The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

9.7

เขียนโดย Jalando

วันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2562 เวลา 19.53 น.

  33 LV
  4 วิจารณ์
  1,851 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 17 มกราคม พ.ศ. 2562 19.56 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

9) จุดเริ่มต้น

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

LV 9 จุดเริ่มต้น

 

………………………………………………. 

         

       ทันทีที่มาวินก้าวเดินเข้าไปกระจกคลื่นน้ำ เด็กหนุ่มก็รู้สึกเหมือนกับว่าตนเองกำลังเดินผ่านกระแสน้ำเย็นๆเพียงแต่เขายังคงหายใจได้และไม่รู้สึกว่าตัวเองเปียกน้ำ แต่ถึงกระนั้นดวงตาของเด็กหนุ่มก็ยังปิดลงตามสัญชาตญาณ  

         

 

        อึดใจต่อมาเด็กหนุ่มรู้สึกว่าตนเองได้ก้าวพ้นเขตของคลื่นน้ำอันแสนประหลาดแล้ว สิ่งที่สัมผัสได้ในเวลาต่อมาก็คือสายลมอ่อนๆที่พัดโชยปะทะใบหน้า เด็กหนุ่มจึงค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างช้าๆและในทันทีที่เด็กหนุ่มลืมตาขึ้นดู สิ่งแรกที่เด็กหนุ่มได้เห็นก็ทำให้เขาถึงกลับร้องอุทานดังออกมาด้วยความลืมตัว  

 

“ อุ้….ว้าว นี่มันอะไรกันเนี่ย อลังการงานสร้างจริงๆ ”  

       

 

        ภาพนั้นก็คือภาพของหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ดูจะมีอาณาเขตพื้นที่กว้างขวางอยู่พอสมควร หมู่บ้านนั้นถูกล้อมรอบด้วยรั้วไม้ที่สูงประมาณห้าเมตร ภายในหมู่บ้านปรากฏบ้านเรือนเล็กใหญ่มากมาย บ้านส่วนใหญ่จะเป็นบ้านชั้นเดียวทรงสี่เหลี่ยมหลังคาแหลม มีผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาอยู่มากมาย แน่นอนทุกคนล้วนแล้วแต่แต่งตัวแบบประหลาดๆและหลากหลาย มีทั้งแนวชาวบ้านยุคกลางของยุโรป บางคนก็ใส่กิมิโนแบบญี่ปุ่น บางคนก็แต่งชุดตัวตลกแต่กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของผู้คนที่ผ่านไปผ่านมากลับแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าในแนวที่เด็กหนุ่มพบในโหมดสร้างตัวละคร ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้มาวินรู้สึกเหมือนว่าเขาได้หลุดเข้ามาในโลกแห่งแฟนตาซี 

 

“ นี่เราอยู่ในเกมจริงป่าวเนี่ย ” มาวินพูดกับตัวเองเบาๆ พลางเดินไปตามถนนหินเรียบๆที่ปูตามทางเดินอย่างเป็นระเบียบ 

     

 

       มาวินเดินไปมาในเมืองพร้อมสำรวจสภาพภายในเมือง เขาพบว่าที่นี่ก็มีทั้งเสียงจ้อกแจ้กจอแจ หนวกหูวุ่นวายเหมือนเมืองทั่วๆไปที่มีคนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น นอกนั้นยังมีทั้งร้านอาหาร ร้านขายของต่างๆนาๆ โรงแรม ร้านเหล้าให้บริการ จะแตกต่างกันก็แต่เพียงสไตค์การแต่งตัวของผู้คนและสภาพสิ่งปลูกสร้างที่ออกไปในแนวโบราณกึ่งแฟนตาซีเท่านั้นเอง  

      

 

       สิ่งที่เขาสังเกตได้อย่างหนึ่งหลังจากสำรวจเมืองได้พักใหญ่ก็คือ…..คนที่แต่งชุดแบบเดียวกับที่เขาเจอในโหมดสร้างตัวละคร ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กซึ่งมีอายุเฉลี่ยราวๆ 8-13 ปีเท่านั้น นานๆทีจะมีคนอายุรุ่นเขาโผล่มาให้เห็น ที่สำคัญตรงข้อมือของเด็กวัยรุ่นเหล่านั้นจะมีนาฬิกาทรงประหลาดที่มีหน้าตาคล้าย G SHOCK หลากสีสันประดับอยู่ ทว่าเด็กหนุ่มก็จะไม่ใส่ใจในประเด็นนี้มากนัก

 

“ อืม….เดินเที่ยวเมืองมานาน ชักอยากออกแรงแล้วซิ ออกไปตีมอนสเตอร์ดีกว่า ” เด็กหนุ่มบิดตัวไปมาเพื่อคลายความเมื่อยขบ 

        

 

        มาวินเร่งฝีเท้าไปที่หน้าประตูเมืองเพื่อจะออกไปตีมอนสเตอร์ตามประสงค์ ไม่นานนักเขาก็เดินมาถึงจุดหมาย ประตูทางเข้าของเมืองเป็นประตูไม้หนาหนักที่ทำมาจากท่อนซุงใหญ่ขนาดสองคนโอบจำนวนสิบกว่าท่อนมามัดรวมกัน บริเวณหน้าประตูมีทหารใส่เกราะหนังสีดำยืนประจำการอยู่สองนาย ทั้งคู่ถือหอกยาว บนศีรษะสวมหมวกหนังทรงกลม ใบหน้าของพวกเขาฉายแววดุดัน จริงจังและน่าเกรงขาม

       

 

        ทีแรกเด็กหนุ่มไม่ใส่ใจทหารทั้งสองนายเท่าใดนักเนื่องจากในช่วงเวลานั้นมีผู้คนเดินผ่านเข้าออกตัวเมืองอยู่หลายสิบคนแต่ทหารทั้งสองนายก็ได้แต่ยืนเฉยแล้วปล่อยให้ผู้คนเดินเข้าออกอย่างอิสระ แต่ในทันทีที่เด็กหนุ่มกำลังจะก้าวผ่านประตูเมือง หนึ่งในสองทหารเฝ้าเมืองก็ตวาดใส่มาวินด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน 

 

“ เฮ้ ไอ้หนูหัวเขียว นายยังไม่ได้ลงทะเบียนนี่ นายต้องไปหา NPCประจำอาชีพเพื่อลงทะเบียนกับรับนาฬิกาประจำตัวซะก่อน ไม่งั้นนายห้ามออกนอกเมือง ” 

 

“ เฮ้ๆ ทีคนอื่นยังเข้าออกได้เลย แล้วทำไมชั้นถึงออกนอกเมืองไม่ได้ และอีกอย่าง NPC มันคืออะไรฟะ ” เด็กหัวเขียวโวยกลับมั่งเพราะเริ่มหงุดหงิดนิดที่โดนทหารนายนี้ตวาดใส่อย่างไร้เหตุผล 

 

“ ไม่ต้องพูดมาก ถ้าไม่ลงทะเบียนกับรับนาฬิกา ก็อย่าได้ก้าวออกนอกเมืองและถ้าคิดฝ่าฝืนแกต้องเจอดีแน่ ” ทหารเฝ้าประตูไม่พูดเปล่า มือทั้งสองของเขาเริ่มกระชับหอกคมวาวในท่าเตรียมแทง 

 

“ ฮะๆ โอเคๆ ไม่ออกก็ไม่ออก ” เด็กหนุ่มยกมือยอมแพ้พลางถอยกลับออกมาเมื่อเห็นท่าทางเอาจริงของทหารเฝ้าประตูเมือง 

       

 

       มาวินถอยฉากออกมาเนื่องจากปลายหอกคมๆของทหารผู้นั้นย่อมไม่เข้าใครออกใคร พลาดพลั้งยังไงมีสิทธิทำเขาไส้ไหลได้โดยง่าย ระหว่างที่มาวินยังหมุนซ้ายแลขวาแบบมึนเพราะไม่รู้จะไปทางไหนดี ก็ได้มีเด็กหนุ่มรุ่นน้องคนหนึ่งเดินตรงรี่เข้ามาหาเขา 

       

 

       เด็กหนุ่มผู้นั้นอายุราวๆ 15 ปี ใบหน้าของเขาดูอวบอูมสไตค์แป๊ะยิ้ม ดวงตาเล็กหยีถูกบดบังด้วยแว่นตาทรงกลมแนวเด็กเรียน ร่างเตี้ยอ้วนของเขาถูกซุกซ่อนในเสื้อคลุมยาวสีขาวอันเป็นชุดแบบเดียวกันกับชุดสุดเห่ยที่มาวินเจอมาในโหมดสร้างตัวละคร 

 

“ ไง พี่ชาย ” เด็กหนุ่มร่างอ้วนผู้นั้นร้องทักมาวินด้วยใบหน้าที่แย้มยิ้ม 

         

 

       มาวินเหลือบมองเด็กหนุ่มผู้มาใหม่ด้วยสายตาเคลือบแคลง เขารู้สึกว่าเด็กหนุ่มผู้นี้คลับคล้ายกับใครคนหนึ่งที่เคยรู้จักมาก่อนและหลังจากที่เค้นสมองนึกอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็นึกออกแล้วว่าเด็กหนุ่มผู้นี้คือใคร เขาจึงร้องทักกลับไปในทันที 

 

“ เฮ้ย นั่นมัน…..ไอ้ตุ้ยนุ้ยนี่หว่า (เป็นตัวละครที่ปรากฏตัวในตอนแรก) ” 

 

“ ใครคือตุ้ยนุ้ยหรือครับ ” เด็กหนุ่มหน้าแป๊ะยิ้มเหลียวซ้ายแลขวาพร้อมตีหน้างง

 

“ ก็นายไงเล่า นี่นายคิดจะเล่นตลกอะไรฟะ ไอ้ตุ้ยนุ้ย ” มาวินเริ่มหัวเสีย เขาเข้าใจว่าตุ้ยนุ้ยต้องทำเป็นจำชื่อตัวเองไม่ได้เพื่อแกล้งอำเขาอย่างแน่นอน 

 

“ พี่คงจำผิดคนแล้ว ผมชื่อ “เอเรียล” อีกอย่างพี่กับผมน่าจะเพิ่งเคยเจอกันเป็นครั้งแรก ” เด็กหนุ่มร่างอ้วนแจงชื่อตัวเอง นับได้ว่าเป็นนามกรที่ดูหล่อเหลาผิดกับลุคจริงๆของตนเองราวฟ้ากับเหว   

 

“ หน็อย ไอ้อ้วน นี่แกกล้าอำชั้นถึงขนาดนี้เลยรึ นี่แน่ะ ” เด็กหนุ่มหัวเขียวโกรธจนควันออกหู เขาจึงกระโดดเตะแก้มก้นเด็กหนุ่มร่างอ้วนไปสองที 

 

“ โอ๊ยๆ เตะผมทำไม ” เด็กอ้วนเด้งก้นอ้วนๆหนีเท้า ปากก็ร้องตะโกนลั่นออกมาด้วยความเจ็บปวด 

 

“ ก็นายแกล้งอำชั้นไม่เลิกนี่หว่า เลิกเล่นได้แล้วโว้ย ไอ้ตุ้ยนุ้ย ” มาวินคำรามและทำท่าจะตามไปเตะตูดเด็กหนุ่มร่างอ้วนอีกคำรบ 

 

“ ป่าวๆ พี่ ผมไม่ได้อำพี่ งั้นพี่ดูนี่ ผมมีหลักฐานว่าผมชื่อเอเรียลจริงๆ ลองดูนี่นะ ” เด็กหนุ่มร่างอ้วนรีบแจงพร้อมกดปุ่มๆหนึ่งที่นาฬิกาประหลาดบนข้อมือของตนเอง 

      

 

       ทันใดนั้นเองแผงข้อมูลประวัติของเด็กหนุ่มที่ชื่อ “เอเรียล” ก็ปรากฏขึ้นมาที่กลางอากาศ ข้อมูลนั้นระบุได้ถึงตัวตนของเด็กหนุ่มร่างอ้วนอย่างชัดเจน ข้อมูลดังกล่าวมีดังนี้ 

 

ชื่อ เอเรียล อัลฟาซี่      เพศ ชาย      อาชีพ นักศึกษาชั้นต้น        

LV 3 

พลังชีวิต   24/25          กำลัง       2          โชค         1 

พลังกาย   4/4            ความเร็ว    1          ปัญญา    9 

พลังเวท  5/5             ทนทาน     3          ทักษะ     25

 

“ เออ นายชื่อ เอเรียล จริงซะด้วย เหอๆ  ขอโทษทีนะที่เตะนาย พอดีชั้นจำคนผิดน่ะ ” เด็กหนุ่มก้มหัวขอโทษเด็กหนุ่มรุ่นน้อง ในใจคิดว่าเด็กหนุ่มร่างอ้วนคนนี้น่าจะชื่อ เอเรียล จริงๆ  เพราะไอ้ตุ้ยนุ้ยมันไม่มี ”แว่นตาวิเศษ” ดังนั้นหมอนั่นก็ไม่น่าเข้ามาในเกมนี้ได้

 

“ ฮะๆ ไม่เป็นไรครับ ความผิดพลาดมันเกิดขึ้นได้เสมอ ” เอเรียลกล่าวตอบพร้อมหัวเราะแบบแหยๆ

      

 

       แม้ประเด็นที่ว่าเด็กหนุ่มร่างอ้วนตรงหน้าจะเป็นตุ้ยนุ้ยหรือไม่จะเคลียร์แล้ว แต่เหมือนเด็กหนุ่มจะยังไม่วายแคลงใจในค่าพลังอันน้อยนิดของเด็กหนุ่มร่างอ้วน เขาจึงออกปากวิจารณ์แบบตรงๆตามสไตค์ของคนที่มีสุนัขอยู่ในปาก 

 

“ อืมๆ….แต่จากที่ชั้นดูข้อมูลของนายแล้ว ชั้นคิดว่าค่าพลังนายมันดูกากๆอยู่เหมือนกันนะ ท่าทางนายจะอ่อนแบบโคตรๆเลยนะเนี่ย ”

 

“ โธ่พี่ ก็ผมเพิ่งมาลงทะเบียนที่เมืองนี้ได้เพียงอาทิตย์เดียวเอง และช่วงเวลาที่ผ่านมาผมก็ได้แต่นั่งปรุงยาเพื่อเพิ่มค่าประสบการณ์เท่านั้น ยังไม่ได้ออกไปสู้กับใครหรืออะไรเลยซักครั้ง ค่าประสบการณ์ของผมก็เลยไม่ค่อยขยับ นี่ก็กะว่าจะหาคนมาลงทีมเพื่อออกไปตีมอนสเตอร์เผื่อว่าค่าประสบการณ์จะขึ้นไวกว่านี้ ” เด็กหนุ่มร่างอ้วนแจงพร้อมส่งสายตาวิงวอนอย่างมีความหมายมาที่เด็กหนุ่มหัวเขียว

         

 

       มาวินอ่านความนัยที่ซ่อนอยู่ในสายตาของเอเรียลออกแต่ก็จนใจที่จะช่วยเพราะในตอนนี้เขายังไม่สามารถออกนอกเมืองได้ด้วยซ้ำ เหตุนี้จึงทำให้เด็กหนุ่มถึงกลับนิ่งไปถนัดตาและหลังที่เงียบไปอึดใจ เอเรียลก็เริ่มเสนอตัวเพื่อช่วยเหลือ   

 

“ ว่าแต่พี่จะไปลงทะเบียนกับ NPC ประจำอาชีพหรือเปล่าครับ เดี๋ยวผมจะบริการพาพี่ไปที่โซนลงทะเบียนเพื่อรับนาฬิกาเอง ”

 

“ เฮ้อ โอเค พาไปได้เลย ไอ้น้อง ”  มาวินถอนหายใจแรงๆหลายระลอก ท่าทางเกมนี้มันจะยุ่งยากกว่าที่เขาคิดซะแล้ว 

      

 

       ระหว่างที่เอเรียลทำหน้าที่มัคคุเทศก์นำทาง เขาก็เริ่มอธิบายกฎการใช้ชีวิตในโลกของ The Dark World ซึ่งมีใจความว่าเมื่อประชากรมีอายุได้ 8 ปีขึ้นไป ทุกคนจะต้องเดินทางมาลงทะเบียนกับ NPC (ผู้คุ้มกฎ) ประจำอาชีพของตนเองที่เมืองนี้ จึงจะถือว่าเป็นประชากรของ The Dark World โดยถูกต้องตามกฎหมาย หลังจากลงทะเบียนแล้ว ทุกคนจะได้รับนาฬิกาจิตวิญญาณของตัวเอง ซึ่งเมื่อสวมแล้ว มันจะไม่มีวันหลุดจากข้อมือของตนเว้นแต่เจ้าตัวจะถอดออกมาเอง นาฬิกานั้นสามารถตรวจสอบระดับพลังด้านต่างๆ  ชื่อ อายุ เพศและอาชีพของเจ้าของนาฬิกา วิธีการใช้งานก็ง่ายแสนง่ายเพราะทั้งเรือนมีแค่เพียงสองปุ่มให้กดเท่านั้น นั่นก็คือปุ่มแดงที่ใช้เปิดดูค่าพลังและปุ่มดำที่ใช้เปิดปิดการทำงาน 

        

 

        เอเรียลพามาวินเดินไปได้ซัก 10 นาที พวกเขาก็มาถึงสถานที่ลงทะเบียน สถานที่นั้นมีสภาพคล้ายสำนักวิทยายุทธ์ขนาดใหญ่ซักแห่งหนึ่ง ทางขึ้นสำนักเป็นบันไดหินอ่อนที่ทอดยาวขึ้นไปประมาณ 10 ขั้นด้านหน้าทางเข้าเป็นประตูสำนักซึ่งทำจากเหล็กทาสีแดงที่สูงประมาณ 5 เมตร หน้าประตูมีการสลักลวดลายมังกรขนาดใหญ่ บริเวณหน้าประตูใหญ่บานนั้นมีโต๊ะ เก้าอี้หยกยาวแบบจีนตั้งอยู่ บุคคลที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ราคาแพงนั้นก็คือชายร่างใหญ่ในชุดเสื้อเกราะแบบจีนโบราณ มีเด็กวัยรุ่นชายหญิงที่แต่งตัวคล้ายกับมาวินยืนเข้าคิวอยู่ยาวเหยียดเพื่อเข้าไปกรอกข้อมูลบนแผ่นกระดาษเล็กๆหน้าชายชุดเกราะ หลังจากที่ผู้ลงทะเบียนกรอกข้อมูลเสร็จ คนๆนั้นก็จะได้รับนาฬิกาจิตวิญญาณจากชายชุดเกราะ 

 

“ โอเคถึงแล้ว พี่ชายไปลงทะเบียนกับชายชุดเกราะคนนั้นได้เลย ” เอเรียลชี้มือไปที่ชายชุดเกราะ 

 

“ ขอบใจมากพวก แล้วเจอกัน ” มาวินกล่าวขอบคุณพลางโบกมือเพื่อล่ำลา 

 

“ เดี๋ยวก่อนครับพี่ ผมรบกวนพี่ช่วยอะไรผมอย่างหนึ่งจะได้มั้ย ” เอเรียลถูมือไปมาท่าทางเกรงใจ 

 

“ เอ้า ว่ามา ช่วยได้จะช่วย ตอบแทนความมีน้ำใจของนาย ” เด็กหนุ่มตอบกลับ แต่ในใจเขาพอรู้แล้วว่าเอเรียลจะขออะไรจากเขา

 

“ หลังลงทะเบียนเสร็จ ผมอยากจะขอร่วมทีมกับพี่เพื่อบุกตีมอนสเตอร์ จะได้มั้ยครับ ” เอเรียลกัดฟันบอกพร้อมทำท่าลุ้นจนตัวโก่ง 

 

“ อ้อ เรื่องแค่นี้เอง ปัทโธ่ ก็เอาดิเล่นคนเดียวเบื่อจะตายชัก ” มาวินตอบพร้อมยิ้มให้เล็กน้อย 

 

“ โอ้ๆ………”  ทันใดนั้นเองเอเรียลก็เกิดอาการสติแตก ร่างอ้วนเตี้ยของเขาเริ่มสั่นเทิ้ม น้ำตาสีใสเริ่มปริ่มที่ขอบดวงตาเล็กหยีภายใต้แว่นตาแนวเด็กเรียนอยู่รำไร 

 

“ เฮ้ยๆ นายเป็นอะไรไปอีกล่ะเนี่ย ” มาวินถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงแต่ตัวของมาวินกลับเดินถอยหลังหนีออกมาเล็กน้อย เพราะเขานึกระแวงเล็กๆต่อความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเอเรียล 

         

 

       ทันใดนั้นเองเด็กหนุ่มร่างอ้วนเตี้ยเบื้องหน้าก็โถมกายพุ่งเข้ามากระโดดกอดมาวินเต็มแรงจนแทบจะทำให้ทั้งคู่ต้องล้มลงไปนอนกองกับพื้น น้ำตาใสๆจากดวงตาเล็กหยีร่วงหล่นลงมาบนตัวของมาวินอย่างเนืองนองพร้อมเสียงร้องไห้โฮแบบสุดกลั้นของเอเรียล 

 

“ โฮๆ……ฮือๆ พะๆ ซี้ดๆ พี่รู้มั้ย ผะ……ผมเดินหาเพื่อนร่วมทีมมะๆ ซิกๆ มาตั้งสามวันแล้ว ซิกๆ ก็มีพะ…..พี่นี่แหละที่รับผมเข้าร่วมทีม ” เอเรียลพูดไปก็สะอึกสะอื้นไปอย่างน่าสงสาร ใบหน้าอวบอูมราวหมูน้อยเปรอะเปื้อนไปด้วยขี้มูกและคราบน้ำตาจนชวนเวทนาสงสารและขยะแขยงในเวลาเดียวกัน 

 

“ เออ ดีใจด้วยนะ ไอ้น้อง อ่า…..ถามจริงเถอะอาชีพนายมันกากถึงขนาดไม่มีใครอยากร่วมทีมกับนายเลยหรือเนี่ย ” เด็กหนุ่มหัวเขียวพยายามผลักไสเด็กหนุ่มร่างอ้วนและถอยหลังหนี เพราะกลัวภัยจากคราบน้ำตา น้ำลายและขี้มูกของเด็กหนุ่มร่างอ้วนเตี้ยผู้น่าสงสาร ในใจเริ่มคิดแล้วว่าการรับปากร่วมทีมกับไอ้อ้วนนี่อาจเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดก็เป็นได้ 

 

“ คะๆ…..ครับ ซิกๆ พี่ลองคิดซิ ผะๆ……ผมทำได้แค่ปรุงยา ซิกๆ สู้ก็ไม่เป็น ใช้อาวุธก็ไม่ได้ ซิกๆ ได้แต่ส่งยารักษา ฟื้นร่างกายให้เพื่อน อึกๆ ละๆ……แล้วใครที่ไหนเขาจะอยากมาร่วมทีมกะๆ….ซิกๆ….ผมล่ะ ” เอเรียลชี้แจงซื่อๆพร้อมสะอึกสะอื้นจนดูน่าสงสาร 

 

“ โอเคๆ เดี๋ยวเราร่วมทีมกันก็ได้ ” เด็กหนุ่มหัวเขียวเกาหัวแกรกๆ ในใจคิดว่า……..เอาก็เอาวะ ร่วมทีมกับหมอนี่ก็ได้ เดี๋ยวซักพักเราก็เลิกเล่นเกมนี้แล้ว ถือว่าเล่นขำๆก็แล้วกัน 

 

“ ครับๆ…..  ผมรอพี่ตรงนี้นะครับ ” เอเรียลยืนรอมาวิน ดวงตาเล็กหยีเปล่งประกายซึ้งใจ 

 

“ เหอๆ แล้วเจอกัน ” มาวินหัวเราะแห้งๆ จากนั้นเขาก็เตรียมตัวที่จะเดินไปต่อแถวเข้าคิวที่ยาวเหยียด 

 

“ เดี๋ยวครับพี่ ” เอเรียลร้องทักก่อนที่มาวินจะไปต่อท้ายแถว 

 

“ อืม ว่าไง ” มาวินหันหลังกลับมาถาม 

       

 

       เอเรียลล้วงเข้าไปในอกเสื้อเพื่อหยิบหลอดแก้วเล็กๆสีแดงจำนวนห้าขวดและหลอดแก้วสีน้ำเงินจำนวนสามขวดส่งให้กับมาวิน 

 

“ อะไรเนี่ย เจ้าอ้วน ” มาวินถาม งงๆ 

 

“ ขวดสีแดงคือยารักษาอาการบาดเจ็บ ส่วนขวดสีน้ำเงินคือยาฟื้นฟูร่างกาย ยาพวกนี้ผมเป็นคนทำเองกับมือครับ พี่เก็บไว้ใช้เถอะ ” เด็กหนุ่มร่างอ้วนเตี้ยส่งขวดยาให้พร้อมรอยยิ้ม 

 

“ เออ ขอบใจมากไอ้น้อง ” มาวินรับมาเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงแบบ งงๆ หลังจากนั้นเขาก็เดินไปต่อแถวเพื่อลงทะเบียนกับ NPC 

 

……………………………………………….

       

       เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง เด็กหนุ่มหัวเขียวเดินกลับมาหาเอเรียลด้วยสีหน้ามุ่ยๆ ท่าทางบ่งบอกอาการเซ็งออกมาอย่างชัดเจน เอเรียลเห็นอาการของเด็กหนุ่มหัวเขียว จึงเปิดปากไถ่ถามด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูห่วงใย 

 

“ เออ มีปัญหาอะไรรึเปล่า พี่ชาย ” 

 

“ อืม มีดิ มีเยอะเลย ไอ้ยักษ์ใส่ชุดเกราะนั่นมันบอกว่ามันเป็น NPC อาชีพนักสู้  ชั้นไม่ได้อยู่ในอาชีพนี้ จึงไม่สามารถลงทะเบียนกับมันได้ ” มาวินแจงท่าทางหงุดหงิด 

 

“ อ้าวพี่ไม่ได้เป็นนักสู้หรอกรึ ท่าทางหน่วยก้านพี่ดูจะเหมาะกับอาชีพนี้ออก แล้วตกลงพี่อาชีพไหนแน่ อย่าบอกนะว่าชาวบ้าน มันไม่เหมาะกับพี่เลย แต่ถ้าเป็นอาชีพนักศึกษา พี่ก็น่าจะเป็นพวกถนัดเวทมนตร์สายโจมตี ว้าแย่จังผมลืมเอายาฟื้นพลังเวทมนตร์ไว้ที่ห้องพักซะด้วยซิ บลาๆ……. ”  เอเรียลพล่ามพรรณนาไปเรื่อยเปื่อยแบบไม่หยุดยั้ง แน่นอนว่ามาวินไม่เข้าใจในสิ่งที่เอเรียลพูดเลยแม้แต่น้อยด้วยตอนที่เขาอยู่ในโลก เด็กหนุ่มแทบไม่เคยเล่นเกมแนวเก็บเลเวลแบบนี้เลย 

 

“ ว่าแต่ ตกลงพี่อาชีพไหนกันแน่ ผมจะได้พาพี่ไปลงทะเบียนได้ถูกที่ ” หลังเอเรียลเริ่มเบื่อกับการคาดเดา เด็กหนุ่มร่างอ้วนเตี้ยก็เปิดปากถามกับมาวินแบบตรงๆ 

 

“ ชั้นคือพวกไร้อาชีพ ” มาวินตอบในทันที 

 

“ หาๆ……. อาชีพอะไรนะพี่ ” เอเรียลทำตาปริบๆ เขาแคะขี้หูตัวเอง จากนั้นเขาก็ถามซ้ำอีกครั้ง ในครั้งนี้เขาดูจะตั้งใจฟังคำตอบของมาวินมากขึ้น 

 

“ ชั้นคือพวกไร้อาชีพ ” มาวินตอบซ้ำอีกครั้งด้วยเสียงที่ค่อนข้างดัง

       

 

       เอเรียลยิ้มแฉ่งรับคำตอบ วินาทีต่อมาเอเรียลก็ก้มหัวคารวะเด็กหนุ่มหัวเขียวและเงยหน้าขึ้นพูดเบาๆแค่พอได้ยิน 

 

“ สวัสดีครับพี่ ผมขอลาก่อนนะครับ โชคดีเราคงได้พบกันใหม่ ”  

 

“ อ้าวๆ เฮ้ย นายช่วยนำทางชั้นไปหา NPC ประจำอาชีพก่อนดิ ” มาวินร้องทักแต่ก็ไม่ทันแล้ว เด็กหนุ่มร่างอ้วนเตี้ยรีบจ้ำหายเข้าไปในกลุ่มคนในทันที 

 

“ แล้วชั้นจะหา NPC อะไรนั้นเจอมั้ยเนี่ย เฮ้อๆ เดินหาไปถามทางไปเรื่อยๆก็ได้ฟะ ” มาวินเกาหัวแกรกๆ เขารู้สึกงุนงงเล็กน้อยที่อยู่ๆเอเรียลก็เผ่นหนีไปในทันทีที่เขาบอกว่าเขาคือ…….พวกไร้อาชีพ 

 

………………………..

       

       มาวินเริ่มเดินท่อมๆเพื่อหาจุดลงทะเบียนด้วยตัวเอง โดยอาศัยป้ายบอกทางที่ปักไว้เป็นระยะ เขาเดินผ่านจุดลงทะเบียนของอาชีพนักศึกษา ซึ่งเป็นตึกเรียนสูง 5 ชั้นทรงยุโรปที่สร้างด้วยอิฐแดง บริเวณนั้นมีแต่เด็กวัยรุ่นร่างเล็กท่าทางก๋องแก๋งอมโรคหรือไม่ก็อ้วนตึ้บ ดูเนิร์ดๆแนว “เอเรียล” แทบทุกคน พวกเขาล้วนแล้วแต่สวมชุดคลุมยาวและเดินสวนไปมากันขวักไขว่  บางส่วนก็มานั่งสุมหัวรวมกันอ่านตำราเรียนตามมุมต่างๆรอบตึก

       

 

        NPC ประจำอาชีพคือหญิงชราร่างเล็กที่สวมชุดคลุมดำ หมวกปีกแหลมดูคล้ายหมวกของแม่มด และในขณะนี้ NPC ผู้นี้ก็ได้ยืนอยู่บนเวทีหน้าตึกเพื่อทำการอบรมสอนสั่งเหล่าสมาชิกใหม่ผู้มาลงทะเบียน  

 

“ โห ท่าทางเคร่งเครียด ไม่ไหวๆ เฮ้อๆ…… ” เพียงแค่มองกลุ่มคนเหล่านั้น เด็กหนุ่มก็รู้สึกละเหี่ยใจแล้ว 

       

 

       มาวินเดินเลยจุดลงทะเบียนนั้นไป เขาพยายามมองหาป้ายบอกทางจนคลำทางไปพบจุดลงทะเบียนอาชีพชาวบ้าน ซึ่งเป็นบ้านเรือนไทยหลังใหญ่ขนาดศาลาวัด 6 หลังรวมกัน  

         

 

       NPC ประจำอาชีพเป็นชายวัยกลางคนที่มีรูปร่างออกท้วมๆ บนศีรษะไว้ผมทรงมหาดไทยแบบโบราณ หนวดของเขาดกโง้งขึ้นสูงราวกับเขี้ยวและในตอนนี้ NPC ผู้นี้กำลังนอนไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์อยู่บนแคร่ไม้ที่ตั้งอยู่ตรงใต้ถุนบ้าน รอบๆบ้านมีวัยรุ่นหลายสิบคนนั่งเล่นกันอยู่ ทุกคนดูมีท่าทีสบายๆ มีแต่การยิ้มแย้มแจ่มใสและทักทายปราศรัย ชวนเล่นหัวกันอย่างสนุกสนาน 

 

“ ท่าทางน่าสนุกอ่ะ รู้งี้เลือกอาชีพนี้ดีกว่า ฮะๆ ” มาวินมองแล้วนึกเสียดายอยู่ครู่ใหญ่ จากนั้นเขาก็ตัดใจและรีบจ้ำออกจากที่โซนนี้เพื่อค้นหา NPC ประจำอาชีพของตัวเอง เนื่องจากเขาอยากออกนอกเมืองไปบู๊กับมอนสเตอร์ใจจะขาดอยู่แล้ว 

         

 

        มาวินเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆจนเกือบจะสุดโซน ในที่สุดเขาก็มาถึงลานหญ้าโล่งๆขนาดเกือบเท่าสนามฟุตบอล รอบลานกว้างมีหมู่ต้นไม้ใหญ่ล้อมอยู่ กลางลานหญ้ามีกระท่อมไม้เล็กๆเก่าๆที่หลังคามุงใบจากตั้งอยู่เพียงลำพัง

         

 

        กระท่อมนั้นดูน่าอนาถใจและบอบบางเป็นอย่างยิ่ง เมื่อพิจารณาจากสภาพของมันคาดว่าแค่มีเพียงลมพัดแรงๆมาซักทีสองที กระท่อมนี้ก็น่าจะพังแล้ว 

 

“ กระท่อมบ้าอะไรมาอยู่แถวนี้ ที่เก็บของเก่าล่ะมั้ง ว่าแต่แถวนี้มันโล่งโจ้งยังไงชอบกล ไม่มีใครอยู่แถวนี้เลยหรือไงนะ ” มาวินเหลียวมองไปรอบๆ ในใจคิดสงสัย 

       

 

       เด็กหนุ่มเดินเข้าไปใกล้กระท่อมมากขึ้นเรื่อยๆและเมื่อเขาเดินมาถึงกระท่อม เขาก็บังเอิญไปเหยียบโดนป้ายเก่าๆที่ทำมาจากไม้ เด็กหนุ่มก้มลงหยิบมันขึ้นมาแล้วออกแรงปักป้ายนั้นลงกับพื้นด้วยความรู้สึกที่ว่าอยากจะออกแรงทำอะไรซักอย่างเพื่อให้หายเซ็ง เขากำลังคิดว่าถ้าอีกครึ่งชั่วโมงเขายังหา NPC ประจำอาชีพไม่เจอ เขาก็จะออกจากเกมแล้ว 

        

 

        ระหว่างที่เขากำลังจะเดินจากไปจากสถานที่แห่งนั้นเพื่อไปตามหา NPC ประจำอาชีพของตนต่อ ทว่าก่อนจาก สายตาเรียวเล็กที่ว่องไวของเขาก็บังเอิญเหลือบไปเห็นข้อความบนป้ายเก่าๆที่เขาแกล้งปักเล่นๆเมื่อครู่ และสิ่งที่เห็นก็ทำให้เขาตื่นตกใจจนดวงตาเล็กเรียวเบิกโพลง เนื่องด้วยป้ายนั้นมีข้อความสีดำจางๆสลักอยู่บนตัวป้าย ข้อความนั้นระบุเอาไว้ว่า………… “จุดลงทะเบียนของพวกไร้อาชีพ”

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalandoนักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
10 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา