โอม ตอนที่ 1 แรงอาฆาต

9.3

เขียนโดย Jalando

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 10.48 น.

  83 บท
  14 วิจารณ์
  6,033 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561 19.32 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

58) นาที่สวีทที่แสนสยอง

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

บทที่ 58 นาที่สวีทที่แสนสยอง

 

……………………

           

         นพพลรู้สึกตื่นตระหนกตกใจและขนพองสยองเกล้าในเวลาเดียวกัน สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะเขากำลังยืนตัวแข็งทื่อต่อหน้าผีกุลสตรีในระยะกระชั้นชิด 

          

 

         ดวงตาของผู้จัดการหนุ่มดูเหลือกลานและสั่นเครือคล้ายน้ำตาจะไหล เมื่อเขาต้องทนเห็นใบหน้าเน่าเฟะและขาวซีดของผีกุลสตรีที่กำลังแสยะยิ้มให้เขาอย่างน่าสะพรึงกลัว และในขณะเดียวกัน กลิ่นเหม็นเน่าราวซากศพของปีศาจร้ายก็ลอยมาเตะจมูกของผู้จัดการหนุ่มอย่างรุนแรง ทำให้ผู้จัดการหนุ่มรู้สึกสะอิดสะเอียนจนแทบจะสำรอกออกมาเสียให้ได้ 

         

 

        ทว่าสิ่งที่ทำให้นายนพพลตกใจกลัวมากที่สุด ไม่ใช่ทุกสิ่งที่กล่าวมา กลับเป็นการที่เขาได้เห็นโอมและสารวัตรสิงห์ได้ตรงรุดเข้ามาในห้องน้ำ แต่ทั้งสองกลับทำท่าทางเหมือนมองไม่เห็นเขา ทั้งๆที่เขาและหยุดยืนห่างจากสองหนุ่มต่างวัยเพียงแค่สามก้าวเท่านั้น 

 

“ เฮ้ย! ชั้นอยู่ตรงนี้ ทำไมพวกแกถึงมองไม่เห็นชั้น ” ผู้จัดการหนุ่มตะโกนเรียกจนสุดเสียงเพื่อร้องขอความช่วยเหลือ แต่กลับไม่ปรากฏเสียงที่เปล่งออกมาแม้เพียงน้อยนิด 

 

“ เอ๊ะ! ทำไมเสียงของเราถึงไม่…..” นพพลนึกแปลกใจ ถึงกระนั้นผู้จัดการหนุ่มก็ยังไม่ตัดใจ เขารีบรุดกายเข้าไปหาสองหนุ่มต่างวัยในทันที แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะสืบเท้าเข้าไปหา เขาก็พบว่า…….ร่างกายของเขาไม่อาจขยับได้เลยแม้แต่ปลายนิ้ว 

 

“ อ้า…..นี่มันอะไรกัน แม้แต่ร่างกายของเราก็ไม่อาจขยับได้….” นายนพพลรู้สึกเสียขวัญมากขึ้นไปอีกเท่าตัว เมื่อพบว่าในตอนนี้เขาไม่อาจทำอะไรได้เลย นอกเสียจากจับจ้องไปที่ดวงหน้าอันสุดแสนจะน่าเกลียดน่ากลัวของอสุภสาวผู้เต็มไปด้วยไฟแค้น 

 

“ ฮ่าๆ….ไม่ต้องดิ้นรนขัดขืนไปให้เหนื่อยแรงหรอก ไอ้สัตว์นพพล ยังไงซะ มึงก็ต้องตายสังเวยความแค้นของกูในคืนนี้อยู่แล้ว ” ปีศาจสาวหัวเราะเสียงกร้าวพร้อมถลึงตาที่แทบจะหลุดออกนอกเบ้าใส่นายนพพลที่ตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัว 

 

“ วะ…เหวอ…ชะ….ชั้นกะ….กลัวแล้ว ยะ…ยกโทษหะ…ให้ชั้นด้วยเถอะ ” นพพลร้องขอชีวิตต่อปีศาจสาวด้วยกระแสความคิดที่สั่นไหว น้ำตาใสของผู้จัดการหนุ่มเริ่มไหลอาบลงมาที่สองแก้ม ท่าทางของผู้จัดการหนุ่มในยามนี้ดูน่าเวทนาสงสารเป็นอย่างยิ่ง แต่ปีศาจสาวหาได้ยินยอมที่จะปล่อยเหยื่ออารมณ์ของมันไปไม่ มันยังคงคำรามใส่ผู้จัดการหนุ่มต่อไปอย่างดุร้าย 

 

“ ไม่ กูไม่ยกโทษให้ มึงต้องตายอย่างน่าสยดสยองและทรมานที่สุด ให้สาสมกับสิ่งเลวร้ายที่มึงยัดเยียดให้กับกู ” 

          

 

        เมื่อนพพลหมดสิ้นหนทางที่จะขอความเห็นใจจากปีศาจ เขาก็เริ่มหาทางรอดใหม่ด้วยการเหลือบแลไปยังสองหนุ่มต่างวัยที่กำลังหันซ้ายแลขวาเพื่อมองหาอะไรบางอย่างที่ผู้จัดการหนุ่มคาดว่าน่าจะเป็นตัวของเขาเอง  

 

“ เฮ้ย! นายสองคน ชั้นยืนอยู่ตรงนี้ ทำไมพวกนายมองไม่เห็นชั้นวะ ” นายนพพลพยายามร้องตะโกนเรียกอย่างบ้าคลั่ง แต่จนแล้วจนรอด สิ่งที่หลุดออกมาจากริมฝีปากก็เป็นแค่กระแสความคิดที่ตื่นกลัวเพียงเท่านั้น 

 

“ ไม่มีใครเห็นหรือได้ยินเสียงร้องเรียกของมึงหรอก ไอ้นพพล แล้วหลังจากที่ไอ้จอมแส่ทั้งสองตัวมันออกไปจากห้องนี้ มึงกับกูก็จะมีเวลาสวีทที่แสนสยองกันอย่างสุขสม กูรับประกันเลยว่ามึงจะต้องกรีดร้องโหยหวนด้วยความกลัวจนสุดขั้วหัวใจไปถึงวินาทีสุดท้ายในชีวิตชั่วๆของมึงเลยทีเดียว เหอ เหอ เหอ ” ปีศาจสาวขู่คำรามพร้อมหัวเราะหยันๆใส่ผู้จัดการหนุ่มด้วยท่าทางที่ดูสะใจกับการล้างแค้นที่หอมหวาน 

 

“ มะ…ไม่นะ ชะ…ชั้นยังมะ….ไม่อยากตาย ม่ายๆ….” ผู้จัดการหนุ่มส่ายหัวไปมาพร้อมใบหน้าเหยเกที่นองไปด้วยน้ำตา สายตาก็พยายามส่งกระแสวิงวอนไปยังสองหนุ่มต่างวัยที่ยืนงงอยู่ภายในห้องน้ำด้วยความหวังที่อยากให้สองหนุ่มนั้นมาช่วยเหลือเขาให้รอดพ้นจากมรณภัยในครั้งนี้  

          

 

         แต่ไม่ว่าผู้จัดการหนุ่มจะพยายามร้องเรียกมากเพียงใด ทั้งสองหนุ่มก็ยังคงมองไม่เห็นเขาอยู่ดี มิหนำซ้ำทั้งสองยังทำท่าทางเหมือนจะเดินออกจากห้องน้ำแห่งนี้ สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้ผู้จัดการหนุ่มตื่นตกใจมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว ด้วยความสุดท้ายที่จะทำให้เขารอดชีวิต มันกำลังจะจากไป 

 

“ บ้าน่า อย่าเพิ่งไปนะ ชะ..ชั้นยังไม่อยากตาย อย่าไป….” ผู้จัดการหนุ่มยกมือขึ้นสูงเพื่อจะไขว่คว้าและฉุดรั้งสองหนุ่มเอาไว้ แต่มันก็ยังดูห่างไกลจากกายของสองหนุ่มอยู่หลายช่วงตัว เลยทำให้เขาทำได้แค่เพียงชำเลืองมองสองหนุ่มด้วยความอาลัย 

         

 

        ไม่รู้ว่าเป็นเพราะปาฏิหาริย์หรือผลพวงจากการเพียรพยายามในการวิงวอนขอร้องของผู้จัดการหนุ่ม เลยทำให้โอมหยุดยืนอยู่กับที่พร้อมหันไปกล่าวอะไรบางอย่างกับสารวัตรหนุ่ม สิ่งที่ปรากฏทำให้ผีร้ายถึงกลับขมวดคิ้วนิ่วหน้าพร้อมคำรามในลำคอด้วยความขัดเคืองใจ 

 

“ ทำไมพวกมึงไม่ไปซักที กูอยากฆ่าไอ้นพพลเต็มแก่แล้ว ไปซะ ไป ” 

 

………………….

           

         สารวัตรหนุ่มรู้สึกแปลกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของโอมเป็นอย่างยิ่ง แต่เขาก็มิได้กล่าวคำใดออกมาเพราะเขาตระหนักดีว่าเด็กหนุ่มผู้นี้เป็นผู้ที่มีสัมผัสพิเศษบางอย่างอันเป็นพลังเพียงหนึ่งเดียวที่น่าจะใช้ต่อต้านผีร้ายกุลสตรีในตอนนี้ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่วายที่จะไถ่ถามต่อ 

 

“ นายหยุดนิ่งอยู่ทำไม หรือนายจะรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง ” 

            

 

         เด็กหนุ่มมาดเซอร์หันหน้ากลับไปมองสารวัตรหนุ่ม สีหน้าของเด็กหนุ่มดูตึงเครียดและปราศจากแววหยอกเย้าเหมือนที่เคย ดวงตากลมโตภายใต้แว่นทรงกลมของเขายังคงจับจ้องมาที่สารวัตรหนุ่มครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาก็เปิดปากบอกในเวลาต่อมา 

 

“ ใช่ครับ ผมรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่ชั่วร้ายและทรงพลัง ถ้าคาดไม่ผิด คิดว่าน่าจะเป็นกุลสตรีอย่างแน่นอน ” 

          

 

        ทันทีที่เด็กหนุ่มมาดเซอร์พูดจบ ขนกายทั่วทั้งตัวของสารวัตรหนุ่มก็ลุกชูชันขึ้นมาพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง มือขวาของเขาเอื้อมไปเกาะกุมเหรียญครุฑดำที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อของเขาโดยอัตโนมัติ ซึ่งมันก็ทำให้เขารู้สึกอุ่นใจขึ้นมานิดหนึ่งเมื่อพบว่าเหรียญเจ้ากรรมยังคงซุกตัวอยู่ในจุดเดิมที่เขาเคยเก็บ 

          

 

         สองหนุ่มต่างวัยนิ่งเงียบกันอยู่ครู่ใหญ่ สายตาทั้งสองคู่เริ่มเหลือบแลมองไปรอบกายด้วยความหวาดระแวงว่าปีศาจสาวจะโผล่เข้ามาทำร้ายพวกเขาจากมุมไหน แต่ทั้งสองก็ยังไม่พบเห็นอะไรที่ดูพิกลพิการ มันจึงทำให้สารวัตรหนุ่มเริ่มใจชื้นจนกล่าวขึ้นมาได้ 

 

“ เหอๆ ชั้นว่านายน่าจะหลอนไปเองหรือเปล่า ก็น่าที่เราจะหลอนอยู่หรอกนะ เพราะช่วงที่ผ่านมาเราโดนกุลสตรีตามเล่นงานซะจนอ่วม มิหนำซ้ำเจ้านพพลมันยังหนีหายไปอย่างไร้ร่องรอยเสียอีก สรุปแล้วเราไปกันเถอะ เพราะไม่งั้นเราอาจจะไปช่วยมาริณีไม่ทัน ” 

         

 

        โอมยังนิ่งเงียบพร้อมหันซ้ายแลขวาต่อไป เด็กหนุ่มอยู่ในสภาพนั้นอยู่หลายอึดใจจนนายตำรวจหนุ่มเริ่มอึดอัดจนกำลังจะบอกกล่าวให้โอมออกจากสถานที่นี้อีกรอบ แต่ก่อนที่สารวัตรหนุ่มจะเอ่ยปาก โอมก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน 

 

“ อาการขนลุกที่รุนแรงของผม มันจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผมได้เข้าใกล้กับพลังงานลึกลับบางอย่างที่รุนแรง และเมื่อเกิดอาการแบบนี้ขึ้นมาทีไร ก็เป็นต้องมีอะไรบางอย่างที่แปลกประหลาดปรากฏขึ้นทุกครั้ง และครั้งนี้ก็คงไม่ผิดพลาด ผมคิดว่ากุลสตรีกับคุณนพพลต้องอยู่แถวๆนี้อย่างแน่นอน ” 

 

“ อืมๆ….ที่นายมั่นใจแบบนี้ มันก็มีสิทธิ์ที่จะเป็นไปตามที่นายคาดนะ แต่ไม่ใช่ว่าชั้นจะไม่เชื่อใจนายนะ นายบอกชั้นได้มั้ยล่ะว่าปีศาจสาวนั่นอยู่ไหน แล้วไหนจะไอ้เจ้านพพลนั่นอีก ” สารวัตรยังกล่าวค้านแต่ก็ค้านไม่เต็มเสียงนัก เพราะในช่วงที่ผ่านมา โอมได้เคยทำอะไรที่น่าอัศจรรย์ใจแก่เขามาหลายครั้งแล้ว 

 

“ เรื่องนั้นผมไม่สามารถอธิบายได้ พลังจิตของผมยังไม่แกร่งกล้าพอที่จะระบุตำแหน่งที่ชัดเจนหรือบีบบังคับให้กุลสตรีเขาปรากฏตัวออกมา แต่สิ่งที่ผมมั่นใจในตอนนี้ก็คือ…..กุลสตรีต้องอยู่ภายในห้องนี้และเธอต้องซ่อนตัวคุณนพพลไว้อย่างแน่นอน ” โอมเริ่มเฉลยถึงสิ่งที่คิดในใจอย่างช้าๆ 

        

 

        สิ่งที่โอมบอกกล่าวมานั้น สารวัตรหนุ่มรู้สึกเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งเพราะมันเป็นการคาดเดาที่ไร้มูลพยานหลักฐาน เป็นเพียงการกล่าวอ้างลอยๆ ด้วยความที่สารวัตรหนุ่มไม่ใคร่เชื่อเท่าใดนัก เขาจึงกล่าวถามขึ้นมาในทันที 

 

“ อืม…..ถ้านายแน่ใจถึงเพียงนี้ แล้วนายจะทำยังไงต่อไปล่ะ ยังไงๆชั้นก็ดูแหม่งๆอยู่นะที่ผีตนหนึ่งจะมีพลังอำนาจมากพอที่จะกระทำต่อคนได้ถึงเพียงนี้ ” 

 

“ ก็ถ้าจำไม่ผิด ผมรู้สึกว่าพวกเราเองก็เพิ่งจะเกือบผีตนนั้นฆ่าตายมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่แล้วนี่นะครับ ” เด็กหนุ่มเถียงกลับอย่างฉับพลัน ซึ่งสิ่งที่เด็กเถียงก็จริงซะจนสารวัตรหนุ่มจนปัญญาที่จะโต้ตอบ 

         

 

         ทว่าโอมก็ไม่ใส่ใจที่โต้วาที ประคารมกับสารวัตรหนุ่มต่อ เขาล้วงมือเข้าไปในกางเกงเพื่อหยิบผงบางอย่างออกมาหนึ่งกำมือ ซึ่งสารวัตรหนุ่มก็รู้ได้ในทันทีที่เห็นว่าเจ้าผงประหลาดนั้นก็คือ……เม็ดทราย 

 

“ เอ๊ะ! นั่น….นายเอาทรายออกมาทำไม ” สารวัตรหนุ่มร้องถามด้วยความฉงนสงสัย 

        

 

          โอมยิ้มมุมปากน้อยๆด้วยอารมณ์ที่ยากจะคาดเดา จากนั้นเขาก็ตอบคำถามของสารวัตรหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบและแผ่วเบา 

 

“ ทรายกำนี้ไม่ใช่ทรายธรรมดาครับ แต่คือทรายเสกที่สร้างขึ้นมาจากอำนาจพุทธคุณ มีอานุภาพที่ใช้ป้องกัน ขับไล่ภูตผีปีศาจและสิ่งชั่วร้ายไม่ให้ย่างกรายเข้ามาหาเรา ผมเคยใช้สิ่งนี้โรยไว้รอบห้องของพี่จิตหราเพื่อป้องกันไม่ให้กุลสตรีเข้ามาทำร้ายพี่เขาได้ ”  

 

“ อ้อ….เพราะเหตุนี้เอง นายถึงวางใจว่ากุลสตรีจะไม่อาจเล่นงานจิตหราได้ ตราบใดที่เจ้าหล่อนไม่ก้าวเท้าออกนอกห้อง ” ถึงตอนนี้สารวัตรหนุ่มก็ถึงบางอ้อในทันที 

 

“ ใช่ครับ แต่มันก็กลับกลายเป็นการทำให้กุลสตรีหันมาเล่นงานพวกเราและคนที่เหลือแทน ” โอมยิ้มเพลียๆ การที่ได้อย่าง มันก็ต้องเสียอย่าง นั่นเป็นกฎธรรมชาติของโลกใบนี้อยู่แล้ว 

 

“ เอ่อ…..ถ้าสิ่งนี้ใช้งานได้จริงๆ แล้วนายจะใช้สิ่งนี้ยังไง ” สารวัตรหนุ่มยังคงสงสัยไม่เลิกเพราะเขาเป็นคนสมัยใหม่ที่ไม่เคยประสบพบเจอกับอะไรก็ตามที่ค้านกับหลักวิทยาศาสตร์แบบนี้ 

         

 

          โอมยิ้มเครียดๆให้สารวัตรหนุ่มโดยไม่ตอบคำใด เขายกมือข้างที่กำทรายเสกขึ้นจบเหนือหัวพร้อมอาราธนาถึงบารมีของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เขาเคารพนับถือ รวมถึงครูบาอาจารย์ที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้กับเขา และพอเขาสำรวมกาย วาจา ใจจนเกิดความนิ่ง พลังสมาธิที่มีอยู่ในตัวก็พุ่งทะยานขึ้นมาจนก่อให้เกิดกำลังใจที่แน่วแน่ หลังจากนั้นเด็กหนุ่มก็สาดทรายเสกไปรอบบริเวณพร้อมร้องตวาดเสียงดัง 

 

“ ด้วยบารมีของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วสากลโลก จงดลบันดาลให้การอำพรางของปีศาจร้ายจงสลายหายไปเดี๋ยวนี้ ” 

          

 

         แรกเริ่มสารวัตรหนุ่มทำท่าจะอมยิ้มน้อยๆเพราะนึกขบขำกับพิธีกรรมแปลกๆของเด็กหนุ่มมาดเซอร์ ในใจแอบนึกน้อยๆว่าสิ่งที่เด็กหนุ่มกำลังกระทำมันช่างเหลวไหลไร้สาระสิ้นดี แต่ในวินาทีต่อมา สารวัตรหนุ่มก็ต้องเกิดเปลี่ยนความคิดเมื่อโสตประสาทของเขาแว่วเสียงกรีดร้องของหญิงสาวแบบเต็มๆและกระแสเสียงนั้นก็คล้ายๆกับว่าเจ้าของเสียงจะเต็มไปด้วยความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวทางกายอย่างแสนสาหัส 

 

“ กรี๊ดๆ…….” 

           

 

         และเมื่อเสียงกรีดร้องนั้นจางหายไป ก็ปรากฏกายสูงเพรียวได้ส่วนของผู้จัดหนุ่มขึ้นที่มุมห้อง ซึ่งเจ้าของร่างนั้นก็ได้ทรุดกายลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้นด้วยท่าทางที่ดูหมดเรี่ยวแรง 

 

“ เฮ้ย! นั่นมัน….เจ้านพพลนี่หว่า มันมาอยู่ตรงนั้นได้ไงฟะ ” สารวัตรหนุ่มร้องเสียงหลง ซึ่งก็ควรจะต้องเป็นอย่างนั้นเพราะเขาจดจำได้ว่าถ้าย้อนเวลากลับไปเมื่อนาทีที่แล้ว มุมห้องตรงจุดที่นายนพพลยืนอยู่ มันยังคงเป็นแค่ความว่างเปล่าเพียงเท่านั้น แล้วอยู่ๆนายนพพลจะโผล่ขึ้นมาได้ยังไงกันล่ะ

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalandoนักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณอ่านเรื่องนี้แล้วฟินมากแค่ไหน

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา