โอม ตอนที่ 1 แรงอาฆาต

9.3

เขียนโดย Jalando

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 10.48 น.

  78 บท
  14 วิจารณ์
  5,219 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561 19.32 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

7) ให้คำตอบ

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

บทที่ 7 ให้คำตอบ

 

……………………..

         

         จิตหรานอนคนเดียวลำพังในห้องรับรองแขกที่ชั้นสอง แม้สายลมจากท้องนาด้านหลังบ้านจะพัดเข้ามาสร้างความเย็นชื่นใจ แต่ตัวหญิงสาวที่นอนบนฟูกหนานิ่มกลับไม่รู้สึกง่วงเลยแม้แต่นิดเดียว เนื่องจากสภาวะที่เจอเมื่อ 2 ชั่วโมงที่แล้วมันพิลึกเกินกว่าที่คนธรรมดาจะรับได้ สร้างความตึงเครียดกับเธออย่างรุนแรง

 

" เฮ้อ จะเที่ยงคืนแล้ว ไม่ง่วงเลยแล้วคืนนี้เราจะหลับได้มั้ย "

        

 

        จิตหราพลิกไปมาบนเตียงกว้างครู่ใหญ่ท่ามกลางความมืดและความเงียบ ประสาทของเธอก็ตื่นตัวเต็มที่เมื่อโสตประสาทหูของเธอได้ยินเสียง

 

" ก้อกแก้ก เอี้ยดๆ "

 

" เสียงคล้ายๆคนกำลังเดินไปเดินมาทำอะไรซักอย่าง " หญิงสาวนิ่งคิด ใจนึกประหวั่นพรั่นพรึง

         

 

        เสียงนั่นดังๆหยุดๆ บางครั้งก็หยุดยาวถึง 10 นาที บางครั้งก็ดังต่อเนื่อง บางครั้งก็หยุดแค่ไม่กี่วินาที ช่วงเวลาที่เธอกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่ทราบว่าจะทำยังไงต่อไป เธอเกิดความรู้สึกบ้าบิ่นแบบแปลกๆ เธอรีบลุกจากที่นอนอย่างรวดเร็ว เปิดสวิตช์ไฟในห้องรับแขกพลางเหลือบตามองไปรอบๆห้อง ดวงตาคู่งามหันไปเห็นสิ่งๆหนึ่งที่เธอคิดว่าน่าจะเอามาเป็นอาวุธได้ เธอจึงรีบหยิบมันขึ้นมา หลังจากเธอฉวยอาวุธนั้นมากระชับในมือคู่งาม เธอจึงรีบรุดไปยังจุดเกิดเหตุของเสียงประหลาด

 

" เป็นไงเป็นกัน ผีหรือคนไม่สนแล้ว "

       

 

        ทันทีทีเธอก้าวออกมาจากห้อง เธอก็พบว่าโซนนั้นคือห้องโถงที่กว้างขวางขนาดนอนได้หลายสิบคน แต่ตอนนี้ห้องโถงกว้างขวางนั้นดูมืดมิดเพราะสวิตซ์ไฟทุกดวงในห้องนั้นถูกปิดสนิท สายตาของเธอเริ่มเหลือบมองไปยังจุดที่น่าจะเกิดเสียง ทันใดนั้นเองเธอก็พบกับเงาดำเงาหนึ่งที่กำลังหันหลังทำอะไรบางอย่างอยู่ตรงขอบหน้าต่าง เธอค่อยๆย่องอย่างช้าๆเข้าหาเงาดำ พอได้ระยะโจมตีเธอก็สวมวิญญาณโหด หลับหูหลับตาพุ่งเข้าหาเงาดำปริศนาอย่างเร็วและแรงพลางเงื้อแขนฟาดไอ้สิ่งที่เธอถืออยู่ในมืออัดเข้าไปแบบรัวๆชนิดไม่ยั้งมือ

 

" นี่ๆ ชั้นไม่กลัวแกหรอก นี่ๆ " หญิงสาวร้องไปฟาดไป

 

" ผั้วๆ ”

 

“ โอ๊ยๆ อย่าๆ พี่เจ็บ โอ๊ยๆ หยุดๆ พอก่อน " เสียงผั้วพลั๊กจากแรงฟาดดังพร้อมแทรกเสียงร้องโอยและเสียงห้ามของเด็กหนุ่มหน้าซื่อที่ฟังดูคุ้นหู

 

" นี่ๆ ไม่เชื่อ แกแกล้งทำเสียง โอม มาหลอกชั้นใช่มั้ย นี่แหนะๆ " เหมือนหญิงสาวกำลังมันมือและเลือดขึ้นหน้า เธอขึ้นเสียงดุดันพลางฟาดต่อแบบไม่ยั้งมือ

 

" โอ๊ยๆ ไม่ฟังกันเลย " โอมทรุดตัวลงกับพื้นตามแรงตีพร้อมสังเวยร่างกายให้หญิงสาวระบายอารมณ์อย่างเมามัน

 

" แฮ่กๆ " ตีได้พักหนึ่งจนเงาดำทรุดลงนั่งแน่นิ่งกับพื้น เธอก็ถอยฉากออกมาพร้อมเสียงหอบเหนื่อย มืองามของเธอจึงเอื้อมไปเปิดสวิตช์ไฟที่อยู่ตรงข้างฝา

        

 

        ทันทีที่ไฟสว่างขึ้นสิ่งที่เห็นตรงหน้าก็ทำให้เธอถึงกลับตะลึง งง เพราะเงาดำปริศนาที่นั่งพังพาบอยู่กับพื้นนั้นคือ เด็กหนุ่มผิวคล้ำนามว่า โอม ซึ่งตอนนี้หมดสภาพ แว่นตาทรงกลมบิดเบี้ยวเหยเก ผมสั้นรองทรงที่ปกติดูยุ่งเหยิงบัดนี้ยุ่งหนักกว่าเดิม ดวงตาเหม่อลอยๆ อ้าปากลิ้นห้อย น้ำลายไหลยืด ดูน่าสงสารกับตลกไปพร้อมๆกัน

 

" ว้าย ตายแล้ว พี่ขอโทษ " จิตหราอุทานด้วยความตกใจ พลางวิ่งเข้ามาประคองนวดเฟ้นเด็กหนุ่ม

        

 

        กว่าสิบนาที เด็กหนุ่มถึงฟื้นตัวกลับสภาพหนังหน้ามาเป็นคนได้อีกครั้ง เด็กหนุ่มเปิดปากแผ่วเบาเหมือนยังเกรงๆการเข้ารุกตะลุมบอนของหญิงสาวเมื่อครู่

 

" ดุเดือด จริงเลยนะพี่ "

 

" เออ..... พี่ขอโทษ จ๊ะ " หญิงสาวที่นั่งคุกเข่าข้างๆเด็กหนุ่ม ยกมือไหว้ขอโทษ หน้าส่อแววสำนึกผิด

        

 

          เด็กหนุ่มเหลือบมองหน้าหญิงสาวแวบนึงแล้วหันมองอาวุธที่เธอถือ ก็พบว่ามันคือ หมอนหนุนสามเหลี่ยมแนวหมอนโบราณทั่วไป

 

" ฮะๆ ดีนะที่พี่ใช้แค่ไอ้นี่เป็นอาวุธ " เด็กหนุ่มหัวเราะแห้งๆ

 

" พอดี พี่หันมาเห็นแต่ไอ้นี่น่ะ เออ...ว่าแต่เธอ มาทำอะไรมืดๆน่ะ " หญิงสาวพูดเบาๆเพราะยังรู้สึกผิดอยู่แต่ก็ไม่วายถามเด็กหนุ่มเพราะความสงสัย

 

" ผมมาตรวจประตู หน้าต่างน่ะครับ ประมาทไม่ได้ " เด็กหนุ่มตอบเรียบพลางลุกขึ้นช้าๆ มือก็จัดเสื้อแสงให้เข้าที่

 

" เธอตรวจแบบนี้ทุกคืนเลยรึ " หญิงสาวเปิดปากถามต่อ

 

" เฉพาะคืนนี้ครับ " เด็กหนุ่มตอบยิ้มๆ แต่เธอรู้สึกว่าภายใต้ใบหน้ายิ้มละไมของเด็กหนุ่มมีอะไรบางอย่างที่ตึงเครียดแฝงอยู่

 

" คืนนี้มีอะไรหรือ " หญิงสาวถามสีหน้าแฝงแวววิตกกังวล

 

" ไม่มีอะไรครับ พี่นอนเถอะ แต่ผมสัญญาได้อย่างหนึ่งว่าคืนนี้พี่ปลอดภัยแน่ ผมจะเฝ้าเวรให้พี่ทั้งคืนเลย " เด็กหนุ่มเปิดยิ้มกว้างคล้ายเด็กน้อยใสซื่อบริสุทธิ์

        

 

        หญิงสาวนิ่งอึ้งพูดอะไรไม่ออก ทั้งที่เธอพิ่งรู้จักเด็กหนุ่มคนนี้ได้ไม่กี่ชั่วโมง ทำไมเด็กหนุ่มผู้นี้กลับดีต่อเธอได้ขนาดนี้ ในใจของเธอรู้สึกปลาบปลื้มซึ้งใจยังไงบอกไม่ถูก

 

" เป็นอะไรไปพี่ ตาแดงๆ ไปนอนเถอะพี่ ทางนี้ผมจัดการเอง " เด็กหนุ่มพูดทำลายความเงียบ ทำให้หญิงสาวสะดุ้งรู้สึกตัว พยักหน้ารับคำปลกๆ

        

 

         เด็กหนุ่มยิ้มให้อีกทีแล้วเดินไปนั่งเล่นที่โซฟาหน้าทีวี ตรงมุมรับแขก หญิงสาวสะบัดศีรษะตัวเองนิดหนึ่ง หลังจากนั้นก็เดินตามมานั่งโซฟาฝั่งตรงกันข้ามของเด็กหนุ่ม

 

" พี่นอนไม่หลับน่ะ เดี๋ยวพี่นั่งเป็นเพื่อนแล้วกัน " หญิงสาวพูดเขินๆ ความรู้สึกเธอเหมือนกลับเป็นสาวรุ่นๆอีกครั้ง

 

" ครับ ผมเข้าใจดี เจออย่างนี้ใครจะนอนได้ " เด็กหนุ่มพูดเสียงอ่อนโยน

 

" แล้ว....เอ่อ " หญิงสาวเหมือนจะพูดแต่ก็ไม่พูด

 

" เรื่องที่พูดค้างเมื่อหัวค่ำรึครับ " เด็กหนุ่มดักคอด้วยหน้ายิ้ม

 

" เอ๊ะๆ! อืมๆ เออ…..ใช่ๆ " หญิงสาวผงกหน้าเล็กน้อย

      

 

        เด็กหนุ่มไม่ตอบคำถามแต่กลับลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่ตู้เย็นเพื่อหยิบจานสเตนเลสบรรจุสตอเบอรี่ 20 กว่าลูก มาวางบนโต๊ะรับแขก พลางหยิบกินอย่างเอร็ดอร่อย จริงๆแล้วออกจะมูมมามซะด้วยซ้ำ ปากก็เอ่ยเชื้อเชิญหญิงสาว

 

" เอาซิ พี่ ลองกินดู อร่อยนะจากสวนของลุงผมเลย "

 

" อืมๆ " หญิงสาวหยิบมากินแกนๆ ตาเหลือบมองเด็กหนุ่มเป็นระยะ

       

 

        ความเงียบมาเยือนอีกครั้งแต่ก็ไม่เงียบมากนัก ยังมีเสียงกุบกับจากการเคี้ยวกินอย่างดุเดือดของเด็กหนุ่ม ไม่นานนักเด็กหนุ่มก็เปิดปากพูดทั้งที่ของกินยังอยู่เต็มปากเต็มคำ

 

" โชคดีมากๆเลยที่พี่เลือกหมอน ถ้าพี่เลือกไม้ ผมตายแหงๆ "

 

" ฮะๆ นั่นซิ ว่าแต่ยังเจ็บอยู่มั้ย " หญิงสาวพูดเขิน น้ำเสียงอาทร

 

" โอย ไม่หรอกพี่ มึนๆมากกว่า แต่จริงๆแล้ว ผมว่า..." โอมโบกมือในเชิงว่าเรื่องเล็ก

 

" อะไร " หญิงสาวสีหน้าสงสัย

 

" ผมควรเป็นฝ่ายกลัวพี่มากกว่านะ ฮะๆ " เด็กหนุ่มมองหญิงสาวจากหัวถึงเท้าพลางหัวเราะขบขัน

 

" หือๆ ยังไง " หญิงสาวคิ้วขมวดสงสัย

 

" ก็ดูชุดที่พี่ใส่สิ ผมนึกว่าพี่เป็นนางไม้ซะอีก " เด็กหนุ่มผายมือไปที่หญิงสาว ซึ่งขณะนั้นเธออยู่ในชุดเสื้อคอกระเช้าส้ม ผ้าถุงม่วงสีแสบสัน เนื่องจากเธอไม่คิดจะพักนอนเลยไม่มีชุดมาเปลี่ยน จึงต้องยืมเสื้อผ้าของคุณยายมาใส่ก่อน

 

" นายโอม ปากดีนักนะ " หญิงสาวทำหน้างุ้มๆเหมือนเริ่มหงุดหงิด

 

" แต่ถ้านางไม้สวยขนาดนี้ ผมเลิกกลัวเลย ฮ่าๆ " เด็กหนุ่มพูดโพล่งๆพลางหัวเราะกว้าง คำชมแบบทะลวงหมัดตรงเช่นนี้เล่นเอาหญิงสาวเกิดอาการจุกอก ถึงกลับพูดไม่ออก หลบตาและหน้าแดงในเวลาต่อมา

       

 

        แต่ถึงกระนั้น นายโอมก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตากินต่อโดยไม่ได้ใส่ใจท่าทีที่เปลี่ยนไปของหญิงสาวเลย ซักพักก็เงยหน้าถามซื่อๆ

 

" เฮ้ ผมกินไปครึ่งแล้ว พี่ไม่กินผมกินต่อนะ "

 

" อืม " หญิงสาวรับคำเงียบ สายตาจับจ้องการกินอย่างมูมมามของเด็กหนุ่มไม่วางตา เหมือนพยายามซึมซับภาพเบื้องหน้าเอาไว้ในความทรงจำให้มากที่สุด

 

" แล้ว ตกลงเธอชอบผู้หญิงแบบไหน " อยู่ๆปากเธอก็หลุดคำออกมาเองโดยที่เธอไม่รู้เหมือนกันว่ามันหลุดมาได้ไง

        

 

        หนุ่มโอมเงยหน้ามองหญิงสาวช้าๆ พลางยิ้มรับคำถาม เด็กหนุ่มนิ่งอยู่อึดใจก็เปิดปากน้ำเสียงนิ่มนวลอันรับกับใบหน้ายิ้มละไม

 

" พี่ ผมมีมายากลอีกอย่างจะโชว์ครับ "

 

" เอ๋ มายากล " หญิงสาว งุนงง เหมือนเด็กหนุ่มจะตอบคนละเรื่องรึเปล่า

 

" อยากดูมั้ยพี่ " โอมถามยิ้มๆ

 

" เอ้า มาสิ " หญิงสาวเริ่มสงสัยจนลืมคำถามที่เธอหลุดปากถามเมื่อครู่นี้

 

" อันนี้คือ สตอเบอรี่ ผลสุดท้าย " เด็กหนุ่มหยิบสตอเบอรี่ที่เหลืออยู่ชิ้นสุดท้ายจากจาน

 

" ผมจะทำให้มันกลายเป็นยาสลบ ที่ใครกินเข้าไปต้องหลับ " เด็กหนุ่มยื่นผลสตอเบอรี่ให้หญิงสาวเห็นชัดๆ

 

" ฮะๆ เธอเล่นตลกให้พี่ดูหรือ เอาสิ ทำได้ทำเลย " หญิงสาวหัวเราะเสียงใส คิดในใจว่า นายโอม คนนี้ช่างขี้เล่นซะจริงๆ

       

 

        นายโอมทำท่าพิลึกๆโดยจับสตอเบอรี่พรางเหลือกตาไปมา ปากก็งึมงำๆด้วยภาษาประหลาด ปิดท้ายด้วยการกระตุกตัวขึ้นลงคล้ายหุ่นกระบอก เล่นเอาสาวเจ้าหัวเราะขบขันอย่างลืมตัว

 

" ฮะๆ เธอนี่ตลกอ่ะ น่าไปเล่นตลกคาเฟ่ ฮะๆ "

 

" ฮ่าๆ เสร็จแล้วครับพี่ ลองกินดูครับ " เด็กหนุ่มนิ่งมองสตอเบอรี่แพลบนึง จากนั้นก็ยื่นส่งสตอเบอรี่ผลนั้นให้หญิงสาว

 

" นี่ นายโอม ถ้าพี่กินแล้วมันไม่ได้ผลล่ะ " หญิงสาวเหลือกตางามพลางถามล้อๆ

 

" พนันกันซิ ถ้าพี่ชนะผมยอมทุกอย่างเลย " เด็กหนุ่มพูดยิ้มๆ

 

" ได้เลย พี่จะเล่นเธอให้หนักเลย ฮะๆ " เธอขบขันสลับกับพูด

        

 

        ทันทีที่หญิงสาวยื่นสตอเบอรี่เข้าปาก เธอสัมผัสได้ถึงความหวานฉ่ำและชุ่มชื่น ดูเหมือนสตอเบอรี่ลูกนี้จะอร่อยกว่าลูกอื่นที่เธอกินเข้าไป หรือเธอคิดไปเอง เธอกินไปก็นึกสงสัยไป แน่นอนสตอเบอรี่ลูกนั้นหมดไปอย่างรวดเร็ว

 

" ไง เธอแพ้พนันแล้ว " หญิงสาวอมยิ้มสวยๆพร้อมพูดเสียงใส เพราะเห็นชัยชนะตรงหน้า

 

" จริงน่ะหรือครับ " โอมพูดเบาๆ ใบหน้าของเด็กหนุ่มยังคงยิ้มอยู่อย่างนั้น

 

" ก็จริงน่ะซิ พะ……พี่มะไม่เห็นเป็น......ไร " ทันใดนั้นเองหญิงสาวเกิดอาการ สะลึมสะลือ งัวเงียขึ้นมาอย่างฉับพลัน ปากเริ่มเปล่งคำพูดได้ไม่ครบคำ ในที่สุดเธอก็ฟุบตัวหลับคาโต๊ะรับแขก

       

 

          เด็กหนุ่มลุกขึ้นช้าๆ พลางรวบตัวหญิงสาวอุ้มขึ้นไว้ที่แขนเล็กบางทั้งสองข้างแต่แกร่ง จากนั้นก็ยกหญิงสาวตัวลอยไปยังห้องนอนของเธอ

          

 

          พอมาถึงเตียงนอน เด็กหนุ่มก็ค่อยๆประคองหญิงสาวร่างบางหย่อนตัวลงที่เตียงหนานุ่มอย่างบรรจง พอจัดท่านอนของหญิงสาวเสร็จ เด็กหนุ่มก็เลื่อนผ้านวมหนาอุ่นมาห่มให้หญิงสาวช้าๆและแผ่วเบา ก่อนจะหันมาปิดสวิตช์ไฟในห้องแล้วเดินจากไป ก่อนออกจากห้องเด็กหนุ่มเหลือบหันไปทางหญิงสาว จากนั้นก็เปิดปากพูดแผ่วเบาและนิ่มนวล

 

" ฝันดีครับ "

 

……………………..

          

         เสียงนกเล็กๆ ร้องดังจิ้บๆ ผสานกับแสงแดดอ่อนๆยามเช้า กลิ่นหอมดอกมะลิที่ลอยมาแผ่วๆตามสายลมอ่อนๆ ทุกสิ่งที่กล่าวมาช่วยปลุกโสตประสาทของหญิงสาวให้ฟื้นจากนินทราที่สุขสงบ เปลือกตางามลืมขึ้นอย่างช้าๆ จากนั้นเธอก็ค่อยๆยันร่างงามเพรียวลุกขึ้นนั่ง เมื่อเหลือบมองไปรอบๆ เธอก็รู้ได้ทันทีว่าเธอยังคงอยู่บนเตียงนอนฟูกหนานุ่มในห้องนอนรับรองแขกของเจ้าบ้าน

 

" ฮ้าวๆ หลับสบายจัง ดีจริง ไม่ได้หลับแบบนี้มานานแล้ว " หญิงสาวพูดลอยๆขึ้นมาอย่างสบายใจ เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่เธอหลับได้สบายขนาดนี้ จากนั้นเธอก็เอียงคอไปมาพลางนึกสงสัยว่าเมื่อคืนเธอหลับไปได้ยังไง ความรู้สึกเหมือนจะจำได้แต่ก็จำไม่ได้ พักหนึ่งเธอก็เลิกคิด

 

" ช่างมันเถอะ คงไม่สำคัญมั้ง "

       

 

         เธอบิดขี้เกียจและลุกขึ้นมาเก็บที่นอนให้เข้าที่ จากนั้นก็เดินก้าวออกนอกห้อง ทันทีที่ประตูห้องถูกแง้มเปิดขึ้น สิ่งแรกที่เธอพบเห็นคือ

        

 

         เด็กหนุ่มหน้าซื่อนามว่า นายโอม หงายหลังพิงเบาะนุ่มของโซฟาหน้าทีวี ขาเหยียดยาวพาดกับโต๊ะ ดวงตาหลับพริ้มแบบไม่สนิทเพราะความตาโตของเจ้าตัว หน้าของเด็กหนุ่มดูใสซื่อบริสุทธิ์เหมือนหน้าของเด็กน้อยยามหลับก็ไม่ปาน แต่ที่น่าตลกก็คือน้ำน้อยๆที่ไหลย้อยออกมาตรงมุมปาก พูดง่ายๆคือ เขานอนน้ำลายไหลนั่นเอง

         

 

         หญิงสาวมองเด็กหนุ่มเงียบๆอย่างชื่นชม ในใจของเธอปนเปไปด้วยหลายความรู้สึก ทั้งดีใจ ซาบซึ้ง เอ็นดู เด็กหนุ่มหน้าซื่อคนนี้มีอะไรหลายอย่างในตัวมากมายกว่าที่ตาเห็นจริงๆ  

          

 

         เท้าของหญิงสาวก้าวหาเด็กหนุ่มอย่างไม่รู้ตัว เผลอแพลบเดียวเธอก็มาหยุดยืนข้างที่เด็กหนุ่มนอนอยู่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ หญิงสาวเอามือลูบหัวเด็กหนุ่มแผ่วเบา เด็กหนุ่มเหมือนจะขยับตัวเล็กน้อย มีเสียงพึมพำเบาๆออกจากริมฝีปาก

 

" อืมๆ "

 

" อึ้ยๆ จะตื่นมั้ยเนี่ย " หญิงสาวชักมือกลับด้วยความกลัว

        

 

        เด็กหนุ่มเอียงหน้านิดหนึ่ง จากนั้นก็ขยับตัวหลับต่อ มีเสียงกรนเบาๆลอดออกมา บ่งบอกได้ว่าเด็กหนุ่มน่าจะหลับสนิท

        

 

         หญิงสาวยืนมองหน้าเด็กหนุ่มในระยะประชิดอย่างเนิ่นนาน ริมฝีปากงามของเธอแย้มยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว

 

" หน้าตอนหลับอย่างกับเด็กน้อยเลย "

         

 

         หญิงสาวก้มตัวลงนั่งคุกเข่าข้างกายของเด็กหนุ่มอย่างช้าๆเพื่อเอาปากบางสวยได้รูปประทับเข้าที่หน้าผากของเด็กหนุ่ม ขณะที่ปากงามของหญิงสาวกำลังจะจรดลงที่หน้าผากของเด็กหนุ่ม ก็มีเสียงคุณยายดังมาจากชั้นหนึ่งทำลายความเงียบ

 

" โอมๆ กินข้าวได้แล้ว ยายทำข้าวเสร็จแล้ว "

 

" เอ๊ะ " หญิงสาวเด้งตัวกลับมาพร้อมการสะดุ้งตัวตื่นของเด็กหนุ่ม

         

 

         เด็กหนุ่มฟื้นมาก็ขยี้ตา ซักพักก็เอื้อมมือไปหยิบแว่นตาที่วางไว้บนโต๊ะข้างตัวขึ้นสวม จากนั้นก็หันมาทางหญิงสาวที่ขณะนี้ยืนนิ่งหน้าแดงทำตัวไม่ถูก เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นแม้แต่ตัวเธอก็อธิบายไม่ได้

 

" แฮะๆ ขอโทษครับพี่ ผมเผลอหลับยาม ฮะๆ " เด็กหนุ่มหน้าเจื่อนพร้อมขอโทษไปหัวเราะแห้งๆไป

 

" ไปกินข้าว อาบน้ำเถอะ " หญิงสาวมองหน้าเด็กหนุ่มแวบนึงก่อนพูดห้วนๆและชิ่งหนีออกจากจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเธอต้องการหนีออกจากความละอายใจกับเหตุการณ์เมื่อครู่นี้

 

" สงสัยโกรธที่เราหลับยามมั้ง " เด็กหนุ่มเกาหัวพลางมองตามหลังหญิงสาวที่เดินจากไป

 

……………………

       

         หลังจากทุกคนอาบน้ำแต่งตัว ก็มาประจำวงข้าวอีกครั้งด้วยสมาชิกเดิม แต่บรรยากาศเปลี่ยนไปนิดหน่อย ตรงที่หญิงพิก จอมแก่นแก้วไม่ค่อยจะถามปัญหาอะไร สาเหตุเพราะเด็กหญิงรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยและเกิดอาการงอแงที่ตัวเองนอนไม่พอ ทำให้วงข้าวมื้อนี้เงียบไปถนัดตา

 

" อืมๆ อิ่มจัง กับข้าวยายอร่อย เอิ้ก " เด็กหนุ่มบิดตัวพลางลูบพุงและเรอดังไม่อายใคร

 

" ฮะๆ " หญิงสาวหัวเราะเบาๆ และคิดในใจว่า สำหรับนายโอม อะไรก็อร่อยหมดแหละ

        

 

         หลังจากทุกคนผ่อนคลายอิริยาบถหลังกินข้าวเสร็จ หญิงสาวที่นั่งเล่นที่โซฟาห้องรับแขกตัวเดิมซึ่งเคยนั่งเมื่อคืนก็เปิดปากถามเด็กหนุ่มที่นั่งฝั่งตรงข้ามอย่างเป็นงานเป็นการ

 

" ตกลง เธอจะช่วยพี่มั้ย "

        

 

         เด็กหนุ่มยิ้ม ดวงตาโตๆมองนิ่งมาที่ใบหน้างามๆของหญิงสาว ซักครู่เขาก็เปิดปากถามกลับช้าๆว่า…….

 

" แล้วพี่จะเลี้ยงข้าวผมที่ไหนล่ะ "

 

……………………..

         

          โอม แจ้งกับ จิตหรา ว่าขอเวลาเตรียมตัวก่อนหนึ่งวัน ช่วงเย็นๆของวันนี้จะเข้ากรุงเทพ ส่วนเรื่องที่พักไม่ต้องเป็นห่วง เขามีที่พักในกรุงเทพ งานจะเริ่มในวันถัดไป

 

" นี่เบอร์ของผมครับ " เด็กหนุ่มยื่นกระดาษที่มีเบอร์โทรของตัวเองให้หญิงสาว

 

" ขอบใจจ้ะ " หญิงสาวยิงเบอร์ของตัวเองเข้าโทรศัพท์มือถือของเด็กหนุ่ม เพื่อให้โอมบันทึกเบอร์โทรศัพท์มือถือของเธอไว้ในเครื่องของโอมเองเช่นกัน

        

 

         ระหว่างที่เตรียมตัวจะเดินทาง หญิงสาวมีช่วงเวลาที่อยู่คนเดียว ณ.ตอนนี้เธอได้พาร่างสูงเพรียวได้สัดส่วนมายืนที่ใต้ต้นมะม่วงหลังบ้าน ตาคู่งามของเธอมองบรรยากาศธรรมชาติที่แสนดื่มด่ำพรางจิตเกี่ยวกระหวัดนึกถึงบ้านของเธอที่ต่างจังหวัด

 

" พี่สาวๆ " เสียงเล็กๆใสๆของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นที่ด้านหลังของเธอ

 

" เอ๊ะ พิกมีอะไรกับพี่ จ๊ะ " หญิงสาวหันกลับมาก็พบเด็กผู้หญิงร่างท้วมผิวขาว เธอจึงทักตอบเสียงใส

 

" พี่สาวจีบพี่โอม ใช่มั้ย " หน้าของเด็กหญิงบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัด คิ้วเล็กๆของเธอเริ่มผูกโบ

 

" เฮ้ย ป่าวๆ พี่ไม่ได้ชอบพี่โอม เป็นเด็กเป็นเล็กอย่าพูดแบบนี้ ไม่ดีนะรู้มั้ย " หญิงสาวปฏิเสธเสียงหลง

 

" งั้นก็ดีแล้ว แต่....ถ้าพี่จีบพี่โอมของหนูเมื่อไหร่ ต้องเจอนี่ " เด็กหญิงพูดเสียงเข้มและวางก้ามแบบนักเลงโต พร้อมยกกำปั้นชกฝ่ามือของตัวเองอย่างแรงเท่าที่เด็กคนหนึ่งจะทำได้ แล้วก็วิ่งจากไปอย่างรวดเร็ว

        

 

         หญิงสาวหน้าเหรอด้วยความตะลึง งง เหมือนถูกของแข็งสตั้น ครู่หนึ่งเธอก็หัวเราะเบาๆเสียงใสด้วยความขบขัน

 

" เด็กหนอเด็ก "

 

…………………….

         

          เด็กหนุ่มเดินมาส่ง จิตหราที่รถตามเดิม ในครั้งนี้ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรกันเลยจนหญิงสาวก้าวขึ้นรถ ก่อนจะเคลื่อนรถ เธอเปิดกระจกแล้วยื่นหน้าออกมากล่าวลาเสียงใส หน้าสวยๆเศร้าเล็กน้อย 

 

" แล้วเจอกันนะ โอม "

 

" ครับผม เออ ผมเกือบลืมแหนะ " โอมยิ้มรับแต่แล้วก็สะดุ้งตัวเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้

 

" อะไรหรือ " หญิงสาวถามอย่างรวดเร็ว

 

" นี่ครับ แขวนคอไว้ตลอดนะครับ สิ่งนี้ช่วยได้ครับ " เด็กหนุ่มยื่นสร้อยคอเส้นหนึ่งมอบให้หญิงสาว

 

" เออ นี่คือ " เมื่อหญิงสาวพิจารณาสิ่งนั้น เธอก็พบว่า สิ่งนั้นคือสร้อยคอทำจากเชือกถักสีเหลืองออกคล้ำ กลางสร้อยบรรจุตะกรุดหินขนาดนิ้วโป้งชิ้นหนึ่ง

 

" ตะกรุดปลุกเสกน่ะครับ อย่างน้อยก็ช่วยพี่ในเรื่องของกำลังใจ กรุณาใส่เอาไว้ตลอดเวลานะครับ "

        

 

         โอมเปิดปากชี้แจงด้วยน้ำเสียงกำชับที่ดูจริงจัง โดยเฉพาะคำพูดที่ว่า " ให้ใส่ไว้ตลอด " เด็กหนุ่มเน้นเป็นพิเศษ

 

" อีกอย่างถ้าจะให้ดี ให้พี่สวดอิติปิโส สามจบทุกเช้าเย็น หมั่นนึกถึงบุญกุศลและคุณพระรัตนตรัย  พี่จะสามารถผ่อนคลายวิบากกรรมที่พี่ต้องเจอในช่วงนี้ได้บ้าง อย่าลืมนะพี่ แล้วเจอกันครับ " โอมแจงโดยละเอียด

 

" อืม " หญิงสาวพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว

        

 

          หญิงสาวขับรถใหม่ป้ายแดงทะยานออกจากบ้านของนายโอมอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้นายโอมมองตามรถหรูด้วยสายตาที่ห่วงใย

 

" แล้วเจอกันในอีกไม่นานนะ พี่ " เด็กหนุ่มมองตามเงารถจนหลับตา พลางพูดเงียบๆเบาๆคนเดียว ก่อนก้าวเดินเข้าบ้านสองชั้นขนาดกลางของตนเอง 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

   

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณอ่านเรื่องนี้แล้วฟินมากแค่ไหน

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา