โอม ตอนที่ 1 แรงอาฆาต

9.3

เขียนโดย Jalando

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 10.48 น.

  88 บท
  14 วิจารณ์
  7,457 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561 19.32 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

19) สาวประหลาดที่ชั้นใต้ดิน

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

บทที่ 19 สาวประหลาดที่ชั้นใต้ดิน

 

        โอมเดินเตร่ไปมาในออฟฟิศด้วยท่าทีสบายอารมณ์ เหตุนี้จึงทำให้พนักงานหลายคนไม่ได้ให้ความสนใจเขามากนัก เพราะคิดว่าเด็กหนุ่มผู้นี้น่าจะเป็นเพียงแค่เด็กฝึกงานธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น สายตาที่แหลมคมและฉับไวของเขาถูกซุกซ่อนไว้ภายใต้แว่นตาทรงกลมและบุคลิกลักษณะที่ดูเฉื่อยชา 

         

 

       เด็กหนุ่มมาดเซอร์พาร่างสูงสันทัดในชุดนักศึกษาเดินทางไปตามจุดต่างๆของสำนักงาน ไม่ว่าจะเป็นชั้นสอง ชั้นหนึ่งจนถึงโรงอาหารเพื่อสำรวจตรวจตราสถานที่โดยรอบและบรรยากาศในที่ทำงาน เมื่อเขาเดินทะลุมาถึงชั้นใต้ดินอันเป็นลานจอดรถ เขาก็พบกับลานจอดรถขนาดค่อนข้างกว้างขวางชนิดบรรจุรถได้นับร้อยคัน และในขณะนี้ก็มีรถจำนวนหลายสิบจอดเรียงเป็นทิวแถวยาวอย่างมีระเบียบ

          

 

       ในระหว่างที่โอมกำลังเตรียมตัวกลับขึ้นไปสำรวจที่อื่นต่อ ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงประหลาดที่ดังแว่วมาแต่ไกลๆ เสียงนั้นมีสำเนียงเสียงร้องที่คล้ายคลึงกับ………เสียงร่ำไห้ของผู้หญิง 

 

“ อึก…..ฮือๆ ” 

       

 

       เสียงร่ำไห้นั้นฟังดูเยือกเย็นและแผ่วเบา มิหนำซ้ำยังแฝงแววเจ็บปวดสะเทือนอารมณ์ถึงขีดสุด แต่ถึงกระนั้นมันก็ชวนให้ขนลุกจนหนุ่มโอมอดที่จะหวาดไม่ได้ 

 

“ ใครดันมาร้องไห้ในที่แบบนี้เนี่ย ” เด็กหนุ่มคิดในใจ สายตาเหลือบมองไปรอบๆบริเวณคล้ายจะพยายามคิดหาทางหนีทีไล่อย่างละเอียด ซึ่งเมื่อเด็กหนุ่มเริ่มสำรวจ เขาก็พบว่าชั้นใต้ดินของตัวตึกสำนักงานแห่งนี้เป็นแบบทึบที่ถูกล้อมกรอบด้วยกำแพงคอนกรีตรอบทั้งสี่ด้าน สถานที่นี้มีความยาวประมาณครึ่งสนามฟุตบอล ความกว้างราวๆ 20 เมตร มีรถยนต์หลากหลายชนิดจอดเรียงรายเป็นแนวยาวตามสองฝากฝั่ง ช่วงกลางของชั้นนี้มีลิฟต์โดยสารขนาดเล็กที่มีแสงไฟริบหรี่บอกเลขที่ของชั้นที่ลิฟต์ไปถึงอยู่รำไร ทางเดินข้างๆลิฟต์มีบันไดหนีไฟสถิตอยู่ โดยรวมแล้วทุกอย่างในตอนนี้ช่างดูวังเวงและมืดมนพอสมควร 

        

 

      เด็กหนุ่มค่อยๆย่องลัดเลาะตามตัวรถที่จอดเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบแบบช้าๆ ในจิตสำนึกเขาเกิดความระแวดระวังภัยอย่างเปี่ยมล้นเนื่องจากในเวลานี้เขารู้สึกได้ว่าเขาน่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตเพียงคนเดียวในสถานที่แห่งนี้ อีกประการเมื่อคืนที่ผ่านมาเขาเพิ่งจะถูกอมนุษย์ตนหนึ่งคุกคามอย่างรุนแรงจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ดังนั้นแล้วเด็กหนุ่มจึงรู้สึกตื่นตัวเต็มที่เพื่อพร้อมรับศึกที่อาจเกิดขึ้น มือเล็กๆของเขาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อกำวัตถุบางอย่างที่เขาคิดว่าน่าจะช่วยชีวิตของเขาได้ 

         

 

      เด็กหนุ่มก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆจนเกือบจะถึงจุดเกิดเหตุเข้าไปทุกขณะ และเมื่อเขาหยุดอยู่ห่างราว 6 ก้าว เขาก็รู้ได้ทันทีว่าจุดกำเนิดเสียงร่ำไห้ประหลาดนั้นน่าจะอยู่ที่ท้ายรถปิกอัพสีเลือดหมูคันใหญ่ที่จอดอยู่เบื้องหน้า เด็กหนุ่มค่อยย่องอย่างช้าๆจนเข้าระยะเพียง 3 ก้าว เขาก็พบว่าสิ่งที่ก่อให้เกิดเสียงประหลาดนั้นคือ…….หญิงสาวร่างบางได้ส่วนในชุดสาวออฟฟิศนางหนึ่ง เธอกำลังยืนหันหลังให้เขา ร่างเพรียวของเธอสั่นสะท้านด้วยแรงสะอื้นไห้ 

 

“ นี่คนหรือ…. อะไรกันแน่นะ ” เด็กหนุ่มคิดในใจ แม้ว่าเขาจะเคยพบเจออะไรที่มันดูแปลกประหลาด พิกลพิการมามากพอสมควร เขาเองก็อดที่จะลังเลไม่ได้ว่าเขาควรทำยังไงดีเมื่อเจอสภาวะเช่นนี้ แต่เมื่อถึงจุดๆหนึ่งเด็กหนุ่มก็ตัดสินใจเด็ดขาด 

 

“ เอาก็เอาวะ ” 

         

 

      เด็กหนุ่มเตะกรวดหินเล็กๆที่อยู่บนพื้นให้กลิ้งไปทางหญิงสาวประหลาด และในทันทีที่กรวดหินก้อนนั้นพุ่งม้วนไปหยุดอยู่ด้านหน้าของเธอ ร่างเพรียวบางนั้นก็สะดุ้งตกใจอย่างรุนแรงและรีบหันหลังกลับมาอย่างรวดเร็ว มันทำให้หนุ่มโอมสามารถเห็นใบหน้าเจ้าของร่างนั้นอย่างชัดเจน  

         

 

      ทุกสิ่งที่โอมเห็นนั้นผิดไปจากที่เขาคาดคิดทุกประการจนตัวเขาเองอดไม่ได้ที่จะผวาเฮือกด้วยความตกใจ ใบหน้าผอมซูบของเด็กหนุ่มถอดสีเล็กน้อย ปากของเด็กหนุ่มสั่นน้อยๆก่อนเอ่ยถามอย่างช้าๆ 

 

“ คุณมาทำอะไรตรงนี้ครับ ” 

         

 

     เจ้าของร่างเพรียวนั้นก็ดูตกใจไม่แพ้กัน เค้าหน้าเล็กเรียวและขาวผ่องแถมดูอ่อนเยาว์คล้ายเด็กสาว ม.ปลาย แดงซ่านเล็กน้อย ขอบดวงตากลมโตคู่นั้นแดงก่ำและมีคราบน้ำตาเกรอะกรังบริเวณสองแก้มจนดูออกได้ในทันทีว่าเธอเพิ่งจะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก 

 

“ เอ่อ…คุณเป็นอะไรมากมั้ย ” หนุ่มโอมถามย้ำอีกครั้งหลังเห็นหญิงสาวปริศนาไม่ตอบคำ 

 

“ มะ……ไม่เป็นไรค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ ” หญิงสาวหน้าละอ่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเทาก่อนที่จะรีบรุดจากไปอย่างรวดเร็วจนเด็กหนุ่มไม่ทันที่จะตั้งตัว 

 

“ เดี๋ยว คุณ ” เด็กหนุ่มร้องทักแต่หญิงสาวผู้นั้นก็วิ่งหนีหายจนลับสายตาไปแล้ว  

        

 

      เด็กหนุ่มยืนสงบอยู่คนเดียวท่ามกลางความมืดสลัวชวนวังเวงของบรรยากาศในชั้นใต้ดิน ถึงเขาจะยังใจสั่นน้อยๆด้วยความกลัวที่ยังคงเหลืออยู่นิดๆและงุนงงกับเหตุการณ์ประหลาดที่เพิ่งจะเกิดขึ้น แต่ไม่นานเขาก็เริ่มที่จะปรับอารมณ์ของตัวเองได้จนสามารถถอนหายใจออกมาเบาๆพลางรำพึงรำพันกับตัวเอง 

 

“ เฮ้อๆ โล่งอก นึกว่าจะต้องเจอเจ้าตัวเมื่อวานอีกรอบซะแล้ว ” 

 

……………………..

         

       จิตหรารีบรุดเดินกลับเข้ามาที่ห้องทำงานของตนเองอย่างเร่งร้อน เธอรู้สึกได้ว่าผู้จัดการนพพลเปลี่ยนไปมากเมื่อสังเกตจากบทสนทนาเมื่อครู่นี้ ซึ่งโดยปกติแล้วผู้จัดการหนุ่มไม่เคยมีทีท่ากับเธอแบบนี้มาก่อน และด้วยสมองที่ฉับไวของหญิงสาวทำให้เธอเริ่มที่จะคิดได้ว่าเพราะอะไร….ผู้จัดการหนุ่มถึงได้เปลี่ยนไป 

 

“ อืม เข้าใจแล้ว อย่างนี้นี่เอง ” 

          

 

      ระหว่างที่เธอกำลังขบคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยอยู่นั้น เธอก็ก้าวเดินเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของเธอโดยไม่รู้สึกตัว เมื่อเข้ามาถึงสิ่งแรกที่เธอทำก็คือทิ้งกายบอบบางของเธอลงกระแทกกับเก้าอี้นวมขนาดใหญ่อย่างแรง ความหนานุ่มของเก้าอี้ชั้นดีประกอบกับความเย็นสบายที่แผ่ออกมาจากแอร์คอนดิชั่นตัวใหญ่แทบจะทำให้ดวงตาของเธอหรี่ปิดลงเพื่อนำจิตตนเข้าสู้ห้วงนิทรารมณ์อันแสนสุขสม 

         

 

      ในขณะที่เธอกำลังเคลิ้มหลับอยู่นั้นเอง เธอก็ต้องสะดุ้งกายจนตื่นตัวเต็มที่เมื่อโสตประสาทหูของเธอได้ยินเสียงแง้มประตูออกมาอย่างช้าๆและยาวนาน 

 

“ แอ้ดๆ ” 

        

 

      หญิงสาวรีบหันกลับมาที่ประตู เธอก็พบว่าบุคคลที่เปิดประตูแล้วก้าวเข้ามาคือ โอม เด็กหนุ่มมาดเซอร์นั่นเอง 

 

“ อ้าว ขอโทษครับที่ทำให้ตกใจ ” เด็กหนุ่มเป็นฝ่ายร้องทักเมื่อเห็นอากัปกิริยาของหญิงสาว 

 

“ เอ่อ..ไม่เป็นไรจ้ะ ” หญิงสาวตอบกลับพลางรีบปรับเปลี่ยนอารมณ์และสีหน้าของตัวเอง 

 

“ ครับผม ” โอมยิ้มน้อยพร้อมพยักหน้ารับเบาๆ จากนั้นเขาเองก็เดินไปหยุดอยู่ที่เก้าอี้รับรองแขกตรงมุมห้องก่อนทรุดตัวลงนั่งอย่างสงบ และในทันทีที่เด็กหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งเรียบร้อย ดวงตากลมโตของเขาก็มองตรงไปข้างหน้าด้วยอาการเหม่อลอย ร่างกายผอมบางของเด็กหนุ่มแน่นิ่งไม่ไหวติงใดๆราวกับว่าจิตวิญญาณของเขาได้หลุดลอยออกจากเรือนกายของเขาไปแล้ว 

          

 

       จิตหราแอบชำเลืองมองท่าทีของเด็กหนุ่มที่นั่งสงบอยู่มุมห้อง เธอรู้สึกประหลาดใจกับท่าทีของเด็กหนุ่มมาก ตั้งแต่ตอนที่อยู่บนรถจนมาถึงตอนนี้ เด็กหนุ่มคนนี้ดูเงียบขรึมและเหม่อลอยพิกล ไม่เหมือนเด็กหนุ่มที่สดใสร่าเริงและแอบจะกวนๆยียวนนิดๆในแบบที่เคยเป็นเลย นอกจากนี้เธอยังมีเรื่องให้ขบคิดภายในใจที่ต้องการหาคำตอบให้ได้โดยไวที่สุด

 

“ เราจะเลือกชีวิตของเราหรือหน้าที่การงานดีนะ ” 

          

 

       จิตหราครุ่นคิดเรื่องนี้อยู่นานพอดู ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจได้ในเวลาต่อมา ใบหน้างามของเริ่มเธอคลายความตึงเครียด และเมื่อเธอคิดออก เธอจึงย้อนกลับมาขบคิดในเรื่องของเด็กหนุ่มอีกครั้ง 

 

“ จะไหวมั้ยเนี่ย ” จิตหรานึกกังวลใจ เธอไม่รู้เลยว่าเธอจะสามารถฝากชีวิตไว้กับเด็กหนุ่มที่กำลังนั่งเหม่อลอยตรงหน้านี้ได้มั้ยเพราะท่าทางของเขาในตอนนี้ดูไม่น่าจะพึ่งพาอะไรได้เลย แต่เมื่อเธอพิจารณาย้อนกลับไปถึงความตั้งใจและสิ่งที่เด็กหนุ่มผู้นี้สามารถทำได้ เธอก็เริ่มมีความหวังนิดจนต้องคิดใหม่ว่า……….. 

 

“ หรือโอมจะเจออะไรบางอย่างนะ ถึงได้มีอาการแปลกประหลาดแบบนี้ ” 

         

 

      หลังจากที่เธอคิดได้แบบนี้ เธอก็รีบหันกลับไปดูเด็กหนุ่มอีกครั้ง เธอก็พบว่า……เด็กหนุ่มมาดเซอร์ได้นั่งก้มหน้า คอตกลงพื้นไปแล้วเรียบร้อย ซึ่งสภาพของหนุ่มโอมดูแย่มากจนคล้ายกับว่าเขาจะสิ้นลมหายใจไปแล้ว 

 

“ โอม เธอ….เธอเป็นอะไรไปน่ะ ” หญิงสาวลุกพรวดขึ้นมาทันทีพร้อมร้องทักเสียงหลงด้วยความเป็นห่วง ใบหน้างามตื่นตกใจอย่างเห็นได้ชัด 

        

 

      หญิงสาวตะลึงงงพลางยืนมองอาการสิ้นสภาพของเด็กหนุ่มอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็สามารถเรียกสติของตัวเองกลับมาได้และรีบรุดเข้าไปดูอาการของเด็กหนุ่มอย่างรวดเร็ว 

 

“ ไม่ได้การ เราต้องรีบเข้าไปช่วย ” หญิงสาวคิดในใจ 

       

 

      ในขณะที่หญิงสาวกำลังจะก้าวถึงตัวของเด็กหนุ่ม เธอก็ต้องชะงักฝีเท้าเพราะดันได้ยินเสียงประหลาดดังออกมาจากตัวของเด็กหนุ่ม 

 

“ คร่อก…….ฟี้ ” 

       

 

      หญิงสาวนิ่งเงียบและออกอาการเอ๋อไปชั่วขณะ ในเวลาต่อมาเธอขมวดคิ้วนิ่วหน้าด้วยความฉุนกึ่งขำ พลางสบถเบาๆเพื่อระบายอารมณ์ 

 

“ บ้า ที่แท้ก็หลับเองหรอกหรือนี่ ไม่น่าหลวมตัวหลงไปห่วงเลย เฮอะๆ ” เธอพูดพร้อมหัวเราะแปร่งๆ หลังจากนั้นเธอก็หันกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานของเธอเพื่อทำงานที่ยังคงคั่งค้างอยู่อย่างมากมายต่อไป 

 

………………………

         

      เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง หญิงสาวยังคงทำงานเอกสารทางกฎหมายอยู่อย่างแข็งขัน จนเสียงดังจากนาฬิกาโบราณขนาดใหญ่ในห้องดังขึ้น 

 

“ แต๊ง แต๊ง แต๊ง ”  

        

 

       หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองดูเวลาที่ปรากฏบนนาฬิกาไม้เรือนใหญ่นั้น เธอก็พบว่าเวลาในขณะนั้นได้ล่วงเข้ามาถึงเที่ยงวันแล้ว ในเวลาเดียวกันเด็กหนุ่มที่นั่งคอตกอยู่มุมห้องก็ขยับตัวเล็กน้อยก่อนที่จะยืดตัวขึ้นอย่างช้าๆ ใบหน้าซูบผอมของเด็กหนุ่มดูมึนงงคล้ายคนเพิ่งตื่นนอน ตรงมุมปากมีคราบน้ำลายไหลย้อยลงมาเป็นทาง 

 

“ เที่ยงแล้วหรือครับ หาวๆ ” เด็กหนุ่มร้องถามแบบงงๆและยกแขนทั้งสองขึ้นสูงเพื่อบิดขี้เกียจและอ้าปากหาวอย่างไร้มารยาท 

 

“ ใช่สิ เธอนี่ธรณีสารจริงนะ หลับง่ายซะจริงๆ ” หญิงสาวร้องบอกต่อบอดี้การ์ดส่วนตัวด้วยท่าทีกระเง้ากระงอดเล็กน้อย 

 

“ ฮะๆ ขอโทษทีครับ พอดีเมื่อวานผมแทบจะไม่ได้นอนเลย วันนี้จึงเผลอหลับไปแวบหนึ่ง ” โอมยิ้มให้พร้อมตอบซื่อๆ 

 

“ อ้าว แล้วเธอไปทำอะไรซะล่ะ ทำไมถึงไม่นอน ” หญิงสาวถามกลับ ใบหน้างามขมวดนิ่วด้วยความสงสัย 

 

“ ก็ดูแลความปลอดภัยของพี่ แล้วก็ตรวจตราจัดการอะไรเล็กน้อย คราวนี้ไม่ต้องเป็นกังวลแล้วครับเพราะตอนนี้ผมคิดว่าในห้องของพี่น่าจะเป็นอาณาเขตซึ่งปลอดภัยที่สุด วิญญาณตนนั้นไม่มีทางเข้ามาในห้องของพี่ได้อีกต่อไป ” โอมตอบเรียบๆพร้อมบิดเอวซ้ายขวาเพื่อคลายความเมื่อยขบอีกระลอกใหญ่ 

         

 

       คำตอบของเด็กหนุ่มมาดเซอร์ตรงหน้าทำให้หญิงสาวเกิดอาการอึ้งขึ้นมาทันที เพราะตั้งแต่เธอเกิดมาจนถึงป่านนี้เธอไม่เคยเจอใครที่เป็นแบบนี้มาก่อนเลย เด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้านี้กล้าที่จะทุ่มเททั้งชีวิตและจิตใจให้กับคนแปลกหน้าที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่กี่วันอย่างเธอ มันแทบไม่น่าเชื่อเลยว่าในโลกใบนี้จะยังคงเหลือคนแบบนี้อยู่อีก 

 

“ อ้าว เอ๋ เป็นไรไปครับ พี่ ” หนุ่มโอมถามกลับด้วยท่าทีงุนงงเล็กน้อยที่เห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของหญิงสาว 

 

“ เอ๊ะ ไม่เป็นไร เออ ไปกินข้าวกันเถอะ ” หญิงสาวสะดุ้งนิดๆ เธอยกมือขยี้ขอบดวงตาเบาๆเพื่อปาดน้ำตาที่เริ่มซึมออกมาเล็กน้อย ปากก็เอ่ยบ่ายเบี่ยง เฉไฉ ไปเรื่องอื่น

 

“ โอ้ ดีครับ จริงๆแล้ว ผมเองก็เริ่มจะหิวอีกแล้ว ฮะๆ ” โอมยิ้มก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ 

        

 

      หญิงสาวมองใบหน้าซูบผอมและคมเข้มของเด็กหนุ่มไม่วางตา ภายใต้ใบหน้าขมุกขมัวที่หาความหล่อเหลาได้ยากยิ่งนี้มีสิ่งที่ยิ่งใหญ่แฝงอยู่ และสิ่งนั้นตีค่าออกมาเป็นราคาไม่ได้เลย สิ่งนั้นเองที่ทำให้เธอเริ่มรู้สึกหลงใหล และยิ่งนานวันหัวใจของเธอก็ยิ่งถลำลึกเข้าไปมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงกระนั้นเธอเองก็รู้สึกเต็มใจและพอใจที่จะเป็นแบบนี้ เธอยิ้มให้เด็กหนุ่มน้อยๆพร้อมตอบกลับเบาๆ 

 

“ ไปสิ ไปกินข้าวกัน ” 

 

………………………

       

      บรรยากาศในโรงอาหารเป็นไปแบบทุกวันที่ผ่านมา มีคนมาใช้บริการแน่นขนัดเพราะนี่คือยามเที่ยงซึ่งเป็นเวลารับประทานอาหารของเหล่าพนักงาน จิตหราและโอมเลือกทำเลในการนั่งรับประทานอาหารที่มุมห้องซึ่งเป็นโซนที่ไม่ค่อยมีผู้คนมากนัก

 

" โอม เธอจะเอาอะไรมั้ย พี่จะไปสั่งอาหารให้ ส่วนเธอเฝ้าโต๊ะไว้ " จิตหราเปิดปากถาม

 

" อะไรก็ได้ครับ แต่ขอเผ็ดๆหน่อยก็ดีครับ " โอมยิ้มเพลียๆและโบกมือบอกหญิงสาว ท่าทางดูอ่อนล้าจากความหิวที่เริ่มเกาะกุมใจ

 

" โห เมื่อเช้าก็กินของเผ็ด กลางวันก็จะกินเผ็ดอีก กระเพาะของเธอทำด้วยอะไรกันนะ " หญิงสาวอ้าปากร้องเหวอ

 

" ฮะๆ เป็นเรื่องที่ต้องฝึกฝนด้วยความตะกละตะกลามมาอย่างยาวนานครับถึงจะทำแบบนี้ได้ " เด็กหนุ่มยิ้มกว้างพร้อมกล่าวสรรเสริญเยินยอ (หรือด่า) ตัวเองหน้าตาเฉย

     

 

      เมื่อหญิงสาวได้รับฟังคำตอบแบบประหลาดของเด็กหนุ่ม เธอก็นิ่งอึ้งนิดหนึ่งเหมือนกับว่าเธอกำลังตีความคำพูดกำกวมของเด็กหนุ่มอยู่ในสมอง ครู่หนึ่งหญิงสาวก็เริ่มหลุดยิ้มและหัวเราะออกมาน้อยๆ

 

" ฮะๆ เธอนี่มันมุกเยอะจริงๆเลย เอาเถอะ รอซักครู่เดี๋ยวพี่จะจัดให้ "

 

" ครับผม ขอเยอะๆหน่อยก็ดีนะครับ ฮะๆ " โอมพูดไปหัวเราะไปตามสไตค์ของเขา

 

" ได้จ้ะ " หญิงสาวตอบยิ้มๆก่อนเดินจากไป

        

 

       เมื่อหญิงสาวไปแล้ว โอมก็หยุดยิ้มและหัวเราะ เขาเริ่มขบคิดพิจารณาถึงข้อมูลหลายอย่างที่ได้รับมา ระบบประมวลผลในสมองของเขาทำงานอย่างหนัก แม้บางอย่างเริ่มกระจ่างชัดขึ้นแต่บางอย่างก็ยังไม่สมเหตุสมผลมากพอที่จะสรุปผลได้ ใบหน้าของเด็กหนุ่มในยามนี้ดูเครียดขึ้งซึ่งก็น่าจะเป็นอารมณ์ที่แท้จริงของเขา เด็กหนุ่มรำพันกับตัวเองเบาๆด้วยอาการเลื่อนลอย

 

" อืม ขาดข้อมูลอีกไม่กี่อย่างเท่านั้น ถ้าได้มาล่ะก็......... "

       

 

       ในระหว่างที่เด็กหนุ่มกำลังขบคิดอย่างหนักอยู่นั้น อยู่ๆเด็กหนุ่มก็ถึงกลับตะลึงงันด้วยความตกใจ สาเหตุเพราะสายตาของเขาได้เหลือบขึ้นไปเห็นคนผู้หนึ่งโดยบังเอิญ คนผู้นั้นกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ตามลำพังที่โต๊ะถัดไปจากโต๊ะที่เด็กหนุ่มนั่งอยู่นั่นเอง คนผู้นั้นก็คือ.........หญิงสาวที่ร่ำไห้ตามลำพังตรงบริเวณชั้นใต้ดินที่เด็กหนุ่มไปพบเจอเมื่อเช้านี้

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณอ่านเรื่องนี้แล้วฟินมากแค่ไหน

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา