โอม ตอนที่ 1 แรงอาฆาต

9.3

เขียนโดย Jalando

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 10.48 น.

  78 บท
  14 วิจารณ์
  5,241 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561 19.32 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

23) เสียงกระซิบที่แผ่วเบา

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

บทที่ 23 เสียงกระซิบที่แผ่วเบา

 

........................

       

       ค่ำคืนนี้เป็นคืนที่สงบเงียบอีกคืนหนึ่ง มันสงบมากซะจนน่าหวาดหวั่น แม้หญิงสาวจะยังคงอยู่ในใจกลางกรุงแต่เธอก็ยังอดที่จะรู้สึกหวั่นเกรงไม่ได้  

        

 

        หญิงสาวผู้นี้เหลือบแลไปรอบๆ ทำให้เธอรู้ว่า ณ.ตอนนี้เธออยู่ในห้องพักแห่งหนึ่งที่ดูหรูหราและบรรเจิดเลิศล้ำ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ ตู้ เตียงที่ทำจากไม้สักสีดำสนิทซึ่งให้ความรู้สึกเลิศหรูและลึกลับในตัวเอง มองสูงขึ้นไปก็พบโคมไฟระย้าที่คล้ายกับของที่ชนชั้นสูงในยุโรปสมัยโบราณใช้กันอย่างไม่มีผิดเพี้ยน 

         

 

       หญิงสาวพาร่างงามระหงเพรียวบางของตนเองก้าวเดินไปตามพื้นที่ปูพรมนิ่มสบายเท้าราวปุยนุ่นและเมฆขาว เธอได้หยุดยืนที่หน้ากระจกบานใหญ่ขนาดเท่าตัวคนซึ่งมีขอบที่ทำด้วยทองเหลืองพร้อมสลักลายไทยที่ขอบกระจกอย่างประณีต 

        

 

        หญิงสาวเหลือบดวงตาที่คมและหวานซึ้งของเธอไปที่กระจกบานใหญ่นั้น ภาพซึ่งปรากฏบนกระจกบานนั้นคือ……ภาพหญิงสาวผู้หนึ่ง เธอมีใบหน้าเรียวเล็กเมื่อประกอบกับจมูกโด่งได้รูปและปากเรียวบางแดงระเรื่อสีแดงอมชมพูของเธอก็ทำให้หญิงสาวนางนี้เข้าขั้นสาวงามได้โดยไม่ยาก  

        

 

        เธอค่อยๆเอื้อมมือไปแกะที่มัดผมผ้านิ่มสีดำออกช้า เมื่อมันหลุดออกมา ผมยาวสลวยของเธอก็หลุดจากพันธนาการจนพลิ้วไหวกระจายเต็มแผ่นหลังบางเนียน เส้นผมของเธอทั้งดูนิ่มนวลและมีน้ำหนักคล้ายกับได้รับการบำรุงมาอย่างดี 

        

 

        หญิงสาวเอียงหน้าซ้ายขวาเพื่อสังเกตบางสิ่งบางอย่างบนใบหน้าของตนเองอย่างถี่ถ้วน ซึ่งก็พบว่ามีริ้วรอยประสบการณ์อยู่จางๆบนผิวหนังอ่อนหลายจุดบ่งบอกว่าวัยของเธอมิใช่สาวรุ่นเยาว์แต่ประการใด ถ้าให้คาดเดาอายุอานามของเธอก็น่าจะอยู่ในช่วงประมาณ 20 ปลายจนถึง 30 ต้นเป็นแน่แท้  

         

 

        หญิงสาวสำรวจตรวจตราตนเองได้พักใหญ่ เธอก็เอ่ยปากพูดขึ้นมาลอย สำเนียงเสียงของเธอดูหวานใสดุจดังนวลหน้าของเธอ 

 

“ หน้าตาของเราดูสดใสขึ้นนะเนี่ย ขอบตาที่เคยดำคล้ำรู้สึกจะจางหายไปแล้ว ต้องขอบใจตานั่นโดยแท้ ” 

        

 

        หญิงสาวก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อเหลือบมองไปที่ซอกคอเรียวขาวผ่องของตนเอง สายตาของเธอจับจ้องไปที่สร้อยผ้าร่มสีดำที่คล้องตะกรุดเหล็กขนาดนิ้วมือ บนตัวตะกรุดมีร่องรอยอักขระยันต์สลักอยู่โดยรอบทำให้ดูขลังและชวนขนลุกอย่างบอกไม่ถูก 

 

“ ขอบใจนะ…..โอม ” สาวสวยพูดกับตัวเองเบาๆอีกครั้ง ภายในใจระลึกถึงเจ้าของตะกรุดเหล็กที่เธอคล้องคออยู่ แน่นอนว่าเธอผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากจิตหรา นางเอกสาวสวยผู้กำลังผจญภัยพาลจากวิญญาณร้ายอยู่นั่นเอง 

         

 

        หญิงสาวมองตะกรุดเหล็กด้วยแววตาซาบซึ้งและอาวรณ์อยู่นานสองนาน แต่ทันใดนั้นเองแววตาหวานซึ้งก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราดทีละน้อย จนในที่สุดดวงตานั้นก็กลายเป็นดวงตาคมกร้าวแลดูดุดันอย่างประหลาดจนคล้ายว่าเธออาจจะนึกอยากกินเลือดกินเนื้อของเจ้าของตะกรุดกันเลยทีเดียว 

 

“ หนอย เผลอหน่อยเดียวแอบหนีไปคุยกับคนอื่น นี่แหนะๆ ” หญิงสาวคำรามเสียงแหลมใสพรางเอาสร้อยตะกรุดออกจากคอแล้วขว้างไปที่นอนหนานุ่มจากนั้นเธอก็คว้าหมอนใบโตฟาดใส่ตะกรุดสุดแรง ในใจนึกหึงหวงและโกรธแค้นที่โอมแอบหนีไปคุยกับมาริณีเมื่อช่วงกลางวันที่ผ่านมา 

 

“ นี่ๆ รับนี่ไป ตาคนเจ้าชู้ บ้าๆ นี่ๆ ” หญิงสาวร้องเสียงแหลมระบายอารมณ์คลั่ง มือก็ระดมฟาดหมอนนิ่มอันเป็นอาวุธคู่ใจประเคนอัดเข้าไปที่สร้อยคอตะกรุดเหล็กถี่ยิบชนิดไม่คิดนับจำนวน ในมโนภาพนึกจินตนาการว่ากำลังใช้อาวุธร้ายที่แสนนุ่มนิ่มนี้ฟาดไปที่กระบาลของเด็กหนุ่มเจ้าของวัตถุมงคลนี้อยู่อย่างเมามัน 

        

 

        หญิงสาวฟาดหมอนใส่ต่อเนื่องอยู่หลายสิบที เธอก็หยุดกระทำการอันคลุ้มคลั่งแล้วหันมาหอบตัวโยนแทน  

 

“ แฮ่กๆ นี่เรากำลังทำอะไรอยู่นะ บ้าชะมัดเลย ” หญิงสาวหอบพลางพูดพึมพำกับตัวเอง 

        

 

        เมื่อหญิงสาวได้ระบายอารมณ์กลุ้มจนเหนื่อยอ่อน เธอก็ได้คิดว่า…..เธอคิดมากเกินไป จริงๆแล้วเธอไม่ควรที่จะไปคิดแบบนั้นเลยเพราะถึงอย่างไรเธอก็เพิ่งจะรู้จักกับโอมได้ไม่กี่วัน ความสัมพันธ์ระหว่างเธอและเด็กหนุ่มผู้นี้ก็เป็นเพียงคนแปลกหน้าที่เข้าไปขอความช่วยเหลือเพียงเท่านั้น นี่ยังไม่รวมถึงอายุที่ห่างกันเกือบสิบปี มันไม่ควรเลยทีเดียวที่เธอจะเผลอปล่อยตัวปล่อยใจไปคิดเรื่องแบบนี้ได้ 

         

 

        เมื่อเธอดึงสติตัวเองกลับมาได้ เธอก็ล้มตัวลงนั่งบนฟูกที่นอน จากนั้นก็ก้มหน้านิ่งเพื่อซบใบหน้างามลงกับฝ่ามือ เธออยู่ในท่านั้นหลายอึดใจเธอก็ยืดตัวตรงแล้วสัญญากับตัวเองว่า…… 

 

“ ต่อแต่นี้ ความสัมพันธ์ของชั้นกับโอมจะเป็นเพียงแค่….เอ่อ….อะไรดีล่ะ ” 

        

 

         เธอค่อนข้างงุนงงว่าเธอควรมีความสัมพันธ์แบบใดดี จะเป็นพี่น้องก็ไม่น่าใช่เพราะไม่ได้มีสายเลือดหรือความผูกพันใดๆเพียงที่จะนับถือกันเป็นพี่เป็นน้องกันได้เลย จะว่าเป็นลูกจ้างและนายจ้างก็ไม่ใช่อีกเพราะหนุ่มโอมไม่ได้เรียกค่าจ้างใดๆจากเธอเลยแม้แต่น้อย 

 

“ นึกออกแล้ว คนแปลกหน้าที่ชั้นไปขอความช่วยเหลือ ” จิตหรานึกออกได้ในที่สุด หลังจากขบคิดอยู่นานสองนาน และเมื่อเธอคิดได้ดังนี้เธอก็มีสีหน้าดีขึ้น เธอคว้าสร้อยตะกรุดเหล็กขึ้นคล้องคอดุจเดิมจากนั้นก็ลุกขึ้นเดินตรงไปที่ห้องน้ำเพื่ออาบน้ำชำระร่างกายให้สบายตัว 

 

………………………

           

        ภายในห้องน้ำก็ดูหรูหราไม่แพ้ห้องนอนข้างนอก ไม่ว่าจะเป็นอ่างล้างหน้า พื้นผนังและพื้นห้องล้วนปูด้วยหินอ่อนสีขาวสะอาดตา และนอกจากนี้ในห้องนั้นยังมีอุปกรณ์ที่ใช้ในการอาบน้ำครบครัน ไม่ว่าจะเป็นฝักบัวอะลูมิเนียมที่พ่วงกับเครื่องทำน้ำอุ่นทันสมัย อ่างหินอ่อนสีขาวแบบเดียวกับพื้นห้องก็ดูเข้ากันได้กับเครื่องเคราในห้องน้ำเป็นอย่างดี เมื่อพิจารณาองค์ประกอบโดยรวมแล้วนับได้ว่าสถานที่นี้เป็นห้องน้ำระดับห้าดาวเลยทีเดียว 

           

 

         หญิงสาวพาร่างสูงได้สัดส่วนก้าวมาหยุดอยู่ที่ขอบอ่างทางด้านศีรษะ ในเวลาต่อมาเธอก็ค่อยๆหมุนก๊อกน้ำเพื่อเจตนาที่จะปลดปล่อยวารีให้ไหลผ่าน ทันใดเองนั้นน้ำใสสะอาดก็พร่างพรูลงมาในอ่างน้ำขนาดเท่าคนนอนอย่างรวดเร็ว หญิงสาวหมุนแกนของก๊อกไปทางซ้ายแล้วรออยู่อึดใจ น้ำที่ไหลออกจากก๊อกน้ำก็เริ่มอุ่นร้อนขึ้นมาทันที ความร้อนของธารน้ำอุ่นมีมากพอที่จะก่อให้เกิดเป็นไอน้ำลอยพ่องออกมาจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า 

          

 

        หญิงสาวยิ้มแห้งๆ แม้ว่าชีวิตความเป็นอยู่และหน้าที่การงานของเธอจะอยู่ในระดับค่อนข้างดี แต่ลึกๆในจิตใจเธอไม่เคยพอใจเลย มันเหมือนกับว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการและใฝ่หา เธอเพียงต้องการจะอยู่กับแม่อันเป็นสมาชิกคนสุดท้ายในครอบครัวของเธอเท่านั้น แต่ชีวิตของเธอมันมีความจำเป็นบางอย่างที่ทำให้เธอต้องเบนเข็มชีวิตของตนเองมาเช่นนี้ เธอตัดสินใจว่าหลังจากนี้ไม่กี่ปีเธอคงเก็บเงินได้มากพอที่จะกลับบ้านเกิดของเธอเพื่อประกอบอาชีพอิสระ เธอจะได้หลีกลี้หนีจากความวุ่นวายของเมืองกรุง ความโลภโมโทสัน ความมักใหญ่ใฝ่สูงของผู้คน และได้อยู่ดูแลแม่ที่นับวันยิ่งชรามากขึ้นเรื่อยๆ 

 

“ อีกไม่กี่ปีก็จะได้กลับบ้านแล้ว ถึงเวลานั้นโอมคงโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เอ๊ะ! ” หญิงสาวเผลอเพ้อกับตัวเองแบบไม่ตั้งใจ แต่เมื่อจบประโยคเธอก็สะดุ้งสุดตัวและงุนงง เธอไม่เข้าใจเลยว่าเธอจะหวนกลับไปคิดถึงเด็กหนุ่มแปลกหน้าผู้นี้ทำไม 

 

“ ไม่ๆๆ เราต้องไม่คิดถึงเขา ” จิตหราพูดจบก็ส่ายหน้าแรงๆเพื่อปัดความคิดที่เหลวไหลนี้ออกไป 

         

 

         หลังจากที่จิตหราขับไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัวสมองเรียบร้อยแล้ว เธอจึงจัดการเปลื้องผ้าจนเรือนกายเปลือยเปล่า หลังจากนั้นเธอก็หย่อนกายเพรียวงามลงไปนอนเหยียดขาในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ ด้วยความอุ่นของน้ำที่อยู่ในอ่างทำให้เธอเกิดความรู้สึกผ่อนคลายสบายใจ ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า ความเครียดจากการทำงานและการเดินทางดูจะมลายหายไปจากจิตใจจนหมดสิ้น 

         

 

         ในขณะที่เธอกำลังเอนศีรษะไปที่ขอบอ่างเพื่อหลับตาปิดกั้นตนเองจากโลกภายนอกในแบบที่เคยทำเป็นประจำ เธอก็สะดุ้งตกใจเฮือกใหญ่แล้วผวาลุกขึ้นจากอ่างน้ำอย่างรวดเร็ว สายตาคมงามกวาดมองไปที่ทรวงอกเต่งตึงตั้งตระหง่านคู่งามของเธอเพื่อค้นหาบางสิ่งบางอย่าง………นั่นคือสร้อยคอตะกรุดเหล็กสีเงิน 

 

“ ว้ายๆๆ แย่แล้ว ตะกรุดนี่ทำมาจากเหล็กนี่ เปียกน้ำแบบนี้จะขึ้นสนิมมั้ยเนี่ย เรานี่แย่จังเผลอลงอ่างไปทั้งแบบนี้ ไม่ได้การแล้วต้องถอดออก ” หญิงสาวตำหนิตัวเองเบาๆก่อนเอาสายสร้อยผ้าร่มสีดำออกพ้นคออย่างรวดเร็ว 

        

 

         ในช่วงที่เธอกำลังจะเอาตะกรุดนั้นแขวนที่ขอบอ่าง ในหัวของเธอก็เหมือนจะได้ยินเสียงของหนุ่มโอมแว่วมาแต่ไกล 

 

“ อย่าถอดตะกรุดนี้ออกเด็ดขาดครับ ” 

         

 

        หญิงสาวเกิดอาการลังเลขึ้นมาในทันที หลังนึกถึงคำเตือนของเด็กหนุ่มมาดเซอร์ได้ ในเวลาเดียวกันเธอก็ย้อนนึกถึงเหตุการณ์ที่เธอเคยเกือบจะถึงแก่ชีวิตเมื่อหลายวันก่อน เหตุการณ์นั้นมันเกิดขึ้นก็เพราะเธอเผลอถอดสร้อยคอเส้นนี้ออกและตอนนั้นเธอก็กำลังนอนแช่น้ำในอ่างอาบน้ำเหมือนในวันนี้เช่นกัน เมื่อคิดได้ดังนี้เธอจึงเกิดความลังเลใจ 

 

“ เอ…..เราจะทำยังไงดีนะ ” 

        

 

        หญิงสาวนึกทบทวนอยู่นานสองนาน จะถอดก็กลัววิญญาณร้าย จะใส่ต่อก็เกรงว่าตะกรุดดอกนี้จะขึ้นสนิมจนทำให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย ในระหว่างที่เธอคิด เธอกลับรู้สึกเหมือนกับว่ามีสายลมเย็นๆกำลังแล่นผ่านแผ่นหลังเปลือยเปล่าของเธอวูบหนึ่งจนเธอรู้สึกขนลุกพร้อมเสียงกระซิบที่แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยินของหญิงสาวนางหนึ่งว่า.......... 

 

“ ถอดเลย ถอดออกเถอะ ” 

         

 

        หญิงสาวรีบหันหลังกลับไปมองทันที สิ่งที่เธอได้พบมีเพียง…….ความว่างเปล่า 

 

“ เอ๊ะ หรือเราคิดไปเอง ” หญิงสาวนึกคิดในใจ ตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกหวาดระแวงขึ้นมาเล็กน้อย แม้เธอจะอยู่ในห้องน้ำหรูเพียงลำพังแต่สัมผัสที่หกของเธอกลับบอกกับตัวเองว่าเธอไม่ได้อยู่ตามลำพังอย่างที่เข้าใจ มันเหมือนมีพลังงานบางอย่างรายล้อมอยู่รอบกาย พลังงานที่ลึกลับ ดำมืด ชั่วช้าและเต็มไปด้วยแรงอาฆาต 

 

“ ไม่น่าเป็นไปได้ เหตุการณ์มันสงบมาตั้งวันแล้ว วันนี้ก็น่าจะสงบอีก แล้วอีกเดี๋ยวโอมก็กลับมาแล้วน่าจะไม่มีอะไร เราคงคิดมากไปเองแหละ ” หญิงสาวสะบัดใบหน้าไปมาช้าๆพรางพยายามคิดเข้าข้างตัวเอง 

          

 

         หญิงสาวตัดสินใจเลือกที่จะถอดสร้อยคอแล้วนอนแผ่หลาในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่เพื่อพักผ่อนดุจเดิมแต่เธอก็ยังห้อยแขนขวาออกนอกอ่างแล้วคว้าจับสร้อยคอนั้นไว้กับมือข้างนั้นไว้แน่น เธอคิดว่าถ้าเธอเลือกใช้วิธีนี้เธอก็สามารถทำให้สร้อยคอไม่โดนน้ำจนขึ้นสนิมและเธอยังไม่ต้องอยู่ห่างจากสร้อยคอเส้นนี้ ซึ่งวิธีการนี้นับว่าเป็นการกระทำที่เรียกได้ว่า ยิงกระสุนนัดเดียวได้นกสองตัว ส่วนมันจะได้ผลหรือไม่ตัวเธอเองก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกันแต่เธอก็ลองที่จะทำด้วยหวังว่ามันจะได้ผล

 

“ เฮ้อๆ เท่านี้ก็ถือว่าเรายังครองตะกรุดอยู่ในตัวเราแถมของยังไม่เปียกน้ำอีก เยี่ยมจริงที่คิดได้ ว่าแต่ว่าการแช่น้ำอุ่นในเวลาแบบนี้มันเป็นอะไรที่ดีจริงๆ อืมๆ ” หญิงสาวนึกชมในความฉลาดของตัวเองพลางพริ้มตาหลับลงเพื่อผ่อนคลายตนเองอย่างเต็มที่ 

         

          เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่ทราบได้ แต่ที่ทราบอย่างแน่ชัดคือหญิงสาวรู้สึกสบายกายสบายใจเป็นอย่างยิ่ง ด้วยกระแสน้ำร้อนที่อุ่นกำลังดี กระแสนั้นพลิ้วแผ่วไปทั่วทุกอณูของร่างกายเพรียวงามของเธอ สิ่งนี้ทำให้เธอเริ่มที่จะรู้สึกเคลิบเคลิ้มมากขึ้นเรื่อยๆจนเธอเผลอไผลเข้าสู่ภวังค์โดยที่ไม่รู้ตัว มือขวาเจ้ากรรมที่กำลังห้อยอยู่นอกขอบอ่างเริ่มคลายตัวอย่างช้าๆจนมีบางสิ่งอย่างค่อยๆร่วงหล่นออกจากมือที่คลายตัวของหญิงสาว สิ่งนั้นก็คือ…….สร้อยคอตะกรุดเหล็ก

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณอ่านเรื่องนี้แล้วฟินมากแค่ไหน

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา