โอม ตอนที่ 1 แรงอาฆาต

9.3

เขียนโดย Jalando

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 10.48 น.

  83 บท
  14 วิจารณ์
  6,036 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561 19.32 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

52) เหยื่อรายต่อไป

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

บทที่ 52 เหยื่อรายต่อไป

 

………………………

          

         หลังจากสารวัตรสิงห์และโอมอ่านมาถึงตรงนี้ ทั้งสองก็พลิกหน้ากระดาษไปหน้าถัดไปอย่างรวดเร็วเพื่ออ่านเนื้อความในไดอารี่ต่อ แต่ทุกคำที่ปรากฏในนั้นกลับมีแต่คำว่า “เลวที่สุด” เพียงเท่านั้น มันทำให้ทั้งสองรับรู้ถึงสภาพจิตใจที่เริ่มบิดเบี้ยวของกุลสตรีได้อย่างชัดเจน ถึงกระนั้นทั้งสองก็ไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำใดออกมา 

            

        สองหนุ่มต่างวัยพลิกหน้ากระดาษไปหลายสิบหน้า ซึ่งมันก็ยังมีแต่คำว่า “เลวที่สุด” ระบายอยู่ในทุกๆหน้าที่ทั้งสองเปิดอ่าน จะว่าไปแล้วมันก็ช่างดูคล้ายกับบันทึกลับโรคจิตเสียนี่กระไร จนเมื่อพวกเขาเปิดอ่านไปถึงหน้าเกือบสุดท้าย ทั้งสองก็พบกับบันทึกเหตุการณ์ที่ไดอารี่เล่มนี้ควรจะมี 

 

………………….

 

13 ธค 20xx 

          วันนี้เป็นอีกวันแล้วที่ชั้นรู้สึกเปล่าเปลี่ยวและเดียวดาย อันที่จริงชั้นก็เป็นแบบนี้มาเกือบทั้งชีวิต จะเปลี่ยนไปชั่วครู่ก็ช่วงเวลาที่ได้พบกับพี่……ไม่สิ ยัยจิตหรา แต่ยัยนั่นมันงูพิษชัดๆ อันที่จริงชั้นคิดว่ามันก็แค่แสร้งหลอกให้ชั้นดีใจ ทำท่าทางเหมือนตัวเองเป็นนักบุญที่กำลังจะมอบอาหารให้แก่คนยากไร้ แต่พอจะให้ทานกันจริงๆ พวกก็หนีหายและทิ้งให้คนยากไร้อดตายไปแบบหน้าด้านๆ สำหรับพวกหน้าเนื้อใจเสือเช่นนี้ นับว่าทุเรศสิ้นดี 

         ใจจริงของชั้นอยากฆ่า อยากจะขยี้ บดบี้ ทำลายยัยเลวระยำนั่นให้แหลกเหลวจนไม่เหลือเศษซากให้ทิ้งค้างบนโลกใบนี้ แต่ถึงฆ่ามันได้แล้วเป็นยังไงน่ะหรือ ชั้นก็ต้องติดคุกแล้วก็ต้องทนอยู่บนโลกใบนี้พร้อมกับความเปลี่ยวเหงาที่แสนรันทดอยู่ดี และถ้าเราฆ่ามันพร้อมๆกับเราฆ่าตัวเองล่ะ แบบนี้ก็น่าจะดีกว่ามั้ยเพราะนอกจากชั้นจะสามารถทำในสิ่งที่เราปรารถนาได้ ชั้นยังไม่ต้องกลับไปเผชิญกับความเงียบเหงาที่แสนระยำเหมือนเมื่อก่อน 

          แล้วชั้นจะทำยังไงล่ะ อืม….เหมือนชั้นจะคิดได้แผนหนึ่ง เอาอย่างงี้นะ ชั้นจะลองโทรไปหามัน บอกมันว่าชั้นจะโดดตึกตาย คนโง่บัดซบแบบมันต้องพยายามที่จะมาห้ามชั้นถึงที่แน่ๆ และหลังจากที่มันมาหาชั้นที่ดาดฟ้าของตึก ชั้นก็จะฆ่ามัน หลังจากฆ่ามันเสร็จ ชั้นก็จะโดดตึกตาย หวังไว้ว่าแผนนี้จะสำเร็จ 

           สุดท้ายนี้ ชั้นขอตั้งจิตอาฆาต พยาบาทต่อคนทุกคนบนโลกใบนี้ โดยมีบุคคลที่จะกล่าวถึงเหล่านี้เป็นประธานนั่นก็คือ ไอ้สัตว์นพพลซึ่งคอยจ้องทำร้ายผู้หญิงที่เป็นเพศแม่ของมัน นังหมวย นังไก่สกปรก นังมาริณีที่บังอาจล่วงรู้ความลับที่น่าอับอายของชั้น สุดท้ายคือยัยจิตหรา จอมหลอกลวงในคราบนักบุญ 

           ชั้นขอจบการสนทนากับแกแต่เพียงเท่านี้นะ ไอ้ไดอารี่แดงที่แสนอัปรีย์ อันที่จริงตัวแกเองมันก็ระยำไม่แพ้ใครแต่ยังไงก็ตาม ชั้นก็จะเก็บแกไว้ แกจะได้เป็นอนุสรณ์ที่ให้คนรุ่นหลังระลึกถึงชั้น คนที่ถูกโลกลืมเลือนและถูกทิ้งขว้างให้จมอยู่กับไฟแค้นที่สุดแสนจะร้อนแรง 

ปล.ใครก็ตามที่มีโอกาสได้อ่านเรื่องราวเหล่านี้ โปรดจงรู้ไว้ว่านี่ไม่ใช่นิยายหรือเรื่องที่เสกสรรปั้นแต่งขึ้นมาสั่วๆ แต่มันคือเรื่องจริงจากคนๆหนึ่ง ซึ่งหลังจากที่มึงอ่านจบ กูจะตามมาฆ่ามึง  

 

………………………

           

        นั่นคือตอนจบของหน้าเกือบสุดท้ายในไดอารี่แดงที่หนาหนัก ซึ่งมันก็ทำให้ใครก็ตามที่ได้อ่าน ต้องรู้สึกเสียวสันหลังวาบไปตามๆกัน ถึงสองหนุ่มต่างวัยจะจัดเป็นคนที่มีจิตใจเข้มแข็ง ไม่หวาดกลัวต่อสิ่งใดได้ง่ายๆแต่ก็ยังไม่วายที่จะขนลุกอยู่นิดๆ 

 

“ จบได้หลอนมาก ” สารวัตรหนุ่มกล่าวขึ้นมาช้าๆ 

 

“ นั่นน่ะซิครับ ” โอมตอบกลับ สีหน้าของเขาดูเคร่งขรึมด้วยอาการใคร่ครวญ 

            

 

       ทั้งสองต่างยังคงไม่ขยับจากที่เดิม ท่าทางเหมือนกับพวกเขากำลังขบคิดอะไรบางอย่างและด้วยความที่พวกเขาเป็นคนที่มีมันสมองว่องไว เขาจึงเอ่ยขึ้นมาพร้อมกันว่า….. 

 

“ แย่แล้ว! ” 

           

 

        ทั้งสองมองตากันและเข้าใจกันและกันได้ในทันที แต่ถึงกระนั้นโอมก็ยังเอ่ยปากเร่งเร้า 

 

“ คราวนี้แย่จริงๆแล้วครับ เพราะเท่าที่อ่านในบันทึก เราเลยรู้ว่าคนที่กำลังถูกกุลสตรีหมายหัวนั้นมี 4 คน นั่นคือคุณหมวย คุณมาริณี คุณนพพล แล้วก็พี่จิตหรา ” 

 

“ ใช่แล้วแต่คนที่ชื่อหมวยตายไปแล้ว ส่วนจิตหราก็ยังปลอดภัยในการดูแลของนาย ที่น่าเสี่ยงในลำดับต่อไปก็คงจะเป็น มาริณีหรือไม่ก็นพพล ” สารวัตรหนุ่มวิเคราะห์ 

 

“ อืม….งั้นเราคงจะเอ้อระเหยอยู่ตรงนี้ไม่ได้แล้วล่ะครับ เพราะเราไม่รู้เลยว่ากุลสตรีจะออกล่าเหยื่อที่หมายปองอีกเมื่อไหร่ ” โอมเสนอแนะบ้าง 

 

“ เหอๆ พูดน่ะ มันง่ายนะ แต่นายจะติดต่อกับนพพลกับมาริณียังไง นายแทบไม่รู้จักสองคนนั้นเลยนะ และถึงติดต่อได้ นายจะทำยังไงให้พวกเขาเชื่อนายเพราะเรื่องที่นายกำลังจะไปเตือนเขานี่มันฟังดูปัญญาอ่อนและไร้สาระยิ่งกว่านิทานที่เอาไว้ใช้หลอกเด็กให้กลัวเสียอีก ” สารวัตรหนุ่มค้าน 

 

“ อืม…..เรื่องเขาจะเชื่อไม่เชื่อเรา ผมไม่รู้ ไว้เจอตัวเดี๋ยวก็รู้เองว่าเขาจะเชื่อหรือไม่ แต่เรื่องติดต่อนี่ผมพอมีทาง ” โอมตอบกลับเร็วจี๋พร้อมยกโทรศัพท์มือถือของตนเองให้สารวัตรหนุ่มดู ซึ่งเมื่อสารวัตรหนุ่มเห็นสิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอมือถือของโอม เขาก็ร้องอุทานดัง 

 

“ เฮ้ย! นี่มันเบอร์โทรของนพพลนี่หว่า นายไปได้เบอร์โทรหมอนี่มายังไงฟะ ” 

 

“ ก็ใช้เทคนิคพลิกแพลงนิดหน่อยแหละครับ เอาเถอะ มันไม่สำคัญหรอก ” โอมรีบพูดตัดบท ซึ่งสารวัตรหนุ่มก็ยังไม่วายติดใจสงสัย เขาจึงลองคาดคะเนวิธีการที่ได้เบอร์มาของโอม 

 

“ นายไปขโมยมาจากมือถือของจิตหราใช่มั้ย ” 

 

“ ต้องใช้คำว่า……ขอยืมมากกว่าครับ เอ๊ะ แต่เราจะมาสนใจเรื่องนี้ทำไม ถ้าเราช้า เราอาจช่วยชีวิตเขาไม่ได้นะครับ ” โอมท้วงติงพร้อมพยายามลากให้สารวัตรหนุ่มกลับมาในประเด็นที่สำคัญ ถึงกระนั้นสารวัตรหนุ่มก็ยังคงค้านความคิดของโอมต่อไปอีก 

 

“ เหอๆ ถึงนายจะได้เบอร์โทรของเขามา แต่นายจะทำไงต่อล่ะ โทรไปบอกเขาหรือว่า….คุณกำลังมีผีสาวจอมอาฆาตไล่ตามฆ่าคุณ หรือจะพูดกับเขาว่าคุณอยู่ที่ไหน ผมจะตามไปคุ้มครองคุณ ลองนึกย้อนตามตรรกะของคนทั่วไปดูนะ จะมีคนสติดีที่ไหนเขาเชื่อนายและยอมให้นายไปหาฟะ ” 

 

“ ก็เพราะอย่างนี้เราถึงจำเป็นที่ต้องไปพบเขาด้วยตัวเองไงล่ะครับ ” โอมเงยหน้าขึ้นมองสารวัตรหนุ่มด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประกาย 

 

“ เฮ้ย…..ทำไมนายมองชั้นแบบนี้ฟะ ” สารวัตรหนุ่มกล่าวถามเสียงสั่น เขาเริ่มรู้นิดๆแล้วว่าโอมกำลังต้องการอะไรจากเขา 

 

“ เอาน่า ถือว่าช่วยๆกันนะพี่ชาย ” โอมเริ่มลงทุนอ้อนสารวัตรหนุ่มด้วยการยกมือไหว้สูงท่วมหัว 

 

“ ไม่โว้ย แค่แอบพานายเข้าไปดูพยานหลักฐานในโรงพักกับบุกรุกเคหสถานตามอำเภอใจแบบนี้ มันก็ผิดมากพอแล้ว นี่นายยังให้ชั้นดักสัญญาณโทรศัพท์ของนพพลให้อีกหรือฟะ ” สารวัตรหนุ่มร้องค้าน 

 

“ เอาน่า พี่ ไหนๆพี่ก็ผิดกฎหมายไปตั้งหลายข้อ ผิดอีกซักข้อจะเป็นไรไป และถ้าพี่ไม่ช่วยมันจะทำให้เราล่าช้านะ และถ้าเรายิ่งช้ามากเท่าไหร่ชีวิตของคุณนพพลก็ยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น ” โอมเริ่มกล่าวอ้างถึงเหตุผลและความจำเป็น ซึ่งก็ฟังขึ้นอยู่พอสมควร 

         

 

       สารวัตรหนุ่มมีสีหน้ากลัดกลุ้ม ใช่ว่าเขาจะไม่เคยทำอะไรที่แหกคอกแบบนี้มาก่อน บางครั้งมันก็ต้องมีการคิดนอกกรอบในการทำคดีแต่เมื่อพิจารณาดูจากเหตุผลที่โอมอ้างถึง เขาจึงยอมตัดใจช่วยโอมอีกครั้ง 

 

“ เอ้า เอาก็เอา ขืนไม่ช่วยนายในครั้งนี้ มีหวังไอ้นพพลกับยัยมาริณีได้ไปเฝ้ายมบาลแน่ๆ ” 

 

“ โอ้ๆ…..ขอบคุณมากครับ พี่ชาย ” โอมเกาะกุมมือหยาบใหญ่ของสารวัตรหนุ่มและแกล้งหยอกล้อด้วยการทำตาปิ๊งๆใส่นายตำรวจรุ่นพี่อย่างมีนัยยะ 

 

“ เออ…พอเลยนะ ไอ้บ้าโอม นายไม่ต้องมาขอบคุณชั้นแบบนี้ เห็นแล้วคันเท้าว่ะ ” สารวัตรหนุ่มรีบชักมือกลับพร้อมกล่าวตอบเร็วจี๋ด้วยความหยะแหยง 

 

…………………….

           

         ทันทีที่สองหนุ่มต่างวัยต่อสายไปถึงนายนพพล ผู้จัดหนุ่มของบริษัททนายความชื่อดัง เสียงสัญญาณรอสายก็ดังยาว            

 

“ ตื้ดๆ……” 

          

 

        เสียงสัญญาณดังกล่าวดังติดๆไปอีกสองสามครั้ง ก็ปรากฏว่ามีชายผู้หนึ่งรับสาย เสียงชายผู้ที่รับสายนั้นดูอ้อแอ้เต็มที 

 

“ หวาดดี ใครพูดค้าบ เฮื้อก ” 

 

“ ขอสายคุณนพพลหน่อยครับ ” โอมชะงักไปอึดใจก่อนรีบไถ่ถามอย่างรวดเร็ว 

 

“ เอื้อก พ้มพูดสายอยู่ค้าบ ” เสียงนั้นยังคงตอบกลับแบบอ้อแอ้ราวเด็กหัดพูด บางครั้งก็แอบมีสะอึกนิดๆ 

          

 

       หลังจบคำสนทนาที่แสนสั้น โอมก็รีบตัดสายไปอย่างรวดเร็วโดยไม่สนว่าคู่สายจะรู้สึกยังไง จากนั้นเด็กหนุ่มก็เงยหน้ามองสารวัตรหนุ่มที่ยืนทำหน้าเซ็งๆอยู่ข้างๆ 

 

“ เออ ขอให้ดักจับสัญญาณการใช้มือถือของไอ้สันขวานขี้เมาคนนี้ใช่มั้ยฟะ ได้เลย ชั้นจะทำให้นาย แต่บอกไว้ก่อนนะ ชั้นช่วยนายแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะเฟ้ย ” สารวัตรหนุ่มชิงกล่าวออกมาก่อนเพราะล่วงรู้ถึงสิ่งที่โอมคิดจะขออยู่แล้ว 

 

“ ครับ ขอบคุณมากครับ พี่สิงห์ ” โอมกล่าวขอบคุณสั้น 

 

“ เออ…” สารวัตรสิงห์ตอบกลับแบบห้วนๆด้วยทีท่าไม่พอใจ หลังจากนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือของเขาขึ้นมามั่งเพื่อทำการต่อสายถึงคนๆหนึ่ง 

 

“ ตื้ดๆ……” 

 

“ สวัสดีครับ สารวัตร มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ ” คราวนี้เสียงสัญญาณรอสายดังเพียงแค่ครั้งเดียวก็มีเสียงคนรับสายในทันที และเมื่อฟังจากบทสนทนาเบื้องต้นบ่งบอกให้รู้ว่าคู่สายรู้จักกับสารวัตรหนุ่มผู้นี้เป็นอย่างดี 

 

“ สวัสดีเช่นกัน พอดีพี่อยากให้เส้งดักจับสัญญาณโทรศัพท์ของมือถือเครื่องหนึ่งให้พี่หน่อย พี่อยากรู้ว่ามือถือเครื่องนั้นมันมีการใช้ครั้งสุดท้ายที่ไหน ” สารวัตรหนุ่มเองก็เข้าเรื่องอย่างรวดเร็วเช่นกัน ด้วยทุกวินาทีที่เสียไปย่อมหมายถึงชีวิตที่กำลังดับสูญ 

 

“ โหๆ….งานหยาบนะ สารวัตรจะทำอะไรล่ะ ดักจับคนร้ายรึไง ” ปลายสายตอบกลับแบบยียวนด้วยเสียงแหบใหญ่ 

 

“ ไม่ใช่เรื่องของนาย และชั้นอยากให้นายค้นหาสัญญาณให้เดี๋ยวนี้ เข้าใจมั้ย ” เสียงของสารวัตรสิงห์เริ่มแข็งขึ้นเมื่อเห็นว่าคู่สนทนาที่ปลายสายเริ่มจะโยกโย้ 

          

 

        ชายเสียงแหบใหญ่ที่ปลายสายเงียบอยู่อึดใจ เขาก็ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงแหบใหญ่ดุจเดิม 

 

“ ตกลงครับ สารวัตร ว่าแต่เบอร์โทรที่จะให้ผมดักจับคือ……” 

 

“ 081-810-XXXX ” สารวัตรรีบให้เบอร์มือของนพพลโดยไว 

 

“ รับทราบ ” เสียงแหบใหญ่ที่ปลายสายขานรับ 

          

 

         หลังจากนั้นปลายสายก็เงียบหายไปอีกครั้ง คราวนี้ถึงกลับเงียบหายไปนานเกือบสองนาที สุดท้ายปลายสายก็ตอบกลับมา 

 

“ มือถือเครื่องนั้นใช้งานครั้งสุดท้ายตอนเวลา 23.57 น. ที่ผับแอตแลนติก ผับนั่นอยู่แถวลาดพร้าว ซอย……ครับ ” 

 

“ ขอบใจมาก เส้ง แล้วเจอกัน ” สารวัตรสิงห์กล่าวขอบใจสั้นๆและตัดสายไปในทันที 

          

 

         เด็กหนุ่มมาดเซอร์มองหน้าสารวัตรหนุ่มรุ่นพี่นิ่งๆโดยไม่ถามไถ่อะไรให้มากความ ทั้งที่เขาเองก็สงสัยอยู่เต็มประดาว่าบุคคลที่สารวัตรหนุ่มคุยเมื่อครู่นี้คือใคร แต่ถ้าว่ากันตามจริงโอมก็กะไว้ได้เลาๆแล้วว่าสารวัตรหนุ่มน่าจะใช้วิธีลัดประมาณนี้ มันเป็นเรื่องปกติของตำรวจสายปราบปรามอยู่แล้วที่จะรู้จักกับคนที่มีความสามารถพิเศษด้านต่างๆ ดังนั้นเขาจึงกลั้นใจไม่ถามที่มาของข่าวสารและกล่าวกับสารวัตรหนุ่มรุ่นพี่แบบสั้นๆ 

 

“ ไปกันรึยัง พี่สิงห์ ” 

 

“ ไปสิ เราต้องรีบไปถึงตัวหมอนั่นให้เร็วที่สุด ” สารวัตรหนุ่มตอบกลับพร้อมก้าวเดินออกจากห้องของกุลสตรีอย่างรวดเร็ว โดยมีเด็กหนุ่มมาดเซอร์เดินตามหลังด้วยความเร็วที่ไม่แพ้กัน

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalandoนักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณอ่านเรื่องนี้แล้วฟินมากแค่ไหน

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา