โอม ตอนที่ 1 แรงอาฆาต

9.3

เขียนโดย Jalando

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 10.48 น.

  69 บท
  14 วิจารณ์
  4,173 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561 19.32 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

61) เหตุการณ์ในวันนัั้น

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

บทที่ 61 เหตุการณ์ในวันนั้น

 

 

“ อะ….เอ่อ……อ่า….ผมบอกก็ได้ครับ ตะ….แต่คุณยะ…..อย่าทะ…ทำอะไรผมนะ ” ชายเจ้าของหอกล่าวตอบเสียงสั่นๆ สองตาที่สั่นไหวด้วยความหวาดกลัวของเขาจับจ้องมองมาที่ปากกระบอกปืนขนาด 9 มม.แบบไม่วางตา

 

“ อ้าว แล้วผมจะไปทำอะไรคุณได้เล่า ผมเป็นตำรวจ ไม่ใช่โจร ผมแค่ขอความร่วมมือจากคุณนิดหน่อยเท่านั้นเอง เอาล่ะรบกวนบอกผมมาเดี๋ยวนี้เลยเพราะถ้าช้าไปมากกว่านี้ ผู้หญิงที่ชื่อมาริณีไม่รอดแน่ๆ ” นายตำรวจตอบกลับอย่างรวดเร็วด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน (ทั้งที่บอกว่าไม่ขู่) ทำให้ชายเจ้าของหอเกิดอาการขวัญหนีดีฝ่อจนแทบจะจำชื่อตัวเองไม่ได้

 

“ โอเคครับ ซะๆ….ซักครู่นะ…นะครับ ” คราวนี้ชายเจ้าของหอพักกลับยอมแต่โดยดี ซึ่งถ้าใครที่ต้องผจญกับอาการคุกคามแบบนี้ก็ควรจะยอมกันแทบทุกคน

       

 

        ในระหว่างที่ชายเจ้าของหอกำลังง่วนอยู่กับสมุดบัญชีรายชื่อผู้เช่าพักซึ่งวางอยู่ที่โต๊ะทำงาน สารวัตรสิงห์ก็แอบหันกลับไปยิ้มน้อยๆที่มุมปากให้กับโอมเป็นนัยจะคุยโม้โอ้อวดว่า……เห็นฝีมือหรือยังเล่า

        

 

        เด็กหนุ่มมาดเซอร์ยิ้มตอบในทันที แม้ว่าเขาจะรู้สึกว่าวิธีการของสารวัตรหนุ่มผู้นี้จะรุนแรงและป่าเถื่อนไปนิด แต่เขาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเพราะวิธีการดังกล่าว มันถึงทำให้พวกเขาเดินต่อไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็วจนเขาคาดไม่ และเด็กหนุ่มยังอดคิดไม่ได้ว่าถ้าเขาไม่มีสารวัตรหนุ่มนายนี้คอยให้การช่วยเหลือ เขาจะมาถึงขั้นนี้ได้มั้ย

       

 

       ชายเจ้าของหอพักทำการค้นหารายชื่อในบัญชีผู้เข้าพักอยู่ครู่ใหญ่ เขาจึงร้องบอกเสียงดัง

 

“ โอ้ เจอแล้วครับ รู้สึกว่าเธอคนนี้จะชื่อว่า….มาริณี ธาราทิพย์ ใช่มั้ยครับ ”

 

“ ครับ ใช่แล้ว เธออยู่ที่ห้องไหนครับ ” โอมถามต่ออย่างรวดเร็ว

 

“ เอ่อ….เธออยู่ที่ห้อง 510 ซึ่งอยู่ชั้นบนสุด ห้องสุดท้ายครับ ” ชายเจ้าของหอแจงข้อมูลโดยละเอียด

 

“ ขอบคุณครับ ไปกันเถอะ พี่สิงห์ คุณนพพล ” โอมกล่าวขอบคุณแล้วรีบรุดออกจากห้องส่วนตัวของชายเจ้าของหอในทันทีโดยมีสารวัตรหนุ่มวิ่งตามมาติดๆ ทั้งสองดูรีบร้อนมากเกินไปจนไม่ได้ยินเสียงบ่นที่ออกจากปากของผู้จัดการหนุ่มร่างสูง

 

“ เฮ้ ช้าๆหน่อยสิพวก ชั้นเพิ่งสร่างเมานะโว้ย ”

 

………………………

 

10 นาทีที่แล้ว

        วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ผ่านไปของเลขาสาวร่างเล็กผู้มีนามว่า…..มาริณี ธาราทิพย์

        

 

        โดยปกติแล้ว เธอค่อนข้างที่จะเหนื่อยและเบื่อหน่ายในทุกๆวันที่เธอต้องไปทำงาน ด้วยตำแหน่งของเธอเป็นอะไรที่ค่อนข้างจุกจิก วุ่นวายแถมยังเป็นที่รองรับความเครียดของบุคคลซึ่งมีตำแหน่งสูงกว่าได้โดยง่าย ทำไงได้ก็เพราะตำแหน่งเลขาประจำตัวมันเป็นตำแหน่งที่คุณต้องคอยจัดตารางการทำงานและทุกสิ่งที่ละเอียดยิบย่อยให้กับผู้อื่นนี่นา ถ้าเกิดมีการผิดพลาดแม้เพียงน้อยนิด เธอก็ต้องเป็นด่านแรกที่ต้องโดนตำหนิเสมอ นี่ยังไม่นับการผจญกับการหลีไม่เลือกเวลาและสถานที่ของนายนพพล ผู้จัดการหนุ่มของบริษัท เธอสาบานได้เลยว่าเธอไม่เคยพบใครที่น่ารังเกียจเท่ากับผู้จัดการหนุ่มคนนี้อีกแล้ว ข้อดีของคนผู้นี้มีเพียงหนึ่งเดียวคือ….หล่อ นอกนั้นเลวร้ายยิ่งกว่าพวกชิงสุนัขเกิด

         

 

        มาริณีพาร่างเล็กเพรียวก้าวเดินเข้ามาในห้องเลขที่ 510 อย่างแผ่วเบา เธอดูเหนื่อยอ่อน อันที่จริงแล้วเธอดูเหนื่อยอ่อนกว่าเคยอีกหลายเท่าตัวเพราะในวันนี้เธอไม่ได้เจอเพียงแค่อุปสรรคประจำวันเหมือนที่เธอเคยเจอ แต่เธอได้พบกับเด็กหนุ่มประหลาดคนหนึ่ง รู้สึกว่าเขาจะชื่อว่า….โอม

        

 

        ใช่ว่านายโอมผู้นี้จะเป็นพวกบ้าผู้หญิง ตามตื๊อไม่เลิกรา หรือปากว่ามือถึงอย่างนายนพพล แท้จริงเด็กหนุ่มผู้นี้เป็นพวกเซอร์ๆ แต่งตัวเรียบง่าย ดูสนุกสนานเป็นกันเอง แต่ลึกๆในจิตใจ เธอกลับรู้สึกว่าเด็กหนุ่มผู้นี้กลับมีอะไรที่น่ากังวลมากกว่านายนพพลหลายเท่าตัว เพราะเธอรู้สึกได้ถึงความแหลมคมที่ซุกซ่อนอยู่หลังความเรียบง่ายของนายโอม ไหนจะดวงตากลมโตที่ลึกซึ้งภายใต้แว่นตาทรงกลมอีกล่ะ มันแทบทำให้เธอรู้สึกขนลุกและหวาดเกรงว่าจะถูกฉกฉวยความลับในใจของเธอทุกครั้งในยามที่ดวงตานั้นจับจ้องมองมาที่เธอ

       

 

        แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในวันนี้กลับไม่ใช่ความเฉียบคมของโอม แต่เป็นการปรากฏตัวของจิตหรา เธอยอมรับว่าแท้จริงหญิงสาวคนนี้ไม่ได้เป็นคนน่ากลัวอะไรนัก ตรงกันข้ามเธอกลับดูอ่อนโยนและใจดี แถมยังเป็นคนที่สวยน่ารัก อบอุ่นจนชวนให้ผู้คนอยากเข้าไปใกล้ แต่สิ่งที่ทำให้มาริณีนึกกลัวจริงๆก็คือ….การที่เธอต้องบังเอิญไปล่วงรู้ความลับอันดำมืดระหว่างจิตหราและกุลสตรีเสียมากกว่า

 

……………………….

         

        เธอจดจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ดี ห้วงเวลานั้นเธอนั่งเตรียมงานอยู่ที่โต๊ะทำงานประจำตัวของตนเองอยู่จนดึกดื่น เพราะวันพรุ่งนี้จะมีการประชุมใหญ่ของเจ้าหน้าที่ระดับสูง มันจึงไม่ควรมีอะไรที่ผิดพลาด ในระหว่างที่เธอกำลังทำงานอยู่อย่างขะมักเขม้น ทันใดนั้นเองเธอก็ได้ยินเสียงแหลมใสที่แผดออกมาอย่างรุนแรง

 

“ ทำไมพี่ถึงทิ้งหนูไป หนูไม่ยอมให้มันจบแบบนี้หรอกนะ ”

         

 

        หลังสิ้นเสียงนั้น มาริณีก็หยุดชะงักจากทุกสิ่งอย่างที่ทำอย่างฉับพลัน สิ่งแรกที่เธอรู้สึกคือความหวาดกลัว เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมาบอกให้เธอรู้ว่านั่นคือการทะเลาะกันอย่างแน่นอน

         

 

        ความคิดแรกของเธอสั่งให้เธอเลิกทำงานและเก็บของกลับบ้าน แต่ไม่รู้ผีห่าซาตานตนใดเข้าสิง มันจึงทำให้เธอกระทำในสิ่งที่ขัดต่ออุปนิสัยส่วนตัวของตนเองอย่างรุนแรง นั่นก็….การแอบย่องไปสอใส่เกือก

 

“ ไหนๆก็ไหนๆ แอบย่องไปฟังซักหน่อยดีกว่า ” มาริณีนึกในใจ

         

 

       ทุกย่างก้าวที่เธอสาวเข้าไปหาจุดเหตุ ยิ่งทำให้หัวใจของเธอเต้นระทึกมากขึ้นเรื่อยๆ นับได้ว่านี่คือความตื่นเต้นเพียงไม่กี่อย่างในชีวิตที่แสนน่าเบื่อหน่ายของเธอ และทุกก้าวที่เธอเข้าใกล้มากขึ้น เธอก็มักจะได้ยินเสียงตวาดร้องอย่างกราดเกรี้ยวของหญิงสาวนางหนึ่ง ซึ่งเธอจับกระแสได้อย่างชัดเจนว่ามันเป็นเสียงที่มาจากคนเพียงคนเดียวคล้ายว่าเธอผู้นั้นกำลังจะทะเลาะกับตัวเอง

        

 

        ไม่นานมาริณีก็ย่องมาถึงระยะที่สามารถเห็นคู่กรณีซึ่งกำลังวิวาทได้ถนัดตา คู่กรณีเป็นหญิงสาวร่างสูงโปร่งจำนวนสองคน ทั้งสองกำลังยืนประจันหน้ากันอยู่ที่หน้าห้องน้ำที่ร้างราผู้คนเนื่องจากในยามนี้ล่วงเข้าสู่เวลา…..สี่ทุ่มตรงแล้ว

         

 

         เธอจดจำได้ดีว่าหนึ่งในสองคนนั้นคือทนายสาวแสนสวยประจำบริษัทผู้มีนามว่า…..จิตหรา ส่วนอีกนาง เธอเห็นได้ไม่ชัดเจนนักเนื่องจากเธอผู้นั้นยังคงหันหลังให้กับมาริณีอยู่ มิหนำซ้ำระยะที่มาริณีแอบมองอยู่ก็ค่อนข้างที่จะห่างจากทั้งสองอยู่พอสมควร แล้วไหนจะความใหญ่ของเสาปูนซึ่งเป็นที่พรางกายของเธออีกล่ะ ทุกสิ่งล้วนแล้วแต่มีผลต่อทัศนวิสัยของเธอเป็นอย่างยิ่ง

          

 

        มาริณีเฝ้ามองอยู่ครู่ใหญ่ เธอเห็นว่าคนที่เป็นฝ่ายพูดซะเป็นส่วนใหญ่นั้นคือสาวปริศนาที่หันหลังให้กับเธอ ส่วนทางด้านจิตหรา เธอเพียงแต่ตอบกลับด้วยอาการสำนึกผิดอย่างแผ่วเบา เบาเสียจนเธอแทบไม่ได้ยินว่าเจ้าหล่อนพูดอะไร

        

 

        มาริณีเพียรพยายามที่จะแอบฟังมากขึ้นด้วยการย่องเข้าไปใกล้ยิ่งขึ้น จนในที่สุดเธอก็เข้าไปซุกตัวอยู่ที่หลังโต๊ะทำงานตัวหนึ่งที่อยู่ห่างจากคู่กรณีเพียงแค่ห้าเมตร มันเลยทำให้เธอได้ยินบทสนทนาได้อย่างชัดเจน

 

“ พี่ตอบมาไม่ชัดเจน หนูถามว่าทำไมพี่ต้องทิ้งหนูไป ” หญิงสาวคนที่หันหลังให้กล่าวต่อจิตหราด้วยอาการเกรี้ยวกราด

 

“ เอ่อ….พี่ๆ…พี่ขอโทษ ” จิตหราก้มหน้านิ่งและกล่าวตอบเสียงสั่นเครือ

 

“ ไม่ๆ…แค่ขอโทษยังไม่พอ พี่ยังไม่ได้บอกหนูเลยว่าทำไมพี่ถึงทิ้งหนูไป บอกมาเดี๋ยวนี้นะ ” สาวน้อยผู้หันหลังตวาดลั่นพร้อมกับง้างมือขวาตบเข้าไปที่หน้าของจิตหราเต็มแรง

 

“ เพียะ ”

        

 

        ใบหน้าเนียนใสของจิตหราสะบัดไปตามแรงตบของหญิงสาวนางนั้นในทันที ส่วนทางด้านมาริณีก็เกือบจะอุทานดังออกมาด้วยความตกใจที่เห็นฉากบู๊ซึ่งหน้า ดีที่เธอยกมือขวาของเธอขึ้นมาปิดปากได้ทันท่วงที

       

 

        แม้จะเป็นการทำร้ายร่างกายกันแบบเห็นๆ แต่จิตหราก็หาได้โต้ตอบกลับแต่ประการใด เธอยังคงก้มหน้านิ่งและกล่าวขอโทษอย่างแผ่วเบา

 

“ พี่ขอโทษ ”

       

 

        ทว่าสิ่งเลวร้ายที่กำลังจะเกิดยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ อึดใจต่อมาหญิงสาวที่หันหลังก็ส่งเสียงกรีดร้องที่เสียดแทงจิตใจออกมาอย่างรุนแรงจนทำให้มาริณีเกือบจะต้องกรีดร้องตอบเพราะทานทนกับแรงกดดันจากเสียงปีศาจนั้นไม่ได้

 

“ กรี๊ดๆ…….ยัยบ้า ยัยตัวทุเรศ ชั้นถามแก ทำไมแกไม่ตอบชั้นหา ตกลงแล้ว แกทิ้งชั้นไปทำไม บอกมาเดี๋ยวนี้นะ ถ้าแกยังไม่อยากตาย ”

        

 

       หญิงสาวที่หันหลังกล่าวจบ เธอก็รีบรุดเข้ามาบีบคอเรียวงามของจิตหราอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าคราวนี้จิตหราคงต้องทำการดิ้นรนขัดขืนเพราะไม่ว่าจะเป็นคนที่แสนดีขนาดไหน ย่อมไม่มีทางที่จะปล่อยให้ใครมาสังหารผลาญชีวิตของตนเองได้โดยง่าย

 

“ ปล่อยนะ อย่าทำแบบนี้นะ กุลสตรี พี่ไม่อยากสู้กับเธอ ” จิตหรากล่าวโต้ตอบพร้อมออกแรงดิ้นรนขัดขืนเป็นครั้งแรก และจากการโต้ตอบในครั้งนี้ทำให้มาริณีรู้ได้ในทันทีว่าหญิงสาวคนที่หันหลังให้กับเธอก็คือ….กุลสตรี

 

“ ว้าย ยัยคนบ้าคลั่งนั่นคือ…กุลสตรี ยัยจอมหยิ่งที่โคตรจะเก่งเองหรอกรึ แปลกมาก ปกติยัยนี่ติดจิตหราจะตายไป ทำไมอยู่ๆถึงมาทำร้ายกันแบบนี้ ” มาริณีอุทานเบาๆในใจ สองตาจับจ้องมองการต่อสู้ของหญิงสาวร่างบางทั้งสองแบบไม่วางตา

 

“ ไม่ ปล่อยนะ สงบสติอารมณ์ตัวเองไว้ กุลสตรี ” จิตหราพยายามร้องห้าม

 

“ ไม่ปล่อย ชั้นจะฆ่าแก ยัยจิตหรา ยัยคนขี้โกง หักหลัง ” กุลสตรียังแผดเสียงใส่พร้อมพยายามที่จะเข้าไปบีบคอ ตบ ข่วนใส่จิตหราอย่างบ้าคลั่ง

         

 

       ด้วยเหตุนี้มันจึงทำให้จิตหราไม่มีทางเลือกที่จะโต้ตอบด้วยการใช้มือขวาตบเข้าไปที่แก้มใสๆของกุลสตรีเต็มแรงจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วออฟฟิศที่ร้างราผู้คน

 

“ เพียะ ”

        

 

       ดูเหมือนว่าการตบในครั้งนี้จะมีกำลังมากกว่าครั้งที่กุลสตรีตบมากมาย เนื่องจากจิตหราจัดเป็นสาวนักกีฬาที่มักเข้าฟิตเนสเป็นประจำ เธอเลยมีพละกำลังที่เหนือกว่าหญิงสาวทั่วไป ด้วยความแรงในการสะบัดตบของจิตหราเป็นผลให้กุลสตรีถึงกลับทรุดกายลงไปนั่งพับเพียบกับพื้นในทันที

 

“ ว้าว จิตหรานี่ก็แรงใช่ย่อยแฮะ ชักมันแล้วสิ ” มาริณีรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที อารมณ์ประมาณว่าสะใจที่เห็นนางเอกในละครทีวีเป็นฝ่ายเอาคืนบ้าง

       

 

       ทันทีที่กุลสตรีโดนตบเข้าไปเต็มเปา เธอก็นิ่งเงียบไปอึดใจ จากนั้นเธอก็ยกสองมือขึ้นปิดหน้าพร้อมเริ่มร่ำไห้อย่างน่าเวทนา

 

“ ฮือๆ…..พะ…พี่จิตหราตบชั้น ”

       

 

       ใบหน้างามของจิตหราสลดลงอย่างเห็นได้ชัด อันที่จริงแม้กระทั่งมาริณียังอดไม่ได้ที่จะสงสารกุลสตรี ทั้งที่เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา นางยังร้ายและแรงในระดับที่ใกล้เคียงกับตัวร้ายที่อยู่ในละครหลังข่าวอยู่เลย

 

“ อึกๆ….ฮือๆ….” กุลสตรีคงสะอึกสะอื้นสลับร้องไห้แผ่วเบาจนทำให้จิตหราอดรนทนไม่ได้ที่จะทรุดกายลงไปโอบกอดพร้อมปลอบประโลมด้วยน้ำคำที่แสนอบอุ่น

 

“ อย่าร้องนะ พี่ขอโทษที่ทำรุนแรงกับเธอ แต่พี่จำเป็นต้องหยุดเธอเพราะเธอ……”

        

 

       กุลสตรีไม่ตอบคำใดออกมา เธอถลาเข้าโอบกอดจิตหราพร้อมสะอื้นไห้จนสุดอารมณ์เพื่อระบายความเศร้า เสียใจและเปลี่ยวเหงาที่เกาะกินใจของเธอในช่วงเวลาที่ผ่านมา

 

“ อือ……..”

        

 

       แน่นอนว่าจิตหรามิได้ทำการปลอบประโลมต่อด้วยคำพูดใดๆ เธอเพียงแต่กอดตอบแนบแน่น สักพักดวงตาคู่งามก็ปรากฏน้ำตาใสๆไหลพรากลงมาเป็นสายจนถึงปลายคางที่กลมมนของเธอ

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalandoนักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณอ่านเรื่องนี้แล้วฟินมากแค่ไหน

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา