วันฟ้าหม่น

9.0

เขียนโดย Mawmeaw

วันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2553 เวลา 18.49 น.

  10 ตอน
  29 วิจารณ์
  9,309 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 12 เมษายน พ.ศ. 2562 13.02 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

3) ประกาศสงคราม

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

“ใช่ ฉันนี่แหละคือ ลูกสาวของคุณพิมพา และฉันขอบอกว่าไม่ว่าแม่จะรักผู้ชายอย่างคุณมากแค่ไหน และไม่ว่าคุณจะคิดยังงัยกับแม่ของฉัน คุณจะรักแม่ของฉันจริงหรือแค่อยากหลอกลวงผู้หญิงธรรมดาๆอย่างแม่ของฉันเท่านั้นก็ตาม”

 

“แต่ยังยังงัยก็ตาม ฉันขอยืนยันไว้ ณ ที่นี้ ว่าฉันจะขัดขวางคุณให้ถึงที่สุด งานแต่งงานระหว่างคุณกับแม่ของฉันจะไม่มีวันเกิดขึ้นโดยเด็ดขาด”

 

ชายหนุ่มตรงหน้าปรบมือเบาๆและยิ้มเต็มหน้าก่อนจะพูดว่า

 

“คุณเป็นผู้หญิงคนแรกที่กล้าบุกมาเพื่อมาประกาศสงครามกับผมถึงที่ ดี ผมชอบคนที่พูดตรงไปตรงมาแบบคุณนี่แหละ คุณเก่งจริงๆ ผมขอชื่นชมคุณจากใจจริง”

 

หญิงสาวรู้สึกว่าเขากำลังเห็นสิ่งที่เธอพูดเป็นเรื่องตลก ท่าทางชายหนุ่มตรงหน้าสบายๆ เขาไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนอะไรกับคำพูดของเธอเลยแม้แต่น้อย

 

“นี่คุณพิภพ คุณคิดว่าที่ฉันพูดเป็นเรื่องตลกงั้นหรือ คุณคิดผิดแล้ว คอยดูนะ สักวันคุณกับฉันจะได้เห็นดีกัน”

 

ชายหนุ่มยิ้มในหน้าอีกครั้งอย่างพึงพอใจ เขาไม่มีท่าทางสะทกสะท้านกับคำพูดของเธอเลย เขายังคงพูดทีเล่นทีจริงกับเธออีกว่า

 

“ดีครับ ถือว่าผมโชคดีจริงๆ วันนี้ผมชักจะเริ่มเห็นอะไรดีดีในตัวคุณ ต่อไปหวังว่าคุณคงจะเห็นอะไรดีดีในตัวผมบ้างนะครับ”

 

พูดจบเขาก็ยื่นมือขวามาตรงหน้าหญิงสาวก่อนรีบพูดต่อว่า

 

“ยินดีที่ได้รู้จักผู้หญิงแกร่งๆอย่างคุณครับ ไม่ทราบว่าจะให้ผมเรียกคุณว่าอะไรดีครับ”

 

หญิงสาวนึกโมโหที่เขาเล่นลิ้นกับเธอและเห็นสิ่งที่เธอมาพูดกับเขาวันนี้เป็นแค่เรื่องล้อเล่นเท่านั้นเอง

 

“คุณไม่จำเป็นต้องรู้จักฉันและฉันก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรู้จักคุณด้วยซ้ำ หวังว่าคุณคงเข้าใจสิ่งที่ฉันมาบอกคุณวันนี้ เพราะนับจากนี้ไป ฉันจะถือว่าคุณ คือ ศัตรูของฉัน”

 

ชายหนุ่มยังคงมีท่าทางสบายๆเหมือนเคย เขาบอกกับหญิงสาวว่า

 

“อืม ผมว่า คุณมีน้ำใจนักกีฬามากนะคุณผู้หญิง ที่อย่างน้อยคุณก็มาบอกฝ่ายตรงข้ามว่าคุณพร้อมที่จะลงมือโจมตีแล้ว ให้อีกฝ่ายมีโอกาสเตรียมพร้อมรับมือกับอาวุธทุกรูปแบบของคุณ”

 

“แต่ผมว่าอย่างน้อยๆคุณก็น่าจะบอกให้เขาทราบชื่อเสียงเรียงนามของฝ่ายทางคุณไว้บ้างนะครับ อย่างน้อยๆเขาจะได้เตรียมรับมือคุณได้ถูก”

 

ชายหนุ่มพูดยิ้มๆ ซึ่งตรงข้ามกับหญิงสาวตรงหน้าที่ยืนทำหน้าบึ้งตึงด้วยความไม่พอใจกับอาการล้อเลียนและคำพูดก่อกวนของเขา

 

อีกอย่างท่าทางสบายๆ ดูไม่เดือดเนื้อร้อนใจอะไร เป็นสิ่งที่ทำให้หญิงสาวรู้สึกขัดเคืองใจยิ่งนัก

 

จู่ๆก็มีเสียงเคาะประตูเบาๆ

 

ชายหนุ่มจึงบอกว่า

 

“เข้ามา…มีอะไรเหรอโสภา”

 

“คือ ท่านประธาน บอกว่าท่านติดธุระอีกประมาณสัก 2-3 ชั่วโมง ท่านจึงจะเข้ามา ท่านบอกให้คุณพีระศักดิ์รอท่านที่นี่หรือจะออกไปทานอะไรรอท่านที่ห้องอาหารของบริษัทก่อนก็ได้ค่ะ”

 

“อืม งั้นเหรอ ขอบใจมากโสภา”

 

โสภาหันมามองหน้าหญิงสาวแปลกหน้าในห้องด้วยความสงสัยสักครู่ ก่อนจะเห็นสายตาเป็นเชิงไล่ของชายหนุ่ม

 

หล่อนจึงขอตัวออกไปแต่ก็ไม่วายแอบเหล่มอง พร้อมกับนึกสงสัยว่า

 

“เอ ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกันนะ คุณพีถึงได้ไม่ไล่ตะเพิดออกมาเหมือนทุกครั้ง แสดงว่าผู้หญิงคนนี้ต้องมีอะไรดีดีแน่ หรือว่า…”

 

ตอนนี้พริริยาเข้าใจทุกอย่างแจ่มแจ้งแล้ว  โดยการเฉลยของเลขาหน้าห้องเมื่อสักครู่นั่นเอง

 

หญิงสาวรู้ตัวว่าพลาดไปถนัด แต่เธอก็พยายามบอกตัวเองให้ใจเย็นๆ ไม่เต้นไปตามเกมส์ของชายหนุ่มอีกต่อไป

 

“นี่คุณ ตกลงคุณไม่ใช่คุณพิภพใช่มั๊ย แล้วคุณเป็นใคร”

 

“ขอบคุณสำหรับคำถามครับคุณผู้หญิง ผม พีระศักดิ์ หลานชาย คนเดียวของคุณลุงพิภพ ยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รู้จักกับผู้หญิงสวยๆและฝีปากกล้าอย่างคุณ”

 

เขาทำท่าโค้งหนึ่งครั้งก่อนจะยื่นมือขวามาตรงหน้าหญิงสาวอีกรอบอย่างใจเย็น เขาส่งยิ้มให้เธอ แม้เธอแทบจะแยกเขี้ยวใส่เขาตอนนี้แล้วก็ตามที

 

พริริยาใช้มือขวาของเธอปัดมือของชายหนุ่มออกไปอย่างแรง ก่อนจะพูดทิ้งท้ายไว้ว่า

 

“ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม ฉันไม่อยากรู้จักใคร โดยเฉพาะคนที่เป็นฝ่ายเดียวกับคนที่เป็นฝ่ายตรงข้ามกับฉันอย่างนายพิภพนั่น”

 

พูดจบหญิงสาวก็สะบัดตัว และรีบเดินหนีออกมาจากห้องนั้นอย่างรวดเร็ว

 

พีระศักดิ์ยกมือขวาขึ้นมามองดู พร้อมกับยิ้มให้กับตัวเอง ก่อนจะพูดกับตัวเองเบาๆว่า

 

“คุณเป็นผู้หญิงคนแรกที่ทำให้ผมรู้สึกสนใจและผมอยากรู้จักคุณให้มากขึ้นกว่านี้อีก คุณเป็นใครกันแน่นะ”

 

หลังเดินออกมาพ้นจากห้องทำงานนั่นแล้ว หญิงสาวคิดในใจว่า

 

“นายพีระศักดิ์ คิดว่าฉันจะหลงกล ให้นายมาหลอกได้ง่ายๆเหรอ ไม่มีทางหรอก วันนี้ถือซะว่าฉันประกาศสงครามกับทั้งลุงทั้งหลานทีเดียวไปพร้อมๆกันซะเลยก็แล้วกัน”

 

พริริยารีบเดินออกจากตัวตึกไปอย่างรวดเร็ว จนไม่ทันได้สังเกตว่า บนหน้าต่างห้องทำงานของชั้นที่เธอเพิ่งเดินออกมา มีใครคนหนึ่งยกวัตถุบางอย่างขึ้นมาส่องเล็งไปที่เธอในระยะไกล

 

ก่อนจะกดเบาๆ จนเกิดแสงวาบขึ้นมา 1 ครั้ง เขาคนนั้นยิ้มอย่างพอใจขณะที่ใช้มือหยิบกระดาษสีขาวขนาดเล็กที่ค่อยๆเลื่อนออกมาจากวัตถุนั้นขึ้นมามองดู

 

(โปรดติดตามตอนต่อไป)Laughing

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
9 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
10 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
8 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา