โอม ตอนที่ 1 แรงอาฆาต

9.3

เขียนโดย Jalando

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 10.48 น.

  83 บท
  14 วิจารณ์
  6,051 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561 19.32 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

51) ไดอารี่แดงภาคจิตใจที่บิดเบี้ยว

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

บทที่ 51 ไดอารี่แดงภาคจิตใจที่บิดเบี้ยว

 

………………….

 

“ ถึงจุดที่กุลสตรีได้มาพบกับจิตหราแล้วซินะ ทีนี้เราจะได้รู้กันซักทีว่าทำไมวิญญาณของกุลสตรีถึงได้ตามจองล้างจองผลาญจิตหราถึงขนาดนั้น ” นายตำรวจหนุ่มพึมพำกับตัวเองเบาๆหลังจากที่เขาอ่านไดอารี่มาถึงจุดนี้ ซึ่งโอมก็พยักหน้ารับคำอย่างช้าๆด้วยอากัปกิริยาที่ที่คาดว่าน่าจะเห็นด้วย 

 

…………………….

 

วันที่ 25 มิย 20xx 

           ฉันทำงานในตำแหน่งเลขานุการได้เกือบเดือนแล้ว ฉันมีได้พูดคุยกับจิตหรามากขึ้น ฉันยอมรับว่านอกจากเธอจะเป็นคนสวย น่ารัก เธอก็ยังเป็นคนที่มีอัธยาศัยดีอีกด้วย ทุกครั้งที่เธอเข้ามาพูดคุยกับฉัน เธอจะแย้มยิ้มให้ฉันอย่างอบอุ่น เธอดูจริงใจและเป็นกันเองกับฉันราวกับว่าฉันคือคือน้องสาวจริงๆของเธอ ไม่เคยมีใครทำให้ฉันรู้สึกแบบนี้มาก่อน ฉันรู้สึกดีมาก 

          แต่ลึกๆฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าจิตหราจะจริงใจกับการแสดงออกนี้มากขนาดไหน บางทีสิ่งที่เธอทำไปอาจเป็นเพียงแค่มารยาทสังคมทั่วๆไป บางทีเธออาจนึกสังเวชเวทนาคนที่ไร้เพื่อนแบบฉัน หรือที่ร้ายกว่านั้น เธออาจแค่เพียงแกล้งทำดีกับฉันเพื่อหวังผลประโยชน์อะไรจากฉัน ซึ่งประเด็นนี้มันก็มีความเป็นไปได้อยู่ไม่น้อย 

         ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ฉันก็ไม่แคร์ ในเมื่อเธอเสแสร้งได้ ฉันก็เสแสร้งได้เช่นกัน จริงๆแล้วเธอก็ยังมีผลประโยชน์ให้ฉันกอบโกยอยู่อีกมาก ไม่ว่าจะเป็นความรู้กับประสบการณ์ในการทำงาน ไหนจะคอนเนคชั่นต่อผู้คนอีก ฉันจะซึมซับและเรียนรู้จากเธอให้มากที่สุด วันใดที่เธอพลาด วันนั้นจะเป็นวันที่ฉันผงาดแทนที่เธอ รอไปก่อนนะ ยัยจิตหรา 

 

วันที่ 20 กค 20xx  

        ฉันกับจิตหราได้พบกันมากยิ่งขึ้น เธอยังคงเป็นคนอบอุ่นเหมือนเดิม ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ฉันรู้สึกดีที่ได้อยู่ใกล้ผู้หญิงคนนี้ เธอใจดีและคอยดูแลฉันอยู่ตลอดเวลา แต่ถ้าสิ่งที่เธอทำเป็นเพียงละครตบตา ก็นับว่าเธอแสดงได้เนียนซะจนฉันดูไม่ออก 

        กลางปีนี้มีงานฉลองใหญ่ของบริษัท ซึ่งจัดขึ้นที่ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง พนักงานหลายสิบคนล้วนแล้วแต่ไปร่วมงาน เดิมทีฉันขอตัวเพราะฉันไม่ชอบที่จะอยู่ร่วมกับผู้คนมากมายขนาดนั้น มันรู้สึกอึดอัดที่ต้องแสร้งยิ้มหลอกลวงให้กับผู้คนนานขนาดนั้น แต่จิตหรากลับคะยั้นคะยอให้ฉันไปร่วมงานแบบเอาเป็นเอาตาย ไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าเธอจะมาสนใจคนอย่างฉันทำไม และยามที่ฉันจ้องมองเข้าไปในดวงตาคู่งามที่แฝงแววเว้าวอนของเธอ ฉันก็ใจอ่อนลงจนยากที่จะปฏิเสธ สุดท้ายแล้วฉันก็ต้องไปงานฉลองนี้จนได้ 

         หลังงานฉลอง ฉันต้องให้จิตหราไปส่งที่ห้องของฉัน เนื่องจากฉันเมาเกินกว่าที่จะกลับบ้านด้วยตนเอง ในตอนนี้ฉันพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมจิตหราถึงใส่ใจในตัวฉันมากขนาดนั้น เธอเฉลยต่อฉันอย่างจริงใจว่า…สาเหตุที่เธอปฏิบัติต่อฉันแบบนั้น เพราะเธอรู้ว่าฉันเหงาและต้องการใครซักคนที่จะอยู่ข้างๆ ฉันไม่รู้ว่าเธอพูดออกมาจากใจจริงมั้ย แต่ฉันจำแววตาและน้ำเสียงที่เธอเอื้อนเอ่ยกับฉันได้เป็นอย่างดี มันทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย ต่อไปนี้เธอก็คือเพื่อนของฉัน พี่สาวของฉันและแม่ของฉัน  

 

วันที่ 30 กย 20xx 

         ฉันสนิทกับพี่จิตหรามากขึ้นเรื่อยๆ  พี่จิตหราเองก็ขอตัวฉันไปช่วยงานเสมียนในคดีที่เธอทำ ส่วนนอกเวลาการทำงานฉันกับพี่มักจะไปไหนมาไหนด้วยกันแทบจะตลอด บางครั้งฉันก็ไปนอนค้างกับพี่ ความรู้สึกที่ขาดหายในอดีตถูกเติมเต็ม ฉันดูสดใสและมองโลกในแง่ที่ดีมากขึ้น เมฆหมอกที่อึมครึมในสายตาของฉันเริ่มจางหายไปเหลือแต่เพียงแสงแดดอ่อนๆที่ส่องสว่างในยามเช้า นี่ชีวิตของฉันเปลี่ยนไปแล้วหรือนี่ หวังไว้ว่าจะเป็นแบบนี้ตลอดไป 

 

…………………….

 

“ ฮะๆ เกมพลิกนะเนี่ย นึกว่าจะฟาดงวงฟาดงากันสนุกสนานซะอีก แต่ที่ไหนได้กลับสนิทกันราวกับพี่น้องคลานตามกันมาแบบนี้ ดูแล้วยังไม่เจอประเด็นที่จะกลายเป็นการอาฆาตแค้นอะไรได้เลยนะ ” สารวัตรหนุ่มเกาหัวแกรกๆ ถึงนาทีนี้เขายังรู้สึกงงงวยอย่างมากมาย สิ่งที่บันทึกในไดอารี่มันค่อนข้างที่จะย้อนแย้งต่อความเป็นจริงที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ 

 

“ อืมๆ….ดูจากเวลาที่บันทึกในหนังสือ ยังเหลือเวลาอีกสามสี่เดือนกว่าจะถึงช่วงเวลาปัจจุบัน ผมคิดว่าเหตุผลของการแปรเปลี่ยนน่าจะอยู่ในช่วงสามสี่เดือนที่ว่านี้แหละ ” โอมวิเคราะห์เหตุด้วยความเยือกเย็น ซึ่งคู่สนทนาต่างวัยก็พยักหน้ารับคำพร้อมกล่าวขึ้นมาเบาๆ 

 

“ อืม….เป็นไปได้นะ มันก็เคยมีคำกล่าวว่า ยิ่งรักยิ่งแค้น มันต้องมีอะไรบันทึกอยู่ในไดอารี่เล่มนี้และสิ่งนั้นน่าจะนำพาเราไปสู่ความจริงที่เราค้นหา ” 

 

“ อ่านต่อเลยแล้วกันครับ เหลืออีกไม่กี่หน้าเอง ” โอมเสนอซึ่งสารวัตรหนุ่มก็ไม่คัดค้าน 

 

……………………..

 

วันที่ 12 ตค 20xx  

        ฉันรู้สึกได้ว่าฉันก้าวหน้าในหน้าที่การงานมากขึ้น คุณนพพลทำท่าจะดันให้ฉันทำคดีบ้างซึ่งเป็นคดีเกี่ยวกับมรดก แม้จะเป็นคดีเล็กๆแต่มันก็เป็นก้าวแรกในเส้นทางสายนี้ ฉันรู้อยู่แล้วว่าฉันมีความสามารถพอที่จะทำมัน แต่ลึกๆฉันก็รู้ว่ามันไม่ใช่แค่ความสามารถอย่างเดียวหรอกที่ผลักดันฉันให้ก้าวหน้าได้เร็วขนาดนี้ มันยังมีอย่างอื่นอีก ซึ่งฉันคงไม่ลงมันในที่นี้แน่ๆ บอกตามตรงแค่ฉันพูดถึงมัน ฉันก็กลัวจะแย่อยู่แล้ว 

 

วันที่ 20 ตค 20xx 

          คดีแรกที่ฉันทำได้สำเร็จเรียบร้อยอย่างสมบูรณ์ ข้อขัดแย้งเล็กน้อยระหว่างผู้ได้รับมรดกถูกเคลียร์อย่างง่ายดายโดยมีฉันเป็นผู้ไกล่เกลี่ย ใครจะไปเชื่อว่าชายวัยกลางคนถึงสองคนจะยอมเชื่อเด็กสาวที่วัยไล่เลี่ยกับลูกของเขาได้ มันเป็นอะไรที่มหัศจรรย์มาก 

          คุณนพพลดีใจมาก เขาชื่นชมฝีมือในการทำคดีของฉันเป็นอันมาก ดูเหมือนว่าเขากำลังจะยกระดับให้ฉันได้ก้าวไปทำคดีที่ยากกว่านี้ โดยปกติฉันน่าจะดีใจกับความก้าวหน้าในครั้งนี้ แต่ทว่าฉันกลับรู้สึกแปลกๆ ฉันรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าพี่จิตหราเปลี่ยนไป เธอดูไม่ค่อยอบอุ่น อ่อนโยนกับฉันเหมือนแต่ก่อน มันดูห่างเหินออกไปแม้ภายนอกยังคงมีการแย้มยิ้มให้กันอยู่ก็ตาม มันทำให้ฉันรู้สึกถึงความเหน็บหนาวที่กำลังเข้ามาเกาะกินหัวใจ ฉันอยากให้ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิม 

 

วันที่ 13 พย 20xx 

         แม้ว่าฉันจะมีหน้าที่การงานดีขึ้นและทำท่าว่าจะไปได้ไกลกว่านี้ แต่ในใจฉันกลับอ้างว้าง ฉันกำลังจะกลายเป็นตัวคนเดียวอีกครั้ง ในตอนที่ฉันกำลังสูญเสียก็เกิดข่าวร้ายขึ้นมา 

         ข่าวร้ายนั้นก็คือ…..แม่ของฉันกำลังจะตาย เธอเป็นโรคร้ายที่ต้องทำการรักษาอย่างเร่งด่วนและต้องเงินในการรักษาเป็นจำนวนมาก แน่นอนว่าฐานะการเงินของฉันในตอนนี้ไม่มากพอที่จะรักษาแม่ของฉัน มันรู้สึกแปลกๆทั้งที่ฉันไม่ได้รู้สึกผูกพันกับแม่ของฉันมากนักเพราะที่ผ่านมาแม่แทบไม่เคยใกล้ชิดหรือคอยดูแลฉัน แต่ฉันกลับไม่อยากให้เขาตาย ไม่อยากสูญเสียเขาไป 

           ในสถานการณ์ที่บีบคั้นเช่นนี้ ฉันโทรไปหาพี่จิตหราซึ่งเป็นที่พึ่งสุดท้ายของฉัน แต่ไม่ว่าจะติดต่อด้วยวิธีใด พี่จิตหราก็ไม่ยอมติดต่อกับ ขณะที่ฉันสลดหดหู่อยู่นั้นเอง ฉันก็นึกถึงเรื่องราวอันดำมืดของพี่จิตหรา พี่จิตหราเคยเล่าให้ฉันฟังว่าในอดีตเธอเองก็เคยตกอยู่ในที่นั่งลำบากแบบเดียวกับฉัน และเธอก็หาทางออกด้วยการไปตกลงกับ……คุณนพพล 

 

วันที่ 15 พย 20xx 

           ฉันไปตกลงกับคุณนพพล ฉันเล่าเรื่องราวของฉันและอธิบายว่าฉันต้องการอะไร แน่นอนว่าคุณนพพลไม่ขัดข้องอะไรเพราะเงินค่ารักษาพยาบาลแม่ของฉัน มันเป็นแค่เพียงเศษเงินของเขาเท่านั้น อีกประการเขาเองก็สนใจในตัวของฉันมานานแล้ว 

          บอกตามตรงฉันนึกกลัวและหวาดระแวงที่จะต้องทำแบบนั้นกับชายแปลกหน้า แม้ว่ามันจะไม่ใช่ครั้งแรกของฉันแต่ฉันก็ยังรู้สึกกระอักกระอ่วนที่จะทำมัน มันไม่มีทางเลือก ฉันจำเป็นที่จะต้องทำแบบนี้ 

         ในยามที่ฉันจะไปกับคุณนพพล มีสาวคนหนึ่งที่ชื่อ “หมวย” มาคอยเดินเรื่องและอำนวยความสะดวกให้ ท่าทางว่าหล่อนจะเป็นคนสนิทของคุณนพพล แน่นอนว่าหญิงสาวทุกคนที่มาสนิทกับเสือผู้หญิงอย่างคุณนพพล น่าจะไม่มีใครรอดเลยซักราย เอาจริงๆฉันไม่ชอบยัยคนนี้เลย ตลอดเวลาที่ฉันอยู่กับมัน มันเอาแต่ทำสีหน้าท่าทางเหยียดๆ ประมาณว่าฉันจะเป็นนังไก่ขายตัวแบบมัน ทุเรศสิ้นดี 

 

วันที่ 16 พย 20xx 

           ฉันรู้สึกเหน็ดเหนื่อยไปทั้งกายและใจ สิ่งที่เกิดเป็นเหมือนมลทินที่ไม่มีวันจางหาย ฉันคงต้องจดจำมันไปจนวันตาย แต่ในช่วงเวลาที่ฉันอยู่ในสภาพนี้ คนแรกที่ฉันนึกถึงก็คือ…..พี่จิตหรา เธอหายหน้าหนีฉันไป ฉันรู้และเข้าใจดีว่าเพราะอะไร ความอิจฉาริษยามันเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่เว้นแม้แต่พี่สาวที่แสนดีของฉัน ถึงกระนั้นฉันก็ยังโหยหา อยากได้คำปลอบโยนจากเธอ ความอบอุ่นของเธอ พี่สาวของฉันหายไปไหน 

 

วันที่ 24 พย 20xx 

           แม้หมดห่วงเรื่องแม่ของฉันไปเปลาะหนึ่ง แต่เรื่องของพี่จิตหรายังไม่จบ อยู่มาวันหนึ่งฉันมีโอกาสได้คุยกับพี่เขาตัวต่อตัว ฉันพยายามคาดคั้นถามหาสาเหตุการเหินห่างของเธอ แต่เธอก็พยายามบ่ายเบี่ยง ไม่ตอบคำถามของฉันแบบตรงๆ มันทำให้ฉันโมโหมาก ฉันไม่รู้ว่าฉันก้าวเข้าไปทำร้ายพี่เขาตั้งแต่เมื่อไหร่ อารมณ์ของฉันในยามนั้นดูคล้ายกับคนติดเฮโรอีนที่กำลังคลุ้มคลั่งจากอาการขาดยา ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้  

            พี่จิตหราได้แต่ป้องกันตัว ฉันรู้ได้ทันทีว่าแม้มีบางสิ่งคั่งค้างอยู่ในใจของเธอ แต่เธอก็ยังคงเป็นพี่สาวที่แสนดีเหมือนเดิม และในจังหวะที่เรากำลังโวยวายเสียงดังอยู่นั้น ฉันก็ได้รับรู้ว่าฉันกับพี่จิตหราไม่ได้อยู่ตามลำพัง ยังมีอีกคนที่อยู่ในที่ทำงาน อีกคนที่รู้เห็นทุกเรื่องราวที่ฉันตวาดใส่พี่จิตหรา รู้สึกว่าคนๆนั้นจะชื่อ มาริณี ฉันไม่อาจจะทานทนกับสภาวะที่น่าอับอายแบบนั้นได้ ฉันจึงรีบหนีกลับบ้านในทันที 

 

วันที่ 10 ธค 20xx 

           ผ่านมาได้หลายวันแล้ว ทุกอย่างยังเหมือนเดิม พี่จิตหรากับฉันยังคงไม่เข้าใจกัน มีเพียงแค่รอยยิ้มบางๆที่มอบให้กันเท่านั้น ความจริงใจ ความอบอุ่นแบบเดิมจางหายไป คิดดูแล้วมันก็น่าอยู่หรอกที่จะเป็นแบบนั้น เพราะฉันทำร้ายพี่เขาซะขนาดนั้น 

           แต่ถ้ามองในอีกมุมหนึ่ง ชั้นคิดว่าคนที่ผิดในเรื่องนี้ มันไม่ใช่ตัวชั้นอย่างแน่นอน คนที่ผิดคือคุณนพพล คนที่มักมากเห็นแก่ตัว ไร้ศีลธรรมและสกปรก ยัยหมวยที่เป็นลูกมือตัวดีของมันอีกคน ยัยคนนี้มีแต่ความโสมมและสกปรกไม่แพ้เจ้านายของมัน ไหนจะยัยมาริณีอีก ยัยคนนี้จะปล่อยมันไว้ไม่ได้เพราะมันรู้เรื่องเน่าๆของชั้นหมดแล้ว และที่เลวร้ายที่สุดคือไอ้คนชั่วช้าสารเลวอย่าง ยัยจิตหรา แค่เพียงมันยื่นมือมาหาช่วยชั้นเพียงนิดเดียวในยามที่ฉันลำบาก ฉันก็จะไม่มีสภาพแบบนี้แล้ว 

             เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด เลวที่สุด………..

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalandoนักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณอ่านเรื่องนี้แล้วฟินมากแค่ไหน

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา