โอม ตอนที่ 1 แรงอาฆาต

9.3

เขียนโดย Jalando

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 10.48 น.

  78 บท
  14 วิจารณ์
  5,255 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561 19.32 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

5) ไตร่ตรอง

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

บทที่ 5 ไตร่ตรอง

 

 

……………………..

         

        สายลมยามเย็นพัดโชยพากลิ่นหอมหวนของมวลหมู่ดอกไม้ อากาศเริ่มชื้นและเย็นมากขึ้นเพราะแสงอาทิตย์สุดท้ายใกล้ลับเหลี่ยมขอบฟ้าแล้ว ณ.สนามฟุตบอลยังเหลือเด็กน้อยวิ่งเล่นไล่เตะลูกบอลอีก 2 ถึง 3 คน ใกล้ๆกับสนามฟุตบอลมีเด็กหนุ่มกับหญิงสาวคู่หนึ่งนั่งเคียงกันที่ม้านั่งหินแค่ลำพังสองคน ฝ่ายเด็กหนุ่มเป็นคนผิวคล้ำ ร่างสันทัดและไร้ไขมันเนื่องจากออกกำลังเป็นประจำ ขณะนี้กำลังนั่งเอกเขนกเอนกายพักเหนื่อย ส่วนฝ่ายหญิงสาวก็คือ จิตหรา นางเอกสาวที่ตอนนี้กำลังประสบปัญหาการถูกรบกวนจากอะไรซักอย่างที่ไม่ใช่มนุษย์

 

" เฮ้อๆ ออกกำลังกายแล้วสดชื่นดีจังเลยนะครับ " เด็กหนุ่มหลับตาพริ้มแหงนหน้ามองฟ้าอย่างสบายอารมณ์

 

" ค่ะ เอ่อ….. " หญิงสาวหาจังหวะสอบถามไม่ได้

 

" ว่าแต่ว่า พี่มาหาผมทำไมครับ " เด็กหนุ่มถามทั้งที่ยังหลับตาอยู่

 

" เอ่อ……ก็ไม่แน่ใจว่าว่าใช่เธอป่าว คือแม่หมอมาลีเขาแนะนำพี่ให้มาหา เอ่อ...หมอโอม ใช่เธอรึเปล่า " หญิงสาวถาม ในใจไม่รู้สึกศรัทธาเด็กหนุ่มบ้านนอกคนนี้เลย

 

" หาๆ! เมื่อกี้…..พี่บอกว่า คุณยายมาลี บอกให้พี่มาหาอะไรนะ อุๆ " ทันทีที่เด็กหนุ่มได้ยินคำบอกเล่า เด็กหนุ่มลุกพรวดลืมตา อมยิ้มนิดเหมือนพยายามกลั้นความขบขำ

 

" หมอโอมมมม " หญิงสาวพูดพลางลากเสียงยาว เหมือนเธอเริ่มยัวะนิดๆแล้วที่เด็กหนุ่มตรงหน้ามองเธอว่าเป็นจำอวด

 

" อุ….อุ้บ…..ฮ่าๆ  ก้ากๆ เอิ้กๆ ยายมาลี ฮ่าๆ " เด็กหนุ่มหัวเราะก้ากอย่างรุนแรงจนแทบตกเก้าอี้

 

" อืม " จิตหรากอดอกมองเด็กหนุ่ม ตาเขียวปั้ดด้วยความไม่พอใจ ในใจเธอกำลังคิด

 

" ตบให้หน้าหันซะดีมั้ย "

 

" ฮะๆ ขอโทษทีพี่ พอดีมันขำจนทนไม่ไหวน่ะ " หลังจากขำอย่างเมามันมาพักใหญ่ เด็กหนุ่มก็ถอดแว่นออกพลางเช็ดน้ำตาที่เล็ดออกมาจากริมขอบของดวงตา

 

" ตกลงหยุดขำได้แล้วใช่มั้ย ว่าแต่เธอขำอะไรหึ " เสียงหญิงสาวฟังดูขุ่นเคือง

 

" ก็จะไม่ขำได้ไงล่ะพี่ ก็คุณยายมาลีแกเล่นตั้งให้ผมเป็นหมอซะงั้น เป็นงี้ทุกทีเลย คนก่อนๆที่คุณยายแนะนำมา ก็มาถามหาหมอโอมแบบเดียวกับพี่นี่แหละ " เด็กหนุ่มนามว่าโอมพูดยิ้มๆเหมือนยังขำอยู่เล็กน้อย

 

" แล้วตกลง เราน่ะใช่หมอโอมรึเปล่าล่ะ หี " จิตหรากอดอกหน้างอ

 

" ไม่ใช่หรอกครับเป็น ไอ้โอมธรรมดานี่แหละ แต่คุณยายมาลีแกตั้งผมให้เป็นหมอไปเองคนเดียว " โอมพูดไปยิ้มไปดุจเดิม

 

" เฮ้อๆ " จิตหราคอตกลงเล็กน้อยเหมือนผิดหวัง

 

" ว่าแต่คุณยายแกแนะนำให้พี่มาหาผมเรื่องอะไรกันครับ " โอมถามต่อสีหน้าคลายรอยยิ้มลง มีแววสงสัยย่างกรายเข้ามาแทน

 

" อืมๆ " จิตหรามองหน้าโอมนิ่งๆพร้อมชั่งใจ เธอคิดในใจว่าถ้าเล่าเรื่องทั้งหมดออกไป เด็กหนุ่มท่าทางเซอร์ติดดินคนนี้จะช่วยเหลือเธอได้จริงๆน่ะหรือ เธอไม่มั่นใจเลย

 

" อืมๆ " โอมมองหน้าสาวสวยแผล็บนึงก็หันไปเอนหลังแล้วเงยหน้าขึ้นฟ้าเพื่อรับลมเย็นอีกครั้ง ปากก็พูดออกมาลอยๆ

 

" ไม่เป็นไรครับพี่ คุณยายน่ะส่งคนที่มีปัญหามาหาผมหลายคนแล้ว ส่วนใหญ่หาผมไม่เจอ บางคนเจอก็หนีไปเลยเพราะเขาไม่คิดว่าผมจะช่วยอะไรเขาได้ แต่บางคนเขาตกลงให้ผมช่วย ซึ่งถ้าตัดสินเช่นนั้นเขาคนนั้นก็ต้องเล่าเรื่องทั้งหมดให้ผมฟัง แล้วสุดท้ายผมจะเป็นคนตัดสินใจอีกทีว่าผมจะรับงานหรือไม่ "

        

 

         สีหน้าของหญิงสาวบิดเบี้ยวเล็กน้อยเพราะเธอตัดสินใจไม่ถูก จะให้ช่วยก็เกรงว่า...เหลว ครั้นจะไม่ให้ช่วยก็กลัวว่าจะเสียเที่ยวเปล่า เธอนิ่งอยู่นานสองนาน เธอจึงตัดสินใจได้ว่า.....

 

" ตกลง พี่จะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง " หญิงสาวคิด เหลวยังดีกว่ามาแล้วเสียเที่ยว

 

" เชิญครับแต่ผมไม่รับปากนะครับว่าผมจะรับงานมั้ย " เด็กหนุ่มเด้งตัวขึ้นมาจ้องหน้าหญิงสาวนิ่ง พลางยิ้มมุมปากเล็กน้อย ทีท่าของเด็กหนุ่มดูสุขุมและเป็นผู้ใหญ่ขึ้นนับเป็นสิบปีผิดกับเมื่อครู่นี้ราวกับคนละคน

 

" จ๊ะๆ เรื่องเป็นมาอย่างนี้...... "

         

 

       จิตหราเล่าเรื่องทั้งหมดให้เด็กหนุ่มรับฟัง ตั้งแต่เรื่องที่เธอมีปัญหาขัดแย้งกับ กุลสตรี เลขาคนเก่ายังไง ซึ่งจุดนี้เป็นเหตุให้ กุลสตรีฆ่าตัวตาย หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วันเธอก็พบเจอเรื่องประหลาดหลายอย่าง สุดท้ายเธอต้องตื่นขึ้นมาทุกตีสามเพื่อมาเจอเงาดำคล้ายผู้หญิงพุ่งเข้าใส่ตัวเธอ

 

" บรื้อๆ " หญิงสาวขนลุกเมื่อเล่าถึงตรงนี้

 

" แล้วยังไงต่อครับ " เด็กหนุ่มก้มหน้าลงนิดหนึ่ง สองมือของเขาประกบกันจรดลงที่คาง แววตาที่แน่วแน่ของเขาประสานกับดวงตางามของหญิงสาวแบบไม่วางตา

 

" อืมๆ " หญิงสาวจ้องตาของเด็กหนุ่มนิ่ง เธอคิดในใจว่าแท้จริงแล้วเด็กหนุ่มคนนี้ก็มีดีที่ดวงตานะ ดวงตาของเด็กหนุ่มที่มองผ่านแว่นตาเป็นดวงตาที่กลมโตและสดใสคล้ายลูกตาของกวางน้อยหรือเด็กเล็กๆ แต่ทว่าในดวงตานั้นเหมือนมีอะไรบางอย่างแฝงอยู่ มันดูแน่วแน่ ทรงพลังและดูมีเสน่ห์อย่างประหลาดจนเธอแทบไม่อาจละสายตาจากตากลมๆคู่นั้นได้

 

" พี่…..เล่าต่อสิครับ กำลังมันครับ " นายโอมแอบเอื้อมมือไปสะกิดที่หัวไหล่ของหญิงสาวเบาๆจนจิตหราสะดุ้งสุดตัวและตื่นจากภวังค์

 

" เออๆ ขอโทษจ๊ะ เอ พี่เล่าถึงไหนแล้วนะ " หญิงสาวท่าทางขัดเขิน

 

" ถึงตรงที่พี่ได้รับคำแนะนำจากเพื่อนให้ไปหาคุณยายมาลีครับผม " เด็กหนุ่มพูดยิ้มๆแบบที่ไม่สามารถเดาท่าทีได้ออกว่าเขาคิดอะไรอยู่ เพราะตั้งแต่สนทนากันมา เด็กหนุ่มคนนี้แทบไม่เคยหยุดยิ้มกับหัวเราะเลย

        

 

        หญิงสาวตั้งสติได้ก็เล่าเรื่องต่อไปว่าช่วงที่ไปเจอแม่หมอมาลีเป็นยังไง เธอและแม่หมอมาลีเจออะไรบ้าง จากนั้นก็ถ่ายทอดทุกคำพูดของแม่หมอมาลีที่พูดกับเธอ มาถึงตรงจุดนี้ เด็กหนุ่มหยุดยิ้มอย่างถาวร แถมยังตีสีหน้าเคร่งขรึม ในช่วงเวลานี้บรรยากาศดูอึดอัดและเคร่งเครียดชอบกลผิดกับบรรยากาศผ่อนคลายยามเมื่อเจอเด็กหนุ่มในตอนแรก

 

" เรื่องก็มีอยู่เท่านี้แหละค่ะ " หญิงสาวเพิ่มค่ะขึ้นมา เธอเริ่มนับถือเด็กหนุ่มคนนี้ขึ้นมานิดๆแล้ว

 

" อืมๆ เท่าที่ฟัง พี่แน่ใจจริงๆหรือว่าพี่เจอวิญญาณตามรังควานจริงๆ " เด็กหนุ่มถามลอยๆ สายตากลมโตของเขาเหม่อมองไปด้านหน้าอย่างไร้จุดหมาย

 

" หมายความว่า " หญิงสาวถามต่อ

 

" ก็หมายความว่า บางทีสิ่งที่พี่เจออาจจะเป็นเพียงความสำนึกผิดลึกๆในจิตใจ จนสร้างมโนภาพขึ้นมาเป็นปีศาจเพื่อลงโทษตัวเอง อันตอบสนองความรู้สึกผิดของตัวพี่เอง " เด็กหนุ่มชี้แจงในแนวของตรรกะเชิงจิตวิทยา เล่นเอาหญิงสาวอ้าปากค้างเถียงไม่ออก ในใจนึกสงสัยเด็กหนุ่มซอมซ่อตรงหน้าทำไมถึงคิดอะไรได้ลึกซึ้งขนาดนี้ ผิดกับรูปลักษณ์ภายนอกของเขาอย่างเห็นได้ชัด

 

" ใช่ พี่ยอมรับว่าพี่รู้สึกผิด พี่ก็ไม่แน่ใจว่าจริงแล้วพี่ควรไปหาใครดีระหว่างจิตแพทย์กับหมอผี แต่หลังจากพี่พบแม่หมอ พี่ก็รู้ชัดเลยว่าพี่หาหมออย่างหลังดีกว่า " หญิงสาวแจงสีหน้าจริงจัง

 

" ทำไมคิดงั้นล่ะพี่ " เด็กหนุ่มซักต่อ

 

" ก็เพราะพี่รู้ได้เลยว่าแม่หมอมาลี เธอคือของจริง เธอสามารถติดต่อกับสิ่งที่มองไม่เห็นได้จริง แล้วแม่หมอก็แจ้งอย่างชัดแจ้งเลยว่าสิ่งที่พี่เจอ มันคือวิญญาณร้ายที่เต็มไปด้วยความอาฆาต ไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่พี่เชื่อแกนะ อาจเป็นเพราะ....." ถึงตรงนี้หญิงสาวลดเสียงลงเล็กน้อยอย่างหวาดๆ ความกลัวเริ่มเกาะกุมจิตใจเธอ

 

" เพราะ พี่เห็นเจ้าสิ่งนั้นแวบนึงใช่มั้ยครับ " เด็กหนุ่มตอบกลับในทันที

 

" เอ๊ะ ใช่ น้องรู้... " หญิงสาว งง เด็กหนุ่มรู้ได้อย่างไร

 

" มันเป็นความสามารถพิเศษของยายเขาครับ แกสามารถทำให้คนธรรมดาสามารถเห็น พวกนี้ได้แวบนึง " เด็กหนุ่มชี้แจงหน้าเรียบเฉยเหมือนเป็นเรื่องปกติธรรมดา

 

" งั้นแปลว่าเรื่องนี้ เธอก็ยืนยันว่าจริง " หญิงสาวถามกลับ

 

" ครับ ที่ผมทวนถามพี่เมื่อครู่ ผมต้องการเช็คดูว่าพี่พอจะเข้าใจเรื่องราวแค่ไหน ถ้าพี่เป็นคนไม่รับรู้หรือดื้อด้านไม่พยายามทำความเข้าใจกับเรื่องพวกนี้ ผมก็ป่วยการที่จะช่วยได้ ผมถึงต้องเช็คผู้ที่มาเบื้องต้นก่อนว่าเขาพอจะรับฟังเรื่องเหนือธรรมชาติพวกนี้ได้มั้ย " เด็กหนุ่มชี้แจงดูเป็นงานเป็นการราวมืออาชีพ

 

" ก็แปลว่า เธอพอจะช่วยพี่ได้ " หญิงสาวยิ้มใสมีความหวัง

 

" ยังครับ ผมยังไม่รับปาก ผมต้องใช้เวลาไตร่ตรองก่อน " เด็กหนุ่มพูดยิ้มๆ

 

" อืม อย่าหาว่าพี่ดูถูกเลยนะ บางทีเธออาจต้องใช้ค่าใช้จ่าย " หญิงสาวพูดพลางล้วงเข้าไปในกระเป๋าถือ

 

" ไม่ต้องครับพี่มันไม่ใช่เรื่องเงิน " เด็กหนุ่มเอามือเล็กๆของเขามากุมที่มือของเธอเชิงห้าม หญิงสาวรู้สึกถึงความเนียนนุ่มและอบอุ่นจากมือของเด็กหนุ่มผิดกับมือของผู้ชายทั่วไป จนเธอสะบัดมือหลบไปนิดหนึ่งด้วยความรู้สึกเขินอายเล็กน้อย

 

" คือเงื่อนไขที่ผมจะรับงานหรือไม่ มันซับซ้อนมาก แทบไม่เคยมีเคสไหนที่ผมเรียกเงินเลย เต็มที่ก็เลี้ยงข้าวให้ผมมื้อหนึ่งในเคสที่ลูกความของผมเป็นคนรวย " เด็กหนุ่มพูดยิ้มๆ

 

" อ่าๆ จ๊ะ " หญิงสาวมึนงง เด็กหนุ่มคนนี้เรียกเรื่องพวกนี้ว่า เคส มิหนำซ้ำยังเรียกคนเดือดร้อนที่มาขอความช่วยเหลือว่าลูกความ เธอมึน งง นิดๆกับการนิยามศัพท์ของเด็กหนุ่ม

 

" ผมจะให้คำตอบกับพี่พรุ่งนี้ " เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืนขึ้นพลางบิดขี้เกียจ

 

" หาๆ! ตั้งพรุ่งนี้แหนะ " หญิงสาวร้อง

 

" ครับ จริงๆแล้วผมอยากบอกอะไรพี่อย่างหนึ่ง พี่อาจไม่เชื่อนะว่าเมื่อกี้ตอนที่ผมแหงนหน้าขึ้น ผม...ได้ยินเสียงอะไร...บางอย่าง ที่แหบห้าว น่าสะพรึงกลัว มันกล่าวคำๆหนึ่งออกมา " เด็กหนุ่มหยุดยิ้ม แวบนึงเธอรู้สึกว่าหน้าของเด็กหนุ่มหมองคล้ำลง

 

" คำอะไร " หญิงสาวห่อตัวลง อากาศเหมือนจะหนาวขึ้นเล็กน้อย

 

" ฆ่า " เด็กหนุ่มพูดห้วนๆและหันหน้ามาทางหญิงสาว สีหน้าอ่อนเยาว์ของเด็กหนุ่มดูตึงเครียด

 

" เฮื้อก " หญิงสาวได้แต่กลืนน้ำลาย ตัวเย็นเฉียบไปทั้งกายด้วยความสยดสยอง

 

" เรื่องนี้ใหญ่มากครับ ยังไงเชิญพี่ไปกินข้าวที่บ้านผมก่อนก็ได้ครับ " พริบตาใบหน้าของเด็กหนุ่มก็กลับมายิ้มละไมพร้อมเชื้อเชิญให้กินข้าว แต่หญิงสาวยังคงขนลุกกับอากัปกิริยาเมื่อครู่ของเด็กหนุ่มอยู่นิดๆ

         

 

        ทันใดนั้นเองมีเด็กผู้หญิงตัวน้อยๆอายุราว 10 ขวบ วิ่งควบมาทางเด็กหนุ่มและหญิงสาวอย่างรวดเร็ว บ่งบอกกำลังแรงที่เหลือล้นของเด็กผู้หญิงผู้นี้ได้เป็นอย่างดี

 

" พี่โอมๆ กลับบ้านได้ พิกอยากจะกลับแล้ว " เด็กผู้หญิงผมสั้น ร่างท้วม ผิวขาว ยิ้มกว้างให้เด็กหนุ่มจนดวงตาที่ตี่ของเธอเล็กหยีเข้าไปอีกจนแทบไม่เห็นลูกตา

 

" อืมๆ โอเคพี่จะกลับแล้ว พิกนี่นะ..น้า เอ่อ พี่จิตหรา เขาจะมากินข้าวกับเรา ไหว้พี่เขาก่อนซิ " เด็กหนุ่มรีบเปลี่ยนสรรพนามแทนตัวหญิงสาวจาก น้า เป็น พี่ เมื่อหันไปเห็นหน้าเครียดๆของหญิงสาว

       

 

        เด็กน้อยร่างท้วมผิวขาวนามว่า พิก ยืนกอดอกมองหน้า จิตหรา พักนึง แววตาของเธอดูเขม็งตึงยังไงชอบกล วินาทีต่อมาเธอเปิดปากห้วนๆ

 

" ไม่ไหว้ หนูไม่ชอบป้าคนนี้ ไม่ให้กินข้าวด้วย " พูดจบเธอก็หันหลังหนีพลางทำท่าเชิดงอน

 

" จ้ากๆ ไหงพูดกับพี่อย่างนี้ ขอโทษเขาเดี๋ยวนี้เลย " โอมตกตะลึง

 

" ไม่ " เด็กท้วมกอดอกส่ายหน้าไปมาอย่างดื้อดึง

 

" หึๆ มะไม่เป็นโอมไร พี่ไม่ถือสา ฮึ่ม….. " จิตหราพยายามทำหน้ายิ้มๆพร้อมพูดเชิงไม่ถือสาแต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมาจากปากฟังดูแปลกๆ

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณอ่านเรื่องนี้แล้วฟินมากแค่ไหน

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา