เจ้าหญิงน้ำแข็งและเจ้าชายแกะดำ
-
เขียนโดย
NoxTypeG
วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 13.35 น.
30 ตอน
1 วิจารณ์
5,020 อ่าน
แก้ไขเมื่อ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 23.31 น. โดย เจ้าของนิยาย
28) Fight Dot 02
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความหลายวันผ่านไปการฝึกซ้อมเริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งทีมชุดขาวและทีมแกะดำต่างพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“อืม…ดีจริง ๆ”
อเล็กยืนกอดอกอยู่ข้างสนามซ้อม น้ำตาคลออย่างภาคภูมิใจ
“ทุกคนพัฒนาขึ้นได้อีกจริง ๆ ด้วย…”
“ก็ดีนะครับลูกพี่…” หมีดำนั่งกินซาลาเปาอย่างสบายใจอยู่ริมสนาม
“ถ้าไม่นับเรื่องที่บังคับให้พวกเขาเลี้ยงอาหารเย็นทุกวันน่ะนะ…” เขากัดซาลาเปาอีกคำ ก่อนพูดต่อหน้าตาเฉย
“ขนาดผมยังเริ่มอายแทนเลย…” บรรยากาศเงียบไปครู่หนึ่ง
จากนั้น—
“แกพูดมากไปแล้ว!!” อเล็กพุ่งเข้าเตะหมีดำทันที
“โอ๊ยยยยยยย!!”
หมีดำรีบลุกวิ่งหนีรอบบ้านทั้งที่ยังคาบซาลาเปาอยู่ในปาก ส่วนอเล็กก็วิ่งตามไปเตะซ้ำอย่างเอาจริง
ขณะที่อีกฝั่งของสนาม
หนูแดงไม่ได้สนใจจะร่วมฝึกเลยแม้แต่น้อย เธอยังคงเกาะหลังกรกรรณอยู่เหมือนเดิม
“ฉันคือส่วนหนึ่งของกรกรรณ…”
หนูแดงซุกหน้าลงบนไหล่เขา เหลือเพียงเส้นผมสีขาวยาวสยายออกมา
“เป็นอาวุธลับไง…แฮ่…”
เรนยืนมองอยู่พักหนึ่ง ก่อนถามด้วยสีหน้าเหนื่อยใจ
“นายแน่ใจนะ…ว่าจะไม่แกะเพรียงข้างหลังออกก่อน”
“ไม่เป็นไรครับ” กรตอบสบาย ๆ พร้อมตั้งท่าสู้
“ผมรับน้ำหนักเธอได้ แล้วก็ชินแล้วด้วย”
เขาขยับตัวเล็กน้อย ขณะที่หนูแดงยังเกาะอยู่บนหลังเหมือนสิ่งมีชีวิตประหลาดบางอย่าง
“ผมพร้อมแล้วครับ” กรพูดขึ้น แม้ท่าทางจะดูตั้งใจแต่สายตากลับเหมือนลอยไปไกลกว่าสนามซ้อม
เรนมองอยู่พักหนึ่ง ก่อนถอนหายใจเบา ๆ
“...ดูไม่มีสมาธิเลยนะ” เขาหมุนดาบไม้ในมือเล่นช้า ๆ
“คิดถึงคนเมืองหลวงอยู่หรือไง” น้ำเสียงเรียบ ๆ แต่ตั้งใจแซะชัดเจน
“กะ...ก็ครับ...” กรยิ้มแห้งทันที “ช่วงนี้รู้สึกเหมือนตัวเอง...ยังไม่ได้ทำอะไรเพื่อเป้าหมายเลย”
ขณะพูดเส้นผมสีขาวของหนูแดงที่เกาะอยู่บนหลังเขาก็กระดิกไปมาอย่างอารมณ์ดี
“ครูฝึกอเล็กลองติดต่อที่ปรึกษาพลัสแล้วครับ...” กรพูดต่อเสียงอ่อยลงเล็กน้อย
“แต่ดูเหมือนทางนั้นก็สถานการณ์ไม่ค่อยดี เหมือนกำลังโดนพ่อของคุณน้ำแข็งเพ่งเล็งอยู่เหมือนกัน ได้ยินว่าโดนหาเรื่องถอดถอนด้วย...”
เขาก้มหน้าลงนิด ๆ
“ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าจะได้คำตอบว่าเมื่อไหร่ จะได้ย้ายเข้าไปในเมืองหลวงหรือบางที...คุณพลัสอาจโดนปลดก่อนจริง ๆ ก็ได้ ยังไงท่านวินเซนต์ก็ทั้งมีอำนาจ ทั้งมีบารมี...ใคร ๆ ก็รู้”
บรรยากาศเงียบลงเล็กน้อยก่อนเรน จะพูดขึ้นเฉย ๆ
“ถ้าอยากเข้าเมืองหลวงเร็ว ๆ...มันก็มีทางลัดอยู่นะ”
“...?”
ทุกคนหยุดซ้อมแทบพร้อมกันทันที แม้แต่หมีดำที่กำลังกินอะไรอยู่ก็ยังเงยหน้าขึ้นมา
นิโคลเป็นคนแรกที่พุ่งเข้ามา
“อะไร!? เรนมีความคิดดี ๆ ด้วยหรอ!?” เธอรีบวิ่งเข้ามาหากรทันที
พร้อมใช้กระบองทองของตัวเองพยายามแกะหนูแดง ที่เกาะหลังกรเหมือนเนื้องอกออกไปด้วย
“ออกไปเลยยัยปลาหมึก”
“ไม่ออก!” หนูแดงกอดคอกรแน่นกว่าเดิมทันที “ฉันคืออุปกรณ์เสริมของกร!”
“นั่นมันพยาธิแล้ว!!” ขณะที่สองสาวเริ่มตีกันวุ่นวาย นิโคลเหยียบกรอย่างลืมตัวเพื่อพยายามแกะหนูแดงออก
เรนก็พูดต่อด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิม พวกเขาเริ่มชินกับความวุ่นวายนี้แล้ว
“การแข่ง Fight Dot ไง ปีนี้จัดที่ไวท์คราวน์ถ้าเข้ารอบสิบหกทีมสุดท้ายได้...”
“Fight Dot!!!” ทุกคนพูดขึ้นพร้อมกัน
นิโคล :“Fight Dot!!!?” ดวงตาเธอแทบเปล่งประกายทิ้งกรและหนูแดงทันที
“กีฬาสุดโหด! สังเวียนต่อสู้ระดับโลกนั่นน่ะนะ!?” เธอรีบหันมาทางทุกคนอย่างตื่นเต้น
“ว้าววววว!! ฉันชอบดูมากเลยนะ! หลายคนกลายเป็นดาราระดับโลกจากที่นั่นเลย! ทั้งแฟนคลับ ทั้งสปอนเซอร์ ทั้งค่าตัวมหาศาล!”
นิโคลกำหมัดแน่นอย่างตื่นเต้น
“ฉันเป็นแฟนคลับทีม Crimson Phoenix ด้วยนะ! แชมป์เก่าสองสมัยติดเลย!”
“กัปตันทีมโคตรเท่!!”
อเล็กเข้ามาร่วมวงทันที “อ่า…ใช่ๆ ไม่มีใครบนโลกนี้…ไม่รู้จัก Fight Dot”
“เพราะมันไม่ใช่แค่กีฬาแต่มันคือการแข่งขันระดับโลก เวทีที่ทุกอาณาจักร ทุกองค์กร และทุกกองกำลัง ใช้แสดงศักยภาพของตัวเอง”
"สนามขนาดยักษ์ (ขนาดเท่ากับ 2 ใน 3 ของฟุตบอล) คนดูนับแสน ทีมชื่อดังจากทั่วโลก โลโก้สปอนเซอร์เต็มจอ"
“ทีมที่เข้าร่วมมีทั้ง: ตัวแทนหน่วยงาน หน่วยทหารพิเศษ องค์กรเอกชน กลุ่มอิสระ รวมถึงทีมใต้ดินบางส่วนที่ได้รับอนุญาต”
“บางทีมมีผู้สนับสนุนระดับประเทศ บางทีม…มีมูลค่ามากกว่ากองทัพย่อยเสียอีก”
นิโคลฟังตาเป็นประกายทันที “อ๊าาา~ โคตรเท่…”
ไคลน์เสริม “Fight Dot เป็นเกมกีฬาต่อสู้แบบ 3 คนต่อทีม ภายในสนามจะมี ‘ดอต’ หรือจุดพลังงานของแต่ละฝ่ายอยู่ฝ่ายละสามจุด”
“หน้าที่ของทีมคือ: ทำลายดอตของฝ่ายตรงข้ามให้ครบก่อน แต่สิ่งสำคัญคือ…”
เขาชูนิ้วขึ้นเล็กน้อย
“มีเพียง ‘ดอตบอล’ เท่านั้น…ที่สามารถทำลายดอตได้”
“ตัวดอตเป็นโฮโลแกรมพลังงาน มันตอบสนองเฉพาะคลื่นสัญญาณของดอตบอล”
“ดังนั้น: · เวทมนตร์ · อาวุธ· ระเบิด · หรือพลังพิเศษ”
“ไม่สามารถทำลายดอตโดยตรงได้”
เรนพยักหน้าช้า ๆ เห็นด้วย
“ใช่ เรารู้และนั่นแหละที่ทำให้เกมสนุกขึ้น…Fight Dot เป็นทั้งเกมต่อสู้ และเกมควบคุมพื้นที่ บางทีมเก่งการปะทะ บางทีมเน้นความเร็ว บางทีมเล่นแทคติกเต็มรูปแบบ”
“และที่สำคัญ…” เขาหยุดเล็กน้อย “ห้ามฆ่าคู่ต่อสู้”
บรรยากาศบนโต๊ะเงียบลงทันที
“หากมีการฆ่าเกิดขึ้น ทีมนั้นจะแพ้ทันที”
หมีดำเดินเข้ามาเหมือนไม่รู้จักเกมกีฬาชนิดนี้
“อ้อ…กีฬาจริงด้วยแฮะ”
“2 ปีที่แล้ว…” กรกรรณพูดขึ้นเบา ๆ ทุกคนหันไปมองเขา
“2 ปีที่แล้วจัดที่อัลเทรัสครับ” สีหน้าของกรดูเหมือนกำลังนึกถึงอะไรบางอย่าง
“พิธีเปิดยิ่งใหญ่มาก…ทั้งเมืองเต็มไปด้วยธง กับจอฉายภาพ”
เขาหัวเราะเบา ๆ
“ผมเคยได้เข้าไปดูรอบชิงด้วย” ดวงตาของกรเป็นประกายขึ้นนิดหนึ่งในจังหวะนั้น
“Crimson Phoenix เท่มากจริง ๆ…จังหวะส่งบอลสุดท้ายยังติดอยู่ในหัวผมเลย”
นิโคลรีบชี้หน้าเขาทันที “เห็นไหม!! ฉันบอกแล้วว่าทีมนั้นโคตรเท่!”
“กัปตันเขาหล่อมากด้วยนะ!”
“เธอดูเพราะหน้าตาไม่ใช่หรอ…”️ เรนพึมพำเหนื่อย ๆ
แต่แล้วบรรยากาศก็เงียบลงเล็กน้อยเพราะทุกคนเพิ่งนึกขึ้นได้พร้อมกันว่า—สนามแข่งครั้งล่าสุดถูกจัดขึ้นที่ “อัลเทรัส”บ้านเกิดของกร️
เรนจึงพูดขึ้นช้า ๆ
“ใช่…แล้วปีนี้จัดที่วอร์เกน” เขามองไปทางกรเงียบ ๆ
“พวกเขาไม่เลื่อนการแข่งขันแม้อัลเทรัสจะล่มสลายไปแล้วก็ตาม”
ไม่มีใครพูดแทรกเรนจึงพูดต่อ
“แต่ในมุมของทั้งโลก…ตอนนี้ทั้งสี่อาณาจักรที่เหลือ จำเป็นต้องกระชับความสัมพันธ์กันให้มากขึ้น Fight Dot เลยยิ่งสำคัญกว่าเดิม”
“ฉันว่าระดับอย่างนาย…” เรนพูดต่อ
“ถ้ามีทีมดี ๆ ล่ะก็ อาจเข้ารอบแปดทีมสุดท้ายได้จริงนะ แค่นั้น นายก็ได้เข้าเมืองหลวงอย่างน้อยก็ 2 อาทิตย์”
กรกรรณกะพริบตาช้า ๆ
“แต่…ผมจะทำแบบนั้นได้ยังไงครับ” เขาหัวเราะแห้งนิด ๆ “ผมยังไม่รู้เลยว่าจะเริ่มจากตรงไหน…”
“ได้สิ” อเล็กพูดแทรกขึ้นทันที “ฉันมีสิทธิ์อนุมัติให้นายลงแข่งอยู่แล้ว”
เขาชี้นิ้วใส่กรอย่างมั่นใจ
“ทั้งในฐานะ: การพัฒนาตัวเอง และการหารายได้เข้าทีม แล้วรู้ไหมว่า Fight Dot เจ๋งตรงไหน?”
อเล็กเริ่มยืนทำท่าประกอบอย่างเว่อร์วัง
“ผู้สนับสนุน!”
“สปอนเซอร์!!”
“เงินรางวัล!!!”
ดวงตาเขาเริ่มเปล่งประกาย
“ถ้านายดังขึ้นมาเมื่อไหร่—จะมีบริษัทเอาเงินมากองตรงหน้าแบบนี้เลย!!”
เขากางแขนเหมือนกำลังมองภูเขาทองคำในจินตนาการ
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!!!”
หมีดำมองอยู่เงียบ ๆ ก่อนพึมพำ
“ลูกพี่เริ่มหลุดไปโลกแห่งความโลภอีกแล้ว…”
แต่คำพูดนั้นกลับทำให้กรเริ่มนิ่งลงช้า ๆ ความหวังบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในใจเขา กรค่อย ๆ มองไปรอบตัว
คนที่อยู่ตรงนี้…ล้วนเป็นคนที่แข็งแกร่งกว่าเขาทั้งนั้น
“คุณนิโคล…คุณไคลน์…คุณเรน…”
กรพูดขึ้นช้า ๆ “พวกคุณ…”
แต่ทั้งสามกลับตอบแทบจะพร้อมกันทันที
“ไม่ได้”
นิโคลยกมือห้ามก่อนเลย
“พวกเราเป็นชุดขาวนะ”
“เจ้าหน้าที่ระดับสูงแบบนั้น ไม่ได้รับอนุญาตให้สมัครอะไรอิสระแบบนี้หรอก” เธอยักไหล่นิด ๆ
“แต่ถ้าจะให้ฉันลางานไปใส่ชุดเชียร์…” นิโคลยิ้มกว้างทันที
“เพื่อทำให้หัวใจนายพองโตน่ะ ฉันทำได้~”
“ไม่ได้นะ!” หนูแดงกระโดดลงจากหลังกรทันที
“ถ้าแกใส่ได้ ฉันก็ใส่ได้เหมือนกัน!” เธอเริ่มชูมือเต้นแปลก ๆ กลางสนาม
“ไอ้ชุดเปิดก้นแบบนั้นน่ะ!”
“มันเรียกชุดเชียร์ ไม่ใช่ชุดเปิดก้น!!” นิโคลเถียงกลับทันที
แต่ด้วยส่วนสูงของหนูแดงตอนเธอยืนชูมืออยู่ตรงนั้น หัวเธอแทบสูงแค่ระดับเอวของทุกคน
กรกลืนน้ำลายเบา ๆ ก่อนหันไปอีกทาง
“พี่หมีดำก็คงลงไม่ได้ใช่ไหมครับ…” ทั้งที่จริง ๆ เขารู้คำตอบอยู่แล้ว
“ใช่”
หมีดำตอบทันทีโดยไม่ลังเล
“กีฬาที่ต้องวิ่งรอบสนามอะไรแบบนั้น ขอผ่านละกัน” เขากัดขนมต่อหน้าตาเฉย
“ฉันคงเป็นลมในสิบ นาทีแรกแน่”
“……”
กรเริ่มก้มหน้าลงช้า ๆ ความหวังเมื่อครู่เริ่มดับลงอีกครั้ง บรรยากาศเงียบไปพักหนึ่งก่อนอเล็ก จะค่อย ๆ หันกลับมาพร้อมรอยยิ้มร่าเริงผิดปกติ
“งั้นเอาแบบนี้” ทุกคนเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน
อเล็กยกนิ้วขึ้นชี้ไปทางแกะดำทั้งสามคน
“หมีดำ”
“หนูแดง”
“ลงแข่งกับเจ้ากรซะ”
“พวกเราจะลงในนามทีมแกะดำ!!!”
“…………” ทั้งสนามเงียบกริบราวกับเวลาเพิ่งหยุดเดิน
นิโคลอ้าปากค้าง ไคลน์นิ่งไปเลย แม้แต่เรนยังชะงักไปครู่หนึ่ง ราวกับเพิ่งได้ยินบางอย่างที่ไม่ควรเกิดขึ้นบนโลกนี้
กรแทบหลุดเสียง
“คะ…ครูฝึกอเล็ก!!! มันจะดีหรอครับ!? ผมยังมองไม่เห็นทางชนะรอบแรกเลยนะ!!”
“ไม่เอาโว้ยยยย!!! ไอ้บ้า!!” หนูแดงพุ่งใช้เส้นผมมัดขาอเล็กทันที
“ฉันไม่เล่นกีฬา!!”
พลั่ก!!
อเล็กล้มหน้าทิ่มพื้นทันที
“ผมก็ไม่ลงเหมือนกัน!” หมีดำรีบโวยวายตาม “ไม่เอาด้วยหรอก! กีฬาแบบนั้นมันเหนื่อยนะ!”
แต่ต่างจากแกะดำที่กำลังโกลาหลทีมชุดขาวทั้งสามกลับเงียบและมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาสนใจจริง ๆ
นิโคลค่อย ๆ ยิ้มออกมาช้า ๆ ดวงตาเริ่มเป็นประกาย
“ทีมนี้…อาจจะเป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุด…” เธอเว้นช่วงนิดหนึ่ง “หรือไม่ก็ง่อยที่สุดในโลกเลยก็ได้”
“แต่มันน่าตื่นเต้นชะมัด…”
ขณะที่แกะดำทั้งทีมยังคงรุมสกรัมอเล็ก อยู่กลางสนามเหมือนจลาจลขนาดย่อม…
และแล้ว…
“การฝึกพิเศษ” ของทีมแกะดำก็เริ่มต้นขึ้นจาก “คำสั่งโดยตรง” ของครูฝึกอเล็ก ซึ่งสมาชิกในทีมไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธแม้แต่น้อยและภาพที่ไม่น่าจะได้เห็นในชีวิต…
ก็ได้เกิดขึ้นจริง หมีดำถูกสั่งให้วิ่งรอบสนามพร้อมลาก “ซากเครื่องจักร” ขนาดใหญ่ที่อเล็กไปหาเก็บมาจากกองเศษเหล็กแถวนอกค่ายมาด้วย โซ่เหล็กเสียดสีกับพื้นดังครืดดดดตลอดทาง
“ทำแบบนี้แล้วจะแข่งได้งั้นหรออออ!!” หมีดำยังคงกินซาลาเปาไปด้วยขณะลาก
“ทำไปเถอะ เคลื่อนไหวร่างกายให้คล่องก่อนเลยนะ แก” อเล็กตอบสบาย ๆ
อีกฝั่งของสนาม หนูแดงกำลังถูก “บังคับ” ให้ใช้สองขาวิ่งตามปกติซึ่งสำหรับเธอ…เป็นเรื่องที่ยากเกินคาด
“อ๊ะ” พลั่ก ล้ม
“อ๊ะ…อ๊ะ…” พลั่ก ล้มอีก
เพียงไม่ถึงสองนาที เธอก็เซล้มแทบทุกครั้งที่พยายามวิ่ง
“หนูแดง ไหวไหมเนี้ย…” กรกรรณพูดอย่างเห็นใจ
“ไม่ได้!” อเล็กตะโกนสวนทันที
“Fight Dot ใช้สนามขนาดใหญ่!”
“ถ้าเธอจะลงแข่งจริง ก็ต้องเคลื่อนที่ให้ได้ก่อน!”
หนูแดงนั่งกอดเข่าบนพื้นทันที
“ไอ้คนใจร้าย…ขาเล็กๆของฉันมันเดินไม่ถนัดจริงๆ...ให้ฉันใช้ร่างจริงสิแม่จะตบให้หัวทิ่มทุกตัวเลย…”
ขณะที่กรเอง ยังคงฝึกร่างกายตามปกติ วิ่ง ตั้งท่า ฝึกจังหวะ ฝึกการเคลื่อนที่ แม้เขาจะดูธรรมดาที่สุดในทีมแต่กลับเป็นคนที่พยายามมากที่สุดเช่นกัน
ส่วนไคลน์ และเรน กลับไปปฏิบัติหน้าที่ของชุดขาวได้หลายวันแล้ว เหลือเพียงนิโคล ที่ยังแวะเวียนมาดูทีมแกะดำอยู่แทบทุกวันจัดหา น้ำ ข้าว ของกิน เครื่องดื่ม ไม่ขาด
“พักก่อนมั้ยกรรรร~” นิโคลยื่นผ้าเย็นให้เขาพร้อมรอยยิ้มสดใส
“เช็กเหงื่อให้ไหม?” พยายามดูแลอย่างถึงเนื้อถึงตัว
“ไม่เป็นไรครับ....ขอบคุณครับ…” กรรับมาอย่างเกรงใจ
ขณะที่หนูแดง ซึ่งกำลังนอนแผ่อยู่บนพื้นค่อย ๆ หันหน้ามาช้า ๆ
“…ฮิฮิฮิ....เขาไม่สนตัวเองหรอก....ฮ่าฮ่าฮ่า…”
“เอาไปน้ำของเธอ” นิโคลโยนขวดน้ำใส่หน้าเธอทันที
ในเวลาเดียวกัน
อเล็กก็กำลังวิ่งวุ่นกับ “เอกสารสมัครแข่งขัน” เพื่อยื่นขอส่งทีมแกะดำเข้าร่วม Fight Dot ในนามกองทัพวอร์เกนแต่…มันไม่ง่ายเลย และตอนนี้เขากำลังยืนอยู่หน้าห้องทำงานของบุคคลที่ “เกลียดเขาเข้ากระดูกดำ”
ผู้บัญชาการวาร์กัส ไรน์ฮาร์ต
อเล็กยืนเงียบอยู่หน้าประตูพักหนึ่งก่อนสูดหายใจเข้า
ก๊อก ก๊อก
“เอ่อ…” เขาค่อย ๆ แง้มประตูออกนิดเดียว แล้วโผล่หัวเข้าไป “เข้าไปได้ไหมครับ…”
ภายในห้องทำงานวาร์กัสค่อย ๆ วางปากกาลง บรรยากาศเย็นเฉียบลงทันที
“ครูฝึกอเล็ก…” น้ำเสียงของเขาเย็นจัด
“อะไรทำให้แกกล้ามาเหยียบถึงห้องของฉัน” ไม่มีแม้แต่คำต้อนรับชัดเจนว่าเขาไม่อยากให้อเล็กก้าวเข้ามาในห้องนี้แม้แต่ก้าวเดียว
“อะ…เอ่อ…” อเล็กยิ้มแห้ง ๆ ทันที “คือ…ผมมาขอให้ท่านอนุมัติเรื่องนิดหน่อย…”
เขายังยืนอยู่ตรงประตูที่แง้มไว้ไม่กล้าเดินเข้าไปจริง ๆ
“คือ…ทีมแกะดำจะขอลงแข่ง Fight Dot ในนามกองทัพครับ…”
“แล้วก็…อยากของบสนับสนุนนิดหน่อย…แค่พอสำหรับค่าสมัครก็พอครับ…”
เงียบ จากนั้น—
“Fight Dot?” วาร์กัสทวนช้า ๆ ก่อนสีหน้าจะเริ่มเปลี่ยน
“อย่างพวกแกเนี่ยนะ?”
ปัง!!
เขาตบโต๊ะเสียงดังลั่นทันที
“เสื่อมเสียที่สุด!!!” เสียงตะคอกดังไปถึงนอกห้อง “Fight Dot เป็นกีฬาที่มีเกียรติและศักดิ์ศรี!”
“พวกเขามี: สโมสร ระบบ เงินทุน ธุรกิจรองรับ! ไม่ใช่ทีมบ้าน ๆ ที่เพิ่งนึกอยากลงก็จะสมัครได้!” วาร์กัสลุกขึ้นเต็มความสูงดวงตาเต็มไปด้วยความดูถูก
“รู้ไหมว่าค่าสมัครกับการตรวจสอบทางการเงินมันเท่าไหร่!?”
“หลักหลายล้าน!!”
“กองกำลังของกรานเวลมั่นคงพอจะเสนอทีมลงแข่งได้ก็จริง…” เขาชี้นิ้วใส่อเล็กทันที
“แต่แกจะไม่ได้อะไรจากฉันทั้งนั้น!”
“ถ้าอยากลงนัก…ก็ลงในนามอิสระ! แล้วหาเงินกันเองไป!!”
ปัง!!
เอกสารถูกโยนกลับออกมาจนกระจายเต็มพื้น
ด้านนอกห้อง ทหารหลายคนเริ่มแอบมองก่อนเสียงหัวเราะกับเสียงซุบซิบจะค่อย ๆ ดังขึ้น
“ถ้าแค่แกะดำ 03 คนเดียว ยังพอว่า…แต่นี่ทั้งหน่วยเลยนะ?”
“เละแน่ ฮ่า ๆๆ”
“ตลกชะมัด…”
“จัดทีมไปจองสนามเด็กเล่นก่อนดีไหม”
“ฮ่า ๆๆๆ!”
เสียงหัวเราะดังตามหลังมาเรื่อย ๆ
อเล็กค่อย ๆ ก้มลงเก็บเอกสารเงียบ ๆ ไม่มีเถียง ไม่มีโวยวาย เหมือนคนที่ชินกับเรื่องแบบนี้มานานแล้วก่อนสุดท้าย…เขาจะเดินคอตกออกจากอาคารกองบัญชาการเพียงลำพัง
ไร้การอนุมัติ ไร้การสนับสนุน และไร้ความช่วยเหลือเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา…
เย็นวันนั้นสมาชิกทีมแกะดำทั้งหมดนั่งล้อมวงกินข้าวอยู่ภายในบ้านพักเล็ก ๆ ตามปกติบนโต๊ะมีเพียง ข้าวธรรมดา กับข้าวไม่กี่อย่าง และบรรยากาศเงียบผิดปกติ
แม้แต่หนูแดง ก็ยังนั่งเงียบ ส่วนหมีดำที่ปกติจะกินเสียงดังที่สุดในบ้าน วันนี้กลับนั่งกินเงียบ ๆ อย่างผิดสังเกต
อเล็กนั่งอยู่หัวโต๊ะสีหน้าของเขาดูเหนื่อยกว่าปกติชัดเจนก่อนสุดท้าย เขาจะพูดขึ้นช้า ๆ
“กร…” เสียงนั้นเบากว่าทุกครั้ง “ฉันเสียใจด้วยนะ…” เขานิ่งไปพักหนึ่ง
“…แต่โอกาสที่ทีมเราจะสมัคร Fight Dot ได้ แทบไม่เหลือแล้ว” ภายในบ้านเงียบลงทันที
แม้แต่เสียงช้อนกระทบจานก็หายไป หมีดำค่อย ๆ หยุดกินช้า ๆ ไม่มีใครพูดอะไร
อเล็กจึงพูดต่อด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า
“ทางค่ายทหารไม่อนุมัติให้เราลงสมัคร พวกเขา…ไม่เคยให้อะไรกับพวกเราเลยจริง ๆ” เขาหัวเราะเบา ๆ กับตัวเอง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่เสียงหัวเราะแบบเดิม ไม่มีความกวน ไม่มีความมั่นใจ มีแต่ความผิดหวังลึก ๆ ที่ปิดไม่มิดจนกรกรรณ รู้สึกใจสั่นขึ้นมาเพราะนี่อาจเป็นครั้งแรกที่เขาเห็นครูฝึกอเล็กดูเหมือน “ยอมแพ้จริง ๆ”
“ไม่เป็นไรนะครับ ครูฝึก…” กรรีบพูดขึ้นทันที พยายามคิดหาทางออกให้เร็วที่สุด
“คือ…เรายังหาผู้สนับสนุนอิสระได้ไม่ใช่หรอครับ ถ้าค่อย ๆ หาไป…”
“แล้วทองคำตั้งสามล้านนั่นล่ะ” หนูแดงพูดขึ้นบ้าง ครั้งนี้น้ำเสียงเธอไม่ได้กวนเหมือนปกติ
“เอามาใช้สิ มันน่าจะพอไม่ใช่หรอ”
อเล็กเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนตอบช้า ๆ
“เงินพวกนั้น…ตอนนั้นฉันบริจาคให้โรงพยาบาลไปห้าแสนแล้ว ตอนนี้เหลือประมาณสองล้านห้า”
เขามองลงไปที่โต๊ะเงียบ ๆ
“แต่นั่นเป็นงบของทีม แล้วก็เป็นเงินของเจ้ากรด้วย ฉันเอาเงินของลูกทีมไปเสี่ยงแบบนั้นไม่ได้หรอก”
“ได้สิครับ” กรพูดขึ้นแทบจะทันที เขารีบยิ้มให้เหมือนพยายามให้กำลังใจอีกฝ่าย
“ผมยินดีนะครับ ถ้ามันจะเป็นประโยชน์กับทีมของเรา…”
อเล็กนิ่งไปจากนั้นเขาค่อย ๆ ถอดแว่นดำออกช้า ๆ แล้ววางลงบนโต๊ะ ไม่มีรอยยิ้มอีกแล้วเหลือเพียงแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง ทั้งต่อตัวเอง ทั้งต่อกองทัพและต่อโลกที่ไม่เคยมองเห็นพวกเขาเลย
“ขอบใจมากนะกร…” เสียงของเขาแผ่วลงเล็กน้อย
“เดี๋ยวเราหาเวลาเข้าเมือง…แล้วไปสมัครในนามทีมอิสระกันก็ได้”
พูดจบอเล็กก็ลุกขึ้นจากโต๊ะเงียบ ๆ ก่อนเดินขึ้นบันไดไปชั้นสองช้า ๆ และปิดประตูห้องของตัวเองลงเบา ๆ
ปัง…
เสียงประตูนั้นไม่ได้ดังมากแต่กลับทำให้ทั้งบ้านเงียบสนิท แกะดำทั้งสามคนมองหน้ากันช้า ๆ ไม่มีใครพูดอะไรออกมาเพราะทุกคนรู้ดีครูฝึกอเล็ก ไกรเซอร์ คือคนที่ ไม่เคยยอมแพ้ ไม่เคยหมดหวัง และมักหัวเราะได้เสมอ ต่อให้สถานการณ์แย่แค่ไหน แต่ครั้งนี้…เขากลับดูเหมือนคนที่ “ถอดใจ” ไปจริง ๆ แล้ว…
หลังจากวันนั้น ทีมแกะดำทั้งสามคนก็เริ่มเปลี่ยนไปทีละน้อย
หมีดำไม่ได้แค่วิ่งลากเครื่องจักรตามคำสั่งอีกต่อไป เขาเริ่มยกน้ำหนัก วอร์มร่างกาย และขยับตัวเองก่อนฝึกโดยไม่มีใครต้องมาคอยบอก
หนูแดงเองก็พยายามฝึกให้ร่างเล็กของเธอเคลื่อนไหวคล่องตัวขึ้น เธอรู้ดีว่าถ้าไม่สามารถใช้ร่างเด็กให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้ ในสนามไฟต์ดอต เธอจะกลายเป็นจุดอ่อนทันที
ส่วนกรกรรณ ขอให้ไคลน์มาช่วยเป็นคู่ซ้อมส่วนตัว แม้ฝีมือของเขาจะยังห่างชั้นจากไคลน์มาก แต่กรก็เริ่มเข้าใจแล้วว่า สิ่งที่เขาขาดไม่ใช่แค่พลัง แต่คือประสบการณ์ในการรับมือกับคนที่แข็งแกร่งกว่า
ไม่ใช่แค่ร่างกายที่เปลี่ยนไปพวกเขาเริ่ม “คุยกัน” เรื่องทีมด้วย
กลางวันวันหนึ่ง ทั้งสามนั่งล้อมวงกินข้าวอยู่ในบ้านแกะดำ บรรยากาศดูจริงจังกว่าทุกครั้ง แม้บนโต๊ะจะยังเต็มไปด้วยกับข้าวที่ถูกแย่งกันเหมือนสนามรบย่อย ๆ ก็ตาม
“พี่หมีดำไม่ต้องห่วงนะครับ” กรกรรณพูดขึ้นอย่างมั่นใจ “ถ้าพี่โจมตีใครไม่ได้ พี่แค่รับอย่างเดียวก็พอ ป้องกันดอตไว้ ส่วนผมกับหนูแดงจะเป็นคนลุยเอง”
หนูแดงที่กำลังเคี้ยวข้าวอยู่หันไปมองหมีดำ
“ว่าแต่พลังของแกคืออะไรนะ ขอชัด ๆ อีกทีได้ไหม? เค้าเองก็ไม่เคยรู้จริง ๆ เหมือนกัน”
หมีดำนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนหัวเราะในลำคอเบา ๆ
“ฮึ…” เขาวางช้อนลง แล้วตอบเรียบ ๆ
“สะท้อนการโจมตี มีแค่นั้น” กรกรรณกับหนูแดงนิ่งไปพร้อมกัน
เงียบ
เงียบจนได้ยินเสียงตะเกียบของอเล็กกระทบถ้วยข้าวจากอีกฝั่งหนึ่งของห้อง
“สะท้อน…การโจมตี?” กรกรรณทวนคำช้า ๆ
“อืม…งั้นที่ผมชกพี่หมีดำแล้วกระดูกมือหัก…ก็เพราะแบบนี้สินะครับ”
“ก็ประมาณนั้น”
กรกรรณหน้าแห้งลงทันที “ถึงว่าสิครับ…”
หมีดำยิ้มบาง ๆ เหมือนเรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
“ถ้าเป็นช่วงยุคทองนะ ฉันสะท้อนกลับได้สี่ถึงห้าเท่าเลย”
คราวนี้หนูแดงถึงกับหยุดเคี้ยว
“อ๋อ…” เธอพยักหน้าช้า ๆ แล้วใช้ช้อนจิ้มข้าวในจาน “ถึงว่า เค้าจิ้มแกไม่เข้าสักที อย่างนี้นี่เอง”
“เธอเคยจิ้มฉันด้วยเหรอ” หมีดำถามเสียงเรียบ
“เอ้อ อะดิ” หนูแดงตอบหน้าตาเฉย “ตอนแกหลับ”
กรกรรณหันขวับไปมองเธอ
“หนูแดง!”
วงข้าวของแกะดำดำเนินต่อไปแบบนั้น ทั้งจริงจัง ทั้งประหลาด และวุ่นวายตามแบบของพวกเขา แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดขึ้นเรื่อย ๆ คือทั้งสามคนเริ่มเข้าใจกันมากขึ้น
เข้าใจว่าใครทำอะไรได้
เข้าใจว่าใครควรยืนตรงไหน
และเข้าใจว่า ถ้าพวกเขาจะลงสนามด้วยกันจริง ๆ พวกเขาต้องเชื่อใจกันมากกว่าที่เคย
“ขอข้าวเพิ่มครับ นิโคล”
หมีดำยื่นถ้วยข้าวเปล่าไปให้หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ
นิโคลรับถ้วยนั้นด้วยมือสั่นระริก ดวงตาของเธอแทบไม่กะพริบเลยตั้งแต่เมื่อครู่ ไม่ใช่เพราะกลัวแต่เพราะตอนนี้หมีดำไม่เหมือนหมีดำคนเดิมอีกแล้ว
ชายร่างใหญ่ที่เคยดูอ้วน เฉื่อย และใส่เสื้อยืดย้วย ๆ อยู่ทุกวัน บัดนี้กลับมีร่างกายแน่นหนา กล้ามเนื้อชัดเจนเหมือนนักรบเผ่าโบราณ ผิวหยาบกร้าน ใบหน้าคมเข้ม ดิบเถื่อน และมีแรงกดดันแปลก ๆ ที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวหนักขึ้นโดยไม่ต้องพูดอะไร
นิโคลกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เผลอยิ้มและเช็ดมุมปากตัวเองเป็นครั้งที่สามของวัน
“ได้…ได้เลยจ๊ะ…”
เสียงของเธอสั่นอย่างเห็นได้ชัด
หนูแดงเหลือบมองนิโคล แล้วหรี่ตาลง
“นี่แกไม่ได้ตื่นเต้นเพราะกลัวใช่ไหม”
นิโคลสะดุ้ง
“ไม่…เฮอะๆ ไม่เลย” ของดีย์อีกแล้ว “เฮอะๆ”
หมีดำรับถ้วยข้าวกลับมาอย่างไม่รู้เรื่องอะไร
“ขอบคุณครับ”
และแล้วก็ถึงวันที่ อเล็กก็พาทุกคนเข้าเมือง เพื่อไปยังศูนย์รับสมัครที่ใกล้ที่สุด
สถานที่นั้นไม่ใช่สำนักงานกีฬา ไม่ใช่อาคารราชการ และไม่ใช่สนามฝึก
แต่คือ—“Velvet Cage”
สถานบันเทิงใต้ดินชื่อดังของกรานเวล
แม้งานแข่งขัน Fight Dot World Fight จะยังไม่เริ่ม แต่บรรยากาศรอบตัวกลับร้อนแรงเหมือนเทศกาลใหญ่ โต๊ะพนันถูกตั้งอยู่ตามมุมต่าง ๆ ตั้งแต่หน้าทางเข้า กระดานอัตราต่อรองของทีมดังถูกฉายขึ้นบนจอโฮโลแกรม ผู้คนแต่งตัวหรูเดินถือแก้วเหล้า คุยกันเรื่องผู้เล่น ค่าเหนื่อย สปอนเซอร์ และราคาต่อรองอย่างสนุกปาก
สำหรับคนทั่วไป นี่อาจเป็นสถานที่สมัครแข่งขัน แต่สำหรับ Velvet Cage มันคือ “ตลาดซื้อขายความฝัน” ที่มีเงินเดิมพันไหลเวียนตั้งแต่ยังไม่มีใครลงสนาม
ทีมแกะดำเดินเข้ามาท่ามกลางสายตาของผู้คน
หมีดำในร่างใหญ่แน่นเหมือนนักรบโบราณทำให้หลายคนเผลอหันมามอง หนูแดงเดินกอดแขนกรกรรณอย่างไม่สนใจใคร ส่วนกรเองพยายามทำตัวให้ปกติที่สุด แม้จะเริ่มรู้สึกได้ว่ามีคนจำหน้าเขาได้บ้างแล้ว
อเล็กเดินนำทุกคนไปถึงบู๊ทติดต่อประชาสัมพันธ์
“ขอโทษนะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ “เรามาสมัครลงแข่ง Fight Dot”
เจ้าหน้าที่หญิงสองคนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะนิ่งไปครู่หนึ่ง
“อะไรนะคะ?”
อเล็กยื่นเอกสารให้
“สมัคร Fight Dot World Fight ที่กำลังจะจัดขึ้น” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งรับเอกสารไปเปิดดูแบบไม่ใส่ใจนัก แต่ทันทีที่เห็นชื่อทีม เธอก็หลุดหัวเราะออกมา
“ฮ่า ๆ ๆ เดี๋ยวนะคะ พวกคุณจะมาสมัครอะไรนะ?”
“Fight Dot World Fight” อเล็กตอบอีกครั้ง
เจ้าหน้าที่หญิงอีกคนถึงกับชะโงกหน้ามาดู แล้วหัวเราะตามทันที
“Fight Dot World Fight? พูดผิดหรือเปล่าคะ หมายถึง Fight Dot Kid ระดับท้องถิ่นของกรานเวลหรือเปล่า?”
“ไม่ใช่” อเล็กพูด
“ถ้าเป็นรายการเด็กท้องถิ่นก็มาผิดเวลาแล้วนะคะ” เธอยิ้มเยาะ “แข่งจบไปตั้งแต่ต้นปีแล้วค่ะ”
เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นจากคนแถวนั้น
กรกรรณก้มหน้าลงเล็กน้อย ส่วนหนูแดงเริ่มหรี่ตา
อเล็กยังคงยืนนิ่ง
“เราหมายถึง World Fight จริง ๆ”
น้ำเสียงของเขาจริงจังขึ้นเล็กน้อย
คราวนี้เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ทั้งสองคนจึงมองทีมแกะดำอีกครั้ง ตั้งแต่หัวจรดเท้า มองอเล็กที่ดูเหมือนคนตกงาน มองเด็กสาวตัวเล็กผมขาว มองชายร่างใหญ่ที่ดูน่ากลัวเกินกว่าจะเป็นนักกีฬา แล้วสุดท้าย มองกรกรรณที่ยังดูเหมือนเด็กหนุ่มธรรมดามากกว่านักสู้
“งั้นขอถามง่าย ๆ นะคะ” เจ้าหน้าที่สาววางเอกสารลงบนโต๊ะ “ผู้สนับสนุนของพวกคุณคือใคร?”
อเล็กเงียบไป
เธอยิ้มทันที ราวกับรู้อยู่แล้วว่าจะได้คำตอบแบบนั้น
“ถึงจะเป็นทีมอิสระ ก็ไม่ได้หมายความว่าใครจะเดินเข้ามาลงสมัครได้เฉย ๆ นะคะ รายการนี้คือ World Fight ไม่ใช่งานโรงเรียน”
เจ้าหน้าที่อีกคนหัวเราะเสริม
“มีบริษัทชุดกีฬาแบรนด์ดังดูแลไหม? เครื่องดื่มยักษ์ใหญ่? บริษัทอาวุธ? สื่อ? เจ้าของสนาม? หรืออย่างน้อยก็สมาคมกีฬาระดับเมือง?”
เธอกวาดตามองทีมแกะดำอีกครั้ง ก่อนแค่นหัวเราะ
“คงไม่ใช่อาแปะขายของในตลาดที่จู่ ๆ ก็อยากสร้างทีมเพราะเห็นรายการนี้กำลังดังหรอกนะคะ”
เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง
กรกรรณกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว
หนูแดงยิ้มบาง ๆ แต่รอยยิ้มนั้นเย็นจนน่ากลัว
หมีดำยังยืนนิ่งเหมือนเดิม
อเล็กถามอีกครั้ง
“ถ้าไม่มีผู้สนับสนุน เราสมัครได้ไหม?”
คราวนี้น้ำเสียงของเขานิ่งมาก
นิ่งจนกรกรรณรู้สึกได้ว่า นี่อาจเป็นคำถามครั้งสุดท้าย
เจ้าหน้าที่สาวหยิบใบสมัครขึ้นมา แล้วตอบอย่างไม่มีเยื่อใย
“ไม่ได้ค่ะ” เธอยกเอกสารขึ้นตรงหน้า
“คำตอบชัดเจนพอไหม?” จากนั้นก็โยนใบสมัครของทีมแกะดำออกจากโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจ
กระดาษแผ่นนั้นปลิวไปตามพื้นหินอ่อนของ Velvet Cage ก่อนจะไถลไปหยุดอยู่แทบเท้าของชายชราคนหนึ่ง
เสียงรอบข้างเงียบลงทันที
เจ้าหน้าที่หญิงทั้งสองคนหน้าซีดเผือด พวกเธอรีบลุกขึ้นยืนตรง แล้วก้มศีรษะอย่างลนลาน
“ทะ…ท่านโอโน!”
“ต้องขออภัยอย่างสูงค่ะ! พวกเราไม่ได้ตั้งใจจะทิ้งขยะใส่ท่านนะคะ!”
ชายชราผู้นั้นยืนอยู่กลางทางเดิน เขาสวมชุดสูทเรียบหรูสีเขียวเข้ม มือข้างหนึ่งถือไม้เท้าหัวเงิน ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยย่นของคนที่ผ่านโลกมานาน แต่ดวงตายังคมกริบราวกับไม่เคยปล่อยให้รายละเอียดใดหลุดรอดไปได้
เขาคือ โอโน ชายผู้มีชื่อเสียงในโลกใต้ดินของกรานเวลและเป็นคนที่ไม่มีใครใน Velvet Cage กล้าหัวเราะใส่
โอโนก้มมองกระดาษตรงปลายเท้าเล็กน้อย ก่อนใช้ไม้เท้าเขี่ยมันออกเบา ๆ การ์ดที่เดินตามหลังมารีบก้มลงเก็บเอกสารขึ้นมา
“อะไร” โอโนถามเสียงต่ำ
การ์ดเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว
“ใบสมัครครับท่าน”
“ใบสมัคร?”
“ครับ ใบสมัครกีฬา Fight Dot World Fight ของทีม…แกะดำ”
ปลายคิ้วของโอโนขยับขึ้นเล็กน้อย
การ์ดอ่านต่อ
“หัวหน้าทีมและโค้ชคือ อเล็ก ไกรเซอร์”
เพียงชื่อเดียว บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไป เจ้าหน้าที่หญิงสองคนยิ่งหน้าซีดกว่าเดิม โอโนค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น มองผ่านอเล็ก หมีดำ และหนูแดง
ก่อนสายตาของเขาจะหยุดอยู่ที่กรกรรณ
ดวงตาชรานั้นหรี่ลงเล็กน้อย
“เจ้าหนุ่มคนนั้น…”
กรกรรณสะดุ้งนิด ๆ เมื่อรู้ว่าถูกมองตรง ๆ
โอโนยกมุมปากขึ้น
“คนที่โยนลูกเหล็กเข้าหมายเลขสิบสาม”
เสียงซุบซิบดังขึ้นทันทีจากคนรอบข้าง กรกรรณนิ่งไป หนูแดงเหลือบมองเขา แล้วหัวเราะเบา ๆ เหมือนกำลังสนุก
โอโนยังคงมองกรต่อ
“แล้วก็เป็นหนึ่งในสองคนสุดท้ายที่ยืนปกป้องผลึกดอกเบญจมาศไว้จนจบศึก”
คราวนี้เสียงรอบข้างเงียบลงอีกครั้ง
สายตาที่เคยดูถูกทีมแกะดำเริ่มเปลี่ยนไป บางคนเริ่มหันมองกรกรรณใหม่ บางคนมองหมีดำ บางคนมองหนูแดง
แกะดำ
โอโนหัวเราะในลำคอ
“หึ ๆ…”
เขายื่นมือออกไป การ์ดรีบส่งใบสมัครให้ทันที
โอโนกวาดตามองเอกสารแผ่นนั้นเพียงครู่เดียว ก่อนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดังนัก แต่ทำให้ทุกคนในบริเวณนั้นได้ยินชัดเจน
“น่าสนใจจริง ๆ”
เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ทั้งสองคนกลืนน้ำลายพร้อมกัน
“ทะ…ท่านโอโนคะ คือทีมนี้ยังไม่มีผู้สนับสนุน และตามระเบียบ—”
โอโนยกไม้เท้าขึ้นเล็กน้อย แค่ขยับครั้งเดียว เจ้าหน้าที่คนนั้นก็เงียบลงทันที
ชายชรามองใบสมัครอีกครั้งก่อนจะยิ้มบาง ๆ
“ฉันจะเป็นผู้สนับสนุนให้”
คำพูดของโอโนทำให้บริเวณบู๊ทรับสมัครเงียบกริบทันที ไม่ใช่แค่เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์สองคนที่ตกใจ แม้แต่คนรอบข้างที่กำลังมุงดูอยู่ก็ยังหันมามองเป็นตาเดียวกัน
โอโน วาเลสก้า
ชายชราผู้กว้างขวางที่สุดคนหนึ่งในโลกใต้ดินของกรานเวล
เขาไม่ใช่แค่เจ้าของคาสิโน ไม่ใช่แค่ผู้มีอิทธิพลใน Velvet Cage แต่เป็นคนที่นักการเมืองของกรานเวลยังต้องเกรงใจ เครือข่ายของเขาครอบคลุมทั้งการค้าชายแดน การขนส่งสินค้า การส่งออกอาวุธข้ามแดน ไปจนถึงธุรกิจสีเทานับไม่ถ้วนและบนดิน—เขายังเป็นเจ้าของบริษัทเอกชนที่ดูแลระบบการเดินรถสาธารณะกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของเมือง ชื่อเสียงระดับนี้ มากพอจะส่งทีมนักกีฬาเข้าร่วม Fight Dot World Fight ได้พร้อมกันห้าทีมด้วยซ้ำ
แต่ชายคนนั้นกลับพูดว่า—จะสนับสนุนทีมแกะดำ
“อะไรนะครับ…” กรกรรณหลุดปากออกมาอย่างตกใจ
โอโนหัวเราะในลำคอเบา ๆ
“แต่มีข้อแม้”
น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่ง แต่นิ่งแบบคมกริบ ราวกับมีดที่วางอยู่บนโต๊ะโดยไม่จำเป็นต้องขู่ใคร
กรกรรณรู้ได้ทันทีว่า สิ่งที่กำลังจะตามมาไม่ใช่เรื่องง่าย
โอโนใช้ไม้เท้าเคาะพื้นเบา ๆ หนึ่งครั้ง
“ถ้าพวกเธอแน่จริง ก็ต้องเอาชนะทีมของฉันให้ได้”
เจ้าหน้าที่ทั้งสองคนหน้าซีดลงเล็กน้อย
คนรอบข้างเริ่มซุบซิบกันทันที
“ถ้าพวกเธอชนะ” โอโนพูดต่อ “ฉันจะมอบสิทธิ์การเป็นผู้สนับสนุนให้ทีมแกะดำ”
สายตาของเขาหยุดลงที่กรกรรณ
นิ่ง
หนัก
เหมือนนักรบแก่ที่ไม่ได้ลงสนามมานาน แต่ยังจำกลิ่นเลือดได้ดี
กรกรรณเผลอกลืนน้ำลาย
“ตะ…แต่ว่า…”
เจ้าหน้าที่หญิงคนหนึ่งยกมือขึ้นอย่างเกรง ๆ
“ท่านคะ ตามระเบียบ นักกีฬาต้องมีสมาชิกลงทะเบียนห้าคนนะคะ ตัวหลักสามคน ตัวสำรองสองคนค่ะ”
กรกรรณหันกลับไปมองทีมตัวเอง
หมีดำ
หนูแดง
และตัวเขาเอง
“ตอนนี้เรามีแค่สามคน…”
“ฉันจะเป็นตัวสำรองคนที่สี่ให้” อเล็กพูดขึ้นทันที
ทุกคนหันไปมองเขา อเล็กยกมือขึ้นเล็กน้อย สีหน้าเหมือนคนที่ไม่ได้มีความหวังอะไรกับชีวิตมากนัก แต่ก็ยังพูดต่อ
“แล้วจะรีบหาคนที่ห้ามาลงชื่อให้ทัน”
หนูแดงเหลือบมองเขา
“ครูฝึกลงเป็นตัวสำรองได้ด้วยเหรอ”
“ไม่รู้สิ...” อเล็กตอบ
โอโนยิ้มบาง ๆ ก่อนหันไปทางเลขาของตน
“ใครก็ได้อธิบายกฎที่ถูกต้องให้ฉันฟังที” น้ำเสียงนั้นเหมือนเขารู้คำตอบอยู่แล้วแต่ต้องการให้ทุกคนในที่นี้ได้ยินพร้อมกัน
เลขาสาวที่เดินตามหลังเขาเปิดแท็บเล็ตขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนอ่านข้อมูลด้วยน้ำเสียงเป็นทางการ
“ตามกฎของ Fight Dot World Fight ทีมสามารถลงทะเบียนขั้นต่ำได้สามคนค่ะ แม้รูปแบบมาตรฐานจะเป็นผู้เล่นห้าคน ตัวจริงสามคนและตัวสำรองสองคน แต่ไม่ได้บังคับว่าต้องครบห้าคนจึงจะลงสมัครได้”
เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ทั้งสองคนหน้าถอดสีทันที
เลขาสาวอ่านต่อโดยไม่สนใจ
“อย่างไรก็ตาม ทีมที่มีผู้เล่นเพียงสามคนจะเสียเปรียบอย่างมาก เพราะไม่มีตัวเปลี่ยนในรอบถัดไป หากมีผู้เล่นบาดเจ็บสะสมจนสภาพร่างกายไม่สามารถลงแข่งได้ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ หรือไม่สามารถลงแข่งต่อได้ ทีมจะไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนตัว”
เธอเลื่อนหน้าจอหนึ่งครั้ง
“และหากในการแข่งขันรอบต่อไป ทีมมีผู้เล่นที่พร้อมลงสนามเหลือน้อยกว่าสามคน จะถูกปรับแพ้โดยอัตโนมัติค่ะ”
กรกรรณนิ่งไป
หมายความว่า—
ถ้ามีแค่สามคน
พวกเขาต้องลงทุกสนาม
ไม่มีพัก
ไม่มีเปลี่ยนตัว
ไม่มีคนรับแทน
ถ้าใครล้มลงแม้แต่คนเดียว ทั้งทีมจะพังทันที
เลขาสาวยังคงอ่านต่อ
“ในประวัติการแข่งขัน Fight Dot World Fight เคยมีทีมที่ลงทะเบียนผู้เล่นเพียงสามคน และสามารถฝ่าถึงรอบสูงสุดได้เพียงรอบสิบหกทีมสุดท้ายค่ะ”
“เพราะอะไร” โอโนถาม
“เพราะผู้เล่นบาดเจ็บสะสมเกินขีดจำกัด ไม่สามารถลงแข่งต่อในรอบถัดไปได้ค่ะ”
เสียงรอบข้างเงียบลงอีกครั้ง
รอบสิบหกทีมสุดท้ายสำหรับคนอื่น อาจถือว่าสุดยอดแล้วแต่สำหรับทีมแกะดำ—แค่ไปถึงตรงนั้นก็เพียงพอจะพาพวกเขาไปยังเมืองหลวง นั่นคือเป้าหมายแรกของกรกรรณแต่สำหรับอเล็ก…
กรกรรณเหลือบมองครูฝึกของตน ชายที่เคยถูกโลกหัวเราะเยาะ ชายที่ถูกมองว่าเป็นต้นเหตุของมังกรดำ ชายที่เหลือเพียงทีมแกะดำเป็นสิ่งสุดท้ายในมือ สำหรับอเล็กแล้ว นี่ไม่ใช่แค่การแข่งขัน มันอาจเป็นศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ทั้งหมดของเขาและถ้าล้มเหลวอีกครั้ง—กรกรรณไม่แน่ใจเลยว่า อเล็กจะยังเหลืออะไรให้ยึดไว้อีก
“แค่นั้นพอ”
โอโนยกมือขึ้น เลขาสาวจึงปิดแท็บเล็ตทันที
ชายชราหันไปหาอเล็ก
“ว่าไง” เขาใช้ไม้เท้าชี้ขึ้นไปด้านบน
“พร้อมไหม” ดวงตาของโอโนหรี่ลงเล็กน้อย
“โอกาสมีครั้งเดียว”
เขาพูดช้า ๆ ชัด ๆ
“ตอนนี้….ชั้นบนสุด….สนามของ Velvet Cage”
บรรยากาศรอบตัวหนักขึ้นทันที สนามของ Velvet Cage มันไม่ใช่สนามสมัครธรรมดา แต่มันคือสนามโชว์พลังของเหล่านักพนัน ผู้สนับสนุน และทีมใต้ดินที่อยากขายชื่อก่อนขึ้นเวทีโลก ถ้าแกะดำแพ้ตรงนั้น พวกเขาจะไม่ได้เสียแค่สิทธิ์สมัครแต่จะถูกหัวเราะเยาะทั้งกรานเวลตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มแข่งจริง
อเล็กเงียบไปเพียงเสี้ยววินาทีจากนั้นเขาก็ยิ้มแห้ง ๆ เป็นรอยยิ้มของคนที่เหมือนไม่พร้อมอะไรเลย
แต่กลับตอบโดยไม่ลังเล
“แน่นอน…” กรกรรณหันไปมองเขาอเล็กพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ
“พวกเขาพร้อมแล้ว” คำตอบนั้นทำให้ทีมแกะดำทั้งสามคนเงียบไป
หมีดำวางถุงของกินในมือลง หนูแดงยิ้มกว้างขึ้นจนเห็นเขี้ยวเล็ก ๆ กรกรรณกำมือแน่น
พร้อมหรือไม่พร้อม—มันไม่สำคัญอีกแล้ว เพราะตอนนี้ พวกเขาไม่มีทางถอย ไม่ใช่เพราะโอโน ไม่ใช่เพราะเจ้าหน้าที่ที่ดูถูก ไม่ใช่เพราะผู้คนที่มองมาเหมือนเห็นตัวตลก แต่เพราะนี่คือครั้งแรกที่ทีมแกะดำมีโอกาสยืนอยู่หน้าประตูของโลกใบใหญ่จริง ๆ และไม่มีใครในทีมพร้อมที่จะแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้ลงสนาม
โอโนยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
“ดี”
เขาหันหลังกลับ แล้วเดินนำไปยังลิฟต์ส่วนตัว การ์ดเปิดทางให้ทันที
ไฟใน Velvet Cage สะท้อนลงบนพื้นหินอ่อนเป็นเงาวูบไหว ขณะที่ผู้คนเริ่มส่งเสียงฮือฮา ข่าวแพร่กระจายเร็วราวไฟลาม ทีมแกะดำ ทีมไร้สปอนเซอร์ ทีมที่มีแค่สามคนกำลังจะขึ้นไปท้าทีมของโอโนบนสนามชั้นบนสุด
หมีดำเดินตามมาด้านหลังอย่างเงียบ ๆ ก่อนพูดสั้น ๆ
“ขึ้นไปกันเถอะ”
อเล็กมองทั้งสามคนอยู่ครู่หนึ่ง แววตาของเขาอ่อนลงเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปยังลิฟต์ที่เปิดรออยู่และในวินาทีนั้นเอง—ทีมแกะดำก้าวเข้าสู่สนามแรกของพวกเขา
สนามที่ยังไม่ใช่ World Fight แต่เป็นสนามที่จะตัดสินว่าพวกเขามีค่าพอจะถูกเรียกว่า “ทีม” หรือไม่.
“อืม…ดีจริง ๆ”
อเล็กยืนกอดอกอยู่ข้างสนามซ้อม น้ำตาคลออย่างภาคภูมิใจ
“ทุกคนพัฒนาขึ้นได้อีกจริง ๆ ด้วย…”
“ก็ดีนะครับลูกพี่…” หมีดำนั่งกินซาลาเปาอย่างสบายใจอยู่ริมสนาม
“ถ้าไม่นับเรื่องที่บังคับให้พวกเขาเลี้ยงอาหารเย็นทุกวันน่ะนะ…” เขากัดซาลาเปาอีกคำ ก่อนพูดต่อหน้าตาเฉย
“ขนาดผมยังเริ่มอายแทนเลย…” บรรยากาศเงียบไปครู่หนึ่ง
จากนั้น—
“แกพูดมากไปแล้ว!!” อเล็กพุ่งเข้าเตะหมีดำทันที
“โอ๊ยยยยยยย!!”
หมีดำรีบลุกวิ่งหนีรอบบ้านทั้งที่ยังคาบซาลาเปาอยู่ในปาก ส่วนอเล็กก็วิ่งตามไปเตะซ้ำอย่างเอาจริง
ขณะที่อีกฝั่งของสนาม
หนูแดงไม่ได้สนใจจะร่วมฝึกเลยแม้แต่น้อย เธอยังคงเกาะหลังกรกรรณอยู่เหมือนเดิม
“ฉันคือส่วนหนึ่งของกรกรรณ…”
หนูแดงซุกหน้าลงบนไหล่เขา เหลือเพียงเส้นผมสีขาวยาวสยายออกมา
“เป็นอาวุธลับไง…แฮ่…”
เรนยืนมองอยู่พักหนึ่ง ก่อนถามด้วยสีหน้าเหนื่อยใจ
“นายแน่ใจนะ…ว่าจะไม่แกะเพรียงข้างหลังออกก่อน”
“ไม่เป็นไรครับ” กรตอบสบาย ๆ พร้อมตั้งท่าสู้
“ผมรับน้ำหนักเธอได้ แล้วก็ชินแล้วด้วย”
เขาขยับตัวเล็กน้อย ขณะที่หนูแดงยังเกาะอยู่บนหลังเหมือนสิ่งมีชีวิตประหลาดบางอย่าง
“ผมพร้อมแล้วครับ” กรพูดขึ้น แม้ท่าทางจะดูตั้งใจแต่สายตากลับเหมือนลอยไปไกลกว่าสนามซ้อม
เรนมองอยู่พักหนึ่ง ก่อนถอนหายใจเบา ๆ
“...ดูไม่มีสมาธิเลยนะ” เขาหมุนดาบไม้ในมือเล่นช้า ๆ
“คิดถึงคนเมืองหลวงอยู่หรือไง” น้ำเสียงเรียบ ๆ แต่ตั้งใจแซะชัดเจน
“กะ...ก็ครับ...” กรยิ้มแห้งทันที “ช่วงนี้รู้สึกเหมือนตัวเอง...ยังไม่ได้ทำอะไรเพื่อเป้าหมายเลย”
ขณะพูดเส้นผมสีขาวของหนูแดงที่เกาะอยู่บนหลังเขาก็กระดิกไปมาอย่างอารมณ์ดี
“ครูฝึกอเล็กลองติดต่อที่ปรึกษาพลัสแล้วครับ...” กรพูดต่อเสียงอ่อยลงเล็กน้อย
“แต่ดูเหมือนทางนั้นก็สถานการณ์ไม่ค่อยดี เหมือนกำลังโดนพ่อของคุณน้ำแข็งเพ่งเล็งอยู่เหมือนกัน ได้ยินว่าโดนหาเรื่องถอดถอนด้วย...”
เขาก้มหน้าลงนิด ๆ
“ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าจะได้คำตอบว่าเมื่อไหร่ จะได้ย้ายเข้าไปในเมืองหลวงหรือบางที...คุณพลัสอาจโดนปลดก่อนจริง ๆ ก็ได้ ยังไงท่านวินเซนต์ก็ทั้งมีอำนาจ ทั้งมีบารมี...ใคร ๆ ก็รู้”
บรรยากาศเงียบลงเล็กน้อยก่อนเรน จะพูดขึ้นเฉย ๆ
“ถ้าอยากเข้าเมืองหลวงเร็ว ๆ...มันก็มีทางลัดอยู่นะ”
“...?”
ทุกคนหยุดซ้อมแทบพร้อมกันทันที แม้แต่หมีดำที่กำลังกินอะไรอยู่ก็ยังเงยหน้าขึ้นมา
นิโคลเป็นคนแรกที่พุ่งเข้ามา
“อะไร!? เรนมีความคิดดี ๆ ด้วยหรอ!?” เธอรีบวิ่งเข้ามาหากรทันที
พร้อมใช้กระบองทองของตัวเองพยายามแกะหนูแดง ที่เกาะหลังกรเหมือนเนื้องอกออกไปด้วย
“ออกไปเลยยัยปลาหมึก”
“ไม่ออก!” หนูแดงกอดคอกรแน่นกว่าเดิมทันที “ฉันคืออุปกรณ์เสริมของกร!”
“นั่นมันพยาธิแล้ว!!” ขณะที่สองสาวเริ่มตีกันวุ่นวาย นิโคลเหยียบกรอย่างลืมตัวเพื่อพยายามแกะหนูแดงออก
เรนก็พูดต่อด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิม พวกเขาเริ่มชินกับความวุ่นวายนี้แล้ว
“การแข่ง Fight Dot ไง ปีนี้จัดที่ไวท์คราวน์ถ้าเข้ารอบสิบหกทีมสุดท้ายได้...”
“Fight Dot!!!” ทุกคนพูดขึ้นพร้อมกัน
นิโคล :“Fight Dot!!!?” ดวงตาเธอแทบเปล่งประกายทิ้งกรและหนูแดงทันที
“กีฬาสุดโหด! สังเวียนต่อสู้ระดับโลกนั่นน่ะนะ!?” เธอรีบหันมาทางทุกคนอย่างตื่นเต้น
“ว้าววววว!! ฉันชอบดูมากเลยนะ! หลายคนกลายเป็นดาราระดับโลกจากที่นั่นเลย! ทั้งแฟนคลับ ทั้งสปอนเซอร์ ทั้งค่าตัวมหาศาล!”
นิโคลกำหมัดแน่นอย่างตื่นเต้น
“ฉันเป็นแฟนคลับทีม Crimson Phoenix ด้วยนะ! แชมป์เก่าสองสมัยติดเลย!”
“กัปตันทีมโคตรเท่!!”
อเล็กเข้ามาร่วมวงทันที “อ่า…ใช่ๆ ไม่มีใครบนโลกนี้…ไม่รู้จัก Fight Dot”
“เพราะมันไม่ใช่แค่กีฬาแต่มันคือการแข่งขันระดับโลก เวทีที่ทุกอาณาจักร ทุกองค์กร และทุกกองกำลัง ใช้แสดงศักยภาพของตัวเอง”
"สนามขนาดยักษ์ (ขนาดเท่ากับ 2 ใน 3 ของฟุตบอล) คนดูนับแสน ทีมชื่อดังจากทั่วโลก โลโก้สปอนเซอร์เต็มจอ"
“ทีมที่เข้าร่วมมีทั้ง: ตัวแทนหน่วยงาน หน่วยทหารพิเศษ องค์กรเอกชน กลุ่มอิสระ รวมถึงทีมใต้ดินบางส่วนที่ได้รับอนุญาต”
“บางทีมมีผู้สนับสนุนระดับประเทศ บางทีม…มีมูลค่ามากกว่ากองทัพย่อยเสียอีก”
นิโคลฟังตาเป็นประกายทันที “อ๊าาา~ โคตรเท่…”
ไคลน์เสริม “Fight Dot เป็นเกมกีฬาต่อสู้แบบ 3 คนต่อทีม ภายในสนามจะมี ‘ดอต’ หรือจุดพลังงานของแต่ละฝ่ายอยู่ฝ่ายละสามจุด”
“หน้าที่ของทีมคือ: ทำลายดอตของฝ่ายตรงข้ามให้ครบก่อน แต่สิ่งสำคัญคือ…”
เขาชูนิ้วขึ้นเล็กน้อย
“มีเพียง ‘ดอตบอล’ เท่านั้น…ที่สามารถทำลายดอตได้”
“ตัวดอตเป็นโฮโลแกรมพลังงาน มันตอบสนองเฉพาะคลื่นสัญญาณของดอตบอล”
“ดังนั้น: · เวทมนตร์ · อาวุธ· ระเบิด · หรือพลังพิเศษ”
“ไม่สามารถทำลายดอตโดยตรงได้”
เรนพยักหน้าช้า ๆ เห็นด้วย
“ใช่ เรารู้และนั่นแหละที่ทำให้เกมสนุกขึ้น…Fight Dot เป็นทั้งเกมต่อสู้ และเกมควบคุมพื้นที่ บางทีมเก่งการปะทะ บางทีมเน้นความเร็ว บางทีมเล่นแทคติกเต็มรูปแบบ”
“และที่สำคัญ…” เขาหยุดเล็กน้อย “ห้ามฆ่าคู่ต่อสู้”
บรรยากาศบนโต๊ะเงียบลงทันที
“หากมีการฆ่าเกิดขึ้น ทีมนั้นจะแพ้ทันที”
หมีดำเดินเข้ามาเหมือนไม่รู้จักเกมกีฬาชนิดนี้
“อ้อ…กีฬาจริงด้วยแฮะ”
“2 ปีที่แล้ว…” กรกรรณพูดขึ้นเบา ๆ ทุกคนหันไปมองเขา
“2 ปีที่แล้วจัดที่อัลเทรัสครับ” สีหน้าของกรดูเหมือนกำลังนึกถึงอะไรบางอย่าง
“พิธีเปิดยิ่งใหญ่มาก…ทั้งเมืองเต็มไปด้วยธง กับจอฉายภาพ”
เขาหัวเราะเบา ๆ
“ผมเคยได้เข้าไปดูรอบชิงด้วย” ดวงตาของกรเป็นประกายขึ้นนิดหนึ่งในจังหวะนั้น
“Crimson Phoenix เท่มากจริง ๆ…จังหวะส่งบอลสุดท้ายยังติดอยู่ในหัวผมเลย”
นิโคลรีบชี้หน้าเขาทันที “เห็นไหม!! ฉันบอกแล้วว่าทีมนั้นโคตรเท่!”
“กัปตันเขาหล่อมากด้วยนะ!”
“เธอดูเพราะหน้าตาไม่ใช่หรอ…”️ เรนพึมพำเหนื่อย ๆ
แต่แล้วบรรยากาศก็เงียบลงเล็กน้อยเพราะทุกคนเพิ่งนึกขึ้นได้พร้อมกันว่า—สนามแข่งครั้งล่าสุดถูกจัดขึ้นที่ “อัลเทรัส”บ้านเกิดของกร️
เรนจึงพูดขึ้นช้า ๆ
“ใช่…แล้วปีนี้จัดที่วอร์เกน” เขามองไปทางกรเงียบ ๆ
“พวกเขาไม่เลื่อนการแข่งขันแม้อัลเทรัสจะล่มสลายไปแล้วก็ตาม”
ไม่มีใครพูดแทรกเรนจึงพูดต่อ
“แต่ในมุมของทั้งโลก…ตอนนี้ทั้งสี่อาณาจักรที่เหลือ จำเป็นต้องกระชับความสัมพันธ์กันให้มากขึ้น Fight Dot เลยยิ่งสำคัญกว่าเดิม”
“ฉันว่าระดับอย่างนาย…” เรนพูดต่อ
“ถ้ามีทีมดี ๆ ล่ะก็ อาจเข้ารอบแปดทีมสุดท้ายได้จริงนะ แค่นั้น นายก็ได้เข้าเมืองหลวงอย่างน้อยก็ 2 อาทิตย์”
กรกรรณกะพริบตาช้า ๆ
“แต่…ผมจะทำแบบนั้นได้ยังไงครับ” เขาหัวเราะแห้งนิด ๆ “ผมยังไม่รู้เลยว่าจะเริ่มจากตรงไหน…”
“ได้สิ” อเล็กพูดแทรกขึ้นทันที “ฉันมีสิทธิ์อนุมัติให้นายลงแข่งอยู่แล้ว”
เขาชี้นิ้วใส่กรอย่างมั่นใจ
“ทั้งในฐานะ: การพัฒนาตัวเอง และการหารายได้เข้าทีม แล้วรู้ไหมว่า Fight Dot เจ๋งตรงไหน?”
อเล็กเริ่มยืนทำท่าประกอบอย่างเว่อร์วัง
“ผู้สนับสนุน!”
“สปอนเซอร์!!”
“เงินรางวัล!!!”
ดวงตาเขาเริ่มเปล่งประกาย
“ถ้านายดังขึ้นมาเมื่อไหร่—จะมีบริษัทเอาเงินมากองตรงหน้าแบบนี้เลย!!”
เขากางแขนเหมือนกำลังมองภูเขาทองคำในจินตนาการ
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!!!”
หมีดำมองอยู่เงียบ ๆ ก่อนพึมพำ
“ลูกพี่เริ่มหลุดไปโลกแห่งความโลภอีกแล้ว…”
แต่คำพูดนั้นกลับทำให้กรเริ่มนิ่งลงช้า ๆ ความหวังบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในใจเขา กรค่อย ๆ มองไปรอบตัว
คนที่อยู่ตรงนี้…ล้วนเป็นคนที่แข็งแกร่งกว่าเขาทั้งนั้น
“คุณนิโคล…คุณไคลน์…คุณเรน…”
กรพูดขึ้นช้า ๆ “พวกคุณ…”
แต่ทั้งสามกลับตอบแทบจะพร้อมกันทันที
“ไม่ได้”
นิโคลยกมือห้ามก่อนเลย
“พวกเราเป็นชุดขาวนะ”
“เจ้าหน้าที่ระดับสูงแบบนั้น ไม่ได้รับอนุญาตให้สมัครอะไรอิสระแบบนี้หรอก” เธอยักไหล่นิด ๆ
“แต่ถ้าจะให้ฉันลางานไปใส่ชุดเชียร์…” นิโคลยิ้มกว้างทันที
“เพื่อทำให้หัวใจนายพองโตน่ะ ฉันทำได้~”
“ไม่ได้นะ!” หนูแดงกระโดดลงจากหลังกรทันที
“ถ้าแกใส่ได้ ฉันก็ใส่ได้เหมือนกัน!” เธอเริ่มชูมือเต้นแปลก ๆ กลางสนาม
“ไอ้ชุดเปิดก้นแบบนั้นน่ะ!”
“มันเรียกชุดเชียร์ ไม่ใช่ชุดเปิดก้น!!” นิโคลเถียงกลับทันที
แต่ด้วยส่วนสูงของหนูแดงตอนเธอยืนชูมืออยู่ตรงนั้น หัวเธอแทบสูงแค่ระดับเอวของทุกคน
กรกลืนน้ำลายเบา ๆ ก่อนหันไปอีกทาง
“พี่หมีดำก็คงลงไม่ได้ใช่ไหมครับ…” ทั้งที่จริง ๆ เขารู้คำตอบอยู่แล้ว
“ใช่”
หมีดำตอบทันทีโดยไม่ลังเล
“กีฬาที่ต้องวิ่งรอบสนามอะไรแบบนั้น ขอผ่านละกัน” เขากัดขนมต่อหน้าตาเฉย
“ฉันคงเป็นลมในสิบ นาทีแรกแน่”
“……”
กรเริ่มก้มหน้าลงช้า ๆ ความหวังเมื่อครู่เริ่มดับลงอีกครั้ง บรรยากาศเงียบไปพักหนึ่งก่อนอเล็ก จะค่อย ๆ หันกลับมาพร้อมรอยยิ้มร่าเริงผิดปกติ
“งั้นเอาแบบนี้” ทุกคนเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน
อเล็กยกนิ้วขึ้นชี้ไปทางแกะดำทั้งสามคน
“หมีดำ”
“หนูแดง”
“ลงแข่งกับเจ้ากรซะ”
“พวกเราจะลงในนามทีมแกะดำ!!!”
“…………” ทั้งสนามเงียบกริบราวกับเวลาเพิ่งหยุดเดิน
นิโคลอ้าปากค้าง ไคลน์นิ่งไปเลย แม้แต่เรนยังชะงักไปครู่หนึ่ง ราวกับเพิ่งได้ยินบางอย่างที่ไม่ควรเกิดขึ้นบนโลกนี้
กรแทบหลุดเสียง
“คะ…ครูฝึกอเล็ก!!! มันจะดีหรอครับ!? ผมยังมองไม่เห็นทางชนะรอบแรกเลยนะ!!”
“ไม่เอาโว้ยยยย!!! ไอ้บ้า!!” หนูแดงพุ่งใช้เส้นผมมัดขาอเล็กทันที
“ฉันไม่เล่นกีฬา!!”
พลั่ก!!
อเล็กล้มหน้าทิ่มพื้นทันที
“ผมก็ไม่ลงเหมือนกัน!” หมีดำรีบโวยวายตาม “ไม่เอาด้วยหรอก! กีฬาแบบนั้นมันเหนื่อยนะ!”
แต่ต่างจากแกะดำที่กำลังโกลาหลทีมชุดขาวทั้งสามกลับเงียบและมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาสนใจจริง ๆ
นิโคลค่อย ๆ ยิ้มออกมาช้า ๆ ดวงตาเริ่มเป็นประกาย
“ทีมนี้…อาจจะเป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุด…” เธอเว้นช่วงนิดหนึ่ง “หรือไม่ก็ง่อยที่สุดในโลกเลยก็ได้”
“แต่มันน่าตื่นเต้นชะมัด…”
ขณะที่แกะดำทั้งทีมยังคงรุมสกรัมอเล็ก อยู่กลางสนามเหมือนจลาจลขนาดย่อม…
และแล้ว…
“การฝึกพิเศษ” ของทีมแกะดำก็เริ่มต้นขึ้นจาก “คำสั่งโดยตรง” ของครูฝึกอเล็ก ซึ่งสมาชิกในทีมไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธแม้แต่น้อยและภาพที่ไม่น่าจะได้เห็นในชีวิต…
ก็ได้เกิดขึ้นจริง หมีดำถูกสั่งให้วิ่งรอบสนามพร้อมลาก “ซากเครื่องจักร” ขนาดใหญ่ที่อเล็กไปหาเก็บมาจากกองเศษเหล็กแถวนอกค่ายมาด้วย โซ่เหล็กเสียดสีกับพื้นดังครืดดดดตลอดทาง
“ทำแบบนี้แล้วจะแข่งได้งั้นหรออออ!!” หมีดำยังคงกินซาลาเปาไปด้วยขณะลาก
“ทำไปเถอะ เคลื่อนไหวร่างกายให้คล่องก่อนเลยนะ แก” อเล็กตอบสบาย ๆ
อีกฝั่งของสนาม หนูแดงกำลังถูก “บังคับ” ให้ใช้สองขาวิ่งตามปกติซึ่งสำหรับเธอ…เป็นเรื่องที่ยากเกินคาด
“อ๊ะ” พลั่ก ล้ม
“อ๊ะ…อ๊ะ…” พลั่ก ล้มอีก
เพียงไม่ถึงสองนาที เธอก็เซล้มแทบทุกครั้งที่พยายามวิ่ง
“หนูแดง ไหวไหมเนี้ย…” กรกรรณพูดอย่างเห็นใจ
“ไม่ได้!” อเล็กตะโกนสวนทันที
“Fight Dot ใช้สนามขนาดใหญ่!”
“ถ้าเธอจะลงแข่งจริง ก็ต้องเคลื่อนที่ให้ได้ก่อน!”
หนูแดงนั่งกอดเข่าบนพื้นทันที
“ไอ้คนใจร้าย…ขาเล็กๆของฉันมันเดินไม่ถนัดจริงๆ...ให้ฉันใช้ร่างจริงสิแม่จะตบให้หัวทิ่มทุกตัวเลย…”
ขณะที่กรเอง ยังคงฝึกร่างกายตามปกติ วิ่ง ตั้งท่า ฝึกจังหวะ ฝึกการเคลื่อนที่ แม้เขาจะดูธรรมดาที่สุดในทีมแต่กลับเป็นคนที่พยายามมากที่สุดเช่นกัน
ส่วนไคลน์ และเรน กลับไปปฏิบัติหน้าที่ของชุดขาวได้หลายวันแล้ว เหลือเพียงนิโคล ที่ยังแวะเวียนมาดูทีมแกะดำอยู่แทบทุกวันจัดหา น้ำ ข้าว ของกิน เครื่องดื่ม ไม่ขาด
“พักก่อนมั้ยกรรรร~” นิโคลยื่นผ้าเย็นให้เขาพร้อมรอยยิ้มสดใส
“เช็กเหงื่อให้ไหม?” พยายามดูแลอย่างถึงเนื้อถึงตัว
“ไม่เป็นไรครับ....ขอบคุณครับ…” กรรับมาอย่างเกรงใจ
ขณะที่หนูแดง ซึ่งกำลังนอนแผ่อยู่บนพื้นค่อย ๆ หันหน้ามาช้า ๆ
“…ฮิฮิฮิ....เขาไม่สนตัวเองหรอก....ฮ่าฮ่าฮ่า…”
“เอาไปน้ำของเธอ” นิโคลโยนขวดน้ำใส่หน้าเธอทันที
ในเวลาเดียวกัน
อเล็กก็กำลังวิ่งวุ่นกับ “เอกสารสมัครแข่งขัน” เพื่อยื่นขอส่งทีมแกะดำเข้าร่วม Fight Dot ในนามกองทัพวอร์เกนแต่…มันไม่ง่ายเลย และตอนนี้เขากำลังยืนอยู่หน้าห้องทำงานของบุคคลที่ “เกลียดเขาเข้ากระดูกดำ”
ผู้บัญชาการวาร์กัส ไรน์ฮาร์ต
อเล็กยืนเงียบอยู่หน้าประตูพักหนึ่งก่อนสูดหายใจเข้า
ก๊อก ก๊อก
“เอ่อ…” เขาค่อย ๆ แง้มประตูออกนิดเดียว แล้วโผล่หัวเข้าไป “เข้าไปได้ไหมครับ…”
ภายในห้องทำงานวาร์กัสค่อย ๆ วางปากกาลง บรรยากาศเย็นเฉียบลงทันที
“ครูฝึกอเล็ก…” น้ำเสียงของเขาเย็นจัด
“อะไรทำให้แกกล้ามาเหยียบถึงห้องของฉัน” ไม่มีแม้แต่คำต้อนรับชัดเจนว่าเขาไม่อยากให้อเล็กก้าวเข้ามาในห้องนี้แม้แต่ก้าวเดียว
“อะ…เอ่อ…” อเล็กยิ้มแห้ง ๆ ทันที “คือ…ผมมาขอให้ท่านอนุมัติเรื่องนิดหน่อย…”
เขายังยืนอยู่ตรงประตูที่แง้มไว้ไม่กล้าเดินเข้าไปจริง ๆ
“คือ…ทีมแกะดำจะขอลงแข่ง Fight Dot ในนามกองทัพครับ…”
“แล้วก็…อยากของบสนับสนุนนิดหน่อย…แค่พอสำหรับค่าสมัครก็พอครับ…”
เงียบ จากนั้น—
“Fight Dot?” วาร์กัสทวนช้า ๆ ก่อนสีหน้าจะเริ่มเปลี่ยน
“อย่างพวกแกเนี่ยนะ?”
ปัง!!
เขาตบโต๊ะเสียงดังลั่นทันที
“เสื่อมเสียที่สุด!!!” เสียงตะคอกดังไปถึงนอกห้อง “Fight Dot เป็นกีฬาที่มีเกียรติและศักดิ์ศรี!”
“พวกเขามี: สโมสร ระบบ เงินทุน ธุรกิจรองรับ! ไม่ใช่ทีมบ้าน ๆ ที่เพิ่งนึกอยากลงก็จะสมัครได้!” วาร์กัสลุกขึ้นเต็มความสูงดวงตาเต็มไปด้วยความดูถูก
“รู้ไหมว่าค่าสมัครกับการตรวจสอบทางการเงินมันเท่าไหร่!?”
“หลักหลายล้าน!!”
“กองกำลังของกรานเวลมั่นคงพอจะเสนอทีมลงแข่งได้ก็จริง…” เขาชี้นิ้วใส่อเล็กทันที
“แต่แกจะไม่ได้อะไรจากฉันทั้งนั้น!”
“ถ้าอยากลงนัก…ก็ลงในนามอิสระ! แล้วหาเงินกันเองไป!!”
ปัง!!
เอกสารถูกโยนกลับออกมาจนกระจายเต็มพื้น
ด้านนอกห้อง ทหารหลายคนเริ่มแอบมองก่อนเสียงหัวเราะกับเสียงซุบซิบจะค่อย ๆ ดังขึ้น
“ถ้าแค่แกะดำ 03 คนเดียว ยังพอว่า…แต่นี่ทั้งหน่วยเลยนะ?”
“เละแน่ ฮ่า ๆๆ”
“ตลกชะมัด…”
“จัดทีมไปจองสนามเด็กเล่นก่อนดีไหม”
“ฮ่า ๆๆๆ!”
เสียงหัวเราะดังตามหลังมาเรื่อย ๆ
อเล็กค่อย ๆ ก้มลงเก็บเอกสารเงียบ ๆ ไม่มีเถียง ไม่มีโวยวาย เหมือนคนที่ชินกับเรื่องแบบนี้มานานแล้วก่อนสุดท้าย…เขาจะเดินคอตกออกจากอาคารกองบัญชาการเพียงลำพัง
ไร้การอนุมัติ ไร้การสนับสนุน และไร้ความช่วยเหลือเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา…
เย็นวันนั้นสมาชิกทีมแกะดำทั้งหมดนั่งล้อมวงกินข้าวอยู่ภายในบ้านพักเล็ก ๆ ตามปกติบนโต๊ะมีเพียง ข้าวธรรมดา กับข้าวไม่กี่อย่าง และบรรยากาศเงียบผิดปกติ
แม้แต่หนูแดง ก็ยังนั่งเงียบ ส่วนหมีดำที่ปกติจะกินเสียงดังที่สุดในบ้าน วันนี้กลับนั่งกินเงียบ ๆ อย่างผิดสังเกต
อเล็กนั่งอยู่หัวโต๊ะสีหน้าของเขาดูเหนื่อยกว่าปกติชัดเจนก่อนสุดท้าย เขาจะพูดขึ้นช้า ๆ
“กร…” เสียงนั้นเบากว่าทุกครั้ง “ฉันเสียใจด้วยนะ…” เขานิ่งไปพักหนึ่ง
“…แต่โอกาสที่ทีมเราจะสมัคร Fight Dot ได้ แทบไม่เหลือแล้ว” ภายในบ้านเงียบลงทันที
แม้แต่เสียงช้อนกระทบจานก็หายไป หมีดำค่อย ๆ หยุดกินช้า ๆ ไม่มีใครพูดอะไร
อเล็กจึงพูดต่อด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า
“ทางค่ายทหารไม่อนุมัติให้เราลงสมัคร พวกเขา…ไม่เคยให้อะไรกับพวกเราเลยจริง ๆ” เขาหัวเราะเบา ๆ กับตัวเอง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่เสียงหัวเราะแบบเดิม ไม่มีความกวน ไม่มีความมั่นใจ มีแต่ความผิดหวังลึก ๆ ที่ปิดไม่มิดจนกรกรรณ รู้สึกใจสั่นขึ้นมาเพราะนี่อาจเป็นครั้งแรกที่เขาเห็นครูฝึกอเล็กดูเหมือน “ยอมแพ้จริง ๆ”
“ไม่เป็นไรนะครับ ครูฝึก…” กรรีบพูดขึ้นทันที พยายามคิดหาทางออกให้เร็วที่สุด
“คือ…เรายังหาผู้สนับสนุนอิสระได้ไม่ใช่หรอครับ ถ้าค่อย ๆ หาไป…”
“แล้วทองคำตั้งสามล้านนั่นล่ะ” หนูแดงพูดขึ้นบ้าง ครั้งนี้น้ำเสียงเธอไม่ได้กวนเหมือนปกติ
“เอามาใช้สิ มันน่าจะพอไม่ใช่หรอ”
อเล็กเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนตอบช้า ๆ
“เงินพวกนั้น…ตอนนั้นฉันบริจาคให้โรงพยาบาลไปห้าแสนแล้ว ตอนนี้เหลือประมาณสองล้านห้า”
เขามองลงไปที่โต๊ะเงียบ ๆ
“แต่นั่นเป็นงบของทีม แล้วก็เป็นเงินของเจ้ากรด้วย ฉันเอาเงินของลูกทีมไปเสี่ยงแบบนั้นไม่ได้หรอก”
“ได้สิครับ” กรพูดขึ้นแทบจะทันที เขารีบยิ้มให้เหมือนพยายามให้กำลังใจอีกฝ่าย
“ผมยินดีนะครับ ถ้ามันจะเป็นประโยชน์กับทีมของเรา…”
อเล็กนิ่งไปจากนั้นเขาค่อย ๆ ถอดแว่นดำออกช้า ๆ แล้ววางลงบนโต๊ะ ไม่มีรอยยิ้มอีกแล้วเหลือเพียงแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง ทั้งต่อตัวเอง ทั้งต่อกองทัพและต่อโลกที่ไม่เคยมองเห็นพวกเขาเลย
“ขอบใจมากนะกร…” เสียงของเขาแผ่วลงเล็กน้อย
“เดี๋ยวเราหาเวลาเข้าเมือง…แล้วไปสมัครในนามทีมอิสระกันก็ได้”
พูดจบอเล็กก็ลุกขึ้นจากโต๊ะเงียบ ๆ ก่อนเดินขึ้นบันไดไปชั้นสองช้า ๆ และปิดประตูห้องของตัวเองลงเบา ๆ
ปัง…
เสียงประตูนั้นไม่ได้ดังมากแต่กลับทำให้ทั้งบ้านเงียบสนิท แกะดำทั้งสามคนมองหน้ากันช้า ๆ ไม่มีใครพูดอะไรออกมาเพราะทุกคนรู้ดีครูฝึกอเล็ก ไกรเซอร์ คือคนที่ ไม่เคยยอมแพ้ ไม่เคยหมดหวัง และมักหัวเราะได้เสมอ ต่อให้สถานการณ์แย่แค่ไหน แต่ครั้งนี้…เขากลับดูเหมือนคนที่ “ถอดใจ” ไปจริง ๆ แล้ว…
หลังจากวันนั้น ทีมแกะดำทั้งสามคนก็เริ่มเปลี่ยนไปทีละน้อย
หมีดำไม่ได้แค่วิ่งลากเครื่องจักรตามคำสั่งอีกต่อไป เขาเริ่มยกน้ำหนัก วอร์มร่างกาย และขยับตัวเองก่อนฝึกโดยไม่มีใครต้องมาคอยบอก
หนูแดงเองก็พยายามฝึกให้ร่างเล็กของเธอเคลื่อนไหวคล่องตัวขึ้น เธอรู้ดีว่าถ้าไม่สามารถใช้ร่างเด็กให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้ ในสนามไฟต์ดอต เธอจะกลายเป็นจุดอ่อนทันที
ส่วนกรกรรณ ขอให้ไคลน์มาช่วยเป็นคู่ซ้อมส่วนตัว แม้ฝีมือของเขาจะยังห่างชั้นจากไคลน์มาก แต่กรก็เริ่มเข้าใจแล้วว่า สิ่งที่เขาขาดไม่ใช่แค่พลัง แต่คือประสบการณ์ในการรับมือกับคนที่แข็งแกร่งกว่า
ไม่ใช่แค่ร่างกายที่เปลี่ยนไปพวกเขาเริ่ม “คุยกัน” เรื่องทีมด้วย
กลางวันวันหนึ่ง ทั้งสามนั่งล้อมวงกินข้าวอยู่ในบ้านแกะดำ บรรยากาศดูจริงจังกว่าทุกครั้ง แม้บนโต๊ะจะยังเต็มไปด้วยกับข้าวที่ถูกแย่งกันเหมือนสนามรบย่อย ๆ ก็ตาม
“พี่หมีดำไม่ต้องห่วงนะครับ” กรกรรณพูดขึ้นอย่างมั่นใจ “ถ้าพี่โจมตีใครไม่ได้ พี่แค่รับอย่างเดียวก็พอ ป้องกันดอตไว้ ส่วนผมกับหนูแดงจะเป็นคนลุยเอง”
หนูแดงที่กำลังเคี้ยวข้าวอยู่หันไปมองหมีดำ
“ว่าแต่พลังของแกคืออะไรนะ ขอชัด ๆ อีกทีได้ไหม? เค้าเองก็ไม่เคยรู้จริง ๆ เหมือนกัน”
หมีดำนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนหัวเราะในลำคอเบา ๆ
“ฮึ…” เขาวางช้อนลง แล้วตอบเรียบ ๆ
“สะท้อนการโจมตี มีแค่นั้น” กรกรรณกับหนูแดงนิ่งไปพร้อมกัน
เงียบ
เงียบจนได้ยินเสียงตะเกียบของอเล็กกระทบถ้วยข้าวจากอีกฝั่งหนึ่งของห้อง
“สะท้อน…การโจมตี?” กรกรรณทวนคำช้า ๆ
“อืม…งั้นที่ผมชกพี่หมีดำแล้วกระดูกมือหัก…ก็เพราะแบบนี้สินะครับ”
“ก็ประมาณนั้น”
กรกรรณหน้าแห้งลงทันที “ถึงว่าสิครับ…”
หมีดำยิ้มบาง ๆ เหมือนเรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
“ถ้าเป็นช่วงยุคทองนะ ฉันสะท้อนกลับได้สี่ถึงห้าเท่าเลย”
คราวนี้หนูแดงถึงกับหยุดเคี้ยว
“อ๋อ…” เธอพยักหน้าช้า ๆ แล้วใช้ช้อนจิ้มข้าวในจาน “ถึงว่า เค้าจิ้มแกไม่เข้าสักที อย่างนี้นี่เอง”
“เธอเคยจิ้มฉันด้วยเหรอ” หมีดำถามเสียงเรียบ
“เอ้อ อะดิ” หนูแดงตอบหน้าตาเฉย “ตอนแกหลับ”
กรกรรณหันขวับไปมองเธอ
“หนูแดง!”
วงข้าวของแกะดำดำเนินต่อไปแบบนั้น ทั้งจริงจัง ทั้งประหลาด และวุ่นวายตามแบบของพวกเขา แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดขึ้นเรื่อย ๆ คือทั้งสามคนเริ่มเข้าใจกันมากขึ้น
เข้าใจว่าใครทำอะไรได้
เข้าใจว่าใครควรยืนตรงไหน
และเข้าใจว่า ถ้าพวกเขาจะลงสนามด้วยกันจริง ๆ พวกเขาต้องเชื่อใจกันมากกว่าที่เคย
“ขอข้าวเพิ่มครับ นิโคล”
หมีดำยื่นถ้วยข้าวเปล่าไปให้หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ
นิโคลรับถ้วยนั้นด้วยมือสั่นระริก ดวงตาของเธอแทบไม่กะพริบเลยตั้งแต่เมื่อครู่ ไม่ใช่เพราะกลัวแต่เพราะตอนนี้หมีดำไม่เหมือนหมีดำคนเดิมอีกแล้ว
ชายร่างใหญ่ที่เคยดูอ้วน เฉื่อย และใส่เสื้อยืดย้วย ๆ อยู่ทุกวัน บัดนี้กลับมีร่างกายแน่นหนา กล้ามเนื้อชัดเจนเหมือนนักรบเผ่าโบราณ ผิวหยาบกร้าน ใบหน้าคมเข้ม ดิบเถื่อน และมีแรงกดดันแปลก ๆ ที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวหนักขึ้นโดยไม่ต้องพูดอะไร
นิโคลกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เผลอยิ้มและเช็ดมุมปากตัวเองเป็นครั้งที่สามของวัน
“ได้…ได้เลยจ๊ะ…”
เสียงของเธอสั่นอย่างเห็นได้ชัด
หนูแดงเหลือบมองนิโคล แล้วหรี่ตาลง
“นี่แกไม่ได้ตื่นเต้นเพราะกลัวใช่ไหม”
นิโคลสะดุ้ง
“ไม่…เฮอะๆ ไม่เลย” ของดีย์อีกแล้ว “เฮอะๆ”
หมีดำรับถ้วยข้าวกลับมาอย่างไม่รู้เรื่องอะไร
“ขอบคุณครับ”
และแล้วก็ถึงวันที่ อเล็กก็พาทุกคนเข้าเมือง เพื่อไปยังศูนย์รับสมัครที่ใกล้ที่สุด
สถานที่นั้นไม่ใช่สำนักงานกีฬา ไม่ใช่อาคารราชการ และไม่ใช่สนามฝึก
แต่คือ—“Velvet Cage”
สถานบันเทิงใต้ดินชื่อดังของกรานเวล
แม้งานแข่งขัน Fight Dot World Fight จะยังไม่เริ่ม แต่บรรยากาศรอบตัวกลับร้อนแรงเหมือนเทศกาลใหญ่ โต๊ะพนันถูกตั้งอยู่ตามมุมต่าง ๆ ตั้งแต่หน้าทางเข้า กระดานอัตราต่อรองของทีมดังถูกฉายขึ้นบนจอโฮโลแกรม ผู้คนแต่งตัวหรูเดินถือแก้วเหล้า คุยกันเรื่องผู้เล่น ค่าเหนื่อย สปอนเซอร์ และราคาต่อรองอย่างสนุกปาก
สำหรับคนทั่วไป นี่อาจเป็นสถานที่สมัครแข่งขัน แต่สำหรับ Velvet Cage มันคือ “ตลาดซื้อขายความฝัน” ที่มีเงินเดิมพันไหลเวียนตั้งแต่ยังไม่มีใครลงสนาม
ทีมแกะดำเดินเข้ามาท่ามกลางสายตาของผู้คน
หมีดำในร่างใหญ่แน่นเหมือนนักรบโบราณทำให้หลายคนเผลอหันมามอง หนูแดงเดินกอดแขนกรกรรณอย่างไม่สนใจใคร ส่วนกรเองพยายามทำตัวให้ปกติที่สุด แม้จะเริ่มรู้สึกได้ว่ามีคนจำหน้าเขาได้บ้างแล้ว
อเล็กเดินนำทุกคนไปถึงบู๊ทติดต่อประชาสัมพันธ์
“ขอโทษนะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ “เรามาสมัครลงแข่ง Fight Dot”
เจ้าหน้าที่หญิงสองคนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะนิ่งไปครู่หนึ่ง
“อะไรนะคะ?”
อเล็กยื่นเอกสารให้
“สมัคร Fight Dot World Fight ที่กำลังจะจัดขึ้น” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งรับเอกสารไปเปิดดูแบบไม่ใส่ใจนัก แต่ทันทีที่เห็นชื่อทีม เธอก็หลุดหัวเราะออกมา
“ฮ่า ๆ ๆ เดี๋ยวนะคะ พวกคุณจะมาสมัครอะไรนะ?”
“Fight Dot World Fight” อเล็กตอบอีกครั้ง
เจ้าหน้าที่หญิงอีกคนถึงกับชะโงกหน้ามาดู แล้วหัวเราะตามทันที
“Fight Dot World Fight? พูดผิดหรือเปล่าคะ หมายถึง Fight Dot Kid ระดับท้องถิ่นของกรานเวลหรือเปล่า?”
“ไม่ใช่” อเล็กพูด
“ถ้าเป็นรายการเด็กท้องถิ่นก็มาผิดเวลาแล้วนะคะ” เธอยิ้มเยาะ “แข่งจบไปตั้งแต่ต้นปีแล้วค่ะ”
เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นจากคนแถวนั้น
กรกรรณก้มหน้าลงเล็กน้อย ส่วนหนูแดงเริ่มหรี่ตา
อเล็กยังคงยืนนิ่ง
“เราหมายถึง World Fight จริง ๆ”
น้ำเสียงของเขาจริงจังขึ้นเล็กน้อย
คราวนี้เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ทั้งสองคนจึงมองทีมแกะดำอีกครั้ง ตั้งแต่หัวจรดเท้า มองอเล็กที่ดูเหมือนคนตกงาน มองเด็กสาวตัวเล็กผมขาว มองชายร่างใหญ่ที่ดูน่ากลัวเกินกว่าจะเป็นนักกีฬา แล้วสุดท้าย มองกรกรรณที่ยังดูเหมือนเด็กหนุ่มธรรมดามากกว่านักสู้
“งั้นขอถามง่าย ๆ นะคะ” เจ้าหน้าที่สาววางเอกสารลงบนโต๊ะ “ผู้สนับสนุนของพวกคุณคือใคร?”
อเล็กเงียบไป
เธอยิ้มทันที ราวกับรู้อยู่แล้วว่าจะได้คำตอบแบบนั้น
“ถึงจะเป็นทีมอิสระ ก็ไม่ได้หมายความว่าใครจะเดินเข้ามาลงสมัครได้เฉย ๆ นะคะ รายการนี้คือ World Fight ไม่ใช่งานโรงเรียน”
เจ้าหน้าที่อีกคนหัวเราะเสริม
“มีบริษัทชุดกีฬาแบรนด์ดังดูแลไหม? เครื่องดื่มยักษ์ใหญ่? บริษัทอาวุธ? สื่อ? เจ้าของสนาม? หรืออย่างน้อยก็สมาคมกีฬาระดับเมือง?”
เธอกวาดตามองทีมแกะดำอีกครั้ง ก่อนแค่นหัวเราะ
“คงไม่ใช่อาแปะขายของในตลาดที่จู่ ๆ ก็อยากสร้างทีมเพราะเห็นรายการนี้กำลังดังหรอกนะคะ”
เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง
กรกรรณกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว
หนูแดงยิ้มบาง ๆ แต่รอยยิ้มนั้นเย็นจนน่ากลัว
หมีดำยังยืนนิ่งเหมือนเดิม
อเล็กถามอีกครั้ง
“ถ้าไม่มีผู้สนับสนุน เราสมัครได้ไหม?”
คราวนี้น้ำเสียงของเขานิ่งมาก
นิ่งจนกรกรรณรู้สึกได้ว่า นี่อาจเป็นคำถามครั้งสุดท้าย
เจ้าหน้าที่สาวหยิบใบสมัครขึ้นมา แล้วตอบอย่างไม่มีเยื่อใย
“ไม่ได้ค่ะ” เธอยกเอกสารขึ้นตรงหน้า
“คำตอบชัดเจนพอไหม?” จากนั้นก็โยนใบสมัครของทีมแกะดำออกจากโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจ
กระดาษแผ่นนั้นปลิวไปตามพื้นหินอ่อนของ Velvet Cage ก่อนจะไถลไปหยุดอยู่แทบเท้าของชายชราคนหนึ่ง
เสียงรอบข้างเงียบลงทันที
เจ้าหน้าที่หญิงทั้งสองคนหน้าซีดเผือด พวกเธอรีบลุกขึ้นยืนตรง แล้วก้มศีรษะอย่างลนลาน
“ทะ…ท่านโอโน!”
“ต้องขออภัยอย่างสูงค่ะ! พวกเราไม่ได้ตั้งใจจะทิ้งขยะใส่ท่านนะคะ!”
ชายชราผู้นั้นยืนอยู่กลางทางเดิน เขาสวมชุดสูทเรียบหรูสีเขียวเข้ม มือข้างหนึ่งถือไม้เท้าหัวเงิน ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยย่นของคนที่ผ่านโลกมานาน แต่ดวงตายังคมกริบราวกับไม่เคยปล่อยให้รายละเอียดใดหลุดรอดไปได้
เขาคือ โอโน ชายผู้มีชื่อเสียงในโลกใต้ดินของกรานเวลและเป็นคนที่ไม่มีใครใน Velvet Cage กล้าหัวเราะใส่
โอโนก้มมองกระดาษตรงปลายเท้าเล็กน้อย ก่อนใช้ไม้เท้าเขี่ยมันออกเบา ๆ การ์ดที่เดินตามหลังมารีบก้มลงเก็บเอกสารขึ้นมา
“อะไร” โอโนถามเสียงต่ำ
การ์ดเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว
“ใบสมัครครับท่าน”
“ใบสมัคร?”
“ครับ ใบสมัครกีฬา Fight Dot World Fight ของทีม…แกะดำ”
ปลายคิ้วของโอโนขยับขึ้นเล็กน้อย
การ์ดอ่านต่อ
“หัวหน้าทีมและโค้ชคือ อเล็ก ไกรเซอร์”
เพียงชื่อเดียว บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไป เจ้าหน้าที่หญิงสองคนยิ่งหน้าซีดกว่าเดิม โอโนค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น มองผ่านอเล็ก หมีดำ และหนูแดง
ก่อนสายตาของเขาจะหยุดอยู่ที่กรกรรณ
ดวงตาชรานั้นหรี่ลงเล็กน้อย
“เจ้าหนุ่มคนนั้น…”
กรกรรณสะดุ้งนิด ๆ เมื่อรู้ว่าถูกมองตรง ๆ
โอโนยกมุมปากขึ้น
“คนที่โยนลูกเหล็กเข้าหมายเลขสิบสาม”
เสียงซุบซิบดังขึ้นทันทีจากคนรอบข้าง กรกรรณนิ่งไป หนูแดงเหลือบมองเขา แล้วหัวเราะเบา ๆ เหมือนกำลังสนุก
โอโนยังคงมองกรต่อ
“แล้วก็เป็นหนึ่งในสองคนสุดท้ายที่ยืนปกป้องผลึกดอกเบญจมาศไว้จนจบศึก”
คราวนี้เสียงรอบข้างเงียบลงอีกครั้ง
สายตาที่เคยดูถูกทีมแกะดำเริ่มเปลี่ยนไป บางคนเริ่มหันมองกรกรรณใหม่ บางคนมองหมีดำ บางคนมองหนูแดง
แกะดำ
โอโนหัวเราะในลำคอ
“หึ ๆ…”
เขายื่นมือออกไป การ์ดรีบส่งใบสมัครให้ทันที
โอโนกวาดตามองเอกสารแผ่นนั้นเพียงครู่เดียว ก่อนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดังนัก แต่ทำให้ทุกคนในบริเวณนั้นได้ยินชัดเจน
“น่าสนใจจริง ๆ”
เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ทั้งสองคนกลืนน้ำลายพร้อมกัน
“ทะ…ท่านโอโนคะ คือทีมนี้ยังไม่มีผู้สนับสนุน และตามระเบียบ—”
โอโนยกไม้เท้าขึ้นเล็กน้อย แค่ขยับครั้งเดียว เจ้าหน้าที่คนนั้นก็เงียบลงทันที
ชายชรามองใบสมัครอีกครั้งก่อนจะยิ้มบาง ๆ
“ฉันจะเป็นผู้สนับสนุนให้”
คำพูดของโอโนทำให้บริเวณบู๊ทรับสมัครเงียบกริบทันที ไม่ใช่แค่เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์สองคนที่ตกใจ แม้แต่คนรอบข้างที่กำลังมุงดูอยู่ก็ยังหันมามองเป็นตาเดียวกัน
โอโน วาเลสก้า
ชายชราผู้กว้างขวางที่สุดคนหนึ่งในโลกใต้ดินของกรานเวล
เขาไม่ใช่แค่เจ้าของคาสิโน ไม่ใช่แค่ผู้มีอิทธิพลใน Velvet Cage แต่เป็นคนที่นักการเมืองของกรานเวลยังต้องเกรงใจ เครือข่ายของเขาครอบคลุมทั้งการค้าชายแดน การขนส่งสินค้า การส่งออกอาวุธข้ามแดน ไปจนถึงธุรกิจสีเทานับไม่ถ้วนและบนดิน—เขายังเป็นเจ้าของบริษัทเอกชนที่ดูแลระบบการเดินรถสาธารณะกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของเมือง ชื่อเสียงระดับนี้ มากพอจะส่งทีมนักกีฬาเข้าร่วม Fight Dot World Fight ได้พร้อมกันห้าทีมด้วยซ้ำ
แต่ชายคนนั้นกลับพูดว่า—จะสนับสนุนทีมแกะดำ
“อะไรนะครับ…” กรกรรณหลุดปากออกมาอย่างตกใจ
โอโนหัวเราะในลำคอเบา ๆ
“แต่มีข้อแม้”
น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่ง แต่นิ่งแบบคมกริบ ราวกับมีดที่วางอยู่บนโต๊ะโดยไม่จำเป็นต้องขู่ใคร
กรกรรณรู้ได้ทันทีว่า สิ่งที่กำลังจะตามมาไม่ใช่เรื่องง่าย
โอโนใช้ไม้เท้าเคาะพื้นเบา ๆ หนึ่งครั้ง
“ถ้าพวกเธอแน่จริง ก็ต้องเอาชนะทีมของฉันให้ได้”
เจ้าหน้าที่ทั้งสองคนหน้าซีดลงเล็กน้อย
คนรอบข้างเริ่มซุบซิบกันทันที
“ถ้าพวกเธอชนะ” โอโนพูดต่อ “ฉันจะมอบสิทธิ์การเป็นผู้สนับสนุนให้ทีมแกะดำ”
สายตาของเขาหยุดลงที่กรกรรณ
นิ่ง
หนัก
เหมือนนักรบแก่ที่ไม่ได้ลงสนามมานาน แต่ยังจำกลิ่นเลือดได้ดี
กรกรรณเผลอกลืนน้ำลาย
“ตะ…แต่ว่า…”
เจ้าหน้าที่หญิงคนหนึ่งยกมือขึ้นอย่างเกรง ๆ
“ท่านคะ ตามระเบียบ นักกีฬาต้องมีสมาชิกลงทะเบียนห้าคนนะคะ ตัวหลักสามคน ตัวสำรองสองคนค่ะ”
กรกรรณหันกลับไปมองทีมตัวเอง
หมีดำ
หนูแดง
และตัวเขาเอง
“ตอนนี้เรามีแค่สามคน…”
“ฉันจะเป็นตัวสำรองคนที่สี่ให้” อเล็กพูดขึ้นทันที
ทุกคนหันไปมองเขา อเล็กยกมือขึ้นเล็กน้อย สีหน้าเหมือนคนที่ไม่ได้มีความหวังอะไรกับชีวิตมากนัก แต่ก็ยังพูดต่อ
“แล้วจะรีบหาคนที่ห้ามาลงชื่อให้ทัน”
หนูแดงเหลือบมองเขา
“ครูฝึกลงเป็นตัวสำรองได้ด้วยเหรอ”
“ไม่รู้สิ...” อเล็กตอบ
โอโนยิ้มบาง ๆ ก่อนหันไปทางเลขาของตน
“ใครก็ได้อธิบายกฎที่ถูกต้องให้ฉันฟังที” น้ำเสียงนั้นเหมือนเขารู้คำตอบอยู่แล้วแต่ต้องการให้ทุกคนในที่นี้ได้ยินพร้อมกัน
เลขาสาวที่เดินตามหลังเขาเปิดแท็บเล็ตขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนอ่านข้อมูลด้วยน้ำเสียงเป็นทางการ
“ตามกฎของ Fight Dot World Fight ทีมสามารถลงทะเบียนขั้นต่ำได้สามคนค่ะ แม้รูปแบบมาตรฐานจะเป็นผู้เล่นห้าคน ตัวจริงสามคนและตัวสำรองสองคน แต่ไม่ได้บังคับว่าต้องครบห้าคนจึงจะลงสมัครได้”
เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ทั้งสองคนหน้าถอดสีทันที
เลขาสาวอ่านต่อโดยไม่สนใจ
“อย่างไรก็ตาม ทีมที่มีผู้เล่นเพียงสามคนจะเสียเปรียบอย่างมาก เพราะไม่มีตัวเปลี่ยนในรอบถัดไป หากมีผู้เล่นบาดเจ็บสะสมจนสภาพร่างกายไม่สามารถลงแข่งได้ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ หรือไม่สามารถลงแข่งต่อได้ ทีมจะไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนตัว”
เธอเลื่อนหน้าจอหนึ่งครั้ง
“และหากในการแข่งขันรอบต่อไป ทีมมีผู้เล่นที่พร้อมลงสนามเหลือน้อยกว่าสามคน จะถูกปรับแพ้โดยอัตโนมัติค่ะ”
กรกรรณนิ่งไป
หมายความว่า—
ถ้ามีแค่สามคน
พวกเขาต้องลงทุกสนาม
ไม่มีพัก
ไม่มีเปลี่ยนตัว
ไม่มีคนรับแทน
ถ้าใครล้มลงแม้แต่คนเดียว ทั้งทีมจะพังทันที
เลขาสาวยังคงอ่านต่อ
“ในประวัติการแข่งขัน Fight Dot World Fight เคยมีทีมที่ลงทะเบียนผู้เล่นเพียงสามคน และสามารถฝ่าถึงรอบสูงสุดได้เพียงรอบสิบหกทีมสุดท้ายค่ะ”
“เพราะอะไร” โอโนถาม
“เพราะผู้เล่นบาดเจ็บสะสมเกินขีดจำกัด ไม่สามารถลงแข่งต่อในรอบถัดไปได้ค่ะ”
เสียงรอบข้างเงียบลงอีกครั้ง
รอบสิบหกทีมสุดท้ายสำหรับคนอื่น อาจถือว่าสุดยอดแล้วแต่สำหรับทีมแกะดำ—แค่ไปถึงตรงนั้นก็เพียงพอจะพาพวกเขาไปยังเมืองหลวง นั่นคือเป้าหมายแรกของกรกรรณแต่สำหรับอเล็ก…
กรกรรณเหลือบมองครูฝึกของตน ชายที่เคยถูกโลกหัวเราะเยาะ ชายที่ถูกมองว่าเป็นต้นเหตุของมังกรดำ ชายที่เหลือเพียงทีมแกะดำเป็นสิ่งสุดท้ายในมือ สำหรับอเล็กแล้ว นี่ไม่ใช่แค่การแข่งขัน มันอาจเป็นศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ทั้งหมดของเขาและถ้าล้มเหลวอีกครั้ง—กรกรรณไม่แน่ใจเลยว่า อเล็กจะยังเหลืออะไรให้ยึดไว้อีก
“แค่นั้นพอ”
โอโนยกมือขึ้น เลขาสาวจึงปิดแท็บเล็ตทันที
ชายชราหันไปหาอเล็ก
“ว่าไง” เขาใช้ไม้เท้าชี้ขึ้นไปด้านบน
“พร้อมไหม” ดวงตาของโอโนหรี่ลงเล็กน้อย
“โอกาสมีครั้งเดียว”
เขาพูดช้า ๆ ชัด ๆ
“ตอนนี้….ชั้นบนสุด….สนามของ Velvet Cage”
บรรยากาศรอบตัวหนักขึ้นทันที สนามของ Velvet Cage มันไม่ใช่สนามสมัครธรรมดา แต่มันคือสนามโชว์พลังของเหล่านักพนัน ผู้สนับสนุน และทีมใต้ดินที่อยากขายชื่อก่อนขึ้นเวทีโลก ถ้าแกะดำแพ้ตรงนั้น พวกเขาจะไม่ได้เสียแค่สิทธิ์สมัครแต่จะถูกหัวเราะเยาะทั้งกรานเวลตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มแข่งจริง
อเล็กเงียบไปเพียงเสี้ยววินาทีจากนั้นเขาก็ยิ้มแห้ง ๆ เป็นรอยยิ้มของคนที่เหมือนไม่พร้อมอะไรเลย
แต่กลับตอบโดยไม่ลังเล
“แน่นอน…” กรกรรณหันไปมองเขาอเล็กพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ
“พวกเขาพร้อมแล้ว” คำตอบนั้นทำให้ทีมแกะดำทั้งสามคนเงียบไป
หมีดำวางถุงของกินในมือลง หนูแดงยิ้มกว้างขึ้นจนเห็นเขี้ยวเล็ก ๆ กรกรรณกำมือแน่น
พร้อมหรือไม่พร้อม—มันไม่สำคัญอีกแล้ว เพราะตอนนี้ พวกเขาไม่มีทางถอย ไม่ใช่เพราะโอโน ไม่ใช่เพราะเจ้าหน้าที่ที่ดูถูก ไม่ใช่เพราะผู้คนที่มองมาเหมือนเห็นตัวตลก แต่เพราะนี่คือครั้งแรกที่ทีมแกะดำมีโอกาสยืนอยู่หน้าประตูของโลกใบใหญ่จริง ๆ และไม่มีใครในทีมพร้อมที่จะแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้ลงสนาม
โอโนยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
“ดี”
เขาหันหลังกลับ แล้วเดินนำไปยังลิฟต์ส่วนตัว การ์ดเปิดทางให้ทันที
ไฟใน Velvet Cage สะท้อนลงบนพื้นหินอ่อนเป็นเงาวูบไหว ขณะที่ผู้คนเริ่มส่งเสียงฮือฮา ข่าวแพร่กระจายเร็วราวไฟลาม ทีมแกะดำ ทีมไร้สปอนเซอร์ ทีมที่มีแค่สามคนกำลังจะขึ้นไปท้าทีมของโอโนบนสนามชั้นบนสุด
หมีดำเดินตามมาด้านหลังอย่างเงียบ ๆ ก่อนพูดสั้น ๆ
“ขึ้นไปกันเถอะ”
อเล็กมองทั้งสามคนอยู่ครู่หนึ่ง แววตาของเขาอ่อนลงเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปยังลิฟต์ที่เปิดรออยู่และในวินาทีนั้นเอง—ทีมแกะดำก้าวเข้าสู่สนามแรกของพวกเขา
สนามที่ยังไม่ใช่ World Fight แต่เป็นสนามที่จะตัดสินว่าพวกเขามีค่าพอจะถูกเรียกว่า “ทีม” หรือไม่.
คำยืนยันของเจ้าของนิยาย
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ