โอม ตอนที่ 1 แรงอาฆาต

9.3

เขียนโดย Jalando

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 10.48 น.

  53 บท
  12 วิจารณ์
  2,875 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561 19.32 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

50) ไดอารี่แดงภาคผกผัน

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

บทที่ 50 ไดอารี่แดงภาคผกผัน

 

……………………….

          

        ในที่สุดก็มาถึงวันที่ฉันควรจะเศร้าเสียใจมากที่สุด เกิดบางสิ่งขึ้นกับพ่อของฉัน บางสิ่งที่เลวร้ายและน่ากลัว ฉันไม่รู้แน่ชัดว่าพ่อของฉันทำอะไรบ้างแต่เขาก็ถูกลอบสังหารในระหว่างที่เขากำลังเดินทางไปยังบริษัทที่เขาเป็นเจ้าของ  

          รถเก๋งลีมูซีนที่เขานั่งพรุนเป็นรังผึ้งด้วยกระสุนปืนนาๆชนิดที่รัวเข้ามาไม่ต่ำกว่าสิบกระบอก จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าปืนที่สังหารพ่อเป็นอาวุธหนักที่นิยมใช้ในสงคราม ด้วยระดับของอาวุธและมือสังหารที่กระทำการ บอกให้รู้เลยว่าผู้จ้างวานไม่ต้องการให้เกิดความผิดพลาดในการลอบสังหารครั้งนี้ 

          ในงานศพมีผู้คนมาร่วมไว้อาลัยหลายร้อยคน เนื่องจากพ่อของฉันเป็นคนมีหน้ามีตาในสังคม แม่ของฉันดูเศร้าสลด ความปราดเปรียวแบบสาวสังคมชั้นสูงดูจะหายไปจากตัวแม่ของฉันจนหมดสิ้น เหลือไว้แต่เพียงหญิงสาววัยกลางคนผู้โศกเศร้าเสียใจจากการสูญเสียอย่างรุนแรง ถึงอย่างไรก็หาได้มีน้ำตาแม้แต่เพียงหยดเดียวจากเบ้าตาของฉัน ฉันสารภาพตามจริงว่าใจลึกๆของฉันนึกยินดีอยู่ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันเป็นความรู้สึกที่น่ารังเกียจมากในสังคมไทยซึ่งนิยมความกตัญญูรู้คุณ ฉันรู้สึกถึงกลิ่นไอแห่งเสรีภาพ กลิ่นไอที่ฉันเฝ้าฝันถึงมาชั่วชีวิต 

 

……………………

             

        เมื่ออ่านถึงตรงนี้ สองหนุ่มต่างพากันเงียบอยู่หลายอึดใจ แต่ละคนล้วนแล้วแต่มีความคิดที่ซุกซ่อนอยู่ในใจ ทว่าทั้งสองนิ่งเงียบได้ไม่นาน ก็เป็นฝ่ายสารวัตรสิงห์ที่เอ่ยปากพูดขึ้นมาก่อน 

 

“ ชั้นว่าชั้นพอจะเข้าใจความรู้สึกของแม่สาวผู้น่าสงสารคนนี้นะ ไม่ว่าเป็นใครก็ต้องรู้สึกดีใจที่จะได้หลุดพ้นจากการถูกกดดันและบีบบังคับแบบนั้น ” 

 

“ ถึงแม้ว่าสิ่งนั้นจะเกิดจากความตายของผู้เป็นพ่อหรือครับ ” โอมตอบกลับ สีหน้าของเขายังคงดูเรียบเฉยและไร้อารมณ์ดุจเดิม 

            

 

        สารวัตรหนุ่มนิ่งอึ้ง เขายอมรับว่าความคิดของกุลสตรีที่ถูกบันทึกไว้ในไดอารี่ค่อนข้างที่จะบิดเบี้ยวจากความรู้สึกของปถุชนทั่วไปอยู่พอสมควร แต่ก็อย่างว่า…..คงไม่มีมนุษย์ปกติทั่วไปคนไหนที่ต้องมาโตในสภาพแวดล้อมเฉกเช่นเดียวกับกุลสตรี หรือถ้าจะมีก็น่าจะมีจำนวนน้อยมาก มันเป็นชีวิตที่เลวร้ายและกดดันจนไม่น่าเชื่อว่านี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศซึ่งแสนสบายแห่งนี้ 

 

………………….

 

วันที่ 21 สค 20xx 

          เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้น แม้ลึกๆฉันจะรู้สึกถึงอิสระที่ได้รับ แต่ถึงฉันก็ยังรู้สึกเคว้งคว้างในใจอยู่ดี เพราะถึงแม้ว่าชายผู้ที่ฉันเรียกว่าพ่อจะไม่เคยทำให้ฉันรู้สึกถึงความรักและความอบอุ่นเลยซักครั้ง แต่เขาก็เคยเป็นหัวหน้าครอบครัวผู้เป็นกำลังหลักในการหารายได้จุนเจือครอบครัวมาโดยตลอด ฉันสังหรณ์ใจว่าชีวิตของฉันและแม่จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป 

 

วันที่ 30 ตค 20xx 

          เวลาผ่านไปเกือบสามเดือน เป็นดังที่ฉันคาดคิด ชีวิตของเราไม่เหมือนเดิมจริงๆ แม่ของฉันกลายเป็นคนหมดอาลัยตายอยาก วันทั้งวันได้แต่หมกหัวอยู่กับบ้านและมีชีวิตอยู่แต่กับขวดเหล้า เขาแทบจะกินมันแทนน้ำเลยก็ว่าได้ และเจ้าสิ่งนั้นก็ทำให้แม่ของฉันนั้นหมดสิ้นสภาพของคุณนายสาวแสนสวยในอดีตโดยสิ้นเชิง ฉันขอละเว้นไม่บรรยายรูปร่างลักษณะของแม่ฉันลงไปก็แล้วกัน เพราะมันอดสูและหดหู่จนเกินกว่าที่จะพูดถึงมัน 

 

วันที่ 19 ธค 20xx 

          ช่วงระยะหลังแม่ของฉันเริ่มมีแขกมาเยี่ยมเยียน แต่แขกที่มานั้นเป็นแขกที่เราไม่ได้รับเชิญ แขกพวกนั้นคือ….เจ้าหน้าที่ของธนาคาร ดูเหมือนว่าเราจะมีปัญหาใหญ่ แม้ว่าฉันจะยังเด็กแต่ฉันก็โตพอที่จะรับรู้แล้วว่า…..เราถูกอาที่เป็นน้องชายแท้ๆของพ่อโกง ทรัพย์สินทุกอย่างของเราถูกอายัดไปจนหมดสิ้น ฉันจำได้ถึงอาการโกรธเกรี้ยวที่แม่ของฉันแสดงใส่เจ้าหน้าที่พวกนั้นได้เป็นอย่างดี แม่ของฉันในตอนนั้นมีสภาพไม่ต่างกับสัตว์ป่าที่กำลังจนตรอกเลยทีเดียว จริงๆแล้วชั้นเองก็น่าจะอยู่ในสภาวะเดียวกันกับแม่ ฉันจะทำยังไงต่อ ฉันก็เป็นเพียงเด็กสาวอายุ 20 ต้นๆที่ไม่เคยเผชิญความโหดร้ายในโลกแห่งความเป็นจริง 

 

วันที่ 30 ธค 20xx 

          ใกล้จะถึงปีใหม่อีกครั้ง ทุกปีที่ผ่านมาบ้านเราจะจัดงานฉลองใหญ่ มีแขกเหรื่อมาร่วมงานมากมาย นับเป็นช่วงเวลาที่บ้านแห่งนี้มีชีวิตชีวามากที่สุด แม้กระทั่งคนไร้อารมณ์ที่เงียบขรึมอย่างชั้นยังอดไม่ได้ที่จะตื่นตาตื่นใจกับงานฉลองปีใหม่ แต่ปีนี้กลับดูอ้างว้าง ไร้ซึ่งงานเลี้ยงฉลองใดๆ ทั่วทั้งบ้านหลงเหลือแต่เพียง ฉัน แม่และคนรับใช้เก่าแก่ที่สูงอายุคนหนึ่งเท่านั้น  

 

วันที่ 2 กพ 20xx 

          ข่าวร้ายแบบสุดๆก็มาถึงครอบครัวของฉันจนได้ มีโนติสจากธนาคารส่งมาถึงบ้าน ในนั้นระบุให้พวกเราต้องย้ายออกจากบ้านหลังนี้ภายในสิ้นเดือนนี้ ไม่งั้นจะตัดน้ำตัดไฟและล็อกบ้านหลังนี้ ถึงนาทีนี้เหลือเพียงแต่ฉันกับแม่เท่านั้น ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้แม่ของฉันเกิดอาการสติแตกและเดินทางเข้าสู่โลกที่คนทั่วไปไม่เข้าใจ แน่นอนว่าปลายทางของคนที่เป็นเช่นนั้นย่อมไม่พ้น….โรงพยาบาลบ้า 

         ฉันไม่รู้ว่าฉันควรจะทำยังไงดี สำหรับเด็กผู้หญิงอายุเพียง 22 นับได้ว่าเป็นหายนะครั้งใหญ่ที่นำพาเราไปสู่หนทางที่อับจน ฉันไม่รู้เลยว่าพรุ่งนี้ฉันจะกินอะไร จะนอนที่ไหน ใครจะเชื่อว่านี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นขึ้นกับครอบครัวของเด็กสาวคนหนึ่งที่เคยมีฐานะเข้าขั้นมหาเศรษฐีติดอันดับของประเทศ 

 

วันที่ 1 เมย 20xx 

         ฉันขอผลัดผ่อนธนาคารเพื่อให้ชะลอการย้ายบ้านออกไปอีก 1 เดือน ถึงจุดนี้ฉันคงต้องลองหางานทำ หลังจากนั้นก็ต้องย้ายออกไปอยู่ในห้องเช่าเล็กๆที่ไม่คุ้นเคย โชคดีอยู่อย่างที่ตอนนี้แม่ของฉันเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลบ้าแห่งหนึ่ง ฉันเลยไม่ต้องพะวงกับการดูแลแม่มากนัก ดีแล้วฉันจะได้มีสมาธิในการทำงานอย่างเต็มที่ ฉันเชื่อมั่นว่าซักวันหนึ่งฉันจะสามารถเอาทุกสิ่งที่ฉันสูญเสียกลับคืนมาทั้งหมด 

 

………………….

         

         ทั้งสองหนุ่มอ่านมาถึงตรงนี้ก็ถึงกลับนิ่งอึ้งไปตามๆกัน เป็นเรื่องเหลือเชื่อเอามากๆที่คนซึ่งเคยอยู่ในจุดสูงสุดต้องมาตกต่ำจนถึงขั้นไร้บ้านภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือนแบบนี้ แต่ถึงกระนั้นทั้งสองก็รู้สึกทึ่งกับจิตใจนักสู้ที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในของกุลสตรีเป็นอย่างยิ่ง นับเป็นสิ่งที่หาได้ยากสำหรับคนในยุคสมัยนี้ 

 

“ ชักเข้าเค้าขึ้นมาบ้างแล้วนะครับ ถึงตอนนี้ผมรู้แล้วว่าทำไมวิญญาณดวงนี้ถึงมีฤทธิ์แรงกล้าขนาดนี้ เพราะตอนที่เป็นคน เธอดูเป็นคนที่แข็งเอาเรื่องอยู่ ” โอมกล่าวออกมาเบาๆแค่พอได้ยิน 

 

“ อืม….” แม้นายตำรวจจะไม่ได้พบเจออิทธิฤทธิ์ของวิญญาณร้ายแบบจังๆแต่เขาก็เห็นด้วยกับความคิดนี้  

 

“ เอาล่ะ ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มจะคลี่คลายบ้างแล้ว เรามาอ่านต่อกันดีกว่าครับ ” โอมเสนอแนะ ซึ่งนายตำรวจหนุ่มก็ไม่คัดค้าน 

 

……………………

 

วันที่ 5 เมย 20xx 

         วันนี้นับว่ามีข่าวดี คุณอาวัตน์ มิตรไมตรีพาณิช ซึ่งเคยเป็นเพื่อนกับพ่อ ได้ชักชวนให้ฉันเข้าไปทำงานที่บริษัททนายความของเขา ก็นับว่าเป็นโอกาสดีในชีวิตที่ต้องคว้าเอาไว้ให้ได้ นี่อาจจะเป็นก้าวแรกสู่ความฝันของฉันก็เป็นได้ ความฝันที่จะเอาทุกสิ่งที่เป็นของเรากลับคืนมา 

          พรุ่งนี้เป็นการทำงานวันแรกของฉัน ลุคแรกเป็นสิ่งสำคัญที่สุดและเป็นสิ่งที่ตัดสินว่าจะให้ผู้คนคิดกับเรายังไง ดังนั้นฉันต้องทำตัวเองให้ดูดีที่สุดเพื่อให้ฉันได้มีโอกาสทะยานสูงจนสมความปรารถนา ฉันจะหยุดอยู่ในระดับของคนธรรมดาไม่ได้ 

 

วันที่ 6 เมย 20xx  

         วันแรกในการเข้าทำงาน ฉันได้พบกับนพพล ผู้ซึ่งเป็นหลานของอาวัตน์ ฉันไม่ชอบคนๆนี้เลย แม้เขาจะเป็นชายวัยฉกรรจ์ที่ดูหล่อเหลาและทรงเสน่ห์ แต่ในแววตาของเขากลับดูชั่วช้าลามกและเปี่ยมไปด้วยเล่ห์ร้ายลึก ฉันคิดว่าสำหรับคนๆนี้ ผู้หญิงคงเป็นเพียงของเล่นที่ใช้แล้วทิ้งเท่านั้น ที่น่ากลัวกว่านั้นคือสายตาของชายคนนี้ที่จ้องมองฉันแบบไม่กะพริบตา มันช่างดูเหมือนประกายตาของหมาจิ้งจอกในยามที่จ้องตะครุบเหยื่อเสียเหลือเกิน 

 

วันที่ 17 เมย 20xx 

         ฉันทำงานที่นี่ได้อาทิตย์กว่าแล้ว สำหรับฉันสิ่งที่ยากที่สุดในการทำงานคือการสื่อสารกับคน ฉันไม่ถนัดที่จะทำแบบนั้นเลยแต่ฉันก็ต้องทำ ถึงตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าฉันเป็นคนที่ฉลาดหลักแหลมชนิดที่หาตัวจับยาก ฉันสามารถเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างรวดเร็ว ทุกงานที่ผ่านมือฉันต้องประณีตและไร้ที่ติ มันทำให้ฉันโดดเด่นมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ด้วยความฝันที่ต้องการนำทุกสิ่งในชีวิตของฉันคืนมา ฉันจะต้องเว้นระยะห่างและวางตัวให้เหมาะสม ฉันจดจำไว้อยู่ตลอดเวลาว่าทุกย่างก้าวในการทำงานคือบันไดที่จะให้ชั้นก้าวสู่ความสำเร็จ ไม่ใช่สถานที่ๆจะมาหามิตรภาพอันแสนไร้สาระ ทุกคนเป็นแค่เครื่องมือของฉันเท่านั้น 

 

วันที่ 20 พค 20xx 

          นี่ฉันทำงานได้เดือนกว่าแล้วหรือนี่ เวลารอบตัวของฉันช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วเสียเหลือเกิน อีตานพพลก็ยังทำตัวต่ำต้อยด้อยค่าและน่ารังเกียจดุจเดิม มันคอยแต่จะชวนฉันไปกินข้าวบ้าง ชวนไปเที่ยวบ้าง ในเวลาที่ฉันกับมันต้องพูดคุยกันในการทำงาน มันก็พยายามหาเศษหาเลยกับฉันด้วยการแตะเนื้อต้องตัวอยู่ตลอด แต่ฉันก็เอาตัวรอดด้วยการบ่ายเบี่ยงหลีกเลี่ยงการอยู่สองต่อสองกับมันทุกครั้งไป ถึงกระนั้นฉันก็ยังแสร้งยิ้มให้มันแบบหวานๆและพูดจากับมันโดยดี ฉันคิดว่ามันคงรู้สึกคันในใจอยู่ไม่ใช่น้อย ทำไงได้ทุกสิ่งที่อยู่ในที่ทำงานล้วนแล้วแต่เป็นการเมือง และฉันก็เรียนรู้ว่าฉันทำมันได้ดีพอสมควร 

 

วันที่ 18 มิย 20xx 

          นับเป็นเวลาสองเดือนกว่าแล้วที่ฉันเข้าทำงานในบริษัทแห่งนี้ ฉันยังคงไร้เพื่อนดุจเดิมด้วยเพราะฉันคอยรักษาระยะห่างกับเพื่อนร่วมงานอยู่ตลอดเวลา ในตอนนี้ฉันได้มีโอกาสทำหน้าที่เลขานุการในการประชุมผู้บริหาร ซึ่งนับว่าเป็นความก้าวหน้าที่รวดเร็วมาก บางคนทำงานมานับสิบปียังทำได้เพียงแค่ชงกาแฟในห้องประชุมย่อยๆอยู่เลย 

          ในตำแหน่งนี้ฉันมีโอกาสได้พบกับผู้หญิงคนหนึ่ง เธอชื่อจิตหรา เธอเป็นสาวสวย ฉลาด  แถมยังเก่งรอบตัว ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะก้าวมาถึงระดับนี้ด้วยวัยวุฒิเพียงเท่านี้ แต่อีกไม่นานฉันจะต้องแทนที่เธอ

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalandoนักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณอ่านเรื่องนี้แล้วฟินมากแค่ไหน

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา