โอม ตอนที่ 1 แรงอาฆาต

9.3

เขียนโดย Jalando

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 10.48 น.

  88 บท
  14 วิจารณ์
  7,452 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561 19.32 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

10) ความหวาดระแวง

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

บทที่ 10 ความหวาดระแวง

 

        หลังจากหนุ่มโอมได้ทำการตรวจสอบบริเวณดาดฟ้าอยู่ครู่ใหญ่ เขาก็เดินกลับลงมา ทันทีที่เด็กหนุ่มเดินลงมาจากชั้นดาดฟ้ามาถึงหน้าประตูลิฟต์ที่ชั้น 4 เด็กหนุ่มก็พบ "จิตหรา" สาวสวยซึ่งตกเป็นเหยื่อของเหตุการณ์สยอง เธอมองมาที่โอมด้วยแววตาซึ่งเจือความสงสัยอย่างชัดเจน 

 

" เจอกระเป๋าเงินแล้วครับพี่ ถ้าผมไม่เจอคงแย่เลย อาจต้องถึงขั้นเดินกลับบ้านกันเลยทีเดียว " เด็กหนุ่มชิงตอบก่อนด้วยสีหน้ายิ้ม ท่าทางสดชื่นคล้ายไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

 

" อืมๆ เอ่อ..." จิตหราพยักหน้ารับพลางทำท่าเหมือนจะเอ่ยอะไร 

 

" มีอะไรหรือครับ " เด็กหนุ่มเปิดช่องให้ถาม 

      

 

         จิตหราแสดงสีหน้าและแววตาที่ดูสับสนและร้อนรนครู่หนึ่ง เธอจึงตัดสินใจเปิดปากถามเสียงสั่นๆคล้ายคนที่กำลังเกิดความกลัวเข้าครอบงำจิตใจ 

 

" แล้วที่เธอขึ้นไปตรวจดูชั้นบนในครั้งนี้ เธอพบอะไรบ้างล่ะ " 

 

" พบ......อ้อ จากรอยเท้าบอกให้เราหาเจ้าของรองเท้าส้นสูงคู่ที่สองนั้นให้ได้น่ะครับ ส่วนรูปพรรณของเจ้าของรอยเท้าคู่นั้นผมได้อธิบายแบบคร่าวๆไว้เท่าที่บอกกับพี่เมื่อครู่ " เด็กหนุ่มตอบ งงๆ เพราะเท่าที่รู้เขาได้ตอบคำถามของหญิงสาวไปแล้วรอบหนึ่งที่ชั้นดาดฟ้าแล้วนี่ 

 

" อืม ใช่พี่จำได้ แต่ที่พี่ถามคือการขึ้นไปดูเป็นครั้งที่สองนั้น เธอเจออะไรใหม่ๆบ้างมั้ย " จิตหราถามเรียบๆแต่สังเกตได้ชัดว่าเสียงเธอสั่นเล็กน้อย 

 

" อ้อๆ เจอครับพี่ นี่ไงกระเป๋าสตางค์ผม ถ้าหาไม่เจอผมคงแย่แน่เลย " เด็กหนุ่มตอบคำถามแบบซื่อๆ พร้อมยื่นกระเป๋าสตางค์หนังสีดำเก่าๆขึ้นมาโชว์ 

 

" อืม " หญิงสาวพยักหน้ารับ พลางส่งสายตาหวานคมซึ้งจับมาที่ใบหน้าเปื้อนยิ้มของเด็กหนุ่มครู่หนึ่งเหมือนกำลังจะจับพิรุธอะไรซักอย่าง ก่อนที่เธอจะละสายตาไปในที่สุด 

       

 

        จิตหรา และ โอม เข้าไปในลิฟต์แคบๆ หญิงสาวกดปุ่มภายในเพื่อให้ลิฟต์พาเธอไปชั้นสาม จากนั้นก็เดินทางไปยังห้องทำงานส่วนตัวของเธอ บรรยากาศในลิฟต์ดูสงบนิ่งและมีเพียงความเงียบงัน จิตหราแอบเหล่หางตามอง โอม ที่ยืนเคียงข้าง เธอก็เห็นเพียงว่าเด็กหนุ่มมาดเซอร์รายนั้นกำลังยืนแหงนหน้ามองไฟหน้าลิฟต์ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มดุจเดิม เหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นทั้งที่เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา ทั้งเธอและเด็กหนุ่มเพิ่งจะผ่านเรื่องเฉียดตายที่แสนประหลาดมาหมาดๆ 

      

 

        เมื่อลิฟต์พาเธอและเด็กหนุ่มมาถึงชั้นสาม ทั้งคู่จึงก้าวเดินออกจากลิฟต์ ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังเดินอยู่บนโถงทางเดิน หญิงสาวหันกลับมาถามโอมแบบเบาๆชนิดพอได้ยินกันแค่สองคน 

 

" แล้วเราจะต้องทำยังไงต่อดีจ๊ะ "  

 

" อืม เรื่องนี้ผมก็คิดไว้แล้วนะ เดี๋ยวก่อนพี่มีคนมา " โอมตอบกลับเรียบๆพร้อมบุ้ยปากให้หญิงสาวหันกลับไปด้านหน้า ซึ่งจิตหราก็ทำตาม 

       

 

         ทันทีที่จิตหราหันไปมองข้างหน้าตามโอมบอกแล้ว สิ่งที่เธอเห็นก็คือชายคนหนึ่งซึ่งมีรูปร่างสูงสง่าได้สัดส่วนในชุดสูทสากลสีกรมท่าเดินสวนมาทางพวกเขา จิตหราเกิดอาการสะดุ้งเล็กน้อยเพราะเธอเพิ่งจะประสบพบเจอเหตุการณ์ที่ชวนขวัญผวาเมื่อครู่นี้ เลยทำให้อารมณ์และจิตใจยังไม่เสถียรมากนัก ชายผู้นั้นก็ดูเหมือนจะเห็น โอมและจิตหราเช่นกัน แต่ด้วยระยะทางที่ห่างกันพอสมควรประกอบกับนโยบายประหยัดไฟของบริษัทที่มีคำสั่งให้ปิดไฟในบางจุดของบริษัทเลยทำให้โอมและจิตหรามองไม่เห็นชายที่กำลังเดินสวนมาได้ถนัดนัก  

         

 

        ทั้งสองฝ่ายเดินสวนเข้าใกล้กันมากขึ้น เมื่อทั้งคู่เดินมาถึงในระยะที่เห็นกันถนัดตา ทั้งสองพบว่าชายผู้นั้นเป็นชายวัยประมาณ 30 ปลายๆ เขาไว้ผมรองทรงสูงหวีเรียบๆ ดวงตาคมภายใต้คิ้วดกดำ จมูกโด่งเป็นสันราวฝรั่ง ปากบางสีแดงรับกับผิวผ่องขาวเหลือง โดยรวมแล้วจัดได้ว่าเป็นคนหน้าตาดีคนหนึ่งเลยทีเดียว ทันทีที่ชายหนุ่มคนนั้นเห็นโอมและจิตหราชัดเจน ชายหนุ่มก็รีบเปิดปากทักทั้งสองด้วยน้ำเสียงที่นุ่มทุ้มลึกราวเจ้าชายผู้สูงศักดิ์ 

 

" อ้าวๆ คุณจิตหรานั่นเอง สวัสดีครับ วันนี้เป็นไงบ้าง " 

 

" ดีค่ะ งานเอกสารเกี่ยวคดีความเข้ามาให้จัดการเยอะแต่เช้าเลย ว่าแต่ในวันนี้คุณนพพลเป็นยังไงบ้างคะ " จิตหรายิ้มใสพลางถามกลับตามมารยาท 

 

" อ้อๆ ก็ถือว่าอยู่ตัวครับ วันนี้เราน่าจะได้ลูกความกระเป๋าหนักอีกซักสองสามราย ลูกความทั้งสามเป็นบริษัทต่างชาติล้วน โบนัสปลายปีนี้งามแน่ๆเลยครับ เอ่อ....ว่าแต่หนุ่มน้อยรายนี้คือ….. " ชายวัยกลางคนหน้าตาดีร่ายยาว ท่าทางเป็นคนเจ้าคารมพูดเก่ง ปราดเปรียวและมีเสน่ห์พอสมควร ในท้ายบทสนทนาเขาปรายตาคมๆหันมาทาง โอม พลางสอบถาม 

 

" อ้อ เป็นน้องชายค่ะ พอดีเพิ่งเข้ากรุงเทพมา แกบอกว่าถ้าพักอยู่ที่ห้องพักของดิชั้นอย่างเดียวกลัวว่าตัวเองจะเหงา ชั้นเลยถือวิสาสะพามาดูการทำงานของมืออาชีพที่บริษัทน่ะค่ะ สวัสดีคุณนพพลซิจ๊ะ เขาเป็นผู้จัดการของที่นี่ " หญิงสาวตอบในทันทีอย่างคล่องแคล่วราวกับเตรียมการมาแล้วว่าจะตอบคำถามนี้ยังไง 

 

" สวัสดีครับ คุณนพพล " หนุ่มโอมโน้มกายยกมือไหว้ในทันที เป็นการแสดงละครตามน้ำที่เนียนมาก 

 

" อ้อๆ น้องชายเองหรือ เธอเรียนกฎหมายมาเหมือนกันรึ " นพพลสอบถามหน้ายิ้มๆ 

 

" ครับใกล้จบแล้วครับ พี่สาวเลยอยากให้มาดูงานไว้ก่อนน่ะครับ " หนุ่มโอมตอบกลับน้ำเสียงสุภาพ 

 

" อ้อ อย่างนี้นี่เอง เออนี่หนุ่มน้อย ช่วงนี้ได้ดูติดตามข่าวเกี่ยวกับคดีอาชญากรรมบ้างมั้ยครับ " นพพลถามเรื่อยๆ สีหน้ายิ้มดุจเดิม 

 

“ อ้อ ก็ดูบ้างล่ะครับแต่ไม่ค่อยได้ติดตามดูเท่าไหร่หรอกครับ ” หนุ่มโอมตอบกลับน้ำเสียงเรียบๆ 

 

“ นึกว่าติดตามซะอีก เพราะท่าทางหนุ่มน้อยดูคล้ายๆกับคนที่ชอบเรื่องแนวสืบสวนสอบสวนเลยนะ ถ้าหนุ่มน้อยตอบว่าสนใจ ผมเองก็ว่าถามซักหน่อยว่าหนุ่มน้อยพอจะรู้รายละเอียดของคดีดังในช่วงนี้ที่เกี่ยวกับการฆ่าตัวตายของสาวออฟฟิศที่บริษัทมากแค่ไหน ” นพพลถามกลับในทันที แต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมาดูแปลกพิกลคล้ายมีนัยอะไรอยู่ภายใน

          

 

       จิตหราหน้าเสียลงเล็กน้อย พลางคิดในใจว่า “ถ้าผู้จัดการรู้ว่าเราเอาคนนอกมาสืบเรื่องภายในบริษัทล่ะก็ เราซวยแน่” แต่ทว่าความหวาดวิตกก็คลายตัวลงเมื่อเด็กหนุ่มแสร้งตีเนียนแกล้งทำหน้าเหรอและถามกลับในทันที 

 

“ เหรอครับ แล้วเขาฆ่าตัวเพราะอะไรล่ะครับ พอดีผมไม่ได้ตามข่าวมาตั้งหลายวันเพราะมัวแต่ไปเข้าค่ายอาสาพัฒนาชุมชนที่ต่างจังหวัดอยู่น่ะครับ ” 

          

 

        ผู้จัดการหนุ่มยืนจ้องหน้าเด็กหนุ่มสลับกับหญิงสาวนิ่งๆ แม้ใบหน้าจะยิ้มละไมแต่แววตาของเขาแฝงอาการคาดคั้นและค้นหาอย่างชัดเจน อึดใจเขาก็หันมาเปิดปากถามหญิงสาวบ้าง 

 

“ แหม ผมไปรอคุณจิตหราที่ห้องทำงานมาพักหนึ่งกะจะคุยเรื่องงานกันซักหน่อยแต่คุณก็หายตัวไป นี่คงจะหนีหายไปรับลมที่ดาดฟ้าล่ะซิ คลาสสิกจังเลยนะครับ ฮ่าๆ ” 

 

“ อ้อ ไม่หรอกครับ พี่กับผมเพิ่งไปทานอาหารที่โรงอาหารของบริษัทกันมา อาหารที่นี่อร่อยและมีให้เลือกหลากหลายเลย พนักงานที่นี่โชคดีจังเลยนะครับ ” เด็กหนุ่มชิงตอบแทนจิตหรา ใบหน้าของเด็กหนุ่มดูผ่อนคลายสบายอารมณ์ไร้ซึ่งอาการร้อนรนใดๆอย่างแนบเนียน 

          

 

        นพพลส่งสายตาคมวาวมองทั้งคู่สลับไปมาราวกับกำลังค้นหาอะไรบางอย่างบนสีหน้าของทั้งสองอยู่อึดใจ ผู้จัดการหนุ่มก็เปิดปากบอกลาน้ำเสียงนิ่มนวล 

 

“ อืม โอเคครับ แล้วเดี๋ยวเราค่อยเจอกันครับคุณจิตหราและก็สวัสดีหนุ่มน้อยด้วยนะครับ ” 

 

“ ครับ สวัสดีครับคุณนพพล ” เด็กหนุ่มก้มหน้าลงพร้อมยกมือไหว้ลาอย่างสุภาพ 

         

 

         จากนั้นทั้งจิตหราและโอมก็ลาจาก ผู้จัดการหนุ่มใหญ่ก็ตามส่งด้วยรอยยิ้ม ทันทีที่ทั้งสองหนุ่มสาวต่างวัยหายลับจากสายตา รอยยิ้มของผู้จัดการหนุ่มก็หายวับไปเหลือเพียงดวงตาแข็งกร้าวและใบหน้าที่บูดเบี้ยวราวกับคนที่สะสมความโกรธมายาวนานนับปี พร้อมเสียงกร้าวๆที่เค้นคำกล่าวออกมาจากปากของผู้จัดการหนุ่ม 

 

“ ฮึ่มๆ คิดจะสืบเรื่องของชั้นงั้นรึ ชั้นไม่ยอมง่ายๆหรอก ” 

         

 

        ในจังหวะต่อมาผู้จัดการหนุ่มหล่อวัยกลางคนก็หยิบสมาร์ทโฟนราคาแพงขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกงเพื่อต่อสายถึงใครซักคน ใครซักคนที่รู้เรื่องเลวร้ายเหล่านี้ได้ดีพอๆกับเขา 

 

……………………

        

        โอมและจิตราก้าวเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวได้สำเร็จ ทันทีที่ทั้งคู่ก้าวเท้าเข้าไปในห้องและปิดประตูเรียบร้อย จิตหราถึงกับถอนหายใจโล่งอกเฮือกใหญ่พลางทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ราวกับคนหมดเรี่ยวแรง 

 

“ เฮ้อๆ เกือบไปแล้ว นี่ถ้าผู้จัดการรู้ว่าพี่พาเธอเข้ามายุ่งเรื่องของบริษัทล่ะ พี่คงโดนตำหนิรุนแรงแน่เลย เธอตอบได้แนบเนียนพอดูนะ ” 

 

“ หึๆ ” เด็กหนุ่มหัวเราะเบาๆ ใบหน้ายิ้มนิดๆ 

 

“ หัวเราะแปลกๆ มีอะไรรึเปล่า ” หญิงสาวเห็นท่าทีของโอมเปลี่ยนไป เธอจึงเปิดปากถาม 

 

“ ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่ผมคิดว่าสิ่งที่เราโกหกเขาไปเมื่อครู่มันไม่สำเร็จหรอกครับ เขาไม่เชื่อเราแต่ถึงกระนั้นตัวเขาเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเราจะโกหกเขา ” โอมตอบขึ้นมาทันที 

 

“ หาๆ! เขาสงสัยเรา เธอรู้ได้ยังไง ” จิตหราตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ 

          

 

         เด็กหนุ่มเหลือบมองหน้าของหญิงสาวอยู่อึดใจ เขาจึงเปิดปากตอบเรียบๆ 

 

“ จากหลายสิ่งหลายอย่างครับ อาทิเช่น สีหน้า แววตา คำพูดและน้ำเสียงของผู้จัดการนั่น มันให้ความรู้สึกว่าเขาน่าจะรู้สึกสงสัยอะไรบางอย่างในตัวเรา ” 

 

“ ฮะๆ ที่เธอพูดมามันดูเป็นเหตุผลที่เลื่อนลอยนะ ” หญิงสาวหัวเราะพลางคิดว่าไม่น่าเป็นไปได้ 

 

“ ที่พี่ไม่เชื่อผมมันก็มีเหตุผลนะ เพราะการที่เราจะคาดเดาอารมณ์เพียงเพราะ สีหน้า แววตา คำพูด มันก็อาจจะเป็นการคาดเดาที่เลื่อนลอยปราศจากหลักฐานและเหตุผลเพียงพอที่จะสรุปผลได้ แต่ทว่าผมถามพี่กลับหน่อยได้มั้ยว่าทำไมเขาถึงมาหาพี่โดยตรงที่ห้องนี้ ” เด็กหนุ่มตอบกลับด้วยท่าทางที่ดูเยือกเย็นแบบไม่สมวัย 

 

“ เขาตั้งใจมาคุยเรื่องงานกับพี่ ” หญิงสาวตอบกลับในทันทีด้วยเหตุผลที่ผู้จัดการหนุ่มบอกเธอเมื่อครู่ 

 

“ แต่ตามธรรมดาแล้วถ้าผู้บริหารซักคนจะต้องการคุยเกี่ยวกับเรื่องงานกับลูกน้อง ส่วนใหญ่ก็แค่โทรเรียกลูกน้องเข้าไปหาที่ห้องทำงานส่วนตัวของตัวเองเท่านั้น แต่ในครั้งนี้คุณนพพลถึงกลับถ่อมาหาพี่เองถึงห้องทำงาน ถ้าไม่ใช่มาเพื่อจับผิดอะไรบางอย่าง พี่นึกออกมั้ยล่ะว่าเขามาทำอะไร ” เด็กหนุ่มถามแย้งกลับในทันที 

          

 

        หญิงสาวนิ่งอึ้ง ในหัวไร้คำตอบ ความคิดของหญิงเริ่มตามทันคำพูดของโอม 

 

“ เขาตั้งใจมาหาพี่ที่ห้องทำงานนี้โดยตรงเพื่อจับผิดอะไรบางอย่างแต่กลับไม่พบพี่ เขาจึงเริ่มสงสัยแล้วว่าพี่นั้นหายไปไหน ถึงแม้พวกเราจะตอบว่าลงไปทานอาหารข้างล่างมามันก็แค่พอถูไถแบบไม่แนบเนียนนัก เพราะเมื่อพิจารณาดูจากช่วงเวลาในขณะนี้ มันไม่สมเหตุสมผลเลยกับการลงไปทานข้าว ” เด็กหนุ่มอธิบายสิ่งที่เขาคิดในช็อตต่อไป 

          

 

        หญิงสาวเหลือบแลนาฬิกาโบราณไม้ที่มุมห้องก็พบว่า ณ.บัดนี้เวลาได้ล่วงเลยมาที่ 15.00 น.แล้ว หญิงสาวเริ่มเห็นจริงแล้วว่ามันไม่แนบเนียนตามที่เด็กหนุ่มพูด 

 

“ เมื่อประกอบกับนิสัยความตั้งใจทำงานของพี่ มันจึงเป็นไปไม่ได้เลยว่าพี่จะแอบอู้โดยใช้เวลาในการทำงานพาน้องชายตัวเองไปรับประทานอาหาร ทั้งหมดที่พูดมานี้คือสาเหตุที่ว่าทำไมเขาถึงคิดว่าเราอาจจะโกหก ” 

         

 

         จิตหราหน้าเสียและเปิดปากถามย้ำอีกครั้ง เสียงของเธอสั่นไหวพอสมควร 

 

“ เท่าที่เธอพูดมา มันเหมือนกับว่าคุณนพพลตั้งใจที่จะมาตรวจสอบพี่เลย เธอแน่ใจหรือว่าเขาตั้งใจมาตรวจสอบพี่ ” 

 

“ ค่อนข้างแน่ใจครับ นอกจากเหตุผลการมาเยือนอย่างไม่สมเหตุสมผลโดยอ้างว่ามาคุยเรื่องงานของผู้จัดการแล้ว ถ้าพี่ได้สังเกตถึงบทสนทนาที่บริเวณทางเดินก็จะพบได้เลยว่าทุกคำถามที่เขาถาม เขาใช้วิธียิงคำถามตรงใส่ผมและพี่เพื่อสังเกตอากัปกิริยาของพวกเรา อาทิเช่นคำถามที่ถามว่า เธอได้ติดตามข่าวหญิงสาวฆ่าตัวตายที่ตึกนี้หรือไม่ หรือ เธอไปรับลมที่ชั้นดาดฟ้าดูคลาสสิกจังเลย ” เด็กหนุ่มอธิบายต่อ หญิงสาวพยักหน้ารับเนื่องจากเริ่มตามทันเหตุการณ์ 

 

“ เป็นไปได้กับเหตุผลของเธอ พี่ยังคิดอยู่เลยว่าทำไมคุณนพพลถึงถามเธอและพี่เกี่ยวกับเรื่องนั้น ที่จริงเขาถามเพื่อดูกิริยาโต้ตอบของเธอนี่เอง เพราะถ้าเธอเป็นสายสืบที่มาสืบเรื่องนี้มันย่อมต้องมีปฏิกิริยาทางสีหน้าท่าทางออกมาเป็นพิรุธให้เขาเห็นบ้าง ” หญิงสาวร่ายยาว เธอเริ่มเข้าใจเหตุการณ์ได้ซักแปดส่วนแล้ว 

 

“ ใช่ครับ แต่เพราะผมเองก็รู้เท่าทันเขา ผมจึงแสร้งเซ่อได้ทันท่วงที เขาเลยยังจับเราไม่ได้แน่นอน ทำได้เต็มที่ก็แค่สงสัยในตัวเรา ” หนุ่มโอมอธิบายต่อ 

 

“ อืมๆ ” หญิงสาวพยักหน้ารับคำ             

 

“ ปัญหาในประเด็นต่อมาที่สำคัญคือ ทำไมคุณนพพลถึงรู้เรื่องที่พี่พาคนนอกอย่างผมเข้ามาสืบเรื่องภายในบริษัทได้รวดเร็วนัก ” เด็กหนุ่มตั้งคำถามให้ชวนคิดต่อ ใบหน้ายิ้มแปลกๆ 

 

“ ทำไมล่ะ ” หญิงสาวถามต่อ สีหน้ากลับมางุนงงอีกครั้งเมื่อเจอประเด็นใหม่ 

 

“ สาเหตุที่คนๆหนึ่งจะรู้เรื่องราวต่างๆหรือความเปลี่ยนแปลงใดๆได้รวดเร็วขนาดนี้โดยลำพังตัวเองมันย่อมเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ มันจะต้องมีใครซักคนที่คอยร่วมคิด คอยร่วมสังเกตความเปลี่ยนแปลง เมื่อพบอะไรแปลกใหม่คนผู้นั้นก็จะแจ้งต่อคุณนพพลอีกที ” เด็กหนุ่มอธิบายเนือยๆ 

 

“ หมายความว่าคุณนพพล….” หญิงพูด กิริยาดูอึ้งๆ 

 

“ ใช่ เขารู้เร็วแบบนั้นเพราะเขามีสายที่คอยรู้เห็นเป็นใจกับเขา ใครซักคนที่คอยทำหน้าที่สอดส่องดูความเปลี่ยนแปลงในบริษัท พอพบว่าพี่พาผมซึ่งเป็นคนนอกเข้ามา คนๆนั้นก็ตัดสินใจแจ้งข่าวให้คุณนพพลทราบถึงเรื่องนี้ในทันที ” เด็กหนุ่มตอบกลับ 

         

 

        ความเงียบเข้าครอบงำภายในห้องอีกครั้ง ครู่หนึ่งหญิงสาวก็เปิดปากถาม 

 

“ แล้วทำไมคุณนพพลถึงต้องคอยมีสายรายงานการเคลื่อนไหวในเรื่องที่เกี่ยวกับคดีความนี้ล่ะ เขาจะต้องมาสนใจในเรื่องแบบนี้ทำไมกัน ”  

 

“ อันนี้เป็นประเด็นคำถามในขั้นต่อไปครับ มันมีหลายมูลเหตุจูงใจครับ หลักๆน่าจะเป็นเพราะที่นี่เป็นบริษัทซึ่งเขาเป็นผู้จัดการอยู่ เขาเลยมีผลประโยชน์ในบริษัทนี้แบบเต็มๆ ดังนั้นมันไม่แปลกหรอกครับที่เขาต้องคอยระมัดระวังไม่ให้ใครเข้ามายุ่งกับเรื่องไม่ดีไม่งามอย่างเรื่องการฆ่าตัวตายของพนักงานที่ดาดฟ้าของบริษัท ” เด็กหนุ่มตอบเรียบๆ 

 

“ อืม เป็นไปได้ เขาเป็นผู้จัดการมันจึงจำเป็นต้องทำแบบนี้เพื่อรักษาผลประโยชน์ของบริษัท ” หญิงสาวพยักหน้า เธอเริ่มมองเห็นเหตุผล 

            

 

        ทันใดนั้นเองเด็กหนุ่มก็ดูนิ่งไปอึดใจ สายตาที่มองทอดไปข้างหน้าดูเหม่อลอยพิกลราวกับจิตใจภายในกำลังล่องลอยไปไกล หญิงสาวสังเกตได้ว่าสีหน้าและท่าทางของเด็กหนุ่มดูแปลกไป เธอจึงเอ่ยปากถาม 

 

“ คิดอะไรอยู่รึ โอม ” 

            

 

        เด็กหนุ่มไม่ตอบทันที แต่เขาหันหน้ากลับมามองหญิงครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจพูดสิ่งที่คิดออกมา 

 

“ ส่วนเหตุผลรองที่อาจเป็นไปได้สำหรับคำถามที่ว่าทำไมเขาถึงใส่ใจกับเรื่องดังกล่าวขนาดนี้ก็คือ ผู้จัดการหนุ่มรายนี้อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฆ่าตัวตาย เขาเลยต้องคอยระมัดระวังเรื่องนี้เป็นพิเศษ ปัญหาคือเขาเกี่ยวข้องแบบไหนและในฐานะของอะไร ” 

 

“ หาาาา ” หญิงสาวอุทานยาวกับเหตุผลที่สอง 

          

 

        ทั้งคู่หยุดนิ่งกันอึดใจใหญ่ราวกับถูกคำสาปให้กลายเป็นรูปปั้นหิน ต่อมาหญิงสาวก็เปิดปากถามอีกครั้ง เสียงของเธอในคราวนี้ดูจะแผ่วเบายิ่งกว่าเสียงกระซิบ 

 

“ เธอจะบอกว่าผู้จัดการอาจจะ…….” 

 

“ ใช่อาจเป็นไปได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง อาจเป็นผู้รู้เห็นเหตุการณ์ หรือไม่ก็อาจเป็น…….ผู้กระทำซะเอง ” หนุ่มโอมตอบน้ำเสียงเฉียบขาดกับสมมุติฐานที่เขาตั้งขึ้นมา 

          

 

        คำตอบนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงมากลางใจของหญิงสาว ทุกส่วนของร่างกายเกิดอาการชะงักงันราวกับนักมวยที่ถูกน็อคด้วยหมัดเด็ดกลางสังเวียน เธอรวบรวมกำลังใจอยู่นานก่อนเปิดปากถามกลับด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา 

 

“ เอ่อๆ ละ…..แล้วต่อไป พะ……พี่ต้องทำยังไงต่อล่ะ ” 

 

“ ก็ไม่ต้องทำอะไร พี่ก็ทำงานไปตามปกติ ถึงยังไงเราก็ได้ทำการสำรวจที่เกิดเหตุบนชั้นดาดฟ้าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่าคงไม่ต้องมาสืบหาอะไรที่บริษัทนี้อีกแล้วล่ะครับ ” เด็กหนุ่มเอนกายลงบนเก้าอี้นั่งภายในห้องด้วยท่าทีที่ดูผ่อนคลาย เป็นการปรับเปลี่ยนอารมณ์ที่รวดเร็วจนหญิงสาวไม่อาจตามทัน ภายในใจเธอนึกฉงนเล็กน้อยว่าเด็กหนุ่มดูใจเย็นกับเหตุการณ์แบบนี้ได้ยังไงกัน 

 

“ อืม โอเค แล้วเธอจะทำไงต่อ ” หญิงสาวไม่วายถามต่อด้วยน้ำเสียงที่ดูกังวลใจ 

        

 

         เด็กหนุ่มเหลือบมองหญิงสาวแวบหนึ่งก่อนตอบหน้าตาเฉย 

 

“ สืบหาข้อเท็จจริงต่อครับ จุดหมายต่อไปคือ ห้องนอนของพี่ ” 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณอ่านเรื่องนี้แล้วฟินมากแค่ไหน

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา