โอม ตอนที่ 1 แรงอาฆาต

9.3

เขียนโดย Jalando

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 10.48 น.

  83 บท
  14 วิจารณ์
  6,045 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561 19.32 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

60) แข่งกับเวลา

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

บทที่ 60 แข่งกับเวลา

 

        ทั้งสามยังคงนิ่งอึ้งกันอยู่ด้วยอารมณ์ที่แตกต่างกันออกไป แต่แล้วก็เป็นโอมที่ได้สติก่อนเพื่อน 

 

“ ใครน่ะ กุลสตรีหรือ ” เด็กหนุ่มมาดเซอร์กล่าวถามปลายสายแบบรัวเร็วด้วยความร้อนใจ 

 

“ ซ่าๆ………” เสียงสัญญาณที่ปลายสายดังซ่ายาวอย่างปราศจากความหมาย เหมือนกับว่าสัญญาณที่ปลายสายจะถูกตัดไป และในจังหวะที่ทั้งสามหนุ่มกำลังรอดูผลที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างใจจดใจจ่อ ก็บังเกิดเสียงกรีดร้องที่ดังออกมาจากสปีกเกอร์ของโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นอย่างรุนแรง 

 

“ กรี๊ดๆ……..” 

 

“ เฮ้ย! ” ทั้งสามหนุ่มผวาขึ้นมาและยกมือขึ้นอุดหูพร้อมๆกันโดยไม่ได้นัดหมาย เนื่องจากเสียงกรีดร้องดังกล่าวทั้งแหลมเล็กและเสียดแทงทั้งจิตใจและร่างกายจนเกินที่มนุษย์ธรรมดาอย่างพวกเขาจะรับไหว 

           

 

       ทว่าสิ่งแปลกประหลาดพิสดารยังไม่จบสิ้นแต่เพียงเท่านั้น วินาทีต่อมาแสงไฟบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของนายนพพลก็ดับไปอย่างฉับพลัน ทำเอาผู้จัดการหนุ่มถึงกลับผวาเฮือกด้วยความตกใจ 

 

“ เอ๊ะ! นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมจู่ๆโทรศัพท์ขอชั้นถึงดับไปอย่างนั้น นี่ชั้นเพิ่งซื้อมาได้ไม่ถึงเดือนเลยนะนี่ ” นายนพพลอุทานดัง 

        

 

       สารวัตรสิงห์ฉวยโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นออกจากมือของผู้จัดการหนุ่ม จากนั้นเขาก็ตั้งหน้าตั้งตากดนิ้วลงบนหน้าจอทัชสกรีนเพื่อเปิดการทำงานของเครื่อง แต่หน้าจอของโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นก็ยังคงดำสนิทชนิดไร้ปฏิกิริยาโต้ตอบใดๆอยู่ตามเดิม 

 

“ บ้าน่า ทำไมมันไม่ติดกันนะ อาการคล้ายกับแบตเสียเลย ” สารวัตรหนุ่มพยายามกดปุ่มเปิดปิดบนตัวโทรศัพท์อย่างบ้าคลั่ง แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่อาจทำให้โทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นติดขึ้นมา 

          

 

        โอมซึ่งยืนดูเหตุการณ์อยู่ตลอดเริ่มมีสีหน้าที่เคร่งเครียด เพราะคราวนี้เขาน่าจะถึงทางตันอย่างแท้จริงแล้ว นับได้ว่าน่าเสียดายมาก เขาสามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆนาๆมาจนถึงหอพักของเหยื่อรายสุดท้าย แต่กลับไม่อาจเข้าถึงตัวของมาริณีได้ สาเหตุเพราะไม่รู้ว่าเธอคนนั้นนั้นพักอาศัยอยู่ที่ห้องไหน ส่วนทางด้านสารวัตรหนุ่ม เขาก็ยังคงเพียรพยายามที่จะทำให้โทรศัพท์เครื่องนั้นติดอย่างเอาเป็นเอาตายด้วยโทรศัพท์เครื่องนี้คือความหวังเพียงหนึ่งเดียวในการเข้าถึงตัวของเหยื่อสาว 

           

 

       แต่ในขณะที่โอมและสารวัตรสิงห์กำลังหัวปั่นกับโทรศัพท์มือถือเจ้ากรรมอยู่นั้นเอง นายนพพลก็กล่าวขึ้นมาช้าๆด้วยอาการไตร่ตรอง 

 

“ เอ๊ะ เดี๋ยวนะ ถ้าเราอยากรู้ว่ามาริณีอยู่ห้องไหน ทำไมเราไม่ถามเจ้าของหอพักล่ะ ” 

 

“ ปัดโธ่ ดึกป่านนี้แล้ว ใครจะมาอยู่ให้นายถามเล่า งี่เง่าชะมัด ” สารวัตรสิงห์สบถด่า มือทั้งสองก็ยังคงขลุกอยู่กับโทรศัพท์มือถือราคาแพงอยู่อย่างไม่วางวาย 

 

“ อ้าว แล้วนั่นไม่ใช่ห้องพักของเจ้าของหอหรอกหรือ ” นายนพพลยังคงไม่เลิกราที่จะเสนอไอเดียนี้ เขายกมือขึ้นชี้ไปยังห้องพักเล็กที่อยู่ทางด้านขวามือซึ่งมีป้ายสีขาวที่ทำจากกระดาษ A 4 มีข้อความระบุว่า……ห้องพักเจ้าของหอ 

 

“ เยี่ยมไปเลย คุณนพพล ตาไวมาก เรารีบเคาะประตูเรียกเจ้าของหอกันเถอะ ” โอมเป็นคนแรกที่ยิ้มขึ้นมาได้ ในใจนึกขบคิด….บางทีคุณนพพลก็มีประโยชน์เหมือนกันนะ 

        

 

       โอมตรงเข้าไปเคาะประตูอย่างรวดเร็วเพราะลองถ้ามีร่องรอยของกุลสตรีปรากฏให้เห็นถึงขนาดนี้แล้ว ย่อมแสดงว่าพวกเขาน่าจะแทบไม่เหลือเวลาที่จะช่วยเหลือเหยื่อรายสุดท้ายเท่าไรนัก 

 

“ ก๊อก ก๊อก ก๊อก ” 

 

“ ขอโทษครับ รบกวนสอบถามหน่อยครับ ” โอมร้องบอกด้วยเสียงที่ค่อนข้างดัง 

           

 

       ทว่ากลับมีแต่ความเงียบที่ตอบกลับมา มันทำให้โอมรู้สึกร้อนใจมากยิ่งขึ้นเพราะเขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าชายเจ้าของหอพักจะยังคงพำนักอยู่ในห้องนี้หรือไม่ แต่ถึงกระนั้นโอมยังไม่ตัดใจ เขาเริ่มเคาะห้องพร้อมร้องเรียกอีกครั้งด้วยเสียงที่ดังขึ้น 

 

“ ก๊อก ก๊อก ก๊อก ” 

 

“ ขอโทษครับ มีใครอยู่บ้างมั้ยครับ ผมมีเรื่องด่วนที่อยากรบกวนสอบถามครับ ” 

           

 

        ทุกการกระทำของโอมอยู่ในสายตาของสารวัตรหนุ่ม มันทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดในใจเพราะเด็กหนุ่มมาดเซอร์ดูสุภาพเกินไป ในสภาวะวิกฤติเช่นนี้ความเร็วในการทำงานย่อมสำคัญกว่ามารยาท หลังจากที่เขาทนดูอยู่ระยะหนึ่ง เขาจึงรีบรุดไปที่ประตูห้องเจ้าของหอพร้อมดันกายเด็กหนุ่มให้ออกห่างไป 

 

“ หลบไปก่อนโอม เดี๋ยวชั้นจัดการตรงนี้เอง ” สารวัตรหนุ่มกล่าวกับโอมเร็วจี๋ แม้ว่าโอมจะดูงงๆกับการกระทำของสารวัตรหนุ่มแต่เขาก็ยอมถอยออกมาแต่โดยดี  

           

 

        สารวัตรหนุ่มสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆอยู่หลายครั้ง หลังจากนั้นเขาก็ลงมือทุบประตูไม้อย่างรุนแรงพร้อมร้องตะโกนจนสุดเสียงด้วยอาการเกรี้ยวกราด 

 

“ ปัง ปัง ปัง ” 

 

“ เฮ้ย เปิดประตูเดี๋ยวนี้ นี่คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถ้าไม่เปิด ผมจะพังประตูเข้าไปนะ ” 

          

 

       เสียงตะโกนของสารวัตรหนุ่มดังกังวานไกลสมกับเป็นกระแสเสียงของชายฉกรรจ์ร่างสูงใหญ่ เมื่อนำมามาบวกกับเสียงทุบประตูที่รุนแรงจนแทบจะทำให้ประตูไม้พังคามือ มันย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะใครในห้องจะยังคงนอนหลับอยู่ได้ ดังนั้นในขณะที่นายตำรวจจะทำการทุบประตูเป็นครั้งที่สอง ประตูบานนั้นก็แง้มเปิดขึ้นมาเพียงน้อยนิดโดยยังมีโซ่เหล็กเล็กๆคล้องอยู่ภายในอันบ่งบอกถึงความระมัดระวังตัวของเจ้าของห้องได้เป็นอย่างดี และในวินาทีต่อมาก็ปรากฏกายกายของคนผู้ดูแลหอพักแห่งนี้ เขาเป็นชายวัยกลางคนร่างเล็กที่ศีรษะเริ่มล้าน 

 

“ เอ่อ…..คะ…คุณเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงหรือครับ ” ชายหัวล้านวัยกลางคนกล่าวตอบกลับมาอย่างช้าๆหลังชำเลืองมองสารวัตรหนุ่มอยู่หนึ่งอึดใจ 

 

“ ใช่ครับ ผมคือสารวัตรสิงห์ประจำอยู่ที่…….วันนี้ผมมีเรื่องเร่งด่วนที่จะมาขอความช่วยเหลือจากคุณ ” สารวัตรหนุ่มรีบแจงเหตุที่ต้องมาทุบประตูเรียกกลางดึกอย่างรวดเร็ว โดยมีนายนพพลกับโอมยืนลุ้นอยู่ที่ด้านหลัง 

          

 

       ชายวัยกลางคนหัวล้านเหลือบมองทั้งโอมและนายนพพล หลังจากที่ดูเสร็จ ชายวัยกลางคนก็รู้สึกมึนงงหนักกว่าเดิม เพราะสภาพของโอมและนายนพพลดูไม่เหมือนกับตำรวจนอกเครื่องแบบเลยแม้แต่น้อย 

 

“ เอ…..เจ้าคนตัวสูงใหญ่ที่มาตะโกนเรียกเราก็ดูคลับคล้ายกับตำรวจอยู่บ้าง แต่เด็กหนุ่มข้างหลังดูยังไงก็เด็กมหาลัยหรือไม่ก็เด็ก ม.ปลาย ชัดๆ ส่วนนายคนร่างสูงที่ยืนอยู่ด้านหลังนั่นก็ดูอ้อนแอ้นและสำอางเกินกว่าที่จะเป็นตำรวจ ถ้าบอกว่าเป็นนักธุรกิจหรือนายธนาคารยังน่าเชื่อมากกว่า หรือจริงๆเจ้าคนร่างสูงนายนี้มันจะไม่ใช่ตำรวจนะ จะว่าไปแล้วถ้าบอกว่าหมอนี่เป็นพวกนักเลงก็น่าเชื่ออยู่เหมือนกัน หน่วยก้านรูปทรงของมันให้เอามากๆเลยนะเนี่ย ” ชายแก่หัวล้านนิ่งตรึกตรองในใจด้วยความหวาดระแวง 

          

 

       สารวัตรหนุ่มเห็นชายเจ้าของหอนิ่งไป เขาก็รีบไถ่ถามขึ้นมาอย่างรวดเร็วเพราะพวกเขาแทบไม่เหลือเวลาเหลือให้เสียอีกต่อไปแล้ว 

 

“ ผมอยากขอเลขที่ห้องของผู้หญิงที่ชื่อ…..มาริณี เร็วๆหน่อยนะครับเพราะเรื่องนี้เกี่ยวพันถึงชีวิต ” 

          

 

       ชายแก่หัวล้านยังชำเลืองมองสารวัตรหนุ่มกับพรรคพวกผู้มาเยือนผ่านช่องประตูมี่เล็กแคบอยู่ต่อไป ประกายตาของเขาส่อแววเคลือบแคลงใจออกมาอย่างชัดเจน และหลังจากชายแก่หัวล้านนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เริ่มถามกลับด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา 

 

“ เอ่อ ขอโทษนะครับ ตกลงคุณเป็นตำรวจจริงหรือครับ ถ้าจริงคุณหลักฐานอะไรมายืนยัน ” 

 

“ โธ่เว้ย ตาคนนี้มันขี้ระแวงซะจริงๆ เวลายิ่งไม่ค่อยมีซะด้วยสิ ” สารวัตรหนุ่มนึกโวยวายอยู่ในใจ เขาขมวดคิ้วพร้อมกล่าวตอบกลับไปอย่างสงบด้วยหัวจิตหัวใจที่พยายามจะเย็น 

 

“ เฮ้อ….เอางี้มั้ย ถ้าคุณยังไม่เชื่อ เดี๋ยวผมจะหยิบตราตำรวจออกมาให้ดู ”  

          

 

       สารวัตรหนุ่มพูดจบ เขาก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบตราตำรวจขึ้นมาให้ชายวัยกลางคนดู แต่เขากลับพบแต่ความว่างเปล่าเพียงเท่านั้นเนื่องจากเขาดันลืมตราประจำตัวไว้ที่รถปิกอัพของตนเอง 

 

“ เอ่อ……ว่าไงครับ ไหนล่ะ ตราประจำตัว ” ชายหัวล้านเจ้าของหอทวงถามเมื่อเห็นสีหน้าที่ซีดเผือดของสารวัตรหนุ่ม     

 

“ เอ่อ…อ่า……อือ….พอดี ผมลืมตราไว้ที่รถน่ะ เอ่อแต่ผมเป็นตำรวจจริงๆนะ เชื่อผมเถอะ ” สารวัตรหนุ่มตอบตะกุกตะกักอันทำให้ชายเจ้าของหอเกิดความระแวงมากขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว 

          

 

       โอมพิจารณาดูจากสีหน้าท่าทางของเจ้าของหอ เขาก็รู้ได้ทันทีว่างานนี้เหลวแน่ เขาจึงเอามือกุมขมับและพยายามขบคิดอย่างหนักหน่วงเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น ส่วนนายนพพลก็ได้แต่ยิ้มเยาะน้อยๆที่เห็นนายตำรวจคู่อริเลินเล่ออย่างที่ไม่ควรจะเป็น    

 

“ ถ้าไม่มีอะไรมาแสดงให้ผมเห็นว่าคุณเป็นตำรวจ ผมคงให้เลขที่ห้องของคุณมาริณีไม่ได้หรอก นอกจากนี้ผมคงต้องขอให้คุณออกจากหอของผมด้วยเพราะนี่มันยามวิกาลแล้ว หอเราไม่ต้อนรับคนแปลกหน้าในเวลานี้ ” ชายเจ้าของหอเริ่มเสียงแข็ง สีหน้าเหี่ยวและซูบผอมดูขมึงตึงด้วยอารมณ์ที่เริ่มขุ่นมัว 

 

“ เดี๋ยวซิครับ ผมเป็นตำรวจจริงๆนะ และตอนนี้พวกผมก็ไม่มีเวลาที่จะเสียอีกแล้วด้วย โปรดบอกผมเถอะว่าผู้หญิงที่ชื่อ…มาริณี อยู่ที่ห้องไหน ” สารวัตรสิงห์ยังคงเว้าวอนไม่เลิกราเพราะเรื่องที่อยู่เบื้องหน้ามีความสำคัญจนเกินกว่าที่จะถอยแต่เพียงเท่านี้ 

 

“ ไม่ ยังไงซะคุณก็ต้องไปเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นผมเรียกตำรวจจริงๆนะ ” ชายเจ้าของหอกล่าวตัดบทด้วยเสียงที่ฟังดูเฉียบขาดแต่ถ้าฟังให้ดีก็เหมือนว่ากระแสเสียงเขาจะสั่นอยู่นิดๆคล้ายคนที่กำลังมีความกลัวซุกซ่อนอยู่ในจิตใจ 

           

 

        ทันทีที่ชายเจ้าของหอพูดจบ สารวัตรหนุ่มผู้เลือดร้อนก็ตัดสินใจที่จะใช้มาตรการที่เด็ดขาดด้วยการกระแทกประตูเข้าไปเต็มแรงด้วยไหล่แกร่งๆของเขา 

 

“ โครม ” 

           

 

       ประตูไม้อันบางเบาหลุดออกในทันทีพร้อมเสียงดังกัมปนาทที่สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งหอแต่ก็หาได้มีใครชะเง้อเมียงมองมายังจุดเกิดเหตุเลยแม้แต่คนเดียว ราวกับว่าทั่วทั้งหอมีแค่พวกเขาหลงเหลืออยู่เพียงกลุ่มเดียวเท่านั้น 

 

“ เหวอๆ…..อย่าเข้ามานะ ผมจะเรียกตำรวจนะ ” ชายเจ้าของหอถอยกรูดไปติดผนังห้องชั้นในสุด ปากก็ยกเอาตำรวจมาร้องขู่  ซึ่งนั่นก็ทำให้สารวัตรสิงห์กึ่งฉิวกึ่งขำอยู่กลายๆที่ถูกยกเอาตำรวจมาขู่ ทั้งๆที่ตัวเขาเองก็เป็นตำรวจ ทว่าส่วนลึกภายในใจสารวัตรหนุ่มกลับนึกกังวลอยู่นิดๆ 

 

“ เฮ้อๆ….หลังจบเรื่อง รับรองว่าตูโดนลงโทษทางวินัยแน่ๆ วันหลังจะไม่มาช่วยไอ้บ้าโอมอีกต่อไปแล้ว เจ้าหมอนี่มันตัวซวยชัดๆ ” 

         

 

       ส่วนโอมเองก็รู้สึกทึ่งเล็กน้อยกับความบ้าบิ่นของสารวัตรมือปราบจอมมุทะลุ แน่นอนว่านายนพพลก็รู้สึกโล่งอกเช่นกันที่เขายอมให้ความร่วมมือแต่เนิ่นๆ ด้วยถ้าพิจารณาจากพละกำลังของสารวัตรหนุ่ม ทำให้เขารู้เลยว่าใครก็ตามที่ขัดขืนชายผู้นี้ย่อมจะต้องจบลงที่ศพไม่สวยเป็นแน่แท้ 

 

“ เอาล่ะครับ ผมไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้ ตอนนี้ผมขอบังคับคุณให้ส่งเลขห้องของมาริณีมาก่อน หลังจบเรื่องผมจะหยิบตราประจำตัวมาให้คุณดู ” สารวัตรหนุ่มพูดจบ เขาก็ชักปืนบาเร็ตต้าขนาด 9 มม.อันเป็นอาวุธประจำกายขึ้นมาสำรวจดู ท่าทีที่คล้ายจะเป็นการข่มขู่เช่นนั้นยิ่งทำให้ชายเจ้าของหอรู้สึกหวาดกลัวหนักกว่าเดิมเพราะปากกระบอกที่ดำมะเมื่อมของปืนที่อยู่ในมือของสารวัตรเปรียบประดุจดังมัจจุราชที่สามารถล้างผลาญสังหารชีวิตเขาได้ในชั่วเวลาพริบตาที่มันพุ่งพ่นกระสุนคมๆใส่กระบาลของตัวเขาเอง

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalandoนักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณอ่านเรื่องนี้แล้วฟินมากแค่ไหน

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา