักหน้า “และ Valhalla Unit ที่กลับมาในปีนี้ก็ไม่ใช่ทีมชุดเดิมด้วยนะคะ”
ภาพของหญิงสาวผมสีเงินปรากฏขึ้นบนจอ
“หัวหน้าทีมคนใหม่คือ อาริสะ เวลฮาร์ท ลูกสาวของอดีตแชมป์ในตำนาน ไอวาร์ เวลฮาร์ท ค่ะ”
“ปีนี้เธอกลับมาพร้อมเป้าหมายเดียว” มิ้นท์ยิ้ม “ทวงบัลลังก์แชมป์กลับคืนสู่ Valhalla Unit”
“น่าสนใจมากครับ!” แทนพยักหน้า
“แต่สำหรับผม คู่ที่สองน่าสนใจกว่าอีกครับ” ภาพของ Titan Forge และ Tempest Edge ปรากฏขึ้น
“นี่คือศึกยักษ์ชนยักษ์ของจริง”
“Titan Forge รองแชมป์ Fight Dot World Fight 67 พบกับ Tempest Edge”
“ทีมที่เคยเอาชนะ Valhalla Unit มาแล้วในรอบแบ่งกลุ่ม” แทนหัวเราะ
“ผมพูดได้เลยว่าคู่นี้อาจเป็นการคัดเลือกผู้เข้าชิงชนะเลิศล่วงหน้าก็ได้ครับ”
“และสำหรับวันพรุ่งนี้...”
ภาพการแข่งขันคู่ต่อไปปรากฏขึ้นกลางจอ
Prism Waltz VS Black Sheep
แทนยิ้มทันที “เป็นการแข่งขันระหว่าง Prism Waltz และ Black Sheep ครับ ใครบอกว่าคู่นี้น่าเบื่อ ผมบอกเลยให้คิดใหม่”
มิ้นท์หันมามองด้วยสายตารู้ทัน
“เหรอคะคุณแทน?”
“ที่ไม่น่าเบื่อ เพราะคุณเป็นแฟนคลับของหัวหน้าทีม Prism Waltz เซเรน่า เวลคาซ หรือเปล่าคะ?”
“รู้นะคะ”
“แหม!”
แทนหัวเราะแห้ง ๆ
“พูดแบบนี้แสดงว่าคุณยังไม่รู้จักทีมแกะดำดีพอครับ ถึงจะเป็นทีมน้องใหม่ แต่พวกเขาไม่ธรรมดาแน่นอน”
แทนชี้ไปที่หน้าจอ
“ไปฟังความเห็นจากคนที่รู้จักพวกเขาดีกว่าผมกันเลยครับ”
ภาพตัดไปยังเมืองกรานเวล
เวลรา ราเชล และ มิล่า โนเวน กำลังยืนถือไมโครโฟนอยู่หน้าอาคารของ Velvet Group
ทั้งคู่ยิ้มอย่างอารมณ์ดี
“แกะดำ!” เวลราพูดขึ้นทันที “พวกเขาคือเพชรเม็ดงามของ Velvet Group ตัวจริงครับ”
“ทีมนี้พัฒนาเร็วมาก เร็วแบบที่ผมยังตกใจ”
มิล่าพยักหน้าแรง
“ใช่เลยค่ะ! และขอสารภาพตรงนี้เลยนะคะ” เธอหัวเราะ
“ตอนนี้ฉันเป็นแฟนคลับหนูแดงไปแล้วค่ะ!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า”
เวลราหัวเราะตาม
“ผมเองก็เหมือนกันครับ เพราะฉะนั้นขอเตือนไว้ก่อนเลยนะครับ ถ้าประมาท...” เขาชี้นิ้วไปทางกล้อง
“ฝ่ายที่แพ้อาจไม่ใช่แกะดำก็ได้”
มิล่ายิ้มกว้างก่อนโบกมือให้กล้อง
“สู้ ๆ นะคะ หนูแดง!”
“หมีดำ!”
“และคุณกรกรรณ!”
“พวกเราชาวกรานเวลกำลังเชียร์อยู่ค่ะ! เจอกันที่สนามแข่ง!!!”
ภาพตัดกลับมาที่ห้องพักของทีมแกะดำ
แต่การวิเคราะห์ยังไม่จบ บนหน้าจอโทรทัศน์ยังคงมีรายการพิเศษเกี่ยวกับรอบ 16 ทีมสุดท้ายดำเนินต่อไป ภาพตัดไปหา คาสเซียน โรว์ หัวหน้าทีม Velvet Fang เขานั่งกอดอกอยู่ในห้องสัมภาษณ์
“แกะดำงั้นเหรอ...” คาสเซียนยิ้มมุมปาก
“พวกนั้นเป็นส่วนผสมที่ไม่ลงตัวเลยสักนิด แต่ก็อันตรายชะมัด”
“ผมบอกได้แค่นี้แหละ”
ภาพตัดอีกครั้ง
คราวนี้เป็น เดรค ฮาร์เดน หัวหน้าทีม Iron Dogs ซึ่งตกรอบไปแล้ว
“พวกแกะดำ...” เดรคหัวเราะเบา ๆ
“พวกนี้คือเครื่องบดของจริง”
“ใครเจอพวกมัน ต่อให้ชนะก็หมดสภาพทุกราย”
ภาพกลับมาที่ห้องส่ง แทนถึงกับหัวเราะ
“ได้ยินจากทั้งคนที่ชื่นชอบและคนที่เคยลงแข่งด้วยแล้วนะครับ บอกเลยว่ายับทุกทีมจริง ๆ”
“จริงค่ะ” มิ้นท์พยักหน้า
“แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ แม้แต่ละเกมจะดูเจ็บหนักมาก สภาพร่างกายของทั้งสามคนกลับฟื้นตัวได้ทุกครั้ง จนถึงตอนนี้พวกเขายังใช้ผู้เล่นตัวจริงชุดเดิมลงแข่งตลอด และยังไม่เคยใช้ตัวสำรองเลยแม้แต่ครั้งเดียวค่ะ”
แทนเลิกคิ้วทันที
“เอ๊ะ?”
“คุณมิ้นท์ หมายความว่าทีมแกะดำมีตัวสำรองด้วยหรือครับ?”
“มีค่ะ” มิ้นท์เปิดข้อมูลขึ้นมา
“แต่มีเพียงคนเดียว”
“ดังนั้นทีมแกะดำจึงมีสมาชิกทั้งหมด 4 คนค่ะ”
แทนมองจออย่างสนใจ
“แล้วเขาเป็นใครครับ? ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ” มิ้นท์ส่ายหน้า
“ในเอกสารการแข่งขันระบุเพียงชื่อว่า...” เธอมองข้อมูล
“แกะดำ 04 เท่านั้นค่ะ”
ในห้องพักกรกรรณขมวดคิ้วทันที
“แกะดำ 04?”
เขาหันไปมองอเล็ก
“ใช่ครับ ผมเคยเห็นชุดของแกะดำ 04 อยู่เหมือนกัน”
“ใครเหรอครับ ครูฝึก?”
“ใช่ ๆ!” หนูแดงรีบกระโดดขึ้นมานั่งบนตักกรกรรณทันที
“หนูแดงก็อยากรู้!”
“หรือว่าเป็นอเล็ก? แล้วทำไมต้องเป็น 04 ด้วยล่ะ?”
“อ่า......”
อเล็กเริ่มเหงื่อออก
“คือว่า...”
“ตอนนั้นที่ฉันบอกว่าจะหาคนมาเพิ่ม ฉันก็เลยใส่ชื่อเอาไว้ก่อน”
เขาหัวเราะแห้ง ๆ
“แล้วบอกไปว่าเป็นแกะดำ 04”
“ทางผู้จัดก็ไม่ได้ทักท้วงอะไรก็เลยปล่อยเลยตามเลยมาจนถึงตอนนี้”
“หือ...” กรกรรณยังดูสงสัย
“จะเป็นแบบนั้นได้ยังไงครับ? งานระดับโลกนะครับ”
“เขาไม่ตรวจสอบประวัติเลยเหรอ?”
“ถะ...ถ้า...”
อเล็กเริ่มพูดติด ๆ ขัด ๆ
“ถ้าถูกรับรองโดยฉัน”
“ซึ่งเป็นนายทหารระดับกลาง ฉันก็เป็นผู้รับผิดชอบแทนได้ เลยผ่านง่ายหน่อย” เขารีบพูดต่อทันที
“อีกอย่าง...ไม่มีใครคิดว่าพวกนายจะเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้อยู่แล้วนี่!”
ทั้งห้องเงียบ กรกรรณค่อย ๆ หันมามอง
“ครูฝึก...”
“ครับ?”
“พูดให้มันดี ๆ หน่อยดิครับ”
“เอ่อ...” อเล็กเริ่มถอยเก้าอี้
“ใช่!” หนูแดงชี้หน้าอเล็กทันที
“อย่างหนูแดงเองยังมีประวัติแค่” เธอแย่งแท็บเล็ตมาอ่าน “ทหารหญิงประจำหน่วยแกะดำ”
“อายุ 28 ปี ผู้แคระแกร็น...”
“โอ๊ย!!!” อเล็กสะดุ้งโหยงก่อนจะล้มทั้งเก้าอี้
“อ๊ากกกกก!!!”
“ขาฉัน!”
“ขาฉันไม่รู้สึกแล้ว!!!”
หนูแดงใช้ผมเธอแทงอเล็กจากข้างหลังพร้อมรอยยิ้มพึงพอใจ
“สม!”
“ใครใช้ให้เรียกหนูแดงว่าแคระแกร็น! ยาชาเข้าก้นไปเป็นไง!”
“ช่วยด้วย!!!” อเล็กดิ้นอยู่กับพื้น “ใครก็ได้ช่วยฉันที!”
“หนูแดงกำลังพยายามฆ่าครูฝึก!!!”
“ไม่ตายหรอกน่าลูกพี่” หมีดำตอบเรียบ ๆ ก่อนหยิบขนมเข้าปาก
“แค่เดินไม่ได้สองสามชั่วโมงเอง”
เสียงโวยวายของอเล็กดังไปทั่วบ้านพักส่วนเรื่องของ "แกะดำ 04" ก็ถูกลืมไปอีกครั้ง
คำยืนยันของเจ้าของนิยาย
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ