ต้นกล้าผจญภัยตอน Act of God

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ เมื่อวาน เวลา 14.44 น.

  8 ตอน
  0 วิจารณ์
  28 อ่าน

แก้ไขเมื่อ เมื่อวาน 15.21 น. โดย เจ้าของเรื่องสั้น

แชร์เรื่องสั้น Share Share Share

 

6) บทที่ 6

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ
ขนาดตัวอักษร เล็ก กลาง ใหญ่ ใหญ่มาก
        วันรุ่งขึ้น... เยเลน่าและต้นกล้าเตรียมตัวจนพร้อมสรรพ ก่อนจะพากันออกจากคอนโดและขับรถมุ่งหน้าไปยังเป้าหมาย
สถานที่แห่งนั้นคือย่านอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยโกดังและโรงงานมากมาย ดูแล้วเป็นจุดที่เหมาะเจาะและสะดวกดายไปเสียทุกอย่าง สำหรับองค์กรมืดที่กำลังวางแผนพลิกประวัติศาสตร์โลกอยู่เงียบๆ
เยเลน่าหันมากำชับให้ต้นกล้ารออยู่ในรถ ทำตัวให้เป็นปกติที่สุดห้ามเป็นจุดสนใจเด็ดขาด
        “เข้าใจนะ? ให้นายซ่อนตัวอยู่ในรถ หรือป้วนเปี้ยนอยู่แค่แถวๆ นี้ เตรียมรถให้พร้อมและสแตนด์บายรอฉันกลับมา อย่าทำอะไรสะดุดตาให้เป็นจุดสนใจเด็ดขาด”
เธอเอื้อมมือไปหยิบหูฟังไร้สายขึ้นมาเสียบเข้าที่หู
        “เราจะสื่อสารกันผ่านหูฟังและไมโครโฟนจิ๋วตัวนี้ ห้ามปิดไมค์ และคอยฟังเสียงฉันตลอดเวลา เข้าใจไหม?” เธอกำชับถี่ยิบแทบจะทุกกระเบียดนิ้ว
        “OK! จัดไปเลยครับบอส” ต้นกล้ายิ้มรับอย่างมั่นใจ ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปหาเยเลน่าแล้วทำปากจู๋หลับตาพริ้ม
        “...นายทำบ้าอะไร” เยเลน่าชะงัก ถอยห่างออกมานิดๆ พร้อมกับมองเขาด้วยสายตารังเกียจ
        “อ้าว ก็แบบในหนังไงครับ! ก่อนพระเอกนางเอกจะแยกย้ายไปทำภารกิจเสี่ยงตาย มันก็ต้องมีคิสๆ จูบให้กำลังใจกันไม่ใช่เหรอ” เขายิ้มกริ่ม ทำปากจู๋จุ๊บๆ ใส่เธออย่างหน้าไม่อาย แต่ลึกๆ ในใจก็แอบเกร็งรอรับฝ่ามือหรือของแข็งลอยมากระแทกหน้าอยู่เหมือนกัน
เยเลน่ามองหน้าชายหนุ่มด้วยสายตาเอือมระอาแบบสุดขีด... ทว่าแทนที่เธอจะด่าหรือตบกบาลเขาอย่างที่ควรจะเป็น เธอกลับโน้มใบหน้าเข้าไปหา แล้วประทับริมฝีปากลงบนแก้มของต้นกล้าเบาๆ...
จุ๊บ.
        “แค่นี้พอ”
เธอพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้อารมณ์ ไม่มีความขวยเขินหรือเหนียมอายใดๆ ทั้งสิ้น... แต่คนที่สตันต์ไปจนทำตัวไม่ถูก กลับกลายเป็นต้นกล้าเสียเอง!
ชายหนุ่มถึงกับหน้าแดงแจ๋ไปถึงใบหู เบิกตากว้างเพราะไม่คิดฝันว่าสาวสวยระดับสายลับมือพระกาฬจะตอบสนองมุกกาวๆ ของเขาแบบนี้!
        “งะ... งะ... จูบ...”
        “ไม่ใช่จูบ... แค่หอมแก้ม” เยเลน่าตอบกลับเสียงเย็น “แล้วก็อย่าเพิ่งดีใจไปหน่อยเลย ถ้านี่เป็นเจ้าหน้าที่สายลับหนุ่มหล่อๆ ล่ำๆ ล่ะก็... ฉันทำมากกว่านี้เยอะ หึ”
เธอทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก ก่อนจะเปิดประตูและก้าวลงจากรถไปอย่างสง่างาม... ทิ้งให้จอมกาวนั่งหน้าแดงเอ๋อแดก ลูบแก้มตัวเองอยู่บนรถเพียงลำพัง
 

หลังจากที่เยเลน่าเดินหายลับเข้าไปในกลุ่มอาคารโรงงาน...
ต้นกล้าที่นั่งทำอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่อยู่บนรถแก้เบื่อ จู่ๆ ตัวรถก็เกิดอาการสั่นสะเทือน ก่อนจะค่อยๆ ลอยเคว้งขึ้นเหนือพื้น!
        “เฮ้ยๆๆ! อะไรกันเนี่ย?!”
ชายหนุ่มรีบเปิดหน้าต่างชะโงกหน้าออกมาดูนอกรถทันที แล้วก็ต้องพบกับภาพของชายร่างยักษ์กล้ามโตคนหนึ่ง กำลังใช้สองมือยกรถทั้งคันขึ้นเหนือหัวราวกับยกดัมเบล และรอบๆ ตัวเขาก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์หน้าตาเหี้ยมเกรียมยืนล้อมรอบไว้ด้วยสายตาที่ไม่มิตรอย่างรุนแรง
        “อย่าเล่นแบบนี้สิครับ!... รถคันนี้ไม่ใช่ของที่จะเอามายกเล่นนะโว้ย!! วางลง” ต้นกล้าโวยวาย พลางใช้มือตีประตูรถดังปังๆ เพื่อปราม
ชายร่างยักษ์แย้มยิ้มเหี้ยมเกรียม “โอ้ว... แกขอมาเองนะ!”
สิ้นเสียง ชายร่างยักษ์ก็ออกแรงทุ่มรถยนต์ทั้งคันพุ่งลอยออกไปอัดกระแทกกับพื้นคอนกรีตอย่างรุนแรง!
        โครมมมมม!
เสียงโลหะบุบยับและกระจกแตกบาดแก้วหูดังสะท้อนไปทั่วบริเวณ ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบสงบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมีเสียงกุกกักดังออกมาจากซากรถที่หงายท้องพังยับเยิน
        “โอ๊ยยย! บ้าเอ๊ย... เกือบไปแล้วนะรู้ไหมเนี่ย พวกนายทำบ้าอะไรกันวะ!”
ต้นกล้าพยายามคลานตะเกียกตะกายออกมาจากหน้าต่างประตูรถที่บุบเบี้ยว เนื้อตัวมอมแมมไปหมด!
        “เอ๋... อย่ามองกันด้วยสายตาแบบนั้นสิครับ เหมือนกับว่าเป้าหมายงานของพวกนาย... คือการมาจัดการฉันอย่างนั้นแหละ?”
ต้นกล้าปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า พลางเหลือบมองกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ค่อยๆ ย่างสามก้าวเข้ามารอบทิศทางด้วยบรรยากาศอันน่าขนลุก
        “เดี๋ยว อย่าเข้ามานะ ฉันอัดจริงนะเว้ย!!!” ต้นกล้าเตือนอย่างไม่มีความน่ากลัวอยู่เลย
 
 

 ในเวลาเดียวกัน ณ โรงงานร้างอีกแห่งหนึ่ง...
        “ต้นกล้า... ต้นกล้า! ได้ยินไหม?” เยเลน่าพยายามส่งเสียงเรียกต้นกล้าผ่านเครื่องสื่อสารไร้สาย แต่สิ่งตอบรับกลับมามีเพียงเสียงสัญญาณแทรกอันว่างเปล่า
        “บอกให้เปิดเครื่องสื่อสารไว้ตลอดแท้ๆ... ตาบ้านี่ ชอบทำให้เป็นห่วงอยู่เรื่อย”
ถึงในใจจะแอบเป็นห่วง แต่เธอก็พยายามคิดในแง่บวกว่าหมอนั่นคงแค่บื้อหรือลืมเปิดไมค์ตามนิสัยปกติของเขา สาวสายลับกระชับปืนในมือแน่น ก่อนจะก้าวเดินสำรวจพื้นที่ต่อไปอย่างระมัดระวัง
        “ต้องเป็นที่นี่แน่ๆ... ถ้าพวกคราสนี เครสต์ คิดจะซ่อนอะไรสักอย่างที่ไม่ต้องการให้ใครตรวจสอบได้ พวกมันจะต้องซ่อนไว้ที่นี่เท่านั้น”
        เธอเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งผลักประตูเหล็กบานใหญ่เปิดเข้าไปภายในตัวโรงงาน... และทันทีที่สายตาปะทะกับภาพเบื้องหน้า ร่างของเยเลน่าก็แข็งทื่อด้วยความตื่นตะลึง!
        สภาพภายในโรงงานถูกทำลายจนเละเทะพังยับเยิน... แต่สิ่งที่น่าสยดสยองและแปลกประหลาดที่สุด คือร่างของศพจำนวนมากที่นอนกระจัดกระจายอยู่บนพื้น!
        ในชีวิตการเป็นสายลับผ่านศึกมาอย่างโชกโชน เธอไม่เคยพบเห็นอะไรที่ชวนผวาเช่นนี้มาก่อน... พวกเขาไม่ได้ตายเพราะบาดแผลจากกระสุนปืน ไม่ได้ถูกระเบิด ไม่ได้สูดก๊าซพิษ และไม่ได้ถูกสารเคมีกัดกร่อน...
        ร่างเหล่านั้นเกือบจะกลายเป็นกองเนื้อที่ถูกความร้อนแผดเผาจนสุกเกรียม แต่กลับไม่ได้มีร่องรอยการถูกปืนพ่นไฟเผาเลยสักนิด กลิ่นคาวเลือดผสมเนื้อไหม้คละคลุ้งรุนแรงจนเธอแทบจะยกมือขึ้นอุดปากเอียนอ้วก และที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่านั้น... คือแม้เลือดจะแห้งกรังและศพเริ่มส่งกลิ่นเน่าเหม็นแล้ว แต่กลับ ไม่มีหนอนหรือแมลงวันสักตัว บินอยู่แถวนั้นเลย!
        “นี่มัน... อุ๊บ!... นี่มันเกินฝีมือของมนุษย์ไปแล้วจริงๆ” เยเลน่ากุมขมับ พยายามพยุงสติ “ต้องเป็นฝีมือของแพนโดร่าแน่ๆ... แต่มันเกิดขึ้นได้ยังไงกัน? เกิดความผิดพลาดในการทดลองงั้นเหรอ?”
        เธอค่อยๆ ก้าวเท้าผ่านกองศพเหล่านั้นเข้าไปอย่างระมัดระวัง เดินลึกเข้าไปตามทางเดิน มุ่งหน้าขึ้นสู่ชั้นบนสุดของอาคาร ทว่าสภาพของแต่ละชั้นที่ก้าวผ่านกลับไม่ต่างจากชั้นแรกเลยสักนิด
        “บ้าจริง... เหมือนพวกเขาไม่ได้มีเวลาแม้แต่จะตั้งตัวด้วยซ้ำ”
        เยเลน่าเดินมาจนถึงห้องชั้นบนสุด เมื่อเธอผลักประตูเปิดเข้าไป ภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำเอาเธอแทบช็อกจนสติหลุด!
เหล่าหัวหน้าองค์กรของคราสนี เครสต์ ตายทั้งหมดแล้ว... แต่พวกเขาไม่ได้กลายเป็นกองเนื้อสุกเกรียมเหมือนคนข้างล่าง ร่างของแต่ละคนถูกแขวนตรึง ห้อยต่องแต่งลงมาจากเพดานอย่างน่าสยดสยอง ไม่ต่างจากศพในโรงชำแหละเนื้อสัตว์!
        “ไม่จริง... พวกคราสนี เครสต์ ตายหมดแล้ว? แล้วมันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น...”
        “หึๆๆ... ตกใจขนาดนั้นเลยเหรอ เยเลน่า...”
เสียงหญิงสาวคนหนึ่งดังแว่วมาจากมุมมืด พร้อมกับการปรากฏตัวของกลุ่มลูกน้องอาวุธครบมือที่พุ่งออกมาล้อมปิดทางถอยของเธอไว้ทุกทิศทาง
        “เวโรนิก้า!! แก... แกยังไม่ตายงั้นเหรอ!”
เยเลน่าเบิกตากว้าง มองหญิงสาวตรงหน้าที่ใบหน้าครึ่งหนึ่งเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นไหม้เกรียมและแขนซ้ายที่ขาดหายไป
        “ใช่... ฉันกลับมาจากนรก เพื่อลากแกย้อนกลับลงนรกไปอยู่กับน้องชายฉันไงล่ะ!”
        “เป็นไปไม่ได้... เธอยังไม่ตายงั้นเหรอ? หมายความว่าองค์กรก่อการร้ายคอร์น เลเจียน... ยังอยู่อย่างนั้นเหรอ!”
        เยเลน่าจำได้แม่นยำ ในอดีตเธอเคยทำภารกิจกวาดล้างและมั่นใจว่าได้สังหารทั้งเวโรนิก้าและน้องชายของเธอไปแล้ว แต่บัดนี้ ชัดเจนแล้วว่าเวโรนิก้ารอดชีวิตกลับมาพร้อมกับความแค้นที่ฝังลึกถึงกระดูก!
 

        เยเลน่ากวาดสายตามองไปรอบตัว...
เธอโดนล้อมไว้หมดแล้ว และนี่คือสถานการณ์ที่เข้าขั้นวิกฤตที่สุด เพราะแม้ คอร์น เลเจียน จะเป็นองค์กรก่อการร้ายขนาดเล็ก แต่สมาชิกทุกคนกลับอุดมไปด้วยพวกมีฝีมือโหดเหี้ยม ทั้งนักฆ่าอาชีพ ทหารรับจ้างเดนตาย หรือแม้กระทั่งนักสู้สังเวียนใต้ดิน
        “เมื่อวันนั้น... เธอเป็นคนส่งคนไปขโมยกุญแจของแพนโดร่าไปจากฉันใช่ไหม!”
เยเลน่านึกย้อนไปถึงวันที่เธอโดนฉกซองเอกสารสีน้ำตาลไปต่อหน้าต่อตา โดยที่ตามรอยคนร้ายไม่ทัน
        “ใช่แล้ว... ต้องขอบใจเธอจริงๆ ที่ช่วยสืบหากุญแจของแพนโดร่าให้พวกเรา พวกเราก็แค่คอยตามดูการเคลื่อนไหวของเธออยู่เงียบๆ เท่านั้น และตอนนี้เธอก็ได้เห็นผลงานกับตาแล้ว... พลังอันไร้ต่อต้านของแพนโดร่า!”
เวโรนิก้าผายมือข้างที่เหลืออยู่ออกไปรอบๆ เพื่อสื่อถึงสภาพพังยับเยินและกองศพสยดสยองทั่วโรงงานแห่งนี้
        “ทั้งหมดนี้... แค่ทำไปเพื่อแก้แค้นงั้นเหรอ! เธอสั่งฆ่าคนไปตั้งเท่าไหร่ บ้าไปแล้วหรือยังไง!” เยเลน่าตวาดใส่เสียงดังด้วยความแค้นเคือง
        “บ้าเหรอ? ไม่เลย เยเลน่า... เป้าหมายของฉันมันยิ่งใหญ่และสูงส่งกว่านั้นเยอะ ตอนนี้ฉันแค่อยากเห็นว่า 'แพนโดร่า' จะทำอะไรกับโลกใบนี้ได้บ้างต่างหากล่ะ”
        “เธอนั่นแหละที่บ้า! นี่มันอันตรายเกินไป เธอไม่มีทางควบคุมมันได้หรอก! มันคาดเดาอะไรไม่ได้ คุมก็ไม่ได้ทั้งนั้น!” เยเลน่าพยายามพูดเตือนด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าด้วยความหวั่นเกรง
        “ควบคุมไม่ได้? พูดบ้าอะไรของเธอน่ะ... อ้อ เธอคงยังไม่รู้จักแพนโดร่าสินะ งั้น... แนะนำตัวให้เธอรู้จักหน่อยสิ แพนโดร่า”
ทันทีที่เวโรนิก้าผายมือสั่ง ฝาคอนเทนเนอร์นับสิบใบที่ตั้งวางอยู่ด้านหลังก็เปิดออกพร้อมกัน โดรนสังหารไฮเทคจำนวนมหาศาลพุ่งบินทะยานออกมา ส่งเสียงกระหึ่มและคลุมยึดพื้นที่โถงอาคารชั้นบนไว้ทั้งหมด!
        “สวัสดี... ฉันคือ แพนโดร่า เป็นระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ทำหน้าที่ควบคุมโดรนสังหาร ฉันสามารถยิงกระสุนพลาสม่าความร้อนสูงเพื่อทำลายเป้าหมายได้ โดยทำหน้าที่รับคำสั่งตรงจากคุณ V เวโรนิก้า... ยินดีที่ได้รู้จักนะ เยเลน่า” เสียงสังเคราะห์เย็นชาดังสะท้อนออกมาจากฝูงโดรน
        ‘กระสุนพลาสม่า?!’
เยเลน่าเบิกตากว้าง ความจริงทุกอย่างกระจ่างแจ้งในหัวทันที... ศพที่เธอเห็นชั้นล่าง กองเนื้อไหม้สุกเกรียมเหล่านั้น ร่องรอยความร้อนสูงไร้แมลงวัน... ทั้งหมดเกิดจากกระสุนพลาสม่าของฝูงโดรนพวกนี้นี่เอง!
        “เอาล่ะ... มาจบความแค้นของเรากันดีกว่า ฉันจะได้ก้าวเดินต่อไปสักที” เวโรนิก้ายิ้มเย็น ก่อนจะหันไปสั่งการพวกทหารรับจ้างรอบๆ “แล้วก็พวกแก... อย่าเพิ่งรีบซ้อมให้มันตายไวนักล่ะ รอพาตัวไอ้หนุ่มที่มากับมันมาที่นี่ก่อน... ฉันจะฆ่าไอ้หนุ่มนั่นต่อหน้าต่อตาให้มันกรีดร้องจนอกแตกตาย!”
        “อะไรนะ! แกทำอะไรเขา!” เยเลน่าสติแตกเดือดจัดขึ้นมาทันที “หยุดนะ! เขาไม่เกี่ยวอะไรด้วย ปล่อยเขาไปเดี๋ยวนี้!”
        “เสียใจด้วยนะ... ป่านนี้ไอ้หนุ่มนั่นคงใกล้จะตายคาเท้าลูกน้องฉันแล้วมั้ง ไม่นานก็คงโดนลากตัวมาที่นี่”
        เวโรนิก้าโบกมือให้ลูกน้องจัดการต่ออย่างไม่แยแส ก่อนจะเดินไปนั่งลงบนโซฟาหรูหรากลางห้อง โดยมีลูกน้องเดินเข้าไปจุดซิการ์ที่เธอคาบในปากอย่างนอบน้อม
        แม้จะตกใจกับสิ่งที่ได้ยินว่าต้นกล้าถูกเล่นงานไปแล้ว แต่สถานการณ์ตรงหน้าของเธอก็เลวร้ายไม่แพ้กัน พวกคนของ คอร์น เลเจียน เดินหน้าเข้ารุมสกรัมเธอทันที
        เยเลน่าพยายามสู้สุดชีวิตเพื่อแหวกวงล้อมหนี แต่ก็ทำไม่ได้เลย เธอถูกฝูงโดรนบินยิงดักทางจนเสียจังหวะอยู่หลายครั้ง เปิดช่องให้พวกมันประเคนทั้งตีน ทั้งหมัด ต่อยเตะใส่เธอไม่ยั้ง
        หนึ่งในนั้นคือนักสู้สังเวียนใต้ดินร่างยักษ์ ที่ไม่ว่าเธอจะประเคนหมัดใส่ หรือเอาท่อนเหล็กฟาดกบาลมันแค่ไหนก็ไม่สะทกสะท้าน มันก้าวเข้ามาบีบคอเยเลน่ายกขึ้นเหนือพื้น ก่อนจะเหวี่ยงร่างเธอกระแทกคอนกรีตอย่างแรงจนจุกอก เยเลแน่นิ่งนอนบิดกายไปมาด้วยความทรมาน หมดสิทธิ์ลุกขึ้นสู้ต่อ
        เธอถูกจับมัดมือไพล่หลังด้วยกุญแจมืออย่างแน่นหนา และถูกรองเท้าคอมแบตของไอ้ยักษ์นั่นเหยียบซ้ำลงบนแผ่นหลังกดติดพื้น... หมดทางรอดโดยสิ้นเชิง
        ‘ไม่ไหว... ขยับไม่ได้เลย... จบแล้วสินะเรา...’ เธอคิดในใจขณะหอบหายใจโรยแรง ‘หวังว่าตำรวจโลกจะรู้ตัวเร็วหน่อย... หวังว่าจะมีใครสักคนมาหยุดพวกมันแทนฉัน...’
        “เยเลน่า!! เธอลืมขวดน้ำไว้น่ะ!”
เสียงอันคุ้นเคยของต้นกล้าแว่วมาจากที่ไกลๆ ในขณะที่สติของเยเลน่าเริ่มพร่าเลือน
        ‘ต้นกล้า... ตาบ้า เอ๊ย รู้ได้ไงว่าฉันกำลังหิวน้ำอยู่พอดี...’ เธอหลับตาลงพร้อมกับคลี่ยิ้มอย่างปล่อยวาง
        “เอาตีนออกจากหลังเธอเดี๋ยวนี้เลยนะ ไอ้ยักษ์ปักหลั่น!!”
        ‘เดี๋ยว... ทำไมตาบ้านั่นถึงพูดเหมือนเห็นฉันอยู่ตรงนี้ล่ะ?’
        เยเลน่าย่านพยายามลืมตาที่ปูดบวมขึ้น แต่ก็มองไม่เห็นอะไรนอกจากพื้นฝุ่นตรงหน้า ทว่าในวินาทีต่อมา น้ำหนักมหาศาลที่กดทับหลังเธอก็พลันหายวับไป พร้อมกับเสียงร่างของไอ้ยักษ์ที่ลอยละลิ่วกระเด็นไปอัดกำแพงเสียงดังโครมใหญ่!
        ก่อนที่มืออันนุ่มนวลคู่หนึ่งจะช้อนร่างเธอขึ้นมาโอบตระกองกอดไว้เบาๆ
        “เยเลน่า! ตายแล้วเหรอเนี่ย?! ไม่นะ... ไม่! ฉันมาช้าไป... เธอตายแล้วจริงๆ เหรอ... งั้นขอจูบศพหน่อยก็แล้วกัน!” ต้นกล้าทำหน้าเศร้าโศกพลางยื่นหน้าก้มลงมาจะจูบเธอ
        “ยังไม่ตาย... ตาบ้า...” เสียงของเธอแผ่วเบา ไร้เรื้อแรง แต่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด
        “อะ... เดี๋ยว... เมื่อกี้ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้นนะ! เธอหูฝาด... จริงๆ นะ!” ต้นกล้ารีบแก้ตัวหน้าด้านๆ
        “เลิกบ้าสักทีเถอะ... นายมาทำไมเนี่ย? นายไม่เข้าใจสถานการณ์เลยใช่ไหม?”
        “ไม่เป็นไร! ตอนนี้ผมอยู่นี่แล้ว ผมจะปกป้องคุณเอง... ในฐานะสุดยอดผู้ช่วยไงล่ะ!”
        “เฮ้ย!! มันเข้ามาได้ยังไงวะ! เก็บมันสิ! ฆ่ามันทิ้งเดี๋ยวนี้เลย!”
        เวโรนิก้าเด้งตัวลุกขึ้นจากโซฟาโวยวายเสียงหลง เมื่อเห็นต้นกล้าเดินดุ่มๆ เข้ามาอุ้มเยเลน่าโดยไม่มีบาดแผลหรือรอยขีดข่วนเลยแม้แต่น้อย... พวกลูกน้องเดนตายข้างนอกนั่นมันจับคนผิดตัว หรือโดนไอ้หมอนี่หลอกกันแน่ เธอเริ่มหงุดหงิดจนแทบสติแตก!
 
 

 

คำยืนยันของเจ้าของเรื่องสั้น

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับเรื่องสั้นเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา