โอม ตอนที่ 1 แรงอาฆาต

9.3

เขียนโดย Jalando

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 10.48 น.

  88 บท
  14 วิจารณ์
  7,453 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561 19.32 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

4) ตามหาหมอโอม

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

 

บทที่ 4 ตามหาหมอโอม

 

         หลังจากที่สาวสวยวัยสะคราญนาม จิตหรา ได้รับชื่อและที่อยู่จากแม่หมอชรา เธอก็รีบบึ่งรถออกมาในทันทีเพื่อตามหาบรุษผู้ถูกขนานนามว่า หมอโอม เนื่องจากมหันตภัยลึกลับบางอย่างที่คอยจ้องล้างผลาญชีวิตของเธออยู่นั้น มันย่อมไม่รอเวลาอย่างแน่นอน

        

 

         สาวสวยขับรถไปสำรวจเส้นทางไป เนื่องด้วยที่อยู่ของหมอโอมนั้นค่อนข้างที่จะหายากมาก เพราะไม่ติดกับถนนใหญ่ ต้องหาทางเข้าถนนย่อยแล้วขับลึกเข้าไปอีกหลายกิโลเมตร ทำให้สาวสวยคิดในใจว่า ถ้าที่อยู่ของหมอโอมหายากถึงเพียงนี้แล้ว หมอโอมคงจะหาลูกศิษย์ลูกหาได้ยากยิ่ง

         

 

         จิตหราใช้สูตรเดิมคือ ถามทางกับผู้คนและเนวิเกเตอร์ไปเรื่อยๆ ตาคู่งามก็สำรวจข้างทางเป็นระยะๆ ในที่สุดเธอก็คลำทางมาจนเกือบถึงจุดหมายที่มุ่งหวังนั่นคือ.....หมู่บ้านของหมอโอม

        

 

          ถนนในละแวกหมู่บ้านของหมอโอมเป็นถนนสองเลนที่วิ่งสวนกันได้ ถนนดังกล่าวเป็นถนนลาดยางที่ค่อนข้างขรุขระบ่งบอกความกันดารของพื้นที่ ริมทางด้านซ้ายมือเป็นทุ่งนาเขียวขจีกว้างขวางสุดลูกหูลูกตา มีบ้านของชาวบ้านแทรกแซงเป็นระยะ ส่วนขวามือเป็นคลองเล็กขนาดกว้าง 15 เมตร ทำให้พอมองเห็นถนนฝั่งตรงกันข้ามซึ่งมีสภาพดุจเดียวกัน

        

 

          ภาพที่เห็นเป็นภาพธรรมชาติที่สุขสงบและชวนให้เย็นใจ แต่สำหรับหญิงสาวแล้วบรรยากาศดังกล่าวไม่ได้ทำให้ในใจเธอเกิดความสงบขึ้นมาได้เลย ในใจเธอร้อนรุ่มราวกับไฟเพราะสภาวะของเธอในตอนนี้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนกับตัวเองเป็นหมูที่กำลังจะขึ้นเขียงด้วยมรณภัยจากสิ่งที่ไม่มีตัวตน สิ่งที่จับต้องไม่ได้ สิ่งที่คนธรรมดาไม่สามารถต้านทานได้

 

……………………..

 

" อืมๆ น่าจะใช่ที่นี่แหละมั้ง " จิตหราก้มหน้ามองเศษกระดาษระบุบ้านเลขที่ จากนั้นก็เหลือบมองบ้านที่อยู่ตรงหน้า

         

 

          ในใจของเธอนึกฉงนเล็กน้อยเพราะบ้านที่อยู่ตรงหน้าเป็นเพียงร้านขายของชำบ้านนอกเก่าๆ มียายแก่ร่างเล็กอายุประมาณ 70 กว่าปีนั่งประจำการอยู่หน้าร้านหนึ่งคน ยากแก่คนนั้นไว้ผมทรงดอกกระทุ่ม ซ่อนร่างเล็กๆในชุดเสื้อคอกระเช้าและผ้าถุงตามแบบคนแก่ชนบท เมื่อเธอเหลือบมองเข้าไปในตัวบ้านก็พบบ้านไม้สองชั้นขนาดกลางตั้งอยู่ด้านหลังร้านขายของชำ บริเวณบ้านโดยรอบกว้างขวางตามแบบฉบับบ้านต่างจังหวัด

 

" เอ หรือว่าจะไม่ใช่ ไม่เห็นตำหนักของพ่อหมอโอมเลย " จิตหรานิ่งงันอยู่พลางปรึกษากับตัวเองเบาๆ

 

" ยังไงลองถามคุณยายที่หน้าร้านก่อนดีกว่า " สาวสวยตัดสินใจได้จึงเดินเข้ามาไถ่ถาม

 

" สวัสดีค่ะ คุณยาย " สาวสวยเดินเข้าทักทายพร้อมยกมือไหว้ด้วยมารยาทที่ดี

         

 

         แต่คุณยายร่างเล็กกลับนิ่งเงียบไม่ตอบกลับแต่ประการใด ตาขาวขุ่นของเธอจับจ้องมาที่หญิงสาว ปากที่ไร้ฟันเปิดกว้างส่งยิ้มให้เธอแบบคนอารมณ์ดีที่ดูอบอุ่น แต่กลับดูน่าสยองมากกว่าในความคิดของหญิงสาว

 

" เอ หรือจะเหมือนลุงที่บ้านแม่หมอนะ " จิตหราเริ่มระแวงถอยหลังตั้งหลัก ในหัวสมองคิดคำนวณว่าจะเอายังไงต่อดี

      

 

          ระหว่างเธอละล้าละลังอยู่นั้น ก็มีเสียงยานคางของยายแก่ดังขึ้นแผ่วๆที่ด้านหลังของเธอ

 

" ซื้อของหรือจ๊ะ หนู " 

 

" ว้ายๆ! " จิตหราผวาเพราะในตอนนี้กำลังใจของเธอไม่ค่อยสู้ดีอยู่แล้ว เธอรีบเด้งตัวฉากออกไปพร้อมหันกลับหลังมาดูเจ้าของเสียงที่ทักทายเธอจากด้านหลัง สิ่งที่เธอเห็นคือ

         

 

          คุณยายวัยประมาณแม่หมอแต่ดูเผินๆน่าจะอายุมากกว่าเล็กน้อย เรือนหน้าละม้ายคล้ายคลึงยายแก่ทรงผมดอกกระทุ่มที่เธอเห็นในตอนแรก เธอซ่อนร่างเล็กกระจิ๋วในเสื้อคอกระเช้าสีชมพู ผ้าถุงผูกขมวดเป็นปมแบบโจงกระเบน

 

" ตาเถรตก โอ๊ย ตายแล้ว ยายขอโทษจ๊ะ ตกใจมากมั้ยจ๊ะ " คุณยายร้องเสียงหลง สีหน้าท่าทางดูเหมือนจะมีร่องรอยแห่งความสำนึกผิด

 

" อ้อ ไม่เป็นไรมากค่ะพอดี คุณยายย่องมาข้างหลังเงียบๆ หนูเลยตกใจนิดหน่อย " หญิงสาวเอามือทาบอกโล่งใจเพราะค่อนข้างมั่นใจว่ายายคนนี้น่าจะเป็นคนธรรมดา

 

" โล่งอก ว่าแต่หนูมาซื้ออะไรหรือจ้ะ " คุณยายถอนหายใจพลางเปิดปากถาม

 

" ไม่ได้ซื้อของหรอกจ๊ะ แต่หนูตั้งใจจะมาหาคนหน่อยค่ะ " จิตหราตอบกลับยิ้มๆด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

 

" เอ๋ หาใครอยู่หรือหนู บอกที่อยู่มาสิ ยายจะบอกทางให้ " คุณยายอาสา

 

" เออ คนที่หนูหาเขาคือหมอโอม ตามที่อยู่ที่หนูได้รับมาก็คือที่บ้านหลังนี้แหละค่ะ " หญิงสาวก้มลงมองรายละเอียดที่อยู่ในเศษกระดาษพลางเงยหน้าขึ้นตอบคุณยาย

 

" เอๆ หมอที่หมู่บ้านเราก็มีคนหนึ่งนะ แต่เขาไม่ได้ชื่อหมอโอมนะ เขาชื่อหมอเดชต่างหาก หนูได้ชื่อมาผิดรึเปล่าจ๊ะ " หญิงชราสอบถามต่อ

 

" ไม่น่าผิดนะคะ หนูได้ยินกับหูเองเลย เออ...ว่าแต่คุณหมอเดชท่านอาศัยอยู่ที่ไหนหรือคะ " หญิงสาวสอบถามต่อ ในใจเริ่มสับสนแล้วว่าเธอมาถูกที่หรือเปล่า

 

" อ้อๆ คุณหมออาศัยที่บ้านพักที่อยู่หลังอนามัยของหมู่บ้านเองจ๊ะ ขับไปตรงสะพานข้างหน้าแล้วเลี้ยวขวาขึ้นสะพาน พอลงมาหนูก็จะเจออนามัยเลย " คุณยายบอกที่อยู่พร้อมชี้นิ้วบอกทางให้เสร็จ

         

 

         จิตหรายิ่ง งง มากขึ้นเรื่อยๆ ทุกสิ่งทุกอย่างมันผิดไปจากสิ่งที่เธอคิดไว้มาก ในตอนแรกที่มาเธอนึกว่าจะเจอ อาศรม หรือไม่ก็ตำหนักที่มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย แต่สิ่งที่เจอคือร้านขายของชำเล็กๆ นอกจากนี้คนที่ได้ชื่อว่าเป็นหมอคนเดียวในหมู่บ้านก็กลับไปอาศัยอยู่ในบ้านพักด้านหลังอนามัย ซึ่งไม่สมกับฐานะหมอไสยศาสตร์มือหนึ่งเลยแม้แต่น้อย

 

" เออ ว่าแต่ตอนนี้ถ้าหนูไปหา...หมอเดช ท่านจะอยู่มั้ยคะ " หญิงสาวถามต่อ เธอนึกในใจว่าเธออาจฟังชื่อของหมอผิดก็ได้ หรืออีกนัยหมอเดชคนนี้คงมีชื่อเล่นว่า โอม ล่ะมั้ง ชื่อแปลกๆแบบนี้จะมีซักกี่คนกัน

 

" อยู่ซิจ๊ะ หมอแกประจำอยู่ที่อนามัยตลอดแหละ ไม่เคยไปไหนหรอก " หญิงชราตอบยิ้มๆ

 

" อ้อๆดีค่ะ ขอบคุณมากนะคะ " จิตหรายกมือไหว้ท่าทางนอบน้อมแล้วขณะที่หันหลังกลับเพื่อจะขึ้นรถและเดินทางไปยังจุดหมายใหม่ ทันใดนั้นเองเธอก็ถึงกลับผงะอีกครั้งเพราะภาพที่เธอเห็นคือ.........

        

 

         ภาพของหญิงชราผมทรงดอกกระทุ่มวัย 70 เศษที่แสยะยิ้มกว้างให้เธออย่างหยาดเยิ้มและสยดสยองในเวลาเดียวกัน แต่สิ่งที่ทำให้เธอถึงกลับขนหัวลุกที่สุดคือคำถามที่เปล่งออกมาด้วยน้ำเสียงซึ่งแหบแห้งและยานคางตามสไตค์คนสูงอายุที่ออกจากปากของหญิงชราผมทรงดอกกระทุ่ม

 

" ไอ้หนูๆ เอ็งเป็นลูกใครวะ "

       

 

         ทันใดนั้นเองก็มีเสียงแหบๆของหญิงชราร่างเล็กที่สนทนากับเธอเมื่อครู่แจงมาช้าๆ น้ำเสียงนั้นดูขบขัน

 

" ฮ่าๆ ไม่ต้องกลัวแกหรอกหนู ยายคนนั้นเป็นแม่ชั้นเอง แกหลงๆลืมๆแล้ว ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ "

 

" หาๆ! เหรอคะ " จิตหราหันกลับมาร้องเสียงสูง และอ้าปากค้างด้วยอาการเหวอ

 

" ใช่แล้วจ๊ะ " หญิงชราพยักหน้ารับ

 

" ฮะๆ งั้นก็ลาล่ะค่ะ " หญิงสาวหัวเราะแห้งๆพลางยกมือไหว้คุณยายทั้งสองแล้วขึ้นรถจากไปอย่างรวดเร็ว ในใจเธอนึกได้ว่าไม่น่าหลงกลัวหญิงชราคนนั้นตั้งนานสองนานเลย ที่เป็นอย่างนี้เพราะเธอดันไปเจอเรื่องหลอนๆที่บ้านแม่หมอมาลีจนเกิดอาการประสาทเสีย

 

…………………….

          

          ทันทีที่จิตหราเดินทางมาถึงอนามัย เธอก็จอดรถคันงามเทียบที่หน้าอนามัย สถานที่ๆได้ชื่อว่าอนามัยหมู่บ้านนั้นเป็นตัวตึกสองชั้น ชั้นล่างเป็นห้องยาวๆโล่งๆจำนวนสองห้อง หน้าประตูเป็นกระจกใสเลื่อนยาวเผยให้เห็นสภาพด้านใน ในนั้นมีห้องเล็กกั้นด้วยฉากเล็กแบ่งเป็น 3 - 4 ห้อง ส่วนชั้นบนตีคอนกรีตซอยเป็นห้องเล็กๆคล้ายห้องเรียนประมาณ 3 ห้อง

          

 

           เธอเหลือบมองสภาพโดยรอบพบว่า ในตอนนี้ไม่มีใครใช้บริการอนามัยเลยซักคน เธอไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าจะมีใครอยู่มั้ย เพราะช่วงนี้เป็นเวลาประมาณ 4 โมงเย็นแล้ว ด้วยความร้อนรนเธอจึงลองเสี่ยงกระทำการบางอย่างที่ไม่เข้ากับนิสัยของเธออย่างมาก นั่นคือการตะโกนเรียก

 

" มีใครอยู่มั้ยคะๆ "

          

 

           ในการตะโกนเรียกครั้งแรก สิ่งที่ตอบกลับมาก็คือความเงียบ ในขณะที่เธอกำลังเตรียมตั้งท่าตะโกนรอบสอง ก็มีเสียงชายกลางคนบ่นลอดความเงียบออกมา น้ำเสียงนั้นส่อแววเซ็งอย่างสุดซึ้ง

 

" เอะอะโวยวายอะไรกันวะ คนจะหลับจะนอน "

        

 

           หญิงสาวตาลุกโพลงด้วยความดีใจเพราะคนที่ตอบเธออาจเป็นหมอเดช หมอไสยศาสตร์ที่อาจช่วยเหลือเธอได้ หรือถ้าไม่ใช่เธอก็อาจจะสอบถามได้อีกว่าหมอเดชซึ่งเป็นความหวังเดียวของเธออยู่ที่ไหนในตอนนี้

 

" ขอโทษค่ะที่รบกวน หนูมาหาหมอเดชค่ะ " จิตหราตะโกนตอบด้วยความดีใจแม้ยังไม่เจอเจ้าของเสียงก็ตามที

 

" อ้อ มาหาชั้นหรือ แผล็บนะ ขอลงมาก่อน " เสียงชายวัยกลางคนกล่าวตอบ

 

" เออ ค่ะ " หญิงสาวเริ่มสงสัยแล้วว่า หมอเดชอยู่ตรงไหนกันแน่

        

 

           เพียงไม่นานเธอก็สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อมีมือหยาบกร้านหนาใหญ่คล้ายมือผู้ชายแตะมาที่ไหล่ของเธอ

 

" ว้ายๆ! " เธอร้องอุทานพลางเด้งตัวหันหลังกลับมาเผชิญหน้าเจ้าของมือลึกลับ

         

 

          เจ้าของมือปริศนานั้นเป็นชายวัยกลางคนสูงสันทัดไม่อ้วนไม่ผอม เรือนกายสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้า กางเกงสแล็คสีดำ คลุมด้วยเสื้อกาวน์สีขาว คล้ายว่าจะเป็นแพทย์ แต่ที่ขัดกับเสื้อผ้าที่สวมใส่คือ หน้าตาที่รกรุงรังไปด้วยหนวดเครา ผมยาวยุ่งเหยิงเป็นกระเซิงมีสีขาวแซมเล็กน้อยบนศีรษะ ดวงตาขวางแข็งกลมโตคล้ายคนสติไม่ค่อยดีซ่อนภายใต้แว่นตาทรงกลม มองไปมองมาดูคล้ายนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องที่เห็นในหนังมากกว่าที่จะเป็นหมอไสยเวทชื่อก้อง

 

" อ้อ ขอโทษที ชั้นหนีไปนอนบนแท็งก์เก็บน้ำน่ะ เธอมาหาชั้นทำไม "  ชายสติเฟื่องชี้มือให้ดูหอคอยบรรจุแท็งก์เก็บน้ำที่อยู่ไม่หางจากจุดที่ทั้งสองยืนอยู่ พลางเปิดปากถามหญิงสาวด้วยเสียงที่ดูเบื่อๆ

 

" คุณ...คือ....หมอเดช.." สาวสวยอ้าปากค้าง...เหมือนไม่อยากเชื่อเลยว่าคนที่เห็นตรงหน้านี้ก็คือคนที่เธอตามหา

 

" ใช่ ชั้นเอง ตกลงมีอะไรกันแน่ " หนุ่มใหญ่สติเฟื่องเริ่มเน้นคำในประโยคสุดท้ายคล้ายว่าเขาจะเริ่มหมดความอดทน

 

" เออ พอดีหนูได้รับที่อยู่ของหมอมาจากแม่หมอมาลี นี่ค่ะ " จิตหราหยิบกระดาษที่อยู่และชื่อให้หมอเดช แต่หมอเดชโบกมือไม่ยอมรับไปดูพลางตอบสวนกลับมาอย่างรวดเร็ว

 

" หมอมาลีอะไรชั้นไม่รู้จักหรอก ว่าแต่เธอเป็นอะไร ป่วยรึไง " หมอเดชถามห้วนๆ

 

" เออ ก็ไม่เชิงหรอกค่ะ " หญิงสาวยิ่ง งง หนักที่หมอเดชไม่รู้จักแม่หมอ ในใจนึกหมั่นไส้เล็กน้อยในความไม่เอาใครของหนุ่มใหญ่สติเฟื่องตรงหน้า

 

" อ้าวแล้วตกลงเป็นรอบเดือนรึไง " หนุ่มใหญ่ปากปีจอเริ่มพล่ามไม่เรื่อยแบบไม่เกรงใจใคร

 

" หึๆ ไม่ใช่ค่ะ ที่ชั้นมานี่เพราะอยากจะให้ช่วยจัดการวิญญาณร้ายตนนึงที่คอยติดตามชั้นค่ะ " หญิงสาวพยายามข่มอารมณ์โกรธที่เกิดขึ้นจากความปากร้ายของหนุ่มใหญ่ จากนั้นก็รีบเปิดปากบอกธุระที่มาอย่างเร็วและตรงประเด็นที่สุด

 

" ว่ะ เธอจะบ้าหรือๆ! ชั้นไม่ใช่หมอผีนะ ชั้นเป็นหมอรักษาคนไข้ มาทางไหนไปทางนั้นเลย ก่อนที่ชั้นจะเรียกรถมาจับเธอไปโรงพยาบาลบ้า " หมอเฟื่องหัวฟูโวยวาย

 

" ค่ะ สวัสดีค่ะ ชั้นลาล่ะ " จิตหราโกรธจัด เธอบอกลาเสียงแข็งโดยที่ไม่แม้แต่ยกมือไหว้

        

 

        ระหว่างที่เธอกำลังก้าวขึ้นรถเพื่อหนีจากเสียงก่นด่าที่หยาบคายของหมอชายกลางคนที่ดังไล่หลังเธอ ในหัวของเธอเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ เธอจึงรีบฝืนใจหันกลับมาสอบถามหนุ่มสติเฟื่องอีกครั้ง

 

" เออ พี่คะ แล้วหมู่บ้านนี้มีคนที่ชื่อ โอม หรือเปล่าคะ "

 

" ....แล้วเธอมาหา โอม ทำไม เป็นเพื่อนเขา.....หรือว่าเป็น....แฟน " ชายกลางคนถามละลาบละล้วงแบบไม่แคร์ใคร น้ำเสียงที่ถามอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

        

 

         ในระหว่างที่เธอกำลังปฏิเสธว่าไม่ใช่ทั้งสองอย่าง ไหวพริบของเธอก็สั่งให้เธอลองเสี่ยงตอบกลับว่า

 

" อ้อ..ไม่ใช่แฟนค่ะ แต่หนูเป็นเพื่อนของเขา " ด้วยมารยาหญิงเธอแสร้งทำอายเล็กน้อย

 

" ฮี่ๆ ไอ้หนูนั่นแจ๋วใช่ย่อยนี่หว่า หาแฟนได้สวยซะขนาดนี้ ฮี่ๆ " ชายสติเฟื่องกอดอกอมยิ้ม พึมพำกะตัวเองเล็กน้อยสลับกับการหัวเราะแปลกๆที่ชวนขนหัวลุก

 

" เออ ว่าแต่ว่า คนที่ชื่อ.. เออนายโอม เขาอยู่ที่ไหนคะ " หญิงสาวลองเสี่ยงตีเนียน

 

" ฮ่าๆ มันก็อยู่หลายที่นะ ไอ้หมอนี่มันอยู่ไม่ติดที่ บางทีก็อยู่กับเพื่อนฝูงตรงซอยข้างหน้า บางทีก็อยู่บ้านของมัน บางทีก็แอบเข้ากรุงเทพ บางทีมันก็หายไปไหนก็ไม่รู้ แต่เอ....เวลานี้ "

        

 

         ชายสติเฟื่องก้มหน้ามองนาฬิการูปร่างประหลาดที่ดูคล้ายนาฬิกายอดมนุษย์ซึ่งพบเห็นได้ในการ์ตูนแวบนึง ก่อนเงยหน้าขึ้นมาตอบ

 

" มันน่าจะอยู่ที่สนามบอลหลังวัดของหมู่บ้าน "

 

" ขอบคุณมากค่ะ " หญิงสาวยิ้มแบบเสแสร้งพลางยกมือไหว้เสียงหวาน

 

" จ๋าๆ ไม่เป็นไรแล้วมาหาอาจารย์อีกนะ แม่คนสวย แฟนเจ้าหนู " ชายกลางคนที่อ้างตนว่าเป็นอาจารย์ยกมือรับไหว้ หน้ายิ้มระรื่นผิดกับเมื่อครู่นี้ราวกับเป็นคนละคน ท่าทางชายเพี้ยนที่อยู่ตรงหน้าเธอจะถูกชะตากับคนที่ชื่อ โอม อยู่พอสมควร

 

…………………….

         

         หญิงสาวเดินทางมาถึงวัดประจำหมู่บ้าน พอมาถึงเธอก็สอบถามชาวบ้านทุกคนที่เธอเดินผ่าน เพื่อหาข้อมูลของนายโอมก่อนที่จะเจอตัวจริง นั่นทำให้เธอยิ่ง งงงวย หนักกว่าเดิม เพราะข้อมูลที่ได้รับจากทุกคนพุ่งเป็นเสียงเดียวกันว่า นายโอมคือเด็กหนุ่มอายุ 20 ปี เป็นลูกของเจ้าของสวนส้มโอในหมู่บ้าน เรียนที่มหาลัยในกรุงเทพ ตอนนี้ใกล้จบแล้ว เป็นเด็กที่ชอบผลุบโผล่ไม่อยู่กับที่ แต่น้ำใจอัธยาศัยดี เป็นที่ชื่นชอบของชาวบ้าน ยิ่งทำให้เธอคิดว่า นายโอมคนนี้จะใช่หมอโอมที่แม่หมอแนะนำมาจริงหรือ ด้วยลุคที่รับทราบมาจากชาวบ้านไม่ได้ใกล้เคียงกับการเป็นอาจารย์ไสยศาสตร์ชื่อดังเลยซักนิด

        

 

         ทันทีที่ จิตหรา เดินมาถึงสนามบอลหลังวัดซึ่งเป็นสนามปูคอนกรีตขนาดเท่าสนามฟุตซอล มีประตูโทรมๆสนิมเขรอะอยู่ฝั่งละประตู ในสนามมีเพียงเด็กชายและเด็กหญิงวัย 7 - 12 ขวบประมาณ 10 กว่าคนวิ่งเล่นไล่เตะลูกกลมๆกันอย่างสนุกสนาน แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีเด็กหนุ่มร่างสันทัดผิวเหลืองออกคล้ำนิดๆถอดเสื้อเปลือยท่อนบนวิ่งไล่เตะบอลเล่นกับบรรดาเด็กน้อยอยู่ ดูแล้วในวันนี้เธอไม่น่าจะได้พบนายโอมที่นี่ตามอาจารย์สติเฟื่องคาดการณ์

 

" เฮ้อๆ หายากหาเย็นจังเลยนะ นายโอม " จิตหราถอนหายใจ เธอกำลังคิดว่าจะทำยังไงถ้าวันนี้ไม่เจอนายโอม              

        

 

        สายลมด้านหลังวัดโชยแผ่วจางๆ ให้ความเย็นใจเย็นกายแก่ จิตหรา ที่บัดนี้นั่งเอนหลังพักผ่อนที่ม้านั่งหินปูนหลังสนามบอล เธอหวังว่าจะพักผ่อนชั่วครู่แล้วออกตามหานายโอมต่อ ขณะที่เธอกำลังเคลิ้มๆจนเปลือกตางอนงามเริ่มพริ้มปิด โสตประสาทของเธอก็ได้ยินเสียงเล็กๆของเด็กชายหญิงดังแว่วมาว่า

 

" ฮ่าๆ พี่โอมแพ้แล้ว ไปเก็บบอลมาซะดีๆ "

 

" เอ๊ะ " เธอสะดุ้งตื่นออกจากภวังค์อย่างฉับพลัน ทันใดนั้นลูกบอลสีกระดำกระด่างก็กลิ้งมากระทบที่ขาเรียวงามของเธอ ส่งผลให้เธอสะดุ้งอีกเป็นคำรบที่สอง

        

 

         เธอเหลือบมองไปข้างหน้าก็เห็นเด็กหนุ่มผิวคล้ำที่เล่นบอลกับพวกเด็กๆเมื่อครู่นี้กำลังวิ่งพาร่างโชกเหงื่อเข้ามาหาเธอ เด็กหนุ่มคนนั้นเป็นเด็กหน้าซื่อๆ ใส่แว่นตาหนาเตอะ มีสิวประปราย ดูไม่ใช่คนหล่อเหลาอะไร อันที่จริงเขาค่อนข้างขี้เหร่ ไม่มีราศีและดูคล้ายเด็กบ้านนอกเลี้ยงควายทั่วไปเสียด้วยซ้ำ

 

" เออ พี่ครับ ขอโทษทีครับ ขอบอลด้วยครับ " เด็กหนุ่มพูดยิ้มๆเหมือนคนอารมณ์ดี

 

" เอ่อ จ๊ะๆ " หญิงสาวยิ้มตอบพลางหยิบลูกบอลขึ้นมาแล้วโยนกลับให้เด็กหนุ่ม ซึ่งเด็กหนุ่มก็ใช้เท้ารับบอลลงได้อย่างคล่องแคล่วบ่งบอกได้ว่าเขาน่าจะเล่นไอ้ลูกกลมๆนี้ได้เก่งพอตัว

 

" ขอบคุณครับ " เด็กหนุ่มหันมาแยกเขี้ยวยิ้มให้อย่างเปิดเผยพร้อมเอ่ยปากขอบคุณ

 

" เร็วๆ ดิ พี่โอม กำลังมันเลย ช้าจริง คนแก่เนี่ย " เด็กๆชายหญิงวัยสะรุ่นเริ่มบ่นที่เห็นเด็กโข่งชักช้า

 

" เออ โว้ย ทำอย่างกะพวกเอ็งอ่อนกว่าข้าเยอะนักนี่ แค่สิบปีเอง " เด็กหนุ่มหันไปโวยวายและเตรียมตั้งท่าจะไปเตะบอลกับพวกเด็กๆต่อ

        

 

          จิตหราเหมือนจะได้ยินชัดเจนว่าเหล่าบรรดาเด็กน้อยกลุ่มนี้เรียกเด็กหนุ่มคนนี้ว่า พี่โอม เธอจึงรีบร้องทักเด็กหนุ่มที่กำลังจากไปอย่างรวดเร็ว

 

" เดี๋ยวก่อนน้อง " หญิงสาวตะโกนถามพร้อมวิ่งถลาตามหลัง

      

 

          เด็กหนุ่มหยุดวิ่งก่อนหันกลับมาทำหน้าเหรอและเปิดปากถามกลับ

 

" ครับ มีอะไรหรือครับ "

 

" น้องชื่อว่าอะไรนะ " หญิงสาวถามทั้งเสียงหอบ

 

" ผมชื่อโอมครับ มีอะไรรึครับพี่ " เด็กหนุ่มตอบกลับในทันที สีหน้าเด็กหนุ่มดูอึ้งๆงงๆเหมือนว่ากำลังมีคำถามที่ต้องการคำตอบ

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณอ่านเรื่องนี้แล้วฟินมากแค่ไหน

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา