โอม ตอนที่ 1 แรงอาฆาต

9.3

เขียนโดย Jalando

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 10.48 น.

  53 บท
  12 วิจารณ์
  2,884 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561 19.32 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

17) อาหารเช้าเป็นเหตุุ

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

บทที่ 17 อาหารเช้าเป็นเหตุ

 

“ อื้อ ก็พอไหวนะ ไม่เป็นไรเดี๋ยวพี่จะกินให้หมดเลย ” หญิงสาวพยายามฝืนยิ้มพลางเตรียมตักลาบช้อนที่สองเข้าผสมกับข้าวสวยเพื่อกินต่อ แต่ก่อนที่เธอจะตักขึ้นมาได้ มืออันเรียวเล็กและนิ่มนวลของเด็กหนุ่มก็มาเกาะกุมที่มือของหญิงสาว ด้วยสัมผัสที่อ่อนโยนเช่นนี้เป็นผลให้หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาเด็กหนุ่ม 

         

 

         เด็กหนุ่มสบตาตอบ ดวงตากลมโตที่เปล่งประกายขบขำเล็กน้อย เขาเปิดปากบอกหญิงสาวอย่างช้าๆด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกของเขา 

 

“ ไม่ต้องทานแล้วพี่ มันเผ็ดเกินไป ผมว่าพี่ทานอาหารจานนี้ดีกว่าครับ ”  

       

 

        เด็กหนุ่มพูดจบก็หยิบจานอาหารที่แอบไว้ที่เก้าอี้ข้างตัวเด็กหนุ่มขึ้นมาโชว์ ในจานนั้นบรรจุสปาเก็ตตี้หมูแฮมที่มีสีสันสวยงามน่ากินขึ้นมาจานหนึ่ง 

 

“ เอ๊ะ นี่เธอ….” หญิงสาวตกตะลึงก่อนถาม 

 

“ ทำเผื่อน่ะครับ เพราะผมคิดว่าพี่อาจจะทานอาหารเผ็ดไม่ค่อยได้ ” เด็กหนุ่มชิงตอบก่อนที่หญิงสาวจะถามจบ 

       

 

       หญิงสาวมองอาหารสีสันสวยงามที่อยู่ในจานสลับกับใบหน้าซื่อๆที่กำลังฉีกยิ้มของเด็กหนุ่ม ครู่หนึ่งเธอก็ก้มหน้าลงนิดหนึ่งจนเด็กหนุ่มไม่สามารถทราบได้เลยว่าหญิงสาวจะรู้สึกอย่างไร โอมจึงแกล้งเดาความรู้สึกของหญิงสาวด้วยการเปิดปากถามแบบแหย่ๆ

 

" ไง พี่ซี้งใจจนน้ำตาตกในเลยหรือ "

       

 

       หญิงสาวก้มหน้านิ่งอยู่อึดใจ เธอจึงตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทาคล้ายคนจะร้องไห้

 

" ใช่ๆ แล้ว ซึ้งมากที่เธอทำเพื่อพี่ขนาดนี้ "

 

" แหม ไม่เป็นไรหรอกพี่ ของแค่นี้เอง ฮะๆ มาเดี๋ยวผมประเคนจานให้ถึงที่เลย " เด็กหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงร่าเริงและขยับกายเข้าไปใกล้หญิงสาวก่อนยื่นจานอาหารที่มีสีสันน่ารับประทานมาวางไว้ตรงหน้า

       

 

       แต่ถึงกระนั้นหญิงสาวก็ยังนั่งก้มหน้านิ่งเงียบอยู่อย่างสงบ จนเด็กหนุ่มเริ่มจะเกิดความกังวลใจขึ้นมาบ้างแล้ว

 

" เอ...หรือว่าพี่เขาจะผีเข้ากันนะ " เด็กหนุ่มคิดในใจพลางระมัดระวังตัวมากยิ่งขึ้น

      

 

        เด็กหนุ่มระมัดระวังตัวได้ไม่นาน เขาก็รู้สึกวางใจมากขึ้นเมื่อเห็นหญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองหน้าของเขา รอยยิ้มสวยใสของสาวงามระดับเทพีปรากฏขึ้นบนหน้าเนียนๆของเธอ พร้อมเสียงใสๆที่ออกจากปากของเธอ

 

" ขอบใจมากนะ โอม พี่ซึ้งใจมากเลย "

 

" ฮะๆ อ้อ ครับ ไม่เป็นไรครับ " โอมกล่าวตอบพร้อมหัวเราะแห้งๆ เขาดูมีสีหน้าผ่อนคลายขึ้นในทันทีเมื่อรู้ว่าสาวสวยที่อยู่เบื้องหน้านั้นน่าจะไม่ได้เป็นอะไร

 

" ท่าทางน่ากินมากเลย จานนี้คงไม่ค่อยเผ็ดใช่มั้ย " จิตหรายิ้มและเปิดปากถาม

 

" อ้อ....ครับ จานนี้ไม่เผ็ดครับ ถ้าอร่อยจะกินอีกจานก็ได้นะครับ เดี๋ยวผมทำเพิ่มให้ " เด็กหนุ่มอมยิ้มน้อยๆ

 

" โอ้ ไม่เป็นไรๆ จานเดียวพอแล้ว เดี๋ยวพี่จะอ้วนเป็นหมูไปซะเปล่าๆ " หญิงสาวโบกมือห้าม

 

" ฮะๆ ได้ครับ ลองชิมสิครับพี่ ดูซิอร่อยมั้ย ผมก็ไม่ได้ทำอาหารมาพักใหญ่ ไม่รู้มือจะตกจนกินไม่ได้หรือเปล่า " เด็กหนุ่มตอบด้วยเสียงกลั้วหัวเราะตามบุคลิกของเขา

 

" อืมๆ ได้สิจ๊ะ " หญิงสาวรับคำพลางตักอาหารในจานขึ้นชิมช้อนหนึ่ง

       

 

       เด็กหนุ่มนั่งมองการกินของหญิงสาวตาเขม็ง ตัวของเขาแข็งเกร็ง อากัปกิริยาของเขาในเวลานี้คล้ายกับคนที่กำลังลุ้นหวยช่วงกลางเดือนและปลายเดือนอย่างไม่มีผิดเพี้ยน ปากของเขาเปิดขึ้นมาเพื่อเอ่ยถามหญิงสาวด้วยน้ำเสียงช้าๆแถมสั่นเล็กน้อย

 

" เป็นไงบ้างครับ พี่ รสชาติโอเคมั้ย "

       

 

       หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่มด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนที่จะค่อยๆ.........เปิดยิ้มกว้างพลางร้องชมด้วยเสียงสดใส ร่าเริง

 

" โอโห อร่อยมากเลย ไม่ใช่เล่นเลยนะ เธอทำอาหารได้อร่อยมาก "

 

" ฮะๆ ดีใจจัง พี่ชอบด้วย ฮะๆ " เด็กหนุ่มยิ้มไปพูดไปหัวเราะไป ท่าทางที่ดูเกร็งเมื่อครู่มลายหายไปในทันที

 

" นี่ว่าแต่เธอไปเรียนทำอาหารแบบนี้มาจากไหน สอนพี่มั่งสิ " ท่าทางหญิงสาวน่าจะรู้สึกอร่อยจริงๆ เพราะเธอเคี้ยวอาหารจานเด็ดตุ้ยๆแบบไม่ขาดปากเลยทีเดียว

 

" ฮะๆ ตอนผมยังเด็ก พ่อแม่ของผมไม่ค่อยอยู่บ้านน่ะ ผมต้องทำหน้าที่พ่อบ้านอยู่เป็นประจำ เลยได้วิชาทำกับข้าวมาเล็กน้อย ฮะๆ " โอมตอบยิ้มๆ สายตามองหญิงสาวรับประทานอย่างมีความสุขแบบไม่วางตา

 

" อ้อ อย่างนี้นี่เอง ว่าแต่ทำไม พ่อแม่ของเธอถึงไม่ค่อยอยู่บ้านล่ะ " หญิงสาวถามไปกินไป ดวงตางามของเธอจับมาที่ใบหน้าโอมตลอด

 

" ท่านทั้งสองออกไปทำงานน่ะครับ ลูกค้าของท่านเยอะมาก เลยมีเวลาดูแลบ้านน้อย พอผมโตพอที่จะจำความได้ก็ถูกสอนงานและมอบหมายหน้าที่ในการดูแลบ้านให้ทีละอย่าง พอเวลาล่วงผ่านไปหลายปีผมก็เลยเป็นงานบ้านมาหลายอย่างเลย ฮะๆ " โอมตอบหน้ายิ้มดุจเดิม

 

" ฟังดูเหมือนเธอไม่ค่อยจะได้ใกล้ชิดกับพ่อแม่ของเธอเลยนะ " หญิงสาวหน้าหมองเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด ความรู้สึกสงสารและเห็นใจเริ่มเกาะกุมหัวใจของเธอ

 

" ไม่หรอก ถึงพ่อแม่ของผมจะไม่ค่อยได้อยู่บ้าน แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมาท่านทั้งสองก็ได้ให้บางสิ่งที่มีคุณค่ากับผม และบางสิ่งบางอย่างนั้นก็เป็นสิ่งที่สำคัญและหายากยิ่งที่สุดในโลกตอนนี้ " เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าขมุกขมัวที่คมเข้มก็รู้สึกจะแจ่มใสขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตที่มองไปข้างหน้าอย่างเลื่อนลอยและดูสดใสราวกับประกายดาวของท้องฟ้ายามค่ำคืน

       

 

       หญิงสาวมองดวงตาที่สุกใสคู่นั้นแบบไม่วางตา เหมือนมีอะไรบางอย่างในตาคู่นั้นที่สะกดเธอเอาไว้ ปากของเธอก็ขยับขึ้นมาอย่างช้าๆเพื่อเอ่ยถามบางสิ่งที่ดูไม่ควรจะถามอย่างไม่รู้ตัว

 

" บางสิ่งที่ว่านั้น คืออะไร....."

       

 

      เด็กหนุ่มหันมามองหญิงสาวอีกครั้ง เมื่อสายตาของหญิงสาวจับจ้องเข้าไปที่ดวงตาสุกใสของเด็กหนุ่ม เธอก็เกิดอาการสะเทิ้นอายออกมาแบบไม่รู้ตัว ทั่วทั้งตัวของเธอรุ่มร้อน ใบหน้างามแดงซ่าน เธอไม่รู้ตัวเลยว่าอาการแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไง ทุกสิ่งอย่างเกิดขึ้นเพียงเพราะเธอเผลอไปสบตาคู่นั้น

        

 

       ในระหว่างนั้นเอง รอยยิ้มของเด็กหนุ่มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาเล็กน้อยแบบคนที่กำลังสุขใจกับอะไรบางอย่างก่อนที่จะเอามือขวากุมลงไปที่หน้าอกข้างซ้ายของตนเองช้าๆพลางตอบเบาๆ

 

" นี่ไงครับ "

        

 

      หญิงสาวกะพริบตาถี่ๆ แม้เธอจะยังรู้สึกเขินอายอยู่บ้างแต่ความสงสัยของเธอเริ่มถูกปลุกขึ้นมาครอบงำจิตใจของเธอบ้างแล้ว เธอจึงออกปากถามเพื่อคลายข้อสงสัยในจิตใจ

 

" เอ่อ....ที่เธอว่าหมายถึง "

       

 

       เด็กหนุ่มอมยิ้มพลางมองหน้าหญิงสาวเนิ่นนานโดยไม่ได้ตอบคำอันใดเลย ทุกการกระทำยิ่งเพิ่มความอยากรู้อยากเห็นแก่หญิงสาวมากขึ้นเรื่อยๆ จนเธอขยับจะถามอีกรอบ ทว่าโอมก็ชิงจังหวะเปิดปากถามก่อน

 

" เป็นไงครับ รสชาติอาหารเผ็ดมากไปหรือเปล่าครับ "

 

" เอ๊ะๆ อ้อ ก็กำลังทาน รสชาติกลมกล่อมดี ไม่เผ็ดเลย อร่อยจริงๆ " ทันทีได้รับคำถามนั้น หญิงสาวเริ่มรู้สึกตัวว่าตนเองเสียมารยาทมากแค่ไหนที่พยายามจะไปคาดคั้นถามบางสิ่งบางอย่างที่อาจจะเป็นความลับที่ไม่อยากเล่าของคนอื่น แม้ว่าคนๆนั้นจะเป็นคนที่เธอรู้สึกดีเมื่อยามที่ได้อยู่ใกล้ๆเช่นโอมก็ตามที

      

 

       เด็กหนุ่มยิ้มรับก่อนที่จะนั่งมองหญิงสาวรับประทานต่อไปโดยไม่ได้พูดอะไรต่อ หญิงสาวก็ก้มหน้ารับประทานเงียบกริบ ครู่ใหญ่เหมือนเธอจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เธอจึงเปิดปากถามเด็กหนุ่มเบาๆ

 

" เออ ว่าแต่เธอรู้ได้ยังไงว่าพี่ไม่กินของเผ็ด "

 

" อ้อๆ ตอนที่ผมกินข้าวกลางวันกับพี่ที่ทำงาน ผมสังเกตว่าพี่กินอาหารทั้งที่ไม่ใส่พริกลงไปเลย และตอนที่ไปกินสุกี้ที่ MK ผมก็เห็นว่าพี่สั่งน้ำจิ้มเด็กมากิน เท่านี้ผมก็รู้แล้วว่าพี่ไม่กินเผ็ด ฮะๆ "  เด็กหนุ่มร้องบอกและหัวเราะๆดังแบบเปิดปากจนเห็นฟันครบ 32 ซี่ คล้ายขบขันอย่างหนัก

 

" แหม เธอนี่ช่างสังเกตจริงนะ ทุกสิ่งทุกอย่างไม่รอดพ้นสายตาของเธอ สุดยอดจริงๆ ฮะๆ " หญิงสาวหัวเราะบ้าง หน้างามยิ้มระรื่น มือเรียวของเธอตบเบาๆไปที่ไหล่ของเด็กหนุ่มที่นั่งข้างๆอย่างสนิทใจ

 

" ฮะๆ ไม่เท่าไหร่หรอกครับ " เด็กหนุ่มหัวเราะพร้อมตอบกลับแบบถ่อมตัว

 

" ไม่หรอก เธอน่ะเข้าขั้นสุดยอดแล้ว ว่าแต่พี่ขอถามอะไรเธออย่างสิ " หญิงสาวยังคงพูดยิ้มๆอยู่ มือที่ตบไหล่เริ่มตบแรงขึ้นจนผิดสังเกต

 

" เออ……ถามอะไรหรือพี่ เหอๆ " เด็กหนุ่มหัวเราะแห้งๆ เขารู้สึกว่ามันเริ่มมีอะไรบางอย่างที่ไม่ค่อยจะชอบมาพากลขึ้นมาแล้ว

       

 

       ทันใดนั้นเองหญิงสาวหยุดยิ้มและหยุดหัวเราะอย่างฉับพลัน ใบหน้างามของเธอขมวดนิ่วพร้อมเปิดปากถามเสียงแข็งจนดูดุคล้ายแม่เสือสาว

 

" ทำไมถึงทำของเผ็ดให้พี่กินในทีแรก ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าพี่กินอาหารไม่เผ็ด "

 

" เอ่อ อ่า อืม…… " เด็กหนุ่มเกิดอาการติดอ่างในทันทีเพราะเริ่มไปไม่เป็น เขารู้สึกได้ทันทีว่ามืองามที่ตบไหล่ของเขาได้เลิกตบและหันมาขยุ้มไหล่ของเขาแทนจนเขาเริ่มจะเจ็บจี้ดๆแล้ว

 

" ตอบดีๆนะนายโอม จะว่าอะไรก็ว่ามา ถ้าสารภาพพี่จะลดโทษให้กึ่งหนึ่ง " หญิงสาวเริ่มเสียงแข็งมากขึ้นเรื่อยๆ

 

" เอ่อ....แล้วโทษเต็มๆของความผิดนี้มันประมาณเท่าไหร่ล่ะครับ " เด็กหนุ่มถามอ่อยๆ

 

" ประหารชีวิต " หญิงสาวตอบสั้นๆแบบห้วนๆ

 

" อึ้ย " เด็กหนุ่มปิดตาปี้พร้อมสะดุ้งเฮือกใหญ่

 

" ว่าไง พ่อตัวดี จะพูดอะไรมั้ย " หญิงสาวขยุ้มไหล่แรงขึ้น ท่าทางการซักถามเข้มงวดและกดดันสมกับอาชีพทนายความที่เธอทำเลยทีเดียว

 

" ครับ สารภาพก็ได้ครับเผื่อจะรอดตาย " เด็กหนุ่มบอกเสียงอ่อนๆ ท่าทางเหมือนคนที่กำลังจะจนมุม

 

" ว่ามา " หญิงสาวพูดเสียงดังและแข็งเสียจนจะเกือบๆเป็นการตวาด

 

" แฮะๆ ผมแค่แกล้งเล่นนิดหน่อยน่ะครับ มันดูน่าสนุกดีที่เห็นพี่เผ็ดจนโดดลอยตัว " เด็กหนุ่มก้มหน้าสารภาพเขินๆ ท่าทางเขามองดูคล้ายๆเด็กน้อยที่ทำผิดและโดนผู้ใหญ่จับได้ดีๆนี่เอง

 

" หึ หึ หึ " หญิงสาวจ้องหน้าเด็กหนุ่มนิ่ง ดวงตาของเธอเขียวปั้ดด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวที่พลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างรุนแรง

 

" สารภาพผิด ลดโทษกึ่งหนึ่งกลายเป็นปล่อยผมไปเถอะ ถือซะว่าปล่อยลูกนกลูกกา " เด็กหนุ่มร้องบอกด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะร่าเริง

 

" ผิด สารภาพผิดลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือเพียงข่วนหน้า ข่วนตาและทุบมันให้น่วม " หญิงสาวประกาศก้องก่อนลงไม้ลงมือทั้งข่วนทั้งทุบเด็กหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้าเป็นพัลวัน

 

" โอ๊ยๆ! ยอมแล้วๆ อย่าครับ พี่ เจ็บ โอ๊ย " เด็กหนุ่มร้องลั่นและกระโดดถอยหนีเพื่อให้พ้นพายุกรงเล็บและกำปั้นน้อยของหญิงสาว

        

 

       แต่ถึงกระนั้นความโมโหในใจของหญิงสาวก็มีมากเกินกว่าจะยอมหยุด เธอกระโดดตามไปข่วนและทุบผสมถองอย่างรุนแรงและหนักหน่วงเท่าที่กำลังของผู้หญิงเพรียวบางคนหนึ่งจะทำได้อย่างต่อเนื่อง

 

" นี่แน่ะๆ มาหลอกชั้นได้นะ นายโอม นี่….. " หญิงสาวร้องคำราม สาวสวยกลายเป็นเสือร้ายไปซะแล้ว

 

" โอ๊ยๆ ยอมแพ้แล้ว อย่าๆ! " หนุ่มโอมปัดป้องพลางถอยไปเรื่อย แต่แล้วในที่สุด........

 

" ปึก "

        

 

        เสียงเนื้อกระทบกับอะไรบางอย่างที่แข็งดังขึ้น จากภาพที่เห็นบอกได้ว่าเด็กหนุ่มนามว่าโอมสะดุดขาเก้าอี้จนล้มกลิ้งลงไปนอนหงายกับพื้น หัวของเด็กหนุ่มกระแทกพื้นอย่างแรง

 

" อู้ยๆ มึนแฮะ งง กว่าโดนผีร้ายเล่นงานเมื่อคืนอีก " เด็กหนุ่มสะบัดหัวแรงๆเพื่อคลายความมึนงง

      

 

       ในขณะที่ดวงตาของเด็กหนุ่มยังพร่ามัวนั้นเอง เขาก็รู้สึกว่าตรงคอเสื้อเชิ้ตขาวของเขาโดนมือเล็กบางของใครบางคนขยุ้มรวบอย่างแรงพร้อมได้ยินเสียงใสๆของจิตหราดังสำทับเข้ามา

 

" เป็นไงล่ะ สมน้ำหน้ากรรมตามทันจนล้มหัวทิ่มพื้น อยากขี้แกล้งดีนัก "

      

 

       เด็กหนุ่มกะพริบตาถี่ๆ เพียงแพลบเดียวเขาก็เห็นวงหน้างามที่เรียวเป็นรูปไข่ของหญิงสาวปรากฏตรงหน้าของเขาชนิดที่ห่างกันแค่คืบเท่านั้น ใบหน้านั้นมีแววกระหยิ่มยิ้มย่องคล้ายคนที่มีชัยกับอะไรซักอย่างที่ไม่น่าจะสำคัญ ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันครู่หนึ่ง อึดใจต่อมาใบหน้าสีดำแดงของเด็กหนุ่มก็เริ่มจะกลายเป็นแดงอย่างเดียว แม้ดวงตาจะยังไม่ละจากกันแต่หญิงสาวก็รับรู้ได้ทันทีว่ามีร่องรอยของความเขินอายฉายออกมาจากดวงตากลมโตของเด็กหนุ่ม

      

 

        ฝ่ายหญิงสาวก็เริ่มที่จะรู้สึกตัวขึ้นมาบ้างเหมือนกันเมื่อเห็นความเขินอายที่ฉายออกมาจากสีหน้าและแววตาของเด็กหนุ่ม เธอรู้แล้วว่าทำไมเด็กหนุ่มถึงเกิดอาการอายได้ขนาดนี้ สาเหตุเพราะในยามนี้เรือนกายเพรียวบางในชุดนอนแบบเสื้อกางเกงของเธอกำลังคล่อมอยู่บนลำตัวของเด็กหนุ่ม เนื้อตัวของหนุ่มสาวต่างวัยคู่นี้ใกล้ชิดกันจนแทบจะรวมเป็นเนื้อเดียวกัน ต่างฝ่ายต่างได้รับลมหายใจอุ่นๆของกันและกันเนื่องด้วยใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่นิ้ว และเพราะเหตุนี้เองจึงทำให้ใบหน้างามของหญิงสาวเกิดแดงซ่านขึ้นมาบ้าง

       

 

        บรรยากาศในห้องหรูเต็มไปด้วยความเงียบงันจนแทบจะได้ยินเสียงหัวใจของอีกฝ่าย แม้ทั้งคู่จะอยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกจนชวนอึดอัดใจ แต่ทั้งคู่ก็ได้แต่หยุดอยู่ในท่านั้นเนิ่นนาน การเคลื่อนไหวของคนทั้งคู่ก็มีเพียงแววตาของทั้งสองที่สั่นไหวไปมายามที่สบตากันเท่านั้น และในวินาทีนั้นเองเด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนกับว่าหญิงสาวสวยที่อยู่เบื้องหน้าของเขาเริ่มที่โน้มกายเข้ามาใกล้ของเขามากขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้างามของเธอก็ค่อยๆเคลื่อนลงมาใกล้ใบหน้าของเขาด้วยเช่นกัน

      

 

      เด็กหนุ่มรีบหลับตาปี๋พลางเกร็งตัวนิ่ง ขณะนั้นเองดวงตาคู่งามของหญิงสาวก็เริ่มพริ้มปิดลงเช่นกัน ริมฝีปากบางเล็กอมชมพูของหญิงสาวเริ่มห่อลงเล็กน้อยเพื่อเตรียมประกบเข้ากับริมฝีปากของเด็กหนุ่ม และก่อนที่ริมฝีปากของคนทั้งคู่จะประสานกันก็เกิดบางสิ่งขึ้น

 

" กริ้ง กริ้ง กริ้ง "

      

 

       เสียงโทรศัพท์บ้านที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องช่วยปลุกจิตสำนึกของหญิงสาวและเด็กหนุ่มให้หลุดจากห้วงภวังค์ของอารมณ์เบื้องลึก หญิงสาวจึงรีบโดดออกจากกายของเด็กหนุ่มในทันที จากนั้นเธอก็พุ่งตัววิ่งไปรับโทรศัพท์ที่ดัง เธอพยายามปรับเสียงและอารมณ์ของเธอให้เรียบร้อยก่อนที่จะรับสาย

 

" ฮัลโหล จิตหราค่ะ จากที่ไหนคะ " หญิงสาวตอบปลายสายในทันที ทว่าเสียงของเธอยังคงสั่นเล็กน้อย แต่ก่อนที่เธอจะได้ทันได้พูดอะไรต่อไป เธอก็ต้องนิ่งงันไปในทันทีเมื่อบุคคลที่ปลายสายพูดอะไรบางอย่างออกมา

      

 

       ในระหว่างนั้นเองเด็กหนุ่มก็ค่อยลุกขึ้นอย่างช้าๆ เขายอมรับกับตัวเองว่าในขณะนี้ทั้งตัวและใจของเขายังคงสั่นอยู่ตลอด เขาไม่รู้เลยจริงๆว่าเมื่อครู่นี้มันเกิดอะไรขึ้น มันจึงได้เป็นไปในแบบนั้น ครู่หนึ่งเขาก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกพลางพูดออกมาเบาๆคล้ายเจตนาจะพูดกับตัวเอง

 

" เฮ้อ……ผู้หญิงนี่น่ากลัวจริงๆ "

      

 

       ทันใดนั้นเอง เด็กหนุ่มก็เกิดอาการสะดุ้งสุดตัวเมื่อเขาได้ยินเสียงใสๆของหญิงสาวดังขึ้น เพียงแต่เสียงใสๆสายนี้กลับแฝงแววของความตื่นตระหนกเข้ามาอย่างชัดเจน

 

" โอม รีบไปที่สำนักงานกันเร็ว เกิดเรื่องใหญ่แล้ว "

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณอ่านเรื่องนี้แล้วฟินมากแค่ไหน

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา