โอม ตอนที่ 1 แรงอาฆาต

9.3

เขียนโดย Jalando

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 10.48 น.

  69 บท
  14 วิจารณ์
  4,166 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561 19.32 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

59) เสียงหัวเราะในเงามืดมิด

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

บทที่ 59 เสียงหัวเราะในเงามืดมิด

 

       ในขณะที่สารวัตรหนุ่มกำลังนิ่งอึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่นั้น โอมที่ยืนอยู่ไม่ห่างก็รีบรุดเข้าไปประคองผู้จัดการหนุ่มร่างสูงพร้อมไถ่ถามอาการในทันที

 

“ เป็นไงบ้างครับ คุณนพพล ลุกไหวมั้ย ”

 

“ น่าจะไหวมั้ง ตอนนี้ชั้นรู้สึกมึนหัวและเจ็บปวดที่คอนิดหน่อยน่ะ ถ้าได้พักซักครู่ก็น่าจะดีขึ้น ” ผู้จัดการหนุ่มตอบกลับอย่างแผ่วเบา สีหน้าของเขาดูขาวซีดคล้ายคนที่กำลังจะเป็นลม

 

“ โอเคครับ เดี๋ยวผมจะพาคุณไปนั่งที่โซฟาก่อนแล้วกัน ” โอมกล่าวจบ เขาก็ค่อยๆประคองนายนพพลให้ลุกขึ้นยืน จากนั้นก็พากันเดินไปที่โซฟาหนังตัวที่ตั้งอยู่ใกล้กับห้องน้ำมากที่สุดโดยมีสารวัตรหนุ่มตามไปช่วยเหลือแบบติดๆ

 

…………………….

        

       ผู้จัดการหนุ่มนั่งพักอยู่นานพอดูกว่าที่เขาจะคลายความตระหนกลงได้ หลังจากที่โอมเห็นว่าผู้จัดการหนุ่มเริ่มมีอาการที่ดีขึ้น เด็กหนุ่มจึงเริ่มเปิดปากถามด้วยน้ำเสียงที่นิ่มนวล

 

“ เป็นไงบ้างครับ ค่อยยังชั่วแล้วซินะ ทีนี้คุณเชื่อในสิ่งที่ผมพูดแล้วรึยัง ”

         

 

       ผู้จัดการหนุ่มไม่ตอบคำแต่เขาก็พยักหน้ารับคำเบาๆเป็นเชิงว่าน่าจะเชื่อ จะว่าไปแล้วหลังเกิดเหตุดังกล่าว ท่าทางที่ดูยโสโอหังของผู้จัดการหนุ่มก็กลับกลายมาเป็นสงบเรียบร้อยจนทำให้สารวัตรหนุ่มนึกประหลาดใจ

 

“ แล้วทีนี้ คุณพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับผมหรือยังครับ ” โอมถามต่อ ดวงตากลมโตจ้องมองมาที่นายนพพลแน่วนิ่ง

 

“ อืมๆ…..พะ….พร้อมแล้ว วะ…ว่าแต่…ถ้าชั้นร่วมมือกับนะ…นาย นายจะชะ…ช่วยชั้นมั้ย ” นายนพพลตอบรับแต่ยังไม่วายถามกลับด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทาเพราะความหวาดกลัว

 

“ ผมตั้งใจมาช่วยคุณอยู่แล้วครับ และผมก็พยายามจะช่วยคนที่เหลือด้วย ” โอมตอบกลับด้วยสีหน้าท่าทางที่ดูอบอุ่นอ่อนโยนจนทำให้ผู้จัดการหนุ่มคลายความตื่นตกใจลงไปได้บ้าง

 

“ อืม…แล้วต่อไปจะทำยังไง ” หลังเริ่มปรับอารมณ์ได้ดีขึ้น ผู้จัดการหนุ่มก็เริ่มถามถึงแผนการขั้นต่อไป

 

“ อืม…..เราก็คงต้องไปหาคุณมาริณีก่อน ในฐานะที่คุณเป็นผู้จัดการบริษัท ผมคิดว่ามันคงไม่ยากที่จะสืบค้นที่อยู่ของคุณมาริณี ” โอมรีบเข้าเรื่องอย่างรวดเร็ว เพราะถ้าพวกเขาช้าไปมากกว่านี้ มาริณีผู้เป็นเหยื่อรายสุดท้ายก็คงไม่พ้นมรณภัยจากปีศาจสาวอย่างแน่นอน

 

“ เอ่อ….ก็คงพอได้ล่ะนะ แค่ชั้นโทรไปถามฝ่ายทะเบียนก็น่าจะได้ข้อมูล เอ๊ะ! แต่…เดี๋ยวนะ ถ้าชั้นบอกข้อมูลนี้ พวกนายก็คงจะไปช่วยมาริณีแล้วปล่อยให้ชั้นอยู่ตามลำพัง ใช่มั้ย ” ผู้จัดการหนุ่มกลับมาตกใจอีกครั้งเมื่อพบว่าตนอาจจะโดนทิ้ง

 

“ ก็ถ้านายกลัวขนาดนั้น นายก็ตามพวกเรามา เราจะได้ช่วยทั้งนายและมาริณี ” สารวัตรหนุ่มที่ยืนกอดอกอยู่ไม่ห่างกล่าวออกมาด้วยท่าทีที่ดูหมั่นไส้ในความเห็นแก่ตัวของผู้จัดการหนุ่ม

 

“ ละ..แล้ว มะ…มันจะ…ปลอดภัยหรือ ชะ…ชั้นว่าพะ…พวกนายแค่พาชั้นไปที่ๆปลอดภัย หลังจากนั้นนายก็ปกป้องชั้นและกำจัดผีบ้านั่นอะ….ออกไปจากชีวิตชั้นก็พอแล้วมั้ง ” นายนพพลพยายามต่อรองอย่างเอาเป็นเอาตายตามสันดานคนรวยที่ขี้ขลาด เห็นแก่ตัวและรักตัวกลัวตาย

 

“ คงไม่ได้หรอก คุณนพพล เพราะถึงยังไง ผมก็ต้องตามไปช่วยคุณมาริณีเขาด้วย ” โอมส่ายหน้าช้าๆพร้อมพยายามอธิบายให้ผู้จัดการหนุ่มเข้าใจถึงความจำเป็น

 

“ เอางี้มั้ย นายช่วยชั้นแค่คนเดียวก็พอ ชั้นไม่อยากเสี่ยง มันอันตรายมากเกินไปและถ้าเสร็จเรื่องนี้ ชั้นจะเซ็นเช็คให้นายถึงสองล้านเลย ตกลงมั้ย ” ผู้จัดการหนุ่มเริ่มแสดงความชั่วช้าของตัวเองออกมาอีกครั้งด้วยทักษะการติดสินบนที่ตัวเองถนัด

         

 

        สารวัตรหนุ่มหน้าบูดในทันทีที่ได้ยินสิ่งที่ผู้จัดการหนุ่มพูด เขารู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างยิ่งเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาเป็นคนที่ยึดถือความถูกต้องชอบธรรมอย่างเคร่งครัด และถ้าไม่ติดที่จะต้องไปช่วยเหยื่อพยาบาทคนสุดท้าย เขาคงตรงเข้าไปกระทืบชายหล่อร่างสูงเบื้องหน้าให้จมธรณีโทษฐานที่บัดซบ เห็นแก่ตัวเกินไปเป็นแน่

         

 

         ส่วนทางด้านโอมนั้นก็ยังคงนิ่งเฉยโดยปราศจากความยินดียินร้ายออกให้เห็น แต่ถ้าสังเกตให้ดีก็จะเห็นประกายแห่งการดูแคลนฉายออกมาจากดวงตากลมโตของเด็กหนุ่มเป็นระยะๆ และแน่นอนก่อนที่บรรยากาศการพูดคุยจะแย่หนักไปมากกว่านี้ โอมก็เป็นฝ่ายกล่าวตัดบทด้วยความนุ่มนวล

 

“ ขอบคุณครับ คุณนพพลที่เมตตาจะเพิ่มค่าเหนื่อยให้กับผม แต่ไม่ว่าคุณจะกรุณาผมมากแค่ไหนก็ตาม ผมก็ไม่อาจทิ้งคุณมาริณีไปได้ เอางี้มั้ยครับคุณก็เดินทางมากับพวกผมซิและคอยอยู่ใกล้ๆผมตลอดเวลา เมื่อครู่คุณก็เห็นแล้วนี่ครับว่าผมทำอะไรได้บ้าง ผมรับประกันเลยว่าคุณจะต้องปลอดภัย ”

 

“ อะ….เอ่อ แต่ว่า…” ผู้จัดการหนุ่มยังคงอ้ำอึ้งเพราะไม่ว่าคำอธิบายของโอมจะประกอบไปด้วยเหตุผลใด เขาก็ยังมองว่าการเดินทางในสภาวะเช่นนี้เป็นเรื่องที่เสี่ยงเกินไปอยู่ดี มันก็เลยทำให้สารวัตรหนุ่มเลือดร้อนถึงกลับโวยออกมาด้วยความเดือดดาล

 

“เฮ้ย! ถ้าไอ้หมอนี่มันไม่ไปกับเราในตอนนี้ เราก็ปล่อยมันไว้ซะที่นี่เลยแล้วกัน ยังไงซะไอ้เศษสวะนี่มันก็ไม่มีค่าควรให้เราช่วยเท่ากับยัยมาริณีแน่ๆ ”

 

“ เหวอๆ…..ไม่นะ อย่าทิ้งชั้น โอเคๆ ชะ…ชั้นไปด้วย ไปด้วย ” ด้วยความรักตัวกลัวตายจึงทำให้ผู้จัดการหนุ่มรีบรับปากด้วยอาการร้อนรน

 

“ ฟู่….”

       

 

      โอมลอบเป่าปากด้วยความโล่งอกที่ไม้แข็งและไม้นวมของพวกเขาสามารถทำให้ผู้จัดการหนุ่มนายนี้ให้ความร่วมมือได้ เมื่อเหตุการณ์มันเป็นใจเช่นนี้ เขาจึงเริ่มที่จะตามเรื่องต่อในทันที

 

“ เอาล่ะครับ คุณนพพล ผมคงต้องขอให้คุณบอกที่อยู่ของคุณมาริณีให้กับพวกผมซะเดี๋ยวนี้ พวกเราจะได้เริ่มออกเดินทางในทันที รีบๆหน่อยนะครับ ทุกๆวินาทีที่เราเสียไปล้วนมีค่า ”

 

“ อืม ดะ….ได้ จะโทรไปถามให้เดี๋ยวนี้แหละ ” ผู้จัดการหนุ่มรับคำพร้อมรีบหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาเพื่อต่อสายถึงฝ่ายทะเบียน

         

 

       นายนพพลโทรไปเพียงชั่วครู่ เขาก็ได้ที่อยู่ของมาริณีอย่างไม่ยากเย็น ดูเหมือนว่าความใหญ่โตในตำแหน่งผู้จัดการของเขาจะไม่เป็นอุปสรรคในการที่จะทำให้หัวหน้าฝ่ายทะเบียนลุกขึ้นมาค้นข้อมูลให้แก่เขาในยามดึกเลยแม้แต่น้อย และเมื่อทั้งสามรู้ว่ามาริณีอยู่ที่ไหน พวกเขาก็ตกลงใจที่จะเดินทางไปหาเหยื่อรายสุดท้ายในทันที

 

“ เอ่อๆ….ตกลงไม่เปลี่ยนใจที่จะช่วยชั้นแค่คนเดียวเลยหรือ ชั้นเพิ่มค่าเหนื่อยให้พวกนายอีกล้านหนึ่งก็ได้ ” ในระหว่างที่เดินทาง นายนพพลยังไม่ละความพยายามที่จะต่อรอง แต่เขาก็ต้องสงบปากสงบคำในทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่สารวัตรหนุ่มตอบกลับมา

 

“ นายหุบปากไปซะเดี๋ยวนี้ ถ้าขืนนายอ้าปากพูดเรื่องนี้อีกแค่ครั้งเดียว ชั้นจะเลาะฟันของนายออกมาให้หมดปากเลย คอยดูสิ ”

 

……………………..

        

         สารวัตรสิงห์เหยียบคันเร่งจนมิดเพื่อขับขี่ปิกอัพสีดำให้พุ่งทะยานไปตามท้องถนนยามค่ำคืนของเมืองกรุง พวกเขาสามารถเร่งความเร็วได้ถึง 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเนื่องจากในตอนนี้เป็นยามดึกสงัดที่มีรถสัญจรตามท้องถนนไม่มากนัก แต่ไม่ว่าพาหนะจะเดินทางรวดเร็วเพียงใดก็ตาม มันก็ไม่อาจทำให้หัวใจของโอมคลายความร้อนรนไปได้ ด้วยเด็กหนุ่มเข้าใจได้อย่างชัดเจนว่า…..การเคลื่อนที่ของวิญญาณอาฆาตที่เป็นคู่ปรับของเขามีความเร็วที่เหนือกว่าพาหนะของพวกเขามาก

 

“ ขอให้ทันเวลาทีเถอะน่า ” โอมเหม่อมองวิวนอกกระจกพร้อมนึกภาวนาอยู่ในใจ

 

…………………….

        

         ทั้งสามควบรถปิกอัพสีดำได้ไม่นาน พวกเขาก็ถึงหอพักแห่งหนึ่งย่านสวนจตุจักร ด้วยละแวกนั้นอยู่ไม่ห่างจากผับแอตแลนติกที่พวกเขาจากมาเท่าไหร่นัก

          

 

         สารวัตรจอดรถคันเก่งของตนเองเทียบไปที่ฟุตบาทข้างทางโดยไม่สนแม้แต่น้อยว่าจะเป็นบริเวณฟุตบาทที่ห้ามจอดหรือไม่ เพราะในเวลานี้ทุกวินาทีที่สูญเสียไปล้วนแล้วแต่มีผลต่อการรอดชีวิตของเหยื่อรายสุดท้ายเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นเมื่อรถจอดสนิท โอมและสารวัตรสิงห์ก็รุดออกจากรถอย่างรวดเร็ว โดยมีนายนพพลที่รีบร้อนตามออกมาพร้อมร้องเรียกเสียงหลง

 

“ เฮ้….พวกนายใจเย็นๆก่อนสิ เดี๋ยวชั้นตามไม่ทัน ชั้นยังไม่สร่างเมานะเฟ้ย ”

         

 

         แน่นอนว่าสองหนุ่มต่างวัยไม่ได้หันกลับมาสนใจผู้จัดการหนุ่มที่ยังป้อแป้จากพิษสุราที่คั่งค้างอยู่ภายในกายเลยแม้แต่น้อย เป็นผลให้ผู้จัดการหนุ่มผู้แสนน่าสงสารต้องพยายามเร่งฝีเท้าตัวเองให้ไวยิ่งขึ้นเพื่อติดตามสองหนุ่มต่างวัยให้ทัน

 

…………………….

        

         หอพักแห่งนี้เป็นอาคารสูง 5 ชั้น เมื่อพวกเขามาภายในตัวอาคาร พวกเขาก็พบเคาน์เตอร์เจ้าหน้าที่ซึ่งประจำอยู่ตรงหน้าลิฟต์ ทว่าเคาน์เตอร์นั้นกลับมีแต่ความว่างเปล่า นั่นก็นับเป็นเรื่องปกติ จะมีใครมาทำหน้าที่ในเวลากลางดึกแบบนี้กันล่ะ

 

“ แย่แล้วซิ อย่างงี้เราจะรู้ได้ไงว่ามาริณีอยู่ที่ห้องไหน ” โอมเริ่มร้อนรนเมื่อพบว่าตนเองกำลังจะพบกับทางตัน

 

“ เฮ้ย ไอ้นพพล แกไม่มีเบอร์โทรของมาริณีเลยหรือวะ ตำแหน่งแกน่าจะหาเบอร์ลูกน้องของตัวเองได้ไม่ยากนี่หว่า ” สารวัตรสิงห์หันไปถามผู้จัดการหนุ่มด้วยเสียงอันดัง

 

“ อะ…เอ่อ….ก็พอได้ นะ…นายจะให้ชั้นโทรหาเลยมั้ย ” ผู้จัดการหนุ่มถามกลับเสียงสั่น

       

 

         คำตอบนั้นทำเอาสารวัตรสิงห์ขมวดคิ้วด้วยความฉงนนิดๆที่อยู่ๆเจ้าผู้จัดการหนุ่มขี้หลีนายนี้ดันมีเบอร์ของลูกน้องสาวผู้มีตำแหน่งเพียงเลขาเล็กๆ แต่ครู่หนึ่งเขาก็คิดได้ว่าสาเหตุที่ผู้จัดการหนุ่มคนนี้มีเบอร์น่าจะเป็นเพราะผู้หมอนี่เป็นคนเอาใจใส่ในหน้าที่การงานเป็นพิเศษหรือมันจะมีไว้เพื่อแอบจีบมาริณีตามประสาชายเจ้าชู้ก็เรื่องของมัน ในยามนี้การรักษาชีวิตคนนั้นมีความสำคัญมากกว่า เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาจึงตอบกลับด้วยเสียงที่ดังจนใกล้เคียงกับการตวาด

 

“ ก็รีบโทรไปสิ ไอ้บ้าเอย เรื่องแค่นี้ไม่เห็นต้องรอให้บอกเลยนี่หว่า และอย่าลืมเปิดสปีกเกอร์ให้พวกชั้นได้ยินด้วยล่ะ ”

 

“ คะ..ครับ ได้ครับ ” นายนพพลรีบตอบด้วยอาการลนลานพร้อมยกโทรศัพท์มือถือของตนเองเพื่อต่อสายถึงมาริณี ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ลืมที่เปิดสปีกเกอร์ตามคำสั่งของสารวัตรสิงห์

 

“ ตู้ด ตู้ด ตู้ด ”

        

 

       เสียงสัญญาณดังยาวเป็นจังหวะอยู่ถึงสามสี่ที่เป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าการโทรครั้งนี้ติดเพียงแต่ยังไม่มีคนกดรับสาย สิ่งนี้ทำให้หนุ่มหลากวัยทั้งสามรู้สึกใจชื้นขึ้นเป็นกองเพราะอย่างน้อยพวกเขาก็ยังมีลุ้นที่จะเข้าถึงตัวของมาริณี แต่ในขณะที่สัญญาณดังยาวไปถึงครั้งที่เจ็ด เสียงสัญญาณก็ตัดลงเป็นเชิงว่ามีคนกดรับสายแล้ว

 

“ ฮัลโหล มาริณีหรือ นี่ผม..นพพลเองนะ ” ผู้จัดการหนุ่มรีบกล่าวแนะนำตัวอย่างรวดเร็วราวกับจะกลัวว่าสาวเจ้าของเบอร์จะกดตัดสายไปในทันที แต่สิ่งที่ตอบกลับมามีแต่เพียงความเงียบงันเท่านั้น

         

 

        ทั้งสามรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลอย่างรุนแรง บรรยากาศแห่งความเยือกเย็นที่แสนขนลุกกำลังล่องลอยรายล้อมพวกเขาจนทำให้ทั้งสามเริ่มรู้สึกเสียวสันหลังอยู่นิดๆ แต่อย่างไรก็ไม่อาจทำให้โอมตัดใจโดยง่าย เขารีบร้องบอกปลายสายอย่างรวดเร็ว

 

“ พี่มาริณี ผมคือโอม เด็กหนุ่มที่คุยกับพี่เมื่อกลางวัน พี่กำลังมีภัย พี่ต้องรีบบอกมาเดี๋ยวนี้ว่าพี่อยู่ที่ห้องไหน พวกผมจะไปช่วยได้ทัน เร็วๆด้วยครับ ”

         

 

        ปลายสายเงียบอยู่หลายอึดใจจนทำให้ทั้งสามหนุ่มเกิดความอึดอัด เพราะต่างตีความไม่ถูกว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่ปลายสาย แต่ในขณะที่พวกเขายังตกอยู่ในสภาวะที่งงงันอยู่นั้นเอง ก็มีเสียงหัวเราะเบาๆดังออกมาจากลำโพงโทรศัพท์มือถือของนายนพพล

 

“ หึ หึ หึ ”

        

 

      เสียงหัวเราะนั้นเป็นเสียงของหญิงสาวที่ทั้งสามคุ้นหู เนื่องจากเสียงนั้นเป็นเสียงของกุลสตรี วิญญาณร้ายที่เป็นจุดกำเนิดของเหตุอุบาทว์ในครั้งนี้

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalandoนักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณอ่านเรื่องนี้แล้วฟินมากแค่ไหน

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา