โอม ตอนที่ 1 แรงอาฆาต

9.3

เขียนโดย Jalando

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 10.48 น.

  88 บท
  14 วิจารณ์
  7,427 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561 19.32 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

15) คุณพระ

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

บทที่ 15 คุณพระ

 

…………………………

        

        ภายในห้องหรูของอพาร์ทเม้นท์ระดับห้าดาวดูสวยงามตระการตาราวกับสวรรค์ชั้นฟ้าก็ไม่ปาน ทุกสิ่งทุกอย่างประดับประดาด้วยเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงแต่กลับปรากฏเครื่องใช้สำคัญบางอย่างที่ดูพื้นๆและไม่ค่อยมีราคาค่างวดมากนัก ซึ่งขัดแย้งกับเฟอร์นิเจอร์และสภาพแวดล้อมภายในห้องยิ่งนัก บนหัวนอนของเตียงไม้ราคาแพงปรากฏกรอบรูปถูกๆที่หาซื้อได้ทั่วไป ภายในกรอบรูปเป็นภาพถ่ายคู่ของหญิงสูงวัยนางหนึ่งที่ยังคงดูมีเค้าโครงของความสวยอยู่ เธอซ่อนร่างขนาดกะทัดรัดในชุดเสื้อคอกระเช้าสีขาว ผ้าซิ่นสีดำ ผมที่มวยยังดำขลับด้วยฤทธิ์ของยาย้อมผม ใบหน้าสวยได้รูปมีรอยเหี่ยวย่นตามร่องรอยประสบการณ์ที่มีมานานถึง 50 ขวบปี แต่ดวงตางามยังคงเปล่งประกายหวานซึ้งดูมีเสน่ห์ ข้างกายของหญิงชรานั้นมีสาวสวยวัยผู้ใหญ่นางหนึ่งที่อยู่ในชุดเสื้อยืด กางเกงยีนส์ยาว ใบหน้าของหญิงคนนี้มีส่วนละม้ายคล้ายหญิงสูงวัยผู้นี้อยู่หลายส่วนจนน่าจะดูออกได้ไม่ยากว่าทั้งคู่น่าจะเป็นแม่ลูกกัน คนที่เป็นลูกอยู่ในอากัปกิริยาที่กอดประคองหญิงชราผู้แม่แนบแน่น ใบหน้าแม่ลูกคู่นี้ยิ้มละไมด้วยอารมณ์สุขที่อบอวล 

         

 

        มองเผินๆเหมือนห้องนี้จะเป็นห้องสาวสวยคนหนึ่งที่น่าจะพอมีอันจะกินแต่สิ่งที่ขัดตาก็คือ เด็กหนุ่มร่างสันทัดนายหนึ่งที่ตอนนี้อยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาว กางเกงบอลสีดำ ผิวกายของเขาค่อนข้างคล้ำออกเป็นสีทองแดงเนื่องด้วยโดนแดดเผา ใบหน้าของเด็กหนุ่มก็ดูไม่ได้หล่อเหลามากนักเพราะผิวหน้าดูกร้านๆคล้ายกับคนที่ไม่เคยบำรุงผิว แถมปากหนาเป็นกระจับ แต่ถ้าดูให้ดีๆเขาก็มีส่วนชวนมองอยู่บ้าง ด้วยรูปหน้าเรียวยาว จมูกโด่งเป็นสัน  ที่ดูน่ามองที่สุดคือดวงตากลมโตที่มีแว่นตาทรงกลมกั้นกลางเอาไว้ เพราะถ้ามองเข้าไปในดวงตาคู่นั้นให้ดีก็จะเห็นประกายตาที่คมวาวและใสบริสุทธิ์คล้ายดวงตาของเด็กทารกก็ไม่ปาน ทำให้ใจหญิงสาวหลายนางอาจหวั่นไหวได้ถ้าจ้องลึกเข้าไปถึงภายในของเด็กหนุ่ม 

        

 

        ท่าทางของเด็กหนุ่มดูตื่นเต้นปนระทึกนิดๆ ในโสตประสาทหูของเขาได้ยินแต่เสียงน้ำไหลจากภายในห้องน้ำส่วนตัวในอพาร์ทเม้นท์หรูเป็นระยะ และเสียงนี้คือเสียงเดียวที่สามารถสร้างความตื่นกลัวให้กับเขาได้มากกว่าการเผชิญหน้ากับความตายหรือผีตายโหงทั้งป่าช้าซะด้วยซ้ำ 

         

 

         ในระหว่างที่เด็กหนุ่มนั้นนั่งตัวแข็งเกร็งอยู่บนเก้าอี้ไม้รับแขก เขาก็ถึงกลับสะดุ้งน้อยๆอีกครั้งเมื่อเสียงน้ำไหลรินภายในห้องน้ำเกิดหยุดหายไปเสียดื้อๆ ทำให้เขารู้ได้เลยว่าการอาบน้ำของบุคคลที่อยู่ภายในได้สิ้นสุดไปแล้ว อีกไม่กี่อึดใจช่วงเวลาซึ่งอึดอัดที่สุดในชีวิตของเขาก็จะเริ่มต้นขึ้นและก็เป็นไปตามนั้นจริงๆ เมื่อบานประตูไม้ของห้องน้ำหรูนั้นเปิดออก 

        

 

        ร่างที่ปรากฏออกมาจากห้องน้ำเป็นร่างสูงระหงของหญิงสาวนางหนึ่ง ร่างนั้นได้สัดส่วนทั้งเว้าโค้งทุกรูปมุม แม้ว่าเธอจะอยู่ในชุดนอนแบบเสื้อกางเกงแนวผู้ชายสีขาวลายจุดแต่ก็ไม่อาจบดบังความงดงามทางสรีระได้มากมายนัก หญิงสาวก้าวเดินออกมาพร้อมเอาผ้าเช็ดตัวผืนเล็กเช็ดผมที่ยาวสลวยและเปียกชื้นของเธอไปพร้อมกัน ใบหน้างามอันเป็นใบหน้าเดียวกันกับหญิงสาวในภาพถ่ายแดงซ่านนิดหนึ่งเมื่อเธอเหลือบขึ้นเเลเห็นเด็กหนุ่มนั่งเอ๋อมองตาค้างอยู่บนเก้าอี้ไม้ราคาแพง 

 

“ อ้าว พี่อาบน้ำนานไปหรือ โทษทีนะ โอม ” หญิงสาวกล่าวทักเด็กหนุ่ม 

 

“ ฮะๆ ไม่เป็นไรครับ นอนกันดีกว่าครับ ” เด็กหนุ่มหัวเราะแห้งๆพลางก้าวมานอนบนฟูกสำรองที่หญิงสาวปูไว้ให้ที่พื้นข้างเตียงนอน 

 

“ จ๊ะ ราตรีสวัสดิ์ ” หญิงสาวเช็ดผมที่ใกล้แห้งอีกสองสามทีก่อนก้าวเดินไปปิดไฟ 

         

 

         ทันทีที่ปิดไฟ ทั้งห้องก็มืดมิดและเงียบงันในทันที หญิงสาวสาบานกับตัวเองเลยว่าถ้าเกิดวันนี้เธอมีอันต้องอยู่คนเดียว เธอไม่มีทางที่จะข่มตานอนหลับได้อย่างแน่นอน เพราะสิ่งที่เธอพบเจอเมื่อครู่นี้นับว่าหนักเกินไปสำหรับคนธรรมดาทั่วไป แต่ถึงแม้ว่าจะมีโอมอยู่เป็นเพื่อนด้วย เธอเองก็ยังเป็นกังวลอยู่ดีเพราะเมื่อปิดไฟแล้วทุกสิ่งทุกอย่างภายในห้องก็มองเห็นได้เพียงรำไรจากแสงไฟยามราตรีของเมืองหลวงที่สาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา 

          

 

        หญิงสาวก้าวเดินด้วยความชำนาญแม้มองไม่เห็นสภาพภายในห้องมากนัก พริบตาเธอก็ประจำบนเตียงนอนหนานิ่มของเธอ ดวงตาหวานซึ้งปิดลงอย่างรวดเร็วพร้อมกับการข่มบังคับจิตใจให้เข้าสู่นิทราในทันที 

          

 

        หนึ่งชั่วโมงผ่านไป หญิงสาวยังไม่สามารถข่มตาหลับได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว จิตประสาทของเธอแข็งตึง ภาพใบหน้าอันสยดสยองของปีศาจสาวและภาพการเฉียดความตายของโอมยังคงฝังอยู่ในมโนจิตของเธออยู่มิรู้คลาย ตลอดเวลาที่เธอพลิกไปมาและพยายามข่มตาหลับ เธอก็ได้ยินเสียงกรนของเด็กหนุ่มเป็นระยะ

 

“ นี่เขาหลับลงได้ยังไงนะ ทั้งที่เพิ่งจะเจอเรื่องร้ายแรงขนาดนั้น ” หญิงสาวคิดในใจ เธอไม่รู้ว่าจะนับถือความเข้มแข็งของจิตใจหรือขบขันกับความไร้เดียงสาของเด็กหนุ่มดี อาจเป็นไปได้ว่าทั้งสองสิ่งจะผสานอยู่ในตัวเด็กหนุ่มนายนี้อย่างละครึ่ง 

        

 

       หญิงสาวทนพลิกกายไปมาอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็ตัดสินใจลุกขึ้นนั่งพลางส่งเสียงเรียกเด็กหนุ่มที่นอนอยู่ข้างเตียงของเธอเบาๆ 

 

“ โอม ” 

 

“ คร่อกฟี้ๆ ” มีเพียงเสียงกรนเบาๆดังขึ้นมาแทนคำตอบ 

         

 

        หญิงสาวส่ายหัวและบ่นเบาๆกับตัวเอง 

 

“ เจริญล่ะ นี่น่ะหรือองครักษ์ชั้น เฮ้อๆ ” 

        

 

        หญิงสาวนั่งเงียบอยู่บนเตียงหนานุ่มอยู่ครู่ใหญ่ เธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้ 

 

“ ไหนๆก็นอนไม่หลับ ออกไปรับลมที่ระเบียงดีกว่า ”  

        

 

        พอตัดสินใจได้ หญิงสาวก็พาร่างสูงระหงลุกขึ้นจากที่นอนแบบเงียบกริบเพราะเธอรู้สึกเกรงใจเด็กหนุ่มที่นอนหลับใหลอยู่ข้างเตียงของเธอ กลัวว่าเขาจะตื่นก่อนเวลาอันควร หญิงสาวค่อยก้าวช้าๆจนสามารถไปถึงประตูเลื่อนตรงทางออกสู่ระเบียงรับลม ทันทีที่มืองามของเธอจับที่จับขอบประตูเลื่อน ก็มีเสียงนุ่มทุ้มลึกของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง 

 

“ อย่าเพิ่งออกไปที่ระเบียงจะดีกว่านะครับ พี่ ” 

 

“ เอ๊ะ โอม นี่เธอ ” หญิงสาวสะดุ้งตัวลอยพร้อมหันหลังกลับมา เธอก็เห็นร่างสันทัดของเด็กหนุ่มหยัดยืนอยู่ไม่ห่างกายของเธอเท่าไหร่นัก 

 

“ ครับ ผมเอง ผมแนะนำว่าพี่อย่าเพิ่งออกพ้นเขตห้องนี้จะดีกว่า ถึงวิญญาณตนนั้นจะโดนฤทธิ์ของตะกรุดนั่นจนผมเชื่อว่าในวันนี้เขาไม่น่าจะแผลงฤทธิ์อะไรได้อีก แต่เราก็เน้นความปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่าครับ ” เด็กหนุ่มกล่าวเตือน ความมืดสลัวภายในห้องทำให้หญิงสาวไม่สามารถรู้ได้เลยว่าบัดนี้เด็กหนุ่มผู้นี้จะมีสีหน้าเช่นไร 

 

“ เอ่อ จ๊ะ ” หญิงสาวรับคำอย่างว่าง่ายพร้อมก้าวเดินกลับมาประจำที่เตียงนอนอีกครั้ง  

       

 

        เมื่อเด็กหนุ่มเห็นหญิงสาวเข้าประจำในที่ๆควรอยู่แล้ว เขาก็ถือวิสาสะเอื้อมมือไปกดสวิตซ์โคมไฟตรงหัวนอน พอไฟสีส้มเปล่งประกายออกมาก็ปรากฏดวงหน้าของสาวงามที่มองจ้องเด็กหนุ่มอยู่ก่อนแล้ว 

 

“ เธอหลับอยู่ไม่ใช่หรือ โอม ทำไมถึงรู้ได้ว่าพี่กำลังเดินไปที่ระเบียงได้ล่ะ ” เจ้าของใบหน้างามถามย้ำเพื่อคลายความสงสัย 

 

“ ฮะๆ ก็หลับแล้วจริงล่ะพี่ แต่ผมบังเอิญตื่นขึ้นพอดีน่ะ พอเงยหน้ามาไม่เห็นพี่ก็เลยลุกขึ้นดู ผมจึงเห็นพี่เดินไปที่ประตูทางออกสู่ระเบียง ” เด็กหนุ่มตอบซื่อๆผสมน้ำเสียงกลั้วหัวเราะดุจเดิม 

 

“ อื้อ ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นนะ ” หญิงสาวพยักหน้ารับคำและคิดว่านี่คงเป็นเรื่องบังเอิญอย่างที่เด็กหนุ่มว่าจริงๆ 

 

“ ว่าแต่พี่นอนไม่หลับรึครับ ” เด็กหนุ่มลุกขึ้นนั่งที่เก้าอี้ไม้พร้อมหันหน้ามามองหญิงสาว 

 

“ อื้อ ใช่ พยายามแล้วแต่ไม่หลับเลย ” หญิงสาวพยักหน้ารับ 

 

“ อ้าวแล้วทำไมไม่หลับล่ะครับ ” เด็กหนุ่มถามต่อ 

        

 

        ถึงตอนนี้หญิงสาวเงยหน้างามๆของเธอขึ้นสบตากับเด็กหนุ่มแบบเต็มๆ ภายในแสงสลัวรำไร เด็กหนุ่มเห็นแววฉงนปนสงสัยอย่างชัดเจน วินาทีต่อมาเสียงใสๆปนแววดุของหญิงสาวก็เอื้อนเอ่ยแนวตัดพ้อ 

 

“ ก็แล้วทำไมเธอหลับได้ล่ะ ถ้าเพิ่งจะเจอเรื่องร้ายแรงขนาดนี้มาโดยปกติมันไม่น่ามีใครสามารถหลับได้นะ เธอเป็นคนที่แปลกประหลาดมากเลยนะ ” 

 

“ ฮะๆ ผมคงเป็นคนซื่อบื้อน่ะครับ เลยไม่ค่อยรู้สึกรู้สาอะไรซักเท่าไหร่ ” เด็กหนุ่มตอบไปก็หัวเราะขบขันไปแบบคนอารมณ์ดี 

 

“ เธอนี่จริงๆเลย ดูสิด่าตัวเองไปก็หัวเราะไป มีอย่างที่ไหน เฮอะ ” หญิงสาวสั่นศีรษะด้วยความระอา 

 

“ เอาเถอะครับ นอนเถอะ พี่เหนื่อยมามากแล้ว ร่างกายต้องการพักผ่อนนะครับ ” เด็กหนุ่มพูดเบาๆ น้ำเสียงที่กล่าวออกมาดูอบอุ่นผสมความจริงใจ 

         

 

       ทันทีที่หญิงสาวรับฟังคำกล่าวที่แสนนุ่มนวลนั้น เธอก็เหลือบแลมองไปที่เด็กหนุ่มแต่ก็เห็นเพียงเงามืดที่ปกคลุมใบหน้าเรียวยาวและผอมของเด็กหนุ่มเท่านั้น แต่ถึงแม้มองไม่เห็นแววตาใสซื่อที่ดูสดใสของเด็กหนุ่ม แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวของเด็กหนุ่ม 

 

“ อืมๆ พี่ก็ลองแล้วแต่มันไม่ได้ผลน่ะ ” หญิงสาวก้มหน้านิดหนึ่งก่อนตอบตะกุกตะกัก พรางคิดในใจว่าดีที่ภายในห้องยังมืดสลัว โอมเลยไม่เห็นสีหน้าที่แดงซ่านของเธอเช่นกัน 

        

 

        หนุ่มโอมนิ่งเงียบไปแต่เท่าที่เธอสังเกตเห็น เธอพบว่าใบหน้าเรียวผอมของเด็กหนุ่มกระตุกน้อยๆ สันนิษฐานได้ว่าเด็กหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้าน่าจะกำลังอมยิ้ม 

 

“ เอาล่ะ อยากนอนหลับมั้ยพี่ ผมพอมีวิธี ” หนุ่มโอมเสนอแนะหลังนิ่งเงียบไปอึดใจ 

 

“ วิธีอะไร ” หญิงสาวร้องถาม 

 

“ ขั้นตอนแรก พี่ต้องนอนลงไปก่อน ” เด็กหนุ่มตอบกลับมาในทันที 

 

“ เอ๋ เอ่อ…” หญิงสาวนึกสงสัย 

 

“ เอ้า….พี่ ถ้าไม่นอนลง พี่จะหลับยังไงล่ะครับ ” เด็กหนุ่มแถลง น้ำเสียงดูขบขัน 

 

“ เอ้า เอาก็เอา ” หญิงสาวรับคำพร้อมปฏิบัติตาม แต่ท่าทางเธอยังคงความระแวงอยู่ 

 

“ ฮะแฮ่ม เรียบร้อยยัง ” เด็กหนุ่มกระแอมดังคล้ายผู้ใหญ่ที่กำลังเตือนให้เด็กปฏิบัติตามคำสั่ง 

 

“ จ้าๆ เรียบร้อยแล้วเจ้าคะ ” พอหญิงสาวได้ยินเสียงกระแอมล้อเลียน เธอก็ตอบล้อเลียนกลับ ดูท่าทางเธอค่อนข้างที่จะผ่อนคลายและอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างแล้ว 

 

“ ฮะ……แฮ่ม ขั้นต่อไปสำคัญมากนะครับ ” เด็กหนุ่มกระแอมเตือนอีกครั้ง 

 

“ ว่าไป ” หญิงสาวนอนตัวตรงก่อนตอบกลับน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว 

 

“ พนมมือขึ้น ” หนุ่มโอมพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูจริงจังขึ้น 

 

“ เอ๋..” หญิงสาวเริ่ม งง 

 

“ ทำสิครับ ไม่อยากหลับรึไง ” หนุ่มโอมเตือนเสียงเข้ม

 

“ อืมๆ ” หญิงสาวยกมือขึ้นพนมตามสั่งแม้เธอยังดู งงๆอยู่บ้าง 

 

“ จากนั้นให้คิดตามสิ่งที่ผมจะพูดนะครับ ” หนุ่มโอมกล่าวสั่งช้าๆ เบาๆ  

 

“ อืม ” หญิงสาวพยักหน้ารับ 

 

“ พระพุทธเจ้ามีคุณอันประเสริฐ แนะแนวทางให้แก่สัตว์โลกและมวลหมู่ผู้ยังเวียนว่ายตายเกิดให้เข้าถึงทางแห่งการพ้นทุกข์ พระองค์ทรงมีเมตตาต่อทุกสรรพสิ่ง ” เด็กหนุ่มกล่าวออกมานิ่มนวลยิ่งกว่าที่เคย จนทำให้หญิงสาวนึกแปลกใจแต่ถึงกระนั้นเธอก็พยายามนึกตามในสิ่งที่โอมพูด 

“ พระธรรมคือคำสอนของพุทธองค์ที่สอนให้มวลหมู่ผู้เวียนว่ายให้เข้าใจกฎของธรรมชาติ ให้จิตยอมรับเพื่อไปสู่หนทางแห่งการหลุดพ้น ” เด็กหนุ่มกล่าวประโยคที่สองด้วยน้ำเสียงดุจเดิม คราวนี้หญิงสาวดูสงบมากยิ่งขึ้น 

“ พระสงฆ์คือผู้ที่บำเพ็ญตนตามคำสอนของพระพุทธองค์เพื่อมุ่งหวังที่จะถึงหนทางแห่งความหลุดพ้น พระสงฆ์แท้ล้วนแต่จิตใจดีงาม มีเมตตาต่อสัตว์โลกโดยไร้ประมาณ ” เด็กหนุ่มกล่าวต่อประโยคที่สาม คราวนี้หญิงสาวถึงกับหลับตาพริ้ม ลมหายใจเริ่มแผ่วเบาและสม่ำเสมอ 

        

 

         เด็กหนุ่มเว้นช่วงการพูดนิดหนึ่งก่อนที่จะส่งเสียงนุ่มทุ้มลึกที่กังวานไกลราวกับระฆังเหล็กใบโต 

          

อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ. 

( เพราะเหตุอย่างนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น เป็นผู้ไกลจากกิเลส เป็นผู้ตรัสรู้ชอบโดยพระองค์เอง เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เป็นผู้ไปแล้วด้วยดี เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้ อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า เป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม เป็นผู้มีความจำเริญจำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์ ดังนี้ ) 

          

สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูฮีติ. 

( พระธรรม เป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติ พึงเห็นได้ด้วยตนเอง เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และให้ผลได้ไม่จำกัดกาล เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกับผู้อื่นว่า ท่านจงมาดูเถิด เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว เป็นสิ่งที่ผู้รู้ พึงรู้ได้เฉพาะตน ดังนี้ ฯ ) 

          

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเณยโย อัญชะลีกะระณีโย อะนุตตะรัง ปุณณักเขตตัง โลกัสสาติ. 

( สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใด ปฏิบัติดีแล้ว สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใด ปฏิบัติตรงแล้ว สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใด ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใด ปฏิบัติสมควรแล้ว ได้แก่บุคคลเหล่านี้คือ คู่แห่งบุรุษสี่คู่ นับเรียงตัวได้แปดบุรุษ นั่นแหละ สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นผู้ควรแก่สักการะที่เขานำมาบูชา เป็นผู้ควรแก่สักการะที่จัดไว้ต้อนรับ เป็นผู้ควรรับทักษิณาทานเป็นผู้ที่บุคคลทั่วไปควรทำอัญชลี เป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า ดังนี้ ) 

        

 

         โอมท่องบทสรรเสริญคุณพระรัตนตรัยด้วยน้ำเสียงที่สงบเยือกเย็นและเข้าท่วงทำนองเป็นจังหวะไม่ต่างกับพระสวด หญิงสาวที่นอนอยู่ก็ท่องตามในใจอย่างต่อเนื่อง เธอรู้สึกสงบขึ้นมาทันที ความหวาดกลัว วิตกกังวลหรืออารมณ์ร้ายใดๆเริ่มจางหายไปเรื่อยๆ เธออยู่ในภาวะเช่นนั้นไม่นานก็สงบลงจนมือที่พนมค่อยเคลื่อนต่ำตกลงสู่ฟูกที่นอนอันหนานิ่มพร้อมเสียงลมหายใจแผ่วเบาเป็นจังหวะของหญิงสาว 

        

 

        หนุ่มโอมค่อยๆชะโงกหน้าดูหญิงสาวที่เข้าสู่นิทราด้วยอารมณ์สงบอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นมองไปรอบๆห้องนอนที่มีความมืดสลัวปกคลุม ทันใดนั้นเองเขาก็ล้วงกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบถุงพลาสติกขนาดเล็กซึ่งภายในบรรจุผงอะไรซักอย่างหนึ่งเอาไว้ 

 

 “ เอาล่ะ พี่สาวหลับแล้ว ได้เวลาทำงานของเราแล้ว ” โอมพูดกับตัวเองเบาๆ 

       

 

       หลังจากนั้นหนุ่มโอมก็ดำเนินการทำตามแผนงานที่ตัวเองวางเอาไว้ โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าในเวลานี้มีเงาดำบางอย่างที่กำลังล่องลอยอยู่นอกตัวห้อง เงาดำนั้นกำลังจับจ้องมาที่เด็กหนุ่มและหญิงสาวด้วยประกายตาที่แดงจ้าดุจสีเลือด บางสิ่งนั้นคำรามดังด้วยเสียงกร้าวและแหบแห้ง 

 

“ ฝากไว้ก่อนเถอะ มึง ”

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณอ่านเรื่องนี้แล้วฟินมากแค่ไหน

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา