โอม ตอนที่ 1 แรงอาฆาต

9.3

เขียนโดย Jalando

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 10.48 น.

  66 บท
  14 วิจารณ์
  3,895 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561 19.32 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

54) พยานคนสำคัญ

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

บทที่ 54 พยานคนสำคัญ

 

“ อ้าว! ก็จริงน่ะซิ และชั้นก็ต้องการพบเจ้าหมอนั่นแบบเร่งด่วนด้วย นายต้องรีบพาชั้นไปพบมันเดี๋ยวนี้ ” สารวัตรสิงห์เริ่มเสียงแข็งขึ้นเล็กน้อย 

          

 

       บอดี้การ์ดร่างใหญ่ดูจะสั่นน้อยๆด้วยความเกรงกลัว เพราะครั้นจะปฏิเสธความต้องการของสารวัตรหนุ่ม ตัวเขาก็อาจจะหลุดเข้าไปในซังเตหรือไม่ก็เจ็บตัวได้โดยง่าย แต่ถ้าจะให้พานายตำรวจหนุ่มไปหานายนพพล มันก็น่าจะทำให้เจ้าของผับซึ่งเป็นนายจ้างเกิดความไม่พอใจ 

           

 

       ระหว่างที่นายเข้มกำลังนึกชั่งใจและคิดหาทางออกอยู่นั่นเอง สารวัตรสิงห์ก็เริ่มเล่นไม้แข็งด้วยการขยับกายไปยังประตูทางเข้าพร้อมกล่าวสำทับเสียงเข้ม 

 

“ ในเมื่อนายไม่สามารถพาชั้นไปหานายนพพลได้ ชั้นก็คงต้องไปตามหามันด้วยตัวเอง ” 

 

“ เอ๊ะ! เดี๋ยวก่อนครับ เอ่อ….ใจเย็นๆก่อน ” นายเข้มรีบขยับเข้ามาขวางทางพร้อมร้องทักทานเสียงหลง 

            

 

        แน่นอนว่าการกระทำของนายเข้มย่อมไม่เป็นที่สบอารมณ์ของสารวัตรหนุ่มผู้ห้าวหาญ เขาเริ่มส่งสายตาแข็งกร้าวไปให้นายเข้มพร้อมเค้นเสียงกร้าวในลำคอ 

 

“ นี่ตกลงนายคิดจะขัดขวางชั้นจริงๆน่ะหรือ ” 

 

“ อะ…เอ่อ….เปล่าครับ ผมแค่คิดว่า เอ่อ ผมจะเป็นคนนำทางสารวัตรไปหาคุณนพพลเอง แต่ยังไงก็ตาม ผมก็ขอร้องสารวัตรว่า เอ่อ…” นายเข้มกล่าวตอบเสียงตะกุกตะกัก แล้วก็ค้างไปในคำสุดท้ายคล้ายไม่แน่ใจว่าเขาควรพูดต่อดีหรือไม่ 

 

“ เอ่อ ชั้นเข้าใจนายดี ชั้นจะทำให้เรื่องทุกอย่างมันเงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็แล้วกัน นายจะได้ไม่โดนเจ้าของผับเขาตำหนิเอา ” สารวัตรสิงห์ตอบกลับในทันทีด้วยเขาล่วงรู้ถึงความจำเป็นของนายเข้มเป็นอย่างดี 

 

“ โอ้….ขอบคุณมากครับ สารวัตร ” ชายร่างใหญ่ในชุดสูทดำยกมือไหว้ปลกด้วยอาการพินอบพิเทาแบบสุดเดช 

 

“ เอ้า นำทางไปเลย เสียเวลามากแล้ว ” สารวัตรสิงห์สั่งการเสียงเเข็ง แน่นอนว่าถึงนาทีนี้ นายเข้มไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกเสียจากพาสารวัตรสิงห์และโอมไปพบกับนายนพพลที่กำลังเริงร่าอยู่ในผับไฮโซ 

 

………………………

           

        ประตูไม้บานใหญ่เปิดออก สารวัตรสิงห์และโอมก็ก้าวเท้าเข้าไปยังผับไฮโซ ในทันทีที่ทั้งคู่เข้ามา พวกเขาก็พบว่าบรรยากาศภายในร้านดูมืดสลัวและมีหลอดไฟทรงกลมติดเพดานฉายไฟสีต่างๆหมุนวนไปรอบๆผับ อากาศโดยทั่วไปก็ดูจะฟุ้งไปด้วยกลุ่มควันจากบุหรี่จนมองคล้ายเมืองในหมอกแบบไม่มีผิดเพี้ยน 

            

 

      ทุกสิ่งทุกอย่างข้างในก็ดูคล้ายผับทั่วๆไป แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปก็คือผับแห่งนี้มิได้เปิดดนตรีร็อกแรงๆเสียงดัง แต่กลับเปิดเพลงสากลแนวโฟล์คซองเพียงแผ่วๆให้แว่วกระจายไปทั่วทั้งร้าน 

           

 

        จุดต่อไปที่ต่างจากผับอื่นๆก็คือทั่วทั้งบริเวณประกอบไปด้วยโต้ไม้ขนาดใหญ่ที่มีโซฟาหนังหรูหราล้อมรอบอยู่หลายชุด ทำให้มันดูมีสภาพคล้ายร้านนั่งกินมากกว่าผับทั่วๆไปที่มักจะมีการเปิดพื้นที่กว้างๆเพื่อให้เหล่าวัยรุ่นได้โชว์สเต็ปตามจังหวะเพลง 

           

 

       โอมเดินตามสารวัตรหนุ่มพร้อมเหลือบตามองไปรอบๆ บุคคลที่เข้ามาใช้บริการส่วนใหญ่มักจะเป็นชายวัยกลางคนใส่สูทที่ดูท่าทางภูมิฐาน พวกเขาเหล่านั้นกำลังเพลิดเพลินกับสุราเมรัยโดยมีกลุ่มสาวงามที่สวยใกล้เคียงเทพีคอยเอาอกเอาใจอยู่ข้างกายแบบไม่ขาด ถึงแม้ทุกสิ่งทุกอย่างจะดูสุขสมราวสรวงสวรรค์แต่หนุ่มน้อยมาดเซอร์ก็หาได้ตื่นตาตื่นใจกับสภาพแวดล้อมรอบข้าง ตรงกันข้ามเขากลับดูสลดหดหู่ลงเสียด้วยซ้ำ 

 

“ อ้าว ไหงนายดูไม่ตื่นเต้นเลยล่ะ โอม วัยรุ่นแบบนายน่าจะคึกคักเมื่อได้เห็นสิ่งเย้ายวนใจเหล่านี้นี่ แบบนี้มันดูแปลกๆนะ ” สารวัตรสิงห์ร้องถามในทันทีที่เขาสังเกตเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของเด็กหนุ่ม 

 

“ อืม ตามหลักก็ควรจะเป็นอย่างนั้นแหละ แต่อาจมีวัยรุ่นบางคนที่ไม่ชอบก็ได้นะครับ ” โอมตอบกลับเรียบๆ สีหน้าของเขาดูเฉยเมยและเย็นชาต่อสิ่งยั่วยวนรอบข้าง อันเป็นอากัปกิริยาที่ทำให้นายตำรวจเกิดความสนอกสนใจจนอดไม่ได้ที่จะไถ่ถามต่อ 

 

“ เช่นนายน่ะหรือ ”  

        

 

        โอมไม่ตอบคำถามด้วยวาจา เขาเพียงแต่พยักหน้ารับคำเบาๆ แต่นั่นไม่พอที่จะทำให้สารวัตรสิงห์คลายความสงสัยและเริ่มตั้งคำถามต่อไป 

 

“ แล้วทำไมนายถึงไม่ชอบมันล่ะ ” 

          

 

       หลังเด็กหนุ่มมาดเซอร์ได้ยินคำถามของสารวัตรหนุ่ม เขาก็เริ่มถอนหายใจเล็กน้อยและตอบกลับแบบเต็มคำด้วยกระแสเสียงที่ฟังชัดเจน    

 

“ ผมไม่คิดจะมาจมอยู่กับความมึนเมาที่ทำให้เราตกต่ำลงแบบนี้หรอกครับ ” 

         

 

       สารวัตรแอบอมยิ้มหลังฟังความคิดของวัยรุ่นนายนี้ นับได้ว่าเป็นความคิดที่ตรงใจของเขามาก เพราะตามปกติแล้วเขาเป็นหนุ่มนักกีฬาที่ไม่ค่อยสนใจจะมาวุ่นวายในสถานที่อโคจรแบบนี้ แต่ที่เขาดูเชี่ยวชาญชำนาญในโลกใต้ดินอยู่พอสมควร นั่นเป็นเพราะความจำเป็นในอาชีพที่บางครั้งก็จำต้องมาคลุกคลีกับสถานที่ๆน่าจะเป็นบ่อเกิดของอาชญากรรมอย่างสถานที่แห่งนี้ 

           

 

       ถึงกระนั้นนายตำรวจก็ยังไม่วายที่จะแสร้งลองใจเพื่อดูความหนักแน่นของหนุ่มน้อยรายนี้ต่อไป 

 

“ ก็เข้าใจนะว่า….ของพวกนี้น่ะมันมอมเมาคน แต่ถ้าแค่ชั่วครั้งชั่วคราว มันก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง ใครๆเขาก็อยากมาหาความสำราญแบบนี้กันอยู่แล้ว ” 

 

“ ครับ ถ้าทุกคนคิดได้แบบนี้ และหยุดอยู่แค่ที่พี่ว่าจริงๆ มันก็อาจจะไม่เสียหายอะไร แต่ถ้าเราลองคิดให้ลึกๆจริงๆ เราก็จะพบว่าเราก็มีสิ่งที่ต้องสูญเสียไปเพื่อแลกกับความสุขชั่วครั้งชั่วคราวแบบนี้ ลำดับแรกสุดก็คือ เงิน ลำดับต่อมาก็คือ…..สติสัมปชัญญะอันเป็นสิ่งที่ฉุดรั้งเราไม่ให้พลั้งเผลอไปทำอะไรที่ชั่วช้า ลามก และเมื่อเราขาดสติก็อาจจะเกิดการทะเลาะเบาะแว้ง ถ้าผิดพลาดจนลงมือหนักไปก็อาจถึงขั้นการฆ่ากันตาย ต้องไปติดคุกชดใช้กรรมอีกหลายปี ” 

 

“ เหอ เหอ เหอ ” สารวัตรหนุ่มหัวเราะแห้งๆ เขารู้สึกเหมือนกำลังคุยอยู่คนแก่ซักหกสิบปีขึ้น แต่ใจลึกๆเขาก็ยอมรับว่าสิ่งที่เด็กหนุ่มนายนี้อ้างถึง มันไม่เกินเลยจากความเป็นจริงเลยแม้แต่น้อย มีเหตุอาชญากรรมมากมายที่กำเนิดเกิดขึ้นมาจากคำว่า…….เมา 

 

“ ยังอีกอย่างหนึ่งนะ พี่สิงห์ ผมถามหน่อยเถอะมีสามีคนไหนที่ชอบให้ภรรยาของตัวเองคบชู้สู่ชายมั่ง ” โอมยังตามติดด้วยการถามกลับ 

 

“ เออ…..คงไม่มีหรอกมั้ง ” สารวัตรนิ่งคิดนิดหนึ่งก่อนตอบ 

 

“ นั่นน่ะซิครับ ในเมื่อตัวเราไม่ชอบให้ภรรยาของเราไปทำอะไรแบบนั้น แต่ตัวเรากลับทำซะเอง ไม่คิดบ้างเลยหรือว่าฝ่ายภรรยาเขาจะช้ำใจขนาดไหน ความเห็นแก่ตัวแบบนี้มันเป็นความรักแบบไหนกัน เราควรเอาใจเขามาใส่ใจเราและรู้จักยับยั้งชั่งใจตัวเองไม่ให้เผลอไผลไปกับการทำความชั่วที่หอมหวาน แบบนี้มันถึงจะเป็นทางที่ถูกที่ควรและเป็นมงคลต่อชีวิตของตัวเอง หรือพี่คิดว่าสิ่งที่ผมพูดมันไม่ถูก ” คราวนี้หลวงพี่โอมถึงกับเทศน์ยาวเหยียด 

 

“ อืม…..ก็ถูกของนายนั่นแหละ ” สารวัตรหนุ่มพยักหน้ารับคำเบาๆ ภายในใจนึกก่นด่าตัวเองว่า…. 

 

“ ไอ้บ้าเอย ไม่น่าไปถามมัน โดนมันเทศนากลับแบบยาวๆเลย หมอนี่มันน่าจะไปบวชเป็นพระมากกว่านะ ” 

           

 

       หลังเสร็จสิ้นการเทศนาของหลวงพี่โอม บอดี้การ์ดหนุ่มหน้าเข้มก็นำทางสองหนุ่มต่างวัยมาถึงโต๊ะที่อยู่มุมในสุด อันเป็นที่พำนักพักพิงของหนุ่มใหญ่ ผู้เป็นเป้าหมายสังหารของวิญญาณร้าย  

 

“ โอ้…..น้องเหมียวรินเหล้าให้พี่อีกแก้วซิ อ้าว น้องเปิ้ลก็อย่ารอช้า รีบเขยิบเข้ามาใกล้พี่หน่อยซิจ๊ะ พี่มีความลับจะบอก เหอๆ….” เสียงชายหนุ่มนั้นฟังดูอ้อแอ้ด้วยฤทธิ์สุรามาแต่ไกล ไม่ต้องคาดเดาให้มากความก็รู้ได้ในทันทีว่าบุคคลเจ้าของเสียงนั้นก็คือนายนพพลที่ทั้งสองตามหา และที่แน่ๆนายคนนี้น่าจะกำลังมึนเมาอยู่พอสมควรเลยทีเดียว 

           

 

       สารวัตรสิงห์และโอมหยุดยืนนิ่งอยู่หลายอึดใจเพื่อฟังเสียงอ้อแอ้ที่แผ่ออกมา นายเข้มที่ยืนอยู่ใกล้ก็ยิ้มแหยๆให้เป็นนัยจะบอกว่านี่แหละคือบุคคลที่สารวัตรหนุ่มชื่อดังต้องการพบ 

 

“ ขอบใจมาก นายเข้ม นายไปได้แล้ว ” สารวัตรหนุ่มกล่าวขอบใจสั้นๆ  

 

“ เอ่อ….แต่ว่า ผมมีหน้าที่ต้องดูแล…” บอดี้การ์ดหน้าเข้มกล่าวแย้ง 

 

“ รู้แล้ว แต่ขอความเป็นส่วนตัวให้พวกเราหน่อย นายนพพลเขาเป็นแค่นักเที่ยว เขาไม่ใช่อาชญากรตัวร้าย รับรองเลยว่าถ้าไม่จำเป็นชั้นจะไม่ทำรุนแรงกับเขา นายวางใจได้เลย ” สารวัตรหนุ่มออกปากอีกครั้งพร้อมโบกมือไล่ 

 

“ อ่อ...ครับ ” บอดี้การ์ดร่างใหญ่จนด้วยเกล้า เขาจึงรับคำสั้นๆแล้วเดินจากไปด้วยความหวาดระแวง 

 

“ เหอๆ ในที่สุด เราก็เจอตัวจนได้ กำลังสนุกสนานอยู่เลยนะ นายนพพล ” สารวัตรหนุ่มหัวเราะแห้งพร้อมผินหน้ามาทางโต๊ะรับแขกชุดสุดท้ายที่รองรับนายนพพล แขกวีไอพีของผับไฮโซ 

          

 

       สิ่งแรกที่สองหนุ่มได้เห็นหลังมาหยุดยืนอยู่ตรงหัวโต๊ะก็คือ……ชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ร่างสูงที่บัดนี้กำลังอยู่ในสภาพเมามายจนนั่งคอพับคออ่อนท่ามกลางวงล้อมของสาวสวยแฉล้มแช่มช้อยราวสามนาง ใบหน้าของเขาดูแดงก่ำราวตำลึงสุก ผมเผ้าที่เคยเซ็ตเรียบกลับกระเซิงและยุ่งเหยิงเหมือนยุงตีกัน ดวงตาปรือลอยคล้ายไร้สติทว่ามุมปากยังคงแย้มยิ้มเรื่อยเปื่อยราวคนบ้า จากสภาพที่เห็นดูไม่ออกเลยว่าเขาเคยเป็นหนุ่มหล่อเข้าขั้นเทพบุตรในตอนที่เขายังมีสติสมบูรณ์ 

 

“ เฮ้อๆ……ดูจากสภาพของมันแล้ว น่าปล่อยให้ผีกุลสตรีฆ่าให้ตายไปซะเลย อนาถแท้เลย นายนพพล ” สารวัตรสิงห์กล่าวด้วยความละเหี่ยใจเมื่อเห็นสภาพของนายนพพล 

         

 

      โอมขยับเข้าไปใกล้ๆกับโซฟาที่นายนพพลนั่ง หลังจากนั้นเด็กหนุ่มก็สะกิดหัวไหล่ของผู้จัดการหนุ่มพร้อมร้องเรียกเบาๆแค่พอได้ยิน 

 

“ คุณนพพลครับ ผม โอมเองนะครับ ผมมีเรื่องสำคัญจะบอกกับคุณ ” 

         

 

       นพพลสะดุ้งนิดหนึ่ง ในเวลาต่อมาเขาก็เงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่มมาดเซอร์ และกล่าวตอบกลับมาด้วยเสียงที่ฟังอ้อแอ้ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ 

 

“ อ่อ บ๋อยหรอกรึ  ถ้าต้องการทิป ขากลับนายได้แน่ แต่ถ้าให้ชั้นสั่งเหล้าเพิ่ม ชั้นบอกนายไปแล้วนี่ว่าให้ขนเหล้ามาเรื่อยถ้ามันพร่อง ไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน เพื่อสาวๆพวกนี้ชั้นมีจ่ายแบบไม่อั้น ” ผู้จัดการหนุ่มพูดจบ เขาก็ฉุดรั้งสาวสวยหน้าหมวยทางด้านซ้ายมือของตนเองมาหอมแก้มกันตรงๆแบบไม่เกรงใจใคร 

 

“ แหม เสี่ยนพพลนี่ล่ะก็….” สาวหมวยหน้าขาวค้อนเล็กๆด้วยกิริยาท่าทางแบบสาวรุ่นแรกแย้มที่แสนสดใส ทำเอาเสี่ยหนุ่มจอมเจ้าชู้ถึงกลับอดไม่ได้ที่จะประคองกอดสาวสวยพร้อมโอ้โลมด้วยคำหวาน 

 

“ ก็แหม…จะไม่ให้เสี่ยอดใจได้ยังไงล่ะจ๊ะ น้องกวางน่ารักซะขนาดนั้น ” 

 

“ ปากหวาน ” สาวหมวยนามคล้ายสัตว์ป่าเขาสวยร้องดังพร้อมทำอาการขวยเขินที่ดูเย้ายวนใจ 

          

 

       สิ่งที่บังเกิดทำเอาโอมจิตตกพร้อมคิดหนักอยู่ข้างในว่า….. 

 

“ คุณนพพลเมาเละซะขนาดนี้ แล้วจะคุยกันรู้เรื่องมั้ย แบบนี้รับมือยากกว่าผีอย่างกุลสตรีซะอีก เฮ้อๆ…..” 

           

 

       แต่ไม่ทันที่โอมจะได้ทำอะไรต่อ นายตำรวจหนุ่มผู้ใจเร็วก็ฉวยแก้วเหล้าใบหนึ่งบนโต๊ะไปไว้ในมือ จากนั้นก็สาดเหล้าเย็นๆพร้อมน้ำแข็งที่อยู่ในแก้วไปที่ใบหน้าของผู้จัดหนุ่มในทันที ด้วยความเย็นฉ่ำของน้ำสีทองและความตกใจในอาการอุกอาจของผู้มาเยือน ทำเอาผู้จัดการหนุ่มสร่างเมาในบัดดล 

 

“ เฮ้ย! ไอ้บ๋อยเฮงซวย แกทำอะไรของแกวะ ไอ้ขี้ข้าสวะไร้ราคา ” ผู้จัดการผุดลุกขึ้นยืนและชี้หน้าด่าสารวัตรหนุ่มด้วยโทสะในทันที แต่สารวัตรสิงห์ไม่ตอบโต้คำด่านั้นด้วยคารมแต่เขาตอบโต้กลับด้วยการประเคนกำปั้นลุ่นๆเข้าไปที่ใบหน้าของนายนพพลแบบเต็มมือ 

 

“ เปรี้ยง ” 

 

“ กรี้ดๆ…….” สาวๆสามนางถึงกับกรีดร้องออกมาพร้อมๆกันหลังเห็นผู้จัดการหนุ่มสายเปย์ถูกสารวัตรสิงห์ชกจนล้มลงไปนอนหงายบนโซฟา แต่ทุกคนก็ถึงกลับเงียบอย่างฉับพลันเมื่อเจอเสียงตวาดที่ดุดันของสารวัตรหนุ่ม 

 

“ หยุดร้องเลยนะ พวกสาวๆ ไม่ต้องแตกตื่นให้วุ่นวายกันไป ชั้นเพียงจะเรียกสติให้ไอ้เวรนี่ ไม่งั้นขืนคุยไปยันเช้า มันก็คุยกันไม่รู้เรื่อง ” 

          

 

       สารวัตรหนุ่มกล่าวจบก็หันหน้ามาทางโอมพร้อมพยักหน้าให้เด็กหนุ่มเบาๆเป็นเชิงบอกว่า…..ถึงตานายพูดแล้ว รีบอธิบายให้มันฟังซะ

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalandoนักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณอ่านเรื่องนี้แล้วฟินมากแค่ไหน

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา