ซอมบี้ วันที่ 1

-

เขียนโดย Domewriter

วันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2565 เวลา 01.21 น.

  10 บทที่
  2 วิจารณ์
  4,763 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 30 เมษายน พ.ศ. 2566 15.15 น. โดย เจ้าของเรื่องสั้น

แชร์เรื่องสั้น Share Share Share

 

6) ซอมบี้ วันที่ 1 ตอนที่ 6

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

           ผมตื่นขึ้นมาตอนสายๆ เพราะได้ยินเสียงโทรโข่งที่ส่งเสียงดังจากเจ้าหน้าที่ทหารที่กระจายเสียงดังทั่วหมู่บ้าน
           "ประชาชนผู้ที่ยังมีชีวิตทุกคนให้ออกมาที่หน้าบ้าน ตอนนี้เจ้าหน้าที่ทหารได้นำกำลังมาช่วยเหลือแล้ว บุคคลใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าหน้าที่ที่รักษาความปลอดภัยของหน่วยความมั่นคงของชาติ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้รับอนุญาตให้จัดการขั้นเด็ดขาดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อชีวภาพ"
            เสียงประกาสจากโทรโข่งดังทั่วหมู่บ้านซ้ำวนไปมาเรื่อยๆ  ผมนึกในใจว่า เจ้าหน้าที่ทหารนำกำลังพลเข้ามาตรวจและช่วยเหลือประชาชนตามหมู่บ้านต่างๆ ได้แล้วแบบนี้ แสดงว่าสถานการณ์ดีขึ้นแล้ว
            ผมเลื่อนตู้ลิ้นชักออกจากหน้าประตูแล้วไปที่ห้องว่างเปิดม่านหน้าต่างดูที่บริเวณหน้าบ้าน เพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันทุกคนตอนนี้พากันออกจากบ้านมาพบกับกลุ่มทหารที่ถืออาวุธมาช่วยเหลือยืนกันเต็มถนนหน้าบ้าน
            ผมปิดไฟฉายฉวยชแลงและมีดหันผักรีบลงบันไดไปดูพี่ทินที่ห้องครัวก่อน พี่ทินที่ถูกผมใช้เชือกมัดแขนไว้กับลำตัวและเท้าทั้งสองข้างจนแน่น นอนอยู่บนพื้นห้องครัว ตอนนี้กลายเป็นซอมบี้ที่มีดวงตาสีขาวใสไปแล้ว พอเห็นผมก็ส่งเสียงร้อง แฮรว แฮรว แฮรว อารว  พยายามดิ้นรนที่จะลุกขึ้นเพื่อมากินเนื้อผม
            ผมหันหลังเดินออกจากห้องครัว ผมโยนชแลงเหล็กกับมีหันผักไว้ใกล้เสื้อแจ๊คเก๊ตและหมวกกันน๊อกของพี่ทินบนโซฟาแล้วออกจากบ้านไปพบเจ้าหน้าที่ทหาร ทหารสองคนในกลุ่มถือปืนกลเข้ามาหาผม ถามว่า "มีผู้ตืดเชื้อหรือสัตว์ติดเชื้อในบ้านไหม"
            ผมบอกว่า "มี คนหนึ่ง ส่วนสุนัขโดนคนที่ติดเชื้อคนนั้นหวดตายไปแล้ว"
            ทหารทั้งสองคนเอาปืนกลขึ้นมาตั้งท่าพร้อมยิงจ่อมาที่ผมทันที บอกว่า "คุณเป็นผู้สุ่มเสี่ยงติดเชื้อ CME กรุณาถอยหลังห่างออกไปสามเมตร เดี้ยวนี้เลยทันที"
           เพื่อนบ้านที่ออกมาอยู่ที่ถนนหน้าบ้าน ต่างพากันมองมาที่ผมซึ่งกลายเป็นจุดเด่น ผมถอยหลังไปสามเมตรตามที่เจ้าหน้าที่ทหารบอก ในใจนึกกลัวว่าเจ้าหน้าที่ทหารจะยิงผมทิ้งเพื่อป้องกันการระบาดของเชื้อโรคไหม
           เจ้าหน้าทหารจ่อปืนกลใส่ผมพร้อมถามคำถามซ้ำให้ผมยืนยันจำนวนผู้ติดเชื้อและถามผมว่าผู้ติดเชื้อเกี่ยวข้องอะไรกับผม เจ้าหน้าทหารคนหนึ่งถือหนังสือเข้ามาจดบันทึกข้อมูลในขณะที่ผมบอกรายละเอียดให้พวกเขาฟังคร่าวๆ  แล้วทหารที่ทำหน้าที่จดบีนทึกข้อมูลก็แยกไปบอกกับนายร้อยทหารว่ามีคนติดเชื้ออยู่ในบ้านและมีสุนัขติดเชื้อที่ตายแล้วหนึ่งตัว ผู้ติดเชื้อเป็นคนที่หนีสัตว์ติดเชื้อมาขอหลบในบ้าน ส่วนผมเป็นบุตรชายคนเดียวของเจ้าของบ้านที่เป็นชายและหญิงที่ไม่ได้อยู่ที่บ้าน

            เจ้าหน้าที่ทหารสองคนยืนเอาปืนกลจ่อคุ้มเชิงผมไม่ไห้ไปไหน นายร้อยทหารประจำกองได้รับรายงานแล้วก็สั่งให้เจ้าหน้าที่นายพันทหารอีกคนนำจ่าทหารหลายคนที่ยืนแถวเตรียมพร้อมเข้าไปตรวจดูในบ้าน เจ้าหน้าที่ทหารอีกคนนำสเปร์สีแดงมาฉีดสีที่กำแพงรั้วบ้านผมเป็นอักษรสีแดงว่า CME เพื่อแสดงว่าบ้านมีผู้ติดเชื้อ

            สักพักเสียงโทรโข่งจากลำโพงที่ตั้งอยู่จุดใดจุดหนึ่งในหมู่บ้านที่ประกาสเรียกคนในบ้านให้ออกมาที่หน้าบ้านที่เสียงดังไปทั่วหมู่บ้านก็เงียบไป ทุกคนในหมู่บ้านคงออกจากบ้านมาที่หน้าบ้านหมดแล้ว  นายร้อยทหารจึงเอาโทรโข่งแบบพกติดตัวจากทหารที่อยู่ด้านข้างขึ้นมาประกาศให้ทุกคนยืนเข้าแถวเพื่อที่จะได้ถามชื่อและบันทึกชื่อและข้อมูลผู้ที่ไม่ติดเชื้อและไม่อยู่ในข่ายสุ่มเสี่ยงติดเชื้อชีวภาพ CME 

            นายร้อยทหารสั่งทหารที่ทำหน้าที่บันทึกข้อมูลผมแล้วให้ทหารทั้งสองคนนำผมไปอยู่ห่างๆ แยกออกไปไกลจากคนอื่น ทหารทั้งสองคนเอาปืนกลจ่อผมไว้ให้อยู่เฉยๆ ไม่ให้ไปไหน ยกเว้นผมเข้าห้องน้ำเท่านั้น  ผมยืนนิ่งห่างไปสามเมตรให้ทั้งทหารสองถือปืนจ่ออยู่อย่างนั้น 

            ตอนนี้มีทหารเข้ามายืนแถวคัดแยกตรวจหาผู้ติดเชื้อและไม่ติดเชื้อชีวภาพเต็มไปหมดทุกซอยในหมู่บ้าน คนในหมู่บ้านก็ออกมาที่หน้าบ้านกันหมดทุกคน ร่วมถึงสัตว์ที่เลี้ยงไว้  เจ้าหน้าที่ทหารทำการถามชื่อจดบันทึกและส้งทหารกระจายนำกำลังคนเข้าไปดูภายในบ้านของทุกคน ตรวจค้นดูแบบละเอียดทุกหลังคาเรือน 

            ปังง เสียงปืนดังขึ้นจากในบ้านผม ทหารใช้ปืนยิงจัดการกับพี่อนุทินที่กลายเป็นซอมบี้อยู่ในห้องครัวบ้านผม เสียงปืนที่ดังทำเอาผมสะดุ้งตกใจไปด้วยเพราะนึกว่าตัวเองโดนทหารยิง พวกเขาไม่นำตัวพี่อนุทินที่ติดเชื้อกลายเป็นซอมบี้แล้วไปรับการรักษา แต่กำจัดทิ้งเพื่อป้องกกันการแพร่ระบาดเชิ้อ CME  สักพักกลุ่มทหารที่เข้าไปสำรวจในบ้านผมก็เดินออกมารายงานนายร้อยทหารว่า จัดการผู้ติดเชื้อขั้นรุนแรงในบ้านเรียบร้อย 

             ทหารคนอื่นๆ ที่แยกย้ายกันไปตรวจในบ้านหลังอื่นๆ ก็ออกมารายงานว่า ในบ้านหลังที้เข้าตรวจค้นไม่พบผู้ติดเชื้ออื่นอีกตามที่เจ้าบ้านให้ข้อมูล
            ปังง เสียงปืนดังขึ้นจากทางหลังบ้านผม ชายที่ติดเชื้อกลายเป็นซอมบี้ในห้องชั้นบนบ้านตรงข้ามที่อยู่ซอยอีกด้านที่ผมเห็นถูกทหารยิงกำจัดไปแล้ว
            เสียงปืนดังติดกันอีกหลายนัดจากซอยตรงข้ามและบ้านหลังอื่นๆ ที่พบผู้ติดเชื้อขั้นรุนแรงหรือที่ได้กลายเป็นซอมบี้ไปแล้ว ผมขยับตัวชะเง้อมองไปทางทิศที่เสียงปืนดัง
            เจ้าหน้าที่ทหารบอกให้ผมยืนนิ่งๆ อยู่เฉย อย่าไม่ขยับไปไหน ผมยืนดูทหารจดบันทึกข้อมูลคนในหมู่บ้านและตรวจค้นในบ้านอยู่นานสองชั่วโมงกว่าๆ พอตรวจค้นบ้านครบทุกหลังในหมู่บ้าน นายร้อยทหารที่นำกำลังทหารมาตรวจในซอยบ้านผม เขาก็ยกโทรโข่งประกาสว่า                 "ผู้ที่ไม่ติดเชื้อให้กลับเข้าไปในบ้านพักอาศัย ห้ามออกมาเด็ดขาด บ้าน ตึกหรืออาคารใดก็ตามมีสเปร์สีแดงฉีดที่กำแพงบ้านว่า CME คือเขตมีผู้ติดเชื้อหรือผู้สุ่มเสี่ยงติดเชื้อ ห้ามเข้าไปในบริเวณนั้นเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นเจ้าหน้าหน่วยป้องกันความปลอดภัยสามารถจัดการขั้นเด็ดขาดได้คือยิงทิ้งทันที ตอนเย็นจะมีเจ้าหน้าที่ทหารนำอาหารมาแจกให้และทุกเย็น วันต่อวัน ใครมีคำถามอะไรหรือไม่"
            คุณพิชัยเพื่อนบ้านที่อยู่บ้านหลังติดกับบ้านผมยกมือขึ้น นายร้อยทหารบอกให้คณพิชัยถามมาได้ คุณพิชัยถามถึงคนที่อยู่พื้นที่อื่นๆ ในจังหวัด เพราะเป็นห่วงลูกชายลูกสาวที่พักอยู่ที่อำเภอกะทู้  คนอื่นๆ พอเห็นคุณพิชัยยกมือถามได้ก็ยกมือเตรียมคำถามทันที
           นายร้อยทหารบอกว่า ตอนนี้เหมือนกันหมดทั่วประเทศ พื้นที่ต่างจังหวัดที่อยู่ใกล้ขีปนาวุธชีวภาพของผู้ก่อการร้ายที่ยิงพลาดเข้ามาในประเทศของเราจนมีผู้ติดเชื้อ CME เหตุการณ์รุนแรงกว่าจังหวัดภูเก็ตมาก แต่ตอนนี้สถานะการณ์ดีขี้นแล้ว อีกสักระยะรัฐบาลก็จะอนุญาตให้ใช้อุปกรณ์ติดต่อสื่อสารกันได้ตามปกติเช่นเดิม ดังนั้นไม่ต้องถามอะไรอีก
           จากนั้นนายร้อยทหารก็ใช้โทรโข่งประกาสให้ทุกคนที่ได้รับการตรวจคัดกรองแล้วว่าไม่เป็นผู้ไม่ติดเชื้อและสุ่มเสี่ยงติดเชื้อชีวภาพกลับเข้าบ้านพักอาศัยของตัวเอง ส่วนผมถูกเจ้าหน้าที่ทหารคุ้มตัวเดินออกไปจากซอยไปร่วมกับผู้สุ่มเสี่ยงติดเชื้อชีวภาพในหมู่บ้านคนอื่นๆ ที่ถนนหน้าหมู่บ้าน
            คนที่สุ่มเสี่ยงติดเชื้อชีวภาพแบบผม ถูกทหารคุ้มตัวออกมาจากซอยต่างๆ ไปรวมกันที่ถนนใหญ่ที่หน้าปากซอยที่มีรถสิบล้อทหารจอดเรียงกันเป็นแถว แม่กับลูกสาวและลูกชายที่เป็นเด็กที่สามีเป็นซอมบี้ ซึ่งอยู่บ้านตรงข้ามติดกันกับหลังของบ้านผม เธอและลูกทั้งสองคนที่ยังเป็นเด็กมีสีหน้าเศร้าสร้อยและร้องให้สะอึกสะอื้น เพราะผู้ชายที่เป็นสามีของเธอที่ติดเชื้อกลายเป็นซอมบี้ถูกทหารยิงกำจัดทิ้งไปแล้ว ส่วนเธอและลูกทั้งสองคนถูกนำตัวมาอยู่ในกลุ่มผู้ติดเชื้อเช่นกัน
           คนที่สุ่มเสี่ยงติดเชื้อในหมู่บ้านทุกคนมาร่วมกันอยู่ที่เดียวก้น แล้วแยกชายกับหญิงออกเป็นสองกลุ่ม ส่วนผู้หญิงที่มีลูกเล็กจะอได้รับอนุญาตให้อยู่ด้วยกัน

            แพทย์ทหารหญิงสั่งผู้สุ่มเสี่ยงติดเชื้อหญิงทั้งหมดเข้าไปแก้ผ้าตรวจร่างกายในเต๊นท์ที่ใช้ผ้าเต็นกั้นบังผูกไว้กับต้นไม้ไว้สามด้านโดยผูกเชือกกับเสาเต๊นท์สามด้าน ข้างบนเปิดโล่งข้างล่างเห็นแต่เท้าช่วงล่าง  ส่วนผมกับผู้ชายคนอื่นๆ ในหมู่บ้านที่สุ่มเสี่ยงเป็นผู้ติดเชื้อถูกสั่งให้แก้ผ้าจนหมดยืนเปลือยกายตรงนั้น แพทย์ทหารใส่ถุงมือกับผ้าปิดปากมาตรวจร่างกายว่ามีแผลตามร่างกายหรือไม่ พร้อมสอบถามชื่อจดบันทึกเอาไว้ มือถือของทุกคนถูกเรียกเก็บไปไว้รวมกัน 

            ขณะแพทย์ทหารตรวจร่างกาย แพทย์ทหารอีกคนก็ บอกกับทุกคนที่ถูกตรวจร่างกายว่า "เสียงโทรศัพท์หรือเสียงอะไรก็ตามแต่ที่ทำให้ผู้ติดเชื้อ CME ขั้นรุนแรงที่กินเนื้อคนได้ยินมุ่งมาไปที่ต้นเสียง ดังนั้นห้ามทำเสียงดังเด็ดขาด และขออนุญาตยึดโทรศัพท์มือถือของทุกคนไว้อย่างไม่มีกำหนด"

           ผมกับคนอื่นๆ ก็ได้แต่ต้องยอมยกมือถือของตัวเองให้แพทย์ทหารยึดไปแบบไม่รู้ว่าจะได้คืนเมื่อไร  หลังจากตรวจร่างกายผู้สุ่มเสี่ยงติดเชื้อชายหญิงทุกคนแล้วก็นำไปขึ้นรถสิบล้อทหารที่ไว้สำหรับผู้สุ่มเสียงติดเชื้อโดยเฉพาะ รถสิบล้อมีหลังคาแบบผ้าเต๊นท์ และมีทหารสองคนใส่ผ้าปิดปากกับถุงมือถืออาวุธสองคนยืนคุ้มกันประจำรถ เมื่อผมกับคนอื่นๆ ทั้งชายและหญิงขึ้นไปอยู่ในทเต๊นท้ายรถสิบล้อรถจนหมดแล้ว ทหารทั้งสองคนก็ปิดผ้าเต๊นท์ท้ายรถสิบล้อ ภายในเต๊นท์ท้ายรถสิบล้อก็ดูมืดลงเล็กน้อยแต่ก็สว่างมากพอให้มองเห็นกันได้ชัดเจน
            ผมได้ยินเสียงเรียกตรวจแถวทหารและสั่งทหารขึ้นรถสิบล้อทหารากด้านนอกเต๊นท์รถสิบล้อ จากนั้นขบวนรถสิบล้อก็ค่อยๆ ทยอยออกเดินทางไปที่ค่ายกักกันผู้ติดเชื้อและสุ่มเสี่ยงติดเชื้อชีวภาพ
           ผมกับคนอื่นอยู่บนท้ายรถสิบล้อก็ส่งเสียงคุยกัน แต่ถูกทหารสองคนที่อยู่บนรถสั่งห้ามคุยกัน ชบวนรถสิบล้อทหารไปตรวจตราที่หมู่บ้านอื่นๆ ที่ได้นับมอบหมายอีกหลายแห่ง มีผู้สุ่มเสี่ยงติดเชื้อในหมู่บ้านเหล่านั้นมาเพิ่มอีกหลายคนทุกเพศทุกวัย
            ผมกับผู้สุ่มเสียงติดเชื้อคนอื่นอยู่แต่ภายในเต๊นท์หลังรถสิบล้อไม่ได้ออกไปไหน และไม่เห็นอะไรด้านนอกเลย ขบวนรถสิบล้อหยุดเป็นระยะเมื่อมีสิ่งกีดขวางทางถนนต้องให้ทหารลงไปเคลียร์ถนน แล้วออกเดินทางต่อ บางครั้งก็มีเสียงปืนดังให้ได้ยิน ทหารคงพบผู้ติดเชื้อที่กลายเป็นซอมบี้แล้วกำจัดทิ้ง
             ตอนนี้ขณะที่ขบวนรถสิบล้อเดินทางไปที่ไหนถึงที่ไหนซึ่งผมกับผู้สุ่มเสี่ยงติดเชื้อด้านในเต๊นท์ท้ายรถก็ไม่อาจรู้ได้รู้แต่ว่าเวลาบ่ายคล้อย ขณะขบวนรถสิบล้อทหารเเคลื่อนที่ก็มีเสียงสัญญาณไซเรนเตือนภัยฉุกเฉินดังก้องขึ้นจากที่ไหนสักแห่ง คาดว่าเกิดเหตุการณ์เชื้อซอมบี้แพร่ระบาดอย่างรุนแรงในจังหวัดอีก
             คนที่อยู่ด้านในเต๊นท์ท้ายรถสิบล้อพากันแตกตื่นตระหนกตกใจ หนึ่งในสองทหารที่เป็นคุ้มกัน บอกว่า "ไม่ต้องกลัว มันเป็นแผนลวงโดยใช้สัญญาณไซเรนฉุกเฉินให้พวกซอมบี้มาร่วมตัวกันเพื่อความปลอดภัยและจัดการในทีเดียว"
            ทหารคุ้มกันอีกคนบอกว่า "ตอนแรกที่ไม่รู้ว่าพวกซอมบี้มันชอบเสียงดังๆ กับแสงไฟแวบๆ ทำให้เจ้าหน้าที่ที่ด่านสกัดตรวจผู้ติดเชื้อตายไปหลายคนทีเดียวมันมากันเป็นฝูง พอเจ้าหน้ารู้ก็เข้าจัดการกัพวกมันได้อย่างรวดเร็ว การติดตั้งไซเรนสัญญาณเตือนภัยไว้บนที่สูงบริเวณที่ไม่มีใครล่อซอมบี้มาร่วมกันเท่านั้น"
             ผมถามว่า "เมื่อคืนที่เครื่องบินทิ้งระเบิดสองลูก ตรงที่ที่โดนระเบิดมันเป็นยังไงบ้างครับ"
            ทหารคุ้มกันคนนั้นบอกว่า "เมื่อวานเครื่องบินรบทิ้งระเบิดลงที่สี่แยกอนุเสาวรีย์ที่เปิดสัญญาณไซเรนเตือนภัยล่อซอมบี้มาร่วมกัน สองลูก เละไม่เหลือ เหลือแต่ซากรถ ซากอนุเสาวย์ เช้านี้ เฮลิคอปเตอร์บินตรวจแล้วพบซอมบี้เหลือน้อยจนสามารถนำเจ้าหน้าที่เคลียร์ตามพื้นที่ต่างๆ ได้"

            ผมไม่มีคำถามอะไรถามทหารทั้งสองคนนั่นอีก ผมนึกถึงพ่อกับแม่ที่ไม่รู้ว่าตอนนี้ท่านทั้งสองเป็นตายร้ายดีอย่างไร แต่จากเหตุการณ์ที่สร้างความกดดันและทำให้เครียดทำให้ผมคิดในแง่ร้ายมากกว่าแง่ดี  ชายหนุ่มคนหนึ่งในกลุ่มผู้สุ่มเสี่ยงติดเชื้อชีวภาพ ถามว่า

           "รถสิบล้อจะพาพวกเราจะไปที่ไหน?"

            ทหารคุ้มกัน บอกว่า "ค่ายกักกันผู้ติดเชื้อและสุ่มเสี่ยงติดเชื้อ CME ประจำจังหวัด"

            ทหารคุมกันอีกคน บอกว่า "ไม่ต้องกังวล พาไปรักษา ถ้าไม่ติดเชื้อช่วงสุดท้าย กินเนื้อคน"

            ชายกลางคนรูปร่างท้วมคนหนึ่ง บอกว่า "มันยังไม่มียารักษา ไม่ใช่เหรอ?" 

            ทหารคุ้มกันบอกว่า "ไม่รู้เหมือนกัน ไปถึงก็รู้เอง ไม่ต้องถามมาก" 
            ดวงอาทิตย์ลับฟ้าเริ่มมืดใกล้ค่ำ ขบวนรถสิบล้อทหารเลิกปฏิบัติภารกิจแล้วเดินทางไปยังค่ายกักตัวผู้ติดเชื้อและสุ่มเสี่ยงติดเชื้อ ภายในท้ายรถสิบล้อทหารหลอดไฟที่ติดอยู่ด้านในเต๊นท์คลุมท้ายรถสิบล้อก็เปิดให้แสงสว่าง
            สักพัก รถสิบล้อทหารคันที่บรรทุกผู้สุ่มเสี่ยงติดเชื้อก็แยกจากขบวนรถสิบล้อทหารคันอืานไปอีกทาง รถสิบล้อทหารอีกคันหนึ่งติดตามหลังรถสิบล้อของผู้สุ่มเสี่ยงติดเชื้อ รถสิบล้อขับไปร่วมกับรถสิบล้อผู้ติดเชื้อคันอื่นๆ เป็นขบวนรถสิบล้อขนส่งผู้ติดเชื้อไปที่ค่ายกักกันผู้ติดเชื้อแะสุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะ
           ในที่สุดรถสิบล้อทหารก็ทยอยกันหยุดจอดเรียงเป็นแถว  ทหารที่มากับขบวนรถสิบล้อลงจากรถสิบล้อคันหน้าสุดและหลังสุดลงกระจายกำลังกันเปิดผ้าเต๊นท์ท้ายรถสิบล้อของผู้สุ่มเสี่ยงติดเชื้อชีวภาพ ผมกับผู้สุ่มเสี่ยงติดเชื้อคนอื่นๆ ลงจากท้ายรถสิบล้อถูกนำตัวไปยืนเรียงแถวอยู่บนทุ่งหญ้ากว้างท่ามกลางท้องฟ้ายามค่ำมืด ทางเบื้องหน้ามีเต๊นท์กระโจมที่พักที่ติดหลอดไฟไว้ด้านหน้ามากมายนับร้อยกระโจม ด้านหน้าเต๊นท์กระโจมมีป้ายแขวนเขียนอักษรนำหน้าตามด้วยตัวเลขบอกลำดับ และทหารยืนเฝ้าคุ้มกัน
            ผมหันไปดูรอบๆ มองห่างออกไปไกลๆ เห็นรั้วกั้นแนวลวดหนามสูงกว่า 3 เมตร ที่มีแสงไฟเฉพาะจุดที่มีทหารยืนเฝ้าเท่านั้น แนวรั้วกั้นหลวดหนามยาวเป็นบริเวณกว้างสุดลูกหูลูกตาด้านนอกเป็นป่ากับภูเขา แถวนี้ไม่มีบ้านคนหรือถนนนอกจากแนวถนนที่เกิดเพราะรอยรถสิบล้อบนพื้นดินและพื้นหญ้า
            ผมคิดไม่ออกว่าตอนนี้ผมอยู่พื้นที่ตรงส่วนไหนของจังหวัดภูเก็ต นายทหารนำทหารในพื้นที่กักกันผู้ติดเชื้อชีวภาพออกมารับตัวผู้สุ่มเสี่ยงติดเชื้อที่ถูกส่งมาที่นี้
            นายร้อยทหารถือโทรโข่งกระจายเสียงบอกว่าที่นี้เป็นเขตกักกันผู้ติดเชื้อชีวภาพ CME พวกเราจะต้องอยู่ที่นี้จนกว่าจะตรวจสอบร่างกายจนแน่ใจว่าไม่มีการติดเชื้อจึงจะปล่อยตัวกลับบ้าน และหากอาคารที่พักอาศัยถูกระบุว่ามีผู้ติดเชื้อ CME จะต้องอยู่ที่สถานกันนี้จนกว่าเจ้าหน้าสาธารณะสุขจะเข้าไปจัดการอาคารในพื้นที่จนปลอดเชื้อถึงจะอนุญาตให้กลับบ้าน ซึ่งไม่สามารถระบุได้ว่าจะเสร็จสิ้นเมื่อใด เพราะสถ่นะการณ์ผู้ติดเชื้อ CME ยังไม่สงบเรียบร้อย
            มีคนยกมือขึ้นถามคำถาม แต่นายร้อยทหารใช้โทรโข่งบอกว่าไม่ต้องถามอะไร พอมาอยู่ในสถานกักจัวผู้สุ่มเสี่ยงติดเชื้อแล้วจะรู้มากขึ้นเรื่อยๆ เอง หากใครก่อความวุ่นวายจะโดนจับแยกไปห้องขังเดี่ยวในทันที ผู้สุ่มเสียงติดเชื้อเริ่มมีท่าทีกังวลใจที่ต้องมาอยู่ที่ค่ายกักกันตัว
           นายพลทหารรูปร่างสูงใหญ่ที่เป็นผ.บ.ดูแลค่ายกักกันที่นี้ที่ยืนอยู่ข้างนายร้อยคนนั้น เขาก้าวออกมากล่าวด้วยเสียงดังกังวานน่าเกรงขามว่า " ใครไม่อยากถูกขังเดี่ยวก็ทำตัวให้เรียบร้อยไม่ต้องถาม"
           เสียงของนายพลคนนั้นดังกังวานแบบไม่ต้องใช้โทรโข่ง ผู้สุ่มเสี่ยงติดเชื้อร้อยกว่าคนที่ยืนเรียงแถวเบื้องหน้าได้ยินเสียงอย่างชัดเจน ผมกับผู้สุ่มเสี่ยงทั้งหมดที่ถูกนำตัวมาค่ายกักกันล้วนไม่รู้ว่าห้องกักขังเดี่ยวที่ว่ามันเป็นยังไง อยู่ตรงไหนของค่ายกักกัน แต่ก็ไม่มีใครกล้าถามอะไรวุ่นวายอีก แล้วนายร้อยทหารก็กล่าวปฐมนิเทศเรื่องผู้ติดเชื้อชีวภาพ CME สถานะการณ์ปัจจุบัน และการพักอยู่อาศัยให้ผู้สุ่มเสี่ยงติดเชื้อที่มาใหม่ แล้วส่งตัวไปตรวจร่างกายอีกครั้งก่อนเข้าเต๊นท์ที่พัก
            ผู้สุ่มเสี่ยงติดเชื้อถูกแยกเป็นสองกลุ่มตามสถานะเพศ ชายและหญิง ยกเว้นเป็นเด็กเล็ก ผมกับผู้สุ่มเสี่ยงติดเชื้อผู้ชายเดินแถวเรียงหนึ่งตามอักษรนำหน้าชื่อเข้าไปในเต๊นท์ตรวจร่างกายโดยมีทหารถืออาวุธยืนคุ้มแถวห่างกันเป็นช่วงๆ
           พอถึงคิวผมกับผู้สุ่มเสี่ยงคนอื่นๆ เข้าไปตรวจร่างกายในกระโจมเต๊นท์ พวกเราต้องแก้ผ้าจนหมดอีกครั้งมีให้แพทย์ทหารและแพทย์สาธารณะสุขสวมชุดกาวสีขาวใส่ผ้าปิดปากและสวมถุงมือช่วยกันตรวจร่างกายและจดบันทึกข้อมูล เจ้าหน้าที่คนหนึ่งใช้มือถือถ่ายภาพบัตรประชาชนของทุกคนเอาไว้ พร้อมกรอกข้อมูลบัตรประชาชนกับที่อยู่อาศัย ส่วนเสื้อผ้าและสิ่งของผู้สุ่มเสี่ยงติดเชื้อชีวภาพ CME หลังจากตรวจสุขภาพร่างกายจะถูกนำไปทำลายทั้งหมด 

             เจ้าหน้าที่แพทย์แจกของถุงยังชีพที่มีตัวเลขรหัสสีขาวบนถุงใส่ของใช้ส่วนตัวสำหรับผู้สุ้มเสี่ยงติดเชื้อชีวภาพ และบอกให้พวกเราตรวจของในถุงผ้าดูว่ามีครบไหม มีชุดเสื้อคลุมผู้ป่วยสองชุด ผ้าเช็ดตัวหนึ่งผืน รองเท้าแตะ ขันน้ำ สบู่ แปรงสีฟัน แต่ไม่มียาสีฟัน 

             เจ้าหน้าที่แพทย์สั่งให้เรานำเสื้อคลุมสีฟ้าอมเขียวและรองเท้าแตะที่อยู่ในถุงยังชีพออกมาใส่ให้เรียบร้อย  ชายคนหนึ่งถามว่า ไม่มีกางเกงในเหรอ
             เจ้าหน้าที่แพทย์ ตอบว่า ไม่มี  พอเกิดสถานะการณ์ฉุกเฉิน เชื้อชีวภาพแพร่ระบาดได้สองวัน ค่ายกักกันผู้สุ่มเสี่ยงติดเชื้อก็สร้างขึ้น ได้แค่นี่ก็ถือว่าดีแล้ว
            ผมกับผู้สุ่มเสี่ยงติดเชื้อคนอื่นสวมชุดผู้ป่วยแล้วก็ได้รับบัตรป้ายแขวนคอแสดงตัวต้น แพทย์ทหารบอกกำชับว่า ห้ามทำป้ายบัตรแขวนคอหายเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นอาจระบุตัวตนไม่ได้ทำให้เกิดความลำบากมากขึ้น  แพทย์ทหารกล่าวจบก็สั่งให้พวกเราเดินเรียงแถวออกไปท้ายเต๊นท์ที่มีทหารรอรับอยู่ด้านนอก เขาแยกพวกเราออกเป็นกลุ่มอักษรหน้าชื่อ ผมยืนรอผู้สุ่มเสี่ยงติดเชื้อทั้งหมดตรวจร่างกายและแยกกลุ่มตามอักษรหน้าชื่อเสร็จแล้วก็ถูกนำตัวแยกไปไปกระโจมเต๊นท์ที่พักของตัวเอง
            ทหารคุ้มตัวกลุ่มของผมกับผู้สุ่มเสี่ยงติดเชื้อที่มีอักษร หมวด ป ปลา เหมือนกัน ไปยังกระโจมเต๊นท์อาบน้ำก่อน  พวกเราเดินเรียแถมตามทหารคุ้มกันไปที่เต็นท์กระโจมอาบน้ำทีมีลานตากผ้าอยู่ใกล้ๆกัน ผมกับคนในกลุ่มยืนรอคิวให้กลุ่มผู้สุ่มเสี่ยงติดเชื้อกลุ่มอื่นอาบน้ำในเต๊นท์เสร็จก่อนแล้วทหารคุ้มกันบอกให้เราทุกคนอาบน้ำ โดยให้เวลา 10 นาที  กระโจมเต๊นท์อาบน้ำมีทางเข้าออกทางเดียว มีเจ้าหน้าที่ทหารสองคนถือปืนกลเฝ้าดูแลเช่นกัน แต่ใส่หน้ากากกับถุงมือ

              ผมกับคนอื่นๆ เดินเรียงแถวเข้าไปในกระโจมเต๊นท์อาบน้ำ หลอดไฟในเต๊นท์ส่องแสงสว่าง ภายในเป็นพื้นดินที่ถางหญ้าจนหมดและมีถังน้ำพลาสติกนับสิบที่วางติดกันสองแถวอยู่พื้นที่ตรงกลาง มีสายยางสายหนึ่งสำหรับใส่น้ำในถังอาบน้ำพลาสติก 

                ทหารที่ดูแลเต๊นท์สั่งให้ผมกับคนอื่นๆ ยืนหน้ากระดานเรียงแถวที่หน้าราวเชือกตากผ้าด้านในที่ใช้เชือกขึ้งระหว่างกับเสาไม้สองต้นที่อยู่ตรงข้ามกับถังน้ำพลาสติกนับสิบที่วางติดกันสองแถว แล้วสั่งให้พวกเราถอดเสื้อคลุมออกแขวนไว้ที่ราวเชือก ส่วนถุงยังชีพของตัวเองวางบนพื้นดินไว้ใต้ราวเชือกตรงกับเสื้อคลุมของตัวเองที่แขวนไว้ และหยิบสบู่ แปรงสีฟัน และขันน้ำตักน้ำในถุงผ้ายังชีพขึ้นมาถือไว้ 

              ทหารคนหนึ่งที่เฝ้าเต๊นท์อาบน้ำเข้ามาภายในเพื่อทำหน้าที่เอายาสีฟันมาบีบใส่แปรงสีฟัน  ผมและคนอื่นๆ เปลือยกายล้อนจ้อนถือแปรงสีฟันและขันใส่สบู่เดินเรียงแถวไปรับยาสีฟันจากเจ้าหน้าที่แล้วก็ไปที่ถังอาบน้ำ ก่อนที่พวกเราจะรีบใช้ขันตักน้ำขึ้นมารีบแปรงฟันและอาบน้ำตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ทหาร 

            ท้ายเต๊นท์เป็นหลุมส้วมที่ใช้ถังพลาสติกวางไว้ในหลุมดิน และใช้ไม้กระดานสองไม้วางบนหลุม คนที่ต้องการถ่ายหนักก็ต้องนั่งถ่ายโดยให้คนอื่นๆ มองเห็น ซึ่งทุกคนก็ไม่สนใจที่จะหันไปมองดู เพียงแต่เหลือบไปมองนิดๆ ตามมารยาท
           หลังจากผมกับคนอื่นๆ อาบน้ำเสร็จแล้วทหารคุ้มกันทั้งสองนายก็พาพวกเราไปยังกระโจมเต๊นท์ที่พัก ระหว่างนั้นผมหันมองดูเสาไฟสูงที่สุดในค่ายกักกัน เสาไฟฟ้าที่สูงนั้นไม่ได้เปิดไฟด้านล่างเสาไฟสูงเป็นเต๊นท์แขวนป้ายอักษรผมเห็นมันไม่ชัดนัก แต่พอคาดเดาว่า อักษรบนป้ายเขียนว่า เครื่องปั้นไฟสำรอง  

            ผมถูกนำมาพักอยู่ที่เต๊นท์ ป-08 ภายในกระโจมเต๊นท์เป็นเตียงสองชั้นเรียงกันแยกเป็นสองฟากแถว สามารถพักอยู่ร่วมกันได้ 50 คน พื้นเป็นดินที่ถางหญ้าจนเลียนเตียน ท้ายกระโจมเต๊นมีผ้าเต๊นท์กั้นไว้เป็นห้องน้ำแบบหลุมดินสองช่องไม่มีม่านประตูปิด ผมกับคนอื่นถูกส่งตัวมาเต๊นท์ที่พักแล้วก็ปิดไฟในกระโจมให้เข้านอนในทันที

            ในกระโจมเต๊นท์ที่มืดสนิท ผมนอนบนเตียงชั้นบนไม่สามารถนอนหลับได้ เพราะเสียงสะอื้นของชายหนุ่มที่ต้องสูญเสียครอบครัวที่อยู่ถัดไปหลายเตียง กว่าที่เขาจะหยุดสะอึกสะอื้นได้คงอีกสักพักใหญ่ แล้วก็มีเสียงเครื่องบนรบบินผ่านท้องฟ้ากลางดึก ตูมมมม เสียงทิ้งลูกระเบิดดังสนั่นกึกก้อง  ทุกคนที่อยู่ในกระโจมพากันตื่นตระหนก หลอดไฟส่องสว่างในกระโจมเต๊นท์เปิดขึ้นทันทีจนสว่างทั่วบริเวณด้านใน ทหารสองที่เฝ้าหน้าและหลังเต๊นท์เข้ามาด้านในพร้อมกันทั้งสองฟาก ทหารตะโกนบอกให้ทุกคนอย่าลุกจากเตียงนอนให้อยู่ในความสงบ เครื่องบินรบทิ้งระเบิดจัดการกับผู้ติดเชื้อในพื้นที่เป้าหมายเท่านั้น                 

            ได้ยินเสียงทหารที่เฝ้ากระโจมเต๊นท์ติดกันใกล้ๆ  ส่งเสียงตะโกนดังห้ามคนลุกจากเตียงให้อยู่ในความสงบเช่นเดียวกันกับเต๊นท์ที่ผมอยู่ เครื่องบินรบทิ้งระเบิดในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตอีก 2 ลูก  เสียงระเบิดดังสนั่นมาถึงค่ายกักกันผู้ติดเชื้อ รวมเป็น 3 ลูกระเบิด เครื่องบินรบทิ้งระเบิดมากกว่าเมื่อคืนวาน 1 ลูก คงเป็นเพราะมีผู้ติดเชื้อชีวภาพ CME ที่กลายเป็นซอมบี้มากขึ้นกว่าเมื่อวาน

           หลังเครื่องบินรบหยุดทิ้งระเบิดแล้ว ทหารที่เฝ้าเต๊นท์ก็สั่งให้ทุกคนเข้านอนแล้วปิดไฟในเต๊นท์  แต่กว่าผมจะหลับได้ก็นานมากพอสมควร พอผมหลับไปได้ไม่นานประมาณชั่วโมงกว่าๆ หลอดไฟส่องสว่างในกระโจมเต๊นท์ก็เปิดขึ้นสว่างทั้งเต๊นท์อีก ทหารสองนายที่เพิ่งมาผลัดเวรดูแลเต๊นท์เดินเข้ามาปลุกคนในเต๊นท์ให้ตื่นนอน เพราะถึงเวลาตีห้าเช้าตรู่ของวันถัดมาแล้ว

            ผมกับคนอื่นๆ ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น หยิบของใช้ส่วนตัวยืนเรียงแถวหย้าเตียงเพื่อขานชื่อตรวจสอบ เมื่อทหารเรียกชื่อคนในเต๊นท์ครบแล้วพวกเราก็ถูกพาไปที่เต๊นท์อาบน้ำ คนจากเต๊นท์อื่นที่อาบน้ำแล้วเดินกลับไปสวนกับกลุ่มคนของเต๊นท์ของผม กลุ่มผู้คนจากเต๊นท์อื่นๆ ผลัดกันเข้าไปอาบน้ำ กำหนดเวลาอาบน้ำไม่เกิน 10 นาที เหมือนเมื่อคืนที่ผมถูกพาตัวมาที่เต๊นท์อาบน้ำ ผมจึงมีโอกาสสนทนากับคนอื่นๆ ทั้งคนที่มาอยู่ที่ค่ายกักกันนี้ก่อนผมที่มาเมื่อคืน 

             ผมเลยได้รู้ว่า ค่ายกักกันผู้ติดเชื้อและสุ่มเสี่ยงติดเชื้อที่เพิ่งทำขึ้นเมื่อ 2 วันก่อนนี่ ถัดไปไม่กี่กิโลเป็นค่ายของผู้ติดเชื้อที่มีอาการหนักที่มีสภาพไม่ต่างจากคุกนักโทษประหาร มีคนเข้ามาที่ค่ายกักกันเพิ่มขึ้นและคงเพิ่มขึ้นอีกจนกว่าจะควบคุมสถานการณ์ระบาดของเชื้อชีวภาพได้ พอครบกำหนดเวลาอาบน้ำแล้วพวกเราก็ถูกคุ้มตัวกลับเข้าเต๊นท์ เพื่อรอเข้าแถวตอนเช้าร่วมกับคนอื่นที่ลานสนามหญ้า

             เวลา 6.30 น.  ผู้สุ่มเสี่ยงติดเชื้อทุกคนถูกนำไปเข้าแถวร่วมกันทั้งหมดที่ลานสนามหญ้าหน้าเต๊นท์ก่อนไปกินอาหารเช้า เสียงไซเรนเตือนภัยก็ดังแว่วจากที่ไกลๆ มาถึงค่ายกักกัน ในตอนนั้นผมกับผู้สุ่มเสียงติดเชื้อที่กำลังเดินไปเข้าแถวที่ลานสนามหญ้า ต่างพากันหันไปมองทางทิศที่มีเสียงสัญญาณเตือนภัยแว่วดังมาให้ได้ยิน แล้วผมก็มองเห็นพ่อของผมที่อยู่ในแถวกลุ่มอักษร ป.ปลา เหมือนกัน ผมดีใจอย่างมากที่เห็นพ่อของผม พอพ่อเห็นผมก็หันมายิ้มให้ผม แต่ไม่สามารถออกจากแถวมาหาผมได้ พ่อชี้มือไปผู้หญิงที่อยู่ในกลุ่มอักษร ฟ.ฟัน  ผมมองไปสังเกตดูผู้หญิงในกลุ่มก็เห็นแม่ยืนอยู่ในแถว แต่แม่ไม่ได้สังเกตมามองเห็นผมที่ยืนเรียงแถวกับคนในกลุ่มอักษรป.ปลา ผมรู้สึกดีใจอย่างเหลือเกินที่พ่อกัยแม่ของผมทั้งสองคนยังมีชีวิตปลอดภัย แล้วก็มีเกิดเสียงสัญญาณไซเรนเตือนภัยดังแว่วขึ้นมาจากที่ไกลๆ ทางทิศอื่นอีก ตามด้วยเสียงสัญญาณไซเรนเตือนภัยจากที่ไกลๆ อีกด้านหนึ่งก็ดังแว่วมาให้ได้ยินเพิ่มขึ้นอีกแห่ง จนทุกคนในค่ายกักกันผู้ติดเชื้อได้ยินเสียงสัญญาณไซเรนเตือนภัยแว่วดังจากทีห่างออกไปรอบค่ายกักกันรอบทิศ แล้วสัญญาณไซเรนเตือนภัยภายในค่ายกักกันผู้ติดเชื้อและสุ่มเสี่ยงติดเชื้อนี้ก็ดังขึ้น.....จบ

 To be Continue ซอมบี้ วันที่ 1  Another People  

 

 

คำยืนยันของเจ้าของเรื่องสั้น

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับเรื่องสั้นเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

อ่านเรื่องสั้นเรื่องอื่น

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา