โอม ตอนที่ 1 แรงอาฆาต

9.3

เขียนโดย Jalando

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 10.48 น.

  83 บท
  14 วิจารณ์
  6,050 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561 19.32 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

53) ผับแอตแลนติก

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

บทที่ 53 ผับแอตแลนติก

 

……………………..

            

         สองหนุ่มใช้เวลาไม่นานก็มาถึงรถปิกอัพอีซูซุสีดำอันเป็นยานพาหนะที่ใช้ในการเดินทาง แน่นอนว่าตอนขาออกได้เกิดปัญหาขึ้นมาเล็กน้อยเนื่องด้วยอาแป๊ะชราผู้เฝ้าอพาร์ทเม้นท์ได้เอะอะโวยวายเป็นการใหญ่เมื่อได้เห็นหนุ่มแปลกหน้าอย่าง สารวัตรสิงห์และโอม เดือดร้อนถึงสารวัตรหนุ่มที่จำต้องยอมแสดงตราตำรวจของตนเองออกมาพร้อมบอกกับอาแป๊ะว่าการมาของในครั้งนี้เป็นราชการลับ ให้สงบปากสงบคำเอาไว้ นั่นจึงทำให้จบความวุ่นวายในครั้งนี้ลงได้ 

 

…………………….

 

เวลา 00.20 น.  

           

       รถเครื่องดีเซลกำลังแรงพุ่งทะยานฝ่าท้องถนนใจกลางกรุงด้วยความเร็วที่ไม่น่าจะต่ำกว่า 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เรียกได้ว่าเครื่องสามารถแรงได้เท่าไหร่ เขาก็ใส่ไปเท่านั้นเพื่อหวังที่จะเดินทางไปหยุดมรณะภัยซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า 

           

 

       บรรยากาศภายในรถปิกอัพคันนั้นดูเงียบงัน สารวัตรสิงห์ผู้เป็นสารถียังคงนั่งตัวตรงอยู่หลังพวงมาลัย ดวงตาคมเข้มใต้คิ้วดกดำจับจ้องมองไปยังถนนยาวที่ทอดอยู่เบื้องหน้าแน่วนิ่ง ดูเหมือนว่าเขาจะจดจ่ออยู่กับการขับขี่อย่างดีเยี่ยม ส่วนทางฝ่ายโอมเองก็ยังคงนั่งนิ่งเงียบอยู่เช่นกัน ดวงตากลมโตภายใต้แว่นตาทรงกลมเริ่มหรี่ต่ำและมองตรงไปข้างหน้าด้วยอาการครุ่นคิด 

          

 

       อากัปกิริยาของเด็กหนุ่มมาดเซอร์ผู้นี้ย่อมไม่สามารถรอดพ้นหูตาของสารวัตรหนุ่มที่คอยลอบชำเลืองมองมาเป็นระยะไปได้ เพราะสำหรับสารวัตรหนุ่มแล้ว โอมถือเป็นที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวในยามที่เขาจะต้องผจญกับความลึกลับที่ดำมืดแบบในตอนนี้ 

 

“ ว่าไง โอม นั่งหน้าเครียดเชียว นายกำลังคิดอะไรอยู่ ” สารวัตรหนุ่มกล่าวถาม จุดประสงค์เพื่อคาดคะเนถึงจิตใจของเด็กหนุ่ม 

 

“ อืม…..ก็นิดหน่อยน่ะครับ เหมือนมันยังมีบางประเด็นที่ผมยังไม่เข้าใจอยู่ ” โอมกล่าวตอบเรียบๆพร้อมปรือตาลอยไปยังวิวข้างทางฝั่งที่ตัวเองนั่ง 

 

“ นายหมายถึง…..บางประเด็นที่อยู่ในไดอารี่แดงเล่มนั้น ใช่มั้ย ” สารวัตรสิงห์ลองเดาใจคู่สนทนา  

 

“ อืม…..ใช่แล้วครับ มีบางจุดในบันทึกนั้นที่ผมไม่เข้าใจ มันดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลในบางเรื่องน่ะครับ ” โอมกล่าวตอบ สายตามองไปยังฟุตบาทข้างทางที่ร้างไร้ผู้คนอย่างปราศจากความหมาย 

 

“ หึ หึ หึ ว่าแล้ว เพราะหลังจากที่อ่านจบ ตัวชั้นเองก็คิดว่ามันแหม่งๆอยู่เหมือนกัน ” สารวัตรหนุ่มตอบพร้อมหัวเราะในลำคอด้วยความรู้สึกขบขำในตลกร้ายที่บิดเบี้ยวเรื่องนี้ 

 

“ ครับ เนื้อเรื่องโดยรวม มันก็เหมือนจะกระจ่างและตรงไปตรงมาตามลักษณะที่กุลสตรีเขาบรรยาย ทว่ามันก็มีบางจุดที่ทำให้ผมรู้สึกสับสนและสงสัยอยู่บ้าง ” โอมเริ่มสาธยายหลังเห็นว่าคู่สนทนาเห็นด้วยกับตน 

 

“ อย่างเช่นอะไร….” สารวัตรหนุ่มเอ่ยถามต่อเพื่อเช็คดูว่าสิ่งที่โอมคิดนั้นตรงกับสิ่งที่ตนคิดหรือไม่ 

 

“ อืม….จุดที่หนึ่งคือ….บุคลิกที่แปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ” โอมตอบกลับแบบไม่ลังเล 

 

“ ยังไงล่ะ โอม ” สารวัตรหนุ่มถามกลับในทันที 

          

 

        เด็กหนุ่มขยับกายและปรับเบาะที่นั่งให้เอนลงไปนิดหนึ่ง ใบหน้าซูบผอมของเขาแหงนสูงเพื่อมองเพดานรถด้วยอาการเลื่อนลอย ปากก็เริ่มอธิบายสิ่งที่ขบคิดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบจนฟังดูไร้อารมณ์ 

 

“ เดิมที หญิงสาวคนนี้เป็นคนเก็บตัว ซ่อนอารมณ์ ไร้ซึ่งความกล้าและเหงา แต่หลังจากเธอเข้าทำงาน เธอเปลี่ยนไปมาก เธอกลายเป็นคนทะเยอทะยาน กล้าแสดงออกและไว้ตัว ” 

 

“ อืม…แปลกจริงนั่นแหละ แต่นายไม่คิดว่าคนเรามันจะเปลี่ยนไปได้เลยหรือ มีตัวอย่างให้เห็นบ่อยไปที่ความจำเป็นในชีวิตทำให้เราสามารถเปลี่ยนตัวเองและก้าวไปข้างหน้าได้ ” สารวัตรหนุ่มกล่าวขัดขึ้นมาพร้อมยกตัวอย่าง 

 

“ ก็จริงครับ เหตุผลที่พี่พูดนั้นมันก็มีความเป็นไปได้ ” โอมกล่าวตอบแต่ในใจยังติดใจในประเด็นนี้อยู่ มันเป็นอะไรที่รวดเร็วเกินไปและที่สำคัญมันเป็นการแปรเปลี่ยนชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ ซึ่งหาได้ยากยิ่งในโลกใบนี้ 

 

“ อืม…..แล้วสิ่งที่นายสงสัยอีกข้อหนึ่งล่ะ ” สารวัตรสิงห์กล่าวทวงถามอย่างฉับพลันจนทำให้โอมนึกสะดุ้งในใจพร้อมขบคิดว่า…..นี่ พี่สิงห์อ่านใจเราได้รึ 

           

 

        โอมนิ่งเงียบไป สิ่งที่เขาขบคิดในประเด็นที่สอง ยิ่งดูแปลกประหลาดกว่าประเด็นที่หนึ่งจนเขาไม่อยากจะพูดถึง ประเด็นนั้นก็คือ….ความสามารถที่สูงล้ำและการก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดของกุลสตรี เพราะโดยปกติทักษะในการเจรจาต่อรอง หรือวาทศิลป์ในการโน้มน้าวนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะฝึกกันได้โดยง่าย ต้องเป็นคนที่ช่างเจรจาและมีไหวพริบปฏิภาณที่ดีจึงจะมีทักษะด้านนี้ และเมื่อย้อนกลับมาดูบุคลิกภาพที่กุลสตรีเป็นในช่วงแรก มันช่างห่างไกลและไม่เหมาะสมกับการก้าวเป็นนักเจรจาต่อรองที่ดีชนิดคนละขั้ว ถึงเธอจะพยายามปรับเปลี่ยนบุคลิกภาพของตนเอง มันก็ใช่ว่าเธอจะสามารถเปลี่ยนสิ่งที่เธอเป็นมาทั้งหมดแล้วพัฒนามันได้โดยง่ายและรวดเร็วแบบนี้ 

            

 

     โอมเองก็นึกไม่ออกเช่นกันว่าทำไมกุลสตรีถึงเปลี่ยนและก้าวหน้าได้ไวอย่างเหลือเชื่อเช่นนี้ แต่ถ้าพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว บางทีเธออาจมีสกิลการเป็นนักเจรจาแฝงอยู่ในส่วนลึกโดยที่ตัวเธอเองไม่รู้ตัวก็เป็นได้ แต่สมมุติฐานนั้นก็ยังคงอ่อนเหตุผลอยู่พอสมควร มันเลยทำให้โอมตัดสินใจที่จะตอบแบบเลี่ยงๆไปว่า…… 

 

“ น่าจะเป็นเหตุที่ทำให้เธอมีความคิดที่บิดเบี้ยวในช่วงหลังน่ะครับ ผมสงสัยว่ามันน่าจะเกิดขึ้นเพราะความกดดันในปัญหาชีวิตหรือมาจากความรู้สึกสูญเสียสิ่งที่สำคัญกันแน่ ” 

 

“ อืม….น่าคิดนะกับข้อสงสัยนี้ ” สารวัตรหนุ่มรับคำสั้นๆพร้อมขับรถต่อไป 

 

………………………….

 

เวลา 00.56 น. 

            

        สองหนุ่มต่างวัยเดินทางมาถึงผับแอตแลนติกจนได้ ตัวผับเป็นตึกสี่คูหาที่อยู่ติดถนนใหญ่ มีการประดับประดาหลอดไฟหลากสีแสบสันเอาไว้รอบตัวตึก และมีการตกแต่งร้านด้วยของประดับราคาแพงอาทิเช่น รูปปั้นหินมนุษย์แนวกรีซโบราณ ทำให้ร้านนี้ออกไปในแนวเลิศหรูอลังการจนดูคล้ายราชวังโบราณของชนชาวยุโรป ด้วยราคาค่าอาหาร เครื่องดื่มที่ค่อนข้างแพงกว่าผับอื่นๆทั่วไปถึงสามเท่าตัว จึงทำให้แขกเหรื่อที่มาอุดหนุนร้านล้วนแล้วแต่เป็นชนชั้นสูงที่กระเป๋าหนัก 

           

 

        สารวัตรสิงห์จอดรถที่ริมฟุตบาทซึ่งอยู่ห่างจากร้านไปประมาณเกือบห้าสิบเมตร เนื่องจากมีรถหรูหลายคันจองที่จอดตรงริมฟุตซึ่งใกล้ๆกับตัวผับ 

          

 

        สารวัตรสิงห์ก้าวฉับๆไปที่ผับแอตแลนติกอย่างรวดเร็วโดยมีโอมเดินตามมาติดๆ พอทั้งสองหนุ่มมาถึงหน้าผับก็ปรากฏกายของชายฉกรรจ์ร่างใหญ่ในชุดสูทดำจำนวนสองนายยืนเฝ้าประตูไม้บานใหญ่อันเป็นทางเข้าสู่ร้านรวง หน้าตาท่าทางของทั้งสองบ่งบอกถึงความเหี้ยมเกรียมและเด็ดเดี่ยวแบบนักเลงภูธรที่แสนดุดัน 

 

“ สวัสดีครับ ที่นี่ผับพิเศษครับ เฉพาะเมมเบอร์เท่านั้นถึงเข้าได้ ” ชายในชุดสูทนายหนึ่งกล่าวด้วยถ้อยคำสุภาพ แต่น้ำเสียงและแววตาที่มองมายังทั้งสองหนุ่มแฝงแววข่มขู่และดูแคลนออกมาอย่างชัดเจน 

           

 

       สารวัตรสิงห์ยืนจ้องหน้าคู่สนทนานิ่งอย่างไม่กลัวเกรง ครู่หนึ่งเขาก็หรี่ตาลงนิดหนึ่งพร้อมกล่าวทักทายคู่สนทนาเบาๆ 

 

“ อ้าว ว่าไง นายเข้ม ไม่เจอกันตั้งนานเลยนะ เดี๋ยวนี้นายกลายเป็นเด็กเฝ้าประตูไปแล้วหรือ ” 

         

 

       ชายร่างใหญ่หน้าเข้มในชุดสูทดำดูตื่นตกใจจนสะดุ้งกายเล็กน้อย เพราะบุคลที่เขากำลังพูดคุย(หรือข่มขู่)นั้นรู้จักชื่อของเขา นั่นเลยทำให้เขาต้องขบคิดและนึกทบทวนอย่างหนักหน่วงว่าบุคคลผู้นี้คือใคร 

 

“ อ้าว ตกลง นายจำชั้นไม่ได้จริงๆน่ะหรือ เราเคยดวลปืนกันมาเมื่อหลายปีก่อนที่ยะลาไง ” สารวัตรสิงห์ระลึกย้อนอดีตให้คู่สนทนารับรู้ นั่นทำให้นักเลงเฝ้าประตูนามว่า “เข้ม” สะดุ้งเฮือกเพราะจดจำได้แล้วว่าคนที่กำลังคุยกับเขาอยู่คือใคร แต่นักเลงร่างใหญ่อีกคนไม่ทราบเรื่องราว เขาจึงทะยานเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วยการขู่ตะคอกอย่างดุดัน 

 

“ เฮ้ย แกเป็นใครไม่สำคัญหรอกว่ะ แต่ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ๆแกจะมาพล่ามเพ้อละเมอหรอกนะโว้ย ” 

 

“ เฮ้ย! เดี๋ยว ไอ้ล่ำ เอ็งอย่าเพิ่งเข้าไป นั่นมันสารวัตรสิงห์ ” นายเข้มกล่าวห้ามเพื่อนบอดี้การ์ด แต่เขาก็ช้าไปแล้วเพราะชายร่างล่ำถึกผู้ไว้ผมทรงสกีนเฮดได้พุ่งทะยานเข้าหาสารวัตรหนุ่มไปเรียบร้อยแล้ว 

          

 

       หมัดของนายล่ำพุ่งแหวกอากาศหวังอัดเข้าแสกหน้าของสารวัตรหนุ่ม ทว่าสารวัตรร่างสูงก็ไม่ได้ออกอาการตระหนกตกใจในการจู่โจมแบบฉับพลันของคู่อริเลยแม้แต่น้อย 

          

 

       สารวัตรหนุ่มยังคงยิ้มมุมปากเล็กน้อย เขารอจังหวะอย่างเยือกเย็นจนหมัดนั้นอยู่ห่างจากใบหน้าของเขาเพียงหนึ่งฝ่ามือ เขาก็โยกใบหน้าหลบหมัดเพียงนิดเดียวและพุ่งหมัดขวาสวนเข้าใส่ชายร่างล่ำอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าชายผู้นั้นไม่อาจที่จะหลบกำปั้นลุ่นๆของสารวัตรหนุ่มได้เลยเนื่องจากเขาได้พุ่งทะยานเข้าใส่สารวัตรหนุ่มหมดทั้งตัวจนเสียหลักไปในจังหวะแรกแล้ว 

 

“ ปัง ” 

          

 

       กำปั้นของสารวัตรสิงห์อัดเข้าไปที่กึ่งจมูกกึ่งปากของชายร่างล่ำเต็มแรงจนเกิดเสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณ วินาทีต่อมาร่างสูงใหญ่ของนายล่ำก็หงายหลังล้มลงไปนอนกองกับพื้น ดวงตาโปนๆของเขาเหลือกลานเป็นนัยว่าเขาน่าจะสลบเหมือดภายในหมัดเดียว 

            

 

        สารวัตรสิงห์สะบัดข้อมือไปมาเบาๆคล้ายว่าจะเคล็ดเล็กน้อย ปากก็บ่นพึมพำเบาๆ 

 

“ โห ไอ้บ้านี่หน้าแข็งชะมัด เล่นเอาเจ็บข้อมือเลย ” 

           

 

       สารวัตรสิงห์ยุ่งอยู่กับการสำรวจอาการบาดเจ็บของกำปั้นข้างที่ใช้กระแทกหน้านายล่ำอยู่พักหนึ่ง เขาก็หันมายิ้มให้นายเข้มบ้าง นั่นทำให้บอดี้การ์ดร่างใหญ่สะดุ้งโหยงพร้อมร้องทักด้วยอาการนอบน้อม 

 

“ อ้อ ขอโทษทีครับ สารวัตรสิงห์นี่เอง ผมผิดเองที่จำสารวัตรไม่ได้ ผมนี่มีตาหามีแววไม่จริงๆ ” 

 

“ เออ จำได้ก็ดีแล้ว ตกลงเดี๋ยวนี้แกหันมาเป็นนักเลงคุมผับแล้วหรือ หวังว่าแกจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีกนะ ” สารวัตรสิงห์กล่าวทักอดีตคู่ปรับที่เคยโคจรมาเจอกันอย่างแผ่วเบา แต่ดูไปดูมาคล้ายว่าจะเป็นการข่มขู่กันมากกว่าที่จะเป็นการทักทายแบบธรรมดา 

 

“ โอ้ๆ…..ไม่แล้วครับ ผมติดคุกเพราะคดีนั้นไปตั้งห้าปี ตอนนี้ผมเข็ดแล้วครับ ผมแค่ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้ผับเขาเท่านั้น ไม่มีงานอื่นใดแอบแฝงเลยครับ ” นายเข้มกล่าวแก้ตัวเสียงสั่นๆอันบ่งบอกถึงพิรุธที่มีในตัวเองอย่างมากมาย 

           

 

       สารวัตรหนุ่มหรี่ตามองด้วยท่าทางที่ดูไม่ใคร่จะเชื่อน้ำคำของคู่สนทนาซักเท่าไหร่ อึดใจต่อมาเขาจึงเริ่มกล่าวถึงวัตถุประสงค์ที่มาเยือนแบบไม่อ้อมค้อม 

 

“ เรื่องนายจะเกี่ยวข้องกับเรื่องเดิมๆของนายอีกหรือไม่ ตอนนี้ช่างหัวมันก่อน ที่ชั้นมาที่นี่ในตอนนี้ ชั้นแค่อยากเจอคนๆหนึ่งที่อยู่ในผับนี้เท่านั้น ” 

           

 

      ถ้าไม่หลอกหลอนตัวเอง ก็ดูเหมือนนายเข้มจะแอบลอบเป่าปากพร้อมมีท่าทีผ่อนคลายลงและเริ่มเสนอความช่วยเหลือเพื่อเจตนาเอาอกเอาใจนายตำรวจหนุ่มอย่างชัดเจน 

 

“ สารวัตรสิงห์ต้องการพบใครหรือครับ บอกเข้มมาได้เลย เดี๋ยวเข้มจะตามตัวเขาให้ ” 

 

“ อ้อ…..คนๆนั้นก็คือ…..นายนพพล มิตรไมตรีพาณิช ” สารวัตรหนุ่มตอบกลับในทันที ซึ่งหลังสิ้นคำตอบนั้น ใบหน้าของนายเข้มก็ซีดเผือดลงไปอย่างถนัดตาพร้อมกับการตอบกลับมาแบบไม่เต็มเสียง 

 

“ สารวัตรสิงห์ต้องการพบคุณนพพลจริงหรือครับ ” 

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalandoนักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณอ่านเรื่องนี้แล้วฟินมากแค่ไหน

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา