โอม ตอนที่ 1 แรงอาฆาต

9.3

เขียนโดย Jalando

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 10.48 น.

  66 บท
  14 วิจารณ์
  3,893 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561 19.32 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

55) ความจริงที่ซุกซ่อนในใจ

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

บทที่ 55 ความจริงที่ซุกซ่อนในใจ

 

 

        โอมถึงกลับส่ายหัวไปมาช้าๆ เด็กหนุ่มคิดว่าสิ่งที่สารวัตรหนุ่มผู้นี้กระทำ มันดูจะป่าเถื่อนและรุนแรงเกินไปอยู่เหมือนกัน แต่จะทำยังไงได้เล่าก็เพราะชีวิตที่ผ่านมาของสารวัตรหนุ่มนายนี้ล้วนแล้วแต่ผ่านความเป็นความตายในสมรภูมิโหดๆมาแล้วหลายสนาม มันก็เลยหล่อหลอมให้สารวัตรหนุ่มกลายเป็นคนจริงเช่นนี้       

         

 

       โอมผินหน้าไปทางนายนพพลซึ่งกำลังนอนร้องโอดโอยอยู่ที่โซฟาหนัง มือทั้งสองของเขาเกาะกุมไปที่ใบหน้าของตนอันเป็นเป้าหมัดของสารวัตรหนุ่มเมื่อครู่นี้ 

 

“ เป็นไงมั่งครับ คุณนพพล พอจะสร่างเมาบ้างรึยัง ” โอมเขย่าแขนของนายนพพลเบาๆพร้อมไถ่ถามถึงอาการของหนุ่มหล่อร่างสูง 

 

“ อู้ยๆ ถามได้ เจ็บจะตายชัก ไอ้ถึกนี่มันเป็นใครวะ อยู่ๆก็มาต่อยหน้าของกู มึงไม่รู้หรือว่ากูเป็นใคร กูคือ นพพล ผู้จัดการของบริษัททนายความชื่อดังนะโว้ย บอกมาเลยดีกว่าว่ามึงเป็นใคร กูจะได้ตามล้างตามเช็ดได้ถูกตัว ” นพพลสร่างเมาแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เขาผุดลุกขึ้นมาด่าพร้อมส่งสายตาเกรี้ยวกราดไปยังสารวัตรสิงห์และขู่คำอาฆาต แต่ถึงกระนั้นก็ไม่อาจทำให้สารวัตรหนุ่มสะดุ้งตกใจได้เลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามสารวัตรหนุ่มยังคงหักนิ้วดังกร็อบๆพร้อมตีหน้าเข้มและเค้นคำเหี้ยม 

 

“ สงสัยว่าหมัดเมื่อกี้จะยังไม่หนำใจนายนะ นายถึงได้ปากปีจออย่างนี้ มาเดี๋ยวชั้นจะช่วยนายให้กลับเป็นผู้เป็นคนด้วยการกระแทกหน้าเข้าไปอีกดอก ” 

 

“ เหวอๆ…..อย่าเข้ามานะโว้ย ชั้นกลัวแล้ว อย่านะ…” ผู้จัดการหนุ่มแหกปากลั่นพร้อมกระเถิบถอยหนีด้วยอาการร้อนรน ส่วนสามสาวสวยที่เคยห้อมล้อมผู้จัดการหนุ่ม บัดนี้พวกหล่อนได้แต่นั่งสั่นเป็นเจ้าเข้าด้วยอาการหวาดกลัว แน่นอนว่าพวกหล่อนย่อมไม่กล้าแม้กระทั่งส่งเสียงร้อง เพราะเมื่อครู่นี้พวกเธอได้เจอสารวัตรหนุ่มผู้น่าเกรงขามนายนี้ตวาดไปรอบหนึ่งแล้ว 

           

 

        ก่อนที่ทุกอย่างจะย่ำแย่ไปกว่านี้ โอมก็ตรงเข้าไปเข้าห้ามทัพด้วยการขวางกั้นระหว่างคู่กรณี ใช่ว่าเด็กหนุ่มจะนึกสงสารผู้จัดการหนุ่มจอมเจ้าชู้ผู้นี้ แต่ถ้าขืนไม่ขวาง นายนพพลมีหวังต้องเละก่อนที่เขาจะได้ข้อมูลสำคัญเป็นแน่แท้ 

 

“ เอาล่ะ พี่สิงห์ ใจเย็นก่อน เดี๋ยวผมจะคุยกับคุณนพพลเอง ผมคิดว่าเขาน่าจะสงบลงแล้ว ส่วนคุณนพพล ผมว่าทางที่ดีคุณควรจะสงบปากสงบคำซะ เพราะตัวผมเองก็ไม่แน่ใจนักว่าจะห้ามไม่ให้พี่สิงห์เข้าไปกระทืบคุณได้อีกหรือเปล่า ” หลังโอมห้ามสารวัตรหนุ่มเสร็จ เขาก็หันไปขู่ผู้จัดการหนุ่มอีกซักเล็กน้อยเพื่อหวังให้เกิดการพูดคุยกันโดยราบรื่น  

         

 

       คราวนี้รู้สึกคำขู่ของโอมจะได้ผล เพราะผู้จัดการหนุ่มร่างสูงถึงกลับรีบผงกหัวรับคำแบบรัวๆอันเป็นสัญลักษณ์ว่าตนพร้อมที่จะให้ความร่วมมือแล้ว เด็กหนุ่มจึงรู้สึกโล่งอกขึ้นมาเล็กน้อยที่เห็นเหตุการณ์มันเป็นไปในแบบที่ควรจะเป็น 

          

 

       โอมและสารวัตรหนุ่มทรุดกายลงนั่งที่โซฟาฝั่งตรงกันข้ามกับนายนพพล เด็กหนุ่มมาดเซอร์ทิ้งระยะออกไปซักเล็กน้อยเพื่อให้คู่สนทนาได้มีโอกาสตั้งหลัก หลังจากนั้นเด็กหนุ่มมาดเซอร์ก็เริ่มเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ 

 

“ คุณนพพล เนื่องจากเวลาเหลือน้อยมาก ผมจึงขอเข้าเรื่องในทันที ผมเชื่อว่าคุณรู้จักคุณกุลสตรีดี ดังนั้นผมจึงอยากคุยกับคุณเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นการส่วนตัว คุณจะขัดข้องมั้ย ” 

            

 

        ไม่รู้ว่าเป็นเพราะผู้จัดการหนุ่มหล่อกลัวบาทาของสารวัตรหนุ่มหรืออื่นใด เขาจึงได้หันไปโบกไม้โบกมือกับสามสาวที่ยืนอยู่รอบข้างเป็นเชิงให้พวกหล่อนจรจากไป ซึ่งเหล่าแม่ผีเสื้อแสนสวยทั้งสามก็ลาจากไปในทันทีอย่างไม่มีอิดเอื้อน 

            

 

       เมื่อทั้งสามอยู่ตามลำพัง เด็กหนุ่มมาดเซอร์ก็เริ่มเปิดฉากการสนทนาด้วยการแนะนำตัวเองอย่างเรียบง่าย 

 

“ เอาล่ะ ผมขอแนะนำตัวอีกครั้ง ผมชื่อ โอม เป็นนักสืบเอกชนที่พี่จิตหราว่าจ้างมา ส่วนคนที่อยู่ข้างๆผมคือ…พี่สิงห์ สารวัตรมือปราบอันดับหนึ่งของกรมตำรวจ ” 

 

“ ว่าแล้ว นายเป็นนักสืบจริงๆด้วย แต่ไอ้ล่ำที่ชกชั้นเมื่อกี้น่ะหรือ…ตำรวจ จากหน่วยก้านมันน่าจะเป็นนักเลงคุมซ่องหรือไม่ก็เป็นไอ้กุ๊ยข้างถนนเสียมากกว่านะ ” นายนพพลเปิดปากได้ก็เริ่มส่งสุนัขออกจากปากในทันที 

 

“ ชั้นว่านายยังไม่สร่างเท่าไหร่นะ กินหมัดชั้นเข้าไปอีกซักทีดีกว่า รับรองดีกว่ายาแก้เมาขนานไหนๆเลย ” สารวัตรสิงห์พูดจบก็เตรียมลุกขึ้นมาขย้ำนายนพพลต่ออีกชุด  

 

“ เหวอๆ…..อย่าทำชั้น ” ผู้จัดการหนุ่มร้องเหวอพร้อมถดถอยร่างหนีด้วยความหวาดกลัว 

           

 

       ตามปกติโอมไม่คิดจะห้ามสารวัตรหนุ่มให้มากระทืบผู้จัดการปากปีจอผู้นี้อย่างแน่นอน เพราะลึกๆเขาเองก็หมั่นไส้ผู้จัดการหนุ่มคนนี้เหมือนกันแต่ในภาวะเช่นนี้ถ้าเขาไม่ห้าม มีหวังผู้จัดการหนุ่มนายนี้น่าจะน่วมจนไม่อาจให้ข้อมูลอะไรแก่เขาได้เป็นแน่ และถ้าไม่มีข้อมูล เขาคงไม่อาจหยุดยั้งการล่าสังหารเหยื่อรายต่อไปของปีศาจสาวจอมอาฆาต ดังนั้นเขาจึงจำต้องยืดตัวขึ้นขวางไม่ให้สารวัตรหนุ่มตรงปรี่เข้าไปกระทืบพร้อมตวาดใส่ผู้จัดการหนุ่ม 

 

“ ถ้าคุณนพพลขืนปากเสียอีกทีเดียว ผมจะปล่อยให้พี่สิงห์เขาอัดคุณให้เละจนจำหน้าตัวเองไม่ได้เลยนะครับ ดังนั้นกรุณาคิดไตร่ตรองให้ดีก่อนจะพูดอะไรออกมา เข้าใจมั้ย ” 

          

 

        นายนพพลพยักหน้าหงึกๆอันเป็นสัญลักษณ์ว่ารับทราบ ทั่วทั้งกายของหนุ่มหล่อไฮโซยังคงสั่นเทิมด้วยความหวาดกลัว 

          

 

       โอมและสารวัตรสิงห์ทรุดกายลงนั่งที่โซฟาอีกครั้ง ดูเหมือนนายตำรวจหนุ่มยังไม่คลายความหงุดหงิดที่โดนผู้จัดการหนุ่มกวนเบื้องต่ำ แต่เขาก็พยายามข่มใจตัวเองเอาไว้ด้วยไม่อยากให้งานใหญ่ต้องเสียการไป 

           

 

       โอมทิ้งระยะไปอึดใจหนึ่งเพื่อให้ทุกคนได้ตระเตรียมใจในการสนทนาครั้งสำคัญ และเมื่อเห็นว่าทั้งหมดเริ่มสงบลงแล้ว เขาจึงเริ่มกล่าวออกมาแบบตรงประเด็นมากที่สุดด้วยเพราะตอนนี้ไม่เหลือเวลาให้อ้อมค้อมแต่ประการใดแล้ว 

 

“ ฟังให้ดีนะคุณนพพล ตอนนี้คุณกำลังตกอยู่ในอันตราย วิญญาณกุลสตรีกำลังตามล่าคุณอยู่ คุณมาริณีกับพี่จิตหราก็อยู่ในรายการตามฆ่าของวิญญาณนั้นด้วย ผมจะหยุดยั้งวิญญาณตนนี้ได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับคำตอบของคุณ ขอให้คุณร่วมมือด้วย ไม่มีเวลาเหลืออีกแล้ว ” 

           

 

       สิ้นคำกล่าวของเด็กหนุ่มมาดเซอร์ ก็ทำเอานายนพพลนิ่งอึ้งไปหนึ่งจังหวะ หลังจากนั้นผู้จัดการหนุ่มก็เริ่มหัวเราะเยาะเย้ยด้วยอาการขบขัน 

 

“ ฮะๆ นี่ตกลงนายหรือชั้นกันแน่ฟะที่เมา นี่มันศตวรรษที่ 21 แล้วนะ มันจะมีเรื่องแบบนี้ได้ยังไงกันเล่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ” 

            

 

       โอมยังคงนั่งนิ่งเงียบ ส่วนทางฝ่ายสารวัตรหนุ่ม รู้สึกว่าเขาจะส่ายหน้าไปมานิดๆด้วยเขากะไว้แล้วว่าผู้จัดการหนุ่มจะต้องมีปฏิกิริยาแบบนี้หลังได้รับคำเตือนจากโอม 

            

 

       โอมปล่อยให้ผู้จัดการหนุ่มหัวเราะเยาะต่อไปซักพัก และพอผู้จัดการหนุ่มเริ่มคลายความขบขันลง เขาก็กล่าวต่อด้วยท่าทางที่ดูสุขุม เยือกเย็น 

 

“ ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมพูดนั้นมันออกจะเหลือเชื่อและเพ้อเจ้ออยู่พอสมควร แต่ในตอนนี้ผมรู้หมดแล้วว่าคุณเคยยื่นข้อเสนออะไรให้พี่จิตหราและกุลสตรี คุณหมวยก็รู้สึกว่าเป็นผู้ช่วยคนสำคัญของคุณ บางทีอาจจะเลยเถิดไปจนถึงเป็นขั้นคู่นอนของคุณอีกคน ส่วนคุณมาริณีนี่น่าจะเป็นเหยื่อเพราะดันไปแอบรู้เห็นความเป็นไปที่ดำมืดของพวกคุณ ดังนั้นคุณกรุณาเชื่อผมเถอะว่าสิ่งที่ผมพูดเมื่อครู่คือความจริง คุณและเหยื่อที่เหลือกำลังจะตายและต้องตายแน่ๆถ้าคุณไม่เชื่อผม ” 

            

 

        ทุกสิ่งที่โอมพูดล้วนแล้วเป็นความลับขั้นสุดยอดที่ผู้จัดการหนุ่มเก็บงำมานานหลายปี เขามั่นใจเป็นอันมากว่าไม่น่าจะมีใครมาล่วงรู้ในสิ่งนี้ได้ แต่ในนาทีนี้กลับมีเด็กหนุ่มแปลกหน้ามาสาวไส้เขาด้วยการลากความลับมาสาธยายต่อหน้า มันทำให้เกิดความรู้สึกช็อกอย่างรุนแรงจนเริ่มไถ่ถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา 

 

“ นะ…..นี่นายระ…..รู้เรื่องนี้ได้ยะ….ยังไง ” 

 

“ ผมจะรู้ได้ยังไง คุณไม่ต้องมาสนหรอก เอาเป็นว่าผมสัญญาว่าจะไม่เอาความลับชั่วๆของคุณไปตีแผ่ให้เกิดความเสียหายอย่างแน่นอน และผมจะขอเตือนคุณด้วยความหวังดีว่าคุณควรให้ความร่วมมือในทุกสิ่งที่ผมกำลังจะขอ เพื่อให้คุณและคนที่เหลืออยู่รอดชีวิตจากมหันตภัยในครั้งนี้ ” โอมตอบกลับด้วยอาการเคร่งขรึม 

          

 

      ด้วยท่าทางที่ดูจริงจังและการล่วงรู้ในสิ่งที่ไม่ควรรู้ของเด็กหนุ่มตรงหน้าทำให้ผู้จัดการหนุ่มรู้สึกหนาวสันหลังจนขนหัวลุก ในสมองของเขาขบคิดอยู่เพียงอย่างเดียวว่า…..มันรู้ได้ยังไงวะ ถึงกระนั้นเขาก็เลิกที่จะถามในประเด็นที่เขาติดใจสงสัยและหันไปถามในประเด็นอื่นแทน 

 

“ แล้วชั้นจะเชื่อนายได้ยังไง นายไม่คิดว่าสิ่งที่นายพูด……มันออกจะเหลือเชื่อเกินไปหน่อยหรือ อย่างชั้นเนี่ยนะจะโดนวิญญาณของกุลสตรีตามฆ่า ผีเผออะไรนั่นมันไม่มีจริงหรอก ใครขืนเชื่อเรื่องแบบนี้มันก็ควายเต็มทีแล้ว ” ผู้จัดการหนุ่มตอบกลับอย่างเผ็ดร้อน โดยเฉพาะคำสุดท้ายเหมือนเขาจะเน้นคำเป็นพิเศษเพื่อทิ่มกระแทกคู่สนทนาของเขา 

          

 

       สารวัตรหนุ่มรู้สึกตงิดๆในใจจนนึกอยากลุกขึ้นไปกระทืบไอ้ผู้จัดการปากหมาคนนี้อีกครั้ง แต่โอมกลับส่ายหน้าเป็นเชิงห้ามพร้อมหันกลับไปพูดกับผู้จัดการหนุ่มต่อด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ ราวกับว่าการกวนเบื้องต่ำเมื่อครู่ของผู้จัดการหนุ่มจะไม่ทำให้เขารู้สึกรู้สาอะไรเลย 

 

“ ถ้าคุณนพพลไม่เชื่อผม คุณอธิบายได้มั้ยว่า……ทำไมคุณหมวยฆ่าตัวตาย มันไม่บังเอิญมากไปหรือที่อยู่ดีๆ คนที่มีสุขภาพจิตดี มีความสุขสมบูรณ์อย่างคุณหมวยจะฆ่าตัวตายด้วยการโดดตึกเช่นเดียวกับคุณกุลสตรี ” 

 

“ โธ่เอ๊ย เรื่องนั้นน่ะหรือ เอ่อ…..หมวยอาจจะ…..มีเรื่องทุกข์ใจที่ซุกซ่อนอยู่ก็เป็นได้ เรื่องในใจ ใครจะไปรู้ได้เล่า ” ผู้จัดการหนุ่มค้านกลับแบบไม่เต็มเสียง เพราะใจจริงแล้ว ตัวเขาเองก็นึกหลอนในประเด็นที่โอมกล่าวถึงอยู่เหมือนกัน  

 

“ แล้วเรื่องที่ช่วงนี้ คุณฝันร้ายบ่อยล่ะ คุณจะว่ายังไง ผมเชื่อว่าดีร้ายยังไง ช่วงนี้คุณต้องเคยฝันเห็นวิญญาณของกุลสตรีอย่างแน่นอน ” คราวนี้โอมโหมรุกไล่แบบสุดตัว เขาจำเป็นต้องเปิดหมดหน้าตักที่เขามีเพราะเขาไม่เวลาเหลือพอให้หยั่งเชิงใดๆอีกต่อไปแล้ว  

 

“ เอ๊ะ! บ้าที่สุด นายรู้ได้ยังไงว่าช่วงนี้ชั้นฝันร้ายบ่อย ชั้นไม่เคยบอกใครเลยนี่หว่า ” ผู้จัดการหนุ่มผุดลุกขึ้นยืนพร้อมร้องถามเสียงหลงด้วยความตกใจ 

         

 

      โอมยิ้มเล็กน้อยเพราะเมื่อดูจากปฏิกิริยาของคู่สนทนา สิ่งที่เขาคาดเดาน่าจะถูก และเขาก็คาดไว้ว่ามาริณีเองก็น่าจะตกอยู่ในสภาพเดียวกันกับนายนพพลเช่นกัน เมื่อทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทางแบบนี้ เด็กหนุ่มก็รุกไล่ต่อในทันที 

 

“ สาเหตุที่คุณฝันร้าย มันไม่ใช่ว่าคุณคิดหรือหลอนไปเองอย่างแน่นอน เชื่อมั้ยล่ะว่าอาการแบบนี้ก็ปรากฏกับพี่จิตหรา คุณมาริณีและอาจจะรวมถึงคุณหมวยที่ตายไปแล้วด้วย มันจะเป็นไปได้ยังไงที่คนทั้งสี่คนจะมาฝันร้ายในเรื่องเดียวกัน และเมื่อดูจากเวลา ผมคิดว่าคุณนพพลน่าจะฝันร้ายถึงกุลสตรีมาประมาณห้า หกวันติดๆแล้วใช่มั้ยครับ ” 

 

“ อืมๆ…..” คราวนี้นพพลถึงกลับพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย เพราะหลังจากที่เกิดเรื่อง เขาก็เริ่มฝันร้าย ทีแรกเขานึกว่าตนน่าจะแค่คิดมากไปเอง แต่พอฝันแบบเดิมติดๆกันซักสามสี่วัน เขาก็หันมาพึ่งพาเหล้าและผู้หญิงเพื่อให้ตนเองสามารถข่มตาหลับลง ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่วายฝันเห็นใบหน้าปีศาจที่แสนสยดสยองของผีกุลสตรีไปได้ สิ่งนั้นทำเอาเขารู้สึกหวาดผวาจนไม่กล้าอยู่คนเดียวในยามค่ำคืน 

            

 

        ทั้งสามคนนิ่งเงียบอยู่หลายอึดใจ แม้บรรยากาศของร้านในตอนนั้นจะยังดูครึกครื้นด้วยเสียงหัวเราะจากแขกเหรื่อที่โต๊ะตัวอื่นๆ แต่ในใจของทั้งสามกลับรู้สึกวังเวงเหมือนกำลังอยู่ท่ามกลางสุสานที่แสนเปลี่ยวร้าง 

 

“ ตอนนี้คุณเริ่มเชื่อแล้วหรือยังครับว่า…..คุณกำลังถูกวิญญาณอาฆาตปองร้าย ” โอมกล่าวถามพร้อมสบตากับนพพลแน่วนิ่ง

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalandoนักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณอ่านเรื่องนี้แล้วฟินมากแค่ไหน

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา