โอม ตอนที่ 1 แรงอาฆาต

9.3

เขียนโดย Jalando

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 10.48 น.

  78 บท
  14 วิจารณ์
  5,231 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561 19.32 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

46) เสียงกระซิบจากอเวจี

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

บทที่ 46 เสียงกระซิบจากอเวจี

 

“ เปรี้ยง ” 

         

       เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นสะท้านไปทั่วห้องพักที่มืดสลัวพร้อมด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบอย่างรุนแรงที่ต้นแขนของโอม เนื่องด้วยต้นแขนของเด็กหนุ่มที่ยกขึ้นปิดป้องได้ปะทะเข้ากับหน้าแข้งแกร่งๆของสารวัตรหนุ่มแบบเต็มๆ และด้วยแรงปะทะที่รุนแรงนั้นก็ส่งผลให้เด็กหนุ่มถึงกลับกระเด็นลอยตามแรงเท้าจนไปกระแทกกับโต๊ะไม้เขียนหนังสือขนาดใหญ่เข้าอย่างจัง 

 

“ โครม ” 

 

“ อุ้ก ” เด็กหนุ่มรู้สึกจุกเสียดในทันทีที่แผ่นหลังของเขาอัดเข้ากับขอบโต๊ะ แต่เขาได้แต่นิ่วหน้าสะอึกอยู่ในลำคอ แขนทั้งสองข้างห้อยไปที่ข้างลำตัวเพราะมันปวดร้าวมากจนเกินกว่าที่จะยกขึ้นมาได้ 

         

 

        ในขณะที่เด็กหนุ่มมาดเซอร์ยังอยู่ในท่วงท่าคุกเข่าเนื่องจากยังลุกขึ้นไม่ขึ้น วินาทีนั้นเองเขาก็รู้สึกได้ถึงเงาดำขนาดใหญ่ที่ยืนตัวตระหง่านค้ำอยู่เหนือศีรษะของเขา และเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าเงาร่างที่สูงใหญ่นั้นก็คือ……..สารวัตรสิงห์ 

 

“ ได้สติทีเถอะ พี่สิงห์ อย่าให้มันควบคุมจิตใจของพี่ได้ พี่เข้มแข็งกว่ามัน พี่ทำได้ ” โอมเค้นพละกำลังที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดเพื่อเปล่งเสียงร้องเตือนสติสารวัตรหนุ่มร่างสูงกำยำที่กำลังตกอยู่ในมนต์สะกดของปีศาจร้าย 

          

 

        เหมือนว่าเสียงนั้นจะไร้ประสิทธิผลเพราะใบหน้าเรียวยาวของสารวัตรหนุ่มยังคงอยู่ในสภาพบิดเบี้ยวเหยเกและผิดรูปจนดูคล้ายปีศาจที่ผุดขึ้นมาจากห้วงอเวจี ดวงตาที่เขม็งตึงและแดงก่ำจับจ้องมาที่เด็กหนุ่มด้วยอาการประสงค์ร้าย มุมปากแสยะยิ้มกว้างพร้อมน้ำลายที่ไหลย้อยออกมาเป็นทางยาว อึดใจต่อมาปีศาจในร่างมนุษย์ก็เริ่มเอ่ยปากพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า 

 

“ ไม่ต้องพูดให้มากความ ไอ้เด็กจอมเส่ ยังไงซะวันนี้มึงก็ต้องตาย หลังจากนั้นก็เป็นทีของไอ้ตำรวจงี่เง่าคนนี้ที่ต้องตายตามมึงไป ” 

         

 

       เด็กหนุ่มมาดเซอร์เริ่มกะพริบตาถี่ๆ ดวงตากลมโตเริ่มหรี่ต่ำด้วยความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างกาย ทันใดนั้นเองเด็กหนุ่มก็รู้สึกได้ถึงฝ่าเท้าอันหนักหน่วงของสารวัตรหนุ่มที่กำลังพุ่งอัดเข้าไปยังหน้าท้องของเขาอย่างรุนแรง 

 

“ อุ้ก ” 

          

 

       เด็กหนุ่มร้องได้คำเดียวก็ต้องล้มกลิ้งลงไปนอนกลิ้งเกลือกกับพื้นเพราะความจุกเจ็บอย่างรุนแรงจากฝ่าเท้าของสารวัตรหนุ่ม ลำตัวของเขาโค้งงอคล้ายตัวกุ้ง มือทั้งสองข้างกุมท้อง สีหน้าส่ออาการเจ็บปวดรวดร้าวจนแทบจะทานทน 

          

 

        สารวัตรสิงห์เหลือบมองเด็กหนุ่มที่นอนกลิ้งเกลือกอยู่กับพื้นด้วยแววตาแข็งกร้าวอยู่ครู่หนึ่งอย่างไร้ความปรานี หลังจากนั้นเขาก็ก้มลงมากระชากคอเสื้อของเด็กหนุ่มขึ้นมาอย่างแรงจนร่างเล็กบางของเด็กหนุ่มถึงลอยตัวขึ้นมากลางอากาศตามแรงกระชากในทันที 

 

“ มึงเตรียมตัวตายได้แล้ว ไอ้เด็กบ้า ” สารวัตรสิงห์ขู่คำรามด้วยน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราดพร้อมเตรียมยื่นมือแกร่งราวคีมเหล็กไปที่ลำคอผอมเกร็งของเด็กหนุ่มเพื่อหมายปลิดชีวิตของหนุ่มโอมด้วยการบีบคอ 

          

 

        แม้จะพึงรู้อยู่แก่ใจดีว่าตนเองอาจจะถึงแก่ชีวิตในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า แต่แววตาของเด็กหนุ่มกลับเปล่งประกายกล้าแข็งออกมาแบบไม่มีความกลัวเกรง ปากก็ร่ำร้องตะโกนกร้าวใส่หน้าของสารวัตรหนุ่มด้วยเสียงอันดัง 

 

“ อย่ายอมแพ้มัน พี่สิงห์ ผมเชื่อว่าพี่สามารถชนะมันได้ อย่าให้มันครอบงำได้ ” 

          

 

       เมื่อสิ้นคำของเด็กหนุ่ม ใบหน้าของสารวัตรหนุ่มก็เกิดอาการกระตุกอย่างรุนแรง มือใหญ่ล่ำสันที่กำลังเอื้อมไปบีบคอของเด็กหนุ่มก็หยุดชะงักงันไป ดวงตาคมเข้มของสารวัตรหนุ่มกะพริบถี่ ท่วงท่าอาการของสารวัตรหนุ่มเหมือนกับว่ากำลังอยู่ในสภาวะที่กำลังจะต่อสู้กับบางสิ่งบางอย่างอยู่ภายใน 

           

 

       เด็กหนุ่มมาดเซอร์สังเกตเห็นท่าทีที่เปลี่ยนแปลงไปของสารวัตรหนุ่มอย่างชัดเจน ดวงตาของเด็กหนุ่มเบิกกว้างและเปล่งประกายแวววาวคล้ายว่ากำลังจะเห็นหนทางรอดจากมหันตภัยในครั้งนี้พร้อมกับนึกขบคิดในใจว่า 

 

“ ดีล่ะ อาศัยจังหวะนี้แหละ ”  

          

 

        ทันใดนั้นเองเด็กหนุ่มก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อนำบางสิ่งบางอย่างออกมา จากนั้นเขาก็สาดเจ้าสิ่งนั้นใส่หน้าของสารวัตรหนุ่มอย่างรวดเร็ว ซึ่งสิ่งๆนั้นมีรูปลักษณะเป็นเม็ดเล็กจิ๋วที่มีสีเหลืองอมเทาคล้ายกับสีของ…..ทราย 

            

 

        ทันทีที่สิ่งประหลาดหลายสิบเม็ดกระทบถูกใบหน้าเรียวยาวของสารวัตรหนุ่ม ผู้ที่โดนก็ถึงกลับกระเด็นถอยหลังไปถึงสามสี่ก้าวคล้ายถูกมือยักษ์ที่มองไม่เห็นผลักไสพร้อมเสียงร้องดังยาวด้วยความเจ็บปวด 

 

“ อ้ากๆ…….. ”      

          

 

        ไม่รู้ว่าเป็นเพราะบรรยากาศชวนหลอนของห้องหรือจะเป็นภาวะกดดันที่กำลังเผชิญไม่ทราบได้ถึงทำให้เด็กหนุ่มมาดเซอร์คลับคล้ายคลับคลาเหมือนจะได้ยินเสียงกรีดร้องที่ดังสะท้อนถึงความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสแว่วแทรกเสียงร้องของสารวัตรหนุ่มร่างใหญ่อยู่อย่างแผ่วๆ 

 

“ กรี๊ดๆ……. ” 

          

 

       แต่ทว่าเด็กหนุ่มก็ไม่สนใจเหตุวิปลาสที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า เขารีบรุดกายเข้าหาสารวัตรหนุ่มที่บัดนี้กำลังโงนเงนคล้ายคนเมาหมัดอย่างรวดเร็ว มือขวาของเขากดเข้าไปที่กลางกระหม่อมของสารวัตรหนุ่มพร้อมพ่นเสียงสวดมนต์ที่ทุ้มต่ำจนชวนขนลุก 

 

“ มะโทรัง อะตะระโร เวสะวะโน นะหากปิ ปิสาคะตาวาโหมิ มหายักขะ เทพะอนุตะรัง เทพะดา เทพะเอรักขัง ยังยังอิติ เวสะวะนัน ภูตัง มหาลักชามะนง มะภูอารักขะ นะพุททิมะมัตตะนัง กาลปะติทิศา สัพเพยักขา ปะลายัตตะนิ ” 

(คาถาขับไล่สิ่งชั่วร้าย ใช้ท่องกับน้ำบริสุทธิ์ จากนั้นก็นำมาประพรมให้ทั่วสถานที่นั้นๆ จะช่วยแก้อาถรรพ์ต่างๆ ณ.ที่นั้นได้ จะให้มนต์นั้นขลังและได้ประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ต้องมีสมาธิจิตที่ตั้งมั่นและมีความศรัทธาด้วยความจริงใจ) 

         

 

   

        เมื่อเด็กหนุ่มสวดจบบทแรก ร่างสูงใหญ่ของสารวัตรหนุ่มก็ถึงกับทรุดลงนั่งคุกเข่าพร้อมกับอาการสั่นเทาไปทั่วทั้งกายคล้ายลูกนกตกน้ำ ดวงตมคมกร้าวของสารวัตรหนุ่มปรือลงและปิดหรี่จนดูไร้สติ เด็กหนุ่มมาดเซอร์ไม่รอช้า เขาสะกดกลั้นอาการเจ็บปวดของร่างกายเพื่อสวดมนต์บทเดิมอีกในรอบที่สองด้วยสำเนียงเสียงเดิม แต่ไม่ทันที่จะจบบทก็ปรากฏเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดที่แหลมสูงของหญิงสาวดังก้องออกมาทั่วบริเวณ 

 

“ กรี๊ดๆ…….อย่าชั้นกลัวแล้ว ” 

          

 

       หลังสิ้นเสียงกรีดร้องของหญิงสาวปริศนาที่โอมรู้ดีว่าเป็นเสียงใคร ร่างสูงใหญ่ล่ำสันของสารวัตรหนุ่มก็ค่อยๆทรุดกายลงนอนคว่ำหน้ากับพื้นในทันที 

 

“ แฮ่กๆ….. ” โอมยืนโงนเงนไปมาคล้ายคนที่กำลังเสียศูนย์ ใบหน้าเล็กเรียวบูดเบี้ยวด้วยความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวพร้อมหอบเหนื่อย สายตากลมโตของเด็กหนุ่มจับจ้องอย่างแน่วนิ่งไปที่ร่างสูงใหญ่ล่ำสันของสารวัตรหนุ่มซึ่งบัดนี้ได้แผ่ร่างนอนเหยียดยาวคว่ำหน้าอยู่กับพื้นแน่นิ่งจนมองดูคล้ายคนที่ไร้ลมหายใจ 

           

 

        หลังจากที่โอมค่อนข้างแน่ใจแล้วว่าสารวัตรหนุ่มน่าจะไม่ลุกขึ้นมาแผลงฤทธิ์แผลงเดชได้อีกต่อไป เขาก็เริ่มก้าวเดินไปที่โต๊ะเขียนหนังสือพร้อมก้มตัวลงต่ำเพื่อเก็บเหรียญครุฑดำที่ตกอยู่บริเวณนั้นมาถือเอาไว้ในมือก่อน หลังจากนั้นเขาก็รีบรุดเอาเหรียญนั้นซุกเข้าไปไว้ในกระเป๋าตรงอกเสื้อของสารวัตรหนุ่มและรีบกลัดกระดุมเสื้อยีนส์ตัวนั้นในทันที 

 

“ ทีนี้ไม่มีทางที่เหรียญจะหลุดร่วงแล้ว ยังไงก็ต้องเน้นปลอดภัยไว้ก่อน ” โอมถอนหายใจด้วยความโล่งอก   

            

 

        สายตากลมโตภายใต้แว่นตาทรงกลมของเด็กหนุ่มจับจ้องใบหน้าคมสันที่สงบนิ่งของสารวัตรหนุ่มอยู่ครู่ใหญ่ด้วยอาการพินิจพิจารณา หลังจากนั้นเขาก็ค่อยๆเอื้อมมือมาเขย่าหัวไหล่ของนายตำรวจรุ่นพี่ก่อนร้องเรียกเบาๆแค่พอได้ยิน 

 

“ พี่สิงห์ๆ ตื่นเถอะ ” 

           

 

        โอมเขย่าปลุกสารวัตรสิงห์อยู่พักใหญ่ นายตำรวจหนุ่มร่างกำยำก็ค่อยตอบสนองด้วยการสั่นเบาๆพร้อมเสียงครางในลำคออวบใหญ่ของตนเอง 

 

“ อืมๆ…… ” 

            

 

        อึดใจต่อมาสารวัตรหนุ่มก็ค่อยๆกะพริบตาถี่ๆพร้อมเปิดเปลือกตาขึ้นลืมอย่างช้าๆ แววตาของนายตำรวจหนุ่มดูอ่อนล้าและสับสน 

 

“ ไง พี่สิงห์กลับมาได้แล้วซินะ ” โอมร้องทักพร้อมเปิดยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวแทบทุกซี่ 

           

 

        สารวัตรหนุ่มไม่ตอบกลับแต่เขาค่อยๆยันกายลุกขึ้นนั่งพร้อมสะบัดหัวไปมาเบาๆเพื่อขับไล่ความมึนงง หลังจากนั้นเขาก็เอ่ยปากถามเด็กหนุ่มอย่างช้าๆด้วยเสียงที่แหบแห้งคล้ายคนอดน้ำมาแล้วหลายวัน 

 

“ เมื่อกี้พี่เป็นอะไรไป ทำไมพี่ถึงมานอนสิ้นท่าอยู่กับพื้นแบบนี้ ” 

 

“ นี่พี่จำไม่ได้เลยหรือว่ามันเกิดอะไรขึ้นเมื่อครู่นี้ ” โอมไม่ตอบแต่ย้อนถามกลับมาด้วยใบหน้าที่นิ่งขรึม 

            

 

         สารวัตรหนุ่มนิ่งทบทวนความจำของตนเองอยู่ครู่ใหญ่ ชายหนุ่มก็เริ่มจะจดจำบางสิ่งอย่างได้ก่อนที่จะเริ่มเอ่ยปากเล่าในสิ่งที่เขารับรู้ 

 

“ ครั้งสุดท้ายที่พี่จำได้ก็คือ……ตอนที่ทำเหรียญตกพื้น หลังจากนั้น……..” สารวัตรหนุ่มพูดค้างไว้แค่นั้น 

 

“ หลังจากนั้นพี่ก็ไม่รู้สึกตัวเอง อาการคล้ายกับว่าพี่จะสลบไป ” โอมรีบต่อคำพูดที่สารวัตรหนุ่มพูดค้างไว้ 

 

“ เออ ใช่ๆ นายรู้ได้ไง ” สารวัตรหนุ่มร้องลั่นพร้อมเงยหน้ามองเด็กหนุ่มมาดเซอร์ด้วยท่าทางตะลึงงง 

           

 

       โอมไม่ตอบ เขาเพียงแต่ยิ้มรับน้อยๆทั้งที่ภายในใจรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวไปทั่วทั้งตัวจากการถูกทำร้ายอย่างรุนแรงเมื่อครู่ เด็กหนุ่มยิ้มนิ่งๆอยู่แวบหนึ่ง เขาก็เอ่ยปากถามสารวัตรหนุ่มต่อ 

 

“ นอกจากนี้พี่ยังจำอะไรได้อีกมั้ยครับ ” 

               

 

       สารวัตรหนุ่มนิ่งคิดอยู่หลายอึดใจ ดวงตาคมเข้มของเขาก็เกิดอาการเบิกโพลงขึ้นมาอย่างฉับพลันคล้ายว่าตนเองกำลังจะระลึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่ชวนน่าสะพรึงกลัวอย่างแสนสาหัสจนขนลุกไปทั่วทั้งกาย

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalandoนักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณอ่านเรื่องนี้แล้วฟินมากแค่ไหน

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา