โอม ตอนที่ 1 แรงอาฆาต

9.3

เขียนโดย Jalando

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 10.48 น.

  83 บท
  14 วิจารณ์
  6,034 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561 19.32 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

56) ค่าหัวหลักล้าน

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

บทที่ 56 ค่าหัวหลักล้าน

 

       นพพลยังคงไม่ตอบในทันที แต่สายตาที่เขามองกลับมาดูสั่นไหวและเต็มไปด้วยประกายหวาดหวั่น ถึงกระนั้นหนุ่มใหญ่วัยฉกรรจ์ก็ยังเถียงกลับด้วยเสียงที่ดังจนเกือบเป็นการตวาด  

 

“ สิ่งที่นายพูดมา มันโคตรจะเลื่อนลอยเลย กะอีแค่คนฆ่าตัวตายแบบเดียวกันในระยะใกล้เคียงกัน กับเรื่องฝันร้ายในเรื่องที่คล้ายๆกัน มันไม่เห็นจะมีมูลมากพอที่จะให้เชื่อว่าเป็นเรื่องของภูตผีปีศาจบ้าบอคอแตกอะไรนั่นเลย ” 

          

 

       โอมถอนหายใจเล็กน้อยด้วยความเหนื่อยหน่ายในความดันทุรังที่น่าสมเพชของชายผู้นี้ เพราะแม้นายนพพลจะรู้และเข้าใจอยู่เต็มอกว่าสิ่งที่ตนเองเจอคืออะไร แต่ด้วยศักดิ์ศรีโง่ๆที่มันค้ำคอ มันเลยทำให้เขาต้องแสดงออกมาว่าข้านี้คือผู้เจริญที่ไม่งมงาย ที่สำคัญในโลกใบนี้ก็มีคนแบบนี้อยู่เยอะซะด้วย เมื่อเป็นดังนั้นโอมจึงตัดใจที่จะช่วยเหลือคนแบบนี้และการกล่าวตัดบท 

 

“ โอเคครับ ในเมื่อคุณนพพลยืนกรานที่จะไม่เชื่อแบบนั้น ตัวผมเองก็จนปัญญาที่จะให้ความช่วยเหลือ โชคดีครับ ”  

          

 

       เด็กหนุ่มพูดจบ เขาก็ยันกายเตรียมลุกขึ้นยืนพร้อมหันไปกล่าวกับสารวัตรหนุ่ม 

 

“ เอาล่ะ ไปกันเถอะ พี่สิงห์ ยังไงซะเราก็คงต้องตามหาตัวมาริณีให้เจอภายในคืนนี้ เพราะถ้าเราช้า เธอก็อาจจะตายก่อนที่เราจะเข้าถึงตัวก็เป็นได้ ” 

 

“ โอเคเลย เพราะดูแล้วยังไงซะยัยมาริณีนั่นก็น่าให้ความช่วยเหลือมากกว่าไอ้กร๊วกนี่ซักล้านเท่า ” สารวัตรสิงห์กล่าวเหยียดๆพร้อมลุกขึ้นยืนเช่นกัน 

            

 

       ในจังหวะที่สองหนุ่มต่างวัยเตรียมลาจากไป นายนพพลก็เริ่มเกิดความหวาดกลัวขึ้นมาในจิตใจตามประสาของคนขี้ขลาดที่รักตัวกลัวตายเป็นที่สุด ในที่สุดผู้จัดการหนุ่มจึงเริ่มเอ่ยปากร้องค้านด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง 

 

“ เฮ้ เดี๋ยวซิ ทำไมพวกนายถึงตัดใจง่ายดายนักล่ะ นี่มันเรื่องใหญ่ถึงชีวิตของคนๆหนึ่งเลยนะ ”  

           

 

        โอมซ่อนยิ้มในใจก่อนหันกลับไปกล่าวปฏิเสธด้วยท่าทีที่เมินเฉย 

 

“ อ้อ ก็คิดว่าต้องตัดใจล่ะครับ เพราะคุณก็ไม่ได้ต้องการให้ผมช่วยเหลือนี่ แล้วผมจะไปบังคับอะไรคุณได้ล่ะครับ ก็คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม ” โอมพูดจบ เขาก็เตรียมเดินจากไปอีกครั้ง 

 

“ เฮ้ เดี๋ยวซิ ตกลง ชั้นเชื่อนายก็ได้ จะให้ชั้นทำยังไง บอกมาได้เลย ชั้นยอมช่วยนายทุกอย่าง ขอให้ชั้นรอดชีวิตจากไอ้ผีร้ายนั่นได้เป็นพอ ” นพพลกัดฟันพลางร้องบอกเสียงดังด้วยความรู้สึกเสียหน้าเป็นยิ่งที่ต้องสูญฟอร์มการเป็นคนสมัยใหม่หัววิทยาศาสตร์ 

         

 

       โอมหยุดกึก รอยยิ้มบนใบหน้าฉายออกมาอย่างเด่นชัดจนสารวัตรหนุ่มนึกแปลกใจเล็กน้อยที่เด็กหนุ่มผู้นี้สามารถทำหน้าทะเล้นแบบนี้ได้ด้วย แต่รอยยิ้มดังกล่าวก็จางหายอย่างรวดเร็วและแปรเปลี่ยนไปเป็นนิ่งขึ้งในยามที่โอมหันหน้าไปประจันหน้ากับนายนพพล 

 

“ ไม่ดีมั้งครับ ก็เรื่องของผมน่ะมันทั้งไร้สาระ ทั้งเลื่อนลอย มันคงไม่เหมาะที่จะให้คนรุ่นใหม่ที่ทันสมัย ไร้ความงมงายอย่างคุณนพพลมาเชื่อถือในเรื่องเหล่านี้ ” โอมแสร้งส่ายหัวเบาและตอบกลับแบบไว้เชิง 

 

“ โอ๊ยๆ…จะงมงาย เพ้อเจ้อหรือไร้สาระ ยังไงก็ช่างเถอะ นายช่วยชั้นให้พ้นจากเรื่องนี้ทีเถอะ เอาเป็นว่านายต้องการเงินเท่าไหร่ว่ามาได้เลย ชั้นยินยอมจ่ายแบบไม่อั้นเพื่อให้นายช่วยเหลือ ” นายนพพลเริ่มขอร้องอ้อนวอนและยื่นผลประโยชน์ให้ ซึ่งเป็นธรรมดาของมนุษย์ทั่วไปที่จะมีอาการอย่างนี้เมื่อพบว่าตนเองกำลังยืนอยู่ใกล้กับความเป็นความตาย 

 

“ โหๆ….คุณนพพล ผมไม่ได้คิดจะช่วยเหลือใครเพื่อหวังในเงินทอง ลาภยศนะครับ ” โอมเริ่มเอ่ยปากโอดครวญและออกตัว 

 

“ อ้าว แล้วนายจะอยู่ได้ไง ถ้าไม่มีเงิน ใครๆเขาก็ชอบมันกันทั้ง…..” นายนพพลกล่อมต่อ แต่ไม่ทันที่ผู้จัดการหนุ่มจะพูดจบ โอมก็ตอบกลับแบบห้วนๆด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉย 

 

“ ผมขอค่าป่วยการในการช่วยเหลือคุณแค่นี้แหละครับ ” เด็กหนุ่มพูดจบ เขาก็ยกนิ้วชี้ขึ้นหนึ่งนิ้ว 

 

“ ฮะๆ ก็ไม่แพงนี่นา แค่หมื่นเดียวเอง เอาล่ะเดี๋ยวชั้นจะจ่ายสดให้นายเดี๋ยวนี้เลย นายช่วย…เอ่อ ช่วยให้ชั้นรอดจากไอ้ผีบ้านั่นด้วยแล้วกัน ” นายนพพลหัวเราะน้อยๆพร้อมเตรียมหยิบกระเป๋าเงินของตัวเองขึ้นมาเพื่อจ่ายทรัพย์ แต่ไม่ทันที่เขาจะได้ชำระหนี้สิน เด็กหนุ่มมาดเซอร์ก็ร้องค้านเบาๆ 

 

“ โอ้……ไม่ใช่ครับ ดูเหมือนคุณนพพลจะเข้าใจผิด ไม่ใช่หมื่นเดียวครับ ค่าป่วยการที่ผมเรียกมันมากกว่านั้น ” 

 

“ นี่…..นายอย่าบอกนะว่านายเรียกแสนหนึ่ง ” นพพลเริ่มขมวดคิ้วนิ่วหน้า ในใจเริ่มคิดว่า…นี่มันขูดเลือดขูดเนื้อกันชัดๆ 

 

“ โอ้….ก็ยังไม่ใช่อีกนั่นแหละครับ ค่าป่วยการที่ผมเรียกคือ….หนึ่งล้านบาท ” โอมเฉลยหน้าตาเฉยราวกับว่าเงินล้านบาทมันเป็นจำนวนที่ปราศจากความหมาย 

 

“ หาๆ…..บ้าไปแล้ว แค่ช่วยชั้นให้พ้นจากไอ้ผีบ้านั่น นายเรียกชั้นตั้งล้านนึง มันไม่ขูดรีดกันเกินไปหน่อยหรือ ล้านนึงนี่ซื้อรถได้ทั้งคันเลยนะ ” นพพลโวยใหญ่ ซึ่งไม่ใช่แต่ผู้จัดหนุ่มเท่านั้นที่ขัดเคืองในจำนวนของค่าป่วยการ แม้กระทั่งสารวัตรหนุ่มที่ยืนอยู่ใกล้ๆยังต้องนิ่วหน้าเพราะเงินค่าป่วยการดังกล่าวมันมากยิ่งกว่าเงินเดือนทั้งปีของเขาเสียด้วยซ้ำ 

 

“ ตามใจคุณนพพลซิครับ ถ้าคุณเห็นว่าเงินล้านมันมีความสำคัญมากกว่าชีวิตของตัวเอง ผมก็ไม่คัดค้านทัดทานคุณแต่ประการใด ” โอมแสร้งส่ายหัวไปมาเล็กน้อยพร้อมกล่าวขึ้นมาลอยๆด้วยท่าทีเมินเฉยอันคล้ายจะบอกว่า….ฉันไม่แคร์ 

          

 

       ผู้จัดการหนุ่มหล่อดูคิดหนัก ถ้าเขาเลือกปฏิเสธ ก็เท่ากับว่าเขาได้เลือกเดินเข้าไปสู่หนทางแห่งความตายอย่างแน่นอน เพราะทุกสิ่งที่เด็กหนุ่มเบื้องหน้าพูดกับเขาเมื่อครู่ล้วนแล้วแต่เป็นความจริงทั้งสิ้น ความจริงที่ทำให้เขาหลอนจนขนหัวลุกมานานหลายวัน แต่ครั้นจะให้ตอบตกลง เขาก็ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าของเด็กหนุ่มผู้นี้ดีพอ ที่สำคัญเขายังไม่เห็นศักยภาพใดๆในตัวเด็กหนุ่มนายนี้ที่จะสามารถช่วยให้เขารอดจากมรณภัยในครั้งนี้เลย ด้วยเหตุนี้มันจึงทำให้เขาตอบกลับไปว่า….. 

 

“ อย่าหาว่าโง้นงี้เลยนะ พูดตรงๆจะให้ชั้นเชื่อได้ยังไงว่านายว่านายดีพอที่จะช่วยชั้นให้รอดจากผีร้ายตนนั้น เท่าที่ชั้นเห็น นายก็เป็นแค่เด็กมหาลัยธรรมดาที่ดูบ้านๆเท่านั้นเองนี่นา ” 

 

“ ก็เท่าที่คุณเห็น มันก็เป็นแบบนั้นแหละครับ แต่ในเวลานี้คุณมีตัวเลือกอื่นอีกหรือครับ ” โอมตอบกลับเรียบๆ เเววตาที่สบกับนพพลดูนิ่งและปราศจากอาการสั่นไหวจนชวนน่าสะพรึงกลัว ซึ่งสิ่งนี้มันก็ทำให้ผู้จัดการหนุ่มอดที่จะแอบคิดอยู่ในใจไม่ได้ว่า……ทำไมลึกๆแล้ว ชั้นถึงรู้สึกว่าเด็กหนุ่มคนนี้ดูไม่ธรรมดานะ และในยามนี้ชั้นก็ไม่มีตัวเลือกอื่นๆจริงนั่นแหละ 

         

 

        โอมเว้นช่วงให้ผู้จัดการหนุ่มตัดสินใจอยู่ระยะหนึ่ง หลังจากที่เห็นผู้จัดการหนุ่มนิ่งเงียบอยู่นาน เขาก็ถอนหายใจแรงๆพร้อมกล่าวสั้นๆ 

 

“ เฮ้อๆ…..ในเมื่อคุณนพพลไม่เชื่อมือผม เราก็ลากันตรงนี้แล้วกันครับ โชคดีอีกครั้ง ” เด็กหนุ่มมาดเซอร์พูดจบ เขาก็ขยับกายเพื่อเตรียมจากลาอย่างถาวร ซึ่งนั่นก็ทำให้ผู้จัดการหนุ่มตัดสินใจเด็ดขาดที่จะใช้บริการเด็กหนุ่มผู้เป็นตัวเลือกสุดท้าย กระนั้นเขายังคงตอบตกลงอย่างมีชั้นเชิง 

 

“ โอเค ตกลงชั้นให้นายช่วยก็ได้แต่ชั้นขอต่อรองอะไรนิดหนึ่ง ชั้นจะจ่ายให้นายแค่แสนเดียวในตอนนี้ด้วยการออกเช็ค ส่วนที่เหลือชั้นจะจ่ายให้ก็ต่อเมื่อนายสามารถกำจัดไอ้ผีบ้าตัวนั้นออกไปจากชีวิตชั้นได้แล้ว ตกลงมั้ย ” 

         

 

         โอมแสร้งทำเป็นนิ่งตรึกตรองอยู่ครู่ใหญ่ จากนั้นเขาก็ตอบตกลงด้วยท่าทีที่ดูไม่ค่อยพอใจพร้อมทวงถามค่าจ้างในทันที 

 

“ อืม ตกลงก็ได้ครับ ปกติแล้วทุกงานที่ผ่านมาผมจะรับเงินสดแบบเต็มจำนวนตั้งแต่ในทีแรกแต่เพื่อเห็นแก่คุณนพพล คราวนี้ผมจะยอมยกเว้นให้ซักครั้งหนึ่ง ไหนล่ะครับ เช็ค ” 

 

“ ได้ๆ…. เดี๋ยวชั้นเซ็นจะเช็คให้ แต่ก่อนจะเซ็น ชั้นอยากเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตาก่อน จะได้สร่างเมามากกว่านี้ ” ผู้จัดการหนุ่มรับคำพร้อมเว้าวอนขอเข้าห้องน้ำ ซึ่งโอมก็ไม่ปฏิเสธ 

 

“ ก็เอาซิครับ เชิญ ” 

 

“ นายรอชั้นที่นี่ก่อนนะ ชั้นไปแค่แวบเดียวเท่านั้น ” ผู้จัดการหนุ่มรับคำพร้อมกล่าวกำชับแบบถี่รัวคล้ายว่าเขากลัวเด็กหนุ่มผู้เป็นทางเลือกสุดท้ายของเขาจะหนีหายในยามที่เขาไปทำธุระในห้องน้ำ 

 

“ ไปเถอะครับ ผมรับรองว่าผมไม่หนีไปไหนหรอก แต่เร็วหน่อยก็ดีครับเพราะในตอนนี้เรากำลังแข่งกับเวลาอยู่ ” โอมล้วงลึกถึงความใจพร้อมโบกมือให้นายนพพลจัดการตัวเองโดยไว 

 

“ อืม ขอบใจ ” นายนพพลพยักหน้ารับคำพร้อมโขยกเขยกพาร่างมึนเมาของตัวเองไปยังห้องน้ำชายที่อยู่ไม่ห่างในทันที 

           

 

        หลังจากที่ผู้จัดการหนุ่มจากไป สารวัตรสิงห์ก็กล่าวกับโอมด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก 

 

“ เฮ้ โอม ดูเหมือนว่านายจะเคี่ยวไม่ใช่น้อยนะ ไปเรียกเงินจากไอ้หมอนั่นตั้งล้านหนึ่ง ” 

 

“ ฮะๆ ผมแค่อยากแก้เผ็ดคุณนพพลเขาซักหน่อยครับ เอาตามจริงผมเองก็ไม่ได้อยากได้เงินจากเขาเลยซักแดงเดียว เพราะผมคาดว่าเงินที่ได้จากเขามันก็ไม่น่าจะเป็นเงินที่สะอาดอะไรซักเท่าไหร่และถ้าจบเรื่องแล้ว ผมก็คงไม่ใช้เงินพวกนี้หรอก กะว่าจะเอาไปบริจาคให้มูลนิธิ วัดวาอาราม สมาคมต่างๆให้หมด ” 

 

“ อ้อๆ…..ที่แท้นายแค่คิดแกล้งนายคนนี้เท่านั้นเองหรอกหรือ อืม ว่าไปนายก็เก่งนะที่สามารถหลอกล่อหมอนี่ได้ ” สารวัตรหนุ่มกล่าวชม 

 

“ หึ หึ หึ จากที่ผมเคยคุยกับเขา ผมก็พออ่านเขาได้เล็กน้อย คุณนพพลเขาเป็นคนที่ค่อนข้างเห็นแก่ตัว ขี้ขลาด หวาดระแวง ไม่ไว้ใจใคร สำหรับคนประเภทนี้ถ้าตนเองเกิดมีภัยถึงชีวิต พวกเขาก็มักจะยอมทุ่มทุกสิ่งที่มีโดยไม่สนสิ่งอื่นใด ยิ่งพอผมแย็บไปจนรู้ว่าเขาเองก็ถูกวิญญาณร้ายตามหลอกหลอนข่มขู่ในฝันเหมือนคนอื่นๆ มันก็ยิ่งทำให้ผมมั่นใจเลยว่าเขาจะต้องมาขอให้เราช่วยแน่ ถ้าเราแกล้งทำเป็นไม่สนใจเขา ” โอมเฉลยความในใจพร้อมหัวเราะในลำคอเบาๆด้วยความรู้สึกขบขันเล็กน้อย 

 

“ เหอๆ ร้ายจริงนะนายโอม ” สารวัตรสิงห์หัวเราะแหยๆพร้อมนึกโล่งอกโล่งใจที่เด็กหนุ่มผู้แสนเจ้าเล่ห์เบื้องหน้านี้ไม่ใช่คนร้าย 

 

“ อ้อ…เดี๋ยว เรารอคุณนพพลซักพัก จากนั้นพวกเราก็ลองให้คุณนพพลใช้สิทธิพิเศษในการเป็นผู้จัดการใหญ่เพื่อหาที่อยู่ของคุณมาริณีต่อก็แล้วกันครับ ” โอมเริ่มอธิบายแผนในขั้นต่อไป 

 

“เข้าใจคิดนะ นี่คือสาเหตุหลักที่นายเข้าหานพพลก่อนเพื่อนซินะ ” สารวัตรหนุ่มตอบคำเบาๆพร้อมเอนหลังไปพิงโซฟาหนังที่แสนนุ่มเพื่อผ่อนคลายอิริยาบถ

 

“ ใช่แล้วครับ มันก็เป็นวิธีการที่คล้ายคลึงกับการยอมเสียเบี้ยเพื่อกินสองต่อในหมากฮอสนั่นแหละครับ ” เด็กหนุ่มกล่าวจบ เขาก็เอนกายพิงโซฟาเฉกเช่นเดียวกับสารวัตรหนุ่ม 

          

 

       ทั้งสองหนุ่มรอนายนพพลอยู่ครู่ใหญ่ ระหว่างนั้นทั้งสองก็ได้ทบทวนข้อเท็จจริงในคดีและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นส่วนตัวเพื่อให้เกิดมุมมองใหม่ที่กว้างขวางขึ้น ถึงกระนั้นทั้งสองหนุ่มก็ยังมองไม่เห็นหนทางที่จะปิดฉากคดีลึกลับนี้ได้ และในระหว่างที่ทั้งสองกำลังขลุกอยู่กับการสนทนานั้นเอง พวกเขาก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของชายหนุ่มคนหนึ่ง 

 

“ เหวอ! ช่วยด้วย อย่าเข้ามา ” 

          

 

       โอมและสารวัตรหนุ่มหันหน้ามองไปยังทิศทางที่เกิดเสียงอย่างรวดเร็ว พวกเขารู้ได้ในทันทีว่าเจ้าของเสียงนั้นต้องอยู่ในห้องน้ำชายซึ่งอยู่ไม่ห่างจากโต๊ะที่พวกเขานั่ง และเจ้าของเสียงนั้นก็น่าจะไม่ใช่ใครอื่นนอกเสียจาก…..นายนพพล นั่นทำเอาทั้งคู่ผุดลุกขึ้นยืนและพูดขึ้นมาพร้อมกันว่า…… 

 

“ แย่แล้ว เสียงมาจากห้องน้ำที่นายนพพลเข้าไปใช้นี่ ”

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalandoนักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณอ่านเรื่องนี้แล้วฟินมากแค่ไหน

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา