The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

9.7

เขียนโดย Jalando

วันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2562 เวลา 19.53 น.

  171 LV
  22 วิจารณ์
  87.23K อ่าน

แก้ไขเมื่อ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2562 16.46 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

9) จุดเริ่มต้น

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

เครดิตภาพจาก  https://www.pinterest.com 

 

 

………………………………………………. 

         

        ทันทีที่มาวินก้าวเข้าไปคลื่นน้ำ เด็กหนุ่มก็รู้สึกเย็นไปทั่วทั้งกาย คล้ายเดินผ่านสายน้ำที่เชี่ยวกราก เพียงแต่เขายังหายใจได้และไม่รู้สึกถึงความเปียกแฉะ ถึงกระนั้นดวงตาก็ยังปิดลงตามสัญชาตญาณ  

         

 

       พอพ้นคลื่นน้ำ สิ่งแรกที่สัมผัสได้ก็คือสายลมอ่อนๆที่ปะทะใบหน้า เด็กหนุ่มจึงค่อยๆลืมตาขึ้น ภาพที่ได้เห็นทำให้เขาร้องอุทานดังด้วยความตกใจ  

 

“ อุ้….ว้าว นี่มันอะไรกันเนี่ย อลังการงานสร้างจริงๆ ”  

       

 

        ภาพนั้นก็คือภาพเมืองที่มีอาณาเขตกว้างขวาง  ภายในประกอบไปด้วยบ้านเรือนจำนวนมากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านชั้นเดียวทรงสี่เหลี่ยมหลังคาแหลม ผู้คนเดินขวักไขว่ไปมา พวกเขาล้วนแต่งตัวประหลาดและหลากหลาย มีทั้งแนวชาวบ้านในยุคกลาง บางคนก็ใส่กิมิโนแบบญี่ปุ่น บางคนก็แต่งชุดตัวตลก แต่กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ล้วนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่เด็กหนุ่มพบในโหมดสร้างตัวละคร 

 

“ นี่เราอยู่ในเกมจริงๆน่ะหรือ ” มาวินพูดกับตัวเอง พลางเดินไปตามถนนหินที่ปูไว้โดยรอบ

     

 

         มาวินเดินไปมา เพื่อสำรวจสภาพภายใน จึงพบว่าที่นี่มีเสียงจ้อกแจ้กจอแจ หนวกหูวุ่นวายเหมือนเมืองใหญ่ทั่วๆไป นอกนั้นยังมีร้านอาหาร ร้านขายของต่างๆนาๆ โรงแรม ร้านเหล้าให้บริการ ไม่ผิดอะไรจากโลกที่เขาอยู่อาศัย จะแตกต่างก็เพียงสไตค์การแต่งตัวของผู้คนและสภาพสิ่งปลูกสร้างที่ออกไปในแนวแฟนตาซี

      

 

       หลังสำรวจเมืองอยู่พักใหญ่ สิ่งที่สังเกตเห็นก็คือ…..คนที่แต่งชุดแนวเดียวกับที่เจอในโหมดสร้างตัวละคร ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กที่มีอายุเฉลี่ยราวๆ 8-13 ปี นานๆจะเจอคนอายุรุ่นราวคราวเดียวกับมาวิน ที่สำคัญตรงข้อมือของเด็กเหล่านั้นจะมีนาฬิกาข้อมือที่มีหน้าตาคล้าย G SHOCK หลากสีสันประดับอยู่ ทว่าเด็กหนุ่มก็จะไม่ใส่ใจในประเด็นนี้มากนัก

 

“ อืม….เดินเที่ยวเมืองมาตั้งนาน ชักอยากออกแรงแล้วซิ ออกไปตีมอนสเตอร์ดีกว่า ” เด็กหนุ่มบิดกายไปมา เพื่อคลายความเมื่อยขบ 

        

 

       มาวินเร่งฝีเท้าไปที่หน้าประตูเมือง เพื่อออกไปตีมอนสเตอร์ตามประสงค์ ไม่นานนักเขาก็เดินมาถึงจุดหมาย ประตูทางเข้าทำมาจากท่อนซุงขนาดสองคนโอบจำนวนหกท่อน มีเชือกใหญ่ผูกมัดให้รวมเป็นหนึ่งเดียว บริเวณหน้าประตูมีทหารใส่เกราะหนังสีดำยืนประจำการอยู่สองนาย ทั้งคู่ถือหอกยาว บนศีรษะสวมหมวกหนังทรงกลม ใบหน้าฉายแววจริงจัง

       

 

       ทีแรกมาวินไม่ใส่ใจทหารทั้งสองนาย เพราะขณะที่ผู้คนเดินผ่านเข้าออก เหล่าทหารก็ได้แต่ยืนเฉย แต่ในทันทีที่เด็กหนุ่มกำลังจะก้าวพ้นประตูเมือง หนึ่งในสองทหารเฝ้าเมืองก็ตวาดใส่ด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน 

 

“ เฮ้ย ไอ้หนูหัวเขียว นายยังไม่ได้ลงทะเบียนนี่ นายต้องไปหา NPC ประจำอาชีพ เพื่อลงทะเบียนกับรับนาฬิกาประจำตัวซะก่อน ไม่งั้นห้ามออกนอกเมือง ” 

 

“ เฮ้ ทีคนอื่นยังเข้าออกได้เลย แล้วทำไมชั้นถึงออกนอกเมืองไม่ได้ อีกอย่าง NPC มันคืออะไรฟะ ” เด็กหัวเขียวโวยกลับมั่ง เพราะเริ่มรู้สึกหงุดหงิดที่ถูกทหารยามตะคอกใส่ 

 

“ ไม่ต้องพูดมาก ถ้าไม่ลงทะเบียนกับรับนาฬิกา ก็อย่าได้ก้าวออกนอกเมืองและถ้าคิดฝ่าฝืน แกต้องเจอดีแน่ ” ทหารเฝ้าประตูไม่พูดเปล่า มือทั้งสองเริ่มกระชับหอกคมวาวในท่าเตรียมแทง 

 

“ ฮะๆ โอเค ไม่ออกก็ไม่ออก ” เมื่อเห็นท่าทางเอาจริงของทหารเฝ้าประตู เด็กหนุ่มก็ยกมือยอมแพ้ พลางถอยหลังกลับ 

       

 

          มาวินถอยฉากออกมา เนื่องจากหวั่นเกรงปลายหอกคมๆ พลาดพลั้งยังไง มีสิทธิทำให้เขาไส้ไหลได้โดยง่าย ขณะที่ยังหันซ้ายแลขวา เพราะไม่รู้จะไปทางไหน ก็มีเด็กหนุ่มรุ่นน้องคนหนึ่งตรงรี่เข้ามาหา 

       

 

         เด็กหนุ่มผู้นั้นอายุราวๆ 15 ปี ใบหน้าอวบอูม ดวงตาเล็กหยีถูกบดบังด้วยแว่นตาทรงกลมแนวเด็กเรียน ร่างเตี้ยอ้วนถูกซุกซ่อนในเสื้อคลุมยาวสีขาวอันเป็นสไตค์เดียวกันกับชุดสุดเห่ยที่มาวินพบเจอในโหมดสร้างตัวละคร 

 

“ ไง พี่ชาย ” เด็กหนุ่มร่างอ้วนผู้นั้นร้องทัก ใบหน้าแย้มยิ้ม 

         

 

         มาวินมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาเคลือบแคลง เขารู้สึกว่าเด็กหนุ่มผู้นี้คล้ายกับคนที่เคยรู้จัก หลังจากเค้นสมองนึกอยู่ครู่หนึ่ง ก็นึกออก

 

“ เฮ้ย นั่นมัน…..ไอ้ตุ้ยนุ้ยนี่หว่า (เป็นตัวละครที่ปรากฏตัวในตอนแรก) ” 

 

“ ใครคือตุ้ยนุ้ยหรือครับ ” เด็กหนุ่มร่างอ้วนเตี้ยเหลียวซ้ายแลขวา พร้อมตีหน้างง

 

“ ก็นายไงเล่า นี่คิดจะเล่นตลกอะไรฟะ ไอ้ตุ้ยนุ้ย ” มาวินเริ่มหัวเสีย เด็กหนุ่มหัวเขียวเข้าใจว่าตุ้ยนุ้ยแกล้งทำเป็นจำชื่อตัวเองไม่ได้ เพื่ออำให้เขาเสียศูนย์

 

“ พี่คงจำคนผิดแล้ว ผมชื่อ “เอเรียล” อีกอย่างเราเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก ” เด็กหนุ่มร่างอ้วนแนะนำตัว นับว่าเป็นนามกรที่ดูหล่อเหลา ผิดกับลุคจริงของเจ้าตัวราวฟ้ากับดิน   

 

“ หน็อย..... ไอ้อ้วน นี่แกกล้าอำชั้นถึงขนาดนี้เลยรึ นี่แน่ะ ” มาวินโกรธจนควันออกหู เขาจึงกระโดดเตะแก้มก้นของเด็กหนุ่มร่างอ้วนไปสองที 

 

“ โอ๊ย..... เตะผมทำไมครับ ” เด็กร่างอ้วนเด้งก้นใหญ่ๆหนีฝ่าเท้า ปากก็ร้องตะโกนดังด้วยความเจ็บปวด 

 

“ ก็นายแกล้งอำชั้นไม่เลิกนี่หว่า เลิกเล่นได้แล้วโว้ย ไอ้ตุ้ยนุ้ย ” มาวินคำรามและทำท่าจะตามไปเตะตูดอีกหลายที 

 

“ เปล่าๆ ผมไม่ได้อำพี่ งั้นดูให้ดี นี่คือหลักฐานที่ยืนยันว่าผมชื่อเอเรียลจริงๆ ” เด็กหนุ่มร่างอ้วนรีบแจง พร้อมกดปุ่มที่นาฬิกาข้อมือ

      

 

        ทันใดนั้นเองแผงประวัติของเด็กหนุ่มร่างอ้วนก็ปรากฏขึ้นมาที่กลางอากาศ มันบังเกิดจากแสงโฮโลแกรมสามมิติสีฟ้าที่แสนไฮเทค ทำให้มาวินถึงกลับเอ๋อจนอ้าปากค้าง

 

" เออ......นะ.....นี่มัน "

       

 

        เอเรียลมองคู่สนทนานิ่ง สีหน้าดูงุนงง คล้ายเห็นตัวประหลาดอยู่ตรงหน้า เนื่องจากทุกคนบนโลก The Dark WORLD ล้วนรู้ว่าสิ่งนี้คืออะไร เขาจึงย้อนถาม

 

" ถามจริงเถอะ พี่ไม่รู้จักเจ้าสิ่งนี้จริงๆน่ะหรือ "

      

 

        ทันทีที่ได้ยินคำถาม มาวินก็ถึงกลับชะงักงัน ทว่าเขาก็ไม่ยอมเสียเหลี่ยมให้ผู้คนมองว่าโง่เง่าโดยง่าย จึงแสร้งทำเป็นรู้ พร้อมหัวเราะกลบเกลื่อน

 

" ฮะ ฮะ ฮะ ของแค่นี้ ใครจะไม่รู้จักเล่า "

 

" ฮะ ฮะ ฮะ นั่นน่ะสิ พี่คงเล่นมุกใส่ผม " เอเรียลหัวเราะมั่ง ในใจเริ่มเชื่อแล้วว่ามาวินคงแกล้งไม่รู้จักจริงๆ

      

 

        แม้ในใจของมาวินจะสับสนงงงวยกับโฮโลแกรมที่ลอยอยู่กลางอากาศ แต่พอเริ่มสำรวจอย่างละเอียด ก็พบว่ามันคือประวัติโดยย่อและค่าพลังของคนๆหนึ่ง จึงรู้โดยสัญชาตญาณว่ามันน่าจะเป็นค่าพลังของเด็กหนุ่มร่างอ้วนเตี้ยที่อยู่ตรงหน้า รายละเอียดมีดังนี้

 

ชื่อ เอเรียล อัลฟาซี่      เพศ ชาย      อาชีพ นักศึกษาชั้นต้น        

LV 3 

พลังชีวิต   24/25          กำลัง       2          โชค         1 

พลังกาย   4/4            ความเร็ว    1          ปัญญา    9 

พลังเวท  5/5             ทนทาน     3          ทักษะ     25

 

" นี่คือชื่อและค่าพลังของนาย ใช่มั้ย " มาวินถามย้ำอีกครั้ง เป็นเหตุให้เอเรียลถึงกลับมองแบบงงๆ เพราะคำถามดังกล่าวเป็นอะไรที่เอ๋อรับประทานแบบสุดๆ กระนั้นเขาก็ยอมตอบกลับ เพื่อรักษามารยาท

 

" อ่า....ใช่ครับ นี่คือค่าพลังของผม มันถูกบันทึกอยู่ในนาฬิกาประจำตัว "

 

“ เออ นายชื่อ เอเรียล จริงๆซะด้วย เหอๆ  ขอโทษทีนะที่เตะนาย พอดีชั้นจำคนผิดน่ะ ” เด็กหนุ่มก้มหัวขอโทษ ในใจคิดว่าหมอนี่น่าจะชื่อ เอเรียล จริงๆ  เพราะตุ้ยนุ้ยมันไม่มี ”แว่นวิเศษ” ดังนั้นไม่น่าเข้ามาในเกมนี้ได้

 

“ ฮะๆ ไม่เป็นไรครับ ความผิดพลาดมันเกิดขึ้นได้เสมอ ” เอเรียลตอบกลับ พร้อมหัวเราะแหยๆ

      

 

       แม้ประเด็นที่ถกเถียงเมื่อครู่จะจบลงไปแล้ว แต่มาวินก็ยังไม่วายแคลงใจในค่าพลัง เขาจึงออกปากวิจารณ์แบบตรงๆตามสไตค์ของคนที่มีสุนัขอยู่ในปาก 

 

“ อืม….....เท่าที่ชั้นดูข้อมูลเมื่อกี้ ชั้นคิดว่าค่าพลังมันดูกากๆ ท่าทางนายจะโคตรอ่อนเลยนะเนี่ย ”

 

“ โธ่......พี่ ก็ผมเพิ่งมาลงทะเบียนที่เมืองนี้ได้อาทิตย์เดียวเอง ช่วงเวลาที่ผ่านมา ได้แต่นั่งปรุงยา เพื่อเพิ่มค่าประสบการณ์ ยังไม่เคยออกไปสู้กับใครหรืออะไรเลย นี่กะว่าจะหาทีม จะได้ออกไปตีมอนสเตอร์ที่นอกเมือง เผื่อว่าค่าประสบการณ์จะขึ้นไวกว่านี้ ” เด็กหนุ่มร่างอ้วนแจง พร้อมส่งสายตาวิงวอนมาที่เด็กหนุ่มหัวเขียว

         

 

       มาวินอ่านความนัยที่ซ่อนอยู่ในสายตาออก แต่ก็จนด้วยเกล้าที่จะช่วยเหลือ เพราะยังออกนอกเมืองไม่ได้ เด็กหนุ่มจึงนิ่งไปถนัดตา หลังจากเงียบไปอึดใจ เอเรียลก็เสนอตัว

 

“ ว่าแต่พี่จะไปลงทะเบียนกับ NPC ประจำอาชีพหรือเปล่าครับ ผมจะบริการพาไปส่งถึงโซนเอง ”

 

“ เฮ้อ...... โอเค พาไปได้เลย ไอ้น้อง ”  มาวินถอนหายใจแรงๆ ท่าทางเกมนี้มันจะยุ่งยากกว่าที่คิดซะแล้ว 

      

 

        ระหว่างที่เอเรียลทำหน้าที่มัคคุเทศก์ เขาก็เริ่มอธิบายกฎการใช้ชีวิตในโลก The Dark World สรุปได้ดังนี้

         

 

         เมื่อประชากรมีอายุได้ 8 ปีขึ้นไป ทุกคนต้องเดินทางมาลงทะเบียนกับ NPC (ผู้คุ้มกฎ) ประจำอาชีพที่เมืองนี้ จึงจะถือว่าเป็นประชากรโดยสมบูรณ์  หลังลงทะเบียน จะได้รับนาฬิกาจิตวิญญาณ  ซึ่งเมื่อสวมใส่ จะไม่มีวันหลุดจากข้อมือของตนเอง เว้นแต่เจ้าตัวจะถอดมันออกมา นาฬิกานั้นสามารถตรวจสอบระดับพลังด้านต่างๆ  ชื่อ อายุ เพศและอาชีพของเจ้าของ วิธีการใช้งานก็แสนง่าย เพราะทั้งเรือนมีแค่สองปุ่มให้เลือกกด ปุ่มแดงใช้เปิดดูค่าพลัง ส่วนปุ่มดำใช้เปิดปิดระบบการทำงาน 

        

 

        เอเรียลพามาวินไปยังจุดลงทะเบียน ไม่นานก็ถึงจุดหมายปลายทาง สถานที่นั้นมีสภาพคล้ายสำนักวิทยายุทธ์ขนาดใหญ่ ทางขึ้นเป็นบันไดหินอ่อนที่ทอดยาวประมาณ 10 ขั้น ประตูสำนักทำจากเหล็กทาสีแดงซึ่งสูงประมาณ 5 เมตร บริเวณหน้าประตูใหญ่มีโต๊ะ เก้าอี้หยกตั้งอยู่

       

 

        บุคคลที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ราคาแพงนั้นก็คือชายร่างใหญ่ในชุดเสื้อเกราะแนวจีนโบราณ มีเด็กวัยรุ่นชายหญิงที่แต่งตัวคล้ายกับมาวินยืนเข้าคิวอยู่ยาวเหยียด เพื่อกรอกข้อมูลบนแผ่นกระดาษเล็กๆหน้าชายในชุดเกราะ หลังจากผู้ลงทะเบียนกรอกข้อมูลเสร็จ คนๆนั้นจะได้รับนาฬิกาจิตวิญญาณ

 

“ โอเค ถึงแล้ว พี่ชายไปลงทะเบียนกับชายชุดเกราะคนนั้นเลย เขาคือ NPC ประจำอาชีพ ” เอเรียลชี้มือไปที่ชายชุดเกราะ 

 

“ ขอบใจมาก พวก แล้วเจอกัน ” มาวินกล่าวขอบคุณ พลางโบกมือ เพื่อล่ำลา 

 

“ เดี๋ยวก่อนครับ ผมรบกวนพี่ช่วยอะไรอย่างหนึ่ง จะได้มั้ย ” เอเรียลถูมือไปมา ท่าทางเกรงใจ 

 

“ เอ้า ว่ามา ช่วยได้ก็จะช่วย เพื่อตอบแทนความมีน้ำใจของนาย ” เด็กหนุ่มตอบกลับ แต่ในใจพอรู้แล้วว่าเอเรียลจะขออะไรจากเขา

 

“ หลังลงทะเบียนเสร็จ ผมอยากจะขอร่วมทีมกับพี่ เพื่อบุกตีมอนสเตอร์ จะได้มั้ยครับ ” เอเรียลกัดฟันบอกพร้อมทำท่าลุ้นจนตัวโก่ง 

 

“ อ้อ......เรื่องแค่นี้เอง ปัทโธ่ ก็เอาดิ เล่นคนเดียวเบื่อจะตาย มีเพื่อนร่วมทีม น่าจะสนุกกว่า ” มาวินตอบเรียบๆ ปากแย้มยิ้มให้เล็กน้อย 

 

“ โอ้………”  ทันใดนั้นเองเอเรียลก็เกิดอาการสติแตก ร่างอ้วนเตี้ยเริ่มสั่นเทิ้ม น้ำตาสีใสปริ่มมาที่ขอบตา

 

“ เฮ้ย นายเป็นอะไรไปอีกล่ะ ” มาวินถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง แต่ตัวกลับเดินถอยหลังหนีออกมาเล็กน้อย เพราะนึกระแวงต่อความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน 

         

 

        ทันใดนั้นเองเด็กหนุ่มร่างอ้วนเตี้ยก็โถมเข้ามากระโดดกอดเต็มแรงจนแทบจะทำให้ทั้งคู่ต้องล้มลงไปนอน น้ำตาใสๆจากดวงตาเล็กหยีร่วงหล่นลงมาบนตัวของมาวินอย่างเนืองนอง พร้อมร้องโฮจนสุดเสียง 

 

“ โฮ……ฮือ...... พะๆ ซู้ด.... พี่รู้มั้ย ผะ……ผมเดินหาเพื่อนร่วมทีมมะๆ ซิกๆ มาตั้งสามวันแล้ว ซิกๆ ก็มีพะ…..พี่นี่แหละที่รับผมเข้าทีม ” เอเรียลพูดไป ก็สะอึกสะอื้นไป ใบหน้าอวบอูมราวหมูน้อยเปรอะเปื้อนไปด้วยขี้มูกและคราบน้ำตาจนชวนเวทนาและน่าขยะแขยงในเวลาเดียวกัน 

 

“ เอ่อ...... ดีใจด้วยนะ ไอ้น้อง อ่า…..ถามจริงเถอะ อาชีพของนาย มันกากถึงขนาดที่ไม่มีใครอยากร่วมทีมเลยหรือ ” เด็กหนุ่มหัวเขียวพยายามผลักไสเด็กหนุ่มร่างอ้วนและถอยหลังหนี เพราะกลัวภัยจากคราบน้ำลายและขี้มูก ในใจเริ่มคิดแล้วว่าการรับปากร่วมทีมกับหมอนี่ อาจจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด

 

“ คะ…..ครับ ซิกๆ พี่ลองคิดนะ ผะ……ผมทำได้แค่ปรุงยา ซิกๆ สู้ก็ไม่เป็น ใช้อาวุธก็ไม่ได้ ซิกๆ ได้แต่ส่งยารักษาให้กับเพื่อน อึกๆ ละ……แล้วใครที่ไหน เขาจะอยากมาร่วมทีมกะ….ซิกๆ….ผมล่ะ ” เอเรียลชี้แจงซื่อๆ พร้อมส่งเสียงสะอื้นจนชวนสังเวช 

 

“ โอเค เดี๋ยวเราร่วมทีมกันก็ได้ ” เด็กหนุ่มหัวเขียวเกาหัวแกรกๆ ในใจคิดว่า……..เอาก็เอาวะ ร่วมทีมกับหมอนี่ก็ได้ ซักพักเราจะออกจากเกมนี้แล้ว ถือว่าเล่นขำๆก็แล้วกัน 

 

“ ครับๆ ผมรอพี่ตรงนี้นะ ” เอเรียลยืนรอมาวิน ดวงตาเล็กหยีเปล่งประกายซึ้งใจ 

 

“ เหอๆ แล้วเจอกัน ” มาวินหัวเราะแห้งๆ จากนั้นก็เดินไปต่อแถวที่ยาวเหยียด 

 

“ เดี๋ยวครับ พี่ ” เอเรียลร้องทักอีกครั้ง 

 

“ อืม........ ว่าไง ” มาวินหันกลับมาถาม 

       

 

        เอเรียลล้วงเข้าไปในอกเสื้อ เพื่อหยิบหลอดแก้วสีแดงจำนวนห้าขวดและหลอดแก้วสีน้ำเงินจำนวนสามขวดออกมา จากนั้นก็ส่งให้มาวิน 

 

“ อะไรเนี่ย เจ้าอ้วน ” มาวินถามงงๆ 

 

“ หลอดสีแดงคือยารักษาอาการบาดเจ็บ ส่วนหลอดสีน้ำเงินคือยาฟื้นฟูร่างกาย ผมเป็นคนปรุงยาพวกนี้เอง พี่เก็บไว้ใช้เถอะครับ ” เด็กหนุ่มร่างอ้วนเตี้ยส่งขวดยาให้ พร้อมรอยยิ้ม 

 

“ เออ ขอบใจมาก ไอ้น้อง ” มาวินรับมาเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงแบบงงๆ หลังจากนั้นก็เดินไปต่อแถว เพื่อลงทะเบียนกับ NPC 

 

……………………………………………….

       

         เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง มาวินเดินกลับมาหาเอเรียล สีหน้าดูมุ่ยๆ ท่าทางบ่งบอกอาการเซ็งออกมาอย่างชัดเจน เด็กหนุ่มร่างอ้วนจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย

 

“ เอ่อ.......มีปัญหาอะไรรึเปล่า พี่ชาย ” 

 

“ อืม.....มีดิ มีเยอะเลย ไอ้ยักษ์ใส่ชุดเกราะบอกว่ามันเป็น NPC อาชีพนักสู้  ชั้นไม่ได้อยู่ในอาชีพนี้ จึงไม่สามารถลงทะเบียนได้ ” มาวินแจงดุๆ ท่าทางหงุดหงิด 

 

“ อ้าว.......ไม่ได้เป็นนักสู้หรอกรึ หน่วยก้านของพี่ดูเหมาะกับอาชีพนี้มาก อย่าบอกนะว่าเป็นชาวบ้าน มันไม่เหมาะเลย แต่ถ้าเป็นอาชีพนักศึกษา พี่ก็น่าจะถนัดเวทมนตร์สายโจมตี ว้า......แย่จัง ผมดันลืมเอายาฟื้นพลังเวทมาซะด้วย บลาๆ……. ”  เอเรียลพล่ามพรรณนาไปเรื่อย แน่นอนว่ามาวินไม่เข้าใจในสิ่งที่พูดเลยซักนิด เพราะตอนที่อยู่บนโลก เขาแทบไม่เคยเล่นเกมแนวเก็บเลเวล

 

“ ว่าแต่พี่ทำอาชีพอะไร ผมจะได้พาไปลงทะเบียนให้ถูกจุด ” หลังจากเอเรียลเริ่มเบื่อกับการคาดเดา เขาก็เอ่ยถามตรงๆ 

 

“ ชั้นคือพวกไร้อาชีพ ” มาวินตอบในทันที 

 

“ หา……. อาชีพอะไรนะ ” เอเรียลทำตาปริบๆ สองมือยกขึ้นแคะขี้หู จากนั้นก็ถามซ้ำอีกครั้ง ในครั้งนี้เขาดูตั้งใจฟังคำตอบของมาวินมากขึ้น 

 

“ ชั้นคือ.......พวกไร้อาชีพ ” มาวินตอบซ้ำอีกครั้งด้วยเสียงที่ค่อนข้างดัง

       

 

        เอเรียลยิ้มแฉ่งรับคำตอบ วินาทีต่อมาเด็กหนุ่มร่างอ้วนก็ก้มหัวคารวะและเงยหน้าขึ้นพูดเบาๆแค่พอได้ยินกันสองคน 

 

“ สวัสดีครับ ผมขอลาก่อนนะ โชคดีเราคงได้พบกันใหม่ ”  

 

“ อ้าว....... เฮ้ย นายช่วยนำทางไปหา NPC ประจำอาชีพก่อนดิ ” มาวินร้องทัก แต่ก็ไม่ทันแล้ว เด็กหนุ่มร่างอ้วนเตี้ยรีบจ้ำหายเข้าไปในกลุ่มคนโดยเร็ว 

 

“ แล้วชั้นจะหา NPC เจอมั้ยเนี่ย เฮ้อ...... เดินหาเองก็ได้ฟะ ” มาวินเกาหัวแกรกๆ เด็กหนุ่มรู้สึกงุนงงเล็กน้อย ที่จู่ๆเอเรียลเผ่นหนีไป ในทันทีที่บอกว่าเขาคือ…….พวกไร้อาชีพ 

 

………………………..

       

         มาวินตามหาจุดลงทะเบียนด้วยตัวเอง โดยอาศัยป้ายบอกทางที่ปักไว้เป็นระยะ เขาเดินผ่านจุดลงทะเบียนของอาชีพนักศึกษา ซึ่งเป็นตึกทรงยุโรปสูง 5 ชั้นที่สร้างด้วยอิฐแดง บริเวณนั้นมีแต่เด็กวัยรุ่นร่างเล็ก ท่าทางก๋องแก๋ง อมโรคหรือไม่ก็อ้วนตึ้บ หน้าตาก็เนิร์ดจ๋าแนว “เอเรียล” เกือบทุกคน พวกเขาสวมชุดคลุมยาวและเดินสวนไปมารอบตัวตึก  บางส่วนก็มานั่งสุมหัวกันอ่านตำราเรียนตามมุมต่างๆ

       

 

        NPC ประจำอาชีพคือหญิงชราร่างเล็กที่สวมชุดคลุมสีดำ หมวกปีกแหลมดูคล้ายแม่มด และขณะนี้ หญิงสูงวัยนางนั้นก็ได้ยืนอยู่บนเวทีหน้าตึก เพื่อทำการอบรมเหล่าสมาชิกใหม่

 

“ โห...... ท่าทางเคร่งเครียด ไม่ไหว เฮ้อ…… ”  เพียงแค่มองกลุ่มคนเหล่านั้น เด็กหนุ่มก็รู้สึกละเหี่ยใจแล้ว 

       

 

        มาวินเดินเลยจุดลงทะเบียนนั้นไป เขาพยายามมองหาป้ายบอกทางจนคลำไปเจอจุดลงทะเบียนอาชีพชาวบ้าน  ซึ่งเป็นเรือนไทยหลังใหญ่ กะคร่าวๆน่าจะมีขนาดไม่ต่ำกว่าศาลาวัด 6 หลังรวมกัน  

        

 

         NPC ประจำอาชีพนี้เป็นชายวัยกลางคนร่างท้วม บนศีรษะไว้ผมทรงมหาดไทย หนวดดกและโง้งสูงราวกับเขี้ยว ในตอนนี้ NPC กำลังนอนไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์อยู่บนแคร่ซึ่งตั้งอยู่ใต้ถุนบ้าน รอบๆมีวัยรุ่นหลายสิบคนนั่งเล่นอยู่  ทุกคนดูมีท่าทีสบายใจ  พวกเขายิ้มแย้มแจ่มใสและทักทายปราศรัย เล่นหัวกันอย่างสนุกสนาน 

 

“ ท่าทางน่าสนุกอ่ะ  รู้งี้เลือกอาชีพนี้ดีกว่า ฮะๆ ” มาวินมองแล้วนึกเสียดายเป็นที่สุด จากนั้นก็ตัดใจและรีบจ้ำออกจากโซนดังกล่าว เพื่อตามหา NPC ประจำอาชีพ เนื่องจากเขาอยากออกนอกเมืองไปบู๊กับมอนสเตอร์จนใจจะขาดอยู่แล้ว 

         

 

         มาวินเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนเกือบจะสุดโซน  เขาก็มาถึงทุ่งหญ้าโล่งๆขนาดเกือบเท่าสนามฟุตบอล ลานกว้างมีหมู่ไม้ใหญ่น้อยรายล้อม กลางลานปรากฏกระท่อมเก่าๆตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว

        

 

         กระท่อมนั้นดูน่าอนาถใจและบอบบางเป็นที่สุด พิจารณาจากสภาพของมัน คาดว่าแค่ลมพัดมาแรงๆซักทีสองที ก็น่าจะพังพินาศในบัดดล 

 

“ กระท่อมบ้าอะไร ที่เก็บของเก่าล่ะมั้ง ว่าแต่แถวนี้มันดูโล่งโจ้งยังไงชอบกล ไม่มีใครอยู่เลยหรือฟะ ” มาวินเหลียวมองไปรอบๆ ในใจนึกสงสัย 

       

 

         มาวินเดินไปที่กระท่อม พอมาถึง ก็บังเอิญเหยียบโดนป้ายไม้เก่าๆที่ตกอยู่บนพื้น เด็กหนุ่มจึงหยิบมันขึ้นมา แล้วปักลงบนดิน เพราะอยากจะออกแรงทำอะไรซักอย่าง เพื่อให้หายเซ็ง เขาคิดว่า.....ถ้าอีกครึ่งชั่วโมง ยังหา NPC ประจำอาชีพไม่เจอ ก็จะออกจากเกมอย่างแน่นอน 

        

 

         ระหว่างที่มาวินกำลังจะเดินจากไป ก็เหลือบไปเห็นข้อความบนป้ายเก่าๆที่เพิ่งปัก สิ่งที่ปรากฏทำให้เขาตื่นตกใจจนดวงตาเบิกโพลง เพราะป้ายนั้นมีข้อความสีดำจางๆสลักอยู่ อันอ่านได้ว่า.............

 

“ จุดลงทะเบียนของพวกไร้อาชีพ " 

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalandoนักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
10 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา