The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

9.7

เขียนโดย Jalando

วันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2562 เวลา 19.53 น.

  23 LV
  4 วิจารณ์
  1,199 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 17 มกราคม พ.ศ. 2562 19.56 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

10) NPC ประหลาด

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

LV 10 NPC ประหลาด

 

“ หา………ที่นี่น่ะหรือจุดลงทะเบียนอาชีพของชั้น แล้วเพื่อนร่วมอาชีพคนอื่นๆไปไหนกันหมดล่ะ ” มาวินร้องประท้วงเสียงดังลั่น

          

 

       แน่นอนไร้คำตอบจากบุคคลภายนอกเพราะในเวลานี้มีเขาเพียงคนเดียวเท่านั้นที่อยู่กลางทุ่งกว้าง ส่วนในหัวของเขาก็ไร้คำตอบให้กับคำถามนี้เช่นกัน ระหว่างนั้นเองมาวินก็ตัดสินใจบางอย่างขึ้นมา 

 

“ อืมๆ…..ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เรามาลองสำรวจกระท่อมหลังนี้ดูดีกว่า เผื่อว่ามันจะมีอะไรดีๆติดไม้ติดมือกลับไปบ้าง เฮ้อๆ………. ชาตินี้ชั้นจะได้ลงทะเบียนไปตีมอนสเตอร์แบบคนอื่นเขามั้ยนะ อยากบู๊จนใจจะขาดอยู่แล้ว ” 

         

 

      มาวินเดินลุยเข้าไปในกระท่อม และในทันทีที่เขาคว้าหมับไปที่ลูกบิดเหล็กสนิมจับ เขาก็ค่อยๆดึงมันออกอย่างช้าๆเพื่อก้าวเข้าไปสำรวจข้างในกระท่อม เมื่อบานประตูเปิดออก เขาก็พบกับสภาพภายใน

        

 

       สิ่งที่เขาที่เห็นเบื้องหน้าคือห้องเล็กแคบขนาด 6×6 เมตร บนพื้นห้องปูด้วยดินสีดำแบบหยาบ ผนังรอบด้านบุด้วยไม้เก่าที่เรียงชิดกันอย่างลวกๆ มีหยากไย่และฝุ่นละอองลอยอยู่ในอากาศหนาคลุ้งราวกับว่ามันร้างมาได้ซักล้านปีแล้ว ที่ท้ายห้องมีชั้นวางของเก่าๆซึ่งทำด้วยเหล็กตั้งอยู่หลายชั้น บนชั้นวางของนั้นบรรจุกองเศษกระดาษสีดำคล้ำจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีลังไม้เก่าๆ กองสัมภาระไร้ราคา กระเป๋าเดินทางใบใหญ่น้อยที่ผุพังเปื้อนฝุ่นกองอยู่กับพื้นอีกหลายใบ 

 

“ โห นี่มันไม่ใช่ที่เก็บของแล้วล่ะ แต่มันเป็นที่เก็บขยะซะมากกว่า ” มาวินบ่น ขนาดเขาเป็นคนซกมกขนาดห้าดาว เขาก็ยังรับไม่ได้กับความเลวร้ายของสถานที่เบื้องหน้า 

        

 

       มาวินเดินเข้าไปสำรวจในกระท่อมที่อับและเหม็นชื้น  มือข้างหนึ่งของเด็กหนุ่มปัดหยากไย่ที่ขวางทางเดิน ส่วนอีกข้างยกขึ้นมาอุดจมูกของตัวเอง เขาพยายามส่องสำรวจไปทั่วทุกทิศทุกทาง ถึงกระนั้นเขาก็ยังพบแต่กองขยะอันไร้ค่า ทันใดนั้นเองเด็กหนุ่มก็ได้ยินเสียงกรนแปลกๆดังขึ้นที่ด้านในสุดของห้อง

 

“ คร็อกๆ…….ฟี้ .”

      

 

       เมื่อเขาเหลือบตาขึ้นดู เขาก็มองพบว่าที่ท้ายห้องมีเตียงนอนเล็กๆที่มีคนนอนอยู่ แต่เนื่องจากภายในห้องนั้นถูกปกคลุมไปด้วยความมืดสลัว มันจึงทำให้เขาไม่สามารถมองเห็นตัวของบุคคลที่ก่อเสียงได้ถนัดนัก 

 

“ ใครกันที่สามารถมาอยู่ในสถานที่ๆเลวร้ายแบบนี้ได้ ” เด็กหนุ่มเกิดความสงสัยขึ้นมาในใจ เขาจึงก้าวเดินไปยังจุดเกิดเหตุอย่างช้าๆ        

       

 

       เมื่อมาวินเดินมาถึงจุดเกิดเหตุ เขาจึงพบว่าบุคคลที่ก่อให้เกิดเสียงกรนก็คือ…….ชายแก่คนหนึ่งที่มีผมขาวยาวรุงรังและดูสกปรก หนวดเคราสีขาวของชายผู้ดูยุ่งเหยิง ดกครึ้มไปทั่วทั้งคางและยาวจนถึงกลางอก ดวงตาปูดโปนบนใบหน้าที่เหี่ยวย่นปิดพริ้มบ่งบอกถึงสภาวะที่หลับลึก 

 

“ อ้าว….ก็แค่ขอทานแก่สกปรกคนหนึ่งเองนี่นา ” มาวินอุทานดัง ในใจนึกเวทนาสงสารยาจกแก่ผู้นี้อยู่พอสมควร แต่เมื่อมาถึงจุดนี้แล้ว เด็กหนุ่มก็ไม่อยากให้การสำรวจของเขาต้องไร้ความหมาย เขาจึงพยายามเพ่งพินิจพิจารณาชายแก่ผู้นี้ให้ละเอียดขึ้นไปอีก เขาจึงพบว่า…….

       

 

       ชายแก่ผู้นี้ซ่อนร่างผอมบางในชุดเสื้อคลุมที่ยาวไปจนถึงหน้าแข้ง แต่เดิมเสื้อคลุมตัวนั้นน่าจะเป็นสีขาวแต่ด้วยกาลเวลาและความสกปรกของผู้สวมใส่จึงทำให้เสื้อคลุมตัวนี้แปรสภาพกลายมาเป็นสีเหลืองที่ดูกระดำกระด่าง และในขณะนี้ชายแก่ผู้น่าสมเพชคนนี้กำลังนอนหลับพักผ่อนด้วยท่านอนหงายเหยียดยาวบนแคร่ไม้ไผ่เก่าๆที่อยู่ด้านในสุดของตัวกระท่อมเก็บขยะอย่างสบายอารมณ์ 

 

“ เฮ้อๆ ดูไปแล้วถ้าไม่ใช่คนบ้าก็คงเป็นภารโรงแน่ๆ เอาไงต่อดีนะ สงสัยมีทางเดียวแล้วล่ะ ” มาวินบ่นพึมพำกับตนเอง 

         

 

       หลังมาวินพูดจบ เขาก็เริ่มสูดลมหายใจเข้าปอดแบบลึกๆ อึดใจต่อมาเขาก็ตะโกนใส่หูชายแก่จนสุดเสียง

 

“ ช่วยด้วย ไฟไหม้แล้ว……” 

        

 

      สิ่งที่เขาทำเกิดผลสำเร็จ ชายแก่ในชุดเสื้อคลุมเก่าๆถึงกลับถลึงตาพร้อมลุกพรวดขึ้นมานั่งในทันที จากนั้นเขาก็ทำหน้าตื่นและรีบร้องละล่ำละลัก

 

“ แย่แล้วๆ ไฟไหม้ๆ หนีเร็ว ไม่สิๆ ของสำคัญทั้งนั้น ดับไฟๆ ” 

         

 

       เด็กหนุ่มขมวดคิ้วนิ่วหน้า ในใจนึกสงสัยในคำพูดของชายแก่ขอทานเพราะเท่าที่เห็น  ของที่อยู่ในห้องนี้ล้วนแล้วแต่เป็นขยะทั้งนั้น ไม่เห็นมีของสำคัญอะไรเลย เวลาต่อมาเด็กหนุ่มจึงตัดสินใจที่จะปลอบชายแก่ผู้กำลังตื่นตกใจกับการปลุกแบบพิสดารให้สงบลง 

 

“ ไม่มีไฟไหม้ที่ไหนหรอกลุง ชั้นว่าลุงคงฝันร้ายไปเองมากกว่ามั้ง ” 

 

“ เอ แต่ข้าจำได้ว่าข้ากำลังฝันว่ากำลังนอนอาบแดดให้สาวๆมาทาผิวให้นี่นา ไหงมันกลายมาเป็นไฟไหม้ได้ฟะ ” ตาแก่หัวงูเริ่มสับสน 

 

“ เอาน่า เรื่องนั้นช่างเถอะ ว่าแต่ชั้นมีเรื่องจะถามลุงหน่อยน่ะ ลุงรู้มั้ยว่าจุดลงทะเบียนของพวกไร้อาชีพมันอยู่ที่ไหน ” มาวินตัดบทถามในทันที 

         

 

       ชายแก่สกปรกเหลือบดวงตาอันปูดโปนที่ออกเหลืองคล้ายคนเป็นโรคดีซ่านขึ้นมองหน้าเด็กหนุ่ม พักนึงชายแก่ก็เปิดปากถามด้วยน้ำเสียงที่ส่อแววหวาดระแวงอย่างเห็นได้ชัด 

 

“ ไอ้หนู แกถามทำไม ” 

 

“ ก็ชั้นจะได้ไปลงทะเบียนกับ NPC ประจำอาชีพของชั้นซักทีไงเล่า ลุงรู้มั้ยว่าชั้นตามหาไอ้เจ้า NPC ไร้อาชีพมาตั้งสองชั่วโมงแล้ว หาตัวยากบรรลัยเลย ไม่รู้มันไปมุดหัวอยู่ที่ไหน ” เด็กหนุ่มหัวเขียวตอบกลับแบบเซ็งๆ 

         

 

      ทันทีที่เด็กหนุ่มตอบเสร็จ ตาแก่ก็ถึงกลับตาเหลือกขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้มันเหลือกถลนหนักขึ้นจนตาที่ปูดโปนของตาแก่เกือบหลุดออกมาจากเบ้า ปากก็เอ่ยคำออกมาช้าๆด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหว 

 

“ อย่างนี้หมาย……ความ……วะ……ว่า….” 

 

“ ใช่แล้ว ชั้นคือพวกสาย “ไร้อาชีพ” เองแหละ ” มาวินตอบเรียบๆ ในใจนึกฉงนว่าทำไมทุกคนต้องดูตื่นตกใจกับอาชีพนี้นัก 

         

 

       ปฏิกิริยาแรกที่มาวินเห็นก็คือ รอยยิ้มบนใบหน้าอันเหี่ยวย่นของตาแก่ ปฏิกิริยาถัดมาคือน้ำตาที่รินไหลออกมาด้วยความปีติยินดี ซึ่งก็ทำเอาเด็กหนุ่มเริ่มผวานิดๆ ปฏิกิริยาสุดท้ายคือการที่ชายแก่กระโดดส่งเสียงร้องดังลั่นไปทั่วกระท่อมไม้ผุพังราวคนสติแตก ถึงตอนนี้มาวินนึกกลัวชายแก่ผู้แล้วเข้าให้แล้ว 

 

“ เย้ๆ วูปี้ๆ  ดีใจเอย ดีใจจัง มีพวกแล้วโว้ย วูปี้ๆ ” 

         

 

      มาวินถึงกับช็อก เขาแน่นิ่งเหมือนกับจะโดนมนต์ ณ.จังงัง สะกดให้ยืนอยู่กับที่ หลังจากที่เขาเริ่มตั้งสติได้ เขาสอบถามชายแก่อย่างแผ่วเบา 

 

“ เฮ้ ลุง ไหงดีใจเป็นบ้าเป็นหลังแบบนั้นล่ะ ” 

        

 

       ทันทีที่มาวินพูดจบคำ ตาแก่ก็รีบรุดเข้ามาสวมกอดมาวินแนบแน่น  เด็กหนุ่มไม่ทันได้ตั้งตัวจึงได้แต่ยืนตัวแข็งให้ตาแก่กอดรัด 

 

“ ฮ่าๆ…… ดีใจโว้ย…… มีคนสมัครแล้ว….. ฮ่า ฮ่า ฮ่า ” ตาแก่ยังเอะอะโวยวายไม่เลิก ดูเหมือนความยินดีปรีดาจะมีมากมายจนไม่อาจหมดไปจากจิตใจเขาได้โดยง่าย

         

 

       ทันใดนั้นเองเด็กหนุ่มก็เริ่มเกิดอาการยั้วนิดๆกับความบ้าไม่เลิกของตาแก่ เขาจึงสะบัดตัวหนีการกอดรัดของตาแก่อย่างรุนแรง พร้อมกระชากคอเสื้อและตะคอกถามตาแก่ด้วยอารมณ์โกรธ 

 

“ นี่ตาแก่ เลิกบ้าครู่หนึ่ง แล้วบอกชั้นมาเดี๋ยวนี้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น ที่ลุงทำมันหมายความว่ายังไง ” 

 

“ ฮะๆ โอเคๆ ได้ๆ เดี๋ยวขอสงบสติอารมณ์ก่อน ฮะๆ ” ตาแก่สติแตกเริ่มพยายามระงับอารมณ์ สงบจิตใจของตัวเอง 

         

 

       หลังจากที่มาวินอดใจรอคอยให้ชายแก่ระงับอารมณ์ตัวเองได้ประมาณหนึ่งนาที ชายแก่ก็เริ่มเปิดปากแจงอย่างช้าๆ แต่เห็นได้ชัดเจนเลยว่าเขายังคงระงับอารมณ์ตื่นเต้นดีใจได้ไม่หมด เพราะเขายังคงพูดไปทั้งที่ใบหน้ายังคงเปื้อนยิ้มอยู่อย่างนั้น มิหนำซ้ำน้ำเสียงที่เปล่งออกมาก็ยังปนเสียงหัวเราะอยู่น้อยๆ 

 

“ ฮ่าๆ เอิ้ก คืองี้ ชั้นแค่ดีใจที่มีคนมาเข้าร่วมลงทะเบียนสาขาไร้อาชีพน่ะ ฮ่าๆ ” 

 

“ แค่คนลงทะเบียน ทำไมต้องดีใจขนาดนั้นด้วยล่ะ ” มาวินนึกสงสัย 

 

“ นี่นายไม่รู้จริงๆหรือ ” คราวนี้เป็นฝ่ายตาแก่ที่ทำหน้า งง บ้าง 

 

“ ก็ชั้นเพิ่งมาถึงโลกนี้ ชั้นจะไปรู้อะไรมากนักเล่า ” มาวินโวย แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรมันดีขึ้นมาเลย ตรงกันข้ามกลับทำให้ตาเฒ่าผมขาวยิ่งดู งง หนักขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว 

 

“ โอเคๆ เรื่องอื่นๆช่างหัวมันก่อน กลับมาเรื่องของเราดีกว่า ตกลงแล้วทำไมลุงถึงดีใจซะขนาดนี้ล่ะ ” มาวินเริ่มตัดบทหลังเห็นลุงขอทานเริ่ม งง หนักขึ้น

 

“ เหอๆ สาเหตุที่ดีใจก็เพราะนายเป็นคนแรกในรอบสิบปีที่มาลงทะเบียนในสายอาชีพนี้ไงล่ะ ” ตาแก่แจงอย่างรวดเร็ว สีหน้าและท่าทางของตาแก่ผู้นี้บ่งบอกว่าสบอารมณ์เป็นอย่างยิ่ง 

 

“ หา ทำไมงั้นล่ะ ทีอาชีพอื่นๆเขามีคนมาสมัครมากมายถึงขั้นต่อแถวลงทะเบียนกันให้ควั่ก ” เด็กหนุ่มหน้าเหรอ  

 

“ นี่แกล้งไม่รู้ใช่มั้ยเนี่ย ” ตาแก่ขอทานถามกลับ 

 

“ จะแกล้งทำไมล่ะลุง ก็บอกแล้วไงว่าชั้นเพิ่งเข้ามาในโลกนี้ได้แค่สองชั่วโมงเอง ” มาวินโวยซ้ำ ท่าทางของเด็กหนุ่มดูเหมือนจะอยากเข้าไปขย้ำคอตาแก่ผู้นี้เสียเต็มประดา 

 

“ เพิ่งเข้ามาในโลกนี้ ไอ้หนูเอ็งไปเมายาที่ไหนมาวะ ข้าเริ่ม งง กับเอ็งมากขึ้นแล้ว มันจะมีโลกนี้ โลกไหนอะไรกันฟะ มันก็มีแค่โลก The Dark World เพียงโลกเดียวนี่แหละ ” ตาแก่ งง หนักมากจนหน้าเหี่ยวๆเริ่มบูดเบี้ยวแล้ว 

 

“ เอ้า โอเค ต่อไปชั้นจะไม่พูดแบบนั้นอีกแล้ว เอาเป็นว่าลุงช่วยอธิบายให้ฟังทีซิ…….ว่าทำไมอาชีพนี้ถึงหาคนมาลงทะเบียนได้ยากเย็นแสนเข็ญขนาดนี้ ” มาวินสะกดกลั้นอารมณ์โกรธพร้อมถามต่อไปด้วยท่วงท่าที่พยายามผ่อนคลาย 

 

“ อืม……จะให้เล่าตั้งแต่ต้นเลยมั้ย ” ตาเฒ่าย้อนถามทั้งที่หน้าตาแกยังดู งงๆ อยู่ เนื่องจากเขายังไม่เคลียร์กับสิ่งที่มาวินโวยเมื่อครู่

 

“ เอ้า ว่ามาชั้นมีเวลาฟัง ” มาวินพูดจบเขาก็ทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิกับพื้นดินเบื้องหน้าของตาเฒ่า 

 

“ อืมๆ….. ” ตาเฒ่ารับคำสั้นๆ พลางหลับตาย้อนรำลึกเรื่องราวและเริ่มเอ่ยปากเล่าถึงความเป็นมาในอดีต 

            

 

        เมื่อประมาณหมื่นปีที่แล้ว โลก The Dark World ถือกำเนิดขึ้นมาโดยการสร้างสรรค์ของจอมเทพอันเป็นที่เคารพสักการะของทุกคนบนโลกนี้ ในตอนนั้นทั่วทั้งโลกมีเพียงสายอาชีพเดียวนั่นก็คือพวก “ไร้อาชีพ” ในตอนนั้นประชากรในโลกยังไม่รวมตัวกันเป็นชุมชนเมือง แต่มักนิยมอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเป็นเผ่าและอาศัยอยู่ตาม ป่า เขา ถ้ำ แต่ละคนยังดำรงชีพด้วยการล่ามอนสเตอร์และผลไม้ป่าเพื่อกินเป็นอาหาร   

         

 

        เวลาแปรเปลี่ยนไป ทุกอย่างพัฒนาขึ้นกว่าเดิม ประชากรในโลกนี้ก็พัฒนาขึ้นเช่นกัน จนประชากรเริ่มรวมตัวกันเป็นสังคมเมือง มีระบบสังคมที่ซับซ้อนมากขึ้น ระบบการศึกษาด้านต่างๆก็พัฒนาขึ้นส่งผลให้โลกมีวิทยาการที่สูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ได้ก่อกำเนิดสาขาอาชีพเบื้องต้นทั้งสามอาชีพนั้นขึ้นมาได้แก่อาชีพ นักสู้ ชาวบ้าน นักศึกษา และทั้งสามอาชีพสามารถพัฒนาจนแตกแยกย่อยไปอีกหลากหลายอาชีพ แต่ละอาชีพจะมีความถนัดเฉพาะด้านของตัวเอง 

          

 

        ด้วยเหตุนี้จึงทำให้สายไร้อาชีพเสื่อมความนิยมลงเพราะถือว่าเป็นสายอาชีพที่ไม่เก่งด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ทุกคนที่เคยอยู่ในสายไร้อาชีพเริ่มเปลี่ยนสายอาชีพตนเองไปเป็นอาชีพสายอื่นในเวลาที่เลเวลสูงขึ้น ประชากรรุ่นหลังๆที่เกิดมาก็ได้รับสายเลือดจากพ่อและแม่ผู้ให้กำเนิด ทำให้ส่วนใหญ่มีสายอาชีพตามพ่อและแม่ เด็กที่เกิดขึ้นมาใหม่จึงมีน้อยคนนักที่จะเกิดมาในสายไร้อาชีพ  

 

“ อ้อ เพราะอย่างนี้นี่เอง ถึงไม่มีใครมาลงทะเบียนในสายอาชีพนี้มาตั้งสิบปี แล้วตกลงชั้นจะมีเพื่อนร่วมอาชีพกับเขามั่งมั้ยเนี่ย ” มาวินถามด้วยท่าทีหวาดหวั่น 

 

“ทำไมจะไม่มีเล่าไอ้หนู ในรอบยี่สิบปีที่ผ่านมาเอ็งมีเพื่อนร่วมอาชีพตั้งสามคนเขียวนะ ” ตาแก่แจงด้วยใบหน้ายิ้มละไม

 

“ เหรอๆ ดีใจจัง พวกเขาคงเป็นใหญ่เป็นโตกันหมดทุกคนแล้วซิ ก็อาชีพนี้เป็นอาชีพพิเศษหายากนี่นะ ” เด็กหนุ่มถามความเป็นมาของรุ่นพี่ร่วมอาชีพด้วยใบหน้ายิ้มละไมเช่นกัน 

 

“ ฮ่าๆ ตามจริงแล้ว มันมีกฎห้ามบอกนะว่า ประชากรคนไหน อยู่ที่ไหน เป็นยังไง แต่วันนี้ข้าดีใจจัด เลยจะแหกกฎให้กับเอ็งซักวัน ฮ่าๆ ” ตาแก่หัวเราะดีใจ 

 

“ แจ่มเลย ลุง ว่ามา ” มาวินยิ้มรับ เขาอยากรู้ความยิ่งใหญ่ของเพื่อนร่วมอาชีพเต็มแก่แล้ว 

 

“ คนแรกหายสาบสูญ ” ตาแก่พูดหน้าตาเฉย 

 

“ หาๆ……… ” เด็กหนุ่มร้องลั่นห้อง สีหน้าของเขาดูเหวอไปถนัดตา 

 

“ จริงๆแล้ว เขาอาจไม่หายสาบสูญก็ได้แต่เท่าที่รู้ไม่มีใครเห็นเขามาร่วมสิบห้าปีแล้ว ” ตาเฒ่าแจงอีกครั้ง ใบหน้ายังคงแย้มยิ้มอยู่ไม่คลาย 

 

“ เหอๆ แล้วคนที่สองล่ะ ” มาวินหัวเราะแห้งๆ พลางคิดในแง่ที่ดีว่าคนนี้คงเป็นคนขี้อายมั้ง 

 

“ คนที่สองยังอยู่ดีมีสุข กินอิ่มนอนหลับ และเป็นถึงหัวหน้าสมาคมเชียวนะไอ้หนู ” ตาเฒ่าแจงพร้อมยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ 

 

“ เหรอๆ แจ่มเลย สมาคมอะไร อยู่ที่ไหนหรือลุง ” มาวินยิ้มตอบ เขาคิดในใจ “ต้องอย่างนี้สิ ถึงจะสมกับเป็นซีเนียร์ในอาชีพของเขา” 

 

“ ฮ่าๆ เขาอยู่ที่ “ฟูเถา” เมืองหลวงของโลก ไปหาเขาได้เลยไอ้หนู เขาเป็นหัวหน้าสมาคมขอทาน ” ตาเฒ่าแจงพร้อมเสียงหัวเราะรื่นเริง 

 

“ เดี๋ยวนะ ช้าๆชัดๆซิ สมาคมอะไรนะ ” มาวินเริ่มหุบยิ้ม 

 

“ สมาคมขอทาน ” ตาเฒ่าแจงยิ้มๆ 

 

“ หา……. งั้นเขาก็เป็น…..” มาวินร้องเหวอ 

 

“ ใช่แล้ว เขาเป็นขอทาน ” ตาเฒ่าตอบด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มดุจเดิม 

 

“ เหอๆ คนสุดท้ายอ่ะลุง ” เด็กหนุ่มหัวเราะแห้งๆอีกรอบพลางคิดในใจว่า อย่างน้อยชายคนนี้ก็ได้เป็นถึงหัวหน้าสมาคม 

 

“ คนที่สาม อ้อๆ….. ตอนนี้เขาอยู่กับเราที่นี่แหละ ขอตัวแพลบนะ ” พอตาเฒ่าพูดจบ เขาก็แวบหายไปลื้อค้นกองสัมภาระเก่าๆครู่ใหญ่ ผ่านไปได้ห้านาที เขาก็เดินกลับมาหามาวินพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า ในมือเหี่ยวย่นของเขาถือโถเก่าๆสกปรกอันมีรอยร้าวประดับอยู่โดยรอบ

 

“ ขอแนะนำให้รู้จักสมาชิกคนที่สามของเรา ” ตาเฒ่าพูดจบก็โชว์โถให้ดูพร้อมรอยยิ้มสดใส 

 

“ หา……..อย่าบอกนะว่า…….นี่คือ….. ” มาวินถามเสียงสั่นๆ 

 

“ ใช่ เขาตายแล้ว นี่คือโถใส่อัฐิของเขา ฮ่า ฮ่า ฮ่า ” ตาเฒ่าหัวเราะไปพร้อมพล่ามไปเรื่อยด้วยอาการชอบอกชอบใจ แต่เด็กหนุ่มกลับล้มคว่ำลงไปนอนหงายกับพื้นด้วยท่าทีหมดเรี่ยวแรง 

 

“ เหอๆ สรุปคนแรกสาบสูญ คนที่สองเป็นขอทาน คนที่สามตาย ใช่มั้ยลุง ” มาวินย้อนถามเสียงเศร้าๆ หวังไว้ลึกๆว่าตาแก่น่าจะจำผิดคน 

 

“ ถูกต้อง โดยเฉพาะคนที่สามนี่รู้สึกจะตายตั้งแต่สามวันแรกที่ลงทะเบียนเลยนะ อืม……ถ้าจำไม่ผิดเขาน่าจะตายที่หน้าประตูเมืองนี้เอง ” ตาเฒ่าแจงด้วยรอยยิ้มทั้งที่ไม่ควรจะยิ้ม 

 

“ ตายยังไง ” มาวินถามเพลียๆ 

 

“ ตายจากการดวลตัวต่อตัวกับเด็ก 10 ขวบสายนักศึกษาน่ะ ฮ่าๆ พอดีเด็กนั่นเกิดพลั้งมือ ยิงเวทไฟใส่เขาแรงไปหน่อยน่ะ ” ตาเฒ่าพูดกลั้วเสียงหัวเราะ 

 

“ ฮะๆ อย่างน้อยเขาก็ตายในการดวลอย่างมีเกียรติมั้งนะ ” เด็กหนุ่มยิ้มแหยๆพลางคิดเข้าข้างตัวเอง 

          

 

        หลังจากทำใจกับประวัติอันแสนยาวนานและชวนสลดหดหู่ของสายอาชีพตนเองแล้ว เด็กหนุ่มก็ถามคำถามที่สำคัญ 

 

“ แล้วตกลง NPC ประจำสายอาชีพของชั้นอยู่ที่ไหนกันล่ะเนี่ย ” 

 

“ อ้าวก็ข้านี่แหละ NPC คนนั้นแหละ ลงทะเบียนเลยมั้ย ไอ้หนู ” ตาเฒ่าย้อนถามกลับ 

 

“ ลุงนี่นะ NPC ” มาวินร้องเสียงหลง 

 

……………………………………………….

          

       ตาเฒ่าขอทานผู้ซึ่งเป็น NPC ประจำสาขาอาชีพยื่นกระดาษแบบฟอร์มการลงทะเบียนส่งให้มาวิน เด็กหนุ่มสำรวจแผ่นกระดาษนั้นอยู่อึดใจ เขาก็พบว่าแผ่นกระดาษสีขาวใบนั้นดูจะมีอายุอยู่พอสมควรเนื่องจากมันไม่ค่อยขาวเท่าไหร่แล้ว อันที่จริงควรจะบอกว่าเป็นกระดาษสีเหลืองจะเหมาะกว่า 

      

 

      มาวินข่มจิตทำใจเพื่อรับความอนาถของสายอาชีพตนเองอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เริ่มลงมือกรอกข้อมูล เด็กหนุ่มกรอกข้อมูลสลับกับถาม NPC เฒ่าเป็นระยะเนื่องจากมีบางจุดที่เขาเองก็ไม่เข้าใจ  รายละเอียดบนแบบฟอร์มดังกล่าวมีดังนี้ 

 

แบบฟอร์มการลงทะเบียน

ชื่อ  นายมาวิน   เทพอัศดง   วันเกิด  15 สิงหาคม 2544   เกิดที่  ไม่รู้ 

อาชีพ ไร้อาชีพ 

อายุ 16 ปี   สูง 168 ซม.   หนัก 56 กก. 

บิดา   นายเอนก   เทพอัศดง   อาชีพ  ไม่รู้ 

มารดา  นางปารวดี   เทพอัศดง   อาชีพ  ไม่รู้ 

ที่อยู่   ไม่รู้ 

ด้วยความเคารพและนับถือ

ศาสตราจารย์เฒ่าไร้ลักษณ์

 

ขอยืนยันว่าบุคคลที่ลงนามในแบบฟอร์มนี้เป็นประชากรของ The Dark World โดยถูกกฎหมายทุกประการ 

 

“ โหๆ ไอ้หนู ชีวิตนายนี่ท่าทางจะยุ่งเหยิงพิลึกเลยนี่หว่า ขนาดที่เกิดและอาชีพพ่อแม่ของตัวเองยังไม่รู้เลย ” ตาเฒ่าบ่นพึมพำ ซึ่งเด็กหนุ่มก็ได้แต่ทำเฉยไม่โต้ตอบอะไร ภายในใจนึกขบคิด 

 

“ จริงๆก็รู้ว่าเกิดที่ไหน แต่ไม่รู้จะบอกยังไง ขืนให้บอกว่าชั้นเกิดที่กรุงเทพ พ่อกับแม่เปิดร้านค้าที่อเมริกา ตาแก่นี่ได้มึนหนักกว่าเดิมแน่ๆ ” 

 

“ เอาล่ะ ตกลงก็เป็นอันลงทะเบียนเรียบร้อย อ้อเกือบลืม นี่นาฬิกา ” ตาเฒ่าถูมือไปมาด้วยความยินดี พลางส่งนาฬิการูปร่างประหลาดให้เด็กหนุ่ม 

          

 

      มาวินรับมันมาสวมที่ข้อมือ นาฬิกาเรือนนั้นมีรูปทรงประหลาด ดูเผินๆหน้าตาเหมือนนาฬิกาสปอร์ตที่มีขายในโลก ทว่าตัวเรือนมันดูเก่าๆและไร้ราคายังไงชอบกล แถมยังมีสีดำหม่นๆดูสกปรกอีกต่างหาก 

 

“ รู้มั้ย ใช้มันยังไง ” ตาเฒ่าถาม 

 

“ รู้แล้ว เด็กที่เจอกันเมื่อชั่วโมงก่อนเป็นคนบอก ” มาวินตอบพลางสำรวจดูนาฬิกาของตนเองอย่างไม่ค่อยพอใจเพราะมันดูก๋องแก๋งยังไงก็ไม่รู้

 

“ ดีงั้นข้าจะบอกเอ็งอีกอย่างนะ นาฬิกาเรือนนี้สำคัญมาก เพราะมันใช้ในการระบุตัวตนของเอ็ง ทั้งชื่อและอาชีพรวมถึงระดับพลังด้านต่างๆ จะไม่มีใครสามารถแกะมันออกมาได้ยกเว้นตัวของเอ็ง ” ตาเฒ่าอธิบายยาวเหยียด 

 

“ อืมๆ ” มาวินพยักหน้าเซ็งๆ เนื่องจากเอเรียลอธิบายเรื่องนี้ให้ฟังแล้วเมื่อชั่วโมงก่อน 

 

“ ที่สำคัญ เรามีกฎห้ามทำนาฬิกาประจำตัวหาย เพราะถ้าหายเอ็งจะกลายเป็นคนเถื่อนในทันที แถมจะโดนปรับหนักเวลามาขอเรือนใหม่ที่สำนักงานโลกซึ่งจะประจำตามเมืองใหญ่ๆทั่วโลก ” ตาเฒ่าแจง ซึ่งมาวินก็ทำท่าทางหาวแบบไม่ใส่ใจนัก ในใจของเด็กหนุ่มคิดแค่ว่า “เกมนี้มีกฎเยอะจนน่าเบื่อบรรลัยเลย ตอนนี้อยากออกไปตีมอนสเตอร์แล้ว” 

 

“ โอเคมีคำถามมั้ย ” ตาเฒ่าถาม 

 

“ ไม่มี ไปได้ยังอ่ะลุง ” มาวินหาวโชว์อีกรอบ 

 

“ ไปได้แล้ว โชคดีนะ ไอ้หนู ” ตาเฒ่ายิ้มส่ง สีหน้าของเขาดูปลาบปลื้มยินดีที่ได้ทำหน้าที่ของตนเป็นครั้งแรกในรอบสิบปี 

         

 

       ทันทีที่เด็กหนุ่มกำลังก้าวเดินออกจากกระท่อมโทรมๆ ตาเฒ่าสะดุ้งนิดๆ ท่าทางเหมือนเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้อย่างหนึ่ง แกจึงส่งเสียงร้องตะโกนเรียกเด็กหนุ่มด้วยอาการเร่งร้อน 

 

“ เฮ้ หยุดก่อน เจ้าหนู ”

 

“ เอ๊ะ มีอะไรหรือ ” มาวินหันหลังกลับมาถาม

 

“ โอ้ๆ ข้าลืมอะไรบางอย่าง รอก่อนนะไอ้หนู ” 

 

“ มีไรอีกล่ะลุง ” มาวินถามหน้ามุ่ยๆ เขาเริ่มเซ็งแล้วที่โดนขัดจังหวะ ตอนนี้เขากระสันอยากล่ามอนสเตอร์เต็มแก่แล้ว 

 

“ พอดีจะบอกว่า เมื่อประชากรลงทะเบียนหรือเลื่อนขั้น พวกเขาจะต้องได้รับอุปกรณ์หรืออาวุธจาก NPC น่ะ ข้าลืมให้อุปกรณ์เอ็งว่ะ แพลบนะ ” ตาเฒ่าพูดจบ  เขาก็เอามือซ้ายของตนเองล้วงเข้าไปในอกเสื้อเพื่อคลำหาของบางอย่าง 

 

“ อาวุธอะไรอ่ะลุง ขอแบบแจ่มๆแรงๆหน่อยนะ เอาแบบชนิดยิงไปโป้งเดียวระเบิดกระจุยเลยนะ ลุง เหอๆ ” มาวินยิ้มชอบใจพลางลุ้นตัวโก่งว่าตนเองกำลังจะได้อะไรมาครอบครอง 

 

“ แท่นๆแท้นๆ นี่ไง  …… สุดยอดของทำมาหากิน ” ตาเฒ่าล้วงบางอย่างออกมา สิ่งนั้นก็คือวัตถุเล็กๆที่ดูคล้ายๆถ้วยสังกะสีเก่าๆสีกระดำกระด่าง 

 

“ เอ่อๆ…….มันคืออาวุธอะไร ใช้ทำอะไรอ่ะลุง ” มาวินเกิดอาการคอตกอย่างฉับพลัน ปากก็เอ่ยถามเพลียๆ ในใจนึกหวังว่าสิ่งนั้นคงจะไม่ใช่ในสิ่งที่เขาคิดเอาไว้ 

 

“ อ้อ มันคือถ้วยเก่าๆ หลักๆก็ใช้ขอทานน่ะ ใส่เศษเหรียญได้ดีเลยล่ะ ” ตาเฒ่าแจงเสียงระรื่น ใบหน้าเหี่ยวๆกลั้วไปด้วยรอยยิ้มที่สดใสจนมาวินนึกอยากตื้บคนแก่ขึ้นมาซักครั้ง ก็ดูคำแนะนำและสิ่งของที่ให้มาแต่ละอย่างสิ ดีๆทั้งนั้นเลย 

 

“ เฮ้อๆ……. ลุงเก็บไว้ใช้เองเถอะ เกรงใจน่ะ ” มาวินปฏิเสธด้วยท่าทีที่ดูผิดหวังอย่างรุนแรง 

 

“ เอาน่าๆ ข้าเชื่อว่าเอ็งต้องได้ใช้แน่ๆ รับไปซะ ” ตาเฒ่ารีบยัดของสิ่งนั้นใส่มือเด็กหนุ่ม ส่งผลให้มาวินต้องเก็บใส่กระเป๋ากางเกงอย่างไม่เต็มใจนัก 

 

“ เสร็จเรื่องแล้วนะ ” มาวินถามย้ำ 

 

“ เออ เสร็จแล้วว่ะ โชคดีอีกรอบ ไอ้หนู ” NPC จอมเพี้ยนยิ้มส่งอีกครั้ง 

 

“ เออ ก่อนไปชั้นถามหน่อย ในแบบฟอร์มลงทะเบียน ท้ายกระดาษมันมีชื่อว่า “ศาสตราจารย์เฒ่าไร้ลักษณ์” คนๆนั้นคือใครหรือ ลุง ” เด็กหนุ่มถาม 

 

“ อ้าว ก็ข้านี่ไงไอ้หนู ข้าคือ ศาสตราจารย์เฒ่าไร้ลักษณ์ เอง ” ตาเฒ่าตอบพลางส่งยิ้มหวานให้ 

 

“ เหอๆ โอเค ลาก่อนนะลุง โชคดีเช่นกัน ” เด็กหนุ่มหัวเราะแห้งๆและแอบคิดในใจว่าถ้าตาเฒ่านี้เป็นศาสตราจารย์จริงๆ เราก็คงเป็นพระเจ้าของโลกใบนี้ไปแล้วมั้ง 

          

 

       ในที่สุดมาวินก็ผ่านการลงทะเบียนประชากรใหม่ของโลก The Dark World  ได้สำเร็จ เขาเดินจากไปจากสถานที่แห่งนั้นเพื่อไปทำภารกิจบู๊กับมอนสเตอร์ตามที่ใจปรารถนาโดยมีศาสตราจารย์เฒ่าไร้ลักษณ์ยืนส่งอยู่ห่างๆ สายตาของตาเฒ่าผู้นั้นฉายแววปลาบปลื้มยินดีที่ได้ให้กำเนิดสมาชิกใหม่เป็นครั้งแรกในรอบสิบปี

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalandoนักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
10 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา